การเบิกบุญ

การเบิกบุญเก่าที่เคยสั่งสมมาแต่อดีตมาใช้  บุญที่เราทำไว้แล้วมีมากมายที่สะสมอยู่ในสรวงสวรรค์ ทั้งที่ได้ทำไว้แต่ปางก่อน หรือได้ทำไว้ในชาตินี้ เราสามารถเบิกบุญนั้นมาแจกจ่ายอุทิศให้แก่ผู้อยู่ในโลกวิญญาณได้ เหมือนเรามีเงินเก็บในธนาคาร เราก็ใช้บัตรเอทีเอ็มกดเบิกเงินออกมาใช้จ่าย แต่การเบิกบุญนั้น ที่สำคัญลืมไม่ได้เลยคือต้องอาศัยอำนาจพระรัตนตรัยนำก่อนเสมอ คือให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า "ด้วยอำนาจของพระพุทธเจ้า ด้วยอำนาจของพระธรรม ด้วยอำนาจของพระสงฆ์ จงบันดาลให้บุญของข้าพเจ้าที่ทำมาแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบันถึงแก่....."  จะให้ใครก็นึกคิดให้เอาเอง การเบิกบุญแจกจ่ายนี้สามารถให้ได้ทุกที่ทุกเวลาเมื่อนึกขึ้นได้ ไม่ว่าจะยืน ดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม อุจจาระ ปัสสาวะอยู่ก็ตาม

นานาปัญหาเคราะห์กรรมแก้ได้ด้วยบุญ

ท่านที่ทุกข์ทรมานด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ โรคภัยไข้เจ็บปัญหาสุขภาพต่างๆ ที่เกิดกับตัวเรานั้นสืบเนื่องจากการกระทำของเจ้ากรรมนายเวร ผู้เคียดแค้นชิงชัง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ฆ่าสัตว์ย่อมอายุสั้น ผู้เบียดเบียนสัตว์ย่อมสุขภาพไม่ดี เชื้อโรคร้ายแรงต่างๆ ที่มีอยู่ในร่างกาย ก็ล้วนแต่เป็นเจ้ากรรมนายเวรทั้งนั้น โรคที่เรื้อรังร้ายแรง การรักษาด้วยวิธีการกินยา ฉีดยาเข้าไปฆ่าทำลายเขา หรือการใช้พลังจิต-อำนาจสมาธิอย่างใดๆ เข้าไปขับไล่ นอกจากเป็นการรักษาที่ขาดเมตตาปราณีอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้ว ขณะเดียวกันก็ยิ่งทำให้เหล่าเจ้ากรรมนายเวรยิ่งทวีความพยาบาทเคียดแค้นผู้ป่วยมากขึ้นไปอีก

หลายโรคจึงหมดหนทางเยียวยา ผู้ป่วยต้องจมอยู่กับความทุกข์เวทนาไปต่างๆนาๆ จะตายก็ไม่ตายจะหายก็ไม่หาย ทรัพย์สินที่มีก็พินาศไปกับค่ารักษา ทุกข์ทั้งคนป่วย ทุกข์ทั้งคนที่เป็นญาติๆ เป็นบริวาร ในที่สุดหลายรายต้องจบชีวิตลงไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆที่มีทางเลือกทั้งๆที่มีโอกาส ทั้งๆที่มีบุญอยู่ก็มากมาย แต่ไม่รู้จักเบิกมาล้างแค้นให้แก่เขา ดังนั้นการเยียวยาที่ถูกต้อง ต้องโอนบุญ-เบิกบุญไปให้ ฉเพาะเจาะจงแก่เจ้ากรรมนายเวร ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยนั้นๆ (อย่าไปบอกว่าให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย..... เหมือนอย่างที่เคยทำ)  และให้แก่เทวดาที่รักษาตัวเราไปในขณะเดียวกัน การอธิษฐานเบิกบุญเก่าอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่รบกวน ควรทำวันละหลายๆครั้ง จนเขาพอใจ อาการป่วยของเราจะหายเร็วขึ้น

วิธีการให้บุญแก่เจ้ากรรมนายเวร ควรทำดังนี้เป็นตัวอย่างเช่น  ผู้ป่วยด้วยมะเร็งปอด ก็ส่งบุญเฉพาะเจาะจงว่า "บุญนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่ก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยมะเร็งปอด ฯลฯ (สุดแต่มะเร็ง หรือเป็นอะไร))  พวกเชื้อโรคมะเร็งเมื่อได้รับบุญแล้วขอให้เจ้ามีชีวิตที่ดีขึ้น มีภพภูมิที่สูงขึ้น จงหลุดจากชีวิตชั้นต่ำเดี๋ยวนี้ เมื่อเราหายแล้วเราจะทำบุญให้แก่พวกเจ้า ส่งชีวิตของพวกเจ้าให้สูงขึ้นเรื่อยๆ พวกเจ้าจงเลิกจองเวรจองกรรมในเราเสียทีตั้งแต่นี้เราจะตั้งตนอยู่ในศีลในธรรม เลิกการเบียดเบียนเข่นฆ่าชีวิตสัตว์อื่น ขอส่งบุญที่เกิดจากการรักษาศีลแก่เจ้าด้วย"

ท่านที่กลัดกลุ้มเรื่องบุตรหลานบริวาร ชอบสร้างแต่ความเดือดร้อน สั่งสอนไม่ฟัง แบบนี้ต้องให้เทวดาผู้รักษาตัวเขาเป็นผู้ขนาบตักเตือน วิธีที่เทวดาตักเตือนนั้นท่านจะสั่งการดลไปที่ความรู้สึกนึกคิดจิตใจของเขา ถ้าเทวดาประจำตัวของเขาเป็นมิจฉาทิฐิ เมื่อได้รับบุญบ่อยๆ เทวดาท่านจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทิพย์ของตนเอง มีชีวิตที่สุขสบายขึ้น มีฤทธิ์อำนาจมากขึ้น เขาจะทราบได้เองว่า สิ่งที่เขาได้รับนั้นมาจากไหน เมื่อเราอุทิศบุญให้ ท่านก็อธิษฐานด้วยว่า "เมื่อเทวดาได้รับบุญแล้วขอให้มีความสุขๆ มีกินมีใช้ มีเสื้อผ้าที่อยู่อาศัยและขอให้ช่วยอบรมตักเตือนให้ลูกของข้าพเจ้าเป็นคนดีด้วย" ดังนี้ไม่นานหรอก  จะเกิดเรื่องพิสดารขึ้นกับบุตรเกเรคนนั้น จนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนดีแน่นอน

คนที่กลุ้มเรื่องแฟน เรื่องครอบครัว สามี/ภรรยา เรื่องเพื่อน/คนรอบข้าง คู่ครองของตนเองเป็นคนที่น่าเอือมระอาเหลือเกิน อยากให้คู่ครองเป็นคนดี รักเขา ละเลิกจากการประพฤติชั่วเหลวไหล  ก็ให้ทำยุทธวิธีแบบเดียวกับที่ให้บุญแก่เทวดารักษาบุตร  แล้วท่านจะพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ

หากกิจการ ธุรกิจการค้าขายของท่านล้มเหลว หรือซบเซา เมื่อท่านทำบุญทุกครั้งควรอุทิศบุญให้เทวดาประจำตัวของท่าน และเทวดาที่ดูแลกิจการค้าด้วยพร้อมกันไป แล้วอธิษฐานว่า "เทวดารับบุญของเราแล้วโปรดช่วยเหลือกิจการค้าขายธุรกิจของเราให้ประสบความสำเร็จด้วยเถิด ถ้าเราร่ำรวยขึ้นก็จะทำบุญให้ท่านยิ่งๆขึ้นไปอีก"  จะใช้คำเรียกตนเองว่า ข้าพเจ้า ว่าข้า ว่าเรา ก็ได้ทั้งนั้น

ท่านที่เปิดร้านค้าขาย จะเป็นร้านอะไรก็แล้วแต่ เมื่อทำบุญก็ให้อุทิศบุญแก่เทวดาที่รักษาร้านค้านั้นด้วย แล้วบอกว่า "เทวดาเมื่อได้รับบุญแล้วโปรดเรียกลูกค้ามาอุดหนุนด้วย"

การอทิศโอนบุญ ไม่ต้องพูด อย่าไปอุทิศเอาตอนกรวดน้ำ ให้ใช้เพียงแค่การคิด และต้องรีบคิดในทันที อย่ามัวรีรอชักช้าเป็นอันขาด เพราะแสงบุญที่เกิดขึ้นจะดำรงอยู่ไม่กี่วินาที และจะหายวับไปอยู่สวรรค์  ถ้าเราฝึกบ่อยๆเราจะชำนาญในการคิดเพราะการคิด...กระแสบุญจะแรงกว่าการพูดออกจากปาก  เวลาหย่อนของลงไปในบาตรปั๊บให้คิดส่งบุญทันที   และต้องคิดให้ชัดเจนอย่าลางเลือน ให้ของแก่ใครเมื่อของหลุดจากมือปั๊บ เราต้องคิดส่งบุญให้ปั๊บทันทีอย่าช้า!!

ผู้มีอาชีพเกี่ยวกับการฆ่า หรือเบียดเบียนสัตว์อื่น เช่นเจ้าของโรงฆ่าสัตว์ คนขายเนื้อสัตว์ ชาวประมง ขายปลาสดตามตลาด เชือดไก่ขาย คนเหล่านี้ต้องสร้างบาปกรรมทุกๆวัน  จึงก่อความเคียดแค้นชิงชังให้แก่สัตว์ที่ถูกฆ่าอยู่ทุกวี่ทุกวัน เขาก็พยายามจองล้างจองผลาญ แต่ในขณะที่บุญเก่าของผู้นั้นยังมีอยู่ เจ้ากรรมนายเวรก็ทำอะไรไม่ได้ แต่หากว่านายเวรเขาสบโอกาสได้ช่องเมื่อไร วิญญาณสัตว์ที่เคียดแค้นเหล่านั้น (นายเวร)  จะให้เคราะห์หามยามซวยแก่เราได้ทันที ดังนั้น ต้องพยายามไถ่ถอนกรรมของตัวเราด้วยการทำบุญ แล้วโอนอุทิศให้วิญญาณสัตว์ที่ตัวเองฆ่า ทำบ่อยๆ ส่งบ่อยๆ

เอาเนื้อสัตว์ที่เราขายนั้นทำอาหารถวายพระหรือเลี้ยงผู้อื่นอธิษฐานว่า "บุญนี้ให้สัตว์ทั้งหลายที่ได้ฆ่า หรือผู้อื่นฆ่า เพราะคำสั่งเราเหล่าสัตว์เหล่าใดได้รับบุญแล้ว ขอให้มีแต่ความสุขความเจริญ มีชีวิตวิญญาณที่ดีขึ้น จงหลุดพ้นจากกรรมเวรที่ตัวเองเคยสร้างไว้แล้ว จงมีภพที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งเป็นเทวบุตรเทวดาในสรวงสวรรค์ เมื่อได้รับบุญแล้วจงอโหสิกรรมให้เราด้วย  อย่าได้จองเวรซึ่งกันและกันเลย เจ้าตายเพราะเรา แต่ก็มีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะเรา  ดีกว่าเจ้าตายเองหรือตายเพราะฝีมือผู้อื่น ซึ่งมีชีวิตทุกข์ทรมาน"

ผู้ที่ถูกผีเข้า จงเอาของให้ทานแก่ผู้ทรงศีลจะพระหรือฆราวาสก็ได้ แล้วอุทิศบุญเจาะจงถึงผีในร่างผู้ป่วยขอให้ได้รับบุญนี้  เมื่อได้บุญแล้วโปรดออกจากร่างผู้ป่วยเดี๋ยวนี้  ถ้าไม่ยอมออกก็ให้บ่อยๆให้สิ่งของเล็กๆน้อยๆให้เงินห้าบาท สิบบาท ให้กาแฟ 1 แก้ว โอวัลติน 1 แก้ว แล้วอุทิศได้ทั้งนั้น

ผู้ที่ถูกคุณไสย ให้อธิษฐานดังนี้ "ด้วยอำนาจพระพุทธเจ้า ด้วยอำนาจพระธรรม ด้วยอำนาจพระสงฆ์ โปรดจงลบล้างอำนาจต่ำทรามที่มีผู้ส่งเข้าผู้ป่วยให้สูญสลายไป ณ บัดนี้ ขอบุญนี้จงถึงวิญญาณชั่วร้ายที่มีคนส่งเข้าร่างผู้ป่วย เมื่อเจ้าได้รับบุญแล้วจงมีความสุขความเจริญ จงมีฤทธิ์อำนาจหลุดพ้นจากการบังคับกดขี่ของผู้ทรงเวทวิทยาคมที่ส่งเจ้ามา จงออกจากร่างคนป่วยเดี๋ยวนี้"  ถ้าไม่หายให้ทำบ่อยๆ เดี๋ยวอาการก็ดีขึ้นเองโดยไม่ต้องไปทำพิธีอะไรอื่น ไม่ต้องไปเสาะหาจ้างหมอผีผู้มีวิทยาคม ที่ไหนมาแก้ เพราะอำนาจพระรัตนตรัยนั้น ยิ่งเหนือทุกสิ่งทุกอย่างในสากลจักรวาลอยู่แล้ว

หลีกเลี่ยงการสวดมนตร์เพื่อขับไล่วิญญาณ บทสวดมนต์แต่ละบทมีอำนาจขับไล่และเบียดเบียนพวกวิญญาณชั้นต่ำในโลกทิพย์ให้ได้รับความเดือดร้อน  พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติห้ามมิให้ภิกษุทำน้ำมนต์ขับไล่ผีในพระวินัยบัญญัติ  ดังนั้นการสวดเพื่อเจริญพุทธานุสติ ธัมมานุสติ และสังฆานุสติ โปรดอย่าตั้งใจไปกำราบคุกคามภูตผีปีศาจชั้นต่ำทั้งหลายให้ได้รับความเดือดร้อน เมื่อจะสวดให้ตั้งจิตระลึกเสียก่อนว่า "ภูตผีปีศาจชั้นต่ำทั้งหลาย บัดนี้เราจะกล่าวบทสวดมนต์ ใครชอบฟังเอาบุญกุศลก็ให้ตั้งใจฟัง  หากใครฟังแล้วทรมานก็ให้หลีกไปที่อื่น จนกว่าเราจะสวดมนต์เสร็จแล้วจึงกลับมาเถิด เราไม่ได้สวดเพื่อขับไล่ไคร แต่สวดเพื่อเจริญใน พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณเท่านั้น"

โปรดอย่านิมนต์พระมาทำพิธีขับไล่ภูตผีในที่อยู่อาศัย ควรงดเด็ดขาด เพราะวิญญาณนั้นเขาอยู่อาศัยที่นั้นมาก่อนเราอย่างสงบสุข  บางตนก็เป็นญาติที่เราเคารพรักมาก่อน ตายไปแล้วมีบุญน้อยกุศลน้อย ก็เป็นภูตผีอาศัยอยู่ในบ้านนั้น ภูตผีบางตนมีความทุกข์ เดือดร้อน พยายามส่งกระแสความเดือดร้อนให้เรารู้สึก เพื่อจะได้ทำบุญส่งให้เขา แต่คนไม่เข้าใจคิดว่าเขาเบียดเบียนหลอกหลอน จึงนิมนต์พระมาสวดขับไล่ เมื่อเราไปทำพิธีไล่ก็ยิ่งเดือดร้อนหนักเข้าไปอีก แล้วพวกวิญญาณเหล่านั้นจะรวมหัวกันกลั่นแกล้งผู้คนในบ้านให้เดือดร้อนวุ่นวายกันมากขึ้น  มีแต่เรื่องทะเลาะกันขัดแย้งกันเนืองๆ สังเกตดู บ้านไหนที่มีคนถือวิชาอาคมสวดมนต์ไล่ผีบ่อยๆ คนในบ้านจะหาความสุขความสงบไม่ได้เลย พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา ทะเลาะขัดแย้งด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง  จนฆ่ากันตายมานักต่อนัก  ฉะนั้นต่อไปเมื่อมีเหตุเดือดร้อนภายในบ้านหรือภายในองค์กร ควรทำบุญอุทิศให้พวกเขา เมื่อพวกเขาอยู่สุขสบายก็เลิกรารบกวนเรา แล้วจะกลับเป็นองครักษ์ชั้นดีที่คอยปกป้องรักษาเราต่อไป

หลีกเลี่ยงการติดผ้ายันต์กันภูตผีในบ้าน หรือการพกเครื่องราง ของขลังที่เบียดเบียนวิญญาณชั้นต่ำ เพราะสิ่งเหล่านี้จะกระทบกระเทือนถึงวิญญาณชั้นต่ำให้ได้รับความเดือดร้อนและเคียดแค้น  อันจะส่งผลให้เขาหันกลับมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรจองล้างจองผลาญเราไม่มีที่สิ้นสุด  โดยที่เราไม่รู้ตัว  บ้านเรือนเคหะสถานเป็นของที่มีอยู่ในโลกนี้ เป็นทั้งที่อยู่ของผู้ที่มีชีวิตในโลก และในอีกมิติหนึ่งที่เรามองไม่เห็น ไม่ควรเห็นแก่ตัวว่าเป็นสมบัติของเราเพียงผู้เดียว ควรร่วมกันอยู่กันอย่างสงบสุข พวกวิญญาณต้องอาศัยบุญกุศลถึงอยู่ได้  ถ้าได้รับบุญจากมนุษย์ผู้อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินเดียวกัน เขาย่อมพึงพอใจและจะรักษามนุษย์ให้มีความสุขความเจริญ แม้พระพุทธเจ้าก็ตรัสสอนไว้ใน เทวตาทิสสทักขิณานุโมทนา ว่า

ยัสมิง ปะเทเส   กัปเปติ                  วาสัง ปัณฑิตะชาติโย

    สีลวันเตตถะ  โภเชตวา                   สัญญะเต  พรหมะจานิโน

ยา ตัตถะ เทวตา อาสุง                   ตาสัง ทักขิณะมาทิเส

ตา ปูชิตา ปูชะยันติ                        มานิตา ฆานะยันติ นัง

  ตะโต นัง อนุกัมปันติ                       มาตา ปุตตัง วะ โอระสัง

เทวะตานุกัมปิโต  โปโส                   สะทา  ภัทรานิ  ปัสสะติ

แปลความว่า ผู้ฉลาดชาติบัณฑิต เมื่ออาศัยอยู่ ณ สถานที่แห่งใด ควรเชื้อเชิญผู้ทรงศีลเข้าไปเลี้ยงดูในสถานที่แห่งนั้น แล้วอุทิศบุญให้แก้เทวดาผู้อาศัยอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้น  เทวดาเมื่อได้รับการบูชาแล้วย่อมบูชาตอบ คือ ทำความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้อุทิศบุญให้แล้วนั้น เหมือนบิดามารดาผู้รักบุตรย่อมอนุเคราะห์บุตร ผู้ใดได้รับการช่วยเหลือจากเทวดา แล้วย่อมประสบแต่ความเจริญรุ่งเรืองเป็นนิจ

  • การให้ทานแก่บุคคลย่อมมีผลบุญแตกต่างกัน ให้ในพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานย่อมเกิดผลมากกว่าให้พระพุทธเจ้าองค์เดียว   
  • ให้ในพระพุทธเจ้าย่อมมีผลมากกว่าให้ในพระอรหันต์
  • ให้ในพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ผู้ออกจากนิโรธสมาบัติย่อมมีผลมากกว่าให้พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ในสถานภาพปกติ 
  • ให้ในพระอรหันต์ย่อมมีผลเหนือกว่าให้ในพระอนาคามี
  • ให้ในพระอนาคามีย่อมมีผลมากกว่าพระสกิทาคามี
  • ให้ในพระสกิทาคามีย่อมมีผลมากกว่าพระโสดาบัน
  • ให้พระโสดาบันย่อมมีผลมากกว่าให้ผู้ทรงฌาน
  •  ให้ในผู้ทรงฌานย่อมเหนือกว่าให้ในพระผู้ประพฤติศีลตามปกติ
  • ให้ในผู้มีศีลย่อมมากกว่าให้ผู้ไม่มีศีล
  • ให้ในคนย่อมมากกว่าให้ในสัตว์ ให้ในสัตว์ผู้โพธิสัตว์ย่อมมีผลมากกว่าให้แก่สัตว์ธรรมดา
  • ให้ในสัตว์ที่มีคุณย่อมเกิดผลมากกว่าให้แก่สัตว์ที่ไม่มีคุณ  
  • และแม้แต่ให้อาหารแก่พวกมดปลวกก็ยังเกิดบุญกุศล ดังนั้น

ชื่อว่าการให้ย่อมเกิดบุญกุศลทั้งสิ้น  แต่จะมากจะน้อยก็ต่างกันไป เงิน 1 บาทถวายพระอรหันต์มีผลมากมายนับไม่ได้ แต่ให้ในภิกษุผู้ทรงศีลมีผลน้อย นี่คือความแตกต่างของนาบุญ ผู้รู้จักเลือกก็ให้เลือกเถิด ถ้าเลือกไม่ได้ก็ให้ถวายในสงฆ์ส่วนรวม ก็มีอานิสงส์มาก

คนในศาสนาไหนก็ส่งบุญได้ ไม่ว่าพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิก ล้วนมีวิธีสร้างกุศลผลบุญสะสมคุณงามความดีด้วยกันทั้งนั้น เมื่อเกิดบุญกุศลขึ้น สามารถส่งถึงผู้อยู่ในโลกทิพย์ได้ด้วยวิธีเดียวกัน ถึงเช่นกัน ก่อผลลัพล์แบบเดียวกัน

อ่านต่อ....