หลวงปู่อุปคุต

ในงานฉลองสมโภชน์พระมหาสถูปเจดีย์ 84,000 องค์

/article299.html

Bookmark and Share

ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช นั้น พระองค์มีพระราชประสงค์จะกระทำมหกรรมการฉลองพระสถูปเจดีย์ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 84,000 องค์  ซึ่งประดิษฐานอยู่ทั่วสกลชมพูทวีป รวมทั้งพระมหาสถูปองค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่องค์หนึ่ง มีความสูงประมาณครึ่งโยชน์ ประดับประดาด้วยแก้วรัตนต่างๆ แสงแห่งแก้วรัตนเหล่านั้นสว่างรุ่งเรืองประดุจเขาไกรลาสประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาใกล้กับกรุงปาฏลีบุตร

พระเจ้าอโศกมหาราชทรงพระดำริว่า "เราจะทำการฉลองพระสถูปเจดีย์ทั้งหลาย ทั้งจะกระทำการสักการบูชาให้ครบกำหนด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน จึงจะสมควรกับศรัทธาของเรา ทำอบ่างไรจึงจะไม่มีอันตรายในการบำเพ็ญกุศลครั้งนี้ จะมีอุบายวิธีประการใดบ้าง ที่จะช่วยป้องกันอันตรายได้ ทางที่ดีเราควรจะไปถามเหตุผลกับพระอริยสงฆ์"

พระเจ้าอโศกมหาราชได้เสด็จไปสู่พระวิหารพร้อมด้วยหมู่อำมาตย์ ทรงนมัสการพระภิกษุสงฆ์ทั้งปวง แล้วประทับ ณ สถานที่อันสมควร จึงตรัสกับพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระว่า

"ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ พระคุณเจ้าจงช่วยค้นหาพระภิกษุสงฆ์ผู้มีมหิทธานุภาพ มาเพื่อป้องกันอันตรายในงานมหกรรมการกระทำสักการบูชาฉลองพระสถูปเจดีย์ของโยม ที่จะจัดให้มีขึ้นถึง 7 ปี 7 เดือน7 วัน ในครั้งนี้ให้แก่โยมด้วยเถิด"

พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระได้ฟังพระราชดำรัสแล้ว กล่าวว่า

"ถวายพระพรบรมมหาบพิตรพระราชสมภาร พระราชปริวิตกของพระมหาบพิตรนี้ อาตมะภาพจะขอรับภารธุระแสวงหาแลเลือกพระภิกษุผู้ทรงอิทธิฤทธิ์มาช่วยการกระทำมหกรรมในครั้งนี้ ขอถวายพระพร"

พระเจ้าอโศกมหาราชทรงโสมนัสต่อถ้อยคำรับรองของพระเถระ แล้วทรงนมัสการลาเสด็จกลับพระราชนิเวศน์

พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดมีพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระเป็นต้น ร่วมช่วยกันพิจารณาหาเหตุแห่งอันตรายในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์ ก็ได้เห็นเหตุแห่งอันตรายนั้นว่า จะมีพญามารมาทำลายพิธีกรรมในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในครั้งนี้อย่างแน่นอน จึงกล่าวกับพระสังฆเถระว่า (ในการครั้งนั้พระอริยะเจ้าจำเป็นต้องใช้อนาคตังสญาณ ตรวจหาเหตุ ที่จะเกิดภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นระหว่างงานฉลองเจดีย์ในคราวนั้น)

"ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงกระทำการป้องกันพญามารที่จักมากระทำอันตราย ขัดขวางการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครั้งนี้ของพระบรมกษัตริย์"  อ่านต่อ.....http://www.arayun.com/sub%20menu%20pucha.html. (แล้วตรงไปที่หน้า 7)

ปู่อุปคุต

ปู่อุปคุต สยบฤทธิ์ของมาร

พระมหาเถระก็อธิษฐานฤทธิ์ปาฏิหาริย์หอบเอาห่าฝนเหล่านั้น และความมืดมิดของพญามารไปทิ้งเสียนอกขอบจักรวาล  พญามารเมื่อบันดาลอิทธิฤทธิ์หลายประการแล้ว แต่ต้องพ่ายแก่พระมหาเถระมาโดยตลอด ยิ่งมีความโกรธจัด หวังจะเอาชนะให้ได้ จึงเนรมิตร่างกายเป็นสัตว์ดุร้ายต่างๆ เช่น เป็นโคใหญ่วิ่งไปจะชนทวีปทั้งสิ้นให้พินาศ พระมหาเถระก็เนรมิตร่างกายเป็นรูปพยัคฆ์วิ่งไล่ไปจะจับโค โคนั้นตกใจกลัว จึงส่งเสียงร้องพิลึกน่าสพึงกลัว ในมหาสมาคมนั้น ทั้งคฤหัสถ์ทั้งหลาย อันมีพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นต้น และบรรพชิตทั้งปวงก็ได้เห็นทั่วหน้ากัน

ตอนที่สัตว์ทั้ง 2 ต่อสู้กันเป็นสามารถ เวลาที่โคนั้นล้มลงถึงความพ่ายแพ้ ร่างก็กลับกลายเป็นรูปพญานาคราช มีเศียร 7 เศียร ตรงเข้าคาบเอากายพยัคฆ์ใหญ่ พยัคฆ์ใหญ่ก็กลับกลายเป็นพญาครุฑ แล้วคาบศรีษะของพญานาคราช ลากไปมาจนปราชัย พญามารรีบแปลงร่างจากพญานาคราชมาเป็นยักษ์ใหญ่ตัวโตมาก ทั้งหน้าตาก็พิลึกน่ากลัวยิ่งนัก มือถือกระบองทองแดงอันใหญ่เท่าลำตาล กวัดแกว่งเข้าประหัตประหารพญาครุฑทันที พระมหาเถระจึงเปลี่ยนแปลงร่างจากพญาครุฑมาเป็นรูปยักษ์ที่ใหญ่ขึ้นกว่าที่ยักษ์พญามารนั้น 2 เท่า มือทั้งสองถือตะบองอันลุกเป็นเปลวไฟกวัดแกว่งอยู่ข้างละหนึ่งอัน แล้วตรงเข้าตีที่ศรีษะของยักษ์พญามาร พญามารโดนตีก็สะดุ้งตกใจกลัว จึงคิดว่า

"เราเนรมิตรูปร่างอย่างใดๆ สมณะรูปนี้ก็เนรมิตเป็นรูปร่างอย่างนั้นๆ ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกเป็น 2 เท่า เราจะกระทำประการใดดีหนอ เห็นทีจะพ่ายแพ้แก่สมณะรูปนี้อย่างแน่นอน" 

เมื่อพญามารสิ้นฤทธิ์ จึงแปลงรูปกลับมาเป็นยักษ์มาร ยืนอยู่ตรงหน้าหลวงปู่อุปคุต ซึ่งพระองค์ท่านทรงดำริว่า เราจะกระทำให้ยักษ์ตนนี้สิ้นฤทธิ์ สิ้นความคิด และหมดอุบายที่จะปลดเปลื้อง และแก้ไขได้ (แสดงถึงปัญญาญาณ จากจิตเดิมของหลวงปู่ที่ทรงพลังยิ่ง เพื่อปรับเปลี่ยนจิตใจ อันหยาบช้าของพญามาร ให้กลายเป็นสัมมาทิฐิ)

หลวงปู่อุปคุตยังมีชีวิตอยู่ (หลังจากเวลาผ่านมา 2 พันสามร้อยกว่าปี) หลังจากที่หลวงปู่ได้บรรลุมรรคผลนิพพานภายหลังพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ผ่านไปสองร้อยกว่าปี หลวงปู่ยังดำรงชีวิตอยู่ในกุฏีแก้วรัตนเฉพาะองค์ ที่สะดือทะเลด้วยอภิญญาฤทธิ์ และจะขึ้นมาบิณฑบาตรบนเมืองมนุษย์ตามเวลา เหตุที่หลวงปู่ยังไม่เสด็จดับขันธ์เข้านิพพานด้วยยังมีกิจช่วยสืบอายุพระพุทธศาสนา และช่วยให้การสงเคราะห์แก่บรรดาลูกหลานที่นึกถึงหลวงปู่ ด้วยสื่อจากพระคาถาต่างๆ และด้วยแสงธรรมบารมีของหลวงปู่ เช่นเดียวกับที่สามเณรน้อยที่ได้รับเลือกจากคณะสงฆ์ให้ช่วยเลือกสรรหาพระภิกษุผู้ทรงฤทธิอภิญญา สมควรจะเป็นคู่ปรับมาปราบมารที่จะมารังควาญพิธีกรรม ในการเฉลิมฉลองพระมหาเจดีย์ของพระเจ้าอโศกมหาราช

ผลที่สืบเนื่องมาจากเหตุ ต่อหน้าที่ประชุมสงฆ์ได้เกิดมีนาคหนีพญาครุฑมาขอความช่วยเหลือจากพระสงฆ์ให้ช่วยให้ตนเองรอดพ้นจากพญาครุฑจับเอาไปเป็นอาหารนั้น ไม่มีพระภิกษุองค์ใดจะสามารถช่วยแก้ปัญหาให้แก่นาคนั้นได้ พระสงฆ์จึงขอร้องให้เณรน้อยช่วยนาคให้พ้นภัย ทำให้สามเณรได้มีโอกาสแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ปรากฏต่อหน้าคณะสงฆ์ และคณะสงฆ์ยังหาเหตุที่เณรน้อยยิ้มก่อนรับปากจะช่วยนาค นำมาเป็นสาเหตุลงพรหมทัณฑ์สามเณรให้เป็นผู้จัดหาผู้ที่จะมาปราบมารที่จะมาทำลายพิธีสำคัญ ของพระเจ้าอโศกมหาราช ตลอด 7 ปี 7เดือน 7วันอีกด้วย

สามเณรน้อยจึงได้เตือนสติพระภิกษุสงฆ์ด้วยอดีตังญาณว่า ในอดีตพระพุทธองค์เคยตรัสเอาไว้ว่า 'ในอนาคตจะมีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า พระอุปคุต จักได้ทรมานพญามารให้ละพยศยอมพ่ายแพ้อานุภาพของท่าน แล้วจะกล่าวปฏิญาณปรารถนาพุทธภูมิ' ให้แก่ที่ประชุมสงฆ์ทราบ (ข้อความเหล่านี้บ่งชี้ว่า ในบรรดาพระอรหันต์ถึงแม้จะมีอภิญญาสมาบัติก็ตาม ย่อมไม่อาสาทำงานอย่างไม่รอบครอบ ผลต่างๆที่จะเกิดขึ้นย่อมมาแต่เหตุ เช่นพญามาร จะรู้สึกตัว ตระหนักในความดีมีเมตตาของพระพุทธองค์ ที่มารเคยมาก่อกวนในอดีตได้นั้น ต้องใช้คู่ปรับมาปราบ คือ พระอุปคุต เมื่อมารรู้สึกตัว จึงได้ปฏิญาณตน ขอบำเพ็ญบารมีในพระโพธิญาณ เป็นต้น)

ภารกิจที่สำคัญยิ่งของ ปู่อุปคุต  ในคราวนั้น จึงเกิดคุณาประโยชน์ทั้งสองทาง ในเวลาเดียวกัน ที่เราควรน้อมโมทนาบุญกุศลในคราวนั้น ได้บุญใหญ่ฟรีๆในทุกๆคราวที่ตั้งจิตโมทนา 

  • ต่องานสมโภชน์พระมหาเจดีย์ของพระเจ้าอโศกมหาราช
  • และเกิดประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ในภายภาคหน้าขึ้นแก่พญามาร ต่อการตั้งความปรารถนาในพระโพธิญาณในคราวนั้น)

เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นการใช้ปัญญา อีกระดับหนึ่งที่ออกมาจากจิตเดิมแท้โดยตรง ไม่ใช่ปัญญาที่ออกมาจากการนึกคิด หรือปัญญาทางโลกหรือโลกียะ ผู้ศึกษาพระไตรปิฏกต้องแยกแยะปัญญาที่กล่าวถึงในพระไตรปิฏกให้ชัดเจน ในเรื่อง ศีล สมาธิ ปัญญา  โดยเฉพาะปัญญา ที่เกิดจากสมาธิ นั้นเป็นปัญญาที่ละเอียดในอีกระดับหนึ่งต่างจากปัญญาทางโลกซึ่งหยาบกว่า แต่จะนำไปซึ่งวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมของแต่ละคนให้เกิดผลสมาธิ ที่นำเข้าถึง 'ทาง' หรือ มรรค

ในที่ประชุมสงฆ์จึงคัดเลือกพระภิกษุตัวแทนขึ้น 2 องค์ ที่ทรงอภิญญา ไปกราบนิมนตร์หลวงปู่อุปคุต มาช่วยดูแลความเรียบร้อยและปราบมารในงานฉลองพระมหาเจดีย์ ซึ่งท่านก็มาคอยเฝ้าระวังภัยให้เท่านั้น รอจนกว่ามารแผลงฤทธิ์ หลวงปู่อุปคุต จึงดำเนินการตามความเหมาะสม สิ่งต่างๆล้วนเกิดแต่เหตุ จากมารขึ้นก่อน หลวงปู่จึงดับที่เหตุนั้น เป็นลีลาของผู้ที่หมดจากกิเลสแล้ว

ดังนั้นเมื่อบรรดาลูกหลานไม่ได้นึกถึงหลวงปู่ ไม่เคารพศรัทธาในบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิของหลวงปู่ ถึงแม้หลวงปู่จะทราบว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นกับบรรดาลูกหลาน หลวงปู่ก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย เมื่อไม่ได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือ หากหลวงปู่ได้รับการร้องขอ/หรือตั้งจิตระลึกถึงกราบไหว้บูชา หลวงปู่ก็จะใช้พลังทางจิต ช่วยแก้ไขในเรื่องนั้นๆตามที่พิจารณาเห็นสมควร

คำบูชาพระมหาอุปคุต

นโม ๓ จบ

พระมหาอุปคุตโต พระมหาอุปคุตตัง จะมหาเถโร สัพเพชะนา พะหูชะนา อิถีชะนา มามัง

พุทธะจิตตัง จะมหาลาโภ พุทธะธัมโม จะมหาลาภัง พุทธะสังฆัง จะมหาสัจจัง สัพพะลาภัง ภะวันตุเม ฯ
อุปคุตตะ จะมหาเถโร สัพพะเสน่หาปุพชิโต โสระโห อุปะคุตะ ปัจจะยา ธิมะหิ อุตตะโม โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ สัพพะโรคะ พุทธา ธัมมา สังฆา อานุภาเวนะ วินาสสันติ ฯ

(นิยมสวดบูชาพระบัวเข็ม หรือ พระธาตุอุปคุต)

 

คำบูชาขอลาภพระอุปคุต


มหาอุปคุตโต จะมหาลาโภ พุทโธลาภัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ราชาปุริโส อิถีโยมานัง นะโมโจรา เมตตาจิตตัง เอหิจิตติจิตตัง ปิยังมะมะ สะเทวะกัง สะพรหมมะกัง มะนุสสานัง สัพพะลาภัง ภะวันตุเม ฯ
เอหิจิตติ จิตตังพันธะนัง อุปะคุตะ จะมหาเถโร พุทธะสาวะกะ อานุภาเวนะ มาระวิชะยะ นิระ ภะยะ เตชะปุญณะตา จะเทวะตานัมปิ มะนุสสานันปิ เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ อิมังกายะ พันธะนัง อะทิถามิ ปะอัยยิสสุตัง อุปัจสะอิ ฯ

วิธีสวดขอลาภ

ให้จุดธูปเทียนบูชา พร้อมกับดอกไม้หอม เครื่องหอมน้ำหอมต่างๆ เทหยดใส่ในขันน้ำมนต์ ณ ที่บูชาพระในร้านค้าขาย หรืออาคารสำนักงาน แล้วอธิษฐานขอให้กลิ่นควันธูปเทียน ลมพัดไปทางไหน ของให้ดลใจผู้คนเข้ามาอุดหนุนตลอด ขอให้ดำเนินกิจการด้วยความราบรื่น มีความสำเร็จสมปรารถนาทุกประการ เมื่ออธิษฐานจุดธูปเทียนบูชาแล้ว ให้สวด นะโม ๓ จบ และสวดคำบูชาขอลาภพระอุปคุต ๑ จบ แล้วทำน้ำมนต์สวดด้วย คำบูชาขอลาภพระมหาอุปคุต อีก ๑ จบ เสร็จแล้ว เอาน้ำมนต์ประพรมร้านค้า และสินค้าในร้านค้า หรือทำธุรกิจ ก็ให้เอาน้ำมนต์ประพรมภายในสำนักงานและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำธุรกิจนั้นทั้งหมด 
 

คาถาพระมหาอุปคุตผูกมาร

นโม ๓ จบ


มหาอุปคุตโต มหาอุปคุตตัง กายะพันทะนัง อมยิสะ พุทธังทะเถโร ธัมมังทะเถโร สังฆังทะเถโร ปะอัยยะสุตัง อุปัจสะอิ อิมัง กายะพันทะนัง อะทิถามิ ฯ

ข้าพเจ้าขอสวดพระคาถาของหลวงปู่อุปคุต ฝากไปกับพระฉัพพรรณรังสีพระพุทธเจ้า และแสงทิพย์อริยะธรรมของสมเด็จพระบรมธรรมบิดา ไปถึงยังปวงยักษ์และอมนุษย์ทั้งปวง ผู้มุ่งร้ายเบียดเบียนดินแดนประเทศไทย ให้สิ้นฤทธิ์ ...แล้วตั้งใจภาวนาตามกำหนดเวลาเป็นประจำทุกๆวัน
(คาถา พระมหาอุปคุตผูกมาร มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์มาก เสกด้วยสายสิญจน์ทำเป็นมงคลสวมคอ หากปลุกเสกครบ ๑๐๘ ครั้งสามารถป้องกันภูตผีปีศาจทั้งปวง และป้องกันอุปัทวอันตรายต่างๆ ถ้าเสก ๓ - ๗ คาบ ผูกคอหรือคล้องคอคนถูกผีเจ้าเข้าสิง จะเจ็บปวดร้องครวญครางโหยหวยอย่างน่าเวทนา ถ้าจะให้ผีที่สิงอยู่ออกไป ให้ถอดหรือแก้ด้ายผูกคอออก แล้วเอาด้ายนี้ตีปัดตามตัวคนที่ถูกผีสิงอยู่ ผีจะอยู่ไม่ได้จะเผ่นออก และไม่กล้ากลับมารบกวนคนในบ้านอีก และยังมีการปลุกเสกในทางพิชิตโรคาพาธได้วิเศษนัก)


คำบูชาพระบัวเข็ม

นโม ๓ จบ

กิจจะมาคะอุปคุตโต อะมะหาเถโร สัมพุทเธวิยาคะโต มาระรัญจะ โสอิทานิ จะมะหาเถโร นะมัดปะสิทตะวาปะ ถิติโกอหัง วันทามิ พาเนวะอุปคุตตัง จะมะ หาเถรัง ยังยังอุปัทธะวังชาติ วิทังเสนติ อะเสสะโต นโมพุทธายะ
พระบัวเข็มจะมะหาเถโร สัพพะลาภังภะวันตุเม อิติปิโสภะคะวา พุทโธชัยโย ธัมโมชัยโย สังโฆชัยโย เมตตา ฉิมพาลีจะมะหา เถโร สัพพะลาภัง ตะวันตุเม ฯ
ชัยยะตัง ปัตถะพีตับภัง สามินโท โสราชาปูเชมิ ฯ

หรือ

จิตติจิตติ มิตติเอหิมะมะ อุปปะคุตโต จะมะหาเถโร นานาปาระมิ สัมมะปัณโน อิติปิโสภะคะวา มะอะอุเมตตา จะมะหาราชา สัพพะสะเนหา จะปูชิตา สัพพะทุกขัง มะหาลาภัง สัพพะโกพัง วินาสสันติ

บรรดาท่านสาธุชน ได้ ทราบผลงานแห่งมหาศรัทธา ของพระเจ้าอโศกมหาราชเจ้า แล้ว ร่วมกันโมทนาย้อนหลังได้เลย ทุกๆอย่างในพระพุทธศาสนาที่พระองค์ได้ทรงทำเสร็จสิ้น รวมทั้งเข้าใจ และมีศศรัทธาในองค์หลวงปู่อุปคุ๖ ผู้ที่มาช่วยสงเคราะห์ให้งานสมโภชน์พระมหาเจดีย์เสร็จสิ้นเรียบร้อยด้วยดี และยังได้ยับยั้งช่วยให้พญามารไม่ต้องมีโทษ ต่อแรงริษยา และยังช่วยให้มารตั้งสติปรารถนาเป้นพระโพธิสัตว์ บำเพ็ญเพียรเพื่อมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลอีกด้วย

ปรากฏการณ์ดังกล่าวทุกเรื่องที่ผ่านสายตาของเรา สามารถน้อมโมทนาในสิ่งดีๆอันเป็นมหากุศลได้ทั้งหมด สำหรับเป็นเครื่องช่วยการปฏิบัติของเรา ให้เข้าถึง 'ทาง' และเจริญองค์มรรค ให้เต็มสมบูรณ์ต่อไป

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share