|
บรรพบุรุษชาวไทยปลูกมะเขือพวงเอาไว้เพื่ออะไร
http://ainews1.com/article134.html

เพราะเหตุไรคนไทยสมัยโบราณจึงเอามะเขือพวงจำนวนหนึ่งใส่ลงไปในถ้วยน้ำพริก ไม่ใช่ใส่เอาไว้สวยๆ หรือเล่นๆ หรือใช้ทำกับข้าวชนิดต่างๆที่เรามักพบเห็น แต่จุดเด่น อย่างน้อย ๒ ประการ ที่มะเขือพวงมีประโยชน์ต่ผู้รับประทาน และยังมีโทษอีกด้วย หากรับประทานดิบมากเกินไป
ปัจจุบัน การค้นคว้าทางการแพทย์พบว่า มะเขือพวงผลดิบของมะเขือพวงใช้เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะและช่วยในการย่อยอาหาร
มะเขือพวงมีคุณค่าของสารอาหารดังนี้:
- โปรตีนร้อยละ 2.8
- สารจำพวกแป้งและน้ำตาลร้อยละ 7. 4
-
เส้นใยร้อยละ 6.1แคลเซียมร้อยละ 158 และฟอสฟอรัสร้อยละ 110 มิลลิกรัม ตามลำดับซึ่งการที่มะเขือพวงมีแคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง จึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการแคลเซียมเพื่อลดภาวะกระดูกพรุนด้วย
-
มะเขือพวงมีสรรพคุณตามตำราแพทย์แผนไทยหลายประการ คือ ช่วยเจริญอาหาร และย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยให้ โลหิตหมุนเวียนดี แก้ปวด ฟกช้ำ ปวดกระเพาะ ฝีบวมหนอง อาการบวมอักเสบ ขับปัสสาวะ
- มะเขือพวงมีสารจำพวก:
-ไฟโตนิวเทรียนท์ ที่จะช่วยร่างกายในสภาวะขาดแคลนสารอาหาร ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ -สารทอร์โวไซด์ ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเทอรอลในกระแสเลือดได้ และกระตุ้นให้ตับนำคอเลสเทอรอลในเลือดไปใช้ได้มากขึ้น รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของคอเลสเทอรอลในลำไส้ด้วย จึงอาจช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่ง -ซาโปนิน ทำให้มะเขือพวงมีฤทธิ์ขับเสมหะ
-
จากการศึกษาพบว่ามะเขือพวงนั้นเป็นพืชที่มีเส้นใยสูงมาก โดยมีเส้นใยมากกว่ามะเขือยาว 3 เท่า และมากกว่ามะเขือเปราะถึง 65 เท่า แม้ว่าจะมีผักหลายชนิดที่มีสารเส้นใยสูง แต่ มะเขือพวงก็ยังได้รับสมญานามเป็น ราชาแห่งผักพื้นบ้านในเรื่องของสารเส้นใย เนื่องจากมะเขือพวงมีสารเส้นใยมากที่สุดเมื่อเทียบกับผักพื้นบ้านของไทยเกือบทั้งหมด
ผศ.ดร.ไชยวัฒน์ กล่าวเตือนด้วยว่า แม้ว่ามะเขือพวงจะมีฤทธิ์ช่วยลดอนุมูลอิสระได้จริง และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูทดลองที่เป็นเบาหวานได้
แต่จากการวิจัยของเรายังค้นพบสารที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย หากได้รับในปริมาณที่มาก นั่นคือ ''สารอัลคาลอยด์'' ในมะเขือพวง เป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและมีผลต่ออวัยวะอื่นๆ ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้บริโภคในปริมาณที่มากเกินไป
ในปัจจุบันมีการพัฒนามะเขือพวง โดยนำมาอบแห้งและผ่านกรรมวิธี ลดปริมาณสารอัลคาลอยด์ได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว และปัจจุบันได้นำผลิต ภัณฑ์มาต่อยอดเพิ่มพลังงานพีระมิดลงไปในชามะเขือพวง ทำให้ร่างกายของผู้ดื่มได้ประโยชน์จากชามะเขือพวงได้มากและรวดเร็วยิ่งขึ้น ใช้ชื่อทางการค้าว่า ชามะเขือพวงพีระมิด เพิ่งเห็นสป็อตโฆษณาใน ช่อง 13 สยามไท
จากการทดสอบกับอาสาสมัครที่เป็นโรคเบาหวาน โดยให้ดื่มชามะเขือพวงในปริมาณที่เหมาะสมต่อวันพบว่า ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี เมื่อร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค นอกจากนี้ยังช่วยลดภาวะโรคแทรกซ้อนได้ผลเป็นที่น่าพอใจทีเดียว
ที่มา:
นสพ.ไทยรัฐ ฉบับที่ 18309 วันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม 2551
สำหรับทุกท่านที่สนใจสุขภาพ ยังมีเรื่องราวของมะเขือพวงมานำเสนออีกตอน
มะเขือพวงในฐานะผัก ส่วนของมะเขือพวงที่นำมาใช้เป็นผักก็คือผลอ่อนที่มีสีเขียว หากใช้เป็นผักจิ้มนิยมทำให้สุกโดยการเผา ปิ้ง หรือย่าง พอให้ผิวกรอบหรือไหม้บางส่วน จะทำให้รสชาติดีขึ้น และผลนิ่มกว่าเมื่อยังดิบ นอกจากนี้ยังอาจนำไปลวกหรือต้มให้สุกก็ได้ แต่ไม่ค่อยนิยมกัน
ผลอ่อนดิบ นำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงป่าต่าง ๆ (ไก่ เนื้อ นก ปลา) แกงคั่ว (ไก่ ปลาไหล) แกงเขียวหวาน (ไก่ ลูกชิ้นปลา) แกงอ่อม (ปลาดุก) ซุปอีสาน และเครื่องจิ้มต่าง ๆ เช่น น้ำพริกมะเขือพวง น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกะปิ น้ำพริกขี้กา น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกหอยแมลงภู่ น้ำพริกไข่เค็ม และปลาร้าทรงเครื่อง เป็นต้น
มะเขือพวงทำให้กลิ่นรสของเครื่องจิ้มต่าง ๆ มีความพิเศษออกไปจากปกติ นับเป็นความริเริ่มที่ชาญฉลาดของแม่ครัวไทยในอดีต ที่ยังคงสืบทอดมาจนทุกวันนี้ ทำให้เครื่องจิ้มของไทยมีความหลากหลาย สามารถตอบสนองรสนิยมของผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง อันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยที่ทำให้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกนั่นเอง
เมื่อคุณรับประทานมะเขือพวง 100 กรัม จะได้คุณค่าของสารอาหารดังนี้ โปรตีน 2.8 กรัม สารจำพวกแป้งและน้ำตาล 7.4 เส้นใย 6.1 แคลเซียมและฟอสฟอรัส 158 และ 110 มิลลิกรัม ตามลำดับ
การที่มะเขือพวงมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงจึงเป็นอาหาร ที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการแคลเซียมเพื่อลดภาวะ กระดูกพรุน
ประโยชน์ด้านอื่นของมะเขือพวง ผลดิบของมะเขือพวงใช้เป็นยาแก้ไอ ขับปัสสาวะ และช่วยย่อยอาหาร การกินผลมะเขือพวงดิบเป็นอาหาร (เช่น ในเครื่องจิ้มชนิดต่าง ๆ) ก็คงมีสรรพคุณทางยาด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนรากของมะเขือพวงใช้รักษาโรคฝ่าเท้าแตก หรือโรคตาปลา
สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักสวนครัว เอาไว้บริโภคเองในครอบครัว ก็อาจปลูกมะเขือพวงเอาไว้สักต้นก็จะเก็บผลไปประกอบอาหารได้ นานหลายปีโดยไม่ต้องปลูกใหม่หรือเอาใจใส่มากเท่าพืชหรือ มะเขือชนิดอื่น
นอกจากประโยชน์สำหรับมนุษย์แล้ว มะเขือพวงยังเป็นอาหารที่ดีสำหรับนกหลายชนิดอีกด้วย ผลมะเขือพวงสุกมีสีแสดแดงสะดุดตาดึงดูดนกมากิน และนำเมล็ดไปถ่ายไว้ในที่ต่าง ๆ เป็นการขยายพันธุ์มะเขือพวงตามธรรมชาติ เมื่อมะเขือพวงมีขนาดทรงพุ่มสูงใหญ่พอสมควรก็จะมีนก มาทำรังออกลูกเพาะพันธุ์กันบนต้นมะเขือพวงได้อีกด้วย ซึ่งผู้ปลูกจะได้รับความเพลิดเพลินจากการสังเกตศึกษาชีวิตนก พร้อมกับได้บุญกุศลไปด้วย สมกับคำพังเพยที่ว่า "เสียกระสุนนัดเดียว แต่ได้นกหลายตัว" นั่นเอง ผิดกับคำพังเพยนิดเดียวตรงที่นกหลายตัว จากการปลูกมะเขือพวงนั้นเป็นนกที่มีชีวิตและมีความสุข มิใช่นกที่ถูกยิงตายจากกระสุนนัดเดียวดังเช่นคำพังเพย...
ที่มา:
ดังนั้นการปลูกมะเขือพวงจำหน่าย เกษตรกรจึงจำเป็นต้องรื้อฟื้น ให้การศึกษาแก่ผู้รับประทาน ถึงคุณประโยชน์ต่างๆไปพร้อมกันไปด้วย ซึ่งในความเป็นจริง นักธุรกิจ ในทีม ainews1จะช่วยได้มากในเรื่องนี้ เป็นการทำกุศล ให้ความรู้อันเป็นภูมิความรู้ของบรรพบุรุษ ชาวไทย ในอดีต และมอบบุญกุศล ให้ถึงแก่บรรพบุรุษ ชาวไทยทุกท่าน ที่ ได้สร้างตัวอย่างในการรับประทาน พืชผักต่างๆ ที่ช่วยสร้างความสมดุล ให้แก่ร่างกายของผู้ที่ได้รับประทาน
|