Flooded Asia/http://www.ainews1.com/article319.html

Bookmark and Share

Edgar Kayce(1877-1945)

เมื่อปลายปี 2009 ลูกศิษย์พระอาจารย์รัตน์ ได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดดอยเกิ้ง ได้ทราบจากพระอาจารย์ว่า กทม.และที่ราบภาคกลาง จะกลายเป็นทะเลขึ้นไปถึงนครสวรรค์..เมื่อตรวจสอบระดับคอนทัวร์พื้นดินทางนครสวรรค์สูงกว่าระดับน้ำทะเลปัจจุบัน ประมาณ 100 เมตร แต่น้ำทะเลท่วมถึง ประเด็นนี้จะเป็นเช่นนั้น เมื่อประเทศไทย ได้รับแรงจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ และเป็นเวลาหลายชั่วโมง ดินอ่อนในที่ลุ่มจึงรับน้ำหนักตัวไม่ไหว จึงยุบตัว ภาพน้ำท่วมจึงอาจไปตรงกับที่นายกอร์ดอน เห็นมมาก่อนในอดีต

แผนที่น้ำท่วมโลกในอนาคต ที่นาย กอร์ดอน เอ็ม สแกลเลียล เว็บไซท์ www.earthchanges.com ได้จัดทำขึ้นทั่วโลก ส่วนด้านซ้ายมือเป็นโซนเอเชีย ที่จะถูกน้ำทะเลท่วมซึ่ง เอ็ดการ์ เคย์ซี นักพลังจิตที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งอเมริกา ในหลากหลายสาขาวิชากว่า 14,300 กว่าประเด็น ได้มองเห็นอนาคตที่น้ำทะเลจะเพิ่มระดับสูงขึ้นอีก 9 เมตร จากเหตุการณ์โลกร้อน ซึ่งปัจจุบันโลกได้เลื่อนเวลาวิกฤตเข้ามาเร็วมากขึ้นกว่าการคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์หลายเท่าตัว

ทีนี้มาพิจารณาพื้นที่น้ำท่วมผืนแผ่นดินไทย ในแผนที่โลกใหม่ จะเห็นชัดเจนว่าพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้จมอยู่ใต้ระดับน้ำทะเล ที่หลายๆคนสงสัยว่ามันจะเกิดเป็นจริงขึ้นหรือไม่ ?

ข่าวล่าที่หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร สื่อผ่านปากของหลวงปู่ฤาษีภารตะที่โคราช เมื่อไม่นานมานี้ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้จะมีสภาพไม่ต่างจากภาพที่ปรากฏในแผนที่เอเชียใหม่นี้เท่าใดนัก กล่าวคือเหลืออยู่เพียงบางเกาะไม่กี่เกาะเท่านั้นhttp://www.ainews1.com/article302.html

ยิ่งหากได้นั่งพิจารณาแผนที่ในหมวดเพิ่มเติมภูมิประเทศใน Google Earth ให้รอบครอบพิจารณาระดับคอนทัวร์ของผืนแผ่นดินปัจจุบันที่ส่วนใหญ่ใกล้แม่น้ำใหญ่ หรือพื้นที่ราบริมทะเลที่เมืองใหญ่ๆต่างๆตั้งอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปัจจุบันมากนัก   

เมื่อได้ใช้เวลาอยู่พอสมควรในการเดินสำรวจระดับพื้นโลกในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ หรือพื้นที่ประเทศใกล้เคียงหรือประเทศจีนก็ตาม ที่ มิสเตอร์สแกลเลี่ยล ได้ลงทุนทำแผนที่โลกใหม่เอาไว้จำหน่ายล่วงหน้าประมาณ 28 ปี ปัจจุบันก็ยังจำหน่ายอยู่ จะเห็นว่ามีแนวโน้มเป็นไปได้สูง โดยเฉพาะยิ่งนำมาพิจารณาควบคู่กับคำทำนายระดับน้ำทะเลของ เอ็ดการ์ เคย์ซี่ ที่ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นอีก 9 เมตร

2012 FLOOD & EARTHQUAKE PROJECTION MAPS REVISITED

  ความรุนแรงและฉับพลัน

"คนมีบุญที่หนีได้ทัน จะไปอยู่บนยอดตึก บุญจะส่งให้เขามีเหตุให้ต้องไปอยู่บนยอดตึกในเวลานั้น" ตกเช้าน้ำจะไป ทิ้งไว้แต่โคลนสีส้มไปทั่วเมือง

สัญญานตือนภัย ที่ท่านพิฆเณศ ส่งญานมาผ่านอาจารย์จตุพร ดังข้อความข้างบนนั้น หากพิจารณาให้ละเอียด จะมองเห็นความรุนแรงเฉียบพลันของวิบัติกาลของโลก ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ลักษณะเหตุการณ์ดังที่ท่านพิฆเณศ ส่งสัญญานเตือนมานั้น เป็นผลเนื่องมาจากการย้ายแกนของโลกอย่างกระทันหัน จึงทำให้น้ำทะเลไหลทะลักขึ้นมาท่วมแผ่นดิน ยิ่งกว่าเมกกะสึนามิ

และการที่ปรากฏโคลนสีส้ม หลังน้ำลด ก็เนื่องมาจากนย้ำได้กัดเซาะแผ่นดินอย่างรุนแรงนั่นเอง

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ความร้อนในโลกมาจากแหล่งใดบ้าง

ปัจจุบันโลกรับความร้อนมาจากสาเหตุต่างๆ

  • มลพิษของกาซเรือนกระจก คาร์บอนไดออกไซด์ สาร CFC จากภาคอุตสาหกรรม และกาซมีเทนจากก้นมหาสมุทรปริมาณมหาศาลที่เริ่มผุดขึ้นแถบขั้วโลก ที่น้ำแข็งเริ่มละลาย สร้างกาซเรือนกระจกที่รุนแรงกว่า คาร์บอนไดออกไซด์ 20 เท่า โลกจึงเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อนำสถิติมาพลอต กราฟความชันเกือบตั้งตรง วิกฤตน้ำทะเลเพิ่มระดับจึงรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้แต่แรกเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ทำให้ลดน้ำหนักเปลือกโลกบริเวณขั้วโลกลง แต่จะไปเพิ่มน้ำหนักเปลือกโลกทางด้านมหาสมุทรแปซิฟิค เมื่อมากถึงจุดหนึ่งอาจทำให้โลกต้องปรับตัวย้ายแกน เพื่อดำรงค์การหมุนรอบตัวเองให้สมดุล เพียงแต่ว่าเหตุการณ์อย่างนี้กับการมาของดาวหาง นิบิรุ ใครจะมาถึงก่อนกัน ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ดาวหางนิบิรุ จะมาเริ่มโคจรเข้าใกล้โลกอย่างใกล้ชิด ในกลางดึกวันที่ 21 ธ.ค. 2012 และโคจรเฉียดใกล้โลกมากที่สุด ในวันที่ 14 ก.พ. 2013 ซึ่งจะสร้างปรากฏการณ์ให้แก่โลกทั้งใบ ประมาณกลางเดือน กุมภาพันธ์ นั้นเอง....
  • และที่คนทั่วไปไม่คุ้นเคยคือพลังเส้นแรงแม่เหล็กโลก ที่ลงมาปกคลุมพื้นผิวทั่วโลก ตลอดเวลา 9 ปี ที่ผ่านมา เสริมพลังความร้อนให้กับแสงอาทิตย์ แต่พลังคลื่นแม่เหล็กเข้าถึงทุกๆเซลล์ทั่วร่างกาย ส่งผลร้ายต่อนิวเครียสภายในเซลล์เลยทีเดียว ไม่ได้รู้สึกร้อนอยู่แต่ที่ผิวหนังเท่านั้น แม้แต่สารสะท้อนรังสีดวงอาทิตย์ ซักกี่ SPF ก็ไม่สามารถต้านทานพลังคลื่นแม่เหล็ก ที่กำลังส่งผลร้ายอย่างยิ่งต่อสิ่งมีชีวิตทุกๆสิ่งบนผิวโลกได้

ดังนั้นการที่โลก สะสมความร้อนบนผิวโลก เพิ่มมากขึ้นทุกวัน และยังมีพลังคลื่นแม่เหล็กรวมตัวกันเป็นเกลียวเจาะทะลุทะลวงลงสู่ใต้ผิวโลก และเข้าตามรอยเลื่อนของเปลือกโลก เช่นบริเวณริงออฟไฟร์ทั่วโลก ลงไปเติมพลังความร้อนให้เปลือกโลกชั้นใน ทำให้เกิดแผ่นดินไหวซ้ำที่ขึ้นอีกบ่อยๆ แตกต่างออกไปจากตำราแผ่นดินไหวเดิมที่นักวิทยาศาสตร์ทราบมา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือบริเวณริงออฟไฟร์บริเวณขอบๆของเกาะสุมาตราทางด้านทิศตะวันตก

เมื่อพูดถึงริงออฟไฟร์ของเปลือกโลก ซึ่งปรากฏลักษณะของแผ่นเปลือกโลกหลักๆอยู่ 7 แผ่น มันเป็นอย่างไร ลองแวะไปชมภาพถ่ายจากดาวเทียมได้ที่ลิงค์นี้ จะพาท่านไปชมใต้ทะเลได้ทั่วโลก ดูว่าขอบรอยต่อของเปลือกโลกที่มนุษย์อาศัยตั้งบ้านเรือนและเมืองอยู่ อยู่ริมหน้าผาลึกชันขอบเหวลึกที่น่ากลัวอย่างไรบ้าง และบริเวณแผ่นเปลือกโลกทางทิศตะวันตกของเกาะสุมาตรา นักธรณีวิทยายังสำรวจพบอีกว่าแผ่นใต้มันมุดตัว เข้าไปในแผ่นบนหรือแผ่นเอเชียอีกด้วย และยังทำให้เกิดคลื่นสึนามิตามมา เช่นเมื่อ 26 ธ.ค. 2547 และเปลือกโลกในบริเวณนี้ก็สั่นไหวมากกว่า 6.5 ริกเตอร์มาตลอดเวลา

เมื่อ 2 เดือนที่แล้วได้ทราบสาเหตุการเกิดคลื่นสึนามิจากพระอาจารย์รัตน์ ว่าสาเหตุเกิดจากน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของเขื่อนต่างๆในประเทศจีนเพิ่มน้ำหนักให้แผ่นยูเรเชี่ยนมากขึ้น ทำให้ปลายแผ่นนี้กระดก จึงปั๊มน้ำ เกืดสึนามิตามมา และปลายปีนี้ เมื่อเขื่อนเก็บน้ำในประเทศจีนรับน้ำมากขึ้น ก็อาจนำมาซึ่งสึนามิขนาดใหญ่ทางฝั่งอันดามันใกล้ประเทศเข้ามากว่าเดิมอีกวาระหนึ่ง ...ลองคอยดูกันต่อไปจะรุนแรงกว่าเก่าหรือไม่

และมีโอกาสย้ายที่สั่นไหวมายังบริเวณทะเลอันดามันแถวๆเกาะนิโคบาร์ และต่อไปยังประเทศพม่า และภาคเหนือของประเทศไทย และทางทิศตะวันตกของเมืองกาญจน์อีกด้วย หากท่านติดตามรายงานแผ่นดินไหวเป็นประจำจะทราบดี  ส่วนทางด้านประเทศฟิลิบปินส์ยังไม่ไหวบ่อยนักเท่าที่ผ่านมา แต่ริงออฟไฟร์ในย่านนั้นก็น่าเป็นกังวลต่อประเทศที่ตั้งอยู่ติดกับรอยต่อ แผ่นโลกไม่น้อยเช่นเดียวกับใต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ทั้งประเทศ และประเทศจีนตอนใต้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนบริเวณเพื่อนบ้านประเทศไทยที่เดิมเคยเป็นทะเลมาก่อน ก็จะเหลือเพียงพื้นที่ภูเขาบริเวณกาะกงเท่านั้น ส่วนประเทศเวียตนามบริเวณที่ราบริมทะเลจีนและทางตอนใต้ ก็จะประสบภาวะชะตากรรมไม่ต่างกับประเทศอื่นๆ ที่มีพื้นที่ราบอยู่สูงจากน้ำทะเลไม่มากนัก ทุกคนที่ศึกษาเรื่องน้ำท่วมโลกนี้ จะตั้งคำถามขึ้นแทบจะพร้อมกันว่า แล้วมันจะเกิดเมื่อไร

นักวิทยาศาสตร์หลายๆคนก็สรุปเอาไว้ว่า สภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลจะค่อยๆสูงขึ้นใช้เวลาอีกประมาณ 30-40 ปีข้างหน้า และมอนนิเตอร์ระดับน้ำทะเลก็ดูน่าจะเป็นเช่นนั้น แต่โลกกำลังมาถึงจุดหักเหที่การละลายของน้ำแข็งมาเร็วเกินคาด เช่นน้ำแข็งในเขตภูเขาที่ละลายลงแม่น้ำโขง แทบไม่มีเหลือให้ละลายลงมาเติมน้ำให้แก่แม่โขงในหน้าแล้ง อย่างที่ชาวลุ่มน้ำเคยเห็นมาแต่อดีต ถ้าท่านติดตามดูภูมิประเทศรับน้ำทั้งหมดของแม่โขงจะยิ่งแปลกใจ

แต่ในภาพญาณทัสสนะของ นาย กอร์ดอน ผู้ที่มองเห็นภาพอนาคตและตรวจสอบดูพื้นที่โลก ส่วนต่างๆอยู่หลายปีพบว่าสาเหตุน้ำท่วมผืนทวีปต่างๆ มาจากการปรับตัวของแผ่นทวีป ที่จะเกิดเป็นบริเวณๆไป หลายๆท่านอาจไม่เข้าใจความหมายของการปรับตัวของแผ่นทวีป ตามคำจำกัดความของกอร์ดอน ตามที่เขาหมายถึงก็ได้... (ดังนั้นโลกอาจต้องปรับตัวที่แผ่นทวีปทั้งหมด มาจากพลังงานมหาศาลจากภายนอกโลกมากระทำ มากกว่าเกิดจากโลกร้อน)

ในเรื่องการปรับตัวของแผ่นทวีปซึ่งโลกมีอยู่ 7 แผ่นใหญ่ๆนั้น อยู่ๆมันจะปรับตัวหาได้ไม่ ต้องมีพลังงานหรือสาเหตุที่ต้องทำให้โลกต้องปรับสมดุลในตนเอง ซึ่ง พระพุทธองค์กล่าวไว้ในพระไตรปิฏกว่า แผ่นดินมันตั้งอยู่บนอากาศ เราได้ฟังแล้วก็ยังงงๆอยู่ ไหนนักวิทยาศาสตร์บอกว่าแกนลูกกลมๆภายในโลก เป็นโลหะเหลวเป็นใส้ในของโลกที่ยังร้อนอยู่เล่า

อยู่มาวันหนึ่งหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ที่หลายๆคนจะรู้จักพระองค์ท่านในชื่อนี้ ท่านก็สงสัยในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เมื่อจิตหลวงพ่อนึกสงสัย พระพุทธองค์ก็เสด็จมาถามว่าสงสัยหรือ ท่านจะพาไปชมอุโมงค์ลมขนาดใหญ่น้อย เป็นเครือข่ายติดต่อถึงกันหมดอยู่ใต้แผ่นดินมีอยู่ทั่วโลก แล้วใต้แผ่นดินประเทศไทยมีขนาดใหญ่ ซึ่งยังเล็กกว่าที่อื่นๆเพียงแค่ 3 กิโลเมตร ที่นับว่าใหญ่อยู่ใต้ประเทศไทย ที่หลวงพ่อนำมาเล่าให้ศิษย์ฟัง  แล้วจากการไปทัวร์อุโมงค์ลมใต้โลกครั้งนั้นหลวงพ่อพบว่า ในอุโมงค์มีลมจากไอน้ำร้อนมาก พัดอย่างรวดเร็วมาก หากลมไอน้ำเกิดพัดขึ้นรุนแรงบริเวณไหน มันจะไปกระทบผนังอุโมงค์ ทำให้เกิดแผ่นดินไหว หรือแผ่นดินยุบตามมา

ด้วยสภาพอุโมงค์ลมเหล่านี้ จึงพอมองเห็นว่าแผ่นดินมันตั้งอยู่บนอากาศ ตามที่พระพุทธองค์ได้ตรัสเอาไว้ในพระไตรปิฏกนั่นเอง เนื่องจากมันอาจอยู่ลึกลงไปมากนักวิทยาศาสตร์ จึงยังไม่ได้จัดทำแผนที่เครือข่ายอุโมงค์ลมใต้แผ่นเปลือกโลก ยังทราบแต่โซนที่มีริงออฟไฟร์ อ่านต่อ..http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=680 

ทีนี้กลับมาที่การปรับตัวของแผ่นทวีป หรือเปลือกโลกแผ่นใหญ่ๆ ที่นายกอร์ดอนมองเห็นนั้นปรับตัวได้อย่างไร พลังงานแรงมหาศาลที่จะทำให้เกิดการปรับตัวของแผ่นทวีปได้นั้น นักจิตศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงของอเมริกา ที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 2488 เอ็ดการ์ เคย์ซี่ ได้พยากรณ์เหตุการณ์ที่โลกจะประสบ คือโคจรเฉียดกับดาวหางขนาดใหญ่ ดาวหางนี้นักวิทยาศาสตร์องค์การนาซ่าค้นพบเมื่อ 1982 และติดตามเรื่อยมามันมีขนาดใหญ่พอๆกับดาวพฤหัสฯ เป็นดาวฤกษ์ที่มีหางยาว พร้อมดาวบริวารใหญ่พอๆกับโลกอีก 5 ดวง มีวงโคจรควงดวงอาทิตย์ 2 ดวง โคจรสวนทิศกับโลกปัจจุบันปรากฏตัวมองเห็นด้วยตาเปล่าแล้ว ทางส่วนค่อนไปทางขั้วโลกใต้ กำลังเดินทางมาใกล้โลกทุกวินาทีละกว่า 100 กิโลเมตร ที่พลโลกกำลังนับถอยหลังรอเผชิญกับภัยพิบัติครั้งสุดท้าย ...แล้วเราจะรอเหตุเกิดขึ้นอย่างเดียวหรืออย่างไร?

พลังงานเส้นแรงแม่เหล็กทั่วทุกจักรวาลและดวงดาวทุกดวง ที่ถูกพลังงานเส้นแรงแม่เหล็กร้อยรัดเข้าด้วยกัน หากมีพลังงานสนามแม่เหล็กของวัตถุที่มีพลังแรงสูงกว่าอีกวัตถุหนึ่ง เมื่อเดินทางมาเข้าใกล้กัน ก็จะส่งผลให้วัตถุอีกอันหนึ่งที่มีพลังงานสนามคลื่นแม่เหล็กน้อยกว่า เคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดาย และเกิดขึ้นฉับพลัน เช่นเดียวกับการทดลองสนามแม่เหล็กของหลายๆคนในสมัยเด็กๆนั่นเอง เมื่อดาวฤกษ์ดวงนี้หรือ ดาวหางนิบิรุ โคจรมาเฉียดโลกสวนทางกันอย่างเร็วพลังเส้นแรงแม่เหล็กของดาวหางนิบิรุ จึงเหนี่ยวนำพลังแม่เหล็กของโลก อุ้มโลกให้ปรับย้ายแกนพลังแม่เหล็กโลกด้วยระยะเวลาสั้นๆ เช่นเดียวกับที่นักวิทยาศาสตร์รัสเซียเพิ่งค้นพบซากสัตว์เมื่ออายุหมื่นกว่าปี ถูกพายุหิมะหนาหลายร้อยฟุตกลบทับแข็งตายทันที โดยหญ้าที่เพิ่งกินยังไม่ได้ย่อยเลย โดยอุณหภูมิอาจเปลี่ยนจาก บวก30 กลายเป็นลบ 50 องศา โดยกระทันหันนั่นเอง ซึ่งบ่งชี้ถึงการพลิกขั้วของโลกที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน (มีรายละเอียดในส่วนภาษาอังกฤษข้างใต้) 

หรือเกิดโลกพลิกขั้วเกิดขึ้น เมื่อแกนเปลี่ยนโลกจำเป็นต้องปรับสมดุลเปลือกโลกใหม่เพื่อให้การหมุนรอบตัวเองท่ามกลางพลังยึดโยงของสนามแม่เหล็กจักรวาล ที่ยึดโยงดาวทุกดวงให้อยู่ด้วยกันอย่างที่เราเห็นๆกันอยู จึงเป็นผลที เอ็ดการ์ เคย์ซี่ มองเห็น ทำให้เปลือกโลกต้องปรับตัวกระทันหัน เป็นผลให้เปลือกโลกบางส่วนที่จมทะเลอยู่เช่นอาณาจักรแอตแลนติสอาจลอยขึ้นมา และเปลือกโลกส่วนอื่นๆอีกหลายแห่งจมลง  ปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกในเหตุปัจจัยหลังนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีข้อมูลอ้างอิงมากนัก

next..

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share