เงื่อนไขดาวเรียงตัว 10+2

http://ainews1.com/article329.html

ปัจจุบันเราเริ่มสัมผัสดาวเรียงตัว กลุ่มย่อย จำนวน 3 ดวง และมีผลเกิดแผ่นดินไหวระดับ 7 ริกเตอร์บนโลก ปกติดาวทุกดวงจะถูกพลังเส้นแรงแม่เหล็กของดาวแกนกลางเช่นดวงอาทิตย์ เป็นดาวหลักของสุริยจักรวาล ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกอยู่ในกาแลกซี่ทางช้างเผือกในปัจจุบัน ก็ต่างถูกพลังเส้นแรงแม่เหล็กจากดาวดวงแม่หรือดาวหลุมดำศูนย์กลางกาแลกซี่ทางช้างเผือก ผูกโยงจักรวาลย่อยๆและดวงดาวต่างๆในแต่ละกาแลกซี่ ให้โคจรอยู่อย่างเป็นระบบ

ดาวศุกร์ ดาวพุธ ดวงอาทิตย์ ดาวยูเรนัส ดาวพฤหัส ดาวเนปจูน ได้มาเข้าแถวเรียง หนึ่ง เมื่อ 12 มี.ค. 2010 ดาวโลกไม่ได้เข้าร่วมด้วย ไม่มีรายงานเกิดแผ่นดินไหวบนโลก

ส่วนดาวเรียงตัวเมื่อ 12 มิ.ย. 2010 มีรายงานศึกษาที่น่าสนใจ ในหลายประการที่ลิงค์นี้   ในคำตอบของคุณ Falkman ส่วนข้อมูลสถิติการเกิดดาวเรียงตัวติดตามได้ที่ http://www.truth4thai.org/taxonomy/term/50

นาซ่าเตือนเกี่ยวกับปฏิกิริยาพระอาทิตย์ขนาดใหญ่

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ Telegraph แจ้งว่านาซ่าได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับปฏิกิริยาพระอาทิตย์ที่จะสูงสุด ที่จะเกิดขึ้นในปี 2013 ว่าจะมีความรุนแรงขนาดเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า การเดินทางทางอากาศ และ อุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์ อ่านต่อที่ลิงค์นี้

ถ้าท่านผู้อ่านติดตามเวปของเรามาตลอด (เวปที่แนบมาข้างบนนี้) เกี่ยวกับการคาดการณ์แผ่นดินไหวก็จะทราบดีว่าปฏิกิริยาพระอาทิตย์ไม่ได้ส่งผลเฉพาะเรื่องระบบไฟฟ้าเท่านั้น แต่จุดชนวนแผ่นดินไหว  สภาพอากาศแปรปรวนทั่วโลก  และภูเขาไฟระเบิด ซึ่งต้นเหตุหนึ่งของการเกิดแผ่นดินไหวที่มีสาเหตุมาจากนอกโลก และยังมีอิทธิพลมาจากดาวหางดวงใหญ่ที่กำลังมุ่งมายังโลก ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในปี 2003-4 ได้ส่งผลกระทบมายังทั่วโลก ทั้งๆที่ยังอยู่ไกลนอกขอบสุริยจักรวาล ดังนั้น ขอให้ทุกท่านตระหนักถีงภัยธรรมชาติ ที่จะมีแนวโน้มสูงขี้น ในอนาคต และเตรียมการณ์ตามความเหมาะสม..(edited 2010)

นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่ามา 20 ปี แถลงในงานสัมมนาว่า พายุแคทรีน่าสร้างความเสียหาย 125 พันล้านดอลลาร์ แต่พายุสุริยะรอบนี้ในปี 2013 ความเสียหายทุกๆอย่างจะไต่ไปถึง 20 เท่าของ แคทรีน่า

ผู้เชี่ยวชาญสนามแม่เหล็กโลกและจักรวาล กล่าวเตือนบรรดาศิษย์ว่า หากมีงานที่จะต้องบินก็จัดการให้เสร็จเสียภายในปีนี้ ปีหน้า 2554 บินแล้วอาจไม่ได้กลับบ้าน เนื่องมาจากความแปรปรวนสนามแม่เหล็กโลกที่เกิดขึ้น รบกวนให้ระบบอีเลคดทรนิคเกิดขัดข้องกระทันหัน เช่นเครื่องที่กำลังร่อนลงที่ อังกฤษ เหลือเพียงอีก 2 กิโลเมตรจะถึงรันเวย์เกิดอุปกรณ์อีเลคโทรนิคไม่ทำงานเป็นต้น และระบบสุริยจักรวาล กำลังโคจรเข้าไปในกลุ่มหมอกอนุภาคขนาดใหญ่ในกาแลกซี่ทางช้างเผือกอีกด้วย (มีภาพถ่ายข้างท้าย) จึงทำให้ธุรกิจการบินเกิดความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นโดยไม่คาดหมาย เนื่องจากวิศวกรไม่ได้ออกแบบระบบป้องกันอุปกรณ์อีเลคโทรนิคถูกคลื่นแม่เหล็กความถี่ต่ำรบกวนแต่อย่างใด คลื่นแม่เหล็กความถี่ต่ำเกิดจากชั้นหินใต้เปลือกโลกเกิดแรงอัดสูงก่อนการแตกหัก ออกมารบกวนเครื่องมืออีเลคดทรนิคทุกชนิด (แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่ชุมชนพึ่งตนเองได้ในทุกๆเรื่องของในหลวง จะเป็นคำตอบของชีวิตมนุษย์ที่อาจจะรอดอยู่ได้ พร้อมกับสะเบียงบุญ)

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2554 ได้มีโอกาสไปกราบท่านครูบาอินทร เจ้าอาวาสวันสันป่ายางหลวง ที่ลำพูน ได้กราบเรียนถามถึงสิ่งแวดล้อมโลก ได้รับการยืนยันจากท่านครูบาอินทร ว่าเริ่มแต่เดือน มกราคม นี้ไปต้นไป อุบัติเหตุต่างๆรอบโลกจะหนักหนาขึ้นไปเรื่อยๆ ให้รอดูต่อไป และท่านครูบา ยังได้วิเคราะห์ให้ฟังอีกว่าการใช้เครื่องมือดิจิทอลมากมายของมนุษยย์เป็นตัวเร่งให้เกิดภัยพิบัติอีกประการหนึ่ง...มันไปส่งเสริมการแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโลก

ส่วนการเรียงตัวของดาว ซึ่งมีจำนวนเกินมามีดาวดำคู่แฝดโลกเข้ามาร่วมด้วยนั้น โคจรในวงจรเดียวกันกับโลก เจ้าตัวได้มาปรากฏในภาพถ่าย เมื่อ 6 ส.ค. 2003 ที่เท๊กซัส และต่อๆมาอีกหลายที่รวมทั้งที่ประเทศจีน ซึ่งนักจิตศาสตร์ให้คำจำกัดความของดาวดำคู่แฝดนี้ว่าเป็นดาวบาปเคราะห์เป็นอดีตเจ้ากรรมนายเวรสะสมของมนุษย์ที่ทำไว้รวม 6 หมื่น ปีรวมพลังงานเป็นดาวดำ ซึ่งเริ่มมาติดตามโลกใกล้ชิด ในวงจรเดียวกันกับโลก เพื่อทำภารกิจร่วมกับ planet x เกี่ยวกับดาวดำคู่แฝดโลกนี้มีรายละเอียดไม่น้อย จากผู้ที่มีอายุขัยยืนนานหลายๆหมื่นปีมาวิเคราะห์เรื่องนี้ให้ทราบ ติดตามได้ที่ ลิงค์นี้

วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับปี 2012

ในแง่ของทางวิทยาศาสตร์นั้นมีความสำคัญ เนื่องจากวันที่ 21 ธันวาคม 2012 เป็นวันที่โลกจะเรียงตัวกับพระอาทิตย์ และดาวเคราะห์อื่นๆ ในแนวระนาบของทางช้างเผือก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังเชื่อว่า การเรียงตัวไม่น่าจะเป็นเรื่องสำคัญอะไร เนื่องจากปฏิกิริยาต่อกันตามความรู้ที่ได้ศึกษามานั้น มีกำลังไม่มากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆต่อโลก..ในเรื่องนี้มนุษย์ปัจจุบันอ้างอิงจากปฏิทินของชาวมายา แต่คุณ Zeta ได้ให้ความเห็นในเรื่องวันที่อ้างอิงจากปฏิทินของชาวมายานั้น ไม่ใช่วันที่จะเกิดภัยพิบัติจนโลกย้ายขั้ว แต่คุณ Zeta มีความเห็นว่าอุบัติกาลครั้งนี้จะเกิดขึ้นก่อน 21 ธ.ค. 2012....จึงต้องคอยติดตามเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นให้เห็นชัดเจนไปอย่างใกล้ชิด ก็จะพอทราบว่าวันไหนจึงจะนำดาวทั้ง 2 ดวงมาใกล้กันที่สุด

ดาวหางดวงนี้มีมวลมากกว่าโลก 23 เท่าใหญ่กว่าโลก 4 เท่า และเป็นถิ่นที่อาศัย ของมนุษย์อีกประเภทหนึ่งที่มีวิทยาการก้าวหน้ากว่าชาวโลก สามารถส่งยานพิเศษไปขุดทองคำจากดาวดวงต่างๆได้ทั่วสุริยจักรวาล และเมื่อไปทำเหมืองทองคำลับๆแล้ว ดังเช่นบนดวงจันทร์ของดาวอังคารในปัจจุบันทางด้านมืด และขนส่งกลับมาที่ดาว Planet X 

แต่หลักฐานในผลลัพล์ที่ได้เกิดขี้นโดยเฉพาะกับดวงอาทิตย์ พบว่าเวลามวลดาวเคราะห์มีการเรียงตัว จะทำให้พระอาทิตย์เกิดปฏิกิริยามีจุดดับมากเป็นพิเศษ โดยเคยเกิดขี้นเป็นจำนวนหลายครั้งในอดีต ก็ไม่ทำให้เกิดมีแผ่นดินไหวบนโลกแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกับปัจจุบันซี่งยังไม่สามารถอธิบายโดยหลักวิทยาศาสตร์ทั่วไปได้ ทำให้เราสามารถนำไปใช้เป็นสิ่งบอกเหตุในอนาคต และคาดคะเนความร้ายแรงของแผ่นดินไหวได้  

(เนื่องจากดาวทุกดวงถูกเส้นแรงแม่เหล็กร้อยรัดร่วมกันอยู่เป็นระบบ มีขั้วบวกขั้วลบของประจุไฟฟ้า หากขั้วของดาวต่อสลับขั้วยิงตรงไปที่ดวงอาทิตย์ นั่นคือกลุ่มดาวนั้นกำลังส่งคลื่นพลังแม่เหล็กไฟฟ้าไปกระตุ้นให้ดวงอาทิตย์เกิดจุดดับ ส่งพลังสนามแม่เหล็กออกมาต่อต้าน จึงปรากฏปฏิกิริยาจากดวงอาทิตย์เป็นพิเศษ เมื่อย้อนไป 10 กว่าปีก่อนการเกิดดาวเรียงดวงอาจไม่ส่งผลกระทบต่อเปลือกโลกมากนัก ด้วยในเวลานั้นพลังงานสะสมคลื่นแม่เหล็กบนเปลือกโลก ใต้เปลือกโลกยังไม่ท่วมท้นเช่นในภาวะปัจจุบัน ซึ่งพลังงานเส้นแรงแม่เหล็กที่หนักและร้อน ที่สะสมอยู่รอบเปลือกโลกในปัจจุบัน นับเป็นปัจจัยรองรับและเสริมพลังงานพายุสุริยะ ที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์แต่ละคราวเป็นอย่างดี

จึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงตามมา หลังจากปรากฏการณ์ โซล่าร์แฟร์ประมาณ 2-3 วัน และมีแนวโน้มจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2553 ถึง 2554 ซึ่งมีปริศนาของนางมณีเมขลา ในหนังสือพระมหาชนก ทำนายเอาไว้ ที่ วันที่ 9 พ.ค. ตรงกับวันพระ มีผู้ไขปริศนาออกมาปรากฏว่าตรงกับ พ.ศ. 2550 หรือ พ.ศ. 2556 เมื่อ 2550 ไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น.. แล้ว 2556 ล่ะ?)

นอกจากเรื่องของดาวเรียงตัวแล้ว ยังมีปรากฏการณ์ที่เกิดขี้นกับระบบสุริยจักรวาล ซี่งคล้ายคลึงกับทฤษฏี Galactic Superwave ของ ดร. Paul LaViolette อีกด้วย ซี่งอธิบายเกี่ยวกับการที่ Gamma ray bust สามารถ จุดชะนวนปฏิกิริยาของดวงอาทิตย์ ขณะนี้ทางนาซ่าได้ออกมายอมรับว่า ระบบสุริยจักรวาลเคลื่อนตัวผ่านกลุ่มหมอกดวงดาว ซึ่งอยู่นอกเหนือการคาด การณ์ และมีรังสีแกมม่าและคอสมิคเพิ่มขึ้นมาก ในระบบสุริยจักรวาล

Milky way space cloud detected

หลังจากชมวิดีโอของ ดร.พอลล์แล้ว มนุษย์ที่เหลือรอดจากโลกพลิกขั้วตอนปลายปี 2012  นั้น แล้วยังจะมีเหตุการณ์เคลื่อนย้ายสุริยจักรวาลจากอิทธิพลของกาแลกซี่ทางช้างเผือก  ไปสู่แรงดึงดูดของกาแลกซี่ไตรแองกุลัมอีกเมื่อปลายเดือนมกราคม 2554 นี้ ทำให้สุริยจักรวาลหมุนรอบตนเองในทิศสวนทางกับของเดิม มาหมุนจากซ้ายไปขวา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญพลังเส้นแรงแม่เหล็กโลกและจักรวาลกล่าวว่า จะเกิดผลให้เกิดน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มมากขึ้น และเปลี่ยนทางเดินของแมกม่าใต้โลก ส่วนมนุษย์ที่ไม่คุ้นชินกับการหมุนกลับทิศจะรู้สึกวิงเวียน และหกล้มได้ง่าย ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น

จะเห็นว่าโลกกำลังเผชิญชะตากรรมมากมายหลายด้าน อย่างเงียบๆที่ชาวโลกส่วนใหญ่อาจไม่ทราบมาก่อน และทางการของหลายๆรัฐบาลก็ยังปกปิดความจริง ยกเรื่องโลกร้อน โทษพระอาทิตย์บ้างที่ส่ง CME ออกมา เบี่ยงเบนความสนใจของชาวโลกไปในทางที่ไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงที่องค์กรต่างๆเหล่านั้นต่างทราบต้นเหตุของพิบัติภัยโลกเป็นอย่างดี เฉพาะในหมู่พวกของตน และยังเตรียมการใหญ่เพื่อครอบครองโลกอีกด้วย เช่นโครงการนิวเวิลด์ออเดอร์เป็นต้น โดยวางแผนต่างๆเข้าไปซ้ำเติมวิบัติกาลของโลกให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อโยนความผิดทุกอย่างไปให้แก่ภัยธรรมชาติ แม้แต่เบื้องลึกของการระเบิดของยานอพอลโลว์ ซึ่งอเมริกาไม่ได้บอกวัตถุประสงค์ที่แท้จริงให้สาธารณะชนทราบแต่อย่างใด...แต่ฟ้ามีตา เป้าหมายที่วางไว้จึงถูกระงับ ไม่ให้นำยานขึ้นสู่วงโคจรเป็นผลสำเร็จ...เป็นการป้องกันเหตุร้ายแรงต่อมนุษยชาติที่ต้นเหตุ

Inter Stellar Cloud

ภาพจำลองของทิศทางของระบบสุริยะจักรวาล (ลูกศรสีเหลือง) ที่เคลื่อนตัวผ่าน       กลุ่มหมอกอนุภาค และ เมื่อเทียบกับแนวของทางช้างเผือก (ลูกศรสีฟ้า)

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศบนโลก

โลกก็ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปรากฏการณ์นี้ ในหลายรูปแบบของ แผ่นดินไหว และ สภาพอากาศที่แปรปรวน โดยเกิดจากหลายปัจจัย ในช่วงเวลาสิบปีที่ผ่านมาแผ่นดินไหวบนโลกที่มีขนาดเกิน 6 ริตเตอร์ได้เกิดขี้นเป็นอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2000 ที่ดวงอาทิตย์มีปฏิกิริยา และจุดดับบนดวงอาทิตย์เพิ่มขี้นสูง (กลุ่มเมฆอนุภาคที่ระบบสุริยจักรวาล และโลกเดินทางผ่านเข้าไป เต็มไปด้วยอนุภาคของพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่รวมกลุ่มกันอยู่ในอวกาศของกาแลกซี่ทางช้างเผือก มีผลสร้างความแปรปรวนให้แก่ชั้นบรรยากาศของโลกเพิ่มขึ้น จากสภาพไร้แกนพลังงานของโลก)

ความถี่ของแผ่นดินไหวบนโลกที่มีขนาดระหว่าง 6-8 ริกเตอร์

ความถี่ของหินอุกาบาตที่เข้ามาในโลกในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี

ความถี่ของฝนดาวตก Geminid ตั้งแต่ปี 1860

ปริมาณอุกกาบาตสะสมที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 กิโลเมตร (แดง)

และจำนวนอุกกาบาตทั้งหมด (น้ำเงิน)

 โลกได้รับพลังงานรังสีคอสมิคส์มากเป็นประวัติการณ์

ข่าวจาก ESA เกี่ยวกับฝุ่นละอองที่เข้ามาในระบบสุริยจักรวาล

จะเห็นได้ว่าโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากมาย และจะมีแนวโน้มจะสูงขี้น เรื่อยๆ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์ที่เหลือในระบบสุริยจักรวาล  ตั้่งแต่คาบปฏิกิริยาของดวงอาทิตย์เมื่อครั้งที่แล้ว (solar cycle 23) พระอาทิตย์มีปฏิกิริยาสูงสุด และจะมีการกลับขั้วสนามแม่เหล็กหลังจากนั้น แต่เกราะกำบัง heliosphere ของดวงอาทิตย์ไม่กลับสู่สภาวะปกติเหมือนในอดีต และทำให้ฝุ่นละอองเคลื่อนตัวเข้ามาในระบบสุริยะมากยิ่งขี้น (ฝุ่นละอองในอวกาศอาจมีอนุภาคพลังแม่เหล็กรวมอยู่ด้วย ซึ่งพระอาจารย์รัตน์ ใช้คำว่าพลังปราณที่เป็นโทษ)

ผลที่ได้รับอันแรกคือ ฝุ่นละอองเกิดการเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ และ เกิดความร้อน  พลังงานส่วนใหญ่ยังเข้ามาแถวขั้วโลกในแนวของสนามแม่เหล็ก ซี่งอาจเป็นเหตุผลหนี่งที่ทำให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายจากผิว แต่ข่าวภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่เป็นลานเล่นสเก๊ตได้นั้น มันจะหลุดออกจากแผ่นดินที่มันตั้งอยู่นับหลายศตวรรษ ผู้รอบรู้เรื่องนี้บอกว่าเกิดจากความร้อนใต้โลกผุดขึ้นมาเมื่อเปลือกโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งยืดออกและหดตัวมีแรงกดทับเพิ่มมากขึ้นเช่นเพลตแปซิฟิค และมีการปรับตัวเป็น แผ่นดินไหวใหญ่ 9.7 ริกเตอร์ที่สุมาตราเมื่อปลายปี 47 อันที่สองคือฝุ่นละอองเหล่านี้มีขนาด ประมาณ 20 ไมครอน ซี่งเราอาจจะไม่เห็นถีงการเผาไหม้ แต่ทำให้ชั้นบรรยา กาศนำไฟฟ้า ซี่งถ้าเกิดในระยะความสูง 80 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล อาจจะเป็นสาเหตุของการเกิด 

Noctilucent cloud

ภาพถ่ายของ Noctilucent cloud บริเวณขั้วโลกเหนือของโลก

ความผิดปกติของสนามแม่เหล็กโลก ซี่งเกิดจากพลังงานบางอย่าง ซี่งอาจจะมาจากนอกระบบสุริยจักรวาลถ้าฝุ่นหรือพลังงานเหล่านี้สามารถทะลุทะลวงเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกได้ ก็จะเหนี่ยวนำให้เกิด พายุ ฝนฟ้าคะนองได้มากเป็นพิเศษ (link) นอกจากนั้นแล้ว การเรียงตัวของดาวเคราะห์ยังเหนี่ยวนำทำให้การเกิดการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ซี่งก่อให้เกิดแผ่นดินไหว ถ้าแนวเรียงตัวนั้นมีพระอาทิตย์อยู่ด้วยจะเหนี่ยวนำให้เกิด ปฏิกิริยาบนพระอาทิตย์ ซี่งจะปล่อยพลังงานในแนวที่เกิดการเรียงตัว

ถ้าพลังงานนี้ (coranal mass ejection) พุ่งมายังโลกก็จะก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบการบิน และ ระบบไฟฟ้ากำลัง ส่วนใหญ่จะเกิดแนวพี้นที่ทางขั้วโลก ซี่งเป็นแนวที่มีสนามแม่เหล็กรั่วมากเป็นพิเศษ จากข้อมูลเบื้องต้นทำให้เรารู้ว่าปรากฏกาณ์ดาวเรียงตัว มีอิทธิพลต่อปรากฏการณ์บนโลก โดยเฉพาะถ้าโลกอยู่ในแนวเรียงตัว(แต่สิ่งที่พระอาจารย์รัตน์พบด้วยญาณทัสสนะนั้น โลกไร้เกราะพลังแม่เหล็กป้องกันตัวเองมา 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ 2544 พลโลกต้องป้องกันตนเองจากกัมมันตภาพรังสีอันตรายเช่น คอสมิคส์ที่เพิ่มขึ้นมาก ตามรายงาน กราฟสถิติขององค์การนาซ่าบันทึกเอาไว้)   

รูปถ่ายของท้องฟ้าถ้ามองจากโลกในวันที่ 21 ธันวาคม 2012

ดังนั้นวันที่ 21 ธันวาคม 2012 จีงน่าจะเป็นวันที่เราได้รับพลังงานสูงสูด สิ่งที่เกิดขี้นก็คือภัยธรรมชาติจะมีความรุนแรงเป็นพิเศษในวันนั้น สี่งที่น่าจะเป็นอันตรายที่สุดคือ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟใต้ทะเลระเบิด ซี่งอาจจะทำให้เกิด คลื่นยักษ์ซึ่งเคยเกิดขี้นมาแล้วในปี 2004 และสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังทำให้พระอาทิตย์มีปฏิกิริยาสูงสุด และปล่อยพลังงานออกมาก สร้างความเสียหายให้กับระบบดาวเทียมสื่อสาร และ การส่งกำลังไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟฟ้าดับครังใหญ่ได้

จากข่าวทั่วไปบ่งบอกว่าทางหน่วยงานราชการในต่างประเทศได้ทำการเตรียมการรับ มือแล้ว ดังนั้นเราจีง ต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขี้น ซี่งจะพูดถีงในหมวดของการ เตรียมพร้อม

เมื่อเหตุการณ์ดาวมาเรียงดวงกันเป็นแนวเส้นตรง 10 ดวง และกลุ่มพลังงานสีดำอีก 2 กลุ่มต่อท้ายดาวดำ 3 ดวงใน 10 ดวง หลายๆท่านคงจะแย้งว่าทำไม 10 ดวง ดวงอาทิตย์ หนึ่ง ดาวเคราะห์อีก 8 ส่วนพลูโตนั้นหลุดวงโคจรไปนานแล้ว แล้วก็มีดาวหัวขบวนอีกหนึ่ง คือ ดาวหาง นิบิรุ ขนาดใหญ่กว่าโลก 4 เท่า และมีมวลมากกว่าโลก 23 เท่า ที่จะมาโคจรรอบดวงอาทิตย์ทุกๆรอบ 3,657 ปี แล้วจะทำยูเทิร์นอ้อมพระอาทิตย์ขาออกสวนทางกับโลกอย่างใกล้ชิดประมาณ 29 ตุลาคม 2555 เหนี่ยวนำให้โลกย้ายแกนพลังงานเคลื่อนไปประมาณ 90 องศาในเวลา 1 ชั่วโมง 

พลังเส้นแรงแม่เหล็กอาจส่งกันเป็นระบบ ขั้วบวกต่อกับลบสลับกันไป ก็จะเสริมพลังแรงร่วมกัน หากขั้วเหมือนกันหันเข้าหากันก็จะหักล้างกันแล้วแต่ดวงไหนจะมีพลังเส้นแรงแม่เหล็กสูงกว่ากัน ดังนั้นระหว่างการเรียงแถวเป็นเส้นตรง สิ่งมีชีวิตอยู่บนโลกที่ร่วมเข้าแถว อาจเกิดทักษะเส้นผมตั้งชันเนื่องจากประจุไฟฟ้าสถิตย์ ที่ดวงดาวในแถวสลับขั้วไปมาเกิดประจุไฟฟ้า สถิตย์ขึ้นได้

ภาวะปัจจุบันโลกแทบไม่มีพลังเส้นแรงแม่เหล็กในแกนพลังงานเหลืออยู่ และขาดเกราะกำบังตัวเองด้วยสนามแม่เหล็กในชั้นบรรยากาศชั้นสูงมา 10 ปี แล้ว นับแต่ 2544 เมื่อเกิดความแปรปรวนสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นในระบบสุริยะผลกระทบ ที่จะเกิดกับโลกจะยิ่งซ้ำร้ายยิ่งขึ้น พลังเส้นแรงสนามแม่เหล็กที่หุ้มห่อเปลือกโลกมีอยู่อย่างหนาแน่น สะสมมา 10 ปีแล้ว หากดาวเรียงดวงไปเกิดปลายเดือน ธ.ค. 2012 พลังแม่เหล็กสะสมรอบๆโลกเป็นเวลา 11 ปีเต็ม ความหนาทึบของสนามแม่เหล็กรอบๆโลกอาจสูงถึง 3-4 เมตร จะไปเสริมความรุนแรงต่อการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกมากยิ่งขึ้น 

ถ้าเทียบกับอากาศที่มีพลังหนาแน่นมากหุ้มห่อโลกอยู่ และเกิดผลกระทบให้ปรวนแปร ย่อมส่งผลต่อสรรพสิ่งบนผิวโลกมาก แต่พลังเส้นแรงแม่เหล็กมีพลังแทรกซึมทะลุทะลวงลงใต้แผ่นเปลือกโลกด้วย ในน้ำด้วย ในอากาศด้วย ภายในเซลล์ของคนและสัตว์ด้วย เมื่อเกิดแผ่นทวีปขยับตัว คงจะสร้างความผิดปกติให้มนุษย์ไม่น้อยทีเดียว เนื่องจากพลังเส้นแรงแม่เหล็กเข้าไปกดทับอยู่ในทุกๆเซลล์ ในร่างกายของมนุษย์มากน้อยต่างกัน แล้วแต่ผู้รู้หาวิธีนำเอาออก ไม่ปล่อยให้สะสมอยู่ในเซลล์ตามใจชอบหรือตามยะถากรรม  เมื่อสนามแม่เหล็กแปรปรวนก็จะได้รับผลกระทบน้อย

นอกไปจากภัยธรรมชาติต่างๆที่มนุษย์ปัจจุบันไม่เคยคาดคิดมาก่อน ว่าผลจากการขยับตัวของแผ่นทวีปต่างๆพร้อมๆกันเป็นเวลา 9 วันก่อนโลกพลิกขั้ว มันจะส่งผลถึงเพียงนี้ ท่านที่เคยเห็นสภาพเปลือกโลกถล่มทะลายที่ประเทศจีนเมื่อไม่นานนี้ แล้วเอา 20 เท่าคูณเข้าไป ยังไม่รวมฝนตกหนัก พายุรุนแรง เมกกะสึนามิเกิดขึ้นทั่วท้องทะเล และต้องไม่ลืมเรามีท้องทะเล เป็นจำนวน 2 ใน 3 ของแผ่นดิน และแผ่นดินที่สูงจะลดระดับลงอีก เช่นที่สูงแถบเทือกเขาหิมาลัยจะปรับตัวลงมาเป็นที่ราบที่อุดมสมบูรณ์ของทวีปเอเชีย และส่วนอื่นๆจมทะเลหายไป ที่ต้องวกกลับไปดู แผนที่โลกใหม่ ของสแกลเลี่ยน แล้วต้องดูแผนที่แกนโลกใหม่ของ Zeta ที่คุณแนนซี่ ลีเดอร์ได้จัดทำขึ้นด้วย แล้วรอคอยดูเหตุการณ์ข้างหน้าต่อไปเป็นลำดับ ทุกๆท่านก็จะเข้าใจเรื่องราวต่างๆที่อาจเห็นว่ายังไกลตัวนั้นเป็นจริงหรือไม่ และผู้นำมาบอกกล่าวล่วงหน้ามีความตั้งใจดีเพียงใดหรือไม่ หากท่านไม่มีมโนมยิทธิที่จะทราบได้ทันทีทันใดก็ต้องรอดูต่อๆไป 

แต่ภาพจากญาณทัสสนะ ของผู้ที่เห็นว่าก่อนเกิดสุริยุปราคา 3 วัน โลกจะมืดสลัวอาจด้วยกลุ่มหมอกควันของระเบิดนาๆชนิด ที่มนุษย์ผลิตสะสมไว้และใช้งานในอุตสาหกรรม และเศษจากดาวหางทั้งลูกไฟต่างๆ และฝุ่นสีแดงจากออกไซด์ของธาตุเหล็ก  นี่ก็จะเป็นสัญญาณอีกประการหนึ่ง และฝุ่นเมฆกัมมันตรังสีอันตรายของนิวเคลียร์นั้น สัตว์โลกทั่วไปไม่สามารถป้องกันตนเองได้ นอกจากมีพลังพุทธคุณที่พระพุทธองค์และพระพุทธสาวกได้บอกกับลูกหลานว่าคุ้มครองป้องกันรังสีต่างๆแม้นิวเคลียร์ได้เป็นเกราะคุ้มกัน...แต่ละคนมีเอาไว้กับตัวบ้างแล้วหรือยัง หากสนใจลองติดตามข่าวที่ลิงค์นี้

ถ้าเกิดกัมมันตรังสีร้ายแรงเกิดขึ้นแก่ชาวโลก ผู้ที่ทราบล่วงหน้า ก็เตรียมตัวหาทางป้องกันเอาไว้ ตามกำลังสติปัญญาของแต่ละคน  และกำลังศรัทธา หรือความเชื่อความมั่นใจ หรือลูกหลานของพระบรมธรรมบิดา ผู้ที่อยู่เหนือสรรพสิ่งใดๆทุกอนันต์จักรวาล ก็จะมีที่พึ่งได้ตลอดเวลาตามที่พระองค์ท่านบอกวิธีการ สร้างภูมิคุ้มกันภัยอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น

next...

back up data:  http://www.thaijinde.is.in.th/?md=content&ma=show&id=36 

สำหรับท่านที่ไม่ประมาท ต้องการสร้าง ตู้เอทีเอ็มส่วนตัวเคลื่อนที่  เอาไว้เบิกเงินในวงเงิน 2 ล้านบาท/เดือน/หน่วยการลงทุน กับบริษัทมหาชน แวะศึกษารายละเอียดได้ที่  http://www.ainews1.com/article36.html

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share