วิเคราะห์เตรียมการทิศทางชีวิตที่เหลืออยู่กับสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน และอนาคต

โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้นอีก 1 รอบ มาถึง พ.ศ. 2553 หรือ ค.ศ. 2010 ด้วยเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆที่เกิดขึ้นทั่วโลก และโลกจะหมุนต่อไปถึงยุคชาวศิวิไล เมื่อผ่านพ้น ค.ศ. 2017 เป็นต้นไป  วิกฤตการณ์ต่างๆทางธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ และเสียงแสง ความสั่นสะเทือน ทุกๆสิ่งบนโลกที่ผิดปกติ จะเพิ่มดีกรีของความรุนแรงต่อเนื่องไปจนสิ้นปี 2017 ข้อมูลต่างๆที่โลกและจักรวาลกำลังเดินทาง  เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  ถึงวาระการปรับเปลี่ยนขั้วสนามแม่เหล็กโลกใหม่  ย้ายมามีขั้วเหนือแม่เหล็กอยู่ ณ ที่ตั้งของปลายแหลมของประเทศบราซิลที่ชี้มาที่มหาสมุทรแอตแลนติก ตั้งขั้วโลกเหนือใหม่ย้ายไปรับพลังงานเบา (คลื่นความถี่สีเหลือง) จากกาแลกซี่ไตรแองกุลัม ที่อยู่ติดกับกาแลคซี่ทางช้างเผือกทางฟากทิศตะวันออก เคลื่อนเข้าสู่ยุคใหม่ของชาวศิวิไล

จากการตรวจสอบ ด้วยญาณทัสสนะ ของพระอาจารย์ รัตน์ รตนญาโณ พระภิกษุผู้บรรลุธรรม  และใช้สันตติสืบค้นถอยหลังไปในอดีต หลายหมื่น ปี ถึงยุครุ่งเรืองของชาวแอตแลนตีส ที่สามารถประยุกต์ใช้พลังงาน ถึง 7 ระดับ โลกและระบบสุริยะเคยอยู่ใต้อิทธิพลของแรงดึงดูดของกาแลกซี่ทางช้างเผือกมาตลอด 12,500 ปี กำลังจะหมดยุคลง เปลี่ยนไปสู่ยุคของกาแลกซี่ ไตรแองกุลัม อีก 12,500 ปี สลับกันไปตามวัฏจักรของโลกและจักรวาลและกาแลกซี่ที่เกี่ยวข้องกัน ดังที่ชาวมายา ได้สร้างสโตนเฮนส์เป็นปริศนาเตือนภัยพิบัติครั้งใหญ่ของโลกและจักรวาล ให้ผู้ที่ทรงญานปัญญา มาไขปริศนา

มาถึงปัจจุบัน มีท่านใดเฉลียวใจบ้างว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งใหญ่นี้ ไม่ได้รอดพ้นสายตาของพ่อของแผ่นดิน พระผู้ทรงอภิญญาสูงสุด (กระทู้ 156) ได้ล่วงรู้อนาคต ได้ตระเตรียมอาหารการบริโภค สำหรับไพร่ฟ้าของพระองค์ที่รอดชีวิต หลังปี 2555 ด้วยพืชผักผลไม้เมืองหนาว นำมาเพาะปลูกนำร่องก่อนเอาไว้ล่วงหน้า บนยอดดอยสูง ที่มีอากาศเย็นใกล้เคียงกับอนาคต บนพื้นที่ประเทศไทยก่อนล่วงหน้าหลายปี ก่อนที่พื้นที่ของสุวรรณภูมิ แผ่นดินธรรม แผ่นดินทองจะย้ายเข้าไปอยู่ใกล้ขั้วโลกใต้ประมาณ 4,000 กิโลเมตร   ขอกราบถวายบังคมขอบพระคุณในพระมหากรุณาแทบเบื้องพระบาท พระผู้ทรงพระมหาเมตตายิ่งต่อปวงชนชาวไทยผู้มีความจงรักภักดีสุดหัวใจ

ชาวแอตแลนตีสในอดีตที่รุ่งเรือง มีวิชาใช้พลังจิตเปลี่ยนสสารเป็นพลังงานแสง และเปลี่ยนสลับกลับมาเป็นสสารอีกเช่นเดิม ในการสร้างพีระมิด นำหินก้อนใหญ่ๆน้ำหนักหลายๆตันเข้าที่ โดยไม่ต้องใช้แรงคนหรือเครื่องทุ่นแรง  ซึ่งชาวพุทธจะรู้จักดีในวิชาอภิญญาใหญ่นั่นเอง  ที่ผู้สำเร็จใช้อำนาจจิตบังคับให้สสารเปลี่ยนเป็นพลังงานได้  ซึ่งก็มีอยู่ทั่วไปในประเทศไทยในปัจจุบัน เพียงแต่ยังไม่เผยตนเองออกมาสู่สังคมทั่วไปได้สัมผัสอย่างชัดเจน  ในห้วงเวลาที่ผู้คนทั่วไปกำลังยึดติดหลงวัตถุอย่างขนาดหนัก รอให้กระแสน้ำเชี่ยวยุคเทคโนโลยี่ ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมโลกและจักรวาลวายลงไปก่อน ก็อีกไม่นานปี 2012 นี้เอง

ที่ดาวหางดวงรีๆคล้ายลูกรักบี้ ขนาดใหญ่กว่าโลก 4 เท่า สีแดงผลิตความร้อนในตัวเองจะเลื้อยลงมา ที่ Ecliptic หรือระนาบของดาวเคราะห์กับดวงอาทิตย์ และหมุนกลับตัวจากไปพร้อมกับฉุดรั้งเปลือกโลกไป 90 องศา เปลือกโลกทุกแผ่นเคลื่อนย้ายเปลี่ยนตำแหน่งขนานใหญ่ เมื่อหมดแรงฉุดรั้งเปลือกโลกส่วนขั้วเหนือหยุด แต่ส่วนที่ตามมาพุ่งเข้าปะทะ ทำให้เปลือกโลกหลายๆส่วนมุดซ้อนกันเกิดอาฟเตอร์ช๊อคตามมาอีกนาน กว่าเปลือกโลกจะจัดสรรกันลงตัวเข้ารูปเข้ารอย ใครที่เลือกไปอยู่ในโซนที่เป็น Neutral Zone ได้ก็อาจจะได้รับผลกระทบน้อยหน่อย

โลกทำเลใหม่อากาศประเทศไทยจะคล้ายๆกับเมืองคุณหมิงในปัจจุบัน ที่สดใสอบอุ่นด้วยมิตรไมตรี พร้อมๆกับจิตวิญญาณของชาวแอตแลนตีสที่เฝ้ารอมานาน 13,000 ปี จะได้จุติกลับมาเกิดบนผืนแผ่นดินที่ตนคุ้นชินอีกวาระหนึ่ง  มีข่าวว่านักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซ่าเล็งๆเอาไว้ว่าจะมาร่วมฉลองงานคริสมาส 25 ธันวาคม 2012 ร่วมกันที่ประเทศไทยที่มีข้อมูลทางวิทยาศาตร์สรุปว่า น่าจะเป็นพื้นที่โลกที่มีความปลอดภัยกว่าสถานที่ใดๆบนโลก เป็นการยืนยันในพระอัจฉริยะภาพยิ่งของพ่อหลวงชาวไทย ที่เคยประทานสัมภาษณ์เอาไว้แก่บรรณาธิการนิตยสารแนชชั่นแนลจีโอกราฟฟิค เมื่อ 2525 ท่านลองแวะเข้าไปศึกษารายละเอียดได้  http://ainews1.com/article116.html

ผลึกความหนาวเย็นของน้ำแข็งและชีวิตของต้นไม้

ในยุคแอตแลนตีสท่านนักบวช ที่มีนามว่า รต ไม่สามารถช่วยชีวิตคนส่วนใหญ่เอาไว้ได้ คงมีเฉพาะผู้ที่เชื่อคำพยากรณ์ของท่าน ถึงภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 1 เดือนข้างหน้า ในรอบสิ้นสุด 13,000 ปีในครั้งอดีต  ติดตามท่านลงเรือมาสร้างเมืองใหม่ที่ราบลุ่มแม่น้ำไนล์ ที่อียิปต์ และยุคต่อมาได้สร้างพีระมิด และสฟิงซ์เอาไว้  เพื่อเตือนสติให้ระลึกถึงสัจจะที่ตนเองเคยให้ไว้แก่ตนเอง  รอวาระในรอบใหม่ในอนาคต (ที่ใกล้มาถึงแล้วในปัจจุบัน)  ที่จะมีเหตุปัจจัยแวดล้อมมาประชุมพร้อมกัน  เป็นผลให้ผืนแผ่นดินของชาวแอตแลนตีส ได้โผล่พ้นน้ำทะเลขึ้นมาอีกวาระหนึ่ง ระหว่างประเทศยบราซิลและอาฟริกาในท้องมหาสมุทรแอตแลนติค 

map

 

ซึ่งคุณ Zeta กล่าวไว้ตรงกันกับพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ  ท่านผู้อื่นที่ต่างก็มีญาณทัสสนะอาจไม่มีกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรง  จึงต้องยกให้เป็นภารกิจเฉพาะตนของผู้ที่เคยสร้างเหตุเอาไว้แต่อดีต และมีความผูกพันหรือเคยมีกรรมร่วมกันมา  เป็นผู้เปิดเผย เมื่อวาะโอกาสที่อาณาจักรแอตแลนตีส(ท้ายๆลิงค์นี้) อาจได้คืนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ดังมีรายละเอียดบางตอนอยู่ในกระทู้ ต่างๆใน เว็บบอร์ด ainews1 ที่นำมาเสนอให้ผู้ที่สนใจภาวะสิ่งแวดล้อม ที่กำลังมีผลต่อทุกๆชีวิตได้พิจารณา

แผนที่โลกใหม่ ขอให้ท่านได้ดูไว้ เช่นเดียวกับดูหนังตัวอย่าง ยังไม่ต้องเชื่อแต่ประการใด เอาไว้รอดูของจริง ถ้าเรายังมีชวิตอยู่ ได้เข้าไปในโลกยุคใหม่ ที่ประชากรโลก 7 พันล้านจะเหลือเพียง 10 %

แต่นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันพบว่าทุกอย่างมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่มีอะไรหยุดนิ่งแม้เราจะมองเห็นว่าร่างกายคนเราไม่มีสิ่งเคลื่อนไหวใดๆ ภายในร่างกายปรากฏแก่สายตาของเราก็ตาม แต่เซลล์ทุกเซลล์ในสิ่งมีชีวิต ที่มีอีเล็คตรอน วิ่งอยู่โดยรอบเซลล์ตลอดเวลา ของใครวิ่งเร็ว เซลล์นั้นก็แข็งแรงสุขภาพดี และการตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงยืนยันไว้ นับแต่ได้ตรัสรู้ จะต่างกันก็การใช้สำเนียงภาษาเท่านั้น แต่ในความหมายเป็นสิ่งเดียวกัน ที่นักวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่แล้วได้เริ่มค้นพบสิ่งเล็กๆในร่างกายและของโลกมาโดยลำดับ จนสามารถทดสอบพลังงานเส้นแสงได้ในปัจจุบัน  เป็นการใช้พลังงานใน เลเยอร์ที่ 6 สูงกว่าพลังงานปรมาณู

ลูกหลานพระศรีอริยะเมตไตรย์ ประมาณ พ.ศ. 2420-25 หลวงพ่อฤาษีลิงดำ หรือพระราชพรหมยาน ท่านยังมีชีวิตอยู่ ในโอกาสสำคัญๆบางโอกาส สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่อยู่กับหลวงพ่ออย่างใกล้ชิดตลอดมา นับตั้งแต่หลวงพ่อสำเร็จได้ญาณทัสสนะ บรรลุธรรมจบกิจทางพระพุทธศานาแล้ว ด้วยหลวงพ่อเพิ่งมาลาจากความตั้งใจในภารกิจของพุทธภูมิ ขอเป็นสาวกภูมิในชาติปัจจุบัน จึงยังมีภารกิจตกค้างของผู้ตั้งความปราถนาเป็นพระโพธิสัตว์อยู่อย่างเต็มเปี่ยม ที่จะต้องเตรียมการสงเคราะห์ผู้ที่ติดตามสร้างสมบารมีธรรมร่วมกับหลวงพ่อมาอย่างเนิ่นนาน  หลวงพ่อจึงต้องรับทำภารกิจต่างๆในการสืบทอดพระศาสนา ในยุคของพระสมณโคดมต่อไปอย่างเต็มที่  พร้อมทั้งส่งสริมรวบรวมญาติโยม ที่ติดตามหลวงพ่อมาโดยตลอด ให้รู้วิธีเอาตัวรอดให้ได้ในชาติสุดท้ายที่หลวงพ่อจะไม่เกิดอีกต่อไปแล้ว และองค์พระศรีอริยะเมตไตรย์ได้มาฝากฝังเตรียมการลูกศิษย์ของพระองค์ท่านเอาไว้ไม่น้อยทีเดียว ซึ่งจะปรากฏให้เห็นหลังจากหลวงพ่อมรณะภาพไปแล้ว

จึงมีคำพยากรณ์จากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ผ่านปากของหลวงพ่อปรากฏให้ได้รู้ได้เห็นกัน  ซึ่งศึกษารายละเอียดได้ในเว็บบอร์ดของ ainews1  แต่ระยะเวลาที่ทรงได้พยากรณ์เหตุการณ์อนาคต ความวิกฤตต่างๆของโลก ก็อาจเนิ่นนานสำหรับผู้คนทั่วไป  ทั้งในยุคนั้นที่อาจตายไปแล้วเป็นจำนวนมาก  ผู้คนปัจจุบัน ที่กำลังยึดติดกับโลกวัตถุก็อาจคิดว่าได้ฟังแล้ว จะเชื่อหรือไม่เชื่อดี และก็ไม่รู้จัก และได้ยินเสียงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย  ก็ยังอาจยากที่จะเชื่อว่าจะเป็นจริงที่จะเกิดขึ้น...ก็รอดูกันไปก็แล้วกันยังไม่ต้องเชื่อ

และตอนท้ายๆชีวิตก่อนสิ้นอายุขัย หลวงพ่อยังมีภารกิจรับฝากลูกศิษย์เพิ่มขึ้นจากพระศรีอริยะเมต ไตรย์  ให้ช่วยเตรียมบรรดาลูกหลานที่จะติดตามไปเกิดในยุคที่ท่านจะมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์สุดท้าย ของภัทรกัปป์นี้ไว้กับหลวงพ่ออีกด้วย  จึงปรากฏว่าหลังจากหลวงพ่อมรณะภาพไป  ศาสนิกที่หลั่งไหลมาร่วมงานกุศลที่วัดท่าซุงมีจำนวนมากกว่าเก่าในสมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่เสียอีก  ก็เนื่องด้วยบริษัทบริวารของพระศรีอริยะเมตไตรย์ มีจำนวนมหึมานั่นเอง ที่จะเตรียมจิตใจให้พร้อม ไปรอเกิดในยุคที่พระองค์ท่านจะมาตรัสรู้ในอนาคตอีกนับล้านปีโลก 

พิจารณาดูจากหลายๆปัจจัย พอจะสรุปได้ว่า คนที่ไม่ประมาทนำชีวิตรอดผ่านยุคการปรับเปลี่ยนแกนของโลก ไปสู่ยุคใหม่หลัง พ.ศ. 2560 ส่วนใหญ่จะเป็นพุทธสาวกของพระศรีอริยะเมตไตรย์ นี่เอง (ข้อมูลเพิ่งส่งทอดเข้ามา) ขออนุโมทนายินดีกับทุกๆท่านด้วยเป็นอย่างยิ่ง ที่จะช่วยกันสืบทอดพระศาสนาของพระสมณโคดมต่อไปจวบสิ้นเวลา 5,000 ปี

ภัยพิบัติที่ทะยอยเกิดขึ้นหลังพุทธพยากรณ์ แต่หากได้ทบทวนคำพยากรณ์ของพระพุทธองค์ ที่ตรัสผ่านปากของหลวงพ่อให้ดี ก็จะพบว่า ได้มีเหตุการณ์ต่างๆ เช่นแผ่นดินไหว และเกิดคลื่นซึนามิ เมื่อปลายปี 2547 มีคนเสียชีวิตไปหลายแสนคน ได้เกิดมาแล้ว และพายุนากรีซ ก็เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และปรากฏการณ์น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงทั่วโลก ที่มนุษย์ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ก็แสดงตัวเองให้เห็นตลอดมา ฝนตกหนักผิดปกติ จนไหล่ภูเขาพังทะลาย  ปกติฝนตกอย่างหนักก็ครั้งละ 50 มิลลิเมตร ไม่ใช่ตกรวดเดียว 200 มิลลิเมตร เพียงแต่ว่าจะเตือนสติผู้คนปัจจุบันให้ตระหนักความผิดปกติของธรรมชาติได้ดีเพียงไรเท่านั้น   ถึงอย่างไรก็ยังยกประโยชน์ให้ผู้คนจำนวนมาก ที่ยังไม่เข้าใจและไม่ใส่ใจ ในสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ชิดตนเองเกิดความวิกฤตเต็มทีแล้วก็ตาม เมื่อเร็วๆนี้นักวิจัยภูเขาไฟได้ออกมาให้ข่าวถึงโอกาสที่ภูเขาไฟใต้ทะเลลึก ใกล้ทางใต้ของอิตาลี่อาจระเบิดขึ้นได้ตลอดเวลา สร้างคลื่นสึนามิขนาดใหญ่กวาดล้างพื้นที่เกาะทางตอนตอนใต้ทั้งหมดครึ่งประเทศลงทะเลไป

ปัจจุบันรอยแยกที่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติคกำลังเริ่มแยกตัว นำประเทศอเมริกาห่างจากยุโรปออกไป และจะแยกอย่างรวดเร็วระหว่างที่แผ่นดินในอเมริกาปรับตัว (New Madrid Adjustment) แล้วก้นแอตแลนติคจะแยกตัวอย่างรวดเร็วตามมา เกิดคลื่นสึนามิขนาด200-300 ฟุตเข้ามาปะทะยุโรป อังกฤษจะโดนเต็มๆก่อนโลกจะย้ายขั้ว ผู้ที่คอยฟังข่าวจะได้เห็น 

วิกฤตที่มาเงียบๆเป็นภัยมืดใหญ่ยิ่งของพลโลก  ด้วยเส้นแรงแม่เหล็กที่คลุมโลกอยู่แต่เดิม ในชั้นบรรยากาศข้างบน กลับมีอันกลายมาทับถมอยู่โดยรอบพื้นผิวโลกหนาถึง 2 เมตรในปัจจุบัน ที่ค่อยๆเริ่มมา 8 ปีแล้ว จากผลิตผลของมนุษย์ที่ผลิตสาร CFC และคาร์บอนไซด์ออกไซด์ ในภาคอุตสาหกรรมและถูกปล่อยทิ้งออกสู่อากาศ แทรกซึมไปทุกที่ทั้งในอากาศและในแนวแกนพลังงานแม่เหล็กของโลก ที่มีทั้งพลังปราณและพลังมโนธาตุ จนกระทั่งเกิดการอุดตันที่บริเวณขั้วโลกเหนือ เส้นแรงแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์และดวงดาวในจักรวาลไม่สามารถเดินทางทะลุผ่านไปขั้วโลกใต้อีกต่อไป สร้างปัจจัยแวดล้อมสะสมให้เส้นแรงแม่เหล็กและปาติเกิลเหล่านี้ มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นที่มากดทับสะสมอยู่บนพื้นผิวโลก และกาแลกซี่อันโดรเมดายังส่งประจุลบมาบนโลกมากมายอีกด้วย 

สร้างความเสื่อมให้เกิดขึ้นแก่เซลล์ในร่างกายทั้งหมด  ทำให้เลือดข้นมากขึ้น เกิดโรคภัยร้ายแรงต่างๆตามมาเป็นขบวนยาว ที่ทางการแพทย์ไม่ทราบสาเหตุแห่งโรค จึงไม่ทราบวิธีในการเยียวยา หากทราบสาเหตุแล้ว ก็หาวิธีการนำเอาเส้นแรงแม่เหล็กหนักและร้อนออกจากเซลล์ในร่างกาย ทุกๆวัน (โดยต้องอาศัยการผ่าตัดด้วยพลังจิตของตนเอง ร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ)  โรคภัยที่เป็นอยู่ก็จะทุเลาหายไป เมื่อเซลล์ที่เสียหายได้ถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ และพระพุทธองค์ได้มาเตือนหลวงพี่เล็กให้สร้างเหรียญทำน้ำมนตร์จำนวนหนึ่ง สำหรับใช้เตรียมน้ำมนตร์ที่ช่วยรักษาโรคภัยต่างๆที่จะเกิดในอนาคตไว้ด้วยอีกเช่นกัน ศึกษาได้ที่ลิงค์ http://www.ainews1.com/modules.php?name=Web_Board&file=view&No=238  กรุณาเลื่อนลงไปที่คำตอบ #134

เส้นแรงแม่เหล็กที่มากดทับเซลล์ทั่วร่างกายของสรรพสัตว์ ทำให้เซลล์เสื่อมเร็วขึ้น ยังทำให้หัวใจทำงานอ่อนแรงลงกว่าเก่า จึงเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับนักกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังมากอย่างต่อเนื่อง จะหายใจไม่ทัน และเสียชีวิตอย่างกระทันหัน รวมทั้งผู้สูงอายุทั้งหลายที่เริ่มมีอาการนั่งตาย นอนตายอย่างกระทันหัน โดยไม่มีปรากฏวี่แววใดๆมาก่อน  พระผู้มีญาณทัสสนะ มีความสงสารเป็นห่วงใยมากๆ ที่พลโลกจำนวนมากมายที่จะต้องเสียชีวิต เนื่องด้วยสิ่งแวดล้อมเป็นโทษของเส้นแรงแม่เหล็กหนักและร้อน ที่ปกคลุมพื้นผิวโลกหนาแน่น ในระหว่างการปรับเปลี่ยนแกนโลกครั้งนี้

เส้นแรงแม่เหล็กที่ปกคลุมอัดแน่นอยู่บนผิวเปลือกโลกทุกแห่ง ไม่เพียงแต่เพิ่มความร้อนและเป็นอุปสรรคต่อการหายใจของมนุษย์และสัตว์เท่านั้น ยังทะลุทะลวงเข้าสู่เปลือกโลกชั้นใน ตามรอยแยกต่างๆของเปลือกโลกและชั้นดินทั่วๆไป ทำให้ดินร่วนไม่เกาะกัน พร้อมที่จะพังทะลายเมื่ออิ่มน้ำ  และบริเวณช่องเปิดของภูเขาไฟต่างๆ เช่นที่ไอซ์แลนด์ และยังเพิ่มรอยแตกบนแผ่นดินกว่า 300 กิโลเมตร เปิดโอกาสให้เส้นแรงแม่เหล็กไหลทะลักเข้าสู่เปลือกโลกชั้นในสะดวกยิ่งขึ้น เพิ่มความร้อนให้แก่แมคม่าใต้ผิวโลก และภูเขาไฟใต้ทะเลอีกนับหมื่นๆลูกรอเวลาระเบิดตามมา สำหรับภูเขาไฟใต้ทะเลลึก 450 เมตรใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี่ นักวิจัยภูเขาไฟก็ได้ออกมาให้ข่าวแล้วว่า อาจจะเกิดการระเบิดรุนแรงขึ้นเมื่อไรก็ได้ สร้างคลื่นสึนามิขนาดใหญ่กวาดล้างพื้นที่เกาะทางใต้ของประเทศอิตาลี่ลงทะเลไปทั้งหมด คงต้องรอเปลือกโลกเคลื่อนตัวในช่วง 8/10 และ 9/10 

สิ่งที่กล่าวถึงหลายๆสิ่งยังไม่เกิดขึ้น ยังเป็นแค่คำเตือนของผู้เชี่ยวชาญภูเขาไฟ พลังงานเส้นแรงแม่เหล็กที่ทะลุทะลวงเข้าไปยังเปลือกโลกชั้นใน ไปเสริมพลังความร้อนให้มากยิ่งขึ้น จนมีแรงขับดันให้แมคม่าใต้โลกระเบิดออกมาทางปากปล่องภูเขาไฟต่างๆ มนุษย์ที่ติดตามข่าวจะได้รับทราบเป็นระยะๆไป ที่จะทะยอยการระเบิดขึ้นถี่ยิ่งขึ้นในช่วง 8/10 มีทั้งผลดีและผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้กระแสการไหลของน้ำทะเลปั่นป่วนระหว่างน้ำเย็นและน้ำร้อน และสร้างพายุขนาดใหญ่ที่รุนแรงฉับพลัน เช่นเฮอร์ริเคนระดับ 200 กม./ชม. ที่รัฐควีนแลนด์ของออสเตรเลียเมื่อเร็วๆนี้

ก่อนโลกย้ายขั้ว พายุขนาดใหญ่จะปรากฏตัวขึ้นก่อน โลกย้ายขั้วแล้ว ฝนจะตกหนักต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือนจะตามมา ส่วนอุณหภูมิขึ้นอยู่กับทำเลใหม่ ที่ประเทศนั้นๆจะย้ายไปอยู่

สาร CFC นี้มนุษย์รู้จักผลิตขึ้นมาใช้งานทำการค้าหากำไร แต่ไม่ทราบวิธีแก้ไข จะไม่ให้เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม คือความไม่รู้จริงและการสุกเอาเผากินด้วยความโลภของมนุษย์ ไม่สนใจว่าสิ่งแวดล้อมจะเสียหายอย่างไร ให้แก่ลูกหลานของตนในอนาคต เนื่องด้วยการกดทับของเส้นแรงแม่เหล็ก ที่เอ่อท่วมอยู่บนพื้นผิวโลกเป็นพลังงานหนักและร้อน  กว่าจะล่วงพ้น ปี 2560 โลกจึงจะเริ่มได้รับพลังปราณจากกาแลกซี่ไตรแองกุลัม ที่แกนขั้วเหนือใหม่ของโลกจะหันไปรับพลังงานเบาทางทิศตะวันออก มาหล่อเลี้ยงพลโลกและสรรพสัตว์สิ่งมีชีวิตทั้งภาคกายสสารและกายพลังงาน   ต่างต้องการในการดำรงชีวิตเช่นเดียวกัน  แต่ก็เป็นเรื่องแปลกที่มนุษย์ทุกชีวิตต่างต้องการพลังปราณอย่างยิ่ง แต่กลับไม่ย้อนคิดบ้างว่า แทนที่จะทำตัวเป็นผู้รับเอาอย่างเดียว จะลองเป็นผู้ให้บ้างไม่ได้หรือ

ท่านที่มีโอกาสทราบแล้ว ขอให้ติดตามข่าวเคลื่อนไหวต่างๆอย่างต่อเนื่องแล้วจะตระหนักดีด้วยตนเองยังไม่ต้องด่วนสรุปตามที่เสนอให้ทราบแต่อย่างใด แม้จะได้แสดงออกในฐานะกัลยาณมิตรคนหนึ่งก็ตาม ปัจจุบันของดีเหลืออยู่เพียง 1 ใน 4 เท่านั้น จึงควรใช้ปัญญาของตนกรองเอาให้รอบคอบที่สุด ถ้าตราบใดที่เรายังมองไม่เห็นใจ หรือแสงออร่าเหนือศรีษะด้วยตัวเราเอง

มาตามดูต่อไปที่เป็นข่าวฝากของน้องเมย์ ในกระทู้ # 192 ในเว็บบอร์ด ainews1 ที่รับภาระมาจากหลวงพ่อประเสริฐ ที่มีสำนักสงฆ์ อยู่ที่ สระบุรี  ที่เต็มไปด้วยความเมตตาสงสารผู้คนทั่วโลก และบรรดาลูกหลานในประเทศไทย ได้ส่งสัญญาณไฟแดงแล้ว ตั้งแต่ 2552 ไปแล้ว ลูกหลานในประเทศนี้ จะได้พบเจอสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศของตน  จนผู้คนจำนวนมากที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่สามารถครองสติสัมปชัญญะ ได้เหมือนเดิม อาจครึ่งบ้าครึ่งดี หรือเสียสติไปเลย อันเนื่องมาจากความหฤโหดของธรรมชาติ ทั้งเสียงแสง สารพัด ที่น่าสพรึงกลัว จากพลังอาฆาตแค้นของเจ้ากรรมนายเวรที่เก็บสะสมพลังแค้นไว้เป็นหมื่นๆปี ที่จะฉกฉวยโอกาสโลกวิปริตนำเอา ดิน น้ำ ลม ไฟ เสียง และแสง นาๆชนิดมาเล่นงานผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้ราบคาบ แม้ยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่รู้ตัวเอง ที่เราเรียกว่าคนบ้านั่นเอง แต่ยังมีชีวิตเดิน นั่งนอนอยู่ได้ อย่างน่าสงสารยิ่งนัก

ผู้ที่ไม่เคยอยู่ในเหตุการณ์มาก่อน ก็อาจยังนึกไม่ออก ว่าเหตุไรธรรมชาติที่อยู่ดีๆจึง เกิดภาวะการณ์ที่โหดร้ายทารุณเช่นนั้น ผลทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น มีเหตุปัจจัยรองรับทุกเหตุการณ์ ไม่ว่ามนุษย์จะสามารถตามรู้ได้หรือไม่ก็ตาม และทำให้ผู้คนสูญเสียชีวิตทั่วโลกมากมาย อย่างที่หลวงปู่ประเสริฐ ท่านให้ภาพรวมๆเอาไว้ ให้ผู้ที่ไม่ประมาท นำไปพิจารณากันเอง  และยังให้พรไว้ให้ทุกๆคนพยายามเอาตัวรอดไปถึงยุคชาวศิวิไลให้ได้หลัง พ.ศ. 2560 ไปแล้ว โลกจะสงบสันติอีกครา  และผืนแผ่นดินไทย จะเจริญรุ่งเรือง เหมือนเช่นที่ ในหลวงของเรา (ธผู้ทรงอภิญญาสูงที่สุดในแผ่นดิน) เคยให้สัมภาษณ์ นิตยสาร แนชเชอราลจีโอกราฟฟิค เอาไว้ เมื่อ พ.ศ. 2525  

อ่านต่อ...