ภูเขาไฟใต้แผ่นน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์

http://ainews1.com/article294.html

Bookmark and Share

ประเทศนี้ตั้งอยู่ใกล้เกาะกรีนแลนด์แถบขั้วโลกเหนือ ภูเขาไฟใต้แผ่นน้ำแข็งหนาปประมาณ 500 เมตรการระเบิด และพ่นเถ้าถ่านสูง 20,000 ถึง 30,000 ฟุต จนสายการบินจำนวน 2 ใน 3 ในแถบยุโรปทางตอนเหนือต้องหยุดบินไปเกือบ 7 หมื่นเที่ยวตลอดสัปดาห์ นับเป็นความสูญเสียรายได้ และเป็นอุปสรรคแก่นักเดินทาง ที่ต้องติดอยู่ที่สนามบินต่างๆเป็นเวลานาน ต่อมามีรายงานว่าการระเบิดคราวนี้ ภูเขาไฟได้สร้างรอยแตกร้าวบนแผ่นดินใกล้เคียงเพิ่มขึ้นอีก 300 กิโลเมตร

 


นับแต่ต้นปี 2553 เป็นต้นมา ภูเขาไฟทั่วโลกเกิดการระเบิดถี่ขึ้น แต่เรายังไม่ได้ข่าวภูเขาไฟใต้ทะเลลึกเกิดการระเบิด ปรากฏแต่สัตว์ทะเล เช่นปลาโลมาเป็นรอยๆตัวว่ายมาเกยตื้นตายที่นิวซีแลนด์ และปลาโลมาเพชฆาตประมาณ 20 ตัวขึ้นมาเกยหาดทรายที่เกาะภูเก็ต และมีข่าวเล็กๆที่ปลาทะเลตายจำนวนมาก ที่ตรัง และแถบดงประการังในทะเลอันดามันใกล้ฝั่งไทย ที่เป็นสวรรค์ของนักดำน้ำดูประการัง กำลังซีดขาว หรือค่อยๆตายไปนั่นเอง สัตว์ประการังมีความไวต่ออุณหภูมิของน้ำทะเล หากอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศามันก็เริ่มตายแล้ว

สิ่งแวดล้อมโลกเปลี่ยนไปเร็วมากจึงแสดงผลต่างๆออกมาให้ปรากฏเป็นข่าว หากจะลองดูในลึกลงไปในแต่ละเรื่องที่ปรากฏเช่น

  1. ภูเขาไฟระเบิด และเกิดแผ่นดินไหวถี่ขึ้นทั่วโลก...ใต้โลกมีพลังความร้อนอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา 8 ปีเศษ โลกมีพลังงานเส้นแรงแม่เหล็กที่หนักและร้อน ลงมาหุ้มเปลือกโลก แทนที่จะไหลเข้าขั้วโลกเหนือตามปกติ ไปออกขั้วใต้ เนื่องจากที่ขั้วเหนือถูกอุดตันด้วยมลภาวะต่างๆจากมนุษย์สร้างขึ้น และเกิดภาวะเรือนกระจก อุ้มความร้อนสะสม หลังจากที่โลกรับจากดวงอาทิตย์ทุกๆวัน สะท้อนกลับไปสู่อวกาศไม่หมดในแต่ละวัน พลังเส้นแรงแม่เหล็กมีพลังงานมหาศาล พากันรวมตัวชอนไชเปลือกโลกสู่ชั้นใน ส่งผลให้แรงยึดเกาะของดินเสียไป เกิดการถล่มง่ายขึ้นเมื่อดินมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลังฝนตกหนัก ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นทั่วโลก 8-9 ปีก่อนจะไม่ค่อยได้ยินข่าวดินถล่มหลังฝนหนักเช่นในปัจจุบัน
  2. สัตว์ต่างๆในทะเลเริ่มตายมากขึ้นอย่างผิดปกติ  สัตว์เหล่านี้ต้องการออกซิเจน และต้องปลอดสารพิษ อะไรที่ทำลายสภาพแวดล้อมในทะเล ของเสียที่มนุษย์ทิ้งลงทะเล นั่นส่วนหนึ่ง กาซมีเทนและกาซกำมะถันจากภูเขาไฟใต้ทะเล ที่ผุดขึ้นอีกส่วนหนึ่ง ภูเขาไฟมากมายใต้ทะเล พ่นควันสีขาว ให้เราสังเกตได้จากภาพถ่ายดาวเทียม ที่ Google นำมาให้เราดูชัดๆ เมื่อ 2 วันที่แล้วปลาโลมาเพชรฆาต 20 กว่าตัวได้ขึ้นมาเกยตื้นที่หาดทรายบนเกาะภูเก็ต และปลาจำนวนมากตายที่ทะเลอันดามัน ลอยมาที่หาดจังหวัดตรังซึ่งชาวประมง ที่ดำน้ำหาปลาพบว่า มีกลุ่มความร้อนจำนวนมากผุดขึ้นจากก้นทะเล เป็นเหตุให้ปลาจำนวนมากเสียชีวิต แสดงออกของความผิดปกติของธรรมชาติในท้องทะเลอันดามัน ที่มีแรงดันใต้เปลือกโลก ดันกาซซึ่งอยู่ใกล้ก้นทะเลขึ้นมาก่อน แรงดันใต้เปลือกโลกส่วนนี้ อาจนำไปให้ภูเขาดินหลายลูกในทะเลอันดามัน เกิดการถล่มที่อาจนำมาซึ่งคลื่นสึนามิได้ ที่ดร.สมิทธ เคยกล่าวถึงความกังวลในข้อนี้
  3. การระเบิดของภูเขาไฟที่ไอซ์แลนด์ เพิ่มรอยแตกร้าวเปลือกโลกเพิ่มขึ้น อีก 300 กิโลเมตร รอยแตกร้าวเหล่านี้เป็นช่องทางให้แก่พลังเส้นแรงแม่เหล็กที่หุ้มห่อเปลือกโลก ไหลลงใต้เปลือกโลกได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ในอนาคตใกล้ๆนี้แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดจะถี่ขึ้น รวมทั้งที่เดิมที่เคยระเบิดแล้วก็จะกลับมาระเบิดครั้งใหม่อย่างผิดปกติ ที่นักภูเขาไฟยุคเก่าออกมายืนยันว่าจะทิ้งเวลาออกไปอีกเป็นร้อยปี เช่นให้จับตารอยเลื่อนที่ริมเกาะสุมาตราที่เปลือกโลกมุดกันอยู่ จะไหวบ่อยๆ ไม่ใช่ครั้งเดียวแล้วเว้นไปนาน ยิ่งมีรอยเลื่อนใหม่ๆมากขึ้น พลังเส้นแรงแม่เหล็กยิ่งลงไปสะสมพลังความร้อนได้มากและรวดเร็ว แผ่นดินไหวครั้งใหญ่อาจเกิดอีกในไม่ช้า เนื่องจากพลังงานเส้นแรงแม่เหล็กมีมากสะสมขึ้นทุกวันจากดวงอาทิตย์และจักรวาล

                   เถ้าถ่านของภูเขาไฟที่มีแร่ซิลิก้าสูง ลอยขึ้นไปในชั้นความสูง 20,000 -30,000 ฟุต

อนุภาคจิ๋วๆ จากปล่องภูเขาไฟนั้นจะส่งผลกระทบต่อเครื่องบินลำใหญ่ได้จริงหรือ
       
       

แกรนท์ มาร์ติน (Grant Martin) บลอกเกอร์ชาวอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการบินและการขนส่งและเป็นวิศวกรวัสดุด้วยนั้น ได้ไขข้อข้องใจดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ Gadling.com ที่เขาเป็นบรรณาธิการว่า เถ้าภูเขาไฟปริมาณมหาศาลนั้น ส่งผลอย่างชัดเจนต่อสมรรถนะการบินของเครื่องบิน หากอนุภาคขนาดเล็กจากภูเขาไฟนี้หลุดเข้าสู่รูระบายความร้อนแล้ว จะเป็นเหตุให้ความดันและอุณหภูมิของเครื่องยนต์สูงขึ้น และกลายเป็นปัญหาใหญ่ต่อเครื่องยนต์ภายในได้
       
      
 ดังนั้น สายการบินต่างๆ จึงพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์เริ่มต้นอันจะนำไปสู่กลไกการทำงานของเครื่อง ยนต์ที่ผิดพลาด ซึ่งจะส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อเครื่องยนต์ในทันที และจะคุกคามความปลอดภัยของเครื่องบินด้วย ขณะที่เถ้าภูเขาไฟปริมาณน้อยๆ จะส่งผลเสียระยะยาวต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์
       
      
 มาร์ตินยกตัวอย่างเครื่องยนต์เผาไหม้ ซึ่งถูกใช้ที่อุณหภูมิสูงมากพอที่จะละลายโลหะส่วนใหญ่ ดังนั้นวัสดุที่จะนำมาประกอบเครื่องยนต์นี้จึงได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อ ความร้อนได้เป็นพิเศษ และใบพัดเครื่องยนต์ซึ่งมักได้รับความร้อนเกินกว่า 1,400 องศาเซลเซียสนั้นจะถูกเคลือบด้วยสารพิเศษที่เรียกว่า TBC (thermal barrier coating) เพื่อป้องกันความร้อนที่สูงเกิน กล่าวโดยย่อคือ TBC ป้องกันไม่ให้ใบพัดละลายนั่นเอง
       
      
 TBC ปกป้องใบพัดไม่ให้ละลายได้เพราะโครงสร้างเล็กๆ ของสารเคลือบที่มีรูพรุนและมีความหนาแน่นน้อย เพื่อป้องกันการถ่ายเทความร้อนมากเกินไป แต่ด้วยลักษณะดังกล่าวทำให้สารเคลือบมีแนวโน้มที่จะถูกอนุภาคแปลกปลอม อย่างอนุภาคแคลเซียมแมกนีเชียมอะลูมิโนซิลิเกต (CMAS) ซึ่งมีคล้ายกับเม็ดทราย หรือเถ้าภูเขาไฟแทรกซึมสารเคลือบกันความร้อนนี้ได้
       
       เมื่อเวลาล่วงไปอนุภาคเหล่านั้นจะฝังตัวอยู่ในรูพรุนของสารเคลือบ TBC และคงอยู่โดยที่เครื่องยนต์ได้รับความร้อนสลับกับความเย็นซ้ำไปซ้ำมา ทุกครั้งที่เครื่องยนต์ร้อนและเย็นสลับไปมาเป็นวัฏจักรนี้ จะสร้างความเครียด (strain) ระหว่างวัสดุทั้งสอง คล้ายกับการแช่แข็งขวดที่ปิดผนึกแน่นซึ่งมีโอกาสระเบิดได้ และหากสารเคลือบเสียหาย ความร้อนจะไหลเข้าสู่ใบพัดได้อย่างอิสระ ซึ่งจะทำให้วัสดุละลายและเป็นสาเหตุหายนะได้
       
       ด้วยปริมาณเถ้าภูเขาไฟมหาศาลทำให้เกิดความเสียหายได้เร็วขึ้น แต่สารเคลือบ TBC ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเสียหายระยะยาวเท่านั้น อีกทั้งเรายังไม่ทราบว่าเถ้าภูเขาไฟจะส่งผลระยะยาวอะไรบ้าง มีเพียงการทดสอบผลกระทบทั้งหมดที่ต้องใช้เวลาหลายอาทิตย์เท่านั้นที่จะให้คำตอบได้

อีกสาเหตุหนึ่งที่เครื่องบินไม่ควรบินผ่านเถ้าภูเขาไฟคือ อากาศที่ใช้ในห้องโดยสาร ระบบแอร์ ระบบนิวเมติก หรือแม้แต่ระบบ de-ice , anti-ice เค้าจะใช้ bleed air จาก intermediate state compressor ในเครื่องยนต์เจ็ท ซึ่งถ้าบินผ่านแถวนั้นอากาศที่ดูดจากภายนอกก็จะมีสารพิษเข้ามา ถ้าในห้องโดยสารเต็มไปด้วยก๊าซพิษจากเถ้าภูเขาไฟก็จะทำให้คนในเครื่องบินตาย ได้ทั้งลำ

      4พลังความร้อนและกาซพิษที่ภูเขาไฟใต้ทะเล นับพันๆลูกที่อาจมีการระเบิด สร้างความแปรปรวน ของกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็น ทำให้เกิดพายุใหญ่ตามมา เช่นเดียวกับแคทรียาในภาคใต้ของสหรัฐฯ หากการระเบิดรุนแรงก็จะเกิดคลื่นสึนามิตามมา

      5 ผลเสียหายจากปรากฏการณ์ในข้อต่างๆข้างต้น จะร่วมกันทำงานเป็นลูกโซ่ มีต้นพลังมาจากเส้นแรงแม่เหล็กที่ทะลุทะลวงลงไปเติมพลัง ปกติเส้นแรงแม่เหล็กที่โลกได้รับจากดวงอาทิตย์และจักรวาลจะไหลลงขั้วใต้ ออกสู่อวกาศ โอบรอบเปลือกโลก ทำหน้าที่เป็นเกราะแม่เหล็กคุ้มกันรังสีต่างๆที่เป็นอันตรายกับสิ่งมีชีวิตบนโลก ไม่ใช่มาอัดแน่นอยู่บนเปลือกโลก เช่นปัจจุบัน สร้างผลเสียมากมายให้แก่คนและสัตว์และพืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆขาดความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ และเจาะทะลุเข้าไปทำลายเซลล์ทั่วร่างกาย ถ้าผู้นั้นไม่ทราบต้นสายปลายเหตุของภาวะปัจจุบัน และเตรียมป้องกันตัวเอาไว้ล่วงหน้า ทั้งที่ตัวเองและที่อยู่อาศัย และสถานที่ทำงาน และในรถราทุกๆแห่ง เป็นมหันตภัยที่มาเงียบๆ 8 ปีกว่าแล้ว และจะปรากฏผลเสียให้ประชากรโลกต้องล้มตาย ในอีก 2 ปีข้างหน้าอย่างมากมาย

      6 ความผิดปกติทางสิ่งแวดล้อมของธรรมชาติ ที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ได้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ผ่านมาทั้งสิ้น มีการแสวงหาและบริโภคทรัพยากรของโลกอย่างฟุ่มเฟือย เปลี่ยนเป็นมลภาวะทิ้งสู่อากาศทั่วโลก และหนาแน่นที่ขั้วโลกเหนือจนเกิดอุดตัน พลังเส้นแรงแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์และจักรวาลเข้าสู่ขั้วโลกตามปกติไม่ได้ ก่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนอีกนานับประการตามมา ที่หมู่มนุษย์ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้

เช่นที่ขั้วโลกเหนือมีกาซมีเทนผุดขึ้นมาจากใต้ท้องทะเลจำนวนมาก ด้วยพลังความร้อนที่เพิ่มขึ้นไปเป็นแรงขับดันมีผลร้ายยิ่งกว่ากาซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 20-40 เท่าตัวเพิ่มดีกรีให้โลกร้อนมาก และเร็วยิ่งขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกจึงละลายเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้า โปรเฟสเซอร์ชาวสก๊ตแลนด์ เพิ่งเปิดเผยผลงานวิจันพบว่าหากน้ำแข็งบนเกาะกรีนแลนด์ละลายหมด ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้นอีก 7 เมตร ใกล้เคียงกับที่ ดร.เอ็ดการ์ เคซี่ย์ นักจิตศาสตร์ผู้มีชื่อของอเมริกันมองเห็นระดับน้ำทะเลจะขึ้นสูงถึง 9 เมตร ส่วนพระผู้ทรงญาณของไทยท่านมองเห็นระดับน้ำสูงท่วมเสาไฟฟ้า นับว่าเป็นระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นใกล้เคียงกัน

ผลกระทบของสิ่งแวดล้อมโลกที่ดำเนินไปอย่างเงียบๆ แต่รุนแรงกว้างไกลไปทั้งโลก จะค่อยๆทำลายเศรษฐกิจโลกลงในที่สุด และมีกำหนดเวลาโดยประมาณหลังจาก 14 ก.พ. 2013 เป็นต้นไปที่ชาวโลกจะพบเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เคยได้พบเห็นหลังจากโลกถูกแรงดึงดูดของดาว นิบิรุ ระหว่างที่โลกโคจรเข้าไปอยู่ในระหว่างระยะทางจากดวงอาทิตย์และดาว นิบิรุ ทำให้แกนของโลกหมุนเคลื่อนที่ไป 90 องศา ซึ่งจะเกิดหายนะภัยต่างๆตามมาทั่วโลกอย่างรุนแรง ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ...http://ainews1.com/article286.html 

ลองแวะมาทำความรู้จักกับสภาพภูมิศาสตร์หน่อยก็ดี ที่ว่าประเทศนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่โตมากที่มีฐานอยู่ใต้มหาสมุทรแอตแลนติก  ที่ลิงค์นี้ http://maps.google.co.th/maps?hl=th&rlz=1T4GFRE_thTH333&q=Iceland&um=1&ie=UTF-8&sa=N&tab=wl

ปรากฏการณ์ภูเขาไฟระเบิดที่ ไอซ์แลนด์นี้ เป็นเพียงตัวอย่างขั้นแรก เป็นสัญญาณเตือนให้มนุษย์โลกตระหนักว่า มีผลเกิดขึ้นแล้วจากเหตุปัจจัยที่โลกได้สะสมมาจากการกระทำของมวลมนุษย์อย่างยาวนาน และเริ่มวิกฤต เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา ทั่วๆไปรู้สึกและพบว่าโลกร้อนขึ้น แต่ภายใต้ความร้อนนั้นยังซ่อนไว้ด้วยผลเสียต่อชีวิตของมนุษย์และสัตว์ และพืชพันธุ์ต่างๆอย่างซับซ้อนมากมาย  ผู้ที่สนใจเรื่องใหม่ๆเหล่านี้ศึกษารายละเอียดได้ที่..http://sites.google.com/site/ingdhamma/knowledge

ลองเปรียบเทียบกับภูเขาไฟ เซนต์เฮเลน ที่ระเบิดรุนแรง เมื่อ 1980

 

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี นอกเหนือจากส่วนขยายธุรกิจ ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share