พลังปราณคืออะไร 

Bookmark and Share

/article314.html


คัดลอกจาก หนังสือ "สมาธิหมุน จิตวิวัฒน์ เพื่อความพ้นทุกข์" เรียบเรียงโดย คุณเกียรติศักดิ์ แสงสุวรรณ

ร่างกายของมนุษย์เรานั้น เป็นแหล่งผลิตพลังงานที่ทรงประสิทธิภาพมากชนิดหนึ่ง ดังนั้นจึงมีพลังในรูปแบบต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรา แหล่งพลังงานหรือวัตถุดิบที่เรานำมาใช้เพื่อผลิตพลังงานนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ เราหยิบยืมแบ่งสรรมาจากธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเราทั้งสิ้น เช่น นำมาจากดิน จากน้ำ จากอากาศ จากพืช สิ่งที่ได้มาก็คือแร่ธาตุต่างๆ ส่วนจากไฟ สิ่งที่ได้มาคือพลังงานความร้อน สิ่งเหล่านี้เมื่อเข้ามาประชุมรวมกันในร่างกายของเรา โดยการกิน การดื่ม การหายใจแล้ว กระบวนการในร่างกายของเราก็จะเปลี่ยนสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นโครงสร้าง เป็นอวัยวะของร่างกาย และเป็นพลังงานเพื่อทำให้อวัยวะและโครงสร้างของเราเกิดการเคลื่อนไหว เกิดการทำงานเพื่อทำให้ชีวิตเราดำรงอยู่ได้

พลังงานที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตพลังงานในร่างกายของเรานั้นมีอยู่หลายประการด้วยกัน ที่สำคัญคือ พลังความร้อน พลังไฟฟ้า พลังแม่เหล็ก พลังแม่เหล็กไฟฟ้าหรือแสงสว่าง พลังเหล่านี้มันไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเรา แทรกซึมอยู่ทุกอวัยวะ แล้วทุกอวัยวะนั้นประกอบด้วยเซลล์ เซลล์ประกอบขึ้นจากสารประกอบ สารประกอบประกอบขึ้นจากโมเลกุล โมเลกุลประกอบขึ้นจากธาตุ ธาตุประกอบขึ้นจากอะตอม อะตอมประกอบขึ้นจากอนุภาคที่เล็กกว่า คือ อิเลคตรอน โปรตอน และ นิวตรอน



พลังงานที่ร่างกายผลิตขึ้นมา มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือ เพื่อให้อิเลคตรอนใช้เป็นพลังงานในการเคลื่อนไหว ทั้งในการเคลื่อนไหวหมุนรอบนิวเคลียส ทั้งการเคลื่อนที่ไปสู่อะตอมอื่น การเคลื่อนไหวของอิเลคตรอนในร่างกายของเรามีความหมายอย่างยิ่ง เพราะมันหมายถึงชีวิตและสุขภาพของเราเลยทีเดียว เนื่องจากการเคลื่อนไหวของอิเลคตรอนจะทำให้ อะตอม โมเลกุล เซลล์ อวัยวะ เกิดการเคลื่อนไหวทำงาน มันคือการทำงานจากระดับเล็ก สู่ระดับใหญ่ หมุนเวียนส่งต่อกันไป

พลังความร้อน พลังไฟฟ้า พลังแม่เหล็ก พลังแสงสว่าง ที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อให้อิเลคตรอนใช้เคลื่อนที่นั้น จะเป็นพลังงานที่มีความเข้ม ความถี่ อยู่ในช่วงที่พอเหมาะแก่ร่างกายของเราช่วงหนึ่ง และในทางกลับกัน การเคลื่อนไหวของอิเลคตรอนก็ทำให้ได้ พลังความร้อน พลังไฟฟ้า พลังแม่เหล็ก พลังแสงสว่าง ออกมาเช่นกัน ซึ่งร่างกายของคนที่สุขภาพแข็งแรงเป็นปกติ อิเลคตรอนย่อมจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและความถี่ที่เหมาะสมค่าหนึ่ง พลังที่ออกมาก็จะมีความเข้ม ความถี่ ที่ใกล้เคียงหรือเท่ากับที่ให้เข้าไป พลังที่มีความสำคัญมากคือ พลังแสงสว่าง เพราะมันเป็นพลังที่เป็นต้นกำเนิดของพลังอื่นๆ และพลังเหล่านี้ที่เกิดขึ้นแล้ว มันสามารถเปลี่ยนรูปกันได้ กลับไปกลับมา เมื่อเราทานอาหาร นอกเหนือจากได้รับแร่ธาตุแล้ว เรายังได้รับพลังแสงเข้าไปอีกด้วย โดยได้รับโดยทางอ้อม กล่าวคือ เราอาศัยพืชเก็บพลังงานแสงให้เรา โดยกระบวนการสังเคราะห์แสง (Photo synthesis) จากดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแสงสว่าง เก็บพลังงานแสงไว้ในรูปของสารอาหารที่พืชผลิตขึ้น เพื่อรอให้กระบวนการย่อยอาหารของเราปลดปล่อยพลังงานแสงออกมาให้เราใช้งาน เพื่อเป็นพลังให้แก่อิเลคตรอนเคลื่อนที่

ร่างกายของคนที่สุขภาพแข็งแรงเป็นปกติ อิเลคตรอนจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและความถี่ที่จะทำให้ได้พลังานแสงที่อยู่ ในช่วงคลื่นของแสงสีเหลือง แสงสีเหลืองที่ออกมาจากเซลล์ ออกมาจากอวัยวะของเรานี้ อาจสามารถมองเห็นได้เมื่อเราสำรวมจิตใจให้สงบ หลับตาลง ปิดเปลือกตาลงแล้วลืมตาขึ้นข้างในมองไปที่ผนังตา ยิ่งจิตเราสงบมากเท่าใด ก็จะเห็นชัดขึ้นเท่านั้น แต่หากร่างกายหรืออวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของเราปล่อยปล่อยพลังแสงที่อยู่ใน ช่วงคลื่นที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าออกมา เช่น มืดดำ แดงเข้ม น้ำเงิน ม่วง แสดงว่าร่างกายหรืออวัยวะตรงนั้นทำงานผิดปกติ เพราะอิเลคตรอนบริเวณนั้นวิ่งช้าลง หรือได้อาจได้รับคลื่นรังสีที่มีความถี่สูงเกินกว่าที่เซลล์จะรับได้และเป็น อันตรายต่อเซลล์เข้ามามาก นั่นคือ เราเกิดความเจ็บป่วยขึ้น อาการของความเจ็บป่วยก็จำแนกออกเป็นโรคชนิดต่างๆ

เมื่อเราเจ็บป่วย ร่างกายของเราก็จะพยายามปรับสภาพให้อวัยวะที่ทำงานผิดปกติกลับคืนมาสู่สภาพ ปกติเท่าที่ร่างกายเราจะทำได้ โดยพยายามนำพลังงานและแร่ธาตุที่มีอยู่มารักษาซ่อมแซม แต่หากร่างกายเจ็บป่วยมากจนเกินความสามารถที่ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองได้ ก็จะต้องรักษาด้วยการใช้ยาหรือวิธีทางการแพทย์

นอกจากอาหารและยาแล้ว สิ่งที่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ แสงในช่วงคลื่นความถี่ที่เหมาะสม คือแสงที่อยู่ในช่วงคลื่นแสงสีเหลือง พลังแสงสีเหลืองนี้มีชื่อเรียกขานมานานว่า “ปราณ” หรือ “ลมปราณ” ถือเป็นพลังชีวิตที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์
http://www.ainews1.com/article314.html โดยปกติจะเข้าสู่ร่างกายของเราโดยการ กินอาหาร ดื่มน้ำ และการหายใจ ซึ่งนอกเหนือจาก การกิน ดื่ม และหายใจแล้ว การใช้พลังจิตดึงกระแสลมปราณเข้าสู่ร่างกายก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถ กระทำได้ เป็นการนำพลังเข้าสู่ร่างกายโดยตรงไม่ต้องผ่านตัวกลางอื่น ดังจะพบได้ในศาสตร์ตะวันออกแขนงต่างๆที่มีมาแต่โบราณ สำหรับในยุคปัจจุบัน เนื่องจากสภาวะแวดล้อมและชั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยพลังงานเสียและปราณพิษ ไม่บริสุทธิ์เหมือนในอดีต ดังนั้นการใช้พลังจิตดึงพลังต่างๆ เข้าสู่ร่างกายโดยตรง จึงอันตรายเป็นอย่างยิ่ง (ปัจจุบัน พระอาจารย์ไม่แนะนำให้ใช้พลังจิตดึงพลังเข้าสู่ร่างกายโดยตรง แต่มีวิธีการอื่นในการนำพลังต่างๆ เข้าสู่ร่างกายโดยผ่านอุปกรณ์พีรามิด - ศึกษารายละเอียดได้จาก องค์ความรู้ของพระอาจารย์รัตน์ ในหนังสือทางรอด)

การที่แสงสว่างหรือปราณสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ ก็เพราะว่า พลังงานแสงนั้นนอกจากจะประพฤติตนเป็นคลื่นแล้ว ยังสามารถประพฤติตนเป็นอนุภาคได้อีกด้วย โดยมีชื่อเรียกว่าอนุภาคโฟตอน (Photon) จัดเป็นกลุ่มอนุภาคเสมือน ซึ่งต่างจากอนุภาคจริงตรงที่เป็นอนุภาคที่ไม่มีมวล แต่สามารถแสดงคุณสมบัติของอนุภาคจริงได้ คือการมีโมเมนตัม (Momemtum) คือสามารถถ่ายทอดพลังงานจากการชนได้ ปรากฎการณ์ที่แสงประพฤติตนเป็นได้ทั้งคลื่นและอนุภาคนี้ เรียกว่าทวิภาคของคลื่นและอนุภาค การที่แสงสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ ก็เพราะ การประพฤติตนเป็นอนุภาค เข้ามาชนกับอิเลคตรอนในอะตอมของเซลล์ในร่างกายให้มันเพิ่มพลังขึ้น

กระบวนการที่ทำให้อิเลคตรอนเคลื่อนที่เข้าสู่ระดับพลังงาน หรือระดับวงโคจรที่สูงกว่าเดิม โดยใช้พลังงานแสงเป็นตัวเพิ่มพลังนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "ปรากฏการณ์โฟโตอิเลคทริค" เป็นปรากฏการณ์ของแสงที่ประพฤติตนเป็นอนุภาค เมื่อเข้ามาชนอนุภาคอิเลคตรอนแล้วจะเกิดการถ่ายทอดพลังจากการกระทบให้แก่อิ เลคตรอน เมื่ออิเลคตรอนได้รับพลังงานแล้วก็จะเคลื่อนที่เข้าสู่ระดับพลังงานที่สูง กว่าเดิม โดยระดับพลังงานที่เคลื่อนที่เข้าไปสู่นั้นจะแปรผันตรงกับความถี่ของแสงที่ เข้ามาตกกระทบด้วย

ที่มา: คุณเกียรติศักดิ์ แสงสุวรรณ

วิธีเพิ่มพลังปราณ ด้วยคลื่นฟาร์ อินฟาเรด จากวัสดุธรรมชาติที่ผ่านการเผาไฟอุณหภูมิสูง 1,000 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งมีความยาวคลื่น 4-15 ไมครอน เป็นขนาดคลื่นที่มีประโยชน์ต่อเซลล์ในร่างกาย และเปลี่ยนกลุ่มโมเลกุลของน้ำที่ใหญ่กว่า 6 โมเลกุลต่อกลุ่มให้เล็กลงมา ให้มีโครงสร้างเช่นเดียวกับเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยนำอาหารและน้ำเข้าสู่เซลล์ได้สะดวก แล้วยังอุ้มออกซิเจนเข้าไปใช้สันดาปอาหารวิตามินแร่ธาตุเป็นพลังงานได้เพิ่มขึ้น ช่วยให้อีเล็กตรอนรอบๆเซลล์หมุนรอบเซลล์เร็วขึ้น เซลล์จึงมีพลังงานทำงานเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ

ทีนี้มาถึงจุดสำคัญเราจะเพิ่ม ฟาร์อินฟาเรดให้ร่างกายด้วยอุปกรณ์ชนิดใด ไม่ต้องไปใช้เหรียญราคาแพงๆในท้องตลาด จากราคาอันละ 3,500-12,000 บาท  โดยซื้อถ่านกัมมันต์เผาจากไม้ไผ่ เผาในประเทศไทยคุณภาพดีสำหรับการส่งออกมา 5 ปีแล้ว ที่ลิงค์นี้  http://www.bantanthai.com/product_225721_th แล้วนำมาบดให้ละเอียด โรยใส่เทปกาวบางๆที่ใช้สำหรับรัดหีบห่อ เพื่อไม่ให้หกเปื้อนร่างกายหรือเสื้อผ้า (ที่ผ่านมาผมซื้อถ่านมาจาก การไปอบรมที่ค่ายอาจารย์ยักษ์ที่มาบเอื้อง ชลบุรี มีการออกร้าน ที่เผาถ่านกัมมันต์มาขายในงานด้วย นำมาติดดูดอีเล็คตรอนอยู่หน้าจอมอนนิเตอร์ที่ยังเป็นแบบเก่าอยู่ ก็มันยังใช้ได้ดี จอแบนเลยต้องรอคิวต่อไป) 

วิธีใช้ให้ได้ผลดีที่สุดต้องให้ถ่านกัมมันต์แนบกับเนื้อมากที่สุด จะได้ช่วยแอคติเวทน้ำในร่างกายได้ดี คือใช้น้ำในร่างกายเป็นสื่อนั่นเอง

วิธีทดสอบ ให้กางแขนข้างหนึ่งออก และให้เพื่อนลองกดลงเมื่อไม่ได้ถือแผ่นคาร์บอนกัมมันอีกมือหนึ่ง จะโน้มแขนลงอย่างง่ายดาย หรือจะใช้นิ้วชี้เกร็งเอาไว้กับนิ้วหัวแม่มือเป็นรูปวงกลมก็ได้แล้ว ให้เพื่อนลองง้างนิ้วออก จะต้องใช้แรงต่างกันมากเพียงรอให้คาร์บอนกัมมันต์ทำงานซัก 5 วินาที

เมื่อเรามีร่างกายแข็งแรง เลือดในร่างกายหมุนเวียนดี ก็จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทางโรคต่างๆ เช่นไม่เป็นหวัดบ่อยๆ หากนำแผ่นคาร์บอนกัมมันต์ไปแปะไว้ข้างขวดน้ำที่เราพกไปดื่มประจำตัว หรือน้ำที่กรองแล้วที่ในครัวก็ตาม รังสีฟาร์อินฟาเรด ที่ไม่มีอันตรายนี้ ก็จะช่วยปรับเปลี่ยนน้ำในภาชนะนั้น ให้เป็นน้ำหกเหลี่ยม ที่โฆษณากันสนั่นกรุงในทีวีหลายๆแห่งนั่นไง ท่านนึกออกแล้วหรือยัง ว่าฉันก็ผลิตดื่มเองที่บ้านก็ได้  ส่วนเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย ในน้ำดิบที่ทำน้ำประปามีอยู่เพียงพอแล้ว เพียง เซฟไปตั้ง 5-6 หมื่นบาท

แต่ต้องกรองเอาโลหะหนักหรือคลอรีน สารก่อมะเร็งออกทิ้งไปก่อน น้ำที่ผ่านการกรองแล้ว แต่ละกลุ่มยังมีขนาดกลุ่มใหญ่ 15-20 โมเลกุลต่อกลุ่ม เมื่อผ่านฟาร์อินฟาเรด จะลงมาที่ 6 โมเลกุลต่อกลุ่ม เท่ากับช่องเปิดที่ผนังเซลล์และมีโครงสร้างเหมือนเม็ดเลือดแดง ขนส่งอาหารและออกซิเจนได้มาก  เป็นประโยชน์แก่โรงงานย่อยๆ(microchondria) อีกนับพันๆโรงในเซลล์จะผลิตพลังงานต่อไป

เมื่อท่านทราบวิธีผลิต แผ่นฟาร์อินฟาเรดใช้เองแล้ว ก็ทำหลายๆอัน สำหรับใช้ติดตัว สมาชิกทุกวัยในครอบครัวแม้แต่หลานตัวเล็กๆ ที่เพิ่งเกิดมาก็ตาม แล้วทำอันเล็กๆแปะที่เครื่องโทรมือถือช่วยเสทินพลังงานแม่เหล็กที่เป็นอันตรายต่อร่างกายออกไประหว่างเราใช้มือถือ แล้วเอาสติ๊กเกอร์สวยๆปิดทับอีกที กลายเป็นสิ่งมีค่าไป

และสามารถส่งคลื่นไปยังคู่สายปลายทางระหว่างเปิดใช้เครื่องอยู่ได้ด้วย เล่นกลให้เพื่อนดูก็ได้ แล้วถึงฟอร์เวิร์ดวิธีการจากเว็บเพสท์นี้ไปให้ เรายินดีอยู่แล้วเพื่อความสุขของทุกๆคน แล้วยังช่วยให้สมองดี หรือเจ็บปวดเมื่อยหรือปวดหัวไมเกรน ก็นำแผ่นกัมมันต์ไปวนๆเหนือบริเวณที่มีปัญหาสักครู่ให้เส้นเลือดขยายตัว และเลือดเดินได้สะดวก อาการเจ็บปวดก็จะคลายตัวลงไม่ต้องรับประทานยาแก้ปวดไปกดอาการที่สมอง นี่เราแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเลย

ก่อนจะลืมไป น้ำทุกๆโมเลกุลเก็บหน่วยความจำได้มากทีเดียว ซีซีละหลายกิ๊กฯ ทำหน้าที่เหมือนกับตัวฮาร์ดแวร์ของเซิร์บเวอร์ในตัวเรา แต่มันเก็บหมดทั้งข้อมูลบวกและลบ ถ้าเราฉลาดเราก็เลือกเอาเฉพาะข้อมูลบวกไปก่อน แล้วทุกๆวัน อยตนะของเรามีมลพิษเข้าไปด้วย เราก็บรรจุข้อมูลบวกเข้าไปแก้ไขเจือจาง

ทีนี้เราจะไปเอาข้อมูลบวกได้ที่ไหน ไม่ยาก น้ำมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆเราก็นำมาเติมโปรแกรมบวก ข้อมูลดีๆทั้งนั้นที่ถูกบรรจุพลังงานลงไปในน้ำมนตร์นั้น เมื่อเราดื่มเข้าไปข่าวดีในน้ำมนตร์ก็จะแพร่ข่าวดีไปให้น้ำทั่วร่างกาย ทีนี้เราจะเน้นเรื่องอะไร เราก็มอนนิเตอร์ด้วยจิต บอกความประสงค์ลงไปเลยว่าขอในเรื่องนั้น น้ำมนตร์จึงรักษาโรคต่างๆได้ ที่หลายๆคนเคยได้ยิน แม้แต่คนบ้าจิตไม่ปกติยังหายเป็นปกติได้เลย  พลังงานมากแค่ไหนก็พระพุทธองค์สะสมพลังงานมามากมาย หลายอสงไขยกัปป  (1 กัปป=10 ล้าน)

แล้วถามว่าช่วยเตรียมร่างกายและจิตใจให้เราปฏิบัติธรรมได้รวดเร็วขึ้น ไปสู่ 'ทาง' หรือมรรค ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  เราก็สามารถต่อเชื่อมพลังงานต่างๆโดยตรงกับพระพุทธองค์ได้ พระองค์ท่านไม่ได้เอาบุญกุศลไปนิพพานด้วย ยังมีอยู่พร้อมมูลในจักรวาล เพียงแต่เราไขปริศนาจากพระองค์ท่านได้หรือไม่เท่านั้น.... สมเด็จพ่อของลูกๆทุกคนคอยเวลาที่ลูกจะพร้อมอยู่ทุกเวลา...เพียงแต่ว่าพ่อ พ้นไปจากโลกแล้ว ไม่มีเจตนาสร้างกรรมใดๆอีก ลูกต้องใช้ปัญญาขอเอาจึงจะได้ แล้วนำพลังงานมาเปลี่ยนเป็นรูปธรรมต่างๆเอาอีกที สำหรับใช้กับขันธ์ 5 ร่างกายจนกว่าจะหมดอายุขัย 

พลังจิตออกทีวีที่ญี่ปุ่น

 

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share

shared by webmaster