ตำนานชีวิตพิชิตมะเร็งร้ายของอดีตพยาบาลวิชาชีพ7
 
http://ainews1.com/article340.html
Bookmark and Share
พี่แอร์ ผู้หญิงแกร่งฝ่าวิกฤตพิชิตมะเร็งร้าย
(มะเร็งมดลูก ระยะที่ 3 ลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง) 
     วันที่ 14 ส.ค. 2551 ดิฉันได้ไปตรวจสุขภาพประจำปี ผลตรวจเลือด CA 125 มีค่า = 37 พยาบาลแนะนำไปพบสูตินรีเวช และได้ไปตรวจที่กุลพัฒน์การแพทย์ ได้ตรวจภายใน อุลตราซาวด์ มดลูกและรังไข่ ไปตรวจที่แพทย์มะเร็งสตรีเฉพาะทางอีกครั้งหนึ่งเพื่อความสบายใจ ผลตรวจภายในและเลือดก็ปกติ หลังจากนั้นต่อมา เมื่อวัน 12 เม.ย. 2552 เริ่มมีอาการเลือดออกกระปริดกระปรอย และพบแพทย์ อีกครั้งหนึ่ง การตรวจคือดูดเซลล์จากมดลูก เอาไปตรวจ และให้ไปทำ Mammogram (ตรวจเต้านม)
ผลตรวจ : เต้านมมีก้อน แพทย์จึงนัดผ่าตัดออก วันที่ 28 เม.ย. 2552 ก้อนเนื้อผลปกติ
     แต่ผลการตรวจเซลล์จากมดลูกปรากฏว่าผิดปกติเป็นมะเร็ง ในวันนั้น ดิฉันขับรถไปพบคุณหมอเอง ก็ตั้งสติขับรถกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย ได้บอกกลับสามี และลูกให้รู้ว่าเป็นมะเร็ง ขณะนั้นได้แต่ร้องให้ น้ำตาไหล และคิดว่าทำไมต้องมาเกิดขึ้นกับตัวเรา เป็นโรคที่เขาไม่ค่อยเป็นกัน และจะต้องให้เคมีบำบัดทำให้ผมร่วง เหมือนคนไข้ที่เราเคยเห็นกัน มันเป็นสัจธรรมที่หลีกหนีความจริงไม่พ้น เราต้องยอมรับความเป็นจริงนี้
Fighting cancer together
     แผนการรักษาของแพทย์ คือ ผ่าตัดเอารังไข่ มดลูกออกทั้งยวง แถมยังเลาะเอาต่อมน้ำเหลืองออก ฉายแสง ใส่แร่ และให้เคมีบำบัด ณ เวลานั้น ดิฉันไม่มีทางเลือกในการรักษาใดๆ จึงต้องรับการรักษาตามที่แพทย์บอกทุกอย่าง คนทั่วไปส่วนใหญ่ เป็นแล้วก็ต้องตายในไม่ช้า หรือกลับเป็นซ้ำอีก
     วันที่ 11 พ.ค. 2552 แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเอามดลูกและรังไข่ออกหมดทั้งยวง และเลาะเอาต่อมน้ำเหลืองออก 20 ต่อม ผลการตรวจชิ้นเนื้อปรากฏว่ามีต่อมน้ำเหลือง 1 ต่อม ขนาด 5 mm บังเอิญเป็นเชื้อที่ไม่รุนแรง แต่ส่วนของมดลูกเป็นเชื้อที่รุนแรง ดิฉันอยู่ รพ.ได้ 6 วัน แพทย์ให้กลับบ้านได้ และจะมีปัญหาผลข้างเคียงของการผ่าตัด คือโรคกระเพาะอาหาร ปวดแผลผ่าตัด ท้องอืด กินข้าวได้น้อย น้ำหนักลดลงเหลือ 38 กก. มีการหดรัดเกร็งของกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย ดิฉันจึงต้องไปคลินิกอาทิตย์เว้นอาทิตย์ เสียเงินครั้งละ 500 บาท
     ใน ช่วงที่กำลังพักฟื้นนี้ก็ คิดถึงแต่อดีตที่เราสามคนพ่อแม่ลูก มีความอบอุ่น มีความสุขไปเที่ยวด้วยกัน ไปออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้เก็บมาคิดว่า มันจะมีวันนี้อีกต่อไปอีกหรือไม่ ดิฉันคิดแล้วน่าใจหาย จิตใจ หดหู่ ท้อแท้ เศร้า หมดหวัง ถ้าในวันหนึ่งวันใดเราต้องจากโลกนี้ไป แต่ดิฉันคิดว่า เราจะต้องสู้กับโรคร้ายนี้ให้ได้ เราต้องเข้มแข็งอดทนไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามแต่ ดิฉันยังไม่อยากตาย อยากจะเห็นความสำเร็จของลูก อยากให้ความสุขและใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขให้ตราบนานเท่านานเท่าที่จะนานได้ รักและห่วงใยทุกๆคนในครอบครัวและเพื่อนๆหรือใครก็ตามแต่ที่เป็นคนดี
     วันที่ 9 มิ.ย. 2552 เป็นวันที่เริ่มให้คีโมเข็มแรก กว่าพยาบาลจะให้ยาได้ต้องถูกแทงหาเส้นเลือด 10 ครั้ง อ้างว่าหาเส้นไม่เจอ พอได้แล้วยาเข้าเส้นเลือดไม่ถึงนาที มีอาการหน้าแดงกล่ำ หัวใจเต้นเร็ว ชัพจรเต้นเร็ว ความดันลด หมอต้องรีบหยุดยา ให้ยาแก้แพ้ และเริ่มให้ต่อได้ หลังให้ยามีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ทานข้าวได้น้อย ไม่อาเจียน ขมปาก วันที่ 2 ผมเริ่มร่วง ปวดระบมตามตัว หลัง บั้นเอว ชาบริเวณปลายมือปลายเท้า เจ็บแสบคัน ลิ้นเป็นฝ้าขาว ท้องตึง และยังมีปัญหาการขับถ่าย ท้องผูกอีก ต่อมากลายเป็นริดสีดวงทวาร เจ็บปวดก้น มีเลือดออกขณะถ่าย
วัน ที่ 30 มิ.ย. 2552 ให้เคโมเข็มที่ 2 ผมเริ่มร่วงเป็นกระจุกๆเหลือผมเป็นหย่อมๆ จิตใจไม่ค่อยดี ต้องสูญเสียภาพลักษณ์ จึงได้ตัดสินใจไปโกนผมออกให้หมดเกลี้ยง อาการผลข้างเคียงยังเหมือนเดิม และคิดที่จะทำพินัยกรรมไว้ให้ลูก เพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อไปในอนาคต
     วัน ที่ 20 ก.ค. 2552 แพทย์นัด ฉายแสง ต้องทำทั้งหมด 25 ครั้ง และใส่แร่ 2 ครั้งและแล้วมันก็มีผลข้างเคียงอีก ขมปาก เบื่ออาหาร ลิ้นเป็นฝ้า น้ำหนักลด พอยังมีแรงอยู่ แต่ไม่เต็มร้อย แต่ที่ทรมาน เจ็บปวดที่สุด คือ ริดสีดวงทวาร เวลาถ่ายจะเจ็บปวดมากมีเลือดไหลออกมา จนต้องร้องครวญคราง เวลานั่งจะต้องใช้ห่วงยางรองนั่ง ผิวหนังบริเวณก้นจะไหม้ ดำเกรียม ก้นแฉะอักเสบ ต้องใช้พัดลมเป่า ให้แห้ง ก่อนนอนจะต้องทายา กินยา และเหน็บยาบริเวณก้น บางครั้งทำให้รู้สึก ท้อแท้ หมดหวัง ไม่รู้ว่าจะพ้นผ่านภาวะวิกฤต นี้อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ ในระหว่างการฉายแสงใส่แร่นี้ทำให้ผมเริ่มขึ้นดำเต็มศีรษะ แต่ยังมีแผนการรักษาอยู่ข้างหน้าอีกคือ
     ในวันที่ 14 ก.ย. 2552 เริ่มให้คีโมเข็มที่ 3
     ในวันที่ 19 ต.ค. 2552 เริ่มให้คีโมเข็มที่ 4
     ในวันที่ 14 พ.ย. 2552 เริ่มให้คีโมเข็มที่ 5
     ในระหว่างที่ทำการรักษาด้วยคีโมก็จะมีผลข้างเคียงเหมือนเดิม แถมยังเพิ่มบริเวณใบหน้า คล้ำ เป็นผ้า สิวขึ้น และมีคลื่นไส้อาเจียน เจ็บคอ มีอาการกรดไหลย้อน เข้าออก คลินิก เป็นระยะๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่าน 5 – 6 เดือน ก็ได้รับกำลังใจ จากสามี และครอบครัว
     จน กระทั่ง วันที่ 12 ธ.ค. 2552 ได้ให้คีโมเข้มที่ 6 และเป็นวันที่ซึ่งคุณหมอแกนได้ไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พี่สาวของดิฉันได้ไปฟังการบรรยายของคุณหมอ และกลับมาเล่ารายละเอียดให้ฟัง ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากในการที่หายขาดจากโรคแบบยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งยา ในขณะนั้น ดิฉันมีความคิดว่าอยากให้ล้างพิษของสารเคมีออกให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้เพื่อจะได้ไม่ทนทุกข์ทรมานนาน วันที่ 13 ธ.ค. 2552 ออกจาก รพ. ก็ไปที่ร้านไปจัดการซื้อของให้ครบ และเริ่มดื่ม Detox วัน ที่ 14 ธ.ค. 2552 ดื่มวันแรกไม่มีปัญหา รสชาติดี แต่ปรากฏต้องหยุดยานอนหลับจาก รพ. มีใจสั่น หัวใจ เต้นแรง ตามันแข็ง ไม่หลับ 2 วัน 2 คืน ร่างกายซูบผอมลง ทรุดโทรมมากเข้าสู่คืนที่ 3 ก็เลยตัดสินใจกินยานอนหลับ 1 เม็ด เพราะได้ยานอนหลับติดต่อกันมา 7 เดือน ในระหว่างนี้ก็มีคนที่เคยทำงานเก่าโทรมาหา อยากให้ไปพบคุณหมอแกน และให้เบอร์โทรของคุณนวย และเฮียเซียให้ ท่านทั้ง 2 ให้ข้อมูลและให้แนะนำเป็นอย่างดียิ่ง คำพูดของคุณนวยถามดิฉันว่า “บ้านพี่อยู่ที่ไหน” ดิฉันตอบว่า “แถวท่าแพ” คุณนวยบอกว่า “พี่อยู่เชียงใหม่ พี่มีโอกาสกว่าคนอื่นตั้งเยอะ คนอื่นเขาอยู่ต่างจังหวัด เขายังมาหาหมอแกนเลย” คำพูดของคุณนวยทำให้ดิฉันได้ตัดสินไปพบคุณหมอแกนที่ศูนย์ โพเพทัส แถวสันติธรรม
     ในวันที่ 17 ธ.ค. 2552 ได้ไปฟังการบรรยายของคุณหมอ และฝึกกระตุ้นคลื่นเซลล์ และรับพลังจากคุณหมอ และคุณหมอบอกว่า “หายแน่นอน” ดีใจมากๆเลย ครั้งแรกอาจจะไม่ถูกต้อง ต้องตั้งใจฝึกฝนอยู่เสมอ ทำไปเรื่อยๆ หลังจาก วันที่ 17 ธ.ค. 2552 Detox อย่าง จริงจัง และเข้าสู่ทฤษฎี โพเพทัส และระหว่างนี้จะมีปัญหาการนอนไม่หลับเป็นอย่างมาก ขอบตาคล้ำ ไม่สดชื่น ระยะเวลา 3 สัปดาห์จะนอนหลับได้วันละ ½ - 1 ชม
     ดิฉันจะโทรศัพท์ ปรึกษาคุณหมอตลอด และได้รับพลังกระตุ้น คุณหมอบอกว่าต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา เพราะว่าดิฉันได้ผ่าตัดเอามดลูกและรังไข่ออกทั้งยวง จะมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนทำให้นอนไม่หลับ จากการใช้ยานอนหลับประมาณ 7 เดือน มีผลต่อสมอง ระบบประสาท ดิฉันนับว่าโชคดีและเป็นบุญอย่างมากที่ได้มาพบคุณหมอแกน
     ดิฉันและสามีได้มีโอกาสไปพบคุณหมอที่ อพาร์ตเมนท์ ซึ่งคุณหมอนัดไว้ คุณหมอบอกว่าต้องใช้ระยะเวลาในการปรับฮอร์โมนให้สมดุล และคุณหมอก็บอกว่า “โชค ดีที่ได้มาเจอผม ไม่อย่างนั้นพี่จะมีอายุสั้นมะเร็งมันจะลุกลามไปที่ไขสันหลัง และขึ้นที่สมอง และพูดคุยกับสามีของดิฉันว่า คนข้างกายสำคัญที่สุดที่จะต้องเข้าใจ ให้กำลังใจ และดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยที่เอามดลูก รังไข่ออก จะมีผลต่อภาวะจิตใจและอารมณ์ ปัญหาการนอนไม่หลับอีก แต่หายแน่นอน”
ดื่ม Detox พอเริ่มครบ 1 เดือนอาการนอนหลับก็เริ่มหลับได้ดีขึ้น เริ่มมีแรงมากขึ้น  ดีใจมากๆ ที่หายใจ เข้า-ออกได้ยาว และถูกต้อง มีความสุข และเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ จะต้องต่อสู้ และมีความเพียรพยายามต่อไป โดยมีคุณหมอเป็นผู้ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาให้กำลังใจ ในระหว่างนี้
    
วันที่ 27 ธ.ค. 2552 อยู่ๆก็มีเลือดออกจากช่องคลอดคล้ายประจำเดือนที่ออกมาไม่มาก แต่ต้องใส่ผ้าอนามัย ก็มีความวิตกกังวลอย่างมากกลัวเป็นโน้นเป็นนี้ แต่ไม่ไปหาหมอที่ รพ. อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ตั้งใจฝึกกระตุ้นคลื่นเซลล์และดื่ม Detox อย่างเคร่งครัด
     วันที่ 18 ม.ค. 2553 รายงานอาการให้คุณหมอแกนทราบครบการรักษาได้ 1 เดือน ดิฉันเริ่มขับรถไปเองได้โดยไม่ต้องให้สามีไปส่ง และทำกับข้าวได้ เริ่มช่วยทำงานธุรกิจเล็กๆที่บ้านได้ คุณหมอบอกว่า อาการดีขึ้นเยอะ ที่เห็นชัด คือ ผิวพรรณดีขึ้น หน้าตาสดใสขึ้น และคุณหมอบอกว่า ให้สู้ต่อไป ซิ ครับ แต่ละวันก็ได้รับความเมตตากรุณาจากคุณหมอรับพลังจากโทรศัพท์ และดื่มน้ำพลังจิตและดื่มน้ำ Detox และนั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์ โดยทำอย่างสบายๆ ไม่เครียด ไม่มีเงื่อนไข
     วัน ที่ 28 ม.ค. 2553 เริ่มมีเลือดสีจางลงและหยุดไหลออกที่ช่องคลอดในที่สุดดีใจมากเป็นที่สุด และยิ่งมีความมั่นใจในตัวเอง และคุณหมอเพิ่มเรื่อยๆ มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่เกิดกับตัวดิฉันเอง และยังมีหลายๆโรคที่มีอยู่ในร่างกายเริ่มทุเลาลงและดีขั้นเป็นลำดับ
     วันที่ 4 ก.พ. 2553 ดิฉันโทรศัพท์ปรึกษาคุณหมอ ก่อนเข้ารับการรักษาใน รพ.ก่อนผ่าตัดมีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อขากรรไกรด้านซ้ายอักเสบ และฟันกรามล่างซ้ายเวลาเคี้ยวอาหารจะเจ็บตอนกลางคืนต้องใส่ spinter ไว้ (คล้ายฟันปลอมครอบไว้ฟันหน้าบน) คุณหมอแกนแนะนำให้นั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์ รับพลังจากคุณหมอ ไม่ต้องไปรพ. แล้ว ในระหว่างนี้จะมีอาการเจ็บบริเวณใต้ราวนมข้างซ้ายคลำพบก้อนประมาณ 1 เซนติเมตรและ ดิฉันโชดดีมากที่คุณหมออยู่ที่ศูนย์เขียงใหม่พอดี มีโอกาสได้รับพลังกระตุ้นจากคุณหมอโดยตรงทุกวัน อาการเจ็บปวด ก้อนที่เต้านมหายไปภายใน 4 วัน ทำให้รู้สึกสบายใจกับการเจ็บป่วยที่หายไปที่ละโรคดีขึ้นเป็นลำดับ มีสุขภาพแข็งแรง ไม่อ่อนเพลีย สดชื่นแจ่มใส ถึงแม้น้ำหนักลดลงเหลือ 35 kgs และมีความภาคภูมิใจ เป็นสุขมากที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือคุณครูของลูกชาย ซึ่งดิฉันช่วยเป็นแม่งานในการจัดงานแต่งงานของเขาทั้ง 2 ได้เป็นอย่างดี ทั้งๆที่ดิฉันอยู่ในระหว่างการพักพื้นจากการให้คีโม และอยู่ในช่วงรักษาของคุณหมอแกน เข้าสู่ทฤษฎีโพเพทัส ดื่ม Detox ไปด้วยแต่สามารถช่วยจัดงานอย่างมีความสุขโดยไม่เหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียเลย
       ดิฉันยังได้มีโอกาสแนะนำ บุคคลอื่นที่เราไม่รู้จักเขาป่วยเป็นโรคมะเร็งและทำให้เขาได้มีโอกาสมาพบคุณ หมอแกนที่ศูนย์เชียงใหม่ และมีความสุขที่ได้รับการรักษาของคุณหมออย่างไม่มีปัญหา พร้อมทั้งยังไม่ต้องไปรับการรักษา โดยการผ่าตัด และให้คีโมอีก
     ใน ระยะเวลาการรักษาดิฉันจะมีหลายโรคในร่างกาย จึงมีความพยายามตั้งใจที่จะนั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์อย่างเคร่งครัด พยายามนั่งให้ได้ทุก 3 ชม.และรับประทานอาหารตามทฤษฎี คำพูดเกี่ยวกับโรคในตอนแรกที่จะเริ่มหายใจก็มีส่วนสำคัญเป็นที่สุดในการสั่ง ไมโครชิพให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังตัวอย่างที่ดิฉันได้พูด เช่น
        ถ้ามีปัญหาเรื่อง มีเลือดออกหรือของเหลวออกจากช่องคลอด
จะพูดว่า – ให้ของเหลวหรือเลือดหยุดไหลที่ช่องคลอดและรักษาสมานแผลให้หายเป็นปกติ
       ถ้ามีปัญหาเรื่อง หน้าท้องและหัวเหน่าบวมจากการผ่าตัด เลาะต่อมน้ำเหลือง
จะพูดว่า – ให้หน้าท้องและหัวเหน่ายุบเรียบแบนเป็นปกติ 
       ถ้าปัญหาเรื่อง มีก้อนบริเวณเต้านมข้างซ้ายเจ็บ
จะพูดว่า – ให้เต้านมบริเวณข้างซ้าย ไม่มีก้อนเนื้อ ไม่เจ็บ ไม่อักเสบหายเป็นปกติ
       ถ้ามีปัญหาเรื่อง ภาวะพร่องของฮอร์โมนจากการตัดมดลูกและรังไข่ออกทำให้มีปัญหาการนอนไม่หลับ
จะพูดว่า – ให้ปรับระดับรักษาฮอร์โมนให้กลับมาเป็นปกติ 
       ถ้ามีปัญหาเรื่อง ชาบริเวณมือและเท้าทั้งสองข้าง จากการให้เคมีบำบัด
จะพูดว่า – ให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณมือและเท้า 2 ข้างให้ทำงานเป็นปกติ
       ถ้ามีปัญหาเรื่อง ริดสีดวงทวาร
จะพูดว่า – ให้ทวารหนักและลำไส้กลับมาทำงานเป็นปกติ
     ข้อความเหล่านี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกับตัวดิฉัน
ตลอด ระยะเวลา 3 เดือนในการรักษากับคุณหมอแกน อาการของดิฉัน ดีขึ้นเป็นลำดับ โรคที่กล่าวมาข้างต้นทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉาะหน้าตาสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เนียน เปลี่ยนเป็นคนละคน มันเปลี่ยนชีวิตใหม่ เปลี่ยน เป็นคนใหม่ จริงๆค่ะ มีจิตใจที่เข้มแข้ง ช่วยเหลือตัวเองได้ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตดังเดิม และดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ มันควบคุม อารมณ์ ความคิด นิสัยของเราจริงๆค่ะ
เมนูอาหารในทฤษฎีโพเพทัส ที่ดิฉันจะขอแนะนำ เผื่อเป็นอีกเมนูของเราชาวโพเพทัสค่ะ
1.เกี๊ยวทอด (ใส่ปลา,ไก่)
2.เกี๊ยวทอดผัดไทย
3.ผัดไทยไร้เส้น บล็อกโคลี่
4.ปอเปี๊ยะสด,ทอด (ใส่ปลา,ไก่,พริกหวานแดง,หัวหอม,มะเขือเทศ)
5.ผัดปลาคื่นฉ่าย
6.ปลาผัดขิง
7.ปลาผัดผงกะหรี่
8.เกี๊ยวน้ำ (ปลา,ไก่) + บล็อกโคลี่
9.ไข่น้ำ,ไข่ตุ๋น,ไข่เจียว,ไข่ดาว,ไข่พะโล้,ไข่ยัดไส้ (หอมหัวใหญ่,มะเขือ     เทศ,แครอท)
10.ผัดผักรวม (หอมหัวใหญ่,พริกหวาน,มะเขือเทศ,หน่อไม้ฝรั่ง,บล๊อคคอลี่)
11.นึ่งปลาใส่พริกหวานแดง – ขิง
12.ต้มปลาทูสด,ปลาแซลมอล,ปลากะพงขาว
13.ยำปลาทู และปลาทะเลอื่นๆ ใส่คื่นฉ่ายฝรั่ง,หอมหัวใหญ่
14.พิซซ่า ข้าวโอ๊ต
15.แกงเขียวหวานไก่ใส่มะเขือม่วง
16.ต้มข่าไก่
17.แกงส้มปลาใส่บล็อกโคลี่,แครอท
18.สลัด
19.เกาเหลาปลาใส่บล็อกคอลี่
20.ผัดไทยมะละกอ
21.ผัดกระเพราไก่
22.ต้มมะระ
23.ผัดมะเขือ,ตำมะเขือ
24.ผัดเผ็ดปลาใส่มะเขือ
25.ผัดมะระใส่ไข่
26.น้ำพริกปลา จิ้มผัก
ตารางการเปรียบเทียบผลการตรวจเลือด CA 125 (มะเร็งรังไข่) ค่าปกติ (0-35 u/mL)

วัน เดือน ปี
การรักษา
ค่า CA 125
14 ส.ค. 2551
30 เม.ย. 2552
11 พ.ค. 2552
8 มิ.ย. 2552
30 มิ.ย. 2552
20 ก.ค. 2552
28 ก.ย. 2552
19 ต.ค. 2552
14 พ.ย. 2552
12 ธ.ค. 2552
14 ธ.ค. 2552
2 ม.ค. 2553
1 เม.ย. 2553
ไปตรวจสุขภาพประจำปี
ก่อนผ่าตัด
ผ่าตัด
เคมีบำบัด เข็มที่ 1
เคมีบำบัด เข็มที่ 2
ฉายแสงและใส่แร่ (2 เดือน)
เคมีบำบัด เข็มที่ 3
เคมีบำบัด เข็มที่ 4
เคมีบำบัด เข็มที่ 5
เคมีบำบัด เข็มที่ 6 (ค่าเพิ่มขึ้น)
เริ่มปฏิบัติทฤษฎีโพเพทัส ดื่มน้ำ Detox และนั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์
ระยะเวลา  3  เดือน ปฏิบัติเคร่งครัด
 หลังจากเข้าสู่การรักษาด้วยโพเพทัสมาแล้ว 3 เดือน
37
29.30
-
15.46
11.54
10.7
9.42
8.7
7.4
9.0
 
6.9
0.6

 จากตารางเปรียบเทียบ ค่า CA 125 ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ที่ดื่มDetox และการนั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์ แสดงว่าระบบของร่างกายถูกรักษาทั้งระบบและมีการตอบสนอง ร่างกายได้รับการฟื้นฟูและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
เคมีบำบัด คือ การรักษาโรคมะเร็งด้วยยา ซึ่งผลิตโดยการสังเคราะห์ทางเคมีเป็นยา มีคุณสมบัติฆ่าเซลล์มะเร็ง หรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง  ยาเคมีบำบัดบางชนิดได้มาจากพืช หรือมีคุณสมบัติทางชีวเคมี เช่นเดียวกับที่มีในพืชสมุนไพรแต่นำมาสังเคราะห์เพื่อให้ได้ปริมาณมากพอที่จะใช้รักษาโรคมะเร็งให้หายได้

การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ส่วนใหญ่มักเป็นการฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ แต่มีวิธีการรักษาได้ทั้งยารับประทาน  ยาฉีดเข้าหลอดเลือดแดง  ยาฉีดเข้าทางน้ำไขสันหลัง ยาฉีดเข้าช่องท้อง หรือ ช่องปอด หรือช่องหรือโพรงต่างๆในร่างกาย และที่กำลังอยู่ในการศึกษา คือการฉีดยาเข้าก้อนมะเร็งโดยตรง ยาเคมีบำบัดยังถูกใช้เป็นการรักษาร่วมกับการผ่าตัด การฉายรังสี การใส่แร่ ขึ้นอยู่กับชนิด และระยะของโรคมะเร็ง
 โดยทั่วไป ผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด ทุกชนิดจะคล้ายกัน ผลข้างเคียงที่พบเกิดได้บ่อย ได้แก่
  • ผมร่วง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • การเจ็บใน ปาก คอ จากการมีเยื่อบุช่องปาก/คอ อักเสบจากตัวยาเคมีบำบัด
  • ท้องเสีย  จากการมีเยื่อบุลำไส้อักเสบ จากตัวยาเคมีบำบัด
  • อึดอัดในท้อง จากการเคลื่อนไหวของลำไส้ผิดปรกติจากตัวยาเคมีบำบัด
  • อาการทางผิวหนัง หรือ เล็บ มีสีคล้ำ ยาบางชนิดทำให้เกิดผื่น หรือ ผิวหนังเป็นแผล พอง
  • ชา ตามนิ้วมือ/เท้า
  • เบื่ออาหาร เหนื่อยล้า
  • การกดไขกระดูก มีเม็ดเลือดขาวต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย  อาการซีดจากเม็ดเลือดแดงต่ำ  และการมีเลือดออกได้ง่ายจากเกล็ดเลือดต่ำ
     การฉายรังสี หรือ เรียกโดยคนทั่วไปว่า  ฉายแสง  คือ การรักษาโรคโดยการฉายรังสีในบริเวณที่เป็นโรค หรือเรียกว่า รอยโรค อาจฉายครอบคลุมไปถึงต่อมน้ำเหลืองที่อาจมีโรคลุกลามด้วย ทั้งนี้ขึ้นกับ ระยะของโรคมะเร็ง ชนิดของโรคมะเร็ง และ สุขภาพผู้ป่วย
การฉายรังสี โดยเครื่องฉายรังสีซึ่งมีหลายประเภท เป็นเครื่องคล้ายเครื่องตรวจทางเอ็กซเรย์ แต่มีขนาดใหญ่กว่า  การรักษา โดยผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียง มีหัวเครื่องฉายอยู่ด้านบน ห่างจากตัวผู้ป่วย ประมาณ 60-70 ซม. หัวเครื่องฉาย ถ้าปิดเครื่องจะไม่มีรังสีออกมา  หัว เครื่องฉายจะหมุนได้รอบตัวผู้ป่วย สามารถฉายรังสีให้กับผู้ป่วยได้ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง โดยผู้ป่วยไม่ต้องขยับตัวเปลี่ยนท่านอนระหว่างได้รับการฉายรังสี
การควบคุมเครื่องฉายรังสี การจัดท่าผู้ป่วย และการให้การรักษาด้วยการฉายรังสี  อยู่ในการควบคุมดูแลโดยนักรังสีเทคนิค/นักรังสีการแพทย์ (ไม่ใช่จากแพทย์)  ซึ่งได้รับการเรียน การสอน การอบรม ฝึกงานด้านการฉายรังสี  ซึ่งจะจัดท่าผู้ป่วย เทคนิค ปริมาณรังสี ตรงกับในการวางแผนจากเครื่องจำลองภาพ และจากนักฟิสิกส์การแพทย์
โดยทั่วไป จะฉายรังสี วันละ 1 ครั้ง  5 ครั้งต่อสัปดาห์ หยุดพัก 2 วัน แล้วเริ่มต้นใหม่  เวียนไปจนครบได้ปริมาณรังสีตามแพทย์กำหนด  แต่ตารางการฉายรังสีอาจเปลี่ยนแปลงได้  ทั้งนี้ขึ้นกับแพทย์กำหนด
การ ฉายรังสีมักให้การรักษาผู้ป่วยเป็นผู้ป่วยนอก เมื่อฉายรังสีเสร็จ ผู้ป่วยกลับบ้านได้ ทำงานต่อได้ และกลับมารับการรักษาใหม่ในวันรุ่งขึ้น หรือตามตารางการรักษาที่แพทย์กำหนด
ผลข้างเคียง แทรกซ้อนระหว่างการรักษา คือ  อาการทั่วๆไป  เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอาการเฉพาะที่ตรงอวัยวะที่ได้รังสี เป็นอาการจากการอักเสบของอวัยวะส่วนนั้น  เช่น ถ้าฉายที่ช่องปาก เยื่อบุช่องปากจะอักเสบ เกิดอาการเจ็บในช่องปาก หรือ ฉายที่ปอด จะเกิดการอักเสบของปอดส่วนนั้น เกิดอาการไอ เป็นต้น
ผลข้างเคียง แทรกซ้อน ระยะยาว คือ การอักเสบเรื้อรังของอวัยวะ เนื้อเยื่อที่ได้รังสี เช่น ฉายที่ช่องปาก จะเกิดปากแห้ง  หรือ  ฉายที่ปอด อาจเกิดการไอเรื้อรัง เป็นต้น
การใส่แร่ เป็นอีกวิธีการรักษาทางรังสีรักษา  กล่าวคือ เป็นการรักษาเฉพาะบริเวณเล็กๆตรงตำแหน่งที่เกิดโรค โดยได้รับรังสีจากแร่รังสีโดยตรง ไม่ใช่จากเครื่องฉายรังสี  แร่ รังสีมีขนาดเล็กมากเป็นมิลลิเมตร การรักษาโดยการสอดใส่เครื่องมือเปล่าเข้าไปในก้อนมะเร็ง หรือ ในโพรง หรือ ลำท่อ ของอวัยวะที่เป็นมะเร็งก่อน  เมื่อแพทย์ตรวจสอบได้ชัดเจนแล้วว่าตำแหน่งเครื่องมือถูกต้องจากการเอกซเรย์  จึง จะทำการสอดใส่แร่เข้าทางช่องเปล่าของเครื่องมือ และให้แร่คงอยู่ในก้อนมะเร็งเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปประมาณ ๑๐-๒๐ นาที ขึ้นกับกำลังของแร่รังสี เมื่อได้ปริมาณรังสีครบตามที่แพทย์กำหนด นักรังสีเทคนิค/รังสีการแพทย์ จะนำเอาแร่ออกจากตัวผู้ป่วย แพทย์/พยาบาลจะเป็นผู้นำเครื่องมือออกจากตัวผู้ป่วย
ระหว่างมีแร่รังสีอยู่ในตัว ผู้ป่วยจะอยู่ในห้องใส่แร่เพียงลำพัง นักรังสีเทคนิค/รังสีการแพทย์จะเฝ้าดูทางกล้องวงจรปิด  ภายหลังเมื่อนำแร่รังสีและเครื่องมือใส่แร่ออกจากตัวผู้ป่วยแล้ว ผู้ป่วยจะไม่มีรังสี หรือ แสง หลงเหลืออยู่ในตัว  ผู้ ป่วยกลับบ้านได้ และสัมผัส คลุกคลี กินอาหาร ใช้เครื่องใช้ร่วมกับผู้อื่นได้ตามปรกติ แม้แต่กับคนท้องและเด็กทารก ซึ่งเป็นการรักษาที่ต่างจากการดื่ม หรือ กินน้ำแร่
     การใส่แร่ต่างจากการฉายแสงหลายอย่าง คือ รักษาได้เฉพาะอวัยวะบางอวัยวะเท่านั้น และ ก้อนเนื้อที่จะใส่แร่ได้ผลต้องมีขนาดเล็ก โดยทั่วไปประมาณไม่เกิน 4 ซม ดังนั้นการใส่แร่ จึงมักใช้ร่วมกับการฉายรังสี โดยฉายแสงนำไปก่อน จนก้อนมะเร็งยุบเล็กลง จึงตามด้วยการใส่แร่
    ดังนั้น การใส่แร่ ต่างจากรังสี คือ
  • รังสี/แสงได้จากแร่รังสี ไม่ใช่จากเครื่องฉายรังสี
  • ให้รังสีได้เข้มข้นกว่าการฉายแสง
  • ใช้รักษาได้เฉพาะก้อนมะเร็งขนาดเล็ก
  • โดยเหตุผลด้านเทคนิค ใช้รักษาได้เฉพาะมะเร็งบางชนิดเท่านั้น และบางอวัยวะเท่านั้น
     มะเร็งที่ใช้ใส่แร่รักษาและได้ผลดี คือ โรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และโรคมะเร็งช่องปาก   แต่มักใช้ร่วมกับการฉายรังสี มีเพียงบางระยะของโรคเท่านั้นที่อาจใช้การผ่าตัดร่วมกับการใส่แร่โดยไม่ฉายรังสี   ส่วนโรคมะเร็งอื่นๆที่อาจใช้ใส่แร่ได้ แต่การรักษายังมีข้อจำกัดมาก เช่นโรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งหลอดอาหาร และ โรคมะเร็งท่อน้ำดี
 
สรุปในการรักษา

ในระหว่างการรักษาที่ รพ. (8 เดือน)
ในระหว่างการรักษาของคุณหมอแกน (3 เดือน)
 สุขภาพจิต
มี จิตใจหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวัง หมดหนทาง มีความวิตกกังวล หมกมุ่นการเจ็บป่วยตลอดเวลา มีบุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลง คือ สุญเสียภาพลักษณ์ จากผมร่วง ขนทุกอย่างร่วงหมด ทำให้มีจิตใจเศร้า ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่อยากพบปะผู้คน มีการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่มีกำลังใจในการที่จะต่อสู้กับโรคต่อไป
2.   สุขภาพกาย
มีความทุกข์ทรมานจากการเจ็บปวดของร่างกาย จากผลข้างเคียงของการรักษา คือ
·    การ ผ่าตัด ปวดแผลผ่าตัด ท้องผูก ท้องอืด ปัสสาวะบ่อย มีการหดรัดเกร็งของกระเพาะปัสสาวะ และยังมีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด คือ ปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหาร
·   การฉายแสงและใส่แร่ ขมปาก เบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อย ท้องเสีย ถ่ายอุจจาระวันละ 7-8  ครั้ง จนกลายเป็นริดสีดวงทวาร มีเลือดออก ผิวหนังบริเวณก้นและหน้าท้อง จะไหม้ดำ ปัสสาวะบ่อย
·   การ ให้เคมีบำบัด ขมปาก ลิ้นเป็นผ้าขาว รับประทานอาหารได้น้อย คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย ปวดกระดูกทั่วร่างกาย ชาบริเวณมือและเท้าทั้ง 2 ข้าง เจ็บคอทอลซิลอักเสบ
 
 
1.    สุขภาพจิต
มี จิตใจที่เข้มแข็ง อดทน มีกำลังใจและพลังพร้อมที่จะต่อสู้กับโรคมะเร็ง ไม่ให้กลับมาเป็น ซ้ำเป็นอันขาด โดยไม่มีความวิตกกังวลกับการเจ็บป่วยอีก มีความสุขมาก มันเป็นความสุขที่แท้จริงของชีวิตที่ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้คน รู้จักแบ่งปันให้กับคนที่เราไม่รู้จัก ให้เขาได้รอดพ้นจากความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยและมีความสุข  มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ที่ได้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม
2.   สุขภาพกาย
หลังจากดื่ม Detox 4 ครั้ง อาการโรคกระเพาะอาหาร ปวดท้อง ท้องอืด เจ็บคอ หายเป็นปลิดทิ้ง
·    หลังจากดื่ม Detox และ การนั่งกระตุ้นคลื่นเซล 1 เดือน มีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ผิวพรรณ บริเวณใบหน้า เริ่มสดใสขึ้น เปล่งปลั่ง สิว ฝ้า เริ่มจางหายไป มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น ช่วยทำธุรกิจเล็กๆ ในบ้าน และทำอาหารให้กับครอบครัวได้รับประทาน ขับรถได้เองโดยไม่ต้องให้สามีไปส่ง การนอนหลับได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพึ่งพายาอีกเลย (ทั้งๆ ที่ตัดมดลูกและรังไข่ออกหมดจะมีปัญหาภาวะพร่องของฮอร์โมน จะมีปัญหานอนไม่หลับ)
กรดไหลย้อน ผม ขนคิ้ว ขนตา ขนบริเวณอวัยวะเพศ ร่วง  3  ครั้ง
จากการเจาะต่อมน้ำเหลืองและฉายแสงทำให้มีปัญหาหน้าท้องและหัวเหน่าบวม
ผิวพรรณบริเวณใบหน้า หมองคล้ำ มี สิว ฝ้า อย่างเห็นได้ชัด
 
3 ด้านสังคม แยกตัวออกจากสังคม เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน กลัวผู้อื่นรู้ว่าตัวเองป่วย อายผู้คนต่อการที่ไม่มีผม (สูญเสียภาพลักษณ์) ไม่ฟังวิทยุและดูโทรทัศน์ ไม่อ่านหนังสือ ครุ่นคิดการเจ็บป่วยของตนเอง
4 ด้านเศรษฐกิจ (เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา)
ผ่าตัด = 78,000 บาท
ฉายแสงและใส่แร่ = 53,000 บาท
เคมีบำบัด (Taxol + Parapatin) 210,000  บาท
ค่ารักษาตัวอยู่ รพ. ระหว่างให้เคมีบำบัด
6 ครั้ง = 22,200 บาท
10,200 บาท
ค่าเจาะเลือด + ค่ายา
ค่าบริการทางการแพทย์
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ                    400,000 บาท
5.   วิธีการรักษา
การผ่าตัด
การให้เคมีบำบัด
การฉายแสงและใส่แร่
การรับประทานยา เหน็บยา
นัดผู้ป่วยมาตรวจที่ รพ.เป็นระยะๆ
·      รักษามาได้ 3 เดือน อาการต่างๆ ทุเลาลงและดีขึ้นเป็นลำดับ โรคจากเบาไปหาหนัก
 
3.   ด้านสังคม
มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ท่าทางคล่องแคล่ว ว่องไว หน้าตาแจ่มใส สดชื่น และมีความสุขกับการให้อย่างแท้จริง
·      ได้พบปะผู้อื่นที่เราไม่รู้จัก ให้คำแนะนำและคอยช่วยเหลือผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาของคุณหมอแกน ที่ศูนย์โพเพทัสหรือจากที่อื่นๆ
·   ช่ ช่วยเผยแพร่ทฤษฎีโพเพทัส ในวงการพยาบาลให้รู้จัก โดยการซื้อหนังสือ CD ส่ง เอกสาร แผ่นพับส่งไปให้เพื่อนๆ ต่างจังหวัด เพื่อจะได้ให้คำแนะนำแก่ญาติและผู้ป่วยให้มีทางเลือกในการรักษาอีกทางหนึ่ง เพื่อให้เขาเหล่านั้นพ้นทุกข์จากการเจ็บป่วย
·      แจกแผ่นพับแก่ผู้ที่สนใจ
·      เข้าร่วมโครงการ แจกหนังสือกับคนที่ไม่รู้จักตามจังหวัดต่างๆ ของคุณหมอแกน
·      ให้คำปรึกษาและแนะนำแก่ผู้ป่วยหรือผู้ที่สนใจ ทาง โทรศัพท์
·        มีครอบครัวที่อบอุ่นที่ดีขึ้นกว่าเดิม
 
4  ด้านเศรษฐกิจ ไม่เสียค่าใช้ในการรักษา และบริการทางการแพทย์
วิธีการรักษา
การดื่มน้ำ Detox
การนั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์
ฝึกปฏิบัติเองอยู่ที่บ้าน
ไม่ต้องไป รพ.และไม่ต้องรับประทานยา
 

ถึงแม้ว่าคุณหมอแกนจะบอกว่าต้องใช้ระยะเวลา 6 – 8 เดือนก็ตาม แค่เวลาผ่านมา 3 เดือน ดิฉันก็มีความพึงพอใจในการรักษา และมีความสุข มีความอดทน พยายามที่จะต่อสู้โรคต่อไปเพื่อให้หายแบบยั่งยืน ไม่ให้กลับมาเป็นอีก และถึงเวลาแล้วที่ดิฉันได้มีโอกาสช่วยเหลือสังคมให้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเป็นสุข รู้จักให้ แบ่งบันกับคนที่รู้จัก ญาติที่น้องและคนที่ไม่รู้จักโดยมีเจตนาที่บริสุทธ์โดยไม่หลังผลตอบแทน
ตอน แรกดิฉันคิดว่าความสุขที่แท้จริงคือ มีครอบครัวที่อบอุ่น และได้ทำบุญ แต่ท่านผู้อ่านเชื่อไหม ค่ะว่ามันยังมีความสุขที่แท้จริงสุดยอดของชีวิตอีก คือการให้และการแบ่งบันกับคนที่ไม่รู้จัก มันสุขจริงๆค่ะ โดยไม่มีเงื่อนไข และข้อแลกเปลี่ยน มันทำให้มีสารหลั่งความสุขออกมาโดยธรรมชาติ โรคภัยไข้เจ็บมันจะไม่มาเยือนหาเราอีก
ใน ช่วงแรกของรักษา แต่ละคนจะมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไป เพียงแต่ว่าใครจะมีความอดทน ความเพียรพยายาม ฝึกฝน อย่างเคร่งครัดตามทฤษฎีและมีความมุ่งมั่นมากน้อยอย่างไรขึ้นอยู่กับตัวผู้ ป่วยเองเท่านั้น ที่จะฟันฝ่าวิกฤตนี้ได้และประสบผลสำเร็จในชีวิตโดยให้หายจากโรคทุกโรค แบบยั่งยืน และที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งที่ดิฉันอยากจะบอกทุกท่านที่เข้าสู่ทฤษฎี นี้ คือ ไม่ควรที่จะมีเงื่อนไข ทำอย่างถูกต้อง ไม่เครียด สบายๆ มีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเราเอง และคุณหมอแกนด้วย มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะปฏิบัติ จึงอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสเลือกแผนการรักษาอีกทางหนึ่ง โดยไม่ต้องเสียค่ายา ค่ารักษาพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น
         ท่านผู้อ่านค่ะ ถ้าดิฉันได้พบคุณหมอแกนตั้งแต่แรกๆ ดิฉันจะไม่ผ่าตัดเลย รู้สึกเสียดายอย่างมาก ที่ได้ผ่าตัดซึ่งมันมีผลเสียอีกมากมายต่อระบบในร่างกาย และต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา การปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ในขณะที่รักษาคุณหมอแกนมากกว่าผู้ป่วยอื่นๆหลายเท่า ยังมีผู้ป่วยอีกมากมายที่มีการผ่าตัดเอาอวัยวะต่างๆของร่างกายออกไปนั้น จะทำให้ระบบของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง และมีภาวะบกพร่องไม่สมดุลตามธรรมชาติเราควรจะต้อง เรียนรู้วิธีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในส่วนที่ขาดหายไปของระบบในร่างกาย ให้ได้รับการพื้นฟู และกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
     สำหรับดิฉันได้มีการผ่าตัดรังไข่ โดยการผ่าเอารังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง , การ ตัดเอามดลูกออก การฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน และการให้ยาเคมีบำบัด ทั้งหลายเหล่านี้ ทำให้หมดประจำเดือนทันที จะทำให้รังไข่ฝ่อ และลีบในที่สุด มีการสร้างฮอร์โมนลดลงจนหยุดการสร้าง ผลตามมา ก็คือ ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน จะมีโรคแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุดคือ กระดูกหักแม้จะมีการบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น หกล้มได้ง่าย ตามธรรมชาติโดยเฉลี่ยสตรีไทยจะหมดประจำเดือนเมื่ออายุ 48 – 55 ปี
 
     ปัจจุบันนี้ทำให้ดิฉันต้องอยู่ในวัยหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควร ซึ่งคนทั่วไปจะมีอาการของวัยหมดประจำเดือน คือ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกเวลากลางคืนหรือตลอดเวลา หงุดหงิด ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่เต็มที่ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ นอนหลับยาก มักตื่นกลางคืน ซึมเศร้า ขาดสมาธิ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว อาการชาตามบริเวณต่างๆ ผมแห้ง ตาแห้ง ปากแห้ง เหงือกอักเสบ ผิวแห้ง
 
ช่องคลอดแห้งแสบเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเล็ดเวลาไอจาม ซึ่งอาการทั้งหมดที่กล่าวมานี้ นับว่าดิฉันโชคดีมากที่เข้าสู่ทฤษฎีโพเพทัสนี้ ทำให้มีอาการแค่ นอนหลับยากประมาณเที่ยงคืนเป็นบางคืน ร้อนวูบวาบตามตัว และมีเหงื่อออกบางครั้ง แต่ถ้าดิฉันได้พบทฤษฎีนี้ก่อนไม่ได้ผ่านกระบวนการต่างๆ น่าจะมีความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้หลายเท่า
 
      การ ที่เราได้มีการผ่าตัดเอาอวัยวะ ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายออกไปหรือสูญเสียไปนั้น ย่อมไม่เกิดผลดีอย่างแน่นอน ทำให้เกิดภาวะบกพร่องของร่างกายในการสูญเสียหน้าที่ไป และเกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำหน้าที่ของอวัยวะนั้นๆ ทันทีจึงมีอาการที่ผิดปกติหรือเกิดภาวะการเจ็บป่วย ความไม่สุขสบายของร่างกายตามมา ผู้ป่วยบางรายที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ก็อาจจะทำให้กลายเป็นโรคเรื้อรัง ย่อมต้องเข้า – ออกโรงพยาบาลและรับยาไปตลอดชีวิตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
 
       หากท่านผู้อ่านได้มีโอกาสเข้าสู่ทฤษฎีโพเพทัสนี้ มันเป็นสิ่งที่ดีที่ให้เราหายแบบยั่งยืนไม่ให้กลับมาอีกและยังเป็นวิธีการ หรือเครื่องมือป้องกันไว้สำหรับตัวเอง เมื่อมีโรคภัยไข้เจ็บมาเยือน
 
       จาก ประสบการณ์ที่ดิฉันเขียนมาทั้งหมดหนี้ จากใจจริงๆ และเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่ผู้หญิงคนหนึ่งตัวเล็กๆมีจิตใจที่ แข็งแกร่งไม่เพียงแต่ มีความพยายามอดทนต่อ ความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวดเท่านั้น มันยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่สุดแสนจะเศร้าอย่างแสนสาหัส ที่ไม่สามารถเขียนได้จนหมด มันเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ค่ะ ฉะนั้นอยากจะบอกให้กับผู้ป่วยอีกมากมายในปัจจุบันที่สิ้นหวัง หมดหวัง หมดหนทางที่จะต่อสู้กับโรคต่อไปได้ อย่าพึ่งไปท้อแท้เลยนะค่ะ เรายังต้องมีความหวังและแสงสว่าง มีสิ่งที่ดีดีรอเราอยู่ข้างหน้าอยู่แล้วค่ะ เพียงแต่ว่าเราจะรับสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่เท่านั้น เมื่อเข้าสู่ทฤษฎีนี้แล้วให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัด ดิฉันมั่นใจว่าท่านจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข และมีอายุยืนยาวขึ้น ลองทำดูก่อนนะคะ แล้วจะรู้ว่ามันวิเศษ มหัศจรรย์ เกิดขึ้นกับตัวท่านเองอย่างแน่นอนค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนด้วยค่ะ
           ฉะนั้น ดิฉันอยากจะบอกให้ผู้ป่วยและท่านผู้อ่านให้รู้ว่า โรคมะเร็งไม่ใช่โรคที่น่ากลัว และร้ายแรงใดๆ เมื่อป่วยแล้วเราสามารถรักษาหายขาดได้ คนส่วนใหญ่ คิดว่าเมื่อป่วยเป็นมะเร็งแล้วรักษาไม่ได้หรือ เสียชีวิตอย่างเดียว หรือจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ฉายแสงหรือให้ยาเคมีบำบัดเท่านั้น โรคมะเร็งไม่ต้องไปกลัวกับ มัน เราสามารถรักษาเองได้โดย นั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์ วันละ 5 รอบทุกๆ 3 ชม. มันมหัศจรรย์จริงๆ แค่การหายใจ และรับพลังงานจากอากาศเท่านั้น ซึ่งการเข้ารับการรักษาคนในโรงพยาบาล มันมีผลข้างเคียงมากมายเหลือเกิน ทำให้ได้รับทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส และบางคนก็เสียชีวิตในที่สุด มิหนำซ้ำยังต้องเสียใช้จ่ายในการรักษาสูง เมื่อท่านเข้าสู่การรักษาเหนือ ธรรมชาติ ทฤษฎีโพเพทัส เหมือนดิฉัน จะทำให้ชีวิตเปลี่ยน มันมีแต่สิ่งที่ดีงามเข้ามาในชีวิต หายจากโรคทุกโรค มีจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่กลัวโรคมะเร็งอีกต่อไป ทฤษฎีนี้มีจริงๆค่ะ มันพิสูจน์ได้ค่ะ เราเป็นหมอของตัวเองก็ได้ด้วย ดิฉันขอให้ทุกท่านที่อ่านบทความแล้ว ลองทำดู ไม่มีผิด ไม่มีถูก ไม่ใช่ปัญหา เริ่มต้นใหม่ได้ทุกเวลา ตามคำพูดของคุณหมอที่กล่าวอยู่เสมอ แล้วท่านจะได้พบกับสิ่งดีดีในชีวิตค่ะ
          สุดท้ายนี้สิ่งที่ดิฉันจะลืมไม่ได้ ซึ่งมันฝังแน่นอยู่ในจิตใจของดิฉัน ตั้งแต่ที่ได้เข้ารับการรักษาคือ คุณ หมอแกน ท่านได้รักษาและให้กำลังใจมาตลอด และเป็นผู้รักษาคนเดียวที่รู้จักไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น คุณหมอคือ ผู้ให้กับทุกคนโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ ดิฉันจะขอยึดมั่นในหลักการสอนของคุณหมอแกนตลอดไป ทุกๆอย่างที่คุณหมอพูด มันเกิดขึ้นกับตัวดิฉันหมดทุกอย่างเลยค่ะ
          และ ขอขอบพระคุณ คุณหมอแกน อีกครั้ง ที่ทำให้ดิฉันกลับมาใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ชุบชีวิตใหม่ ได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวกลับมาดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมีความสุข มันเป็นของขวัญอันล้ำค่าที่ยิ่งใหญ่ยากที่จะพรรณนาได้หมด ที่คุณหมอแกนได้มอบให้กับครอบครัวเรา จะไม่มีวันลืมบุญคุณเลย และขอให้คุณหมอประสบความสำเร็จในชีวิต สมหวังในสิ่งที่คุณหมอต้องการและปรารถนาค่ะ
ด้วยความ เคารพ – เชื่อมั่น – ศรัทธา อย่างสูง
พี่แอร์ (เกศริน  สายตำ) อดีตพยาบาลวิชาชีพ 7
053 – 278505 , 081 – 1113589
15 เมษายน 2553
คัดลอก จาก http://www.morgangaiyasit.com/forum/viewtopic.php?id=788
แพทย์ทางรอด จากชาวต่างดาวโพเททัส มาจุติยังโลกนี้ ด้วยภารกิจของพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งจากผลของการหยั่งรู้หรือญาณทัสสนะโดยตรง ไม่ใช่ได้จากการคิดค้นของสมอง
มาตรการดีท๊อกซ์ เสริม สเต็มเซลล์
ประสพการณ์ตรง ที่ผู้มีหัวอกเดียวกับพี่แอร์ หรือผู้ที่มีเพื่อนหรือญาติพี่น้องที่กำลังได้รับความทุกข์ทั้งกายและใจ กรุณาแนะนำให้ทราบเรื่องราวของพี่แอร์ และลองโทรไปขอคำปรึกษาหารือ ฉันญาติร่วมโลก จะได้พบหนทางที่มีแสงแห่งความหวั งเช่นเดียวกับพี่แอร์
ส่วนนักสู้ชีวิตแบบหัวเห็ดไม่ยี่หละกับชะตาชีวิตที่กำลังเผชิญอยู่ มีร้ายก็มีดีได้  ระหว่างตั้งใจรักษาสุขภาพตนเองด้วยจิตใจสงบตั้งมั่นได้แล้ว สู้ชีวิตต่อ ขอเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวอีกสักพัก ก็แวะที่ลิงค์นี้ /article36.html

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share