ความคืบหน้าของแผ่นดินไหวรอบๆประเทศไทยจากผู้เชี่ยวชาญ

http://ainews1.com/article287.html

เมื่อเร็วๆนี้ มีนักวิทยาศาสตร์คนไทยที่ทำงานกับองค์การนาซ่า และอยู่ในทีมวิเคราะห์เกี่ยวกับ การเกิดแผ่นดินไหว ชื่อ ดร.ก้องภพ อยู่เย็น ที่กล่าวถึง Summary ขององค์การนาซ่า ต่อการส่งคลื่นสุริยะจากดวงอาทิตย์ (พลังสนามแม่เหล็กที่รุนแรง)มาสู่โลก เป็น Porton Zone พิเศษบนดวงอาทิตย์ตรงมายังโลกเมื่อไม่นานมานี้  และความเห็นด้านการเกิดแผ่นดินไหวของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช และการหารือของท่านกับ ศ.จอห์น แมคคลอสคีย์ จากสถาบันวิจัยนิเวศวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอัลส์เตอร์ไอร์แลนด์เหนือ นักวิชาการที่ขึ้นชื่อว่าทำนายเหตุการณ์สึนามิได้แม่นยำที่สุดคนหนึ่ง ระบุว่า มีโอกาสที่จะเกิดคลื่นยักษ์ที่เป็นผลมาจากแผ่นดินไหวถล่มชายฝั่งเกาะสุมาตราในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน  และต่อเหตุการณ์นี้ หลังจากสึนามิ เมื่อ 26 ธ.ค. 2547 แล้ว พระอริยเจ้า ผู้มีญาณทัสสนะ ได้เตือนเอาไว้ว่าชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศไทย จะเกิดคลื่นสึนามิครั้งใหญ่ตามมาอีกในอนาคต

ส่วนเรื่องแผ่นดินไหว ที่มีผลสะท้อนมาจากการไหวอย่างรุนแรงที่ประเทศ ชิลี ซึ่งอยู่บนแผ่นเปลือกโลกใหญ่แปซิฟิก เคลื่อนตัวมาทางตะวันออกเมื่อเร็วๆนี้ ส่งผลกระทบมาสู่รอยเลื่อนระหว่างแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียน ขยับเขยื้อนทำให้แผ่นเปลือกโลก อินเดีย-ออสเตรเลีย ที่มีกำลังมหาศาลก็เกิดการเคลื่อนตัว กำลังมุดชนแผ่นยูเรเชียน เป็นจุดที่ตั้งประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวบริเวณเกาะสุมาตรา เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาประมาณ 7.6 ริกเตอรืเท่านั้น ที่ปล่อยพลังงานลึกลงไป 47 กม. ทำให้เกิดพลังสู่ฝั่งทะเลอันดามันปริมาณน้อยไม่ปรากฏคลื่นสึนามิ

ดร.สมิทธ ธรรมสโรช อธิบายอีกว่า แผ่นเปลือกโลก ยูเรเชียนมีแนวยาวมาก จากเกาะสุมาตราไปถึงชายแดนพม่า และจากเกาะนิโคบาร์ในทะเลอันดามัน ขึ้นเหนือไปไปถึงชายแดนพม่า โดยลอยเลื่อนบริเวณพม่านี้ ถ้าอยู่ใต้น้ำก็คือ ชุนดราเพลท แต่พออยู่บนบกก็คือรอยเลื่อนสะแกงที่อยู่ในพม่า ต่อเนื่องมาแถบตะวันตกของไทยทางด้านกาญจนบุรีและอุทัยธานี รอยเลื่อนพวกนี้มีพลังมาก และถ้าถามว่าไทยจะเกิดคลื่นสึนามิอีกหรือไม่ ก็จะมีข้อสรุปที่กล่าวแล้วข้างต้น จาก ศ.จอห์น แมคคลอสคีย์

สิ่งที่นักวิชาการ และองค์การนาซ่า ยังไม่เปิดเผยก็คือ ปัจจุบันแกนพลังแม่เหล็กของโลกถูกอุดตันด้วยกาซมลภาวะต่างๆซึ่งเป็นผลงานของชาวโลกที่ผ่านมานานนับศตวรรษ คลื่นแม่เหล็ก ที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์ที่ปกติไหลลงที่ขั้วโลกเหนือ วิ่งลงขั้วโลกใต้ และวนรอบโลก กลับมาที่ขั้วเหนือ โอบอุ้มโลกอยู่ในชั้นบรรยากาศ ซึ่งปัจจุบันพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่หนักและร้อน และทรงพลังมหาศาลเหล่านี้ได้ปกคลุมอัดแน่นอยู่รอบเปลือกโลก หนาแน่นเกิน 2 เมตรแล้ว ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา

จากการสืบค้นด้วยญาณทัสสนะ ของพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ ที่มีผลจากผู้ที่กำลังเจ็บป่วยมากระทบจิต ทำให้ท่านอาจารย์ที่เมตตาสงสารสรรพสัตว์ ได้ทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ได้รู้ไปถึงต้นเหตุของโรค เกี่ยวกับถูกพลังคลื่นแม่เหล็กเข้ากดทับเซลล์ในร่างกาย และที่สมองของมนุษย์และปัจจุบัน ที่แกนโลกเด้งตั้งขึ้นจากระนาบ 26 องศาจากแนวดิ่ง เนื่องจากการเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ชิลี่ ทางขั้วโลกใต้ ทำให้เปลือกโลกต้องปรับสมดุลใหม่ให้การหมุนรอบตัวเองราบเรียบ คือการย้ายแกนของโลกที่กล่าวแล้ว ทำให้มนุษย์ได้รับผลกระทบจากคลื่นพลังเส้นแรงแม่เหล็กโดยตรง เข้าสู่สมองทำให้สมองตื้อและวิงเวียนมึนงง

ความรู้และข้อสังเกตของนักวิทยาศาสตร์ต่างๆที่กล่าวแล้วก็ดี Summary ของคลื่นพลังสุริยะจากองค์การนาซ่าก็ดี และจากญาณทัสสนะของพระอาจารย์ และจากพุทธพยากรณ์ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า  ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้เปิดเผยไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 2520 ก็ดี  เผยข้อสรุปสุดท้ายให้ทราบว่า เหตุการณ์ฝนตกหนักจนน้ำท่วมกรุงเทพขนาดหนักยาวนาน ติดตามมาด้วยการเกิดแผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำให้แผ่นดินเกิดใหม่ของกรุงเทพและปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง ยุบตัวลง ทำให้น้ำทะเลไหลทะลักเข้าท่วมในพื้นที่จนกลายเป็นทะเล เช่นเดิมที่เป็นอยู่เมื่อหลายพันปี ที่ทะเลเข้าไปถึง สระบุรี นครสวรรค์ และลพบุรี ในสมัยพระนารายณ์มหาราช นั่นเอง

แล้วแผ่นดินไหวที่จะมากระทบพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางมาจากทิศทางไหน จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว ที่กล่าวแล้วข้างต้น แนวสั่นไหวจากแนวรอยต่อเปลือกโลกจากเกาะสุมาตรา เรื่อยขึ้นมาถึงพม่า ที่โอบล้อมพื้นที่ประเทศไทยทางด้านทิศตะวันตกยาวเกือบตลอดประเทศไทยจากใต้ถึงแม่สอด โดยมีข้อพิสูจน์ผลกระทบที่แม้เกิดแผ่นดินไหว 7.4 ริกเตอร์ที่ด้านฝั่งตะวันตกของเกาะสุมาตราเมื่อเร็วๆนี้ พื้นที่ในกรุงเทพก็สามารถรู้สึกได้

เมื่อปลายเดือน กันยายน 53 ท้ายการอบรมพระอาจารย์ เล่าย้อนไปเมื่อแผ่นดินไหวที่เชียงราย ก่อนหน้านี้ ได้เพิ่มรอยเลื่อนเปลือกโลกยาวลงมาถึงพื้นที่ กทม. จึงเป็นไปได้ว่า ในอนาคตเมื่อเกิดแผ่นดืนไหวทางเชียงราย ผลกระทบก็จะพุ่งตรงมายัง กทม.

จึงพออนุมาณได้ว่า ในอนาคตเมื่อเปลือกโลกแผ่นแปซิฟิก เคลื่อนมากระทบแผ่นยูเรเชียน และแผ่นอินเดีย-ออสเตรเลีย อย่างรุนแรง การเกิดแผ่นดินไหว ที่ในพุทธทำนายได้กล่าวสรุปไว้สั้นๆนั้น ก็จะสามารถแยกแยะให้เห็นสาเหตุของการล่มลงของแผ่นดินในกรุงเทพและปริมณฑลนั่นเอง

โดยเฉพาะพื้นดินเกิดใหม่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลนั้น มีชั้นดินเหนียวค่อนข้างแข็งเป็นเปลือกลอยอยู่ผิวบนหนาประมาณ 6-7 เมตรเท่านั้น ลึกจากนั้นลงไปอีก 12-14 เมตรเป็นชั้นดินเลนที่เคลื่อนตัวในทุกทิศทางได้ตลอดเวลา พร้อมกับการเสียโครงสร้างการยึดเกาะของดินชั้นบนหนา 5-6 เมตรนั้นจากการสั่นไหวที่รุนแรงของเปลือกโลก กลายสภาพเป็นพลาสติกไม่ต่างกับสภาพดินเลนเท่าไรนัก  ดังนั้นต้นเหตุจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ยาวนานในระหว่างโลกพลิกขั้ว ในปลายปี 2012 จึงทำให้ดินในพื้นที่ราบลุ่มเจ้าพระยาต้องจมลง และถูกน้ำทะเลไหลทะลักเข้ามาท่วมกลายสภาพเป็นท้องทะเลถาวรไปอีกเป็นหมื่นๆปี  ดังที่ในพุทธทำนายได้กล่าวเตือนไว้ตั้งแต่ 2553 ปีมาแล้วนั่นเอง