ทุกคนเกิดมาครั้งนี้แล้ว ต้องค้นหาหนทางใช้วิกฤตโลก มาเป็นโอกาสให้แก่ตนเองอย่างสูงสุดให้ได้ ทุกคนตั้งใจมาเกิดในช่วงรอยต่อของ 13,000 ปีเก่าไปสู่ยุคใหม่อีก 13,000 ปี กับกาแลกซี่ใหม่ที่มีพลังงานเบา และดีสำหรับมนุษย์ชาติ  เพื่อใช้วิกฤตโลกครั้งนี้เติมเต็มให้แก่ชีวิตที่ต้องเวียนตายเวียนเกิด ให้มันสิ้นสุดเสียที เพียงแต่มนุษย์แต่ละคนมาสูญเสียความตั้งใจเดิมไปในช่วงที่ต้องมาอยู่ในท้องแม่ 9-10 เดือน ทำให้ความตั้งใจเดิมถูกลบออกไป

รอบ 13,000 ปีเก่าของโลกและจักรวาลกำลังจะปิดฉากลง ในวันที่ 21/2012 และล้มลุกคลุกคลานกับพิบัติภัยที่เกิดขึ้นจากการโฉบเข้ามาในวงโคจรของสุริยะจักรวาลในมุมทะแยง 30 องศา                                              ของดาว นิบิรุ ทุกๆ 13,000 ปี ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ..http://www.youtube.com/watch?v=hTLyli2ctZM&feature=related 

ผลกระทบต่อโลกของดาว นิบิรุ ระหว่างที่โคจรเข้าใกล้โลก อยู่ประมาณ 2 ปี ใกล้ชิดโลกในราว พ.ค. 2012จนกว่าพ้นไปในวันที่ 1 กรกฎาคม 2014 แล้วโคจรเป็นวงรีกลับมาพบกันใหม่ในอีกคราในอนาคตอีก 13,000 ปี มาร่วมกันเคลื่อนย้ายสุริยะจักรวาลจากแรงดึงดูดของกาแลกซี่ไตรแองกุลัม กลับมาสู่แรงดึงดูดของกาแลกซี่ทางช้างเผือกอีกรอบ

  • ปี 2012 จะเริ่มมีปฏิริยาต่อมวลสภาพอากาศบนโลก เศษหินในอวกาศที่มากับดาวนิบิรุจะตกลงมาบนพื้นโลก เป็นฝนดาวตกที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตบนโลก สำหรับบางส่วนที่ไหม้ไม่หมดบนชั้นบรรยากาศของโลก
  • วันที่ 21 ธันวาคม 2012 ปิดฉากยุคเก่า ก่อหายนะครั้งยิ่งใหญ่จะเกิดบนพื้นแผ่นดินแผ่นน้ำ อย่างที่ใครๆไม่เคยคาดคิดพบเห็นมาก่อน
  • วัน14 กุมภาพันธ์ 2013 วันนั้นเป็นวันที่ นิบิรุ+โลก+ดวงอาทิตย์ +ดาวเคราะห์ทุกดวง โคจรมาอยู่แนวแกนเดียวกัน แกนแม่เหล็กโลกจะเปลี่ยนไป  ดาวทุกดวงร่วมกันส่งพลังงานแม่เหล็ก ยิงคลื่นไปที่ดาวหลุมดำของใจกลางกาแลกซี่ทางช้างเผือก เพื่อรับแรงสะท้อนกลับผลักให้สุริยะจักรวาลเคลื่อนย้ายไปสู่กาแลกซี่ไตรแองกุลัมทางทิศตะวันออกอีก 13,000 ปี สร้างผลกระทบทุกด้านแก่โลก อย่างที่ชาวโลกไม่คาดคิดมาก่อน ด้วยหลักฐานเก่าเมื่อ 13,000 ปีที่ผ่านมาไม่มีปรากฏเหลือให้อ้างอิงสืบค้น
  • โลกจะหยุดหมุนรอบตัวเอง 3 วัน แผ่นดินจะแยกตัวเป็นเสี่ยง น้ำทะเลจะเป็นคลื่นมหาอภิสึนามิ ถล่มตามเมืองชายทะเลทุกแห่ง
  • เมื่อแผ่นดินเคลื่อนตัวตามเปลือกโลก ลาวาก็จะทะลักขึ้นมาเกิดเป็นภูเขาไฟมากมาย ทั้งบนบกและใต้ท้องทะเล เกิดพลังงานความร้อนมหาศาลเพื่อทำลายมลภาวะที่อุดตันขั้วเหนือเก่าให้หมดสิ้นไป พร้อมกับหันขั้วโลกเหนือใหม่ชี้ไปทางทิศตะวันออกที่ตั้งของสฟริงซ์ในปัจจุบัน นำพื้นที่ประเทศไทยที่เหลือเข้าใกล้ขั้วโลกเหนือใหม่ เหลือเพียง 1 ใน 3 ของระยะทางปัจจุบัน ทำให้มีอากาศหนาวเย็น เป็นหนึ่งในคำตอบว่าทำไมพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย จึงนำพืชผักเมืองหนาวมาทดลองปลูก บนดอยสูงอ่างขางล่วงหน้านับสิบปี ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล
  • แผ่นดินที่เคยอยู่ใต้ท้องน้ำก็จะโผล่มาอยู่เหนือน้ำ เช่นอาณาจักรแอตแลนตีสอันกว้างใหญ่และเจริญรุ่งเรืองมากในอดีต ส่วนที่เคยเป็นยอดเขาอาจจะยุบตัวลงไปเบื้องล่าง เช่นยอดเขาหิมาลัยลงมาเป็นพื้นราบอันอุดมสมบูรณ์ รักษาสมดุลของน้ำทะเลและแผ่นดินในอัตราส่วน 3 ต่อ 1 เอาไว้
  • แน่นอนผู้คนหลายพันล้านชีวิตต้องจบลง บ้านเมืองถล่มทลาย ถอยหลังความเจริญทางวัตถุไปอีก 50-70 ปี

(หลายๆอย่างที่กล่าวแล้วข้างต้น เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ และองค์การนาซา และท่านผู้มองเห็นจากญาณทัสสนะ ซึ่งต่างจากการนึกคิดจากสมอง หลายๆท่านได้อ่านแล้วยังไม่ต้องเชื่อข้อมูลนี้โดยทันที แต่ให้คอยตื่นตัวติดตามสังเกตความผิดปกติของสิ่งแวดล้อมโลก ที่จะทะยอยเกิดขึ้นตามมา แล้วท่านก็จะได้จิ๊กซอร์มาต่อภาพได้ชัดเจนด้วยตัวของท่านเอง โดยต้องแลกกับการสูญเสียโอกาสในการเตรียมชีวิตของท่านและครอบครัว เพื่อเผชิญเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงของโลก และจักรวาลครั้งนี้ทุกๆรอบ 13,000 ปี  ซึ่งมีเหลือน้อยวันลงทุกที เป็นสิ่งที่ท่านต้องแลกเอา)

แต่ถึงอย่างไรมนุษย์มีสติปัญญา และมาศึกษาเพิ่มเติมได้จากผู้ที่สำเร็จได้ญาณทัสสนะ จะช่วยชี้แจงให้ความกระจ่างแก่เรา จนสามารถฟื้นความตั้งใจเดิมก่อนมาเกิดได้  และเลือกทำความเพียรต่อไปให้บรรลุจุดมุ่งหมาย ให้ได้พบ 'ทาง' และวิธีการคืนกลับบ้านเดิมยังแดนนิพพานต่อไป  เป็นกลุ่มเป็นคณะร่วมกัน (หาความรู้เพิ่มเติมที่ กระทู้ 59 ลงไปที่คำตอบ # 44)

ดังนั้นให้เราพากันมาค้นหาเครื่องมืออุปกรณ์ชนิดใดบ้าง ที่จะช่วยเราให้บรรลุความตั้งใจดังกล่าวแล้วข้างต้นลงให้จงได้ ในระยะเวลาอันจำกัด ที่หลวงปู่ใหญ่เป็นห่วงว่ามันจะทันละหรือ ลองแวะที่ลิงค์นี้ว่ามีสาระอะไรบ้าง

http://ainews1.com/article231.html

เครื่องมืออุปกรณ์ สำหรับใช้ระหว่างยังดำรงชีวิตอยู่

คาถากำแพงแก้ว 7 ชั้น

พุทธัง สัตตะรัตนะมหาปาการัง สะระณัง  คัจฉามิ

ธัมมัง  ,, .................................                ,,

สังฆัง   ,,...................................              ,,

ภาวนาแล้ว จินตนาการให้เห็นโดมแก้วรัตนะมหึมาคุ้มกัน  แม้อยู่ในถิ่นอันตราย ศัตรู และสัตว์ร้าย ไม่อาจทำอะไรได้ กลางคืนก่อนนอนสวด 7 จบ แล้วนึกเห็นโดมแก้วรัตนะพร้อมกับอาราธนาอัญเชิญยันตร์ สัมปจิตฉามิ ของ พระพุทธเรวัตตะพุทธเจ้า คลุมอยู่ทั่วทั้งโดม ใช้ป้องกันสรรพภัย ที่ทรงประสิทธิภาพเหนือจักรวาล เสร็จแล้วแยกกายพลังงานกราบที่แทบเท้าพระพุทธองค์ พระธรรม และพระสงฆ์เจ้าทั้งมวล พร้อมๆกันทุกๆพระองค์

คาถาเป็นเครื่องช่วยยกกำลังจิตให้แน่วแน่มั่นคง ความสำเร็จเกิดขึ้นด้วยพลังของจิตของเรา ที่ตั้งมั่น ในพระรัตนตรัย ว่าเป็นที่พึ่งได้จริง จิตของเรามีพลังมากหากรวมเป็นหนึ่งหรือตั้งมั่น นึกถึงดาวอังคาร ก็คลิกเดียวก็ถึงแล้ว เมื่อฝึกจนชำนาญจะะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่น แล้วก็สามารถประยุกต์ใช้ในเรื่องต่างๆได้อีกมากมาย โดยทั่วๆไปมนุษย์ใช้พลังจิตเพียง 7 % เท่านั้นในชีวิตประจำวัน หากฉุกใจและนำพลังจิตของตนมาใช้ทั้ง 100 % จะสะดวกและผ่อนกำลังกายสสารได้ขนาดไหน?

มหิทธานุภาพของพระรัตนตรัย นั้น มีคุณต่อผู้ที่ภาวนาระลึกนึกถึงอยู่เป็นประจำทุกวัน ให้ผลแก่ผู้ภาวนาอย่างไรบ้าง ลองแวะศึกษาอีกซักตัวอย่างที่ ../article405.html

ศึกษารายละเอียดความเป็นมาของ สัมปจิตฉามิ ของสมเด็จ พระพุทธเรวัตตะพุทธเจ้า ได้ที่ กระทู้ # 235 คำตอบที่ 12