เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรม-ปัญหาชีวิต

ผลจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทางจิต ของหลวงพ่อเกษม อาจิณณสีโล

ท่านพระอาจารย์เกษม อาจิณณสีโล ผู้เปิดเผยเคล็ดการใช้อำนาจบุญมาแก้กรรม ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่หล้า พระอริยะเจ้าแห่งภูจ้อก้อ จังหวัดมุกดาหาร อุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2529  ท่านมีผลงานวิจัยทางจิตวิญญาณ  และประสบการณ์ทางจิตที่โลดโผนพิศดาร แม้เดินจงกรมก็สามารถเดินเหยียบอากาศ เอาผ้าไปพาดไว้บนกิ่งไม้สูงสิบเมตรได้ ทั้งสามารถมองเห็น ภูต ผี ปีศาจ เทวดา นาค ครุฑ ยักษ์อย่างชัดแจ้ง แม้กระทั่งลืมตา มีญาณระลึกชาติย้อนหลังได้มากมายหลายชาติ เป็นพระสงฆ์ที่ใช้เวลาท่องเที่ยวไปในนรก สวรรค์ปานเรื่องพระมาลัยโปรดสัตว์ นับครั้งไม่ถ้วน ด้วยท่านเป็นพระที่ไม่สนใจใน ลาภ ยศ ชื่อเสียง ทั้งเทพยดา สูง ต่ำ ตลอดจนภูต ผี ปีศาจ เปรต อสุรกาย สัมภเวสี ที่ตกทุกข์ได้ยากทั่วทุกสารทิศ พากันหลั่งไหล มุ่งไปหา ขอความช่วยเหลือจากท่าน แต่ละวันผู้คนมากหน้าหลายตาต่างดั้นด้นข้ามป่าข้ามเขา ผ่านหนทางอันทุรกันดารไปกราบท่าน เพื่อให้ท่านช่วยแก้ไขปัญหาเคราะห์กรรมต่างๆ ซึ่งท่านก็เพียงแต่แนะนำหลักการใช้บุญแก้กรรมแบบง่ายๆ

แต่ทว่าได้ผลชะงักงันอย่างไม่คาดถึง อย่างชนิดที่ไม่มีพระรูปไหนกล้าพูดแนะนำได้อย่างนี้ เรามักท่องเป็นคาถาอยู่ร่ำไปว่าเวรกรรมนั้นแก้ไม่ได้ แต่พระอาจารย์ท่านยืนยันรับประกันอย่างหนักแน่นให้ฟ้าฝ่าห่ากินว่า.... แก้ได้  ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ไม่ต้องทำพิธีสวดอะไรให้ใหญ่โตเสียเวลา เสียเงินเสียทองให้มากมาย แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่ว่า ทุกวันนี้คนทำบุญทำกันไม่เป็น  ดึงบุญที่เคยทำมาใช้ก็ทำไม่เป็น เป็นแต่ตะบันก้มหน้าก้มตาชดใช้กรรมอย่างจนตรอกอยู่ท่าเดียว  หลายท่านเมื่อนำคำสอนที่ท่านแนะนำไปปฏิบัติ  ต่างก็ได้รับผลดีเกินคาด แต่ด้วยความที่ท่านไม่อยากเด่นอยากดัง หากใครจะขอนำประวัติของท่านมาลงหนังสือ ท่านจะไม่ยอมพูดด้วย  ท่านจะมีเมตตามากในการเทศน์การสอนญาติโยม แม้กลางคืนก็ยังต้อนรับผู้มาเยือนจากแดนทิพย์ไม่หยุดหย่อน พร่ำสอนเผยแพร่เคล็ดนี้ทั้งวันทั้งคืน  ท่านมีแผ่นซีดีแจกจ่ายให้นำไปฟังแล้วบอกว่า 'ฟังแล้วให้นำไปปฏิบัติ แล้วแจกจ่ายกันฟังต่อ ฟังเข้าใจแล้วไม่จำเป็นต้องถ่อไปหาท่านที่วัด เพราะวันๆท่านก็เหนื่อยพอแล้ว

การจะทำบุญทำที่ไหนก็ได้ เช่นทำบุญกับพ่อแม่เป็นพระอรหันต์อยู่ในบ้าน แล้วอุทิศบุญให้เทวดาและสรรพสัตว์ในโลกทิพย์ก็ได้ผล เท่ากับถวายทานให้พระอรหันต์ วัดของท่านมีพอกินพอใช้แล้ว ไม่ขาดแคลนอะไร จึงไม่จำเป็นต้องหลั่งไหลมาทำบุญกับท่านก็ได้'

วิชาเจริญเมตตาแผ่บุญกุศลนี้ พระอาจารย์กล่าวว่าเคยใช้กันมาก มาตั้งแต่สมัยพุทธกาล แต่เพิ่งสาบสูญไปเมื่อ 500-600 ปี มานี่เอง  ถ้าค้นคว้าในพระไตรปิฎกก็พบมากแห่ง ที่เกี่ยวกับการทำบุญ และเทวดาผู้รับบุญ ท่านมีเรื่องราวพิสดารมหัศจรรย์ในกรรมฐานอย่างมากมาย การตอบคำถามถึงปัญหาในการปฏิบัติธรรม ท่านจะตอบอย่างห้าวหาญ ทั้งคำถามในด้านโลกียะและโลกุตระ ความหยาบละเอียดของอารมณ์พระอริยะเจ้าแต่ละระดับ ทะลุไปจนถึงพระนิพพาน ทุกคำถามมีคำตอบจากท่าน สุดแต่ผู้ถามจะถามปัญหาใด ลีลาการตอบคำถามของท่าน จะออกแบบบ้านๆ ฟังแล้วเข้าใจง่ายไม่ต้องตีความ นำไปสูการปฏิบัติพัฒนาทางจิตยิ่งๆขึ้นไป 

หนังสือที่ประมวลสรุปไว้นี้ เป็นแค่บางส่วนเท่านั้น  เมื่ออ่านแล้วนำไปประพฤติปฏิบัติ ท่านก็จะประสบความสุขสำเร็จตามปรารถนา แต่เรื่องนี้มิได้มุ่งหวังที่จะไม่ให้ใคร ไม่ต้องตาย!! มิได้มุ่งหวังจะทำให้ใครอยู่ค้ำฟ้าไปได้ตลอดกาล กฎของไตรลักษณ์ย่อมเป็นไปตามไตรลักษณ์ ไหนๆเราก็ต้องตาย  แต่เมื่อเรามีทางเลือกที่จะตายได้อย่างสุขสงบ ตายอย่างไม่ต้องมีทุกข์เวทนา และตายอย่างมีสติพร้อม แล้วอย่างนี้เราจะปฏิเสธได้หรือ อีกอย่างหนึ่ง ข้อมูลสาระนี้จะไม่มีประโยชน์อันใดต่อท่านที่ยังเหนียวแน่นอยู่กับมานะสังโยชน์  และไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ขาดซึ่งอิทธิบาท 4 เช่นนี้ แม้ฟ้าดินก็หมดปัญญาที่จะเข้าไปยุ่งอะไรกับท่าน  เมื่อป้อนยาเข้าปาก แต่ไม่ยอมกลืน จะคายทิ้งก็สุดแท้แต่เถิด

ที่มาของการเปิดเผยเคล็ดการแผ่บุญแก้กรรม

ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ ทั้งในโลกนี้และในโลกทิพย์ล้วนมีส่วนสัมพันธ์กันในเรื่องกฏแห่งกรรมอยู่ตลอดเวลา ในการเวียนว่ายตายเกิดไปๆมาๆ จะหาที่ไม่เคยเป็นญาติ ไม่เคยเป็นเพื่อน ไม่เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรต่อกันนั้นไม่มี ชีวิตของทุกผู้ทุกคน จึงมีส่วนสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อยทั้งในส่วนดีมากและดีน้อย ทั้งในส่วนเลวมากและเลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังมากและชิงชังน้อย ทั้งในส่วนที่รักและอุปการะมากและน้อยตามแต่กรณี

การได้ดีตกยาก เจ็บไข้ได้ป่วย ของมนุษย์และสัตว์ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกรรมในอดีตชาติ และปัจจุบันชาติ อีกส่วนหนึ่งได้จากเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้าง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของวิญญาณลี้ลับ ที่เรามองไม่เห็น เช่นเทวดาช่วยเหลือ เทวดาให้โทษ ผีให้โทษ เจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้นชิงชังให้โทษ ในคนทุกคน สัตว์ทุกตัว จะมีเทวดารักษาอย่างน้อย 2 องค์ เทวดาประจำตัวนี่แหละที่มีอิทธิพลต่อเราอย่างคาดไม่ถึง บ้างก็ชอบช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จ หรือช่วยปกป้องคุ้มครองให้เรารอดพ้นจากภัยอันตรายที่น่าหวาดเสียวมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งบางทีเราก็ยกให้เป็นอานุภาพของวัตถุมงคลที่แขวนคอเสียก็มี เด็กน้อยบางคนแม้ไม่มีวัตถุมงคลแขวนคอเลย แต่ตกบ้านตกเรือนด้วยความมซุกซน แต่ไม่ได้รับอันตราย เพราะเหมือนมีใครมาอุ้มไว้ก่อนตกถึงพื้นก็มี  บุคคลบางคนไม่มีวัตถุมงคลติดตัวเลยแต่สามารถหลุดพ้นจากอุบัติเหตุ และการดักทำร้ายของศัตรูมาได้อย่างปาฏิหาริย์  นั่นคือการปกปักรักษาจากเทวดาประจำตัวเขาและ/หรือญาติในโลกทิพย์ของเรา  (เป็นความจริงที่พระอาจารย์ค้นพบด้วยญาณทัสสนะ)

ในเรื่องกฏของกรรม เราชาวพุทธคงไม่มีใครปฏิเสธ เมื่อตนกำลังเดือดร้อน  กำลังเครียด หรือกำลังทุกข์ทรมานใดๆ  ที่จำต้องยอมทนอย่างไม่มีทางเลือก หลายๆท่านมักจะ จงนึกจงคิดแต่เพียงว่า จะขอรับชะตากรรมนั้น หวังชดใช้ให้หมดเวรหมดกรรมจบๆกันไป  การคิดเช่นนี้ดูจะเข้าท่าตามหลักการยอมรับในกฏของกรรม แต่ออกจะหยาบและดูจะปิดโอกาสปิดช่องทางของตนเองอย่างสิ้นเชิง (ต่อทางเลือกความจริงที่พระอาจารย์ได้ทราบมาจากโลกวิญญาณ)

นี่เองพระอาจารย์จึงกล่าวว่า พวกเราไม่รู้ว่ามันยังมีทางออก มีทางเลือกที่แสนจะง่าย ทั้งๆที่เรามีทางเลือกที่จะยอมรับในผลกรรมด้วยวิธีของตนเอง ทั้งๆที่เรามีวิธีที่จะชำระล้างหนี้แค้นหนี้กรรมให้แก่เจ้ากรรมนายเวรเขา โดยที่เราก็ไม่ได้เบี้ยวหนี้ โดยที่เรายังเคารพในกฏของกรรม  โดยที่เราไม่ต้องทุกข์ทรมาน ไม่ต้องกลุ้มไม่ต้องเครียด ขณะเดียวกันเจ้ากรรมนายเวรเขาก็พอใจกับประโยชน์สุขอย่างเต็มที่ ความเคียดแค้นพยาบาทอะไรต่างๆ ที่มีต่อเราก็จางมลายหายไปสิ้นเขาก็เเป็นสุข เราก็เป็นสุข

แต่นี่...เรากลับปล่อยให้เขาเลือกที่จะเล่นงานเราอยู่ฝ่ายเดียว ต่างฝ่ายต่างก็เป็นทุกข์ด้วยกันทั้งคู่  เขาก็ทุกข์กรุ่นอยู่กับความพยาบาทอาฆาต เราก็ทุกข์ด้วยเวทนา เพราะเขาคอยจ้องแต่จะมาเล่นงานอย่างไม่เลิกราอย่ากระนั้นเลย เรามายอมรับกฏของกรรมแต่โดยดี ในแบบฉบับที่เราเลือกได้ด้วย "บุญ" กันดีกว่า คนเราล้วนเคยสั่งสมบุญให้ทานกันมาแล้วทั้งนั้น ทั้งในชาติก่อนและในชาตินี้ ถ้าจะนึกถึงบุญมันก็เยอะจนจำไม่หวาดไม่ไหว

แต่ด้วยความไม่รู้จักวิธีชำระหนี้แค้นให้แก่เจ้ากรรมนายเวรดั่งว่า ทำบุญไปก็คิดแต่จะรอให้ตายเสียก่อนแล้วจึงค่อยไปรับบุญในสรวงสวรรค์ แล้วก็พากันบ่นว่า บุญอะไรก็ทำมาหมดแล้ว ชีวิตก็ไม่เห็นมีอะไรเปลียนแปลงดีขึ้นมาสักที ก็จะได้ดีได้อย่างไร ในเมื่อสักแต่ว่าทำบุญแต่ทำไม่เป็น ถูกสั่งสอนกันมาอย่างผิดๆ(1) มัวแต่ไปรออุทิศให้ตอนกรวดน้ำ เจ้ากรรมนายเวรเขาเลยไม่ได้รับ บ้างก็ไม่เคยเผื่อแผ่ให้บุญแก่เทวดาที่รักษาตัวเอง ไม่เคยให้เจ้ากรรมนายเวรที่ตามจองเวรกันอยู่ ไม่เคยให้เทวดาและญาติทิพย์ที่อาศัยอยู่ในเขตบ้านเขตเรือน ไม่เคยให้แก่เทวดาที่ช่วยดูแลรักษากิจการงานห้างร้าน ไม่เคยให้เทวดาที่ช่วยดูแลรักษาเจ้านายของตัวเอง แถมบางทีการอุทิศก็ให้ไม่เฉพาะเจาะจงเข้าอีก  หรือดันไปให้ตอนที่แสงบุญหมดไปแล้ว  เทวดาเหล่านั้นบางองค์อาจมีบุญน้อย มีฤทธิ์น้อยจึงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเราได้มาก แต่ถ้าเขาได้รับอานิสงส์บุญจากเราถูกวิธีบ่อยๆ เขาจะกลายเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์อำนาจ สามารถช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จได้ดังใจหมาย

(1)    อาจเป็นส่วนหนึ่งของการบิดเบือนพระศาสนา ที่ยักษ์มาร ได้ไปทูลขอศาสนาจากพระพุทธองค์ที่ทรงอนุญาตให้แก่ยักษ์มารมาดูแลบริหารศาสนานับตั้งแต่ 2505 เป็นต้นมา

  อ่านต่อ...