a                   ขอ

                                                                                                                                                                                                        เชิญร่วมทีมกู้ชาติปลดหนี้ครัวเรือนให้แก่เกษตรกรไทยทั่วประเทศ ที่ ๐๘๗ ๕๑๗ ๐๗๒๓                                                                                                                                                                                                        
                                                                                                                                                                      แล้วเรือลำใหญ่อยู่อีกไกลไหม !!

ยินดีต้อนรับทุกท่าน... ผู้ที่รักตนเอง  รักครอบครัว   รักประเทศชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

www.ainews1.com                 
 

  MAIN  MENU

WEB  LINK

สถิติผู้เยี่ยมชม

 สถิติวันนี้ 121 คน
 สถิติเมื่อวาน 556 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
10074 คน
108346 คน
176816 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-21


         

บรรพบุรุษชาวไทยปลูกมะเขือพวงเอาไว้เพื่ออะไร

http://ainews1.com/article134.html

Bookmark and Share

เพราะเหตุไรคนไทยสมัยโบราณจึงเอามะเขือพวงจำนวนหนึ่งใส่ลงไปในถ้วยน้ำพริก  ไม่ใช่ใส่เอาไว้สวยๆ  หรือเล่นๆ  หรือใช้ทำกับข้าวชนิดต่างๆที่เรามักพบเห็น  แต่จุดเด่น อย่างน้อย ๒ ประการ ที่มะเขือพวงมีประโยชน์ต่ผู้รับประทาน  และยังมีโทษอีกด้วย หากรับประทานดิบมากเกินไป

ปัจจุบัน การค้นคว้าทางการแพทย์พบว่า  มะเขือพวงผลดิบของมะเขือพวงใช้เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะและช่วยในการย่อยอาหาร

มะเขือพวงมีคุณค่าของสารอาหารดังนี้:

  • โปรตีนร้อยละ 2.8 
  • สารจำพวกแป้งและน้ำตาลร้อยละ 7. 4 
  • เส้นใยร้อยละ 6.1แคลเซียมร้อยละ 158 และฟอสฟอรัสร้อยละ 110 มิลลิกรัม ตามลำดับซึ่งการที่มะเขือพวงมีแคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง จึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการแคลเซียมเพื่อลดภาวะกระดูกพรุนด้วย
  • มะเขือพวงมีสรรพคุณตามตำราแพทย์แผนไทยหลายประการ คือ ช่วยเจริญอาหาร และย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยให้ โลหิตหมุนเวียนดี แก้ปวด ฟกช้ำ ปวดกระเพาะ ฝีบวมหนอง อาการบวมอักเสบ ขับปัสสาวะ
  •  มะเขือพวงมีสารจำพวก:
    -ไฟโตนิวเทรียนท์ ที่จะช่วยร่างกายในสภาวะขาดแคลนสารอาหาร ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ 
    -สารทอร์โวไซด์ ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเทอรอลในกระแสเลือดได้ และกระตุ้นให้ตับนำคอเลสเทอรอลในเลือดไปใช้ได้มากขึ้น รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของคอเลสเทอรอลในลำไส้ด้วย จึงอาจช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่ง 
    -ซาโปนิน ทำให้มะเขือพวงมีฤทธิ์ขับเสมหะ
  • จากการศึกษาพบว่ามะเขือพวงนั้นเป็นพืชที่มีเส้นใยสูงมาก โดยมีเส้นใยมากกว่ามะเขือยาว 3 เท่า และมากกว่ามะเขือเปราะถึง 65 เท่า แม้ว่าจะมีผักหลายชนิดที่มีสารเส้นใยสูง แต่ มะเขือพวงก็ยังได้รับสมญานามเป็น ราชาแห่งผักพื้นบ้านในเรื่องของสารเส้นใย เนื่องจากมะเขือพวงมีสารเส้นใยมากที่สุดเมื่อเทียบกับผักพื้นบ้านของไทยเกือบทั้งหมด

 

  •  เพกติน เป็นสารที่ละลายน้ำได้ อยู่ในเส้นใยในมะเขือพวงสารนี้จะสามารถ เปลี่ยนเป็นวุ้นไปเคลือบที่ผิวของลำไส้ ทำให้ลำไส้ดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง จึงเป็นการช่วยไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วเกินไป ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้อีกด้วย “เพกติน” ในมะเขือพวงนั้น ยังช่วยในการดูดซับ ไขมันส่วนเกินจากอาหารได้ 

    นี่เป็นเหตุผลหนึ่งของบรรพบุรุษของไทย มักจะทำแกงกะทิใส่มะเขือพวง ซึ่งน่าจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ผลวิจัยในหนูทดลองที่เป็นโรคเบาหวาน พบว่ามะเขือพวงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของหนูเหล่านั้นค่อยๆลดลง นอกจากนี้ปริมาณอนุมูล อิสระซุปเปอร์ออกไซด์และไนตริกออกไซด์ในเลือดก็ลดลงด้วย อนุมูลอิสระเหล่านี้พบมากในภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูง และเป็นสาเหตุของการเสื่อมของอวัยวะต่างๆในภาวะเบาหวาน เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ไตพิการ จอตาพิการ ประสาทพิการ โรคที่เท้า และการ เกิดผิดปกติที่อวัยวะต่างๆในร่างกาย 

    ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า มะเขือพวงช่วยในการลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน และโรคแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกิดจากเบาหวานได้

ผศ.ดร.ไชยวัฒน์ กล่าวเตือนด้วยว่า แม้ว่ามะเขือพวงจะมีฤทธิ์ช่วยลดอนุมูลอิสระได้จริง และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูทดลองที่เป็นเบาหวานได้ 

แต่จากการวิจัยของเรายังค้นพบสารที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย หากได้รับในปริมาณที่มาก นั่นคือ ''สารอัลคาลอยด์'' ในมะเขือพวง เป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและมีผลต่ออวัยวะอื่นๆ ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้บริโภคในปริมาณที่มากเกินไป 

ในปัจจุบันมีการพัฒนามะเขือพวง โดยนำมาอบแห้งและผ่านกรรมวิธี ลดปริมาณสารอัลคาลอยด์ได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว และปัจจุบันได้นำผลิต ภัณฑ์มาต่อยอดเพิ่มพลังงานพีระมิดลงไปในชามะเขือพวง  ทำให้ร่างกายของผู้ดื่มได้ประโยชน์จากชามะเขือพวงได้มากและรวดเร็วยิ่งขึ้น ใช้ชื่อทางการค้าว่า ชามะเขือพวงพีระมิด เพิ่งเห็นสป็อตโฆษณาใน ช่อง 13 สยามไท  

จากการทดสอบกับอาสาสมัครที่เป็นโรคเบาหวาน โดยให้ดื่มชามะเขือพวงในปริมาณที่เหมาะสมต่อวันพบว่า ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี เมื่อร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค นอกจากนี้ยังช่วยลดภาวะโรคแทรกซ้อนได้ผลเป็นที่น่าพอใจทีเดียว

ที่มา:

นสพ.ไทยรัฐ ฉบับที่ 18309 วันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม 2551


สำหรับทุกท่านที่สนใจสุขภาพ ยังมีเรื่องราวของมะเขือพวงมานำเสนออีกตอน

มะเขือพวงในฐานะผัก
ส่วนของมะเขือพวงที่นำมาใช้เป็นผักก็คือผลอ่อนที่มีสีเขียว หากใช้เป็นผักจิ้มนิยมทำให้สุกโดยการเผา ปิ้ง หรือย่าง พอให้ผิวกรอบหรือไหม้บางส่วน จะทำให้รสชาติดีขึ้น และผลนิ่มกว่าเมื่อยังดิบ นอกจากนี้ยังอาจนำไปลวกหรือต้มให้สุกก็ได้ แต่ไม่ค่อยนิยมกัน 

ผลอ่อนดิบ นำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงป่าต่าง ๆ (ไก่ เนื้อ นก ปลา) แกงคั่ว (ไก่ ปลาไหล) แกงเขียวหวาน (ไก่ ลูกชิ้นปลา) แกงอ่อม (ปลาดุก) ซุปอีสาน และเครื่องจิ้มต่าง ๆ เช่น น้ำพริกมะเขือพวง น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกะปิ น้ำพริกขี้กา น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกหอยแมลงภู่ น้ำพริกไข่เค็ม และปลาร้าทรงเครื่อง เป็นต้น 

มะเขือพวงทำให้กลิ่นรสของเครื่องจิ้มต่าง ๆ มีความพิเศษออกไปจากปกติ 
นับเป็นความริเริ่มที่ชาญฉลาดของแม่ครัวไทยในอดีต ที่ยังคงสืบทอดมาจนทุกวันนี้ ทำให้เครื่องจิ้มของไทยมีความหลากหลาย สามารถตอบสนองรสนิยมของผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง อันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยที่ทำให้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกนั่นเอง 

เมื่อคุณรับประทานมะเขือพวง 100 กรัม 
จะได้คุณค่าของสารอาหารดังนี้ โปรตีน 2.8 กรัม 
สารจำพวกแป้งและน้ำตาล 7.4 เส้นใย 6.1 
แคลเซียมและฟอสฟอรัส 158 และ 110 มิลลิกรัม ตามลำดับ 

การที่มะเขือพวงมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงจึงเป็นอาหาร
ที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการแคลเซียมเพื่อลดภาวะ
กระดูกพรุน 

ประโยชน์ด้านอื่นของมะเขือพวง
ผลดิบของมะเขือพวงใช้เป็นยาแก้ไอ ขับปัสสาวะ 
และช่วยย่อยอาหาร การกินผลมะเขือพวงดิบเป็นอาหาร (เช่น 
ในเครื่องจิ้มชนิดต่าง ๆ) ก็คงมีสรรพคุณทางยาด้วยเช่นเดียวกัน 
ส่วนรากของมะเขือพวงใช้รักษาโรคฝ่าเท้าแตก หรือโรคตาปลา

สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักสวนครัว เอาไว้บริโภคเองในครอบครัว 
ก็อาจปลูกมะเขือพวงเอาไว้สักต้นก็จะเก็บผลไปประกอบอาหารได้
นานหลายปีโดยไม่ต้องปลูกใหม่หรือเอาใจใส่มากเท่าพืชหรือ
มะเขือชนิดอื่น 

นอกจากประโยชน์สำหรับมนุษย์แล้ว 
มะเขือพวงยังเป็นอาหารที่ดีสำหรับนกหลายชนิดอีกด้วย 
ผลมะเขือพวงสุกมีสีแสดแดงสะดุดตาดึงดูดนกมากิน 
และนำเมล็ดไปถ่ายไว้ในที่ต่าง ๆ 
เป็นการขยายพันธุ์มะเขือพวงตามธรรมชาติ 
เมื่อมะเขือพวงมีขนาดทรงพุ่มสูงใหญ่พอสมควรก็จะมีนก
มาทำรังออกลูกเพาะพันธุ์กันบนต้นมะเขือพวงได้อีกด้วย 
ซึ่งผู้ปลูกจะได้รับความเพลิดเพลินจากการสังเกตศึกษาชีวิตนก 
พร้อมกับได้บุญกุศลไปด้วย สมกับคำพังเพยที่ว่า 
"เสียกระสุนนัดเดียว แต่ได้นกหลายตัว" นั่นเอง 
ผิดกับคำพังเพยนิดเดียวตรงที่นกหลายตัว
จากการปลูกมะเขือพวงนั้นเป็นนกที่มีชีวิตและมีความสุข 
มิใช่นกที่ถูกยิงตายจากกระสุนนัดเดียวดังเช่นคำพังเพย...

ที่มา:

 
ดังนั้นการปลูกมะเขือพวงจำหน่าย  เกษตรกรจึงจำเป็นต้องรื้อฟื้น ให้การศึกษาแก่ผู้รับประทาน ถึงคุณประโยชน์ต่างๆไปพร้อมกันไปด้วย  ซึ่งในความเป็นจริง นักธุรกิจ ในทีม ainews1จะช่วยได้มากในเรื่องนี้  เป็นการทำกุศล ให้ความรู้อันเป็นภูมิความรู้ของบรรพบุรุษ ชาวไทย ในอดีต  และมอบบุญกุศล ให้ถึงแก่บรรพบุรุษ ชาวไทยทุกท่าน ที่ ได้สร้างตัวอย่างในการรับประทาน พืชผักต่างๆ ที่ช่วยสร้างความสมดุล ให้แก่ร่างกายของผู้ที่ได้รับประทาน
ส่วนการแปรรูปมะเขือพวงติดตามรายละเอียดที่นี่  http://www.be-v.net/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=2


 

Designed by somsak artavan  P.E. 774  โทร. 087 5170723