ที่มาของคาถาจักรพรรดิ

http://ainews1.com/article312.html

 

โดย พี่สิทธิ์

หลังจากที่ผู้ เขียนสอบสัมภาษณ์ปริญญาโทเรียบร้อยแล้ว ได้กลับมานมัสการหลวงพ่อพร้อมกับรายงานผลเนื่องจากก่อนจะสอบ ผู้เขียนได้ขอบารมีหลวงพ่อดู่ให้ช่วยเหลือ ท่านพยักหน้ารับ ซึ่งในวันนั้นหลวงพ่อมีอารมรณ์แจ่มใสมาก ท่านพูดว่า

"ข้า อธิษฐานบารมีพระ แผ่บุญกุศลไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาแกนั่นแหละ เอาบุญให้เขา เพื่อขอความช่วยเหลือจากเขา สามคนข้ารู้ชื่อแต่อีกคนไม่รู้ เลยขอให้สามคนถาม อีกคนคอยนั่งฟัง"

ซึ่งก็เป็นจริงดังที่หลวงพ่อพูดไว้

ผู้เขียนได้สนทนากับท่านจนถึงเรื่อง 'คาถามหาจักรพรรดิ'

ผู้เขียน "หลวงพ่อเป็นผู้แต่งคาถาบูชาพระ คาถามหาจักรพรรดิ ใช่มั้ยครับ"

หลวงพ่อ "สำเภาเขาสร้างพระพุทธรูป อยากได้คาถาบูชาพระก็เลยมานึกเอา เอง มันจะผิดอยู่หน่อยหนึ่งตรงคำบูชาที่มี นะโมพุทธายะ แล้วก็ ยะธาพุทโมนะ หรือแกว่าไง"

ผู้เขียน "ปกติ การตั้งองค์พระ การอธิษฐานให้เป็นพระ โบราณเขาใช้กันว่า นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ ดังการที่หลวงพ่อกล่าวเช่นนี้ต้องการให้บูชาคาถาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าปางมหา จักรพรรดิใช่ไหมครับ"

หลวงพ่อพยักหน้ารับพร้อมทั้งกล่าวว่า

"คาถา บทนี้เป็นของดี หมั่นท่องไว้ทุกวัน ปกติเขาไม่ให้กันหรอกเพราะเขากลัวลูกศิษย์จะดีกว่าอาจารย์ แต่ข้าไม่เคยกลัวและไม่ปิดบัง ท่องให้ดีนะอีกหน่อยจะรวย เพราะมีการกล่าวถึงพระสิวลีผู้เป็นเลิศทางลาภไว้ด้วย อาบไปเสกไปก็ได้ กินข้าวก็ได้ ดีทั้งนั้น* ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามาบอกพวกแก ข้าทดลองมาแล้วทั้งนั้น เมื่อดีแล้วจึงมาบอก ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ศรัทธาและหมั่นฝึกฝนปฏิบัติ คนเราอยู่ดีๆจะให้รวยได้อย่างไร ต้องปฏิบัติเสียก่อน ดูอย่างข้าเมื่อก่อนต้องไปยืมเงินเขามาซื้อธูปเทียนใบชามาเลี้ยงแขก เดี๋ยวนี้ของกินของใช้มีใช้เกลื่อนกลาดไป เรามาพบไม้งามเมื่อขวานบิ่น แกว่าจริงไหมของดีของอร่อยกินก็ไม่ได้ ฟันไม่มี"

หลวงพ่อหัวเราะ แล้วเสริมอีกว่า

"คนเราต้องทำให้ดีเมื่อดีแล้วจึงรวย แล้วจะได้ไม่ซวย พระจะดีต้องหมดอยาก
ถ้ายังอยากอยู่ก็ไม่ใช่พระดี"

* (ขอไขความลับตรงนี้นิดหนึ่ง ในคำสั่งที่หลวงปู่ดู่ท่านย้ำเอาไว้นั้น ต่อมาภายหลังมีลูกศิษย์นำไปสวด แล้วเห็นว่ากายทิพย์ทรงเครื่องเป็นมหาจักรพรรดิ และมีพลังงานขับเคลื่อนเป็นพิเศษทำนองนั้น จึงได้นำมากราบเรียนถามหลวงตาม้าในโอกาสที่หลวงตาลงมา กทม. วันหนึ่ง หลวงตาจึงไขความลับให้ฟังทั่วกันว่า ขณะที่สวดคาถามหาจักรพรรดินั้น ถ้าเทวดาผ่านมาก็จะเห็น หนู หมา แมว ก็สามารถเห็นมิตินี้ได้เช่นกัน

ทุกอย่างที่หลวงปูตั้งใจรวบรวมเอาไว้ในพระคาถา ดังคำแปลที่หลวงตาได้แปลเอาไว้ จะมาปรากฏที่กายพลังงานของผู้สวดตลอดเวลาที่กำลังสวด ที่หลวงตาเรียกว่าจิตทำการบันทึกบุญเอาไว้ตลอดเวลา หรือหลังจากสวดแล้ว เจ้าตัวสามารถทรงอารมณ์นั้นเอาไว้ได้ กายพลังงานก็จะมีพลังงานต่างๆในพระคาถาปรากฏอยู่ พลังงานในพระคาถาเป็นอย่างนี้เอง หลวงปู่ดู่จึงได้เน้นย้ำเอาไว้ ให้ลูกหลานหมั่นสวดเป็นประจำ จะกินจะดื่ม จะอาบน้ำก็ดี หรือนึกขึ้นได้เมื่อใดสวดเมื่อนั้น ด้วยเกิดพลังงานบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่มหาศาล ที่หลวงปู่ไม่ได้แจงรายละเอียด รอเวลาเมื่อสิ่งเหล่านี้ได้มาปรากฏในผู้สวดแล้ว จึงนำมาถามถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนว่าเป็นสิ่งไรกันแน่....เป็นการพิสูจน์คุณวิเศษของพระคาถาที่มีคุณประโยชน์ใหญ่หลวงแก่ผู้ที่สวดช่วยทำให้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ในที่สุด หลวงปู่ท่านพูดน้อยแต่แฝงเอาไว้ด้วยนัยแห่งคุณประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่)

หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังถึงการปลุกเสก หรือ อธิษฐานวัตถุมงคลของท่านว่า

    

"นอกจากการมีพลังจิตแล้ว ที่ท่านใช้อยู่เสมอคือ บทสวดมนต์เจ็ดตำนาน"

ท่านบอกว่า ดีกว่าคาถาอาคมมากมายนักเพราะเป็นเรื่องราวของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ทั้งนั้น ไม่จัดเป็นเดรัจฉานวิชา บทที่ท่านทำทุกครั้งคือ บทพระพุทธเจ้าทรมานพญาชมพูบดี หรือที่เรียกว่า "ชมพูบดีสูตร" ซึ่งแสดงถึงอำนาจหรือบารมีของพระพุทธเจ้าผู้เป็นครูของมนุษย์และเทวดาทั้งปวง แสดงถึง ธรรมที่ชนะอธรรมท่านเรียกบทนี้ว่า "มหาจักรพรรดิ"    พญาชมพูบดีเป็นจักพรรดิ์มีอิทธิฤทธิ์มากแต่พ่ายแพ้ต่อบุญฤทธิ์ 

ในที่สุดอุปสมบทได้สำเร็จอรหันตผล หลวงพ่อท่านกล่าวว่า

"ข้าเป็นคนโลภมากทำอะไรก็อยากทำให้มากที่สุด ดีที่สุด เดี๋ยวนี้ใช้แค่บทนี้ทั้งนั้น
ใครมานั่งคุมเล่าข้าเสกเขาก็รู้เองแหละว่าทำจริงหรือไม่จริง"


ท่านเคยมีลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นพระ ต่อมาท่านไม่มาหาหลวงพ่ออีกเนื่องจากหลวงพ่อพูดว่า "ยังไม่ไปนิพพานเพราะต้องโปรดคน" แต่พระองค์นี้ไปตีความไปว่าหลวงพ่อยังติดอยู่กับ ลาภยศ ชื่อเสียง ซึ่งความจริงแล้วหลวงพ่อมีเมตตาและบอกความปราถนาของท่านให้ทราบว่าท่านเป็น พระโพธิสัตว์
ผู้เขียนคัดลอกเกี่ยวกับบท ชมพูบดีสูตร หรือบทมหาจักรพรรดิ์มาลงไว้เนื่องจากปัจจุบันขาดผู้สนใจ เห็นเป็นเรื่องเหลวไหล แม้แต่พระบางองค์ท่านยังกล่าวว่าเกินความจริง โดยท่านลืมนึกถึงคำว่า "อจินไตย" คือสิ่งไม่ควรคิดเพราะไม่สามารถนำเหตุผลทางโลกหรือทางทฤษฎีมาทำให้เกิดความ กระจ่างได้ เป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติพึงรู้ได้เอง ถ้าคิดมากอาจเป็นบ้า สิ่งเหล่านี้ได้แก่

1. พุทธวิสัย วิสัยของพระพุทธเจ้า เช่น ทำไมท่านถึงตรัสรู้ได้ ท่านมีอิทธิปาฏิหาริย์จริงหรือ
2.วิสัยของกรรม เช่น ทำไมคนนั้นคนนี้รวย จน สมบูรณ์ กำพร้า
3.วิสัยของพระอรหันต์ เช่น ท่านหมดโลภ โกรธ หลงหรือ
4.วิสัยของโลก เช่น โลกเกิดมาได้อย่างไร
5.วิสัยของผู้ปฏิบัติธรรม เช่น ลักษณะที่สงบเป็นอย่างไร สงบจริงหรือไม่

ท่าน ผู้อ่านทั้งหลายลองคิดดู พระเจ้าแผ่นดินที่เกิดมาภายใต้เศวต ฉัตร ถ้าพระองค์ไม่มีบุญญาธิการแล้ว ท่านจะเป็นได้อย่างไรเพราะคนไทยมีเป็นตั้งหลายสิบล้านคน นั่นแสดงถึงวาสนาบารมีของแต่ละบุคคลไม่เท่าเทียมกัน มีเหตุปัจจัยจากสิ่งที่ท่านได้สร้างสมอบรมมาแตกต่างกัน โดนเฉพาะอย่างยิ่งบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะมีมากขนาดไหน จึงสามารถโปรดคนได้มากมายทั้งสามแดนโลกธาตุ

บทสวดมหาจักรพรรดิ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
(ตั้ง3 จบในครั้งแรกภาวนารอบต่อไปไม่ต้องตั้งก็ได้
)

นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ

มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา

พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ 

พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา

อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะ มหาเถรัง 

อะหังวันทามิ ทูระโต

อะหังวันทามิ ธาตุโย

อะหังวันทามิ สัพพะโส

 พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

 

อานิสงค์การสวดบทพระบรมมหาจักรพรรดิ

โดยย่อกล่าวคือ

บทนี้เป็นการสวดไหว้พระพุทธเจ้าทั่วทั้งพระนิพพานตลอดจนถึงพระธรรมเจ้าและพระโพธิสัตว์เจ้า

พระอริยสงฆ์สาวกทั้งมวลไหว้พระพุทธเจ้าทั้ง5พระองค์รวมถึงน้อมนำกำลังของเทพพรหมพระอริยะเจ้าทั้งหลาย

การสวดครั้งหนึงเป็นการดึงกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิทุกๆพระองค์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาร่วมถึงกำลังของ

พระมหาโพธิสัตว์เจ้ามารวมอาราธนาเข้าที่กายและใจ
และรวมกำลังของพระโพธิญานโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลายตั้งแต่อดีต ถึง ปัจจุบัน และอนาคต

การสวดครั้งหนึ่งมีอานิสงค์แผ่ไปทั่วจักวาลสามแดนโลกธาตุ สามารถแผ่บญไปทั่วทุกสรรพสัตว์ตลอดจนเทวดา

ประจำตัวเราญาติมิตรเพื่อนฝูงครอบครัว เจ้ากรรมนายเวรและหากนำบทสวดนี้ไปสวดในนรกหรือแผ่ไปไฟนรกจะดับชั่วขณะ

บทนี้เป็นการสร้างกำแพงแก้วคุ้มกันตัว รวมถึงการอาราธนาบารมีครูบาอาจารย์พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์อัญเชิญเข้าตัวเพื่อ

ป้องกันภัยและสร้างมหาโชคมหาลาภ

อานิสงส์แก่ผู้สวดมีทั่งมหาบุญมหาลาภ เนื่องจากมีการกล่าวถึงพระสีวลีร่วมถึงบทนี้มีพลังงานอย่างยิ่งในการเจริญพระกรรมฐาน

หากนำไปสวดบริกรรมก่อนหรือระหว่างนั่งภาวนากรรมฐาน...จะทำให้การภาวนามีพุทธานุภาพมาคลุมและคุมการปฎิบัติของเรา

คลุมกายและจิตเราเป็นวิมานทิพย์ (ครอบวิมานให้ตัวเองหรือสวดอธิษฐานครอบคนอื่นก็ได้)

หากสวดบทนี้สามารถอฐิษฐานเรื่องราวใดๆมี่ติดข้องใจได้ให้ผ่านพ้นไปอย่างทะลุปรุโปร่ง กล่าวโดยสรุปได้ว่าคาถาจักรพรรดินี้

จากการเรียบเรียงถ้อยคำโดยหลวงปู่ดู่ท่าน ก่อให้เกิด จักรพรรดิ กำลังจักรพรรดิขึ้นด้วยในบทสวด พระคาถาครอบจักรวาล

ปล.สำหรับนักปฎิบัติเบื้องต้นใช้คู่กับพระผงจักรพรรดิจะทำให้ก้าวหน้าเร็ว

 -------------------------------------------------

พระคาถามหาจักรพรรดิก่อให้เกิดพุทธนิมิตครอบสถิตผู้ทรงคาถา

พระคาถามหาจักรพรรดิที่หลวงปู่ดู่แต่งขึ้นมานั้น นอกจากท่านจะได้ทำการอธิษฐานบารมีให้ผู้สวดได้รับพลังจากพระรัตนตรัย อย่างมหาศาลแล้ว ยังก่อให้เกิด "พุทธนิมิต" เป็นวิมานแก้วพระพุทธเจ้า มาครอบสถิตผู้สวดด้วย โดยมีลักษณะเป็นมณฑปแก้วจัตุรมุข ปรากฎฉัพพรรณรังสีหกประการสว่างไสวพร้อมด้วยโพธิสัตตราวุธ ทั้ง 4 ประการ ประจำอยู่ทั้ง 4 ทิศ ได้แก่ พระมหามงกุฎ ตรีศูล จักรแก้ว และ พระขรรค์เพชร ทั้งหมดล้วนเป็นของคู่บุญบารมี ของพระศรีอารย์โพธิสัตว์ โดยมี "พระมหามงกุฎ" เป็นศิราภรณ์ที่ปี่ยมไปด้วยบุญญฤทธิ์ (หลวงปู่บุดดา ถาวโร พระอรหันต์ระดับจตุปฎิสัมภิทาญานได้เคยนำมาถวายหลวงปู่ดู่เป็นพุทธบูชาอีกองค์หนึงด้วย)

ส่วนอาวุธที่เหลือทั้ง 3 ล้วนเป็นเทพศาสตราวุธชั้นสูง มีไว้เพื่อประดับบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ และเปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์อย่างยิ่ง หากสวดเป็นประจำสามารถอธิษฐานให้เกิดเป็นองค์พระพุทธนิมิต ปางมหาจักรพรรดิได้ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์และบุญฤทธิ์ มีความศักสิทธิ์อย่างมาก ประดับด้วยครื่องทรงแห่งพระมหาจักรพรรดิ อย่างวิจิตรอลังการเปล่งรัศมีหลากสีด้วยแสงแห่งรัตนอัญมณี เรียกว่า "พระมหาวิษิตาภรณ์" มาครอบสถิตผู้ภาวนา บารมีของ หลวงปู่ดู่ที่ท่านน้อมนำอธิษฐานจิตจึงมีความศักสิทธิ์ป็นอย่างมาก เพราะท่านใช้บารมีทั้งหมดของท่านอัญเชิญกระแสบารมีแห่งพระรัตนตรัย และตั้งองค์พระพุทธนิมิตปางมหาจักรพรรดิบรรจุลงไปในวัตถุมงคลที่บารมีท่านมาประจุอีกด้วย
 
บรรดาลูกหลานที่เคารพศรัทธาหลวงปู่ดู่ เมื่อได้น้อมกราบที่ภาพหลวงปู่ฯแล้ว ให้ใช้จิตน้อมเอาแสงสว่างที่ ตรงกลางทรวงอกหลวงปู่ฯ เข้าสู่ไมโครชิพของตัวเรา ขอถ่ายทอดบุญบารมีที่หลวงปู่ฯได้บำเพ็ญมาแสนยาวนานยิ่งนัก เข้าไปเพิ่มความสว่างให้แก่ทุกๆเซลล์ทั่วร่างกายของเราทุกๆวัน รวมทั้งน้ำในร่างกายทุกๆอณู น้ำสามารถบันทึกความจำหรือพลังงานบุญกุศลได้มากมาย เมื่อตัวเราและจิตใจ แมโครชิพ อุดมด้วยทรัพยากรดีงามแล้ว ย่อมอธิษฐานจิตหรือตั้งเป้าในเรื่องใดๆให้สำเร็จก็จะสะดวกดายยิ่งขึ้น
 
การคิดการนึกถึงหลวงปู่หลวงตา ถึงคาถามหาจักรพรรดิ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ก็ไม่ต่างจากเรากำลังเปิดเครื่องเชื่อมต่อระบบของเราเข้ากับหลวงปู่ พระไตรสรณาคมน์ และพลังอำนาจบารมีอันยิ่งใหญ่ออกจากวาจาของเรา นำพลังงานอันมีคุณค่าสูงส่งมหาศาลมาสู่ระบบของเราหรือ ไมโครชิพ และจิตใจของเราในทางลัด ที่หลวงปู่และทุกๆท่านทุกๆพระองค์ได้สร้างสะสมมาเป็นเวลานาน ส่วนที่เสด็จเข้านิพพานไปแล้ว ก็ไม่ได้นำพลังงานบุญติดไปกับท่าน ยังคงละเอาไว้ในจักรวาล พร้อมแสงสีเสียง เมื่อเราวางจิตได้เหมาะสมแล้ว จึงสามารถเข้าไปสัมผัสพลังงานอันทรงคุณค่าเหล่านั้นได้ นำมาสร้างคุณประโยชน์แก่เราทั้งทางโลก ทางธรรม ตามที่ปรารถนา หากเรามีเครื่อง ซีพียู ขนาดใหญ่ดีอย่างไรก็ตาม ไม่ได้เปิดใช้ ก็หาทำประโยชน์อันใดได้ไม่ เช่นเดียวกันที่เราหมั่นท่องบ่นคาถามหาจักรพรรดิ และมอบจิตของเราเอาไว้กับหลวงปู่ ช่วยนำพาให้เราเดินทางลัดในช่วงชีวิตที่มีโชคลาภได้มาพบหลวงปู่นั่นเอง
 
แล้ว ทำไมต้องขอพลังงานจากหลวงปู่ฯทุกวัน... ตลอดวันที่เราใช้ชีวิต ต้องเผชิญสิ่งแวดล้อมเป็นพิษมากมาย ถึงแม้ว่าเรามีน้ำสะอาดอยู่ก็ตามตราบใดที่ยังเป็นโลกียะทรัพย์อยู่ ย่อมถูกปนเปื้อนน้ำสกปรกได้อยู่เสมอ เราจึงต้องหมั่นเติมน้ำสะอาด หรือเติมบุญบารมีที่ขอจากหลวงปู่ฯทุกๆวันนั่นเอง..ถึงบางอ้อแล้วซินะ
 
ลูกขอกราบแทบเท้าหลวงปู่ดู่ ขอภาวนามหาจักรพรรดิ ผ่านพระโอษฐ์ของพระพุทธกัสสปะฝากไปกับบายศรีธรรมจักรของพระบรมธรรมบิดา แสงทิพย์อริยธรรมของพระบรมธรรมบิดา พระฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการของพระพุทธเจ้าและเสาอากาศถ่ายทอดแสงทิพย์นิพพานทุกแห่ง ให้ถึงแก่ผืนแผ่นดินสุวรรณภูมิทุกแห่งที่ และชาวไทยทุกคนที่ตั้งอยู่บนนิจศีล  และถึงแก่พระบรมโพธิสัตว์ พระมหาโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ทุกท่าน พร้อมสรรพสัตว์ทั่วทั้ง 3 โลก จงพากันได้รับพลังงานจาก มหาจักรพรรดิมนตร์วิเศษของหลวงปู่ดู่ โดยครบถ้วนทุกๆคราว
ด้วย อำนาจแสงทิพยอริยธรรมของสมเด็จพระบรมธรรมบิดา ลูกขอฝากพลังงานมหาจักรพรรดิมนตร์ เก็บสำรองไว้ที่พีระมิดใหญ่กีซาร์ สำหรับเป็นขุมข่ายพลังงานแจกจ่ายไปยังเหรียญสุขภาพธรรมจักร และพีระมิดน้อยๆของพระอาจารย์รัตน์ โดยทั่วถึงกันตลอดเวลา
 
หลวงปู่ดู่ เคยให้อุบายธรรมแก่ลูกศิษย์ที่มาปรารภว่า นั่งไม่ค่อยสงบ หลวงปู่กล่าวว่า  'ในเวลากลางวัน หรือเวลาใดก็ตามให้ภาวนาไว้เรื่อยๆ ไม่ว่า ยืน เดิน นั่ง นอน ให้ทำตลอดเวลา ถ้าเราจะทำ ดีกว่านั่งร้องเพลง หุงข้าว ต้มแกง นั่งรถ ทำได้ทั้งนั้น เขาเรียกว่าพยายามเกลี่ยจิตให้เข้าที่ ถ้าจะรอเวลาปฏิบัติทีเดียวมันยาก เพราะจิตมันแตกมาตลอดวัน' 
 
ส่วนท่านที่ได้พบ 'ทาง' ของตนหรือ มรรค แล้ว ก็สามารถนำแนวทางของหลวงปู่มาใช้ได้เช่นเดียวกัน จะต่างไปก็เพียง กำหนดให้จิตอยู่ในสภาวะจิตเดิม ในสภาพอารมณ์เดิม เช่นครั้งที่พบทาง ใหม่ๆอยู่อย่างสม่ำเสมอนั่นเอง เมื่อสบโอกาสเมื่อไร ก็สามารถแช่คันเร่งได้เต็มที่ทันที  ตราบใดที่ยังต้องทำภารกิจอื่นอยู่ ก็ต้องหมั่นระลึกถึงอุบายธรรมของหลวงปู่ในการปฏิบัติจนกว่าจะได้ดี
 
เป็นบทสวดที่เรียบเรียงมาจาก “ชมพู ปติสูตร” ในตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตรพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเพื่อกำราบทิฐิ มานะของพญาชมพูบดีพระมหากษัตริย์ผู้มากด้วยอิทธิฤทธิ์ โดยผู้ที่แต่งพระคาถาบทนี้คือหลวงปู่ดู่พรหม ปัญโญ คาถาจักรพรรดิ บทนี้เป็นพระคาถาหลักที่หลวงปู่ดู่ใช้ในการรวมบารมีแผ่ช่วยเหลือภพภูมิและ ใช้ในการอธิษฐานปลุกเสกพระเครื่องทุกชนิดของท่าน

การสวดครั้งหนึ่งมีอานิสงค์แผ่ไปทั้งสามแดนโลกธาตุ แผ่บุญไปทั่วถึงสรรพสัตว์ ตลอดจนเทวดาประจำตัวเรา ญาติมิตร เพื่อนฝูง ครอบครัวเจ้ากรรมนายเวรบทสวดพระมหาจักรพรรดินี้เป็นการสวดไหว้พระพุทธเจ้า ทั่วทั้งหมดตลอดจนถึงพระธรรมและพระโพธิสัตว์เจ้าพระอริยสงฆ์ทั้งมวล รวมถึงน้อมนำกำลังของเทพพรหม พระอริยะเจ้า พระเจ้าจักรพรรดิทุกพระองค์ พระมหาโพธิสัตว์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต มาอารธนารวมเข้าที่กายใจอัญเชิญเข้าตัวป้องกันภัยมีการกล่าวถึงพระสีวลีเป็น มหาโชคมหาลาภและบทนี้มีพลังงานอย่างยิ่งในการเจริญกรรมฐาน
 
หากสวดบทนี้สามารถอธิษฐานเรื่องราวที่ขัดข้องให้ผ่านพ้นไปอย่างทะลุปรุโปร่งทุกวัน ในเวลา ๒๐.๓๐ น.หลวงตาม้า(ลูกศิษย์หลวงปู่ดู่ที่ยังดำรงค์ขันธ์อยู่)และศิษย์ทั้งหมดจะ ร่วมสวดมนต์บทนี้ เพราะเป็นช่วงที่เปิดทั้งสามโลกธาตุให้สื่อถึงกันได้หมด เทพพรหมทั่วแสนโกฏิ จักรวาล จะร่วมกันสวดบทนี้ ในช่วงนี้แม้แต่ไฟนรกก็ดับชั่วคราว....(ศิษย์หลวงตาม้า)
 
 
 
หลวงตาม้าพูดถึงหลวงปู่
 
สำหรับพี่น้องสาธุชนที่ต้องการต่อเชื่อมพลังงานมหาจักรพรรดิมนตร์จากมหาพีระ มิดกีซาร์ มายังตนเอง ให้ขอติดตั้งสื่อรับสัญญาณได้ตลอด 24 ชั่วโมง จาก อิงธรรม  เพื่อถ่ายทอดพลังงานเข้าสู่กายใจได้ตลอดเวลา.....
 
เมื่อได้สร้างเหตุมั่นคงดีแล้ว สามารถต่อยอดความมั่งคั่งได้ทันที ..../article36.html
_________________
กลุ่มพลังจิตพิชิตภัยพิบัติ จ.เชียงราย
http://board.palungjit.com/f178/ก

ส่วน มนุษย์ในยุคใหม่ที่ดีเอ็นเอเปลี่ยนไป หลังจากโลกย้ายแกนใหม่แล้ว และสุริยะจักรวาลพร้อมกับโลก ได้สลับจากกาแลกซี่ทางช้างเผือก เคลื่อนไปสู่แรงดึงดูดของ กาแลกซี่ไตรแองกุลัม ทางทิศตะวันออก ของยุคชาวศิวิไลซ์ ซึ่งเน้นความดี มีศีลธรรม แทนสังคมเงินทอง ซึ่ง หลวงปู่ประเสริฐ อวยชัยให้พรให้ลูกหลานปัจจุบัน พยายามนำพาชีวิตอยู่ไปให้ถึงยุคใหม่ให้ได้...

http://www.ainews1.com/modules.php?name=Web_Board&file=view&No=215

'ปี 2555 เมืองไทยจะเกิดวิกฤติ จนถึงขั้นอาจตกต่ำลงไป'  ซึ่งพ่อเจ้าราชครูโพนสะเม็กกล่าวเตือนลูกหลานเอาไว้   http://ainews1.com/article311.html

 

สำหรับ ท่านที่ไม่ประมาท เข้าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานแล้วนั้น...ด้วยสัญชาติญาณของ สัตว์โลกย่อมหาหนทางนำชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง หากท่านที่อยู่ในกลุ่มนี้ ก็ลองหาความรู้ต่อไปอีกให้ทะลุเป้าหมาย  แล้วเราจะจัดการเตรียมการณ์ล่วงหน้าให้แก่ตัวเราและครอบครัวได้อย่างไร บ้าง   ยังมีเครื่องทุ่นแรงในปัจจุบันอย่างใดบ้างที่จะช่วยเหลือเราให้คล่องตัว ทันกับเวลาที่ยังมีเหลืออยู่น้อยนิด ลองแวะที่ลิงค์นี้.  /article36.html    ขอเอาใจช่วยให้ทุกคนผ่านแดนไปสู่ยุคใหม่ทั่วกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง โดยเฉพาะผู้ที่มีโอกาส เข้าถึงทุกๆสิ่งในหน้านี้มาแล้ว

สำหรับผู้ที่ได้ศึกษาประวัติชีวิตของพ่อเจ้าราชครูโพนสะเม็กอย่าง ละเอียด จะตระหนักว่าพ่อเจ้าฯเป็นผู้มีตาดีมาก จึงมองเห็นความวิกฤตของประเทศไทยใน ปี 2555 ได้อย่างชัดเจนว่าสภาวะแวดล้อม ทั้งในด้านภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจจะอยู่ในสภาพเช่นไร

สำหรับผู้ที่ห่วงใยใคร่รู้ว่าสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศตอนนั้นจะเปลี่ยนไปอย่างไร คงต้องเข้าไปดูรายละเอียด ในแผนที่โลกใหม่ของนายกอร์ดอน สแกลเลี่ยน คงต้องควักกระเป๋าอีกคนละ 2 พันกว่าบาท หรือรวมหุ้นกันหลายๆคนแล้วมาแบ่งกันดู ร่วมกันวิจารณ์ ให้เกิดความรู้แตกฉาน ในภาพที่เกิดจากญาณทัสสนะ กับเหตุผลจากการใช้สมองและสติปัญญา ว่าจะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง แล้วไปรอดูตามเวลาที่พ่อเจ้าโพนสะเม็กได้เตือนเอาไว้

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share