เครื่อง MRA (Magnetic Resonance Analyzer) กับ สุขภาพ

http://ainews1.com/article335.html

Bookmark and Share

 

ผลการวิจัย  ในน้ำพลังปราณ พลังมโนธาตุ และเครื่องดื่มสมุนไพร มะเขือพวงชนิดแห้ง เมื่อประมาณต้นเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2550 ได้ค่าดังนี้


รหัสผลิตภัณฑ์

                      ค่าพลังชีวภาพ (HADO)                                                                                                 

ภูมิคุ้มกัน

ภูมิแพ้

ตับ

ลำไส้ใหญ่

มะเร็ง

ความเครียด

   ความสุข   (จิตใจ)

เบาหวาน

ไต

หลอดลม

                       

น้ำ P 1900

+13

+13

+13

+14

+14

+17

+18

น้ำ M1900

+14

+13

+13

+12

+14

+18

+18

I

น้ำ P10

+9

+9

+10

+10

+10

+11

+10

RO

0

0

0

0

0

0

0

I

RO+มะเขือพวง

+11

 

+10

+12

+10

 

+11

+12

+11

P3+มะเขือพวง

+17

+16

+16

+16

+16

+16

+17

I

น้ำ ozone

 

-4

-5

ค่าตัวเลขในตาราง เป็นค่า HADO Scale จากอุปกรณ์เครื่องวัดพลังงาน Hado ในอาหาร  น้ำ หรือตรวจสุขภาพของอวัยวะและเนื้อเยื่อในร่างกายมนุษย์ ที่ตรวจสอบด้วยเครื่องมือ MRA (Magnetic  Resonance  Analyzer) เป็นเครื่องมือในตระกูล MRI ที่ใช้ในทางการแพทย์  แต่เครื่อง MRA ได้รับการคิดประดิษฐ์โดย ดร.ฮิโรโตชิ ยานามาชิ  ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร ชาวญี่ปุ่น  สินค้านำเข้าทางการเกษตร ถ้าไม่ผ่านค่าปลอดภัยจากเครื่องมือชนิดนี้ จะถูกนำไปเผาไฟ และคิดค่าใช้จ่ายจากเจ้าของสินค้า เพื่อปกป้องดูแลสุขภาพของพลเมืองญี่ปุ่น ตรวจสอบง่าย รวดเร็วและมีความแม่นยำสูง เชื่อถือได้ หากมีความผิดปกติของเครื่องมือชนิดนี้ ก็จะใช้การไม่ได้โดยอัตโนมัติ

ได้มีการนำตัวอย่างน้ำพลังปราณ พลังมโนธาตุ และเครื่องดื่มสมุนไพรมะเขือพวงชนิดแห้ง ที่มีขบวนการผลิตและแปรรูป ที่แตกต่างกันมาทดสอบ แสดงผลออกมาทางเครื่องคอมพิวเตอร์ วัดระดับพลังงานฮาโด (Hado) ซึ่งมีค่า สเกล บวกลบ 20

Hado Scale 

  •   0    ไม่มีผลต่อร่างกาย
  • +10   มีผลดีต่อสุขภาพยิ่งยวด
  • +15   หวังผลในการบำบัดได้
  • +6     ขึ้นไป พืชผักปลอดสารพิษ
  • -10    มีผลร้ายยิ่งยวด
  • -15    เป็นพิษถึงแก่ชีวิต

แต่ละระดับเป็นค่า log สเกล หมายความว่า

ถ้าค่าต่างกัน 1 หน่วย (unit) จะมีค่าความแรงต่างกัน 101 เท่า

ถ้าค่าต่างกัน 2 หน่วย (unit) จะมีค่าความแรงต่างกัน 102 เท่า

ถ้าค่าต่างกัน 6 หน่วย (unit) จะมีค่าความแรงต่างกัน 106 เท่า

ปัจจุบันน้ำดื่ม ผลิตบรรจุขวดในประเทศไทยหลายยี่ห้อใช้กาซ Ozone ฆ่าเชื้อโรค และปรับปรุงรสชาติของน้ำ และระบบน้ำประปาในประเทศญี่ปุ่นก็ใช้ Ozone แทน กาซคลอลีน มานานแล้ว หากผู้ที่ทราบผลเสียของน้ำโอโซน จากผลการวิจัย ที่นำมาแสดงในตารางข้างต้นนั้น จะเห็นว่าร่างกายต้องรับภาระหนัก เมื่อคนที่นิยมดื่มน้ำโอโซน ที่มีรสชาติดีตามที่ได้ยินโฆษณาชวนเชื่อว่ารสชาติดีน่าดื่ม เนื่องจากเมื่อทดลองซื้อมาดื่มแล้ว สิ่งที่พบทันที ว่ามีรสชาติดีตามที่โฆษณาจริง แต่ผู้บริโภค ไม่ทราบพิษภัย ของกาซโอโซนที่ละลายอยู่ในน้ำ เนื่องจากเครื่องมือ MRA ไม่เป็นที่แพร่หลาย ยังเป็นของใหม่ ในประเทศไทยทราบว่า มีอยู่เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น และก็มีการเผยแพร่ข่าวน้อยมาก

ทำไมวิจัยมะเขือพวง (Pea Eggplant)... Holistic Way to Health & Wealth

การแพทย์แผนไทยระบุสรรพคุณของมะเขือพวงดังนี้

  • ช่วยเจริญอาหาร ย่อยอาหาร
  • ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุขับเสมหะ แก้ไอ
  • ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดี แก้ปวด ฟกช้ำ ตรากตรำ ทำงานหนัก
  • แก้ไอเป็นเลือด ปวดกระเพาะ ฝีบวมมีหนอง
  • แก้อาการบวม อักเสบ ขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน

คุณค่าทางโภชนาการ

  • มะเขือพวง 100 กรัม มีธาตุเหล็กประมาณ 43 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่าธาตุเหล็กที่พบในเลือดไก่ และผักโขม ซึ่งถือว่าเป็นผักใบเขียว ที่มีธาตุเหล็กสูงในอันดับต้นๆ ถึง 1 เท่าตัว
  • มะเขือพวง 1 ถ้วยตวงมีธาตุแคลเซี่ยมประมาณ 299 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่าธาตุแคลเซี่ยมซึ่งพบในนมสด UHT 1 กล่อง (240 มล.) ซึ่งมีปริมาณแคลเซี่ยม 240 มล.

มะเขือพวงราชาแห่งผักพื้นบ้านในเรื่องเส้นใย (ไฟเบอร์)

มะเขือพวงมีเส้นใยชนิดเพ็กติน (Pectin) ช่วยอุ้มน้ำ ช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นสารที่พบมากในผนังเซลล์ของพืช ผัก และผลไม้ต่างๆ เพ็กตินละลายน้ำแล้วเปลี่ยนรูปเป็นวุ้นไปเคลือบผิวลำไส้ ช่วยเพิ่มความหนืดของอาหาร ทำให้อาหารเคลื่อนตัวช้า ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแป้ง และน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง ระดับน้ำตามในเลือดจึงไม่สูงฉับพลัน จึงช่วยในการควบคุมโรคเบาหวาน และช่วยดูดซับน้ำดี จากระบบทางเดินอาหารทำให้ตับเร่งสร้างน้ำดีขึ้นมาทดแทน โดยใช้โคเลสเตอรอลจากตับเอง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อหลอดเลือดแข็งและตีบตัน เพ็กติน ยังมีคุณสมบัติในการดูดซับไขมันส่วนเกินจากอาหาร ลดการดูดซึมอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรทเข้าสู่ร่างกาย สามารถป้องกันโรคความดันโลหิตสูง และ โรคหัวใจได้

นอกจากนี้ในขณะที่เพ็กตินเคลื่อนตัวมาที่ลำไส้ สารเส้นใยนี้สามารถดึงน้ำไว้ได้เป็นจำนวนมาก จึงช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระ และ กระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ

จากการศึกษาพบว่า มะเขือยาวมีปริมาณเพ็กตินน้อยกว่ามะเขือพวง 3 เท่า และมะเขือเปราะมีน้อยกว่า 65 เท่า มะเขือพวงจึงได้รับสมญานามว่า เป็นราชาแห่งผักพื้นบ้าน ในเรื่องของสารเส้นใย เนื่องจากมีปริมาณเส้นใยมากที่สุด เมื่อเทียบกับผักพื้นบ้านประเภทอื่นๆ

สารสำคัญที่พบในมะเขือพวง

มะเขือพวงมีสารสำคัญ 2 กลุ่มใหญ่ได้แก่.. สารกลุ่มไฟโตนิวเทรียนท์ และสารกลุ่ม อัลคาลอยด์

ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrient)

หมายถึงสารอาหารที่ได้รับจากพืช ซึ่งต่างจากนิวเทรียนท์ (Nutient) คือ เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะปกติไฟโตนิวเทรียนท์จะไม่มีผลใดๆต่อร่างกาย แต่เมื่อร่างกายขาดแคลนสารอาหารเหล่านี้ จะช่วยฟื้นฟูร่างกายให้ดียิ่งขึ้น สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ ซึ่งสารที่สำคัญคือ Torvoside A, H และ ซาโปนิน

ทอร์ควอไซด์ (Torvoside) สามารถลดระดับคอเลสเตอรอล ในกระแสเลือด เนื่องจากมีโครงสร้างที่คล้ายกับคอเลสเตอรอล จึงช่วยให้ลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลที่ลำไส้ แล้วกระตุ้นให้ตับนำคอเลสเตอรอลในเลือดไปใช้มากขึ้น รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของคอเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย จึงป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้

ซาโปนิน (Saponin) เป็นไฟโตนิวเเทรียนท์ที่พบในมะเขือพวง โดยสาร Torvonin B เป็นซาโปนินชนิดหนึ่ง ที่ทำให้มะเขือพวงมีฤทธิ์ขับเสมหะ ลักษณะเด่นของสารซาโปนิน คือสามารถเกิดฟองได้เมื่อนำไปละลายในน้ำ เนื่องจากเป็นสารลดแรงตึงผิว จึงนำไปใช้เป็นยาเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะสามารถทำให้ผนังเซลล์ของเชื้อโรคเป็นรูได้  ทำให้แอนตี้บอดี้ในร่างกาย สามารถเข้าไปในเซลล์ของเชื้อโรคได้

อัลคาลอยด์ (Alkaloids)

คือสารที่มีรสขมในมะเขือพวง ถ้ารับประทานมะเขือพวงเกิน 200 ผลภายในครั้งเดียว อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตับได้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง แต่อัลคาลอยด์เป็นสารที่สลายตัวได้ง่าย ซึ่งหากนำมาผ่านความร้อนแล้วก็จะสามารถบริโภคได้ด้วยความปลอดภัย อัลคาลอยด์ที่พบในมะเขือพวง คือโซลาโซดิน อัลคาลอยด์ยังเป็นสารที่ละลายน้ำยาก จึงพบมากโดยเฉพาะในกากมะเขือพวง เมื่อเทียบกับส่วนน้ำมะเขือพวง

.......ดังนั้นบริโภคมะเขือพวงติดต่อกันได้หรือไม่?

...ไม่ควรบริโภคมะเขือพวงสดติดต่อกัน

เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของสารอัลคาลอยด์ที่ตับได้ สารนี้เมื่อผ่านความร้อน จะสลายไปบางส่วน สารนี้ละลายน้ำยาก จึงแนะนำให้บริโภคเฉพาะส่วนของน้ำมะเขือพวง ไม่ควรกินส่วนกาก เพื่อป้องกันการสะสมสารอัลคาลอยด์ในร่างกาย

โซลาโซดิน (Solasodine) เป็นสารที่มีสรรพคุณในการต้านโรคมะเร็ง จากการศึกษาวิจัยพบว่า สารโซล่าโซดินมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์ อันเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็ง

มะเขือพวงกับโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนซึ่งทำหน้าที่เปิดประตูที่ผนังเซลล์ให้น้ำตาลเข้าสู่ภายในเซลล์ เกิดการเผาผลาญเป็นพลังงานให้แก่เซลล์และอวัยวะนั้นๆที่ประกอบด้วยหน่วยย่อยของเซลล์เป็นแสนๆล้านๆดซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ที่หัวใจ ที่ต้องปกิบัติภารกิจตลอดเวลา จนเจ้าของสิ้นชีวิต หากปริมาณน้ำตาลค้างอยู่ในกระแสเลือดมากเกินปกติ ร่างกายจะขาดพลังงาน และเกิดความเสื่อมต่ออวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย ด้วยความเป็นกรดของน้ำตาล เป็นอนุมูลอิสระ ที่ทำลายเซลล์ทั่วร่างกาย

จากการวิจัยของสถาบัน นวัตตกรรมสุขภาพก้าวหน้า พบว่า สารสมุนไพรจากมะเขือพวง สามารถลดระดับอนุมูลอิสระซุปเปอร์ออกไซด์ อนุมูลอิสระไนตริคออกไซด์ในเลือดหนูที่เป็นเบาหวานได้ ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดสภาวะเครียดออกซิเดชั่น

ดังนั้นสารออกฤทธิ์ต่างๆในมะเขือพวง มีฤทธิ์ในการลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่เกิดจากเบาหวานได้ เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจ ไตพิการ จอตาพิการ ประสาทพิการ โรคที่เท้าและอวัยวะพิการ

ที่ได้นำข้อมูลต่างๆมาเสนอให้ทราบ ท่านคงสามารถพิจารณาได้ว่า การปลูกมะเขือพวงเอาไว้รับประทาน มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพเพียงใด

back up data :   สถาบันนวัตกรรมสุขภาพก้าวหน้า, แสงสว่างที่ปลายทางรอด..โดย คุณจีรพันธุ์ ประศาสน์วุฒิ  

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share