มะเร็งเม็ดเลือดขาวน้องโสภา  VS  Popatas Theory

ประวัติเบื้องต้นของน้องโสภา (ศรีออน)               http://ainews1.com/article342.html   Bookmark and Share

เนื่องจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครูประกายดาว ตั้งอยู่ในเขตติดต่อชายแดนประเทศพม่าประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่จึงไม่ได้ สัญชาติไทย รวมทั้งเด็กๆ ในศูนย์ฯด้วย ซึ่งนักเรียนหญิง คนหนึ่ง ที่ชื่อว่าด.ญ.ศรีออน ปู่สม ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันและได้รับรักษาจาก โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ตั้งแต่ 4 ตุลาคม 2549 ซึ่งต้องได้ฉีดยา vincristine เข้าหลอดเลือดดำทุก 4 สัปดาห์ร่วมกับยาเคมีบำบัดทั้งชนิดทานและฉีดเข้าช่องน้ำไขสันหลังทุก 12 สัปดาห์

ปัจจุบันมีอาการชักกะตุก ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคลมชักร่วมด้วย ** แต่ด้วยฐานะทางครอบครัวยากจนมาก ประกอบกับไม่สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ เนื่องจากเป็น เด็กไร้สัญชาติ แต่ก็ต้องการรักษาโรคอย่างต่อเนื่องโดยเข้าสังคมสงเคราะห์ ซึ่งยอดหนี้สินหลายแสนบาท ทางศูนย์ได้ช่วยเหลือเบื้องต้นในเรื่องการระดมเงินบริจาคจากผู้มีน้ำใจเพื่อ ใช้ในการเดินทางไปรักษา และเรื่องการศึกษา เพื่อให้น้องได้มีโอกาสเรียน เพื่อที่จะพัฒนาตนเองตามวัย และใช้ชีวิตตามปกติสุขของประสาเด็กทั่วไปได้อย่างมีความสุขในสังคม

ด้วยเหตุนี้ทางศูนย์จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ ผู้ที่ใจบุญมีน้ำใจ อยากจะช่วยเหลือน้องศรีออน แล้วแต่ตามความประสงค์ที่อยากช่วย (ขอน้อมรับด้วยความยินดี)จึงเรียนมาเพื่อทราบหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับ ความอนุเคราะห์

ขอแสดงความนับถือ

(นางสาวประกายดาว แส่งแหลง)

ครูประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครูประกายดาว

ประวัติส่วนตัว ชื่อ ด.ญ.ศรีออน ปู่สม ชื่อเล่น น้องออน

  • เกิดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2545 สถานที่เกิด โรงพยาบาลแม่อาย จ.เชียงใหม่ เลขประจำตัวประชาชน 7-5086-00001-51-2 (ไม่ได้สัญชาติไทย) เนื่องจาก บิดา-มารดา ไม่ใช่คนไทยแต่ได้เข้ามาอาศัยอยู่ใน ประเทศ ประมาณ พ.ศ.2535 บิดาชื่อ นายวิริยะ ปู่สม อายุ 30 ปี เลขที่ประจำตัวประชาชน 6-5010-72003-39-7 (ไทยลื้อ) มารดาชื่อ นางหน่อย มะลิสร้อย อายุ 25 ปี เลขที่ประจำตัวประชาชน 6-5010-72006-37-0 (ไทยลื้อ)
  • อาชีพ บิดา-มารดา มีอาชีพรับจ้างทั่วไป มีพี่น้อง 1 ตัว คือ น้องสาว ด.ญ.อรภา ปู่สม อายุ 4 ขวบ ที่อยู่ 117/ช หมู่14 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นิสัยส่วนตัว เลี้ยงง่าย พูดจาไพเราะ กล้าแสดงออก ชอบร้องเพลง เอาแต่ใจบ้างบางครั้ง รักน้อง ตั้งใจเรียน ร่าเริง เป็นที่รักของเพื่อนและครู
  • ติดต่อช่วยเหลือด้านต่างๆได้ที่ นางสาวประกายดาว แส่งแหลง ที่อยู่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครูประกายดาว 191 ม.14 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 50280 โทร 053-373283 , 084-0431030 E-mail : ku-ueng@hotmail.com เช็คประวัติการรักษาตัวได้ที่ รพ.ฝาง เลขที่ รพ. 233564 รพ. มหาราชนคร เชียงใหม่ เลขที่รพ. HN 2914389

ด้วยโชควาสนาของน้องโสภา

"น้องศรีออน ได้เข้ารับการรักษากับคุณหมอแกน กายสิทธิ์ ที่ศูนย์โพเพทัสจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการรักษาแบบทางรอด โดยการกระตุ้นเซลล์ ควบคู่ไปกับการกินน้ำดีทอกซ์ และงดการกินฉีดยาอื่นๆแม้กระทั่งการฉีดคีโม การเข้ารับการรักษาครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจของพ่อกับแม่ที่เห็นว่าเป็นการรักษาอีกทางเลือกหนึ่ง ที่หวังว่าน้องศรีออนจะหายและกลับมาปกติอีกครั้ง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะค่ะ หลังจากเข้ารักษา 2 เดือน อาการภายนอกน้องศรีออนเท่าที่เห็นและจากการสอบถามพ่อแม่คือสภาพร่างกาย ดีขึ้นคอแข็งและขยับมือและมีแรงมากขึ้น ร่าเริง ไม่งอแง กินเก่ง ผมหยุดร่วง ผิวพรรณแจ่มใส อ้วนขึ้น ไม่ชักกระตุก เป็นต้น"

คุณหมอแกนเรียกชื่อน้องว่า โสภาค่ะ (ข่าวเพิ่มเติมจากทีมงานหมอแกน) แทนชื่อจริง ศรีออน  เท่าที่ทราบ ทั้งคุณหมอแกน และมีผู้ป่วยหลายท่าน ที่มารักษาที่ศูนย์โพเพทัส เชียงใหม่ ได้ช่วยเหลือครอบครัวนี้เวลามารักษากระตุ้นคลื่นเซลล์เวลาคุณหมอแกนมา เชียงใหม่ ทั้งค่าใช้จ่าย ที่พัก และเสื้อผ้า  และน้องโสภา ก็มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ

ต้องขออนุโมทนากับคุณหมอแกน และทุกๆท่าน ที่ได้มีส่วนร่วมทำความดีอันดีร่วมกับคุณหมอแกนด้วยค่ะ ตามทฤษฎีโพเพทัส ที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นๆที่เราไม่รู้จักค่ะ....บริการให้ฟรี

ถึงแม้ช่วงเดือนที่ผ่านมา น้องโสภาอาจมีอุปสรรคเรื่องการเดินทางมาพบคุณหมอแกน เพราะบ้านอยู่ไกลถึงแม่อาย แต่คุณพ่อ คุณแม่ของน้อง ได้รับทฤษฎีโพเพทัสทั้งการทำน้ำ Popatas Juice และการนั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์ในไมโครชิพ ช่วยน้องโสภาด้วยควบคู่กันไป วันละ 5 รอบ รอบละ 15-30 นาทีเหมือนกับที่ทำให้ตัวเอง ถ้าคุณพ่อและคุณแม่ทำให้คนละ 5 รอบ รวมเป็น 10 รอบ น้องโสภาก็จะหายเร็วขึ้น เพราะคุณหมอแกนย้ำเสมอว่า อยากให้ทุกคนเป็นหมอของตัวเอง และช่วยคนในครอบครัวด้วยค่ะ

"เนื่องจากตอนนี้น้องศรีออนหยุดการรักษากับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งได้ไปรักษาแบบทางรอด (ทฤษฎีโพเพทัส) ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบ 4 ปี ที่ได้รักษากับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้รับการดูแลและรักษาจากคุณหมอและพยาบาลอย่างดีทุกคน ให้ความรักและห่วงใยน้องศรีออน และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่ได้ดูแลน้องศรีออนตลอดมา

ขอขอบพระคุณกองทุน สังคมสงเคราะห์ที่ได้ช่วยเหลือคนยากจน คนไร้สัญชาติ และผู้ป่วยที่ไม่สามารถชำระเงินค่ารักษาพยาบาลได้ กรณีของน้องศรีออน ปู่สม เด็กหญิงผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันได้รับความช่วยเหลือจาก สังคมสงเคราะห์ฯ ซึ่งยอดที่ค้างชำระจากการรักษาพยาบาลนั้นเป็นจำนวนมากหลายแสนบาท (ประมาณ เกือบ 9 แสน) มาบัดนี้ทางคณะกรรมการดูแลเงินบริจาคเพื่อน้องศรีออน ที่ได้รับจากชมรมนักธุรกิจไทย-จีนแห่งประเทศไทย ได้ประชุมและมีมติในที่ประชุมว่า จะนำเงินจำนวน 70% ของยอดเงินบริจาคไปจ่ายให้กับโรงพยาบาล (ซึ่งแต่เดิมจะทยอยจ่ายเป็นรายปีโดยจะฝากเงินไว้ในบัญชีเพื่อน้องศรีออนก่อน)

และเงินที่เหลือ 30% จะมอบให้กับครอบครัวน้องศรีออน เพื่อจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษา (ทฤษฎีโพเพทัส ในการซื้อผักผลไม้มาทำน้ำดีท๊อกซ์ และการเดินทางและอื่นๆ) ซึ่งเงินจำนวนนี้จะให้ธนาคารตัดยอดเงินในบัญชีเพื่อน้องศรีออน เข้าบัญชีแม่หน่อยทุกเดือน เดือนละเท่าๆกัน น้ำใจทุกคนที่ได้ช่วยเหลือน้องศรีออน ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ชีวิตทุกท่านมีความสุขความเจริญในชีวิต"

ชมภาพและรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงค์นี้ค่ะ
http://gotoknow.org/blog/150252/349564

ผลการตรวจเลือดหลังจากรักษาแบบทฤษฎีโพเพทัส

                    “หลังจากที่ได้รักษาแบบทฤษฎีโพเพทัสมาเป็นระยะเวลาเกือบหกเดือนมาแล้วเมื่อ วันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมาคุณพ่อและคุณแม่น้องศรีออน หรือ น้องโสภาซึ่งเป็นชื่อใหม่ที่คุณหมอแกนตั้งให้น้อง ผลปรากฎว่าเซลล์มะเร็งไม่มีการขยายตัวคือหยุด นับว่าเป็นข่าวดีและต้องขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างและทุกๆคน ที่มีส่วนช่วยและเป็นกำลังใจให้น้องโสภา แต่ด้านร่างกายยังอ่อนแอคุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกายภาพน้องบ่อยๆ อย่างไรครูเอี้ยงก็เป็นกำลังใจให้นะค่ะสู้ๆค่ะ”

ผลการติดตามวัดผลมะเร็งด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ชี้ว่า น้องโสภา เริ่มมีพลังงานในเซลล์ที่สมดุลขึ้น และมากพอในการพิชิตเซลล์มะเร็ง ซึ่งเป็นผลมาจากวิธีการที่หมอแกนให้การแนะนำ ไม่ต้องมีผลงานวิจัยทางการค้ามารองรับ  ซึ่งคนไข้หรือญาติต้องใช้ปัญญาตัดสินใจด้วยตนเอง ก่อนมาขอรับคำแนะนำจากหมอแกน  (ผู้เขียน)

ผมขอแสดงความดีใจด้วยครับ จริงๆแล้วน้องโสภาได้รับการรักษาจากผมช่วง 2 เดือนแรกเท่านั้นครับ  หลังจากนั้นพ่อแม่น้องโสภาก็หยุดรักษาโดยไม่ใช้ทฤษฎีแบบครบถ้วนและหยุดการ กระตุ้นผ่านทางโทรศัพท์ด้วยร่วมเดือนกว่า  และไม่เคยเดินทางมารับการกระตุ้นจากผมโดยตรงอีกเลยที่เชียงใหม่ โดยเฉพาะในวันที่ผมอยู่เชียงใหม่ เมื่อห้วงระยะเวลานั้นผ่านไป  มันก็ทำให้พ่อและแม่น้องโสภาได้เรียนรู้อะไรบางอย่างที่เกิดขึ้น  โดยเฉพาะอาการบางอย่างที่กำลังก้าวหน้าก็พลันหยุดลงเสีย

หลังจากนั้นพ่อและแม่ของน้องโสภาก็ได้ติดต่อกลับมาเพื่อทำการรักษาใหม่ อีกครั้งตามวิธีการของผม ซึ่งถ้านับจากวันที่หยุดรักษาและกลับมาเริ่มต้นใหม่ก็นับได้เกือบ 2 เดือนเต็ม  ผมดีใจมากครับที่พวกเขากลับมา เพราะนั่นเป็นการไม่ทิ้งโอกาสอันมีค่านั้นออกไป  ส่วนผลการตรวจล่าสุดนี้ก็ถือได้ว่าเป็นข่าวดีครับ  เพราะผลตรวจครั้งล่าสุดนี้ มันเป็นผลตรวจจากช่วงเวลาที่น้องโสภาได้หยุดรับการรักษาจากผมไป  แต่ไม่เป็นไรหรอกครับทฤษฎีนี้เริ่มต้นใหม่ได้ทุกวันเสมอ ขอเพียงแค่คุณมีความอดทนและมีความพยายามที่มากพอ มันก็จะช่วยให้คุณผ่านพ้นวิกฤตนั้นไปได้  ถ้าน้องโสภาปฏิบัติตามทฤษฎีผมได้อย่างต่อเนื่องไปสักประมาณ 6 เดือนขึ้นไป  ผมว่าเราทุกคนคงจะได้รับข่าวดีที่มากกว่านี้แน่นอนครับ

โชคดีครับ.....หมอแกน

ภารกิจให้การสงเคราะห์คนไข้ทุกๆคน ไม่มีค่าใช้จ่ายโดยตรงที่ต้องจ่ายให้กับหมอแกน นอกจากญาติคนไข้ต้องใช้จ่ายด้านผักผลไม้ตามรายการดีท๊อกซ์     ทำให้ทางครอบครัวผู้ป่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้มาก และการรักษาทั้ง 2 ประการหลักของหมอแกน ที่ให้คำแนะนำแก่พ่อแม่ของน้องโสภา ก็คืบหน้าดีขึ้นเป็นลำดับตรงกับมูลเหตุของการเจ็บป่วย ไม่ต้องใช้เวลาเนิ่นช้าอย่างที่เคยรับการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน (ความเห็นของผู้เขียนข่าว)

ปรากฏการณ์การดูแลรักษาสุขภาพแบบทางรอดนี้ คงจะสดุดใจผู้ที่เพิ่งได้รับชมข่าวนี้ค่อนข้างแรง ถึงอย่างไร ขอให้ผู้เปิดกว้างต่อวิชาใหม่ๆติดตามศึกษาข้อมูลด้วยตนเองที่ลิงค์ http://www.morgangaiyasit.com/forum/viewtopic.php?id=869      เราคุ้นเคยต่อแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์ทางเลือก  แต่ด้วยความเป็นจริงไม่สามารถพิชิตโรคภัยต่างๆลงได้อย่างเบ็ดเสร็จถาวร  ยิ่งมีหนทางใหม่ๆที่ฟรีด้วยก็ยิ่งน่าศึกษา

แต่อันที่จริง ขั้นตอนการรักษาทั้ง 2 ขบวนการ เป็นพื้นฐานเบื้องต้น แก้ปัญหาทางกายและใจ เป็นส่วนใหญ่ ผลดีขั้นอุกฤตของอุบายวิธีของหมอแกน จะพบว่าสามารถนำพาให้จิตแยกออกจากกาย ไปสู่สภาวะจิตเดิมได้ หรือไปสู่ 'มรรค' หรือ 'ทาง' ที่ทุกๆคนมีอยู่ประจำจิตทุกๆดวงได้อีกด้วย 

สำหรับผู้ที่ศึกษา ทฤษฎีโพเพทัส เพื่อการแยกจิตให้ไปถึง'ทาง' ให้ทดลองใส่คำสั่งเข้าไปที่ไมโครชิพ ดังนี้  'ขอให้จิตสะสมพลังงานได้มากพอให้จิตพ้นไปจากแรงดึงดูดทุกชนิด เข้าถึงสภาวะจิตเดิมโดยพลัน'  แล้วปลดล๊อกไม่ต้องตั้งเวลาที่หน้าผาก ไม่ต้องตั้งความหวังใดๆ สักแต่ใช้ความเพียร ปฏิบัติตามวิธีการของหมอแกนเบื้องต้น ติดต่อต่อเนื่องดุจเดียวกับช่างที่กำลังตีเหล็ก จะโหมไฟในเตาต่อเนื่องเผาแท่งเหล็กให้ร้อนได้ที่สำหรับลงฆ้อนขึ้นรูป แต่ผู้ปฏิบัติควบคุมระบบการหายใจติดต่อต่อเนื่อง จิตจะสะสมพลังงานจนบรรลุถึง 'ทาง' หรือสภาวะจิตเดิม อาจช้าเร็วไม่เท่ากันในแต่ละคน

สำหรับผู้ที่บรรลุถึงสภาวะจิตเดิมแล้ว ก็อย่าทอดธุระ จำสภาวะที่จิตพบแล้ว หมั่นปฏิบัติต่อเนื่องในทุกๆสภาวะไม่เกี่ยงสถานที่และอิริยาบท ให้จิตอยู่บน 'ทาง' จนถึงที่สุดของทาง สู่ความเป็นอิสระอย่างแท้จริง ตรงนั้นผู้ปฏิบัติก็จะทราบเอง ว่าเหลือเพียงทางแต่ไม่มีคนหรือสัตว์เดินอีกต่อไปแล้ว....อนุศัยกิเลสทั้งหลายได้ถูกคลื่นพลังงานความถี่สูงประหารหรือสเทินลงไปสิ้นแล้ว หมดเหตุปัจจัยมาครอบงำจิตนั้นๆอีกต่อไป

บทความย่อๆข้างต้น ทุกท่านคงจะตระหนักว่าเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติทางด้านด้านโลกุตระโดยตรง ซึ่งอยู่ในหมวดมหาสติปัฏฐาน และก็อาจยังมีอีกหลายๆท่าน ก็กำลังปฏิบัติอยู่ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่เข้าเขตของการปฏิบัติพรหมจรรย์ ก็ยังมีภารกิจทางด้านหาเลี้ยงชีพควบคู่ไปด้วย และผู้ไม่ประมาทก็ยังมีภารกิจสำคัญในการเตรียมเซฟเฮ้าส์ในสถานที่ที่เหมาะสมเพิ่มขึ้นอีก ได้ประเมินแล้วว่าน่าจะให้ความปลอดภัยแก่เราและครอบครัวได้มากที่สุด  ก็จะต้องมีคำถามเรื่องงบประมาณตามมา  ไซท์นี้ขอเชิญทุกท่านแวะเติมโอกาสได้ที่   /article36.html

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html    Bookmark and Share