ข้อสันนิษฐานเหตุ “หลุมยุบ” ในกัวเตมาลา

http://ainews1.com/article296.html

Bookmark and Share

หลายคนที่เห็นภาพ “หลุมยุบ” กลางสี่แยกในกัวเตมาลา อาจไม่เชื่อสายตาตัวเอง และสงสัยว่าเป็นภาพตัดต่อหรือไม่ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงและเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน โดยนักธรณีวิทยารั้วจามจุรีเผย 3 ข้อสันนิษฐานของปรากฏการณ์ แต่ให้น้ำหนักกรณีหลุมยุบ เนื่องจากชั้นใต้ดินเป็นหินปูนมากที่สุด

หลุมยุบที่เกิดขึ้นในกัวเตมาลาหลังพายุโซนร้อนอากาธา (Agatha) มีความกว้างถึง 18 เมตรและลึกประมาณ 30 เมตร ซึ่งเนชันนัลจีโอกราฟิกรายงานความเห็นของ เจมส์ เคอร์เรนส์ (James Currens) นักอุทกธรณีวิทยา จากมหาวิทยาลัยเคนตัคกี (University of Kentucky) สหรัฐฯ ว่า ยังไม่ทราบกลไกที่เป็นสาเหตุของการยุบตัวครั้งนี้ และเมื่อปี 2007 เคยเกิดเหตุแผ่นดินยุบตัวในบริเวณใกล้เคียงกัน
       
 สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดนี้ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ได้สอบถามไปยัง ผศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตั้งข้อสันนิษฐานถึงการยุบตัวของแผ่นดินไว้ 3 กรณี ซึ่งมีกรณีฝนตกหนัก เนื่องจากพายุเป็นตัวกระตุ้นให้ดินยุบตัว โดยพายุครั้งนี้มีปริมาณน้ำฝนมาถึง 300 มิลลิลิตรต่อ 30 ชั่วโมง ขณะที่ปริมาณฝนปกติอยู่ที่ 100 มิลลิลิตรเท่านั้น

ลองแวะมาดูทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศนี้กัน  ประเทศนี้อยู่ใกล้ขอบวงแหวนไฟ พอสมควร จึงอยู่ในโซนที่เกิดแผ่นดินไหวอยู่เสมอ ทั้งไหวเบาและหนัก

 
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

 

 กรณีแรก อาจเกิดเนื่องจากชั้นหินปูนใต้ดินถูกน้ำเซาะ จนเกิดโพรงและดินด้านบนอุ้มน้ำปริมาณมากจนยุบตัวลง ซึ่งกรณีเช่นนี้พบได้ในหลายจังหวัดของไทย เช่น จ.กาญจนบุรี ที่มีภูเขาหินจำนวนมาก และมีถ้ำน้ำลอดซึ่งเกิดการหินปูนถูกน้ำเซาะ วันดีคืนดีฝนละลายหินปูนจนทำให้ชั้นดินที่ปกคลุมชั้นหินปูนถล่มลงไป หรือ จ.พัทลุงและสตูล ที่เกิดแผ่นดินยุบตัวหลังฝนตกหนัก
       
       กรณี ที่สอง เกิดจากชั้นดินอ่อนหรือชั้นดินใหม่ มีชั้นทราย เมื่อฝนตกจึงเกิดการกระจุกตัวของน้ำฝนที่ซึมสู่ใต้ดินอย่างรวดเร็ว ทำให้ดินยุบตัว ซึ่งกรณีนี้เคยเกิดที่เมืองไทยบริเวณ ถ.สุขุมวิทของพัทยา เนื่องจากมีชั้นดินเป็นชั้นทราย และกรณีสุดท้ายคือชั้นใต้ดินมีชั้นเกลือ เมื่อชั้นเกลือละลายจะเกิดหลุมยุบ พบกรณีนี้แถวภาคอีสานของไทย เช่น จ.นครราชสีมา เป็นต้น
       
       จากการสันนิษฐานเบื้องต้น ผศ.ดร.ธนวัฒน์กล่าวว่า กรณีดินยุบตัวที่กัวเตมาลาน่าจะเป็น 2 กรณีมากกว่า และไม่น่าจะเกิดจากชั้นเกลือใต้ดินถูกละลาย โดยดูจากสภาพธรณีคร่าวๆ และบริเวณที่เกิดยังมีภูเขาไฟระเบิดเยอะ บริเวณดังกล่าวจึงไม่น่าจะมีหินเกลือ (Rock salt) ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดพร้อมๆ กับหินทราย (Sand stone) ในยุคมีโซโซอิค (Mesozoic) แต่จะพบในจีน สหรัฐฯ หรือ จ.นครราชสีมาของไทยมากกว่า
       
       อย่างไรก็ดี นักธรณีวิทยาของไทยให้น้ำหนักการเกิดดินยุบตัวครั้งนี้กับข้อสันนิษฐานว่า เกิดจากชั้นหินปูนถูกละลายมากกว่า อีกทั้งบริเวณดังกล่าวยังเคยเกิดหลุมยุบมาแล้ว และจากการพิจารณาภาพหลุมยุบผ่านสื่อพบว่ามีชั้นดินปิดทับอยู่ประมาณ 10 เมตร และชั้นหินไม่เก่ามากซึ่งกำลังตรวจสอบว่าเป็นชั้นหินปูนหรือไม่ พร้อมๆ กับการค้นหาแผนที่ทางธรณีวิทยาซึ่งจะบอกได้ชัดเจนขึ้นว่าเกิดการยุบตัวจาก ชั้นหินปูนหรือไม่ แต่การตรวจสอบที่ชัดเจนจริงๆ ต้องลงไปสำรวจยังพื้นที่เกิดเหตุ
       
       สำหรับหลุมยุบที่เกิดขึ้นนี้ ผศ.ดร.ธนวัฒน์กล่าวว่า มีโอกาสขยายวงยุบตัวเพิ่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากธารน้ำใต้ดิน และการที่ฝนตกหนักจะยิ่งเสริมให้ดินยุบตัวได้มากขึ้น เนื่องจากชั้นดินอุ้มน้ำมากทำให้น้ำหนักเพิ่มและถล่มลง โดยส่วนใหญ่น้ำมักเป็นตัวเร่งให้เกิดหลุมยุบ และหลุมยุบทุกกรณีเกิดจากฝนตกหนัก ยกเว้นหลุมยุบจากการพุ่งชนของอุกกาบาตซึ่งเป็นหลุมยุบอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ มีน้ำมาเกี่ยวข้อง ในกรณีของอุกกาบาตนั้นทำให้เกิดหลุมยุบที่สหรัฐฯ กว้างถึง 2 ตารางกิโลเมตร
       
       ทั้งนี้ 80-90% ของหลุมยุบมักเกิดจากชั้นหินปูน โดยลักษณะของหลุมยุบมักเป็นวงกลมแต่ไม่แน่นอนเสมอไป และ ผศ.ดร.ธนวัฒน์ ระบุด้วยว่า การ สร้างสิ่งก่อสร้างใดๆ ควรต้องตรวจสอบด้วยว่า ตั้งอยู่บนพื้นดินที่มีชั้นหินปูนอยู่หรือไม่ ซึ่งเมืองไทยมีแผ่นที่ธรณีวิทยาที่ระบุว่าบริเวณใดบ้างมีชั้นหินปูน สำหรับการตรวจสอบชั้นหินปูนนั้นทำได้ด้วยเทคนิคทางธรณีฟิสิกส์ ด้วยการยิงกระแสไฟฟ้าลงดิน หากกระแสไฟฟ้าผ่านไม่ได้แสดงว่าชั้นใต้ดินมีโพลงอยู่

ข้อมูลข้างต้นเป็นความเห็นของนักวิทยาศาสตร์ในแง่มุมต่างๆ ยังขาดสภาพแวดล้อมปัจจุบันทั่วโลก ที่พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ ท่านได้เห็นในญาณทัสสนะ มา ร่วม 20 ปีแล้ว ว่าพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่นักวิทยาศาสตร์สนใจศึกษากันมาร่วม 10 ปี ยังไม่ตระหนักว่าปัจจุบันพลังเส้นแรงแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์และจักรวาลที่ไม่สามารถไหลลงขั้วโลกเหนือได้ตามปกติ ลงมาปกคลุมอัดแน่นอยู่ทั่วผิวโลกสะสมสูงกว่า 2 เมตรในปัจจุบัน เป็นสภาพที่วิกฤตหลายๆด้าน

เหตุปัจจัยการเกิดหลุมยุบ หันมาดูส่วนที่เกี่ยวกับหลุมยุบที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆทั่วโลก เริ่มเกิดหลุมใหญ่ๆขึ้นยาวเป็นกิโลเมตรนั้น พื้นดินในโซนต่างๆจะถูกพลังงานเส้นแรงแม่เหล็กรวมตัวกันหมุนเป็นเกลียวสว่านชอนไชลงสู่ใจกลางโลก เพื่อจะมุ่งไปออกที่ขั้วโลกใต้ตามปกติ การชอนไชของเส้นแรงแม่เหล็กทั่วโลกนี้ ทำให้แรงยึดเกาะของดินเสียไป ทำให้ชั้นดินบางชั้นไม่สามารถรับน้ำหนักตัวเองได้ หลุมที่เห็นในภาพ เหมือนเสาเข็มขนาดใหญ่ โดยรอบของเสาเข็มต้นนี้จะมีแรงยึดเกาะของดินที่ผิวโดยรอบ และมีดินข้างใต้ปลายเสาเข็มต้นนี้ที่ยาวประมาณ 30 เมตรรองรับน้ำหนักอยู่ เมื่อดินที่ปลายเสาเข็มยุบตัว  ตัวเสาเข็มเองจึงตั้งอยู่ได้ด้วยแรงยึดเกาะที่ผิวของเสาเข็มเท่านั้น เมื่อแรงยึดเกาะที่มีอยู่ตามปกติถูกพลังเส้นแรงแม่เหล็กทำลายไป เสาเข็มต้นนี้จึงยุบตัว

แผ่นดินถล่มหลังฝนตกหนัก ที่เราเห็นชัดทั่วโลกไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ หรือแผ่นดินในที่ลาดเอียงเกิดถล่มลงมาหลังฝนตก ก็เกิดในลักษณะเดียวกัน ที่ดินบริเวณนั้นขาดแรงยึดเกาะที่ถูกพลังเส้นแรงแม่เหล็กทำลายไป เป็นเวลา 10 กว่าปีพร้อมเสมอที่จะเกิดการถล่ม หากมีน้ำหนักอื่นๆมาเพิ่มให้อีกนิดเดียว  เราจึงเห็นและได้ยินข่าวพยากรณ์อากาศแทบทุกประเทศ จะเตือนผู้ที่อยู่บริเวณเชิงลาดชันใกล้ภูเขา ให้ระวังแผ่นดินถล่มทั่วโลก  ซึ่งเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ยากนักที่จะได้ยินข่าวเช่นนี้

“หลุมนรกไซ่ง่อน” โผล่สลอนหลังน้ำลด ชาวเมืองผวาหนัก



 ปรากฏการณ์หลุมยุบ เป็นปรากฏการณ์เล็กๆ  ที่จะบอกให้เรารู้ว่าพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่ท่วมท้นเปลือกโลกอยู่ทุกแห่งหนนั้น กำลังพากันมุดตัวลงสู่ใต้เปลือกโลก ในที่ทุกแห่งอยู่ทุกเวลานาทีโดยเฉพาะที่รอยแยกเปลือกโลกและแนววงแหวนไฟทั่วโลก และบริเวณที่เพิ่งเกิดแผ่นดินไหว รอเวลาให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ไม่ต้องรอนานเป็นสิบเป็นร้อยปีตามหลักวิชาของธรณีวิทยาเช่นในอดีตอีกต่อไป 

พลังงานเหล่านี้ลงไปเติมพลังความร้อนให้แก่เปลือกโลกชั้นใน เร่งให้เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดอย่างต่อเนื่อง ถี่ขึ้นที่เราได้ยินได้ฟังบ่อยๆทั่วโลกในปัจจุบัน เดือนละหลายๆครั้ง  โลกกำลังจะบอกเราว่าโลกใกล้ถึงเวลาร่อนตะแกรงธรรมชาติ พลิกขั้วเพื่อปรับสมดุลพลังเส้นแรงแม่เหล็กให้เป็นระบบระเบียบเสียใหม่ และใกล้ถึงรอบการปรับเปลี่ยนเคลื่อนย้ายไปสู่แรงดึงดูดของกาแลกซี่ไตรแองกุลัมในอีกไม่นานเกินรอ ทุกๆรอบ 13,000 ปีนั่นเอง แล้วอันที่จริงโลกกำลังรอเหตุปัจจัยอะไรอื่นๆมาเพิ่มเติมพลังงานอันมหาศาล ที่สุริยะจักรวาลจะเคลื่อนองคายพไปสู่ อีกกาแลกซี่  นั่นคือ ดาวนิบิรุ และบริวารทั้ง 5 ใช่หรือไม่?

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share