วิกฤตโลกและจักรวาล 2012 จะเกิดหรือไม่เกิด?

http://www.ainews1.com/article334.html

วิกฤตโลกและจักรวาล ที่มนุษย์ไม่เคยพบเห็นมาก่อน น่าศึกษาเรียนรู้ ประดับสติปัญญาและชีวิตของทุกๆคนเพียงใด เหตุร้ายจะเกิดหรือไม่เกิดเราจะค่อยๆได้รู้ได้สัมผัสด้วยตัวเราเอง ด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆในหลายๆทาง รวมทั้งข่าวคราวจากแหล่งพยากรณ์ต่างๆ ที่จะขอนำมาเล่าขานสู่กัน เป็นตอนๆสั้นๆ

ตลอดเวลาทำงาน 43 ปีในชีวิตของ เอ็ดการ์ เคย์ซี่ (1877-1945) ได้ให้คำทำนายเหตุการณ์ต่างๆเอาไว้มากกว่า 14,000 เรื่อง ที่ถูกต้อง 80 % ซึ่งเจ้าตัวไม่อยากให้ถูกต้อง ต้องการเตือนสติผู้คนล่วงหน้ามากกว่า เคย์ซี่ พูดถึงโลกเปลี่ยนยุค เปลี่ยนแปลงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหว โลกพลิกขั้ว และพายุสุริยะ ที่จะเปลี่ยนแปลงสภาวะท้องถิ่น สภาวะของโลก เศรษฐกิจ และการเมืองโดยสิ้นเชิง ซึ่งเคย์ซี่จะพูดถึงเอาไว้กว้างๆ ไม่ระบุระยะเวลาแน่นอน

ซึ่งองค์การนาซ่าและนักดาราศาสตร์ที่มีดาวเทียมช่วยติดตามตรวจสอบธรรมชาติสุริยจักรวาล

กาแลกซี่ต่างๆ และโลกตลอดมา 10 กว่าปี จะยืนยันสิ่งเปลี่ยนแปลงต่างๆของ เอ็ดการ์เคย์ซี่ ว่าเกิดขึ้นจริง และด้วย เทคโนโลยี่สมัยใหม่ที่โลกมีอยู่ สามารถคาดการณ์และระบุระยะเวลาของดวงดาวต่างๆที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างแม่นยำ เช่น Solar flare ครบรอบ 11 ปีของดวงอาทิตย์ในปี 2013 จะมีความร้ายแรงกว่า 11 ปีที่ผ่านมา และยังถูกกระตุ้นด้วยดาวเรียงดวงแล้วทำให้เกิด Solar Flare ขึ้นมาอีกด้วย และปัจจุบันนำมาซึ่งแผ่นดินไหวขั้นรุนแรงบนโลกที่กำลังหันส่วนนั้นๆของโลก ไปรับพลังงานคลื่นสุริยะพอดี

เคย์ซี่ทำนายว่าโลกจะมีระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอีก 9 เมตร ซึ่งนักวิชาการที่ทำวิจัยตรวจสอบปริมาณน้ำแข็งบนเกาะกรีนแลนด์เสร็จแล้วเมื่อเร็วๆนี้ รายงานว่าเมื่อน้ำแข็งที่นี่ละลายทั้งหมดจะเพิ่มระดับน้ำทะเลขึ้นอีก 7 เมตร  ภาพถ่ายดาวเทียมปริมาณน้ำแข็งบนเกาะนี้จึงเป็นสิ่งบอกเหตุจุดหนึ่งว่า มหาสมุทรแปซิฟิกจะได้รับน้ำเพิ่มขึ้นมากน้อยเท่าไ


นาย กอร์ดอน (Gordon-Michael Scallion) ชาวอเมริกันที่เคยเสียชีวิตเมื่อปี 1979 แต่กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็อ้างว่า ได้รับพรสวรรค์ที่หยั่งรู้อนาคต เขามักจะเดินทางไปอยู่บนพื้นที่สูงๆ บนภูเขา แล้วมองลงมาเห็นภาพในอนาคต โดยเฉพาะภาพของเมืองที่เปลี่ยนไป และโลกที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ คน ที่เชื่อถือนายกอร์ดอนนั้นมีไม่น้อย

เพราะได้เคยฝากผลงานการทำนายที่แม่นยำเอาไว้ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวในลอส แองเจอริส เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2535, เหตุการณ์แผ่นดินไหวในแคลิฟอร์เนียเมื่อ มกราคม 2537 รวมอีกหลายเหตุการณ์ที่เขาทายไว้แล้วก็ถูกเผง แต่ที่น่าตื่นเต้นที่สุด ก็เห็นจะเป็นการทำนายเมื่อปี พ.ศ.2521 ซึ่งเขาเห็นตัวเองลอยอยู่เหนืออวกาศ แล้วมองลงมาบนโลก ด้วยภาพแผนที่โลกใหม่

เขาจึงใช้เวลาอยู่ 4 ปี ที่จะร่างแผนที่โลกอนาคตที่เห็นคนเดียวนั้นออกมาสู่สายตาชาวโลก พร้อมทั้งให้คำอธิบายไว้ว่า โลกที่แปรเปลี่ยนไปนี้จะเกิดจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ทำให้ทวีปของโลกเคลื่อนไปหมด และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นระหว่างปี .ศ.1998-2012 หรือ พ.ศ.2541-2555 นั่นเอง แผนที่โลกของนายกอร์ดอนฉบับนี้ (Future Map Of The World) ได้ระบุเหตุการณ์ไว้มากมาย สรุปที่สำคัญๆ ได้เป็นต้นว่า

  • ออสเตรเลียจะเสียแผ่นดินไปกว่า 25% จากน้ำท่วม, นิวซีแลนด์จะมีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะแผ่นดินเก่าและใหม่จะเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกัน นิวซีแลนด์จะห่างไกลจากทะเล
  • แอฟริกาจะถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน แม่น้ำไนส์จะกว้างกว่าเดิมมาก ทะเลแดงจะกว้างออกทำให้ "ไคโร" ประเทศอียิปต์ จมหายไปในทะเล เช่นเดียวกับเกาะมาดากัสการ์  จะมีแผ่นดินเกิดใหม่ในทะเลอาหรับ ทะเลสาปวิกคอเรียจะรวมเข้ากับทะเลสาบยาซาไหลสู่มหาสมุทรอินเดีย
  • ส่วนอเมริกาใต้จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ ลุ่มน้ำอะเมซอนจะกลายเป็นทะเลปิดแบบเดียวกับทะเล สาปสงขลา ในเม็กซิโกจะเกิดภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหวต่อเนื่องยาวนาน 25 ศตวรรษ
  • ส่วนยุโรปตอนเหนือจะจมลงทะเล เหลือแค่เกาะเล็กๆ
  • รัสเซียจะแยกจากยุโรป เกิดทะเลใหญ่และยาวมาก
  • ฝรั่งเศสจะจมน้ำเหลือแต่กรุงปารีส ทางน้ำใหม่จะแยกสวิสเซอร์แลนด์ออกจากฝรั่งเศส และอิตาลี เวนิส เนเปิ้ล รวมถึงโรมจะจมน้ำหายไปในทะเล ฯลฯ
  • มาดูที่ฝั่งเอเชีย ของเรากันบ้าง แผนที่ใหม่นี้ได้บอกว่าแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ จะทำให้เกิดน้ำท่วมตั้งแต่ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ไปจนถึงทะเลแบริ่งซึ่งอยู่ระหว่างอะลาสก้ากับรัสเซีย เกาะญี่ปุ่นจึงจะจมหายไปหมด เหลือไว้แค่ 2-3 เกาะเท่านั้น ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ และไต้หวันกับเกาหลี ก็จะหายจมไปในทะเล ดังนั้น แนวฝั่งของจีนก็จะร่นเข้าไปในแผ่นดินใหญ่หลายร้อยไมล์ทีเดียว อินโดนีเซียจะถูกทำลาย เช่นเดียวกับฟิลิปินส์
  • เอเชียจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สูงมากเพราะตั้งอยู่บน 3 ทวีป ส่วนไทยนั้นอยู่บนแผ่นทวีปของ ยูเรเซี่ยน ซึ่งจะเกิดการยกตัวให้สูงขึ้น แผ่นแปซิฟิกจะเคลื่อนไป 9 องศา ดังนั้น บางส่วนจะมุดตัวลง บางส่วนจะยกตัวขึ้น

(เมื่อปลายปี 2547 ปลายแผ่นยูเรเซี่ยนก็ได้กระดกตัวขึ้นแล้วที่แถบหมู่เกาะสุมาตรา แผ่นดินไหว 9.2 Mw และปั๊มน้ำทะเลเกิดคลื่นสึนามิ สร้างความเสียหายมากมาย ส่วนแผ่นทวีปนี้จะยกตัวนั้นก็ไม่ใช่ทั้งหมด ที่นอนใจไม่ได้เนื่องจาก Bangkok Clay มีคุณสมบัติพิเศษเมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวนานติดต่อกันหลายชั่วโมง ขณะที่เปลือกโลกเคลื่อนตัว ดินจะสูญเสียแรงยึดเกาะระหว่างเม็ดดิน ไม่สามารถรับน้ำหนักตัวเองได้ จะยุบตัว เกิดแผ่นดินแยก น้ำทะเลไหลทะลักเข้ามาท่วมแผ่นดินอย่างรวดเร็ว ในสภาพใกล้เคียงกับแผนที่โลกใหม่ของนายกอร์ดอน เมื่อนำภาพนั้นมาเทียบกับบริเวณถูกน้ำท่วมในพุทธทำนาย ที่ทำนายเอาไว้ 2583 ปีในคำภีร์โบราณ

ถ้ามาพิจารณาภัยพิบัติที่ นาย กอร์ดอน เห็นล่วงหน้านั้น

  • ประการแรก น้ำท่วมไล่มาตั้งแต่ 1998 บรรยากาศสิ่งแวดล้อมโลกเริ่มผิดปกติ ค่อยๆร้อนเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำทะเลระเหยมากขึ้น จึงมีฝนตกหนักผิดปกติ และมีน้ำท่วมพื้นที่ราบซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองส่วนใหญ่ทั่วโลก และทะเลจะขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเข้าไปในแม่น้ำสายต่างๆทั่วโลก ย้อนสายน้ำเค็มมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
  • ในขณะเดียวกันน้ำแข็งขั้วโลกเริ่มละลายมากขึ้น แกนพลังงานโลกเริ่มถูกอุดตันด้วยสาร CFC ภาวะแวดล้อมยิ่งเพิ่มความรุนแรงจากพลังงานเส้นแรงแม่เหล็กที่โลกรับมาทุกๆวัน แต่ไม่สามารถส่งต่อออกไปจากขั้วโลกใต้ได้ เก็บสะสมเอาไว้รอบเปลือกโลกและชอนไชเข้าสู่เปลือกโลกชั้นในกระตุ้นการไหวของแผ่นดิน และภูเขาไฟระเบิด การเคลื่อนตัวของแผ่นทวีป จะช่วยย่อยแผ่นน้ำแข็งหนาเป็นกิโลกเมตรให้เป็นหน่วยเล็กๆ สะดวกแก่การละลายอย่างรวดเร็ว อย่างที่มนุษย์ไม่เคยคาดคิดมาก่อน สัปดาห์เดียวอาจไม่มีน้ำแข็งเหลืออยู่อีกต่อไป ทำให้สิ่งที่เอ็ดการ์ เคย์ซี่ เห็นมาล่วงหน้าว่าระดับน้ำทะเลจะยกระดับขึ้นถึง 9 เมตร เมื่อนำมาผนวกกับแผ่นดินยุบในแต่ละโซน น้ำทะเลก็จะลึกหลายสิบเมตรทีเดียว แต่เนเธอร์แลนด์เริ่มอาศัยบนบ้านเรือนแพกันแล้ว ในแต่ละชุมชน
  • ประการสุดท้ายการเคลื่อนตัวของแผ่นทวีป กรณีนี้โลกต้องมีการปรับสมดุลครั้งใหญ่เกิดขึ้นแก่แผ่นทวีปทั่วทั้งโลก ซึ่งจะเกิดขึ้นได้โลกต้องได้รับพลังงานจากนอกโลกมาผลักดันให้เกิดขึ้น เหตุการณ์ดาวเรียงดวงปลายปี 2012 ตามที่องค์การนาซ่าและนักดาราศาสตร์ตรวจพบพฤติกรรมนี้ เคยเกิดขึ้นเมื่อ 26,500 ปี จากการวิจัยอวกาศ ที่มีดาวเทียมสังเกตการณ์หลายดวง ส่งผลงานเข้ามาช่วยการวิจัย และในวาระของดาวเรียงดวงยังมีดาวหางดวงใหญ่มาร่วมขบวนอีก พร้อมทั้งนำบริวารของดาวหางมาด้วยอีก 5 ดวง และข้างท้ายแถวยังมีหมอกม่านดาวดำอีก 2 ดวง ที่สะสมพลังงานแค้นเคืองอาฆาตมาตลอดหมื่นๆปี พลังงานเหล่านี้ไม่สูญหายไปที่ไหน มาร่วมขบวนร่อนตะแกรงกรรมเล่นงานคู่กรณีด้วย และพลังกรรมดำที่มนุษย์ได้ทำไว้จะถูกใช้ทุกรูปแบบให้มนุษย์คิดชั่วทำลายล้างกันเองทั่วโลก เสริมฤทธิ์ขบวนการร่อนตะแกรงกรรมบนโลกใบนี้ ให้เข้มข้นยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ

นายกอร์ดอนบอกไว้ย่อๆเฉพาะแต่ผลลัพธ์ที่มองเห็นล่วงหน้า ไม่ได้ติดตามดูไปถึงสาเหตุว่าทำไมถึงจะเกิดเรื่องภัยพิบัติต่างๆที่กล่าวแล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่คนทั่วโลกในสมัยนั้นจะเข้าใจ และรวมถึงสมัยนี้ด้วยที่ไม่ได้ติดตามสิ่งแวดล้อมโลกอย่างกระชั้นชิด ก็จะต่อไม่ติด อาจรู้สึกเข้าข้างตนเอง ว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่สิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสเอาไว้นั้น ด้วยความรักและห่วงใยลูกหลานให้ไม่เกิดความประมาท และก็ตรัสแต่สิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ย่อๆ หัวข้อใหญ่ๆให้ทุกคนไปทำการบ้านคัดสรรรายละเอียดมาประกอบการพิจารณาด้วยตนเอง)

จนถึงซึ่งการทำนายดังกล่าว สอดคล้องกับคำทำนายของนาย ฮูเซลีนโย่ (Juseleeno )  ชาวบราซิล ที่มองเห็นอนาคตล่วงหน้าด้วยตานิมิต สิ่งที่เขาเห็นแบบเดียวกับกอร์ดอนเห็นก็คือ โลกจะพังพินาศด้วยภัยธรรมชาตินานัปการ เป็นต้นว่า ในปี 2551 นี้ ญี่ปุ่นจะเกิดแผ่นดินไหว รวมถึงจีน มีการเสียชีวิตนับล้านคน และจะเกิดการก่อการร้ายครั้งใหญ่ในอเมริกา ปี 2553 ทวีปแอฟริกาจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำอย่างหนัก และปี 2554 จะเกิดโรคไวรัสสายพันธุ์ใหม่ฆ่ามนุษย์ วิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ปี 2557 ดาวเคราะห์ขนาดเล็กจะชนกับโลก จนถึงปี 2558 มนุษย์จะตายเพราะทนความร้อนไม่ได้

สำหรับ “อูแรนเดอร์ โอลิเวียร่า” ผู้ซึ่งอ้างว่าเคยได้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวผู้โด่งดังนั้น ก็อ้างว่าเขามีโทรจิตที่เห็นภาพอนาคตจากการบอกเล่าของมนุษย์ต่างดาว ว่าในปี ค.ศ.2012 นั้น  จะมีแสงสว่างมากที่สุดในกาแลกซี่และสะท้อนไปยังดาวเคราะห์ที่โคจรรอบตัว สิ่งมีชีวิตและโลกจะปั่นป่วนอย่างยิ่ง และประกาศจากองค์การ NASA วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) วันนั้นแกนโลกของเราจะพลิกกลับขั้ว คือ ขั้วโลกเหนือจะมาอยู่ที่ขั้วโลกใต้ ช่วงเวลานั้น โลกของเราจะไม่มีสนามพลังแม่เหล็ก เพื่อป้องกันตัวเองจากสนามพลังแม่เหล็ก และ รังสีต่างๆจากอวกาศแล้ววันนั้นจะเป็นวันเดียวกับที่ ดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้วเช่นกัน เพราะดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้วทุกๆ 11 ปี ปีล่าสุดคือปี พ.ศ. 2544 ถ้ามาถึงวันนี้ก็ 11 ปีพอดี (2544 + 11 = 2555)

สำหรับการศึกษาเรื่องแม่เหล็กเปลี่ยนขั้วนี้ สหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการเขาทำการศึกษามาแล้วว่าโลกมนุษย์เราเกิดแม่เหล็กเปลี่ยนขั้วมาแล้ว 8 ครั้งแต่ละครั้งจะทำให้เกิดพายุหมุน แผ่นดินไหว อุณหภูมิเปลี่ยน ประเทศที่ร้อนอย่างประเทศไทยก็อาจจะมีหิมะตก
       
       นอกจากนี้ ภาวะแม่เหล็กเปลี่ยนขั้วจะทำให้เกิดภัยพิบัติอันเนื่องมาจากโรคระบาดมากมาย ไวรัสเปลี่ยนสายพันธุ์ เช่น เชื้อไวรัสไข้หวัดนก ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่าสามารถติดจากสัตว์มาสู่คนได้แล้ว ต่อไปมันต้องพัฒนาจนสามารถติดจากคนสู่คนได้ซึ่งเรื่องนี้วงการแพทย์เรากลัวมาก
       
        “เรื่องเชื้อไวรัสไข้หวัดนกที่ติดจากคนมาสู่คนนั้นมีรายงานทางการแพทย์มาหลายประเทศแล้ว ทั้งอินโดนีเซีย จีน ไทย และเวียดนาม เพียงแต่มันยังมีไม่มากทางการแพทย์จึงยังถือว่ามันไม่เกิดขึ้น
แต่ถ้าหากมันเกิดขึ้นแล้วเชื่อว่าโลกเราจะเผชิญกับโรคระบาดที่รุนแรงและน่ากลัว เช่นเดียวกับที่เราเคยเผชิญกับเชื้อกาฬโรคมาแล้วในอดีต ซึ่งจะทำให้มนุษย์เสียชีวิตมากมายทีเดียว” ศ.นพ.เทพพนม เมืองแมนกล่าว

สำหรับการพิพากษาโลกตามพุทธทำนาย คาดว่าจะเป็นช่วงปี พ.ศ. 2556 ~ 2563 สำหรับปีของมายันจะเริ่มที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ซึ่งใกล้เคียงปี 2556 ของพระพุทธเจ้ามาก สำหรับคริสต์เตียนให้ดูภัยพิบัติน้ำท่วมที่พัดพาผู้คนไปอย่างไม่ทันรู้ตน เป็นข้อสังเกต

(มนุษย์ต่างดาวโดยเฉพาะชาวดาวอังคาร จะตั้งอยู่บนนิจศีล มีแสงออร่าปรากฏเหนือศรีษะระหว่างพูดจาปราศัยกัน ไม่มีใครอยากทำผิดสัจจะสิ่งที่ตนพูดออกไป ด้วยมีโทษร้ายแรงที่ทุกชีวิตต่างตระหนักเป็นอย่างดี ส่วนแสงสว่างมากที่สุดนั้น ปัจจุบันทางองค์การนาซ่าตระหนักชัดแล้วว่า ในปลายปี 2012 ดาวทุกดวงและพระอาทิตย์จะมาเรียงตัวกันในระนาบของกาแลกซี่ทางช้างเผือก ส่งพลังคลื่นแม่เหล็กจำนวนมหาศาล ยิงตรงไปยังพระอาทิตย์ดวงแม่หรือดาวหลุมดำในใจกลางของกาแลกซี่ทางช้างเผือก

โดยมีดาวหางขนาดใหญ่มาร่วมเป็นหัวขบวน และสิ่งที่ดาวเทียมสังเกตการณ์ไม่สามารถจับภาพได้จะมีกลุ่มดาวสีดำอีก 2 ดวง เข้ามาต่อท้ายแถวเป็นพลังงานอาฆาตแค้นของผู้ที่ถูกทรมานเสียชีวิตด้วยความโกรธแค้น จะเป็นการค้าทาษก็ดี จากสงครามโลกต่างๆก็ดี การเบียดเบียนกันที่ผู้ถูกกระทำไม่ให้อภัย สะสมมาเป็นหมื่นปี มาร่วมเข้าแถว รวมเป็น 10+2 ส่วนแกนพลังงานแม่เหล็กของโลก ได้หมดไปหรือถูกอุดตันมาตั้งแต่ ต.ค. 2544 แล้ว พลังเส้นแรงแม่เหล็กผ่านออกไปจากขั้วโลกใต้ไม่ได้ สร้างผลกระทบต่อสุริยะจักรวาลทั้งระบบ จากข้อขัดข้องที่ดาวโลก 

ปัจจุบันเกราะแม่เหล็กของโลกในชั้นบรรยากาศชั้นสูงได้หมดไปโดยปริยาย (Magnetosphere) เมื่อพลังเส้นแรงแม่เหล็กมารวมตัวกันอยู่บนผิวโลกทุกแห่ง และรวมตัวเป็นเกลียวสว่านชอนไชลงสู่เปลือกโลกชั้นในตลอดเวลา พลังคลื่นแม่เหล็กที่เกิดจากดาวเรียงดวง แม้จะมากมายมหาศาลเพียงใด ก็ไม่สามารถเทียบกับพลังงานสนามแม่เหล็กหรือแรงดึงดูดของดาวหลุมดำในใจกลางจักรวาลของกาแลกซี่ทางช้างเผือกได้

ดังนั้นจึงส่งพลังงานต่อต้านกลับมา เกิดการเสียดสีหรือชนกันในอวกาศของกาแลกซี่ทางช้างเผือก  เกิดแสงสว่างวาบขึ้นทั่วสุริยะจักรวาล และจักรวาลใกล้เคียง ในระหว่างที่ดาวต่างๆกำลังตั้งแถวเรียงหนึ่งอยู่ พื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของดาวเคราะห์แต่ละดวงจะสามารถเห็นแสงสว่างที่เกิดขึ้นนี้ทั่วกัน เป็นการปิดฉากโลกยุคเก่า และท่านผู้มีญาณทัสสนะ ให้คำแนะนำไว้ว่า ผู้ที่อยู่บนพื้นที่เสี่ยงในกรุงเทพและภาคกลางมีเวลาเดินทางเข้าถึงที่หลบภัยภายในเวลา 7 ชั่วโมง

ส่วนภัยพิบัติจะเกิดอะไรขึ้นบ้างจะไม่นำมากล่าวถึง ให้ท่านที่สนใจเข้าไปที่ลิงค์นี้ขององค์การนาซ่าโดยตรง ส่วนโลกพลิกขั้วจะเกิดขึ้นตอนได้รับพลังงานสะท้อนกลับจากดาวหลุมดำ หรือไม่ หรือต้องรอไปในจังหวะสอง ที่ดาวหางโคจรสวนทางกับโลกอย่างใกล้ชิด ขณะที่กำลังทำยูเทิร์นรอบดวงอาทิตย์ ที่มีผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์ไว้ว่า ขณะโคจรสวนทางกันแกนโลกจะถูกเหนี่ยวนำหมุนเคลื่อนที่ไป ประมาณ 90 องศา ซึ่งทั้งสองกรณีโลกก็จะได้รับการกระทบกระเทือนที่เปลือกโลก ทำให้แผ่นทวีปต่างๆเคลื่อนตัวได้ทั้งสองวาระ ส่วนองค์การนาซ่าค่อนข้างมั่นใจในโมเดลคอมพิวเตอร์ว่าโลกจะพลิกขั้วในรอบแรก ส่วนการโคจรสวนทางกับกับดาวหางขั้วเหนือจะหมุนเคลื่อนที่ไป 90 องศา จะอย่างไรก็แล้วแต่ คอยรอดูกันต่อไปอีกไม่นานแล้ว)

ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังพลิกกลับขั้วนั้น ดวงอาทิตย์จะแผ่สนามแม่เหล็ก และรังสีความร้อนสูงมายังโลก (น่าจะร้อนเพิ่มขึ้น 8-10 เท่าของเวลาปกติ) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โลกไม่มีสนามแม่เหล็กป้องกันตัวเอง (Magnetosphere) ผลคือ น้ำแข็งขั้วโลกละลายฉับพลัน น้ำท่วมโลกฉับพลัน ไม่มีทางหนีได้ทัน ในวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) ซึ่งชาวมายา (ชนเผ่ามายาแห่งอเมริกากลาง) ทำปฏิทินใช้เองตั้งแต่ 5,000 ปีที่แล้ว มีความสามารถในการคำนวณการโคจร การเกิดดับของดวงดาวอย่างไม่น่าเชื่อ คือเขาสามารถคำนวณว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลา 365 วัน ตั้งแต่ 5,000 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับปฏิทินที่ชาวโลกปัจจุบันใช้กัน แล้วยังสามารถคำนวณเกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาลได้อย่างแม่นยำมาก ชาวมายายังกำหนดวันสุดท้ายของปฏิทินของพวกเขาคือ วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555)  หรือการปิดฉากโลกยุคเก่า ปฏิรูปเข้าสู่โลกยุคใหม่ ที่สดใสกว่าเดิม เหมาะสำหรับมนุษย์ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะเหลือรอดไปสู่ยุคนั้นไม่มากนัก

(ความรู้ของชาวมายา ได้มาจากชาวดาวอังคาร ที่มีสัมพันธ์กับชาวโลกมาตลอดเวลาหลายหมื่นปี รวมทั้งในยุคแอตแลนตีส ส่วนพลังงานคลื่นสุริยะที่ดวงอาทิตย์จะส่ง CME มายังผิวโลกบางส่วนที่โลกหมุนรอบตัวไปรับพลังงานที่เดินทางมาถึงโลกพอดี ก็ไม่น่าจะทำให้น้ำแข็งแถบขั้วโลกซึ่งหนาหลายๆกิโลเมตรละลายได้ในฉับพลัน เนื่องจากในไซเคิล 11 ปีที่แล้วปริมาณพลังความร้อนบนดวงอาทิตย์ทีเกิด Solar flare พลังงานในแถบนั้นของดวงอาทิตย์จะเพิ่มขึ้น  8 เท่า หรืออย่างสูงสุดก็ไม่น่าจะเกิน 10 เท่า และในขณะที่เกิด CME ดวงอาทิตย์ก็ยังหมุนรอบตัวเองตลอดเวลาอีกด้วย แต่จะมีข้อยกเว้นในกรณีที่บริเวณขั้วโลกเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง หรือแผ่นน้ำแข็งแตกออกอย่างฉับพลัน เป็นก้อนเล็กก้อนน้อย น้ำท่วมอย่างรวดเร็วจะเกิดขึ้นได้ในกรณีนี้ แถมด้วยพายุไซโคลนต่างๆจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ในความแตกต่างของอุณหภูมิน้ำทะเล)

น่าแปลกมาก ทำไมมาตรงกับข้อมูลขององค์การ NASA และคำทำนายของหลวงปู่สรวง ออยเตียนสรูล กล่าวไว้ว่า พ.ศ. 2550 ถึง 2555 หางนาคกวาดน้ำให้โลกมาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว กำลังจะกวาดน้ำขึ้นมาล้างโลก จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ คนไม่ดีไม่มีศีลธรรม จะล้มตายมาก ส่วนคนดีมีศีลธรรม จะอยู่รอดปลอดภัยได้ หลวงปู่สรวงท่านละสังขารเมื่อ วันที่ 8 กันยายน 2542 (ขึ้น 10 ค่ำเดือน 10 ปีมะโรง ) 

และอีกท่านหนึ่ง คุณหมอประสาน ต่างใจ เคยพูดเอาไว้ในงานเสวนา “พุทธศาสตร์กับอนาคตโลก” ถึงการละลายของน้ำแข็งบนยอดเขา จำนวน 19 ร้อยล้านตันว่าจะใช้เวลาอีกราว 5-7 ปี ซึ่งละลายหมดในปี ค.ศ.2012 เช่นเดียวกันกับปฏิทิน 22 ของชาวเผ่ามายา ได้ทำปฏิทินเอาไว้ที่ 5,000 ปี โดยแต่ละเดือนจะมี 20 วัน โดยเชื่อว่า โลกในวันสุดท้ายคือ 22 ธันวาคม ค.ศ.2012 พระเจ้าของพวกเขาจะปรากฏตัวอีกครั้งนั่นเอง

 

อีกท่านหนึ่งญาณพระพิฆเณศร์ ผ่าน อ.จตุพร....สำหรับประเทศไทย..โลกผิดปกติไปมากขึ้นทุกที แกนโลกขยับเคลื่อนที่ไปอย่างมาก รอวันที่มันจะพลิกคว่ำ เมื่อคนไม่ดีมีเยอะมากขึ้น ศีลธรรมเสื่อมทรามลงแกนโลกจะคว่ำ เมื่อมันคว่ำแล้วอะไรทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหมด บางจุดน้ำจะเป็นดิน ดินจะเป็นน้ำ หนาวจะร้อน ร้อนจะหนาว สภาวะขาดอาหารและน้ำ จะเกิดขึ้นไปทุกหย่อมหญ้า เงินจะไม่มีความหมาย อาหาร ยา เท่านั้นที่มีความหมาย คนไม่ดีจะเหลือน้อย คนดีจะเป็นใหญ่ ความสามัคคีจะเกิด ผู้คนจะช่วยกัน เริ่มเห็นใจกัน จะมีการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ อะไรก็ตามที่ใช้ไฟฟ้า แทบจะไม่มีความหมาย คนไทยจะเริ่มอพยพ ไปทิศใหม่ เมืองใหม่จะถูกสร้างขึ้น อารยธรรมใหม่จะเกิดขึ้นที่นั้น ทรัพย์พยากรใหม่ๆ จะออกมาตามรอยแยกแผ่นดินไหว จะมีแต่คนดีที่ครอบครอง สมาธิ จะเป็นบทนำที่อารยธรรมใหม่แห่งนี้ 

คำทำนายสำหรับกรุงเทพมหานคร...

วันนั้นฟ้าจะเปลี่ยน พระอาทิตย์จะปรากฎให้เห็นเป็น 2 ดวง ทางทิศตะวันตกในเวลาเดียวกัน ท้องฟ้าจะเป็นสีแสด อากาศผิดปกติ เป็นแบบนี้ไม่กี่วัน คนมีบุญจะรวมกลุ่มกันหนี คนบาปจะอยู่กับบ้าน เข้ายามราตรี ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง พายุขนาดใหญ่จะมา ไฟจะดับ น้ำจะเริ่มท่วม รถยนต์จะเริ่มลอย เสาไฟจะล้ม  คลื่นยักษ์สูง 50 เมตร จะมากวาดทุกอย่างไปในพริบตา คนมีบุญที่หนีไม่ทัน จะไปอยู่บนยอดตึก บุญจะส่งให้เขามีเหตุให้ต้องไปอยู่บนยอดตึก ตกเช้าน้ำจะไป ทิ้งไว้แต่โคลนสีส้มไปทั่วเมือง กรุงเทพฯ ไม่เหมาะที่จะสร้างเป็นเมืองหลวงอีกต่อไป

ส่วนต่างจังหวัดอื่นๆ จะเกิดหนักเหมือนกัน แต่น้ำจะไปไม่เท่ากัน

(เมื่อดาวหาง โคจรเข้าชั้นในสุริยจักรวาล อยู่ใกล้โลก ทั้งโลกและดาวหางที่โคจรรอบดวงอาทิตย์สวนทิศทางกัน คนบนโลกก็มีโอกาสเห็นดาวหางขึ้นเคียงกับดวงอาทิตย์ ในท้องฟ้าสีแสดนั้นเป็นลัสเตอร์หรือแสงของดาวหาง ที่เข้มกว่าดวงอาทิตย์เนื่องอยู่ใกล้โลกมากกว่าดวงอาทิตย์  ทั้งดาวหางและโลกและดาวเคราะห์อื่นๆกำลังเตรียมเรียงตัว หันแนวเส้นตรงยิงตรงไปยังดาวหลุมดำของกาแลกซี่ทางช้างเผือก ในอีกไม่กี่วัน เป็นสัญญาณบอกให้ผู้ที่ไม่ประมาทอพยพย้ายไปสู่สถานที่หลบภัย ที่ตนได้เตรียมไว้ล่วงหน้า และไม่ควรใช้ระยะเวลาเดินทางเกิน 7 ชั่วโมง ขอโมทนากับการรอดชีวิตให้ทุกๆท่านเดินทางโดยปลอดภัยสู่เซฟเฮ้าส์ของทุกๆคนทันเวลา และทำใจให้ตั้งอยู่ในอุเบกขาหากได้รับข่าวที่ไม่น่ายินดีตามมา

พระแม่กวนอิมพูดถึง 28 เมษายน 2555 วันมหันตภัย ได้ตามหารายละเอียดมานับปี ปรากฏว่าชาวน้ำได้แสดง Crop Circle แสดงเอาไว้ชัดเจนว่า Planet X ตีวงอ้อมดวงอาทิตย์เข้ามาใกล้โลก ครบ 180 องศา พร้อมกับชี้ขั้วเหนือเฉียดมายังโลก เกรงว่าหากโลกหมุนเอาส่วนเอเซียแปซิฟิกไปรับเข้าพอดี อินโดนีเซีย และแผ่น Sunda Plate ทั้งหมดอาจจมลงกระทันหัน ในวันที่พระแม่ฯเตือนเอาไว้

ย้อนกลับมาที่คนบนโลกมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้น 2 ดวง ตอนตะวันใกล้ตกดินนั้น น่าจะเป็นช่วงจังหวะที่การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ กำลังเข้าใกล้ตำแหน่งที่จะเรียงดวงกับดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ และดาวหางก็กำลังเดินทางมาวนรอบดวงอาทิตย์ในระนาบมุม 30 องศา กับระนาบของสุริยะจักรวาล ในทิศตรงกันข้ามกับโลกโคจรสวนทางกัน ดาวหางกำลังจะโฉบลงมาเฉียดใกล้กับโลกเข้าสู่ระนาบของสุริยะจักรวาล ในจังหวะมาร่วมเรียงดวงในระนาบของสุริยะจักรวาล ร่วมกันส่งพลังเส้นแรงแม่เหล็กไปยังดาวหลุมดำในใจกลางกาแลกซี่ทางช้างเผือก

ดังนั้นช่วงที่ดาวหางเดินทางสวนทางกับโลก และเข้าสู่ตำแหน่งเรียงดวงแล้ว แกนพลังงานของโลกจะถูกดาวหางเหนี่ยวนำหมุนแกนโลกย้ายที่ไป ประมาณ 90 องศา  ซึ่งคนบนโลกจะไม่เห็นพระอาทิตย์ 2 ดวงในขณะที่กำลังมีการเรียงดวงเกิดขึ้น เมื่อหลังจากภัยพิบัติที่ท่านพิฆเณศร์ระบุไว้ดังกล่าวแล้ว คนบนโลกก็จะเห็นพระอาทิตย์ปรากฏ 2 ดวงอีกระยะหนึ่ง จนกระทั่งดาวหางโคจรห่างจากดวงอาทิตย์ผ่านพ้นไปซักระยะหนึ่ง ก็จะไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น 2 ดวง อีกต่อไป แต่จะยังมีสักกี่คน ที่ยังเหลือได้มีชีวิตมาดูพระอาทิตย์ขึ้น 2 ดวงหลังจากโลกประสบภัยพิบัติรอบนี้ไปแล้ว?)

            

คำทำนาย เกิดเมื่อไร

บอก แล้วอาจเคลื่อน เพราะเวลาจะล้างคนไม่ดี เขาไม่บอกให้ทราบล่วงหน้า ถ้าทราบล่วงหน้า คนไม่ดี หนีกันไปหมด ก็ไม่เกิดแน่นอน ก็จะผลักออกไป ให้มาเร็ว หรือช้า จนคนบนโลกประมาท เมื่อนั้น ก็จะล้างทันทีไม่ให้ตั้งตัว ปัจจุบันมีผู้มีอภิญญาหลายท่านก็ทราบกันแล้ว และก็เตรียมพร้อมกันแล้ว จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ผมนั่งคิดอยู่ตั้งนานว่าจะเขียนดีไหม แต่สุดท้ายก็ต้องเขียน เพราะมีผู้คนถามเรื่องนี้กันมามากเหลือเกิน เมื่อรู้แล้วก็ทำใจสบายๆ เพราะนี้เป็นเพียงแค่ คำทำนายที่อาจเกิดก็ได้ หรือไม่เกิดก็ได้ ก็ขึ้นอยู่กับกรรมของคนในชาติ และตัวคุณเอง แล้วล่ะ

องค์เทพมา เตือน

ผมไม่ขอพูดเรื่องนี้มากไปกว่านี้ แต่ผมเคยถามองค์เทพว่าเมื่อไรจะเกิด?เสียงทิพย์บอกผมว่าอีก 6 ปี จะเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศไทย ท่านบอกผมหมดว่าจะเกิดอะไรขึ้น

(เรื่องเวลาเหลืออีกประมาณไม่เกิน 3 ปี นับจากวันนี้ ที่ 28/4/2553 อัพเดตระยะเวลาล่าสุดจากเรื่องที่เล่าไว้) 28 /4 2555 พื้นที่เสี่ยงจะเกิดอะไรขึ้นก่อนใครๆก็ได้ ส่วนหลัง 20 พ.ค. 2555 ไปนั้นทั่วโลกอาจต้องนับถอยหลังครั้งสุดท้ายในรอบนี้ก็ได้

back up data:  http://www.chansamabut.com/index.php?mo=3&art=126241

 คำทำนายประเทศไทยของหลวงปู่โตฯ ทิ้งเอาไว้ให้ลูกหลานศึกษา

 

๙. ถิ่นตาขาว (ถิ่นกาขาว) ในยุคสมัยปัจจุบันแห่งองค์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระภัทรมหาราชเจ้า มีชื่อเรียกยุคนี้ว่า "ถิ่นตาขาว" ซึ่งคงจะหมายถึงพวกฝรั่งตาน้ำข้าวละกระมัง เพราะเป็นยุคที่องค์พระประมุขของเรา พร้อมด้วยองค์พระราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะซีกโลกทางด้านตะวันตก นอกจากนั้นแล้วยังทรงต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากประเทศต่าง ๆ ที่มาเยือนอย่างมากมายเช่นกัน

 

ฝรั่งตาน้ำข้าวเองก็ "อะเมซิ่งไทยแลนด์" ไม่น้อย พากันมาเที่ยวเยี่ยมเยียน ไอ้ที่ติดใจสาวไทย รสอาหารแบบไทยๆ บรรยากาศแบบไทยๆ ก็ตั้งรกรากอยู่เมืองไทยซะเลย กลายเป็นถิ่นฐานของพวกเขาไปซะแล้ว เหตุนี้กระมังจึงเรียกยุคนี้ว่า "ถิ่นตาขาว" และอีกคำหนึ่งที่เพี้ยนเสียงไปเป็น "กาขาว" ล่ะ หมายความว่าอย่างไรดี ตอนแรกนะผมนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก ว่า "ตา" จะเป็น "กา" ไปได้อย่างไร แต่พอมาระยะ ๕-๖ ปีให้หลังมานี้ผมถึง "บางอ้อ"

 

ไม่ใช่พี่ไทยเลี้ยงอีกาสีขาวหรอกครับ เพราะกายังไงเสีย กาขนมันก็ดำวันยังค่ำ แต่คนไทยเราไม่เจียมบอดี้ หรือไม่เจียมตนน่ะซิครับ ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนสมัยรัชกาลที่ ๖ ไม่ผิดเพี้ยนเลยคือมีการนิยมของนอก มีการใช้จ่ายที่เกินตัว ฟุ้งเฟื้อ เห่อเหิม อยากได้อะไรเป็นต้องได้ ขนาดลงทุนเป็นหนี้เป็นสินเขาดอกเบี้ยสูงขนาดไหนก็เอา เห็นผิดเป็นชอบ เห็นดำเป็นขาว เหมือนอีกาที่ขนดำก็อยากจะทำให้มันขาว คราวนี้แจ่มชัดหรือยังว่า ทำไมเมืองไทยถึงเป็น "ถิ่นกาขาว" หรือ "ถิ่นตาขาว" ไม่รู้ลองไปถามไอ้พวกฝรั่ง " IMF " ดู แล้วจะรู้ไปถึงก้นบี้งหัวใจ

๑๐. ชาวศิวิไล หมายถึงยุคที่ ๑๐ หรือรัชกาลที่ ๑๐ ซึ่งยังมาไม่ถึง มีผู้ตีความกันต่าง ๆ นานาเมื่อดูจากความหมายแล้ว คำนี้มาจากภาษาอังกฤษ หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง สงบสุขร่มเย็น ดังนั้นก็เป็นอันเชื่อขนมกินกันได้เลยว่า ในรัชสมัยต่อไปประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา จะต้องเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า มั่นคงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ประชาชนจะอยู่ร่วมกันด้วยความร่มเย็นเป็นสุข หน้าชื่นตาบานกันทุกถ้วนหน้า จริงเท็จประการใด กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

 

๑๑.ไทยมหารัฐ คือยุคที่ประเทศไทยเข้าสู่ความรุ่งเรืองยิ่ง มีความเจริญทางเศรษฐกิจล้ำหน้าประเทศเพื่อนบ้านไปมาก จนทุกประเทศอยากเป็นมิตร บางเขตที่ติดต่อกันถึงกับขอมาผนวกด้วย

๑๒. จักรพรรดิราช ด้วยพระบรมโพธิสมภารแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระองค์ปัจจุบันที่ทรงปูพื้นฐานไว้ เมื่อถึงยุคนี้ คุณาปการเหลือคณานับก็ประจักษ์ชัดแก่นานาอารยะประเทศ ถึงกับบังเกิดกระแสนิยมในระบอบกษัตริย์ บางประเทศที่สิ้นวงศ์กษัตริย์ไปแล้ว ก็ถึงกับมาขอพระบรมวงศ์ของไทยไปยกขึ้น เป็นกษัตริย์ของเขา พระราชประเพณีของไทยจะได้รับการถ่ายทอด และยึดถือเป็นแบบอย่าง พระมหากษัตริย์ต่างๆจึงถวายสักการะเคารพบูชาพระมหากษัตริย์ของไทยด้วยความเป็นราชวงศ์ต้นแบบ และเป็นพระรัชทายาทตรงต่อพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าผู้ทรงทศพิธราชธรรม บริสุทธิ์อย่างไร้ข้อกังขา พระมหากษัตริย์ของไทยจึงทรงไว้ซึ่งพระราชศักดิ์สูงสุดในโลก ประดุจดังพระเจ้าจักรพรรดิราช

 

ด้วยความเชื่อเหล่านี้ บวกกับความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ จึงมีผู้คาดการณ์วันอันน่าระทึกเอาไว้ที่วันที่ 21 เดือน ธันวาคม ค.ศ.2012 นั้นเป็นวันเริ่มต้นเปลี่ยนยุคใหม่ของโลก ซึ่งดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์จะมาเรียงตัวในระนาบของกาแลกซี่ทางช้างเผือก  ทำให้โลกดวงเล็กๆ ของเราคลอนโยกเยกและปลิวไปมา จากพลังไฟฟ้าสลับที่ดาวต่างๆหมุนรอบตนเอง  มีผู้อธิบายปรากฏการณ์นี้ในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า เกิดจากการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้คอมพิวเตอร์ Hyderabad คำนวณการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้สลับตำแหน่งกัน ว่ามีคุณสมบัติแม่เหล็กพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ทุกๆ 11 ปี และจะก่อพลังงานสูงสุดได้ในปี 2012 อย่างไม่เคยมีมาก่อน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดเมื่อหลายล้านปีก่อน

(ซึ่งทางองค์การนาซ่าได้ทำโมเดลตรวจสอบเช่นกัน ได้คำตอบที่ใกล้เคียงกัน)

ปี 2012 อาจไม่ใช่วันสิ้นโลก แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นที่จะเห็นโฉมหน้าของโลกใหม่ เรากลับมาที่ ผลสรุปการทำนายก็คือ ประเทศไทยจะยังเหลืออยู่บางส่วนตามภาพที่ขยายออกมา ซึ่งคงได้ยินกันมาอยู่บ้างว่า ประเทศไทยจะเหลือมากที่สุดคือภาคเหนือ ส่วนอีสานบางส่วน และภาคใต้จะจมลงไปในทะเลพร้อมกับมาเลเซีย สิงคโปรและอินโดนีเซีย ส่วนชายฝั่งทะเลจะมาอยู่ที่ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัยและตาก และแม่น้ำโขงจะกลายจากแม่น้ำเป็นทะเล

(สำหรับชาวพุทธํที่เคารพและศรัทธาพระพุทธศาสนาคงสบายใจได้ ว่าโลกยังอยู่ต่อไปในยุคใหม่ ที่พระพุทธศาสนาในยุคใหม่ พระพุทธองค์ได้ทรงเสด็จมาเตรียมการสืบศาสนา หลังจาก พ.ศ. 2550 เป้นต้นไปจนครบ 5,000 ปี ขึ้นเรียบร้อยแล้ว ที่ภูพะลานสูง อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี  โดยมีหลวงปู่ใหญ่มหาโมคคัลลานะ เป็นภารธุระองค์หลักในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไปจนครบ 5,000 ปี)

จากข้อมูลย่อๆที่นำมาพูดคุยกัน หลายๆท่านอาจต้องการเตรียมสถานที่หลบภัยพิบัติ ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นทุกวัน และทุกท่านสามารถเข้าไปรับทราบข้อมูลภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกเรียลไทม์ ที่ลิงค์นี้ เมื่อเข้าถึงปัญหาที่โลกและจักรวาลกำลังเป็นไปดีแล้ว ตัดสินใจจัดหาที่หลบภัย แล้วยังขาดงบปัจจัยในการดำเนินตามแผนที่ตั้งใจไว้ ก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน ซึ่งขอแนะนำทางเลือกให้ลองพิจารณาอุปกรณ์ของบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ ที่พอจะช่วยเหลือทุกท่านได้ให้ทันกับระยะเวลาที่เหลือหดสั้นลงอย่างรวดเร็ว ที่ /article36.html

back up data :  marium.u@nida

http://matrixinstitute.com/

http://www.bibliotecapleyades.net/profecias/esp_profecia_mapas.ht

www.starbridge.com.au

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=247742

http://www.youtube.com/v/nUI-LgZ2vlc&hl

http://www.youtube.com/v/nUI-LgZ2vlc&hl

http://www.indiadaily.com/editorial/1753.asp

http://www.nasa.gov/home/index.html

 

 

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share

 

 

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศล