วิธีการทำบุญให้เกิดสัมฤทธิผล

พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่มาแห่งบุญไว้ 3 ประการย่อๆคือ

  1. บุญเกิดจากการให้ทาน
  2. บุญเกิดจากการรักษาศีล
  3. บุญเกิดจากการภาวนาอบรมจิต

การสร้างความดีทุกประการนั้น ล้วนเป็นแหล่งของการเกิดบุญกุศลทั้งสิ้น แล้วก่อให้เกิดอานิสงส์ที่จะสร้างความสำเร็จในชีวิตได้ทุกเรื่อง

บุญอันเกิดจากการให้ทาน เมื่อถวายของแด่พระภิกษุสงฆ์ หรือให้ของแก่ใคร ไม่ว่าจะให้ของแก่พ่อแม่ พี่น้องญาติมิตร แม้เอาข้าวให้หมากิน เอาอาหารโยนให้ปลากิน เอาเศษอาหารโปรยให้มดกิน ขณะนั้นจะเกิดกระแสบุญเป็นแสงเรืองรองแผ่ออกจากตัวผู้ให้ทันที และเพียงไม่กี่วินาทีแสงนี้จะพุ่งหายขึ้นไปเบื้องบนแล้วสะสมเป็นกองบุญของผู้ให้อยู่บนเทวโลกดังนั้นจึง  ***ขอเน้นย้ำว่าหลักสำคัญที่สุดว่า ขณะของหลุดจากมือใส่บาตร/ถวายของพระสงฆ์ หรือให้ของแก่ใครก็ตาม เราต้องอธิฐานจิตแผ่บุญทันที อย่ามัวไปรอแผ่บุญตอน พระสวด "ยถาสัพพี" ***  เนื่องจากการแผ่ให้ตอนพระยถาฯ  อย่างที่เคยปฏิบัติกันมานั้นผิดจังหวะขั้นตอนสำคัญของตัวบุญที่เกิดขึ้น เจ้าของบุญต้องรีบบริหารจัดการส่งบุญนั้นๆทันที เพราะกระแสบุญได้เลือนจางหายไปอยู่ในสวรรค์หมดแล้ว ต้องคิดแผ่บุญในทันทีทันใดว่า  "บุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาตัวข้าพเจ้า หรือบุญนี้จงเป็นของเทวดา ภูต- ผี- ปีศาจ- เปรต- ครุฑ- นาค- ยักษ์ ที่สถิตอยู่ในสถานที่เรือกสวนไร่นา หรือเคหะสถานบ้านเรือนของข้าพเจ้า หรือบุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบุตรของข้าพเจ้า หรือจงเป็นของเทวดาผู้รักษาบิดามารดาของข้าพเจ้าเป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการแก้ปัญหากลัดกลุ้มในเรื่องไหน

บุญอันเกิดจากการรักษาศีล การทำบุญด้วยการตั้งใจรักษาศีล ก็ย่อมเกิดบุญกุศลขึ้นเช่นกัน ทุกครั้งที่ระลึกถึงศีลตัวเองรักษาดีแล้ว ไม่ด่างพร้อย ก็สามารถอธิษฐานส่งบุญได้ว่า "บุญที่ข้าพเจ้าได้รักษาศีลนี้จงถึงแก่...."

บุญอันเกิดจาการภาวนา ให้อธิษฐานก่อน เช่นว่าขอบุญที่จะเกิดจากการภาวนาต่อไปนี้ ถึงแก่เจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้ข้าพเจ้าเจ็บป่วย (เป็นอะไร) หรือจะให้ใครก็ให้อธิษฐานเอาเอง แล้วก็เริ่มภาวนาได้เลย  หลังจากเลิกภาวนาก็ให้อุทิศบุญนี้ไปอีกครั้งหนึ่ง บุญที่เกิดจากการภาวนานี้ จะมีพลานุภาพแรงยิ่งกว่าบุญจากการให้ทานมาก ฉะนั้นพวกภูตผีชั้นต่ำมักรับไม่ค่อยได้  เราต้องเปิดช่องไว้ก่อนภาวนา เขาจะได้เตรียมรับตามกำลังความสามารถของตนเอง เพราะหากจะให้ตอนที่ภาวนาเสร็จแล้ว  จึงให้ก็เปรียบเหมือนปล่อยน้ำที่พุ่งจากท่อดับเพลิง แต่เขาเอาภาชนะที่ไม่เหมาะสมมารับ เขาจะรับไม่ได้ เนื่องจากกำลังจิตของเขาไม่แข็งแรงพอ หากเราอธิษฐานเปิดให้เขาเตรียมตัวไว้ก่อน ก็เหมือนเปิดก๊อกน้ำออกค่อยๆ  ใครภาชนะน้อยก็เอามาตวงรับตามกำลังที่เขามี แต่สำหรับเทวดาบุญหนักศักดิ์ใหญ่ท่านสามารถรับบุญใหญ่หลังภาวนาได้อยู่แล้ว เปรียบเหมือนท่านมีโอ่งมีถังขนาดใหญ่ สำหรับรองรับน้ำที่พุ่งออกจากท่อดับเพลิงนั่นเอง

หรือในการทำความดีทุกอย่าง เช่นแม้แต่การพูดให้เขาได้สติคิดดี การได้ช่วยเหลือคน การได้ทำประโยชน์ส่วนรวมย่อมก่อให้เกิดความ  ปิติดีใจ นั่นแหละคือบุญ ให้รีบส่งบุญถึงผู้ที่เราต้องการให้บุญทันที

(ทั้งหมดในพฤติกรรมของขบวนการสร้างบุญกุศลที่พระอาจารย์ยกตัวอย่างมาพอเป็นสังเขป เป็นเรื่องของธรรมชาติของการเกิดบุญกุศลในรูปแบบต่างๆกัน ซึ่งล้วนเป็นเรื่องของพลังงานด้านบวกของคลื่นสีเหลือง หรือเป็นพลังปราณ ใช้กับชีวิตประจำวันที่ทุกคนยังมีกายสสารอยู่ ให้เกิดคุณประโยชน์กับตนเอง และผู้อื่นที่เราต้องการ และท่านอาจารย์ยังได้เน้นว่า เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ในตอนต้นพุทธกาลทำกัน และมาขาดหายสูญไป จึงเป็นโชคโอกาสดีของคนรุ่นปัจจุบัน ที่ได้อาศัยผลงานวิจัยภาควิทยาศาสตร์ทางจิตวิญญาณ ที่ท่านอาจารย์มีความสันทัดเชี่ยวชาญ  นำมาบอกให้ทราบในเรื่องที่เป็นพลังงานด้านบวก ที่ท่านใช้ญาณทัสสนะ ในการค้นหาตรวจสอบรายละเอียด ท่านอาจารย์สรุปมาให้สั้นๆก็จริง แต่ในขบวนการค้นหา ต้องการคุณความรู้อีกมากมายทีเดียว ในการย้อนไปดูสิ่งที่ถูกตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นทุกๆขั้นตอนอย่างละเอียด ที่บรรพบุรุษของมนุษย์ได้ประพฤติปฏิบัติมาในอดีต แล้วเกิดผลดีอย่างไรบ้างในการดำรงชีวิต  ขอความเข้าใจและเกิดปัญญารู้แจ้งในความเมตตา และปราถนาดีของท่านอาจารย์ ต่อเพื่อนๆร่วมเกิดแก่เจ็บตายทุกท่าน  สาธุ กับทุกๆท่านให้ประสบผลสำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าไว้)

ส่วนลูกๆของพระบรมธรรมบิดา ได้ศึกษารายละเอียดแล้ว คงต้องปรับเอาไปประยุกต์ใช้ร่วมกับแสงทิพย์อริยธรรมของพระบรมธรรมบิดา และเครือข่าย แผ่บุญแสงทิพย์ตลอดเวลาของบายศรีธรรมจักรของพระบรมธรรมบิดา และศูนย์ถ่ายทอดแสงทิพย์ของกายสสารของลูกๆของพระบรมธรรมบิดา อีก 700 กว่าสถานี ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้รอรับบุญกุศลให้ละเอียดรอบครอบรอบด้านมากยิ่งขึ้น

อ่านต่อ....