รัฐบาลสหรัฐฯตรวจตอบข้อเท็จจริงซ้ำ 2-3 ครั้ง เลียนแบบเทวยักษ์หรือไม่?

/article305.html

ในอดีตพระมหาเทวจักร พระอรหันต์ของดินแดนสุวรรรณภูมิ เป็นผู้ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระสรีรังคารของพระพุทธเจ้า หลังจากเสร็จจากงานถวายพระเพลิงพระสรีระพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว มาจากชมพูทวีป ครั้งหลังสุดได้ย้ายพระบรมสารีริกธาตุ และพระสรีรังคารดังกล่าวไปฝากไว้ที่เทวสถานของพราหมณ์ในป่าในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใกล้ๆประเทศไทย โดยให้เทวยักษ์ผู้มีฤทธิ์คอยเฝ้าพิทักษ์รักษาเอาไว้  และมอบหมายให้เทวยักษ์ติดตามหาพระยาธรรม หลังจากพระมหาเทวจักรได้เข้านิพพานไปแล้ว เมื่อ พ.ศ. 30

เทวยักษ์มีภาระต้องเฝ้าพิทักษ์รักษาพระบรมสารีริกธาตุ และพระสรีรังคารอยู่แล้ว จึงบันดาลให้พรานป่ามาพบหัวสิงห์ที่แกะสลักจากหินทราย  ที่เทวสถานของพราหมณ์ และสกัดหัวสิงห์ซึ่งหนักประมาณ 100 กิโลกรัมออกอย่างง่ายดาย พร้อมยังแบกใส่บ่าได้สบายๆอีกด้วยด้วยเทวฤทธิ์ของเทวยักษ์ จนกระทั่งแบกต่อไปไม่ไหวได้นำหัวสิงห์มาทิ้งไว้ในบริเวณใกล้วัดภูพลานสูง ที่พระอาจารย์หลวงพ่อภรังสีเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ได้ยินเสียงร้องของสิงห์ในนิมิตสมาธิล่วงหน้า ก่อนที่พรานป่าชาวนาจะหลวยไปพบหัวสิงห์เข้าโดยบังเอิญ จึงได้มีศรัทธาแบกมาถวายหลวงพ่อในเวลาต่อมา ซึ่งตรงกับนิมิตที่หลวงพ่อได้เห็นก่อนหน้านั้นแล้ว สร้างความประหลาดใจให้หลวงพ่อเป็นอย่างยิ่ง

                               

เมื่อหัวสิงห์ได้มาถึงมือของหลวงพ่อภรังสี กระแสข่าวก็ได้ทราบไปถึงเทวยักษ์ว่าหัวสิงห์ได้ติดตามพบตัวพระยาธรรมแล้ว  แต่ด้วยความรอบครอบของเทวยักษ์ก็ยังไม่ปักใจเชื่อเต็มร้อย  ว่าจะใช่พระยาธรรมตัวจริงหรือไม่  จึงต้องตรวจสอบต่อไปเป็นวาระที่ 2 คราวนี้ใช้พระเศียรของพรหม 4 หน้า ที่มีอยู่ที่เทวสถานนั้นเอง โดยบันดาลให้พรานป่ามาพบ และตัดเอาส่วนพระเศียรของท้าวมหาพรหม 4 หน้า นั้นไปเช่นเดียวกับหัวสิงห์......และรูปแกะสลักเศียรพระพรหม 4 หน้านั้นก็ถูกนำมาถึงวัดภูพลานสูง ในลักษณะเดียวกันกับรูปหัวสิงห์ และหลวงพ่อก็ได้นิมิตเกี่ยวกับเศียรพระพรหม 4 หน้าก่อนในนิมิตสมาธิ 

(ดูไปก็เป็นการเปลี่ยนพลังงานเป็นวัตถุ เป็นตัวเชื่อมเพื่อให้สิ่งที่จิตต้องการบรรลุผล ยอมเสียสละหัวสิงห์ และเศียรพระพรหม และเปลี่ยนวัตถุมาเป็นพลังงานไปด้วย หากใคร่ครวญติดตามการทำภารกิจ ของท่านเทวยักษ์ให้ครบขบวนการ เป็นตัวอย่างการทำภารกิจอย่างมีหลักเกณฑ์ดีทีเดียว ประกอบไปทั้งโลกและธรรม ให้งานสำคัญยิ่งของพระพุทธองค์ อุบัติขึ้นสำเร็จ ทันเวลาในสถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงใส่โปรแกรมเอาไว้ล่วงหน้า 2580 ปี ขอร่วมโมทนาบุญกุศลยิ่งใหญ่กับ พระมหาเทวจักร ท่านเทวยักษ์ หลวงปู่ใหญ่โมคคัลลานะ พระพุทธองค์ หลวงพ่อภรังสี และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกๆท่าน เพื่อให้การดำรงค์องค์มรรคของข้าพเจ้าเต็มบริบูรณ์ในชาตินี้เทอญ

ก่อนที่จะมีผู้นำมาถวายเช่นเดียวกันกับหัวสิงห์ เมื่อกระแสข่าวจากเศียรพระพรหม 4 หน้า รายงานกลับไปถึงเทวยักษ์ทันที (ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่าหัวสิงห์ก็ดี เศียรของพรหม 4 หน้าก็ดี ส่งรายงานไปถึงเทวยักษ์ได้อย่างไร ตามธรรมชาติวัตถุทุกสิ่งจะมีพลังมโนธาตุคือธาตุรู้อยู่ด้วยกันทั้งนั้น จึงขึ้นอยู่กับผู้ใส่โปรแกรมมาล่วงหน้าเอาไว้ในเรื่องใด โดยการส่งคลื่นพลังงานและแปลความหมายโดยเจ้าของผ่านขบวนการของจิตทั้งหมด ไม่ต้องผ่านเครื่องมือในระบบดิจิทอลแบบโทรศัพท์มือถือที่ปัจจุบันกำลังใช้กันอยู่แต่อย่างใด สะดวกรวดเร็วแม่นยำและไม่ต้องเกรงว่าจะมีผู้อื่นคอยดักจับสัญญาณ) 

เทวยักษ์เมื่อได้รับรายงานจากเศียรพรหม 4 หน้าตรงกันเป็นคำรพที่ 2 แล้ว แล้วก็ยังไม่แน่ใจทีเดียว ต้องแบ่งจิตตนเองหรือแยกกายพลังงานออกมาสังเกตดูหลวงพ่อภรังสีอีกเป็นคำรพที่ 3 เรียกว่าทำการตรวจสอบให้แน่ใจจริงๆเป็นครั้งที่ 3 ว่าเนื่องจากภารกิจที่เทวยักษ์ได้รับการมอบหมายเอาไว้จากพระมหาเทวจักรเมื่อ 2 พันกว่าปีที่แล้วเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดบนจักรวาล เทวยักษ์จึงทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างละเอียดรอบครอบว่ารายงานจากหัวสิงห์และเศียรพระพรหมส่งกระแสข่าวไปรายงานให้ทราบนั้น ตรงตามความเป็นจริงเพียงใด  พบผู้เป็นพระยาธรรมตัวจริงหรือไม่  ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่รัฐบาลอเมริกันใช้อยู่โดยใช้ข้ามหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบข่าวสำคัญต่างๆเช่นเดียวกัน

......เมื่อเทวยักษ์มาถึงวัดแล้วจึงได้ทราบว่า หลวงพ่อภรังสีเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ใหญ่มหาโมคคัลลานะ ผู้เป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ครอบครองคัมภีร์มหาศักดานุภาพ และได้มีพระสารีริกธาตุของหลวงปู่ใหญ่มหาโมคคัลลานะ พระอานนทเถระ

.......จึงทำให้มั่นใจว่า หลวงพ่อภรังสีเป็นผู้มีพระยาธรรม และมีบุญบารมีเพียงพอที่จะรองรับพระบรมสารีริก ธาตุข้อพระหัตถ์เบื้องขวาและ พระสรีรังคาร ได้เป็นบุคคลผู้ที่พระมหาเทวจักรพยากรณ์ไว้แน่นอน

......หลังจากนั้นเทวยักษ์จึงได้เดินทางไปวัดป่าคำบอน เพื่อไปกราบหลวงปู่ใหญ่มหาโมคคัลลานะ(ซึ่งมีรูปแกะสลักหินเป็นองค์แทนอยู่ที่นั่น)  และได้ถวายรายงาน เรื่องพระบรมสารีริกธาตุที่ตนเองได้รับคำสั่งจาก พระมหาเทวจักร  เมื่อ 2 พันกว่าปีก่อนให้หลวงปู่ใหญ่ได้รับทราบ หลังจากนั้น เทวยักษ์จึงได้เดินทางกลับไปยังปราสาทของตน  และได้ถวายรายงานต่อพระมหาเทวจักรว่า (เหตุการณ์ตรงนี้สามารถชี้ให้สาธุชนเห็นได้ว่า พลังงานบุญบารมีเก่าของพระมหาเทวจักรยังคงอยู่ แม้ท่านจะสูญจากกิเลสไปนานแล้วก็ตาม) ตนได้ค้นพบบุคคลผู้มีพระยาธรรม ตามคำมอบหมายของพระมหาเทวจักรแล้ว ผู้เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มหาโมคคัลลานะ

พระมหาเทวจักรจึงได้ส่งญาณมาตรวจสอบหลวงพ่อภรังสีอีกครั้งหนึ่ง เมื่อได้เจอหลวงปู่ใหญ่มหาโมคคัลลานะจึงได้ถวายหน้าที่การดูแลพระบรมสารีริกธาตุนี้ ให้กับหลวงปู่ใหญ่มหาโมคคัลลานะ

ต่อมาพระมหาเทวจักรได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับพระธาตุเป็นลำแสงสีเขียว มากระทบขันธ์ 5 ของหลวงพ่อภรังสี เพื่อให้เป็นเหตุปัจจัย ให้หลวงพ่อภรังสีสาวไปยังผลที่หลวงพ่อภรังสีกำลังได้รับ และถอดจิตไปพบพระมหาเทวจักรที่คอยรอพบหลวงพ่อภรังสีอยู่ที่เทวสถาน ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อหาโอกาสชี้แจงที่ซุกซ่อนพระบรมสารีริกธาตุ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ที่ยอดพระเจดีย์ ที่หลวงพ่อภรังสีถอดจิตไปพบพระมหาเทวจักรนั่นเอง พร้อมกับเน้นย้ำถึงบุพกรรมของหลวงพ่อภรังสีต่อภารกิจ ที่มีบุญวาสนาจะได้รองรับพระบรมสารีริกธาตุองค์นี้จริง 

และได้แนะให้หลวงพ่อฯอธิษฐานจิต ได้สัมผัสพระบรมสารีริกธาตุพระหัตถ์เบื้องขวา ที่ลอยออกมาจากยอดพระเจดีย์ให้หลวงพ่อได้ชมพระฉัพพรรณรังสี ที่สว่างเจิดจ้าแผ่กระจายออกไปอย่างหาที่สุดมิได้ ให้สรรพสัตว์ทั้งหลายได้โมทนาบุญกันถ้วนหน้า ต่างเปล่งสาธุการแซ่สร้องสรรเสริญเสียงดังกึกก้อง ไปทั่วอาณาบริเวณนั้นว่า สุริยธาตุปรากฏแล้ว ดังนี้ถึง ๓ ครั้ง เมื่อได้เห็นพระบรมสารีริกธาตุ และปรากฏเหตุการณ์ดังนั้นแล้ว จึงทำให้หลวงพ่อมั่นใจว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องจริง จึงได้ถอนจิตออกจากสมาธิ (ผู้ที่ได้ทราบตรงนี้ บัดนี้ก็มีโอกาสน้อมจิตโมทนาบุญย้อนหลังกับพระพุทธองค์ ต่อการเสด็จมาเริ่มอุบัติพระพุทธศาสนาในโลกยุคใหม่อีกวาระหนึ่ง ที่จะบังเกิดพระอรหันต์อีกนับ แสนๆรูป อาจมากถึง 7000,000 รูป)

การปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญยิ่งของพระพุทธศาสนาเพื่อเตรียมการรองรับ การอุบัติขึ้นครั้งใหม่ของพระพุทธองค์ ด้วยพระสรีระรังคาร และรอยพระพุทธบาท รอยพระหัตถ์ และเรื่องราวรายละเอียดในพระคัมภีร์โบราณ ทั้งส่วนที่ทำบันทึกประวัติรายละเอียดของพระบรมสารีริกธาตุโดยหลวงปู่ใหญ่โมคคัลลานะ และ อีกส่วนที่พระมหาเทวจักร พระอรหันต์ของดินแดนสุวรรณภูมิได้บันทึกไว้ก่อนเสด็จสู่นิพพานใน พ.ศ. 30 เพื่อรายงานเส้นทางและเมืองต่างๆที่พักพระบรมสารีริกธาตุกว่าจะมาถึงประเทศไทย ที่วัดภูพลานสูง เสร็จสิ้นใน พ.ศ. 2550 นี่เอง การปฏิบัติภารกิจของเทวยักษ์เป็นระเบียบแบบแผนที่เข้มงวดละเอียดรอบครอบมาก ไม่ต่างจากระบบระเบียบของทหารชั้นดีนั่นเอง 

และยังได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทราบโดยละเอียด เพื่อประมวลดูว่าปฏิบัติการทั้งหมดนั้นถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของผู้สั่งการที่ตนเองรับมอบมาปฏิบัติ และต้องรอเวลาอีก 2 พันกว่าปี กว่าพระยาธรรม ผู้ที่จะเตรียมรับรองพระบรมสารีริกธาตุ และส่วนอื่นๆที่สำคัญจะมาอุบัติ ปฏิบัติการรองรับการมาอุบัติครั้งใหม่ของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อคนยุคใหม่หล้งจากกึ่งพุทธกาล ในมิติใหม่ที่แตกต่างจากสมัยยังมีพระชนม์ชีพ โดยมีหลวงปู่ใหญ่รับช่วงภารกิจเผยแผ่พระพุทธศาสนาร่วมกับศิษย์ที่หลวงปู่รอคอยเป็น 10 ปี กว่าที่หลวงพ่อภรังสีจะครบเงื่อนไข

การบวชเป็นภิกษุของหลวงพ่อภรังสีแห่งวัดภูพลานสูง มีอายุครบ 10 พรรษา และมีภูมิจิตภูมิธรรมเหมาะสมแล้วนั่นเอง ขั้นตอนต่างๆเหล่านี้ เกี่ยวกับพลังงานบุญกุศลเป็นส่วนใหญ่ ผู้ที่รับฟังเรื่องราวแล้วยังไม่เข้าใจพอ ก็จำเป็นต้องฝึกการรับรู้ของจิตด้วยตนเอง เข้าไปสอบถามจากพระอรหันต์ที่เกี่ยวข้อง และจากพระพุทธองค์ได้โดยตรง โดยไม่มีกาลเวลามาเกี่ยวข้อง คำบรรยายต่างๆไม่สามารถโน้มน้าวให้เกิดความเชื่อกันได้แต่อย่างใด จะเป็นได้ก็เพียงเป็นการชี้ช่องทางให้เท่านั้น

back up data: http://www.suriyathat.net/default.php  และ   http://www.tamroiphrabuddhabat.com/xmb/viewthread.php?tid=719   edit: 18 มิ.ย. 2553

 

ส่วนมนุษย์ในยุคใหม่ที่ดีเอ็นเอเปลี่ยนไป หลังจากโลกย้ายแกนใหม่แล้ว และสุริยะจักรวาลพร้อมกับโลก ได้สลับจากกาแลกซี่ทางช้างเผือก เคลื่อนไปสู่แรงดึงดูดของ กาแลกซี่ไตรแองกุลัม ทางทิศตะวันออก ของยุคชาวศิวิไลซ์ ซึ่งเน้นความดี มีศีลธรรม แทนสังคมเงินทอง ซึ่ง หลวงปู่ประเสริฐ อวยชัยให้พรให้ลูกหลานปัจจุบัน พยายามนำพาชีวิตอยู่ไปให้ถึงยุคใหม่ให้ได้...

http://www.ainews1.com/modules.php?name=Web_Board&file=view&No=215

'ปี 2555 เมืองไทยจะเกิดวิกฤติ จนถึงขั้นอาจตกต่ำลงไป'  ซึ่งพ่อเจ้าราชครูโพนสะเม็กกล่าวเตือนลูกหลานเอาไว้   http://ainews1.com/article311.html

 

สำหรับท่านที่ไม่ ประมาทเข้าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานแล้วนั้น...ด้วยสัญชาติญาณของ สัตว์โลกย่อมหาหนทางนำชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง หากท่านที่อยู่ในกลุ่มนี้ ก็ลองหาความรู้ต่อไปอีกให้ทะลุเป้าหมาย  ว่าแล้วเราจะจัดการเตรียมการณ์ล่วงหน้าให้แก่ตัวเราและครอบครัวได้อย่างไร บ้าง   จะมีเครื่องทุ่นแรงในปัจจุบันอย่างใดบ้างที่จะช่วยเหลือเราให้คล่องตัวอย่าง ทันเวลา ลองแวะที่ลิงค์นี้.  http://www.ainews1.com/article36.html

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share