หลักการใช้พีระมิด บำบัดรักษาสุขภาพโดยย่อ แนะนำ

                            โดยท่านอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ

25/01/11 ณ  KU HOME

ท่านอาจารย์คิดค้น การใช้พีระมิด เพื่อสงเคราะห์  ผู้ปฏิบัติธรรมที่วัดดอยเกิ้งเนื่องจากมี ปัญหาสุขภาพ  ผู้เชี่ยวชาญคนเดียวของโลก เนื่องจากภาวะปัจจุบัน แกนแม่เหล็กโลก ถูกปกปิดด้วยสาร CFC มีเทน คาร์บอนไดออกไซด์ และกาซพิษอื่นๆ ทำให้แกนพลังงานแม่เหล็กโลกถูกอุดตันเส้นแรงแม่เหล็กไหลเข้าขั้วเหนือไม่ได้ ทำให้สิ่งมีชิวิตบนโลกขาดพลังปราณที่โลกเคยมีให้ โดยโลกรับมาจากดวงอาทิตย์  สำหรับแบ่งปันให้สิ่งมีชีวิตบนโลก เป็นเหตุให้พลังแม่เหล็กที่โลกรับมาจากดวงอาทิตย์  ลงมาห่อหุ้มรอบเปลือกโลกแทน  โดยไร้แกนพลังแม่เหล็กและพลังปราณ และพลังมโนธาตุ และธาตุว่าง เข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว

เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์เสื่อมถอยลง  เลือดข้นขึ้น หัวใจทำงานหนักมากขึ้น เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากหัวใจล้มเหลวเพิ่มจำนวนขึ้น ขณะเดียวกันเชื้อโรคมะเร็งขยายตัวมากยิ่งขึ้น  ดวงตาผู้คนส่วนใหญ่ไม่เป็นประกายดูหมองๆ  ผิวซีดสีเหลืองหายใจติดขัดไม่ทั่วท้อง  และกระตุ้นให้เชื้อโรคไวรัสและแบคทีเรียกลับมาระบาดอีกรอบหนึ่ง จนถึงปลายปี 2555

เส้นแรงแม่เหล็กหุ้มเปลือกโลก เส้นแรงแม่เหล็กที่ถมทับอยู่บนเปลือกโลก เข้าทับเซลล์ของร่างกายมนุษย์ ทำให้เลือดข้นไหลเวียนไม่สะดวก  เป็นโรคมะเร็งและโรคต่างๆที่เยียวยาด้วยยาแบบเดิมใช้ไม่ได้ผลเต็มที่  และไม่หายขาด  หรือนำเอาเส้นแรงแม่เหล็กในเซลล์ต่างๆที่ให้โทษแก่เนื้อเยื่อในร่างกายออกไม่ได้นั่นเอง  และทางการแพทย์แผนปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุนี้ ที่เพิ่งแพร่ระบาด มา 8 ปี (ถึงปี 2552)  เมื่อมีคนไข้เสียชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ ทางการแพทย์ปัจจุบันทราบแต่เพียงว่าคนไข้หัวใจล้มเหลว กินใจความกว้าง แต่ไม่ทราบสาเหตุการตายที่แท้จริง

ยังไม่มีวงการแพทย์หรือนักวิทยาศาตร์ตระหนักว่า คลื่นแม่เหล็กที่แผ่ออกมาใต้สายส่งไฟฟ้าแรงสูงตลอดแนว แม้ทำการเกษตรก็ได้ผลน้อยมากพืชแคระแกรน  มีสาเหตุมาจากการถูกรบกวนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่แผ่ออกมาจากสายส่งแรงสูงนั่นเอง พระอาจารย์ ใช้ ญาณทัสสนะ และสันตติ ตามวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนไป  และพบสาเหตุที่กล่าวแล้วข้างต้นทั่วโลก  และเป็นห่วงว่าคนบนโลกจะเสียชีวิตเนื่องจากหายใจไม่ออกมากมายในอนาคต ในปอดและหลอดลมสะสมเสมหะซึ่งเป็นอาหารโปรดของเชื้อโรคอย่างโอชะมากขึ้น

สำหรับผู้ที่มองเห็นจำนวนผู้สูญเสียชีวิตจากภัยมืดนี้แล้วรู้สึกสงสารยิ่ง ซึ่งเป็นกรรมของมนุษย์ส่วนใหญ่ ที่มีคนส่วนน้อยที่เห็นแก่ความโลภของตนเป็นที่ตั้ง เร่งพัฒนากอบโกยในภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องมา 40 ปีสร้างผลกรรมนี้เอาไว้ ทิ้งขยะและมลภาวะที่เป็นพิษเอาไว้แก่สิ่งแวดล้อมของโลกมากมาย 

ในทางดาราศาสตร์ ทราบดีว่า พลังงานแม่เหล็กปกติที่ห่อหุ้มอยู่รอบโลก ในชั้นบรรยากาศระดับสูง และมีพลังแกนแม่เหล็กปกติเดิมนั้น  จะทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังรังสีอันตรายต่างๆให้แก่โลก ในแถบเสปรค ตัมคลื่นสีม่วงเข้ม  ร่วมกับบรรยากาศชั้นโอโซน  เมื่อโลกขาด Shield แม่เหล็กกรองรังสีอันตรายที่มาจากดวงอาทิตย์ มนุษย์และสัตว์ต่างๆบนโลก จึงมีโอกาสได้รับอันตรายจากรังสีคอสมิค อุลตร้าไวโอเร็ต และรังสีอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังมากขึ้นผิดปกติ  แถมจากการเสียชีวิต โดยหัวใจหยุดเต้นง่ายแบบเฉียบพลัน ไม่ว่ายืนหรือนั่งอยู่

วิธีแก้ไขอาการป่วยไข้ของมนุษย์ ด้วยอุปกรณ์พีระมิด ที่อาจารย์เชี่ยวชาญมาแต่อดีตชาติ  สมัยอยู่ในอาณาจักรแอตแลนตีส น่านเจ้า และอียิปต์ ดังต่อไปนี้

  • ใช้แถบพีระมิดเรียงเป็นเส้นตรง 5 ก้อน 2 แถบ วางชี้ในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก (รับพลังปราณจากกาแลกซี่ไตรแองกุลัม) อยู่ด้านหน้าของผู้ที่จะรับการบำบัดที่นั่งหันหน้าไปในทิศเดียวกัน ส่วนอีกแถบวางในแนวเดียวกันชี้ไปทิศตะวันออก แต่อยู่ทางด้านหลัง ที่ตัวผู้รับการบำบัด กลัดเหรียญธรรมจักรของอาจารย์ พร้อมหลอดพีระมิด ติดตั้งแนวดิ่ง ที่ 2 ด้านของเหรียญ พีระมิดทั้งหมดทำหน้าดูดและขับพลังเส้นแม่เหล็ก และสิ่งที่ไม่ปรารถนาอื่นๆในร่างกาย และจิตใจออกทิ้งไปสู่อวกาศ ท่านอาจารย์ดึงพลังปราณบริสุทธิ์จากดวงอาทิตย์ มาเก็บสต๊อคไว้ที่พีระมิดใหญ่ที่อียิปต์ แล้วใช้พลังจิตต่อเชื่อมพลังปราณนั้นมาที่เครือข่ายพีระมิดย่อยๆอีกทั่วทุกแห่ง ให้แก่บรรดาศิษย์ที่ใช้อุปกรณ์ที่ท่านอาจารย์ผลิตคิดค้นขึ้นมาได้อย่างทั่วถึง  จึงไม่แปลกใจแม้ใช้พีระมิดเล็กๆก็จริง แต่สามารถดึงพลังงานมาให้แก่ผู้ใช้อย่างเพียงพอตลอดเวลา แม้ชั้นบรรยากาศของโลกจะมีสาร CFC  มีเทน คาร์บอนไดออกไซด์ ฯลฯ ที่มนุษย์และสัตว์บนผิวโลกรับพลังปราณโดยตรงเองไม่ได้ก็ตาม ต้องพึ่งพาพีระมิดชนิดพิเศษ ที่ท่านอาจารย์ใส่โปรแกรมจิต สั่งให้ปิดเปิดทำงานได้ทุกที่บนโลก (โดยท่านอาจารย์สาธิตให้ชมเองในตอนท้ายการฝึกอบรม) และธาตุรู้ในพีระมิดนี้ ยังทราบปัญหาของจุดต่างๆในร่างกาย ที่ต้องการบำบัดแก้ไข รวมทั้งความอัดอั้นความทุกข์ทางใจทุกประเภท ให้จางคลายได้อีกด้วย ใช้ประโยชน์ได้พร้อมทั้งด้านรูปธรรม และนามธรรม พร้อมสำหรับการต่อยอดฝึกสติให้เต็มรอบ ได้สะดวกยิ่งขึ้นศึกษาวิธีการที่ http://www.ainews1.com/modules.php?name=Web_Board&file=view&No=196   คำตอบ#89
  • ผู้ที่จะรับการบำบัดนั่งสมาธิ ปิดตาลงเบาๆกำหนดเส้นพลังพีระมิด จากแถบด้านหน้าต่อเชื่อมกับแถบที่วางอยู่ด้านหลัง และมีเหรียญธรรมจักรอยู่ตรงกลาง จะใช้จินตนาการเส้นเดี่ยวหรือหลายเส้นก็ได้ แล้วโน้มตัวไปทางด้านหน้า และโยกมาทางด้านหลัง เรียกว่าเอาเส้นพีระมิด ที่เกิดในจินตนาการมาถูหรือเสียบเข้าที่จุดบกพร่องในร่างกาย บางกรณีจะรู้สึกเจ็บก็ให้ทนเอา หรือมีเลือดที่คั่งค้างออกมาก็ไม่ต้องตกใจ  ให้เลือกทำไปที่ละจุด ชำนาญแล้ว ทำพร้อมๆกันหลายๆที่ก็ได้ มีเรื่องคับแค้นในใจ ที่หัวใจ หรือมีปัญหาที่เซลล์สมอง ก็ใช้เส้นพีระมิด ไปถู และเสียบทะลุจุดต่างๆที่เกิดปัญหาในร่างกาย และถูไปมา โดยการโยกร่างกายในแนวทิศตะวันออก หมั่นตั้งใจทำไปจนกว่าจะรู้สึกทุเลาอาการว่าเป็นมากหรือน้อย เป็นวิธีผ่าตัดเซลล์ด้วยเส้นแสงพีระมิดและจิตของเรา ร่วมกับพลังมโนธาตุของท่านอาจารย์ที่ใส่ไว้ในพีระมิด ให้เซลล์ที่ชำรุดกลับมาเป็นปกติ เรียกว่าวิธีการใช้คลื่นสั่นสะเทือน หรือ Vibrational Medicine ที่ใช้กันมาแต่โบราณกาลก่อนพุทธกาล
  • ส่วนระบบการหายใจที่ติดขัด หายใจได้ไม่ลึก เหรียญ และพีระมิด ที่ติดอยู่ 2 ด้านของเหรียญ จะช่วยขจัดเอาเส้นแรงแม่เหล็กหรืออาการเจ็บป่วยทั้งทางกาย และทางใจออกทิ้งไป และนำพลังปราณเละมโนธาตุเข้ามาบำบัดเซลล์ให้แข็งแรงขึ้น และช่วยให้การหายใจได้ทั่วท้องยิ่งขึ้น

อีกวิธีใช้เขย่า วางแถบพีระมิดเช่นเดียวกับวิธีข้างต้น แต่เปลี่ยนทิศการนั่งหันหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ นั่งนึกจุดที่ต้องการบำบัด และให้พลังเหรียญธรรมจักรและพีระมิดเขย่า และเผาจุดที่บำบัด หรือเขย่าให้หลุดออกไป  โดยมีเส้นที่เกิดจากแนวแถบพีระมิด พาดผ่านจุดที่ต้องการบำบัดอยู่แล้ว หากสัมผัสอาการเขย่าโยกคลอนแล้ว ใส่ความรู้สึกตอบสนองทางกายเพิ่มเข้าไปก็จะเกิดการหมุนหรือโยกโคลงได้  แต่ละกรณีจะไม่เหมือนกัน  ผู้ไม่ชอบแบบถูด้วยเส้นจะใช้แบบนี้ก็ได้

แบบสุดท้าย ใช้วิธีกำหนดจุดที่บกพร่องหรือเจ็บป่วย ที่ร่างกาย และความรู้สึกที่ใจต่ออาการนั้น แล้วกำหนดเอาจิตไปไว้ตรงกลาง โดยต้องจูนว่าจิตกระเดียดไปทางซีกไหนก่อน พยายามจูนจิตให้อยู่ตรงกลาง ไม่ยึดติดที่จุดที่มีอาการหรือที่ใจ คำว่าตรงกลางไม่ใช่กลางระยะทาง กลางของความรู้สึกของจิต ที่ไม่เน้นความสำคัญของข้างใดข้างหนึ่ง หรือไม่ไปชิดนาย ก. หรือให้ความสำคัญแก่นาย ข. เพียงรู้ว่าทั้งสองด้านมีนาย ก. และนาย ข. อยู่ ทำจิตนิ่งๆรักษาความเป็นกลางอยู่อย่างนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้เหรียญและพีระมิดทำหน้าที่บำบัดรักษา จุดที่ร่างกายเจ็บป่วย  จะรู้สึกสัมผัสอาการได้ระหว่างบำบัดแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของโรค

ทั้ง 3 วิธี ถ้าสามารถจัดหาแถบพีระมิดเพิ่มอีก 1 คู่วางควบกันห่างระยะ 10 เซ็นติเมตร หรือใช้วางขนาบด้านข้างกายผู้ปฏิบัติ จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดรักษามากยิ่งขึ้น อาจารย์ไม่เน้นใช้ แต่เปิดช่องให้ผู้มีความพร้อมจัดหาได้ นำมาเสริมเข้าไป

สำหรับผู้ป่วย จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆครบสูตร เช่น เครื่องฟอกอากาศ ดื่มน้ำ พี1900 และ เอ็ม1900 ทานอาหารเสริม ควบ 3 ชนิดเป็นเซ็ท คือสาหร่ายสไปรูไรน่า พลูคาว และใบมะรุม ที่ผ่านการเพิ่มพลังปราณ และพลังมโนธาตุ ของอาจารย์ และเตียงพลังพีระมิด ช่วยการบำบัดทั้งกายสสาร และกายพลังงาน ไปพร้อมๆกัน  สอบถามราคาทั้งหมดแล้ว ย่อมเยากว่าทั่วๆไป ที่ไม่สามารถนำตัวผลิตภัณฑ์มาเปรียบเทียบกันได้ (ในความเข้าใจของผู้บันทึก)  ทั่วๆไปในท้องตลาดจะเป็นตำหรับต่างๆ ตามหลักวิทยาศาสตร์ภาคสสารเท่านั้น ยังห่างไกลด้าน Vibrational Medicine

ข้อน่าสังเกต น้ำหมักชีวภาพทุกชนิด จัดอยู่ในจำพวกธาตุดับ ทั้งสิ้น ผู้สันทัดใกล้ชิดติดตามศึกษากับท่านอาจารย์มาเป็น 10 ปี แนะนำว่า น้ำหมักต่างๆเหมาะกับด้านเกษตรกรรมเท่านั้น ไม่ควรนำมาใช้บริโภคหรือบำบัดรักษาร่างกาย  จะไม่เกิดผลที่น่าพอใจแก่ร่างกาย เนื่องจากเป็นธาตุความดับนั่นเอง แต่นักวิทยาศาสตร์และผู้คนทั่วไปไม่เข้าใจหรือรู้จักธาตุความดับ นอกจากผู้ที่มีญาณทัสสนะเท่านั้น จึงใช้จิตตรวจสอบประเภทสิ่งของถึงสถานะที่แท้จริงได้  โดยสันตติจะบอกเรื่องราวทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา

อุบายในการกำหนดจุดบำบัด และเยียวยาปัญหาคับอกคับใจ โลภ โกรธ หลง ไห้หมดไปจากใจ ให้โปร่งโล่งเบา  กำหนดให้เส้นพลังพีระมิด กำจัดออกจากใจได้หมด แม้เรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กๆก็ตาม อุปกรณ์พีระมิด ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติศาสนาเพื่อการหลุดพ้น แต่อาจารย์สัดทัดเรื่องเกี่ยวกับพีระมิด เป็นทุนเดิมอยู่ก่อนในชาติอดีต จึงนำมาฟื้นและดัดแปลงใช้สงเคราะห์ผู้ปฏิบัติธรรม ที่ร่างกายมีปัญหาเจ็บป่วยจากสนามแม่เหล็กโลกแปรปรวน ฐานของอารมณ์กำหนดที่หัวใจ เป็นเป้าสำหรับเส้นพีระมิด ทำการผ่าตัดอารมณ์ต่างๆออกทิ้งไป

และใจเจ็บป่วยมีปัญหาขัดข้องต่างๆทางโลกทางธรรม ก็ใช้แก้ปัญหาด้วยพีระมิดได้ด้วย นับว่ามีสรรพคุณใช้ได้รอบตัวทีเดียว ในทางที่เกิดประโยชน์ตน และไม่เบียดเบียนคนอื่น  และควรมีโอกาสได้เข้ารับการอบรม ถามไถ่ข้อสงสัย จากพระอาจารย์โดยตรง จะสร้างความเข้าใจ ไปพร้อมๆกับการเจริญศรัทธา ในวิธีการค้นคว้าและการสอนของท่านอาจารย์รัตน์ ที่มุ่งสงเคราะห์รักษาชีวิตของผู้คนเอาไว้ให้มากที่สุด  หลังเกิดพิบัติภัยของโลก ใน ปี 2012 ผ่านพ้นไป  แล้วท่านที่สนใจการแพทย์ทางเลือกด้านพีระมิด จึงค่อยตัดสินใจ ชีวิตของท่านด้วยตนเองต่อไป

ส่วนเรื่องชาวดาวอังคารมาช่วยเหลือชาวโลก  ต้องมาฟังและซักถามท่านเองท่านจึงจะเล่าให้ฟัง กึ่งๆนิทานเรื่องจริง ท่านอาจารย์กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า หากผู้มีพีระมิดใช้อยู่แล้ว ก็สามารถกำหนดจิต ติดต่อกับชาวโลกอังคารได้ และท่านอาจารย์เอง เขาติดจานรับสัญญาณให้ที่สบักหลัง 2 ด้าน ท่านจึงต้องนอนตะแคง ไม่สะดวกในการนอนหงาย ไปปิดจานรับสัญญาณของผู้ติดตั้ง 

ท่านผู้ใดที่สนใจติดตั้งจานรับสัญญาณของชาวโลกอังคาร ก็ลองติดต่อเขาได้ด้วยตนเอง ตามที่ท่านอาจารย์แนะนำไว้ เคยทราบมาว่าติดตั้งไว้สำหรับดูแลสุขภาพร่างกาย จากศิษย์ของท่านอาจารย์ท่านหนึ่งที่เป็นสุภาพสตรีอดีตอาจารย์จากม.ราชภัฏเชียงใหม่ โดยมีข้อแม้ว่าผู้นั้นต้องมีแสงออร่าเหนือศรีษะที่ผ่านการยอมรับของเขาแล้วเท่านั้น  เรื่องของจานสื่อสารชาวดาวอังคารที่ได้ติดตั้งไปแล้วหลายคน น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าการดูแลสุขภาพ  เนื่องจากเขากำลังจัดทีมงานมาจัดตั้งศูนย์อพยพผู้ได้รับภัยพิบัติอยู่ทั่วโลก และบอกกับท่านอาจารย์ด้วยว่า จะพยายามลดความเสียหาย และความรุนแรงของการเปลี่ยนแกนโลกนำขั้วเหนือใหม่มาอยู่ที่ตำแหน่งสฟิงซ์ทางทิศตะวันออก ให้ดีที่สุด ให้ปลอดภัยแก่ชาวโลกมากที่สุด ก็ยังไม่ทราบว่าจะช่วยได้มากน้อยเพียงใด  เอาไว้รอดูของจริงด้วยตัวท่านเองก็แล้วกัน ปลายปี 2012 ก็จะได้สัมผัสของจริง

ปัจจัยที่โลกกลับขั้วนั้น ดร.เอ็ดการ์ เคซี่ย์ อดีตผู้เชี่ยวชาญทางจิตศาสตร์ของอเมริกา ผู้มีผลงานทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้า และเรื่องในอดีตเป็นหมื่นเป็นแสนปี กล่าวถึงดาวฤกษ์ ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลก 2 เท่าที่จะโคจรเข้ามาใกล้โลก วนรอบดวงอาทิตย์ ส่งพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่จะทำให้โลกพลิกขั้วเกิดขึ้น ปัจจุบันทางองค์การนาซ่า ได้ทราบแล้วว่าคือดาว นิบิรุ ที่โคจรมาวนรอบดวงอาทิตย์ทุกๆ13,000 ปี

พร้อมกับมาเป็นดาวหัวแถวของพระอาทิตย์และดาวเคราะห์ทั้ง 9 ดวงเรียงตัวกันเป็นเส้นตรง ร่วมกันส่งพลังเส้นแรงแม่เหล็กไปยังศูนย์กลางของกาแลกซี่ทางช้างเผือก เพื่อรับพลังงานสะท้อนกลับผลักให้ระบบสุริยะจักรวาลเคลื่อนที่ไปสู่แรงดึงดูดของกาแลกซี่ไตรแองกุลัม ทางด้านทิศตะวันออกไปอีก 13,000 ปี สลับไปมากับกาแลกซี่ทางช้างเผือกปลายปี 2012 นี้ เกิดแสงวาบสว่างไปทั่วจักรวาลพร้อมเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตามมา เป็นสัญญาณการปิดฉากยุคเก่า สร้างผลกระทบมากมายหลายประการที่ชาวโลกไม่เคยพบเห็นมาก่อน

การย้ายกาแลกซี่ของโลกและสุริยะจักรวาลแต่ละคราวรวมทั้งคราวนี้ ในพุทธทำนายประชากรโลกจะเหลือรอดชีวิตประมาณ 10 % สำหรับในแดนสุวรรณภูมิมีเหลือมากหน่อยประมาณ 25-30% โดยมีข้อแม้ว่าในจำพวกคนที่เหลือรอดอยู่นี้จิตได้รับการกระทบจากเหตุเภทภัยสารพัดชนิดอย่างรุนแรง จึงเป็นบ้าเป็นจำนวนมากอีกด้วย  มนุษย์ที่ไม่ประมาทและทราบเหตุการณ์ที่จะเกิดล่วงหน้า ก็ควรเตรียมตั้งหลักให้แก่จิตใจของตนเองให้พร้อมเผชิญเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ตามปกติของโลกและจักรวาลทุกๆ 13,000 ปี

ที่ตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมที่แม่ริมของวัดดอยเกิ้ง  ท่านอาจารย์เล่าแถมเอาไว้หน่อยหนึ่ง ว่าท่านอาจารย์ ได้จัดทำพีระมิดวางไว้เป็นรูปวงกลม  สำหรับให้ยานร่อนลงพื้นโลกใช้เส้นแสงผ่านยอดพีระมิด ค่อยๆแตะพื้นโลก ป้องกันยานถูกกระแทก ดังนั้นสถานที่จอดยานของชาวนอกโลก จึงจำเป็นต้องมีพีระมิด เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกปลอดภัยในการขึ้นลง

และท่านอาจารย์ยังเคยเดินทางด้วยเส้นแสงไปรักษาอาการเจ็บป่วยของชาวดาวอังคาร 2 คน เนื่องจากอาจารย์คาดไม่ถึงการใช้เหรียญธรรมจักรในการช่วยแปลภาษา ทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่ชาวดาวอังคารที่มาขอพบและพูดคุยด้วย เมื่อโยนเหรียญไปถูกตัวเขาจึงต้องกระเด็นกลับไปดาวอังคารทันที และเขาส่งคนที่อาจารย์ไม่รู้จัก มาส่งข่าวการเจ็บป่วย และทวงถามว่าทำไมอาจารย์จึงไม่ทำตามสัจจะที่ได้ตกลงกันไว้ ทำให้เพื่อนเขา 2 คนต้องได้รับการบาดเจ็บอยู่ที่ดาวอังคาร ทำให้อาจารย์รู้สึกสงสารเมื่อทราบข่าว จึงต้องเดินทางไปให้การรักษาด้วยพลังเมตตาธรรม ท่านเมตตาเล่าให้ฟัง เมื่อมีคำถามเรื่องการติดจานรับสัญญานขึ้นมาแก่หลายๆคน ที่รับการอบรมวิปัสสนากรรมฐานรุ่นก่อนๆหลายปีมาแล้วที่แม่ริม

ข้อมูลเพิ่มเติมจากการปฏิบัติดูแลร่างกายตามวิธีของท่านอาจารย์ เมื่อทำไปซักระยะหนึ่งกายสบายแล้ว ก็ใช้บำบัดอารมณ์ทางใจต่อ และเกิดผลพลอยได้ตามมา ร่างกายทั้งหมดจะเข้าไปอยู่ภายในพีระมิดขนาดใหญ่ ได้รับความสบายดุจเป็นบ้านหลังใหม่ น่าจะใช้เป็นสถานที่พบปะกับชาวโลกอังคารได้อย่างดี และเราสามารถใช้สภาพที่ปรากฏนั้น บำบัดรักษาอาการต่างๆที่ต้องการได้ในที่ทุกๆแห่ง แม้จะไม่มีแถบพีระมิดกำกับอยู่ด้วยก็ตาม  โดยปล่อยพลังงานพิษต่างๆและเส้นแรงแม่เหล็กที่กดทับเซลล์ออกไปพร้อมๆกับพลังเส้นแสงของพีระมิดพุ่งตรงสู่ยอดสู่อวกาศได้เลยทีเดียว  ตรงกับหลักการไหลของพลังงานภายในพีระมิดจากฐานสู่ยอดพีระมิด

สำหรับลูกๆของพระบรมธรรมบิดา สามารถขอบารมีแสงทิพย์อริยธรรมของพระบรมธรรมบิดา มาเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้เส้นแสงพีระมิดผ่าตัดเซลล์ที่มีปัญหา หรืออารมณ์ใจที่ไม่ปรารถนาที่หัวใจ หรือที่สมองได้ จะยิ่งเพิ่มความรวดเร็วต่อการปฏิบัติ

สำหรับผู้ที่ต้องการมีอาชีพอิสระของตนเอง ต่อยอดจากการลงทุนของบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ ด้วยกิจการมั่นคงก้าวหน้ามาแล้ว 7 ปี แวะศึกษาทางเลือกการลงทุนเพื่ออนาคตของตัวท่านและครอบครัวได้ที่  http://www.ainews1.com/article36.html