พระครูสังวรธรรมานุวัตร (พล ธมมปาโล)

http://ainews1.com/article293.html

Bookmark and Share

วิปัสนาจารย์

พล.อ.ทวนทอง สุวรรณทัต ท่านนั้นมีความเคารพเชื่อถือใน “หลวงปู่พล” เป็นอย่างยิ่ง สาเหตุนั้นมีอยู่ กล่าวคือ ท่าน พล.อ.ท.ลิขิต สุวรรณทัต (ยศ น.ท. สมัยนั้น) ญาติของท่านและภรรยา ได้ไปฝึกวิปัสสนากรรมฐานกับ “หลวงปู่พล” อยู่เสมอ ๆ 

สมัยนั้นทราบว่า หลวงปู่พลฯ ท่านมักจะมาสอนกรรมฐานอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งแถวๆ บางแค ท่านลิขิตฯ กับภริยาก็มักจะหาโอกาสไปฝึกเสมอ และได้นำบุตรชายของท่าน ๒ คนติดตามไปด้วย คือ คุณจักรฯ กับ คุณศาสน์ฯซึ่งเมื่อท่านบิดามารดากำลังฝึกกรรมฐาน คุณจักรฯ กับ คุณศาสน์ฯ ก็เล่นกันอยู่ข้างนอกตามประสาเด็ก

ครั้นเล่นจนเหนื่อยอ่อนจึงมานั่งคอยบิดามารดา และได้ยินการสอนของ หลวงปู่พลฯ ไปด้วยโดยบังเอิญ และก็ตามประสาเด็กอีกนั่นแหละ คุณจักรฯ กับ คุณศาสน์ฯ ก็ชวนกันเล่นนั่งสมาธิเลียนแบบผู้ใหญ่ตามที่ได้ยินคำสอนของหลวงปู่พลฯ นั้น

ปรากฏว่า ทั้ง คุณจักรฯ และ คุณศาสน์ฯ นั้น พอจิตเป็นสมาธิก็ได้ทิพจักขุญาณทันที สามารถเห็นเทวดา เห็นพรหม เห็นพระ และไม่ใช่เพียงแต่เห็นอย่างเดียว ยังสามารถติดต่อพูดคุยด้วยได้อีก สิ่งของต่างๆ ที่บ้านใคร คุณจักรฯ และ คุณศาสน์ฯ บอกได้หมดว่า...อะไรวางอยู่ตรงไหน ทั้งๆ ที่ไม่เคยไปที่บ้านนั้นมาก่อน

อ่านต่อ....http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=984

(คำแนะนำหลังนามบัตร)

ขออาราธนาหลวงปู่พลมาเป็นองค์ประธาน

จงอธิษฐานก่อนนอน ก่อนรับประทาน

อาหารและน้ำ ขอให้สุขสวัสดี มีโชคชัย

ปราศจากทุกข์ โศก โรค ภัยพิบัติทั้งปวง

ภาวนาว่า  สัมพุทโธ  กว่าจะนอนหลับ 9 ครั้ง

หรือก่อนรับประทานน้ำ และอาหาร

ได้มีโอกาสได้ไปทำบุญและฝึกหัดวิปัสนากับหลวงปู่ฯเป็นบางโอกาส ที่หลวงปู่ฯมาโปรดที่สำนักปฏิบัติของวัดที่บางแค ได้เห็นแบบปฏิบัติในการสงเคราะห์ผู้คนที่ประสบความทุกข์ร้อนนาๆ  หลวงปู่ฯจะให้ผู้ขอรับการสงเคราะห์ที่มาพบหลวงปู่ฯเขียนเรื่องของปัญหาที่ต้องการให้หลวงปู่ฯให้การสงเคราะห์ให้ละเอียด บอกชื่อเสียงเรียงนามของผู้ป่วยหรือเจ้าของปัญหา ที่มีผู้เกี่ยวข้องภรรยาหรือญาติพี่น้องไม่สามารถแก้ไขได้ และมีผู้แนะนำให้มาหาหลวงปู่ฯ

ผู้ที่มาลงบันทึกในสมุดเล่มที่หลวงปู่จัดไว้ให้เสร็จแล้ว ถ้าไม่ต้องการร่วมฝึกกรรมฐานก็จะลากลับไป และรับคำแนะนำจากหลวงปู่ฯไปปฏิบัติเองที่บ้าน โดยหลวงปู่ฯรับทราบแล้วจะช่วยให้อีกแรงหนึ่ง  เช่นภรรยามีความทุกข์มาก สามีกินเหล้าเมามาย ไม่ทำการงาน หรือช่วยทำมาหารับประทานเยี่ยงผู้นำครอบครัวทั่วไป วันๆเอาแต่กินเหล้าเมามาย และชวนทะเลาะเบาะแว้งกับภรรยาเป็นประจำ ทำตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่ลูกๆ จนปัญญาของผู้เป็นภรรยาจะแก้ไข เปลี่ยนนิสัยการติดเหล้าของสามี

ปัญหาข้างต้นหลวงปู่ฯจะแนะนำให้ภรรยา ที่จัดหา ข้าวน้ำให้สามีทุกๆวัน ให้ระลึกถึงหลวงปู่ฯ และภาวนา 'สัมพุทโธ' 9 ครั้ง พร้อมอธิษฐานให้สามี หากไปกินเหล้าคราใด ให้อาเจียรออกมาทุกคราวไป  ปรากฏว่าได้ผล จนเจ้าสามีต้องเลิกกินเหล้า หันมาทำหน้าที่พ่อบ้านที่ปกติทั่วไป ยกภูเขาออกจากอกของผู้เป็นภรรยา

ต่อมายังได้ทราบจากลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ฯมานานทีเดียว ที่ไปคอยช่วยเหลืองานที่สถานปฏิบัติธรรม ทดแทนพระคุณให้แก่หลวงปู่ฯ เล่าให้ฟังว่า มีคนไข้ใกล้บ้านของเธอ บวมทั้งตัว ไปแอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาล เธอได้ไปเยี่ยมเนื่องจากสงสารเพื่อนบ้านรายนี้ รายงานจากแพทย์ผู้รักษาบอกให้เธอทราบว่า คนไข้รายนี้มีโอกาสรอดน้อย ทางโรงพยาบาลให้ยารักษาไปตามอาการ เพื่อช่วยให้คนไข้ไม่ทรมานเกินไปก่อนจะเสียชีวิตอีกไม่นาน เนื่องจากไตวายถึงขั้นรักษาให้หายกลับมาเป็นปกติไม่ได้แล้วนั่นเอง ศิษย์ของหลวงปู่ฯ สงสารคนไข้รายนี้มากด้วยยังมีอายุน้อย และมีอาการหนักมาก มีอาการบวมอ้วนกลมไปทั้งตัว

เธอนึกถึงหลวงปู่ฯมาเขียนรายงานเอาไว้ในสมุดของหลวงปู่ฯ บอกชื่อเสียงเรียงนามคนไข้ พร้อมทั้งที่อยู่ว่าเป็นโรงพยาบาลไหน ชั้นที่เท่าไร พร้อมห้องเลขที่ของคนไข้  วันต่อมาเธอก็มาช่วยงานหลวงปู่ฯตามปกติที่สถานปฏิบัติธรรมบางแคในสมัยนั้น เมื่อว่างจากภารกิจตอนที่แขกที่มาหาหลวงปู่ฯกลับหมดแล้ว หลวงปู่ฯได้เมตตาเล่าให้เธอฟังว่า คนไข้รายนั้นหลวงปู่ฯได้ไปทำการผ่าตัดเปลี่ยนไตให้ใหม่แล้ว เนื่องจากไตวายทั้งหมดไตเก่าใช้งานไม่ได้อีกต่อไป จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนให้ใหม่ เธอรับทราบด้วยความขอบพระคุณหลวงปู่ฯและได้แวะไปเยี่ยมคนไข้ในวันต่อๆมา อีก 1 สัปดาห์ให้หลังคนไข้ก็มีอาการดีขึ้นเป็นลำดับแพทย์เจ้าของไข้ตรวจแล้วพอใจ ให้เธอกลับบ้านได้  โดยไม่ทราบว่าเธอหายเป็นปกติรวดเร็วได้อย่างไร  ด้วยไม่เห็นหลวงปู่ฯไปรักษาคนไข้ที่ห้องผู้ป่วยแต่อย่างใด และศิษย์ของหลวงปู่ฯก็ไม่ได้บอกให้แพทย์ที่โรงพยาบาลทราบเรื่องที่เธอได้ขอหลวงปู่ฯเอาไว้ นี่เป็นอีกเรื่อง ที่ลูกศิษย์ของหลวงปู่ฯเล่าให้ฟังต่อหน้าหลวงปู่ฯ ในวันหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้ไปร่วมทำบุญกับหลวงปู่ฯ  เวลานั้นก็ยังไม่เฉลียวใจ เรียนถามขั้นตอนรายละเอียดเรื่องนั้นเป็นอย่างใดกับหลวงปู่ฯ (จิตของเรายังไม่รู้จักหยิบฉวยโอกาสทองขณะนั้น)

หลายปีต่อมาหลวงปู่มรณะภาพแล้ว ได้ทราบจากลูกศิษย์ของหลวงปู่ฯอีกคนหนึ่ง รายนี้มีรุ่นคุณพ่อเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิด ไปพบหลวงปู่ฯเป็นประจำเมื่อหลวงปู่ฯเดินทางมาสงเคราะห์ญาติโยมที่บางแค พูดคุยกันใกล้เพล หลวงปู่ฯก็ถามบรรดาลูกศิษย์ว่าเที่ยงนี้อยากกินแกงอะไรบ้าง หลวงปู่ฯจะหุงข้าว และเตรียมทำกับข้าวให้รับประทานกัน  วิธีเตรียมอาหารเที่ยงของหลวงปู่ฯก็ง่ายๆนำเอาหม้อข้าวเล็กๆ หม้อแกงใส่น้ำขึ้นตั้งบนเตาไฟประมาณนั้น ที่ไม่มีไฟหรือใส่ถ่านใส่ฟืนในเตาอะไรทั้งนั้น

นั่งคุยกันกับลูกศิษย์ซักครู่หนึ่งหลวงปู่ฯก็บอกให้ลูกศิษย์ยกลงมารับประทานกันตามปกติทั่วไป อิ่มอร่อยกันไปตามๆกัน กับการเลี้ยงข้าวมื้อเที่ยงของหลวงปู่ฯ และหลานศิษย์คนนี้ยังได้เล่าเกี่ยวกับหลวงปู่ฯอีกหลายๆเรื่อง เหตุการณ์สมัยนั้นหลวงปู่ฯยังหนุ่มอยู่มาก ซึ่งตอนหลวงปู่ฯมีวัยใกล้ 80 ปี นั้น หลวงปู่ฯไม่มีโอกาสได้สงเคราะห์บรรดาศิษย์ใกล้ชิดเป็นพิเศษเหมือนตอนหนุ่มๆ  ศิษย์รุ่นท้ายๆจึงไม่มีโอกาสทราบเรื่องที่ดูลึกลับแต่ไม่ลับของหลวงปู่ฯ โดยหลวงปู่ฯจะทำตน เป็นพระสงฆ์ประเภท ดังบ่ดี ดีบ่ดัง  ประเภทนั้น เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมได้รับนิมนตร์ไปที่ไหนหลวงปู่ฯก็เมตตาไปสงเคราะห์ทั้งคณะ พร้อมกับรถตู้เก่าๆคันหนึ่งเสร็จแล้วจึงจะเดินทางกลับวัดหนองคณฑี ที่สระบุรี ลูกศิษย์รุ่นท้ายๆจึงไม่ค่อยทราบคุณวิเศษในด้านอภิญญาของหลวงปู่ฯมากนัก ทราบแต่เพียงว่าหลวงปู่ฯจะช่วยแนะนำอบรมกรรมฐาน ภาวนา 'สัมพุทโธ' ให้แก่ผู้สนใจทุกๆวันอังคาร ที่ท่านมาบางแคเท่านั้น

ตอนหลวงปู่ฯยังมีชีวิตอยู่ หลวงปู่ฯได้บอกบรรดาศิษย์ไว้ว่า ใครที่มาหาหลวงปู่ฯไม่สะดวก ให้จุดธูป อยู่ที่บ้าน และบอกเรื่องราวรายละเอียด ที่ต้องการให้หลวงปู่ฯช่วยสงเคราะห์ก็ได้ หลวงปู่ฯยินดีให้การช่วยเหลือ ที่นำเรื่องความเมตตาของหลวงปู่ฯมาเล่าสู่กันนี้ เนื่องมาจากมีเพื่อนผู้โดยสาร ที่ได้ไปกราบพระที่วัดพระแก้ว และพระบรมกษัตริย์ในจักรีวงศ์ได้โดยสารรถกลับมาพร้อมกัน และเล่าให้ฟังถึงพ่อของเธอป่วยไข้ไม่สบายต้องพามารับการรักษาที่โรงพยาบาลประสาททุกสัปดาห์และพ่อของเธอติดบุหรี่ เลยเล่าเรื่องการสงเคราะห์ผู้ป่วยของหลวงปู่ฯให้เธอลองนำไปช่วยสงเคราะห์แก่คุณพ่อของเธอ

จึงถึงวาระขอนำมาบอกกล่าวแก่บรรดาคนรุ่นนี้ ที่อาจไม่เคยรู้จักหลวงปู่ฯมาก่อนให้ได้ทราบ และหากมีศรัทธาต่อหลวงปู่ฯ ก็สามารถระลึกถึงท่านและจุดธูปเทียนกราบเรียนหลวงปู่ฯขอรับการสงเคราะห์ในเรื่องต่างๆได้ ด้วยพระผู้ที่จบสิ้นเต็มองค์มรรคแล้ว จิตกลับไปสู่สภาวะเดิมแล้ว หากไม่มีเหตุปัจจัย มากระทบจิตของท่าน (เราไม่ได้ขอด้วยความเคารพ) ท่านก็จะอยู่ของท่านเฉยๆ ไม่มีหน้าที่ไปตามรู้ตามเห็นหรือช่วยเหลือความทุกข์ร้อนของผู้ใด หากเราขอและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่หลวงปู่ได้ระบุเอาไว้ในนามบัตรพิเศษ ตามในภาพที่สแกนเอาไว้นั้น เราก็อาจได้รับการสงเคราะห์จากหลวงปู่ฯทั้งทางโลก และโลกุตระ ให้เรามีโอกาสเดินอยู่บน 'ทาง' จนเต็มองค์มรรค ตามที่ปรารถนาต่อไป

ตอนใกล้ๆที่หลวงปู่จะจากไปสู่สภาวะจิตเดิมแท้นั้น หลวงปู่ฯได้เมตตาให้สร้างรูปเหมือนลอยองค์ของหลวงปู่ฯ สำหรับบรรดาลูกศิษย์ได้กราบไหว้บูชาระลึกถึงพระเมตตาของหลวงปู่ฯ ตอนไปรับมอบรูปเหมือน หลวงปู่ฯสั่งว่านำไปบูชาถึงหลวงปู่ฯให้ดีนะ ด้วยน้ำเสียงที่เมตตาและห่วงใย (ในจิตของหลวงปู่ฯคงทราบดีว่าในอนาคตที่โลกคับขัน วิกฤตเข้ามาทุกที ก็จะได้พึ่งพาหลวงปู่ฯให้ช่วยสงเคราะห์ในเรื่องต่างๆทั้งทางโลกและทางธรรม นั่นเอง คนสายตาสั้นมองอะไรไม่ค่อยเห็นชัดในช่วงนั้น หลวงปู่ฯคงนึกเวทนาสงสารอยู่ไม่น้อย ซึ่งหลวงปู่ฯก็ใจเย็นอดทนรอคอยวาระที่ลูกๆจะเกิดปัญญา)

หากท่านสังเกตที่ด้านหลังนามบัตรของหลวงปู่ฯจะมีคำว่าภัยพิบัติ เมื่อสมัย 50-60 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมันอาจหมายถึงภัยพิบัติของชาวโลก ที่กำลังเกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างทวีคูณในปัจจุบัน ที่ลูกหลานสามารถนึกถึงหลวงปู่ฯให้ช่วยให้เราปลอดภัย

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share