เครื่องดึงดูดเมฆฝนพลังพีระมิด
แหล่งน้ำจากฟ้าราคาถูกเพื่อการเกษตรทั่วประเทศ
http://www.ainews1.com/article337.html
Bookmark and Share
 
ประดิษฐ์ขึ้นโดยพระอาจารย์ รัตน์ รตนญาโณ เจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง อ.แม่สะเรียง จ.เชียงราย
 
เป็น ผลพลอยได้จากความเมตตาต่อมนุษย์ และสัตว์ ด้วยญาณทัสสนะ และสันตติ ไม่ต้องพึ่งกำลังสมองในการคิดค้น  เครื่องมือนี้เป็นหนึ่งในผลิตผลของญาณทัสสนะ ยังมีอุปกรณ์อีกหลายอย่างที่พระอาจารย์จัดทำขึ้น ทั้งนี้เพื่อช่วยทั้งแก้ปัญหาด้านสุขภาพองค์รวม ในภาวะปัจจุบันของโลกที่กำลังทวีความร้ายแรงขึ้นทั่วโลก พร้อมไปกับการปฏิบัติวิปัฏสนากรรมฐาน  ช่วยให้ผู้ที่ต้องการเข้าถึง'ทาง'ของตนได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย
 
 
ลองมาทำความรู้จักพลังงานพีระมิด
ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม พระอาจารย์พบว่า ภาวะแวดล้อมปัจจุบันแตกต่างกับ     ในสมัยต้นพุทธกาล ที่บรรลุ ธรรมง่ายกว่า ในภาวะปัจจุบันมาก ด้วยมีมลภาวะต่างๆทั้งคลื่นรบกวนจิตใจ และมลภาวะทางอากาศ น้ำ และอาหาร ซึ่งไม่ก่อให้เกิดผลดีแก่การเข้าถึงธรรมได้โดยสะดวก พลังงานเสียเหล่านี้จึงมีผลต่อจิตใจของผู้ปฏิบัติธรรม และต่อนิวเคลียสของเซลล์ทั่วร่างกายด้วยเช่นกัน

ส่วน ในอวกาศที่สุริยจักรวาลและโลก กำลังเผชิญมลภาวะในกาแลกซี่ทางช้างเผือก   ด้วยดาวเทียมวอยยาจเจอร์ได้ตรวจพบกลุ่มเมฆอนุภาคจำนวนมาก ที่สุริยจักรวาลกำลังโคจรเข้าไปในกลุ่มเมฆอนุภาคดังกล่าว  ซึ่งจะส่งผลร้ายต่อโลกและสุริยจักรวาลมากขึ้นไปโดยลำดับ จนถึงปลายปี 2012




เทคโนโลยี่จากดาวอังคาร  พระอาจารย์เผย ใช้ศาสตร์ที่อยู่เหนือความคาดหมาย เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังประสบกับภัยแล้งอยู่ขณะนี้ โดยนำไปติดตั้งฟรีให้กับประชาชนในภาคอีสาน... ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (15 มิ.ย.)  ที่สำนักปฏิบัติธรรมสวนบูรณะรักษ์ธรรม เลขที่ 38/1 ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ท.053 86126 พระอาจารย์รัตน์ รัตนญาโณ อายุ 62 ปี 32 พรรษา เจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้แถลงข่าวการประดิษฐ์เครื่องดึงดูดเมฆฝน จำนวน 5 เครื่อง เพื่อนำไปติดตั้งฟรีให้กับประชาชนในภาคอีสาน เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังประสบกับภัยแล้งอยู่ขณะนี้ พร้อมกับพาผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักทั้งทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์ ไปดูที่ลานหน้ากุฎิ ซึ่งมีช่าง 3 คน กำลังช่วยกันทำเครื่องช่วยดึงดูดเมฆฝน

โครงสร้างง่ายไม่ซับซ้อน รายงานข่าวแจ้งว่า ลักษณะเครื่องดังกล่าวประกอบไปด้วยโครงเหล็ก สูงประมาณ 2 เมตรสำหรับวางแท่งพีระมิด และเป็นแกนให้ท่อน้ำพันรอบเป็นเกลียว วนตามเข็มนาฬิกา ใช้พีระมิดทรงสามเหลี่ยม มุม 60 องศา จำนวน 7 ก้อน นำแท่งพีระมิดมาจัดเรียงแนวตั้ง แล้วพันรอบด้วยสายยาง ก่อนบรรจุน้ำเข้าไปในถังน้ำหมุนเวียน ภายในติดตั้งปั๊มน้ำแบบจุ่ม (submersible pump) จากถังน้ำสีฟ้าขนาด 50 ลิตร เมื่อปั๊มน้ำทำงาน แรงดันจากปั๊มน้ำจะทำให้น้ำหมุนวนรอบแท่งพีระมิดทั้ง 7 ก้อน วนเป็นเกลียวจากขวาไปซ้าย พระอาจารย์รัตน์ ได้สาธิตเครื่องเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู และระบุว่าเครื่องดังกล่าวใช้งบประมาณ 1 หมื่นบาทเท่านั้น พระอาจารย์คิดค้นมาตั้งแต่ปี 2540 เริ่มทดลองอย่างจริงจังเพิ่งประสบความสำเร็จ

             


"ดร.อาจอง" ตรวจเครื่องลดมลภาวะ 
เรียกฝนยันพลังงานพีระมิดมีจริง 

"ดร.อาจอง" ชนเครื่องลดมลภาวะ-เรียกฝน ให้ทีมนักวิทยาศาสตร์ทดสอบ ยืนยันผลการศึกษาพลังงานพีระมิดมีจริง แต่ยังไม่มีการรับรองทางวิทยาศาสตร์ ส่วนผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ขอเครื่องติดตั้งที่สนามบิน ลดปัญหาหมอกควัน ให้เครื่องขึ้นลงได้ตลอดเวลา

กรณีที่พระอาจารย์รัตน์ รัตนญาโณ เจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้คิดค้นและประดิษฐ์เครื่องลดมลภาวะทางอากาศ รวมทั้ง เครื่องเรียกฝน  โดยใช้หลักการของพีระมิด ขั้วแม่เหล็กโลก และศูนย์แรงดึงดูดของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกได้เป็นผลสำเร็จนั้น 

ล่าสุดวันที่ ๒๐ สิงหาคม 2552   ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา หนึ่งในทีมวิศวกรผู้ออกแบบระบบลงจอด ยานอวกาศไวกิ้ง เพื่อลงจอดบนดาวอังคารขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (National Aeronautics and Space Administration) หรือนาซา ได้เดินทางไปตรวจสอบเครื่องมือดังกล่าวที่สำนักปฏิบัติธรรมสวนบูรณรักษ์ธรรม เลขที่ ๓๘/๑ ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของพระอาจารย์รัตน์ 

ดร.อาจองกล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ เพื่อนำเครื่องดังกล่าวไปที่โรงเรียนสัตยาไสย จ.ลพบุรี เพื่อให้ทีมนักวิทยาศาสตร์ทำการทดลอง ซึ่งจะมีการสังเกตการทำงาน และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การศึกษาวิเคราะห์ อาจใช้เวลานานพอสมควร เนื่องจากจะต้องบันทึกความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง 

ดร.อาจอง กล่าวอีกว่า เมื่อครั้งเป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการศึกษาวิจัย และพบว่าพีระมิดสามารถดึงดูดพลังเข้ามาได้ แต่เป็นพลังอะไรยังไม่สามารถบอกได้ เพราะในทางวิทยาศาสตร์ ยังไม่มีการสำรวจพลังงานชนิดนี้ แต่ที่เห็นได้ชัดคือ เมื่อเราตั้งพีระมิดให้ด้านใดด้านหนึ่งให้ตรงขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ จะมีการดึงดูดพลังเข้ามา ซึ่งในการทดลองได้ร่วมกับนิสิต นำเอาเนื้อสัตว์วางไว้ตรงจุดเศษหนึ่งส่วนสามของพีระมิด ปรากฏว่า เนื้อสัตว์ไม่เน่า และยังเคยทดลองกรณีเด็กนอนไม่หลับ โดยนำพีระมิดไว้ใต้เตียง และพบว่าเกิดพลังอะไรบางอย่างทำให้เด็กนอนหลับสนิท ซึ่งผลที่ออกมาพอจะเห็นแนวทางว่า เครื่องลดมลภาวะน่าจะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม วิทยาศาสตร์ต้องมายืนยันอีกครั้ง 

ทดลองใช้ที่วัดดอยเกิ้ง  พระอาจารย์รัตน์  กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้นำเครื่องดังกล่าวเปิดตั้งไว้ที่วัดดอยเกิ้ง อ.แม่สะเรียง เปิดเครื่องทิ้งไว้ตั้งแต่วันที่ 6-15 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าเกิดฝนตกลงมาในทุกเย็นในรัศมี 19 ก.ม.ครอบคลุมพื้นที่ได้ประมาณ 700,000 ไร่ต่อเครื่อง รอบๆวัดจนชุ่มชื้นไปหมด พอดีเห็นข่าวทางทีวีว่า ตอนนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนเรื่องภัยแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ทางลูกศิษย์จึงบริจาคปัจจัยมาจำนวนหนึ่ง ให้ทางอาตมาสร้างเครื่องดูดเมฆฝนจำนวน 5 เครื่อง ที่กำลังประกอบในวันนี้ โดยสร้างเสร็จไปแล้ว 1 เครื่อง ที่เหลือระหว่างประกอบอีก 4 เครื่อง นำไปมอบให้กับชาวบ้านในภาคอีสาน ประกอบไปด้วย จ.มหาสารคาม จ.อุดรธานี และจ.บุรีรัมย์

วัตถุประสงค์ของการทำเครื่องดูดเมฆ เจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง กล่าวต่อว่า พระไม่มีมุสา ที่อาตมาทำขึ้นมา ไม่ได้ทำเพื่อเชิงการค้า ทำแล้วนำไปมอบให้ชาวบ้านฟรีๆ ที่มาที่ไปของเครื่องนี้มาจาก เมื่อประมาณสิบปีก่อนอาตมาได้นั่งสมาธิ และนิมิตไปพบ หลักวิธีการทำดังกล่าวโดยบังเอิญ พร้อมกับอธิบายการทำงานของเครื่องจะอาศัย แรงดึงดูดที่เกิดขึ้นจากการหมุนวนของพลังงาน ขึ้นสู่อากาศเบื้องบนของเครื่อง และจะทำให้ไอน้ำรอบรัศมีปฏิบัติการของเครื่องมือวิ่งเข้ามาแทนที่ และอากาศไหลตัวจนเกิดลมขึ้น ขณะที่เครื่องมือทำงาน จะมีการดึงความชื้นในบรรยากาศให้รวมตัวหนาแน่นขึ้น จนดึงดูดฝนให้ตกลงมาโดยรอบรัศมี 19 กม.ของ เครื่องมือดูดฝน

กรรมวิธีของเครื่องดูดเมฆ  พระอาจารย์รัตน์ กล่าวถึงการเกิดแรงดึงดูดอันมหาศาลว่า เพราะระบบการทำงานดังกล่าว เกิดจากคลื่นพลังงานจากวัตถุ 80% เกิดจากพลังจิตอีก 20% ทำงานร่วมกัน และพลังงานที่เกิดจากหินรูปพีระมิด ชนิดพิเศษ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเครื่องดึงเมฆ ส่งพลังงานจากโดยรอบแท่งพีระมิด เข้าสู่เส้นแสงพีระมิดพุ่งตรงสู่ยอดพีระมิดขึ้นสู่อวกาศ เนื่องจากพีระมิดทำจากแร่ชนิดหนึ่ง ที่ถูกค้นพบในถ้ำแห่งหนึ่งใน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน (ด้วยสันตติ และญาณทัสสนะ ของพระอาจารย์) ผลงานดังกล่าวได้ดัดแปลงมาจากเครื่องใช้ลดมลพิษในอากาศ ที่เคยคิดค้นเมื่อปี 2548 ใช้ได้กับอาคารบ้านเรือน และในโรงงานภาคอุตสาหกรรม ที่เกิดอากาศเสียเช่นโรงงานสิ่งพิมพ์มีพนักงาน 1,000 คน มีความสุขเพิ่มขึ้น เนื่องจากอากาศเสียจากหมึกพิมพ์ ลดปริมาณลงไปประมาณ 90 % จากเครื่องฟอกอากาศพีระมิด ซึ่งมีหลักการทำงานคล้ายๆกัน ซึ่งตอนนั้นหลังเป็นข่าวออกไป ก็มีฝรั่งมาขอนำไปจดสิทธิบัตร แต่อาตมาไม่ให้ไป เพราะอาตมาไม่ได้ทำในเชิงพาณิชย์ ทำแล้วแจกให้ฟรีๆเท่านั้น

                

เลียนแบบน่ะง่าย แต่ยากจะหวังผล เจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง กล่าวอีกว่า เคยมีนักวิชาการทั้งจากองค์การ นาซ่า สหรัฐอเมริกา และจากประเทศอื่นมาดูจำนวนมาก ร่วมทั้งอดีต รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตรเป็นนายกฯก็มาดูด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาเหล่านั้นก็มาดูก็ดูเฉยๆ เพราะอาตมาก็ชี้แจงว่าอาตมาค้นพบได้โดยวิธีการอย่างนี้ ถึงแม้ว่าจะมีไม่หลักทางวิชาการมารองรับก็ตาม เพราะจะเอาวิชาการมารองรับได้ ต้องทำงานวิจัยต่อไปและนำเผยแพร่ในวาระสาส์นวิทยาศาสตร์ เพราะสิ่งที่อาตมาค้นพบเป็นเพียงเริ่มต้น อาจจะมีคนไม่เชื่อ แต่ก็พร้อมที่ท้าให้มีการพิสูจน์ อย่างที่กำลังช่วยเหลือเกษตรกร ที่ประสบฝนทิ้งช่วงในจังหวัดต่างๆขณะนี้

พระอาจารย์ รัตน์ กล่าวด้วยว่า หากคนอื่นนำมาลอกเลียนแบบ อาจทำได้เหมือนแต่คงไม่สามารถให้เครื่องทำงานเหมือนอาตมาได้ (เนื่องจากมีโปรแกรมทางจิตเข้ามาเกี่ยวข้องถึง 20 % และทราบมาว่าพระอาจารย์สามารถมอนนิเตอร์ ด้วยจิตให้พีระมิดหยุดทำงานได้ทั่วโลกอีกด้วย) ตอนนี้ทางอาตมาก็อยากจะเผยแพร่สิ่งที่ค้นพบ เพื่อช่วยเหลือความทุกข์ของประชาชนในเรื่องฝนแล้ง หากหน่วยงานราชการ หรือว่าสถาบัน องค์กรใดๆต้องการนำไปทำต่อยอด แต่ไม่ใช่ทำเพื่อการค้า ก็สามารถมาคุยกันได้ (เกษตรกร ผู้ใช้ที่ประสบผลดีกับตนเอง คงต้องช่วยกันบอกต่อแก่เพื่อนๆเกษตรกรด้วยกันให้ทั่วประเทศ เป็นกลุ่มๆไปในรัศมี 19 กม.โดยตรง ไม่ต้องรอหวังพึ่งหน่วยงานอื่น...ผู้เขียน)

ขณะที่พระอาจารย์รัตน์ กำลังชี้แจงกำลังผู้สื่อข่าวอยู่นั้นปรากฎว่า ท้องฟ้าเหนือสำนักสงฆ์  เมฆเริ่มทะยอยมาปกคลุม และครึ้มไปหมด หลังจากเปิดเครื่องดึงฝนได้ไม่นาน รับชมวิดีโอการทดลองใช้ที่สนามบินแม่ฮ่องสอน

 

ข่าวอันเป็นมงคลต่อผู้คนทั้งประเทศ แม้งานนี้จะเพิ่งลงพื้นที่แห้งแล้งก็ตาม แต่พระอาจารย์รัตน์ ท่านได้จัดทำมาหลายปีแล้ว แต่เมื่อยังไม่มีผู้เห็นคุณประโยชน์การคิดประดิษฐ์ ท่านก็ยังไม่ดำเนินการเพิ่มเติม  แต่ภัยแล้งของประเทศไทยจะก่อให้เกิดความอดอยากในวงกว้างต่อไป หากไม่มีวิธีช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ที่มีทุกข์หนักในหลายๆด้านอยู่แล้ว ทั้งปุ๋ย น้ำ และโรคแมลงรบกวน เนื่องจากเกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีมากว่า 50 ปี ได้ทำลายความสมดุลของดินและธรรมชาติลงไปเกือบสิ้นเชิง  ถูกผู้ผลิตปุ๋ยเคมีล่อหลอกเอาเงินไปแทบสิ้นเนื้อประดาตัว เกษตรกรส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้รับความรู้ ในการจัดสรรการอาชีพของตนให้สมดุลและกลมกลืนกับธรรมชาติ กลับไปเชื่อภาพหลอกหลอนของปุ๋ยเคมี ที่ไม่รู้ว่าพ่อค้าวางยาเอาไว้อย่างไรบ้าง ซึ่งทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องต่างปิดปากเงียบ ด้วยเม็ดเงินเล็กน้อยอาจเข้าไปอุดปากพวกเขาอยู่  สร้างความหายนะไปทั้งประเทศ

สำหรับเรื่องปุ๋ยก็กำลังช่วยกันแก้อยู่ให้ปลอดสารพิษ ต้นทุนต่ำ ได้ผลผลิตเพิ่ม ซึ่งก็ต้องค่อยๆทำไปแบบดาวกระจาย เนื่องจากพี่น้องเกษตรกรยังไม่ไว้วางใจอะไรง่ายๆ เนื่องจากมีความยึดติดและสับสนในใจอยู่มากมาย ไม่เข้าใจวงจรธรรมชาติของงานเกษตรกรรมแบบธรรมชาติ หรือเลียนแบบธรรมชาติที่ปลอดสารพิษตกค้างใดๆ ก็ยังไม่เชื่ออะไรง่ายๆ  เกรงว่าจะถูกหลอกอีก

ส่วนเรื่องความแห้งแล้ง เกษตรกรที่จะพึ่งพาภาครัฐฯก็เห็นๆอยู่ถึงคราวแล้งจริงๆกรมชลประทานก็หมดท่า น้ำในเขื่อนไม่กี่แห่งหมดน้ำที่จะให้บริการ เพียงแจ้งเกษตรกรว่าไม่มีน้ำเพียงพอจะให้แล้ว ให้เลิกงานเกษตรหันไปปลูกพืชทนแล้งแทน แล้วมันจะได้กินไหมเนี่ย ไม่มีคำตอบจากภาครัฐฯตามเคย

เครื่องเรียกฝนแก้ภัยแล้ง......ติดตั้งที่ จ.มหาสารคาม 2 เครื่อง

มหาสารคาม - พระอาจารย์รัตน์ แห่งวัดดอยเกิ้ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำ “เครื่องเรียกฝน” ติดตั้งที่จังหวัดมหาสารคามแล้ว 2 เครื่อง หวังช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนหนักจากฝนทิ้งช่วง ระบุหลังติดตั้งเกิดฝนตกจริงช่วงเสาร์-อาทิตย์ ชี้ที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จสามารถช่วยเหลือประชาชน ทำให้ฝนตกในหลายจังหวัดภาคเหนือ.....อ่านต่อ

พระครูอนุสนธิ์ประชาทร หรือพระอาจารย์รัตน์ รัตนญาโณ เจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง อำเภอแม่สะเรียง พระเจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะพระภิกษุผู้คิดค้นเครื่องดูดความเย็นจากชั้นบรรยากาศ หรือ “เครื่องเรียกฝน” ได้นำมาติดตั้งไว้ที่ด้านล่างหอประปาหมู่บ้านอุปราช ตั้งอยู่ภายในวัดขุนพรมดำริ ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม เพื่อดึงดูดความชื้นและทำให้ฝนตกเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้กับเครื่องเรียกฝน

ทั้งนี้ จากสภาพอากาศปัจจุบันในจังหวัดมหาสารคาม พบว่า บนท้องฟ้ามีเมฆจำนวนมากแต่ฝนกลับไม่ตก สาเหตุเพราะพื้นดินมีความร้อนสูง พระอาจารย์รัตน์ จึงคิดค้นประดิษฐ์เครื่องทำ ความเย็นจากชั้นบรรยากาศ เป็นการเรียกก้อนเมฆให้มารวมตัวกัน เพื่อให้เกิดฝนตก โดยใช้หลักการลมบก ลมทะเล ดันมวลอากาศร้อนขึ้นสู่ท้องฟ้า และดึงมวลอากาศเย็นลงสู่พื้นดิน ซึ่งเป็นหลักการง่ายๆ ทำให้อากาศโดยรอบเย็นลงทำให้ก้อนเมฆเกิดการรวมตัว แล้วทำให้เกิดฝนตก ซึ่งเป็นผลพลอยได้ ส่วนเครื่องมือใช้พีระมิด บรรจุแร่ธาตุที่พบในถ้ำแถบ จ.แม่ฮ่องสอน เจาะรูที่ด้านข้าง จำนวน 7 แท่ง มาใส่ในชั้นเหล็ก โดยมีการต่อท่อน้ำพันรอบพีระมิด เพื่อให้แรงดันน้ำผ่านตัวพีระมิดตัวแรก แรงดูดจะลงไปสู่พีระมิดตัวล่าง หมุนเท่ากาแล็กซี่ของทางช้าง เผือก วนจากขวาไปซ้าย เครื่องก็จะทำงาน สามารถใช้กับพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานน้ำ...เมื่อคืนวันที่ 1 ก.พ. 2554 พระอาจารย์พบปรากฏการณ์สุริยจักรวาลใหม่

RE: ข่าวจากพระอาจารย์รัตน์ 9.53 PM 1 ก.พ. 2554

พระอาจารย์นั่งสมาธิและพบว่า

ระบบสุริยะได้เปลี่ยนทิศทางการหมุนกลับทิศเป็นซ้ายไปขวาแบบสมบูรณ์แล้ว ผลก็คือ

1. คนที่ไม่เคยชินจะเวียนศีรษะ จะล้ม อาเจียน ความดันจะขึ้น มนุษย์จะต้องหัดหมุนซ้ายไปขวาตาม เพื่อให้สุขภาพดี

2. ผลคือน้ำทะเลจะกระแทกฝั่ง ลาวาจะเปลี่ยนทิศทางการหมุน และปะทุขึ้นเป็นที่ๆ เป็นอันตรายมากๆ

เส้นแรงแม่เหล็กจะพุ่งลงเรื่อยๆ ลองคิดดูว่าจะมีผลตามมาเพียงใด

ทั้งนี้ เหมือนกับ crop circle อันใหม่นี้ที่เขามาเตือนว่าโลกได้เปลี่ยนทิศทางการหมุนแล้


วิธีการพันท่อน้ำ จึงควรพันกลับทิศทางตามลักษณะการหมุนของโลก
โดยหากเครื่องทำงานตลอดเวลารัศมีการทำความเย็นบนชั้นบรรยากาศจะแผ่ไปไกลราว 20-30 กิโลเมตร คลุมพื้นที่ได้ 7580,000 ไร-1,700,000 ไร่ ที่ผ่านมาได้นำไปติดตั้งแล้ว 12 เครื่อง ในพื้นที่ภาคเหนือทำให้ เกิดฝนตกเป็นที่น่าพอใจ จึงได้ประกอบเครื่องเรียกฝนจำนวน 5 เครื่อง เพื่อนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งชาวบ้านได้ร้องขอมา ให้นำเครื่องไปช่วยเหลือ และที่จังหวัดมหาสารคามติดตั้งไว้แล้ว 2 เครื่อง

ผู้สื่อข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ติดตั้งเครื่องทำความเย็นจากชั้นบรรยากาศ หรือ เครื่องเรียกน้ำฝนแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ 18 มิ.ย. 2552 พบว่า ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกที่บริเวณดังกล่าวในช่วงเย็นของทั้งสองวัน

ทราบจากพระอาจารย์ เมื่อ 29 ม.ค. 2554 ว่า โครงการชาวเขา ในความอุปถัมป์ของสมเด็จพระราชินีนาถ 12 แห่ง พระอาจารย์ได้บริจาคเครื่องเรียกฝน ไปติดตั้งไว้ใช้ ทำให้ชาวเขา ได้รับความชุ่มเย็น และผลิตพืชผลทางการเกษตรได้ตลอดทั้งปี

http://thairecent.com/Local/2010/667256/

คราวนี้โอกาสการแก้ปัญหาน้ำด้วยตัวเกษตรกรเอง รวมกันเป็นกลุ่มๆ ในรัศมี 19 กิโลเมตร  รวมหัวกันคิดหาวิธี แล้วพากันไปศึกษาชมงานเพื่อนเกษตรกรที่หูไวตาไว และเชื่อถือศรัทธาพระอาจารย์รัตน์ และยังได้เครื่องดูดเมฆไปใช้ฟรีอีกด้วย เริ่มกันที่มหาสารคาม อุดรธานี บุรีรัมย์ ก่อน ในกรณีนี้ไม่ต้องรอเครื่องฟรีก็ได้ รวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ ซึ่งพระอาจารย์รัตน์ก็บอกแล้วเครื่องหนึ่งประมาณ 10,000 บาท เท่านั้น ยังไม่รวมค่าขนส่ง และค่าไฟฟ้า สำหรับเครื่องปั๊มน้ำ ซึ่งก็ไม่มากมายอะไร เกษตรกรงดเหล้าบุหรี่เสียหน่อย แล้วนำเงินมารวมกันเสียค่าไฟฟ้า  ไม่ต้องให้ฝนตกมาก แค่ให้ความชื้นในดินมีอยู่สัก 20 % ก็พอแก่การเจริญเติบโตของพืชแล้ว ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเกินความจำเป็น

พื้นที่แห้งแล้งกว่า 80 % ทั่วประเทศ กำลังรอคอยติดตั้งเครื่องเรียกฝนโดยด่วน ใช้หน้าแล้ง 2554 นี้ 

 เตรียมตัวจัดหาเอาไว้ล่วงหน้า แล้งเมื่อไรก็มีใช้ได้ตลอดปี  โดยเฉพาะ ปี 2554 จะเกิดฝนทิ้งช่วงยาว ทวีความรุนแรงกว่าปีที่แล้ว และหลังจากนั้นน้ำยังมีโอกาสท่วมอีก 57 จังหวัดรุนแรงกว่าเก่าอีกด้วย เกษตรกรจึงต้องเตรียมการเพาะปลูกเก็บเกี่ยวให้เสร็จก่อนที่น้ำจะท่วมใหญ่ หลีกเลี่ยงความเสียหาย เช่นปี 2553 เพียงอีก 2-3 สัปดาห์ก็จะเก็บเกี่ยวก็ไม่ทันน้ำมาเสียแล้ว เป็นที่น่าเสียดายยิ่ง

พื้นที่ทำการเกษตรทั่วประเทศจำนวนมหาศาล ถูกทิ้งร้างในหน้าแล้ง และหน้าหนาว เนื่องจากขาดน้ำ หากเกษตรกรมีน้ำราคาถูกจากฟ้าใช้ตามต้องการ ปลูกพืชผักราคาแพงที่ตลาดต้องการในหน้าแล้งและหน้าหนาว ด้วยระบบ เอ็นฟังก์ชั่น ที่ช่วยให้หน่อไม้ฝรั่งเจริญเติบโตดีในหน้าหนาว มีสินค้าส่งออกไปญี่ปุ่นได้ตามปรกติ หรือปลูกถั่วฝักยาวราคาดีขายในหน้าหนาว หรือชาวสวนมะนาวที่ จ.เพชรบุรี ผลิตมะนาวขายตอนเดือน เม.ย. ลูกละ 10-15 บาท แทนที่จะผลิตตามๆกัน เหลือลูกละ 25 สตางค์  เป็นต้น

ในเรื่องเหล่านี้ เอ็นฟังก์ชั่น ช่วยมาแล้วทั้งนั้น ได้ทานอาหารอินทรีย์ ตามที่ผู้บริโภคเรียกหาทั่วโลก   ซึ่งองค์การอาหารโลกให้การรับรอง และจะนำไปเผยแพร่ให้ประเทศสมาชิกทั่วโลก ใช้ผลิตอาหารอินทรีย์  และเมื่อเกษตรกรได้เติมเต็มด้วย เครื่องเรียกฝน มีน้ำจากฟ้าราคาถูกใช้ ช่วงเวลาที่เป็นเงินเป็นทองในหน้าแล้ง และหน้าหนาว ก็จะใช้สร้างรายได้อย่างพอเพียง ได้ทั่วประเทศ ส่วนที่เหลือแปรรูปแล้วส่งออก เพิ่มมูลค่าสินค้า ที่เพื่อนชาวดาวอังคาร ได้แนะนำจุดแข็งของประเทศไทยเอาไว้ ก็จะสร้างดุลการค้าได้ไม่ยาก และไม่หลงทางตามระบบทุนนิยมไปกับเขา จนพากันลงเหวลึก

เจ้าของสวนปาล์ม ที่เริ่มปลูกใหม่ หรือต้นแก่สูงเป็นสิบเมตรก็ตาม ฉีดพ่นเอ็นฟังก์ชั่น เดือนละครั้ง ปาล์มตัวผู้ได้รับ ครบ 3 ครั้งก็จะเริ่มออกจั่นแล้วติดลูก ทุกๆทางวนเป็นก้นหอย เก็บผลผลิตได้ทุกเดือนตลอดทั้งปี  สวนยาง ไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง เอ็นฟังก์ชั่น ช่วยมาแล้วทั้งนั้น  ลึกๆแล้ว เอ็นฟังก์ชั่น 1 ชุด ซื้อ 1 แถม 4 อย่างทำงานอย่างไร

back up data  http://www.thairath.co.th/content/region/89823

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share