การดูแลตนเองยามโลกวิกฤตระหว่างเดินทางเข้าสู่โลกยุคใหม่

http://ainews1.com/article345.html

Bookmark and Share

ยังไม่มีใครที่จะทราบชัดว่าตนเองจะมีชีวิต ที่ต้องผจญกับความลำบากยากแค้น ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของโลกและจักรวาล ในช่วงกลางปี 2012 เป็นต้นไป ที่พอจะเปิดเผยเล่าสู่กันฟัง เอาไว้สอนใจตนเองในการเตรียมตนเอง ฝึกตนเองล่วงหน้า เอาไว้เผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่ปกติดังนี้

  • ฝึกเตรียมตนให้เป็นคนกินน้อย ใช้พลังงานน้อยเท่าที่จำเป็นเหลือเพียงวันละมื้อเดียว
  • เตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับชีวิตในเรื่องที่อยู่ ที่กิน อาหารสำรอง ยารักษาโรค
  • เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม สำหรับอากาศหนาวเย็น และเผชิญความร้อนของอากาศที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ
  • เลือกหาทำเลที่หลบภัย ให้ปลอดภัย และดีที่สุดที่เรามั่นใจ และไม่ไกลเกินไปจากที่อยู่อาศัยเดิมที่อาจต้องอพยพในเวลาจำกัด ใช้เวลาเดินทางไม่ควรเกิน 6 ชั่วโมงถึงที่พักเมื่อมีสัญญาณ สำหรับชาว กทม. และที่ราบลุ่มภาคกลาง จะหาที่อยู่สำรอง ลองแวะศึกษาที่ /article372.html จัดแบ่งกันในรูปสหกรณ์ คนละไร่ 2 ไร่ เอาไว้อยู่รวมกลุ่มกัน

ในเว็บเพจหน้านี้จะเน้นเฉพาะเรื่องการกินอยู่ ว่าจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ก็จะมาพิจารณาว่าร่างกายและจิตใจ จะอยู่ได้ท่ามกลางความลำบากยากแค้น ขาดแคลนอาหาร

ปกติร่างกายต้องการสิ่งจำเป็นต่อไปนี้

  1. ต้องการ น้ำสะอาดบริสุทธิ์ น้ำหกเหลี่ยม เติมพลังงานแล้วด้วยยิ่งดี เป็นการจัดหาพลังงานสำเร็จรูปให้แก่เซลล์นำไปใช้ได้โดยตรง ไม่ต้องรอการสังเคราะห์จากอาหารวิตามินและออกซิเจนภายในเซลล์ ซึ่งต้องพึ่งพาวัตถุดิบต่างๆที่อาจขาดแคลน ให้หลีกเลี่ยงน้ำพลังแม่เหล็ก ซึ่งคลื่นแม่เหล็กที่น้ำรับไว้จะไปรบกวน และสร้างความอ่อนแอให้แก่ ไมโครชิพ เช่นน้ำจากเครื่อง .แ...เล็ต และเครื่องกรองน้ำรุ่นใหม่มีหลายระบบอยู่ในเครื่องเดียวกันของมาเลย์เซีย และน้ำที่ผ่านกาซโอโซน น้ำ-อาหารที่ผ่านเตาไมโครเวฟ
  2. อาหาร ซึ่งอาจแตกต่างออกไปจากที่เคยรับประทานยามปกติ จำเป็นต้องยกเว้นอาหารหลายชนิดที่อาจเป็นพาหนะนำเชื้อโรค และแบคทีเรียอันตรายเข้าสู่ร่างกาย และงดอาหารพวกแป้งเชิงเดี่ยวต่างๆ ทำให้เกิดออกซิเดชั่นภายในเซลล์หรือแกซพิษ ทำให้เซลล์เสื่อมเร็ว และน้ำมัน น้ำตาล และผลไม้ที่มีรสหวานนาๆชนิด สำหรับผู้ที่ร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว อายุ 20 ปี ขึ้นไปหันไปเน้นการรับประทานพืชผักผลไม้ ที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย ทั้งในด้านให้พลังงาน ซ่อมแซมเซลล์ และกำจัดเชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรีย คราบไขมันในระบบทางเดินอาหาร เพิ่มการดูดซึมสารอาหารที่ย่อยแล้ว เข้าระบบเส้นเลือดดำได้ดี ช่วยดีท๊อกซ์ร่างกายใช้เป็นยาธรรมชาติไปด้วยพร้อมกัน และจำเป็นต้องเรียนรู้การเป็นหมอรักษาตนเองไปด้วย ฝึกใช้อาหารเหล่านี้ล่วงหน้า เพื่อลดการบริโภคน้อยลงเหลือเพียง 1-2มื้อเช่นหลังจากตื่นนอน 5 ชั่วโมงเป็นมื้อแรกแต่พออิ่ม และเว้นไปอีก 6 ชม.อีก 1 มื้อเป็นต้น โดยที่ร่างกายยังแข็งแรงสมองและจิตใจสงบ ซึ่งหมอแกนแนะนำในรายละเอียดของการบริโภคแบบใหม่ศึกษาได้จากทฤษฎีโพเพทัส ของหมอแกนจากดาวโพเพทัส และระบบนี้ยังช่วยให้เซลล์ในร่างกายเย็นตัว ทำให้ทนต่อความร้อนสัมพัทธ์ของสิ่งแวดล้อมโลกมากกว่าคนอื่นๆ ได้ 5-7 องศา เนื่องจากภาวะโลกร้อนที่อุณหภูมิของอากาศจะไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ และในช่วงเกิด CME หรือการระเบิดครั้งใหญ่ในทุก รอบ 11 ปี บนดวงอาทิตย์โดยเฉพาะช่วง 13 พ.ค2013 ที่ทางองค์การนาซ่า ได้ออกข่าวมาแล้ว รอบนี้การระเบิดบนดวงอาทิตย์ในทุกรอบ 11 ปี มาช้ากว่าปกติ ซึ่งคาดว่าจะมีการระเบิดที่รุนแรง และโซล่าแฟร์ที่จะพุ่งเป็นพายุสุริยะมายังโลก จะเพิ่มความร้อนให้แก่โลก และในช่วงก่อนและหลัง ธ.ค. 2012 รวม 2 ปีโลกยังโคจรเข้าไปใกล้ดาวหางขนาดใหญ่ที่กำลังมาโคจรรอบดวงอาทิตย์ อีก 3 วาระ เป็นอย่างน้อย   ที่โลกจะเข้าไปใกล้ดาวหางดวงนี้ ในช่วงที่โลกกำลังโคจรรอบดวงอาทิตย์ รอดใต้ระนาบวงโคจรของดาวฤกษ์ขนาดใหญ่กว่าโลกประมาณ 2 เท่า   ซึ่งจะเพิ่มปริมาณความร้อนให้แก่โลก และปัจจุบันดาวเทียมวอยยาตเจอร์สังเกตการณ์ ขององค์การนาซ่าได้ตรวจพบว่าสุริยะจักรวาล ที่โคจรรอบดาวหลุมดำของกาแลกซี่ทางช้างเผือก กำลังโคจรเข้าไปในกลุ่มหมอกอนุภาคขนาดใหญ่ พาร์ติเกิลเล็กๆของหมอกอนุภาคนี้จะเกิดการเผาไหม้ในแสงอาทิตย์ นอกจากจะเพิ่มความร้อนในอวกาศ และชั้นบรรยากาศของโลกแล้ว ยังเพิ่มรังสีคอสมิค และรังสีแกมม่าอีกด้วย  ซึ่งในชั้นบรรยากาศของโลกก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ถ้าผู้ใดไม่ทราบวิธีรับประทานอาหารเพื่อลดความร้อนสัมพัทธ์ ให้แก่ร่างกายล่วงหน้า ให้ภายในเซลล์มีอุณหภูมิเย็นลงกว่าคนอื่นๆ ที่ไม่ทราบวิธีการของทฤษฎีโพเพทัส  อาจจะทนความร้อนสูงผิดปกติที่โลกต้องเผชิญไม่ได้ เช่นคนตะวันออกนั่งเครื่องบินไปลงที่ตะวันออกกลางขณะที่ภายนอกเครื่องบินมีอุณหภูมิ 45-46 องศา ร่างกายอาจช๊อคทนความร้อนแห้งไม่ไหว เจ็บป่วยและอยู่ไม่ได้เป็นต้น ดังนั้นการปรับเปลี่ยนวิธีการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมล่วงหน้า จึงมีความจำเป็น ที่ไม่มีโทษอันใด นอกจากเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ร่างกายและจิตใจล่วงหน้า และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงปลอดจากโรคทุกชนิด พร้อมเผชิญโรคภัยต่างๆที่จะเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยชนิดที่กำลังทะยอยเกิดขึ้น ซึ่งแพทย์แผนเดิมทุกสาขาไม่สามารถรักษาได้
  3. อากาศซึ่งไม่ต้องซื้อหา เลือกหรือสร้างสิ่งแวดล้อมที่บริสุทธิ์เท่าที่เราจะจัดหาได้ และจำเป็นต้องศึกษาวิธีการใช้พลังงานที่อยู่ในอากาศเข้าไปเติมพลังงาน ให้แก่เซลล์และระบบประสาททั่วร่างกายอย่างสมดุล ช่วยลดปริมาณอาหารที่เซลล์จะต้องทำการสันดาปให้ได้พลังงาน และยังเกิดของเสียที่ต้องนำออกจากเซลล์อีก การจัดหาพลังงานสำเร็จรูปจากอากาศให้แก่เซลล์นำไปใช้งานโดยตรงจึงเป็นทางลัด เพิ่มชีวิตของเซลล์ให้ยืนยาวและพร้อมปฏิบัติภารกิจของอวัยวะส่วนนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งรายละเอียดในการหายใจให้ได้พลังงานจากอากาศเพิ่มขึ้นด้วย พร้อมๆกันทั้งการหายใจเข้าและออก ศึกษาวิธีการได้ในทฤษฎีโพเพทัส

มีข้อแนะนำเพิ่มเติมจากหมอแกน เกี่ยวกับการหายให้ได้ผลดี เพื่อเปลี่ยนโปรแกรมใหม่ที่ต้องการให้แก่ไมโครชิพ และเพิ่มสเต็มเซลล์ ต้องกระทำวันละ 5 รอบอย่างน้อย ในเวลาที่ต่างกันไปแต่ละครั้ง ช่วงละ 15-30 นาที จึงจะสามารถเปลี่ยนโปรแกรม และเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์ได้ หากไม่ครบ 5 ครั้ง ได้แต่พลังงานแม่เหล็ก และประจุไฟฟ้าบวกและลบเท่านั้น และเวลาปรกติ ให้ยึดหลักการหายใจ 4 ขั้นตอน ของโพเพทัสเอาไว้ใช้ตลอดชีวิต เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเป็นปรกติ และสิ่งที่จะขาดไม่ได้ในการใส่โปรแกรมภาพและเสียง ให้พ่วงด้วยให้เซลล์ทั่วร่างกาย ระบบประสาทและเซลล์สมองกลับไปที่อายุ 20 ปีผู้ชาย หรือ 19 ปี สำหรับสุภาพสตรี และให้ไมโครชิพ กลับไปสู่จุดกำเนิด (สภาวะเดิมของมัน)

ให้ใส่คำสั่งดังกล่าวด้วยทุกคราว ส่วนผู้ที่ต้องการปรับสายตา ไม่ต้องการใช้แว่นสายตาอีกต่อไป ต้องเลิกใช้แว่นตั้งแต่เริ่มใส่โปรแกรมใหม่ สายตาจะค่อยๆปรับสู่สภาพปรกติ และให้หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จากหินภูเขาไฟ ซึ่งจะไปขัดขวางการทำงานของไมโครชิพ แต่การกำหินภูเขาไฟไว้มือเป็นครั้งคราว จะช่วยดูดซับรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตออกจากร่างกาย ส่วนการทำสมาธิควบคู่ไปด้วยไม่แนะนำ หมอแกนคงจะหมายถึงการทำฌานในระดับต่างๆ ในระหว่างควบคุมสังเกตลมผ่านจมูก ให้มีสติรู้ตัวตลอด และห้ามหลับ เพียงปิดตาแต่เปลือกตานอกเท่านั้น ตาในยังลืมอยู่

เรื่องน้ำดื่ม ซึ่งร่างกายจำเป็นต้องใช้น้ำ สำหรับเป็นอาหารเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย ตลอดเวลา จึงต้องจัดเตรียมที่เก็บสำรองน้ำเอาไว้ใช้ดื่ม และบริโภคให้เพียงพอสัก 3-6 เดือน ใช้อย่างประหยัด

สำหรับน้ำดื่ม  เตรียมเครื่องกรองน้ำ ที่นอกจากให้น้ำบริสุทธิ์สำหรับดื่มแล้ว ควรหลีกเลี่ยงน้ำผ่านกาซโอโซน และ น้ำในระบบ RO น้ำโอโซน ตราจสอบพลังฮาโดะ ด้วยเครื่องมือ MRA ของญี่ปุ่นแล้ว ได้ค่า - 5 เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งหากมีค่า - 10 เป็นพิษต่อร่างกายร้ายแรง ส่วนน้ำ RO มีค่า = 0  เป็นกลางๆ  น้ำพีระมิดมีค่า +14  มีพลังงานดีมาก แต่ยุ่งยากพอสมควรในการเตรียมน้ำพีระมิด แต่ชาวแม่สะเรียงจะโชคดีมีแหล่งผลิตน้ำพีระมิดบรรจุขวดจำหน่ายราคาเยา หรือหาซื้อได้ตามเอเย่นต์ที่ทางโรงงานแนะนำ

หากจะเลือกใช้เครื่องกรองน้ำ ที่มีหลายๆระบบอยู่ในเครื่องเดียวกัน มีท่อเซอรามิค กรองเชื้อโรคและความขุ่นชั้นแรก มีระบบ KDF ช่วยกำจัดโลหะหนักและสารพิษต่างๆ มีถ่านกัมมันต์ มีระบบเติมแร่ธาตุเป็นน้ำแร่ และมีพลังงานคลื่นแม่เหล็กหรือรังสีฟาร์อินฟาเรด ทำให้ได้น้ำหกเหลี่ยม (จับกันหกโมเลกุลต่อกลุ่ม) ซึ่งจะมีขนาดเท่ากับช่องเปิดที่ผนังเซลล์ และมีโครงสร้างเช่นเดียวกับเม็ดเลือดแดง จะให้พลังงานและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายได้ส่วนหนึ่ง และยังช่วยอุ้มสารอาหารและออกซิเจนไปส่ง ให้แก่เซลล์ทั่วร่างกายได้มากและสะดวกรวดเร็ว พร้อมทั้งนำของเสียภายในเซลล์กลับออกมาทิ้ง และนำเม็ดเลือดดำไปฟอกที่ปอดได้ดียิ่งขึ้น 

และเมื่อผ่านการกรองใส่ขวดพลาสติคใสเรียบร้อยแล้ว สามารถนำมาตั้งไว้ภายในพีระมิดที่เราสร้างขึ้นสักระยะหนึ่ง น้ำแร่จะดูดซับพลังงานที่รูปทรงพีระมิดดึงพลังปราณ พลังมโนธาตุ และธาตุว่างมาจากอวกาศ และน้ำในขวดจะดูดซับพลังงานเอาไว้อีกทอดหนึ่ง เมื่อดื่มน้ำที่ผ่านขบวนการแตกต่างกัน ลิ้นจะรับสัมผัสได้  การดื่มน้ำควรค่อยๆดื่มอึกเล็กๆอมไว้ในปากก่อนกลืน ต่อมน้ำลายจะได้ทำงานทัน และน้ำหกเหลี่ยมยังสามารถซึมผ่านเนื้อเยื่อในปากโดยตรงได้ด้วย 

ส่วนเครื่องกรองน้ำที่มีหลายระบบอยู่ในเครื่องเดียวกัน เครื่องกรองน้ำเฮกซาก้อน ของมาเลย์เซียบริษัทอีคอสเวย์ ที่สามารถกรองน้ำดื่มบริสุทธิ์ที่มีฤทธิ์เป็นด่าง และมีคุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์ค่อนข้างดี แต่หากน้ำดิบที่นำมากรองมีความจำเดิมไม่ดี เครื่องกรองน้ำทุกชนิดไม่สามารถลบความจำไม่ดีเหล่านั้นออกไปได้ ต้องเลือกหาน้ำพุทธมนตร์ผสมลงไปก่อนดื่ม เพื่อลบล้างรหัสความจำลบๆในน้ำดิบให้หมดไป  มิฉะนั้นรหัสความจำที่ไม่ดีที่ติดมากับน้ำดิบจะเข้าไปเผยแพร่ความจำลบๆไปทั่วน้ำที่มีในร่างกายถึง 83 %  ซึ่งทุกคนที่ทราบเรื่องพลังงานไม่ดีเหล่านี้ ต่างไม่ต้องการ  และยังเพิ่มความจำพิเศษที่เราต้องการได้อีกด้วย 

น้ำเสริมพลังงาน พีระมิดนั้นก็จะเป็นตัวนำพลังงานเข้าสู่เซลล์ทั่วร่างกาย ทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานสะสมหรือพลังงานสำรองของทุกเซลล์ จะทำให้เซลล์สามารถใช้พลังงานที่มีอยู่ซ่อมแซมตนเอง และผลิตเซลล์รุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น  โดยใช้พลังงานที่ได้จากน้ำและการหายใจระบบโพเพทัส นำไปทำภารกิจที่จำเป็น ในชีวิตประจำวันของอวัยวะนั้นๆ ช่วยผ่อนแรงการสันดาปอาหารภายในเซลล์ลงได้จำนวนหนึ่ง ไม่ต่างจากเครื่องยนตร์เดินเบาอายุการใช้งานย่อมเพิ่มขึ้น

ดังนั้นหากเราเข้าใจพลังงานที่เราจะได้จากน้ำ นอกจากใช้ในระบบการหายใจ และอื่นๆอีกมากมาย นำมาใช้ในอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย เท่ากับร่างกายได้รับพลังงานจากน้ำเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง ช่วยประหยัดการบริโภคอาหารตามปกติลงไปหรือร่างกายจะไม่รู้สึกหิวอาหาร เมื่อเราลบสัญญาเดิมๆออกไป เหลือแต่ภาวะปัจจุบันที่ร่างกายต้องการจริงๆ หากมีแต่น้ำดื่มและระบบการหายใจระบบโพเพทัส คุณหมอแกนยืนยันว่าจะช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่รอด โดยไม่กินอาหารอื่นได้เป็นเดือน หากใครกังขาก็อาจทดลองด้วยตนเองก่อนก็ได้ เป็นการฝึกซ้อมสัมผัสความเป็นจริงของร่างกายในมิติใหม่ๆ

ต่อไปเมื่อทราบวิธีหายใจในทฤษฎีโพเพทัสแล้ว อาหารของร่างกายที่ไม่ต้องซื้อหา นั่นคืออากาศ ปัจจุบันมีวิธีการหายใจระบบโพเพทัส ของหมอแกนได้นำมาใช้เป็นเวลา 12 ปี แล้ว เพิ่มพลังงานโดยตรงให้แก่เซลล์ทั่วร่างกาย พร้อมๆกับอากาศที่เราหายใจเข้าและออก และยังสามารถประยุกต์เข้ากับพลังแสงทิพย์  ของพระบรมธรรมบิดาได้อีกด้วย สำหรับเรื่องอากาศและระบบการหายใจนี้ จะใช้แทนยารักษาโรคทุกชนิดได้ด้วยตนเองอีกด้วย โดยเพิ่มโปรแกรมคำสั่งไปที่ไมโครชิพ ซึ่งผู้สนใจทุกท่านต้องรีบหาซื้อตำราของหมอแกน ในทฤษฎีโพเพทัสคลีนิค เอาไว้ประจำครอบครัว หรือศึกษาจากเว็บไซท์หมอแกนกายสิทธิ์ และฝึกการใช้งานให้คล่องแคล่วเสียแต่เนิ่นๆ ให้คุ้นชิน จะช่วยแก้ปัญหารักษาโรคที่เกิดกับร่างกายและจิตใจได้มากทีเดียว ทุกคนทำได้ฟรีโดยกำหนดเวลาปฏิบัติให้เหมาะสมในแต่ละวัน อย่างน้อยวันละ 5 รอบ จึงจะสามารถเพิ่มปริมาณ สเต็มเซลล์ได้ จนคุ้นชินเป็นนิสัย ประหยัดค่ารักษาพยาบาลและไม่ต้องกินใช้ยาใดๆอีก 

ทฤษฎีโพเพทัส นอกจากใช้ด้านโลกียะแล้ว ยังสามารถนำมาฝึกในทางโลกุตระได้อีกด้วย ซึ่งผู้ที่ต้องการเอาชีวิตรอดเข้าสู่ยุคใหม่ จำเป็นต้องพัฒนาจิตใจเป็นอย่างมาก ช่วยเพิ่มบารมีให้แก่ตนเอง ได้ทราบจากชาวต่างดาวที่กำลังมาเตรียมการช่วยเหลือมนุษย์จากภัยพิบัติ จะช่วยได้จำนวนหนึ่งเท่านั้น โดยเฉพาะผู้ที่มีบุญบารมี หรือประมาณ 10 ๔ ของประชากรทั้งโลกให้ช่วยตนเองในสถานการณ์ผิดปกติที่รุนแรง ที่ทุกคนไม่เคยประสบพบเห็นมาก่อน ทฤษฎี โพเพทัส ของชาวดาวโพเพทัส นี้ นับว่ามาช่วยแก้ปัญหาให้แก่มนุษย์โลกให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นได้อย่างทันเวลา ที่ผู้ไม่ประมาทจะน้อมนำมาฝึกใช้อย่างเร่งด่วน ให้เกิดความเคยชินและปรับสมดุลร่างกายให้พร้อมเผชิญกับโรคระบาดนับร้อยๆชนิด ที่จะทะยอยเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าเราสามารถเป็นหมอรักษาตนเองได้ก็จะสะดวกปลอดภัยอย่างยิ่ง และยังสงเคราะห์ญาติผู้เจ็บป่วย หรือลูกเล็กๆที่ยังช่วยตนเองไม่ได้ ได้อีกด้วย

หลักการย่อๆ ในการใช้ทฤษฎีโพเพทัส จากการตอบคำถาม

Posted: Fri Oct 22, 2010 12:33 pm

Hello.. I live in Canada now. I just found Dr. Gan's forum from the Website. I'm interested in Detox Popatas. I have a problem with my body so I always hurt around kidney for both sides and somtimes I hurt around chestI already have checked with the doctor and did the CT scan here but they cannot find any problem.

Dr. Gan, I would like to do Detox Popatas, I don't know how many CC should i take per day?  Can you answer my question please?

Sincerely

PF_Canada

Posted: Fri Oct 22, 2010 01:07 pm

How to drink: There are 3 patterns

1. 1200 cc per day (severed condition) 
2. 1500 cc per day (less severed condition) 
3. 1700 cc per day (as prevention and protection) 

Drink one glass in every two hours; 6 glasses per day

+ + No food at all when the day you do Detox Popatas No 1, except water++

++Drink the first glass when you got up++ 

 

Why we have to drink the Detox Popatas No 1 in every 2 hours?

 

Because our body tissues need energy and they need to take up the glucose from blood,  mainly from foods we eat But The Detox Popatas No 1 has so much nutrients and energy so that all normal cells in the body won't need to restore or take anymore energy for itself Therefore, they should already have enough energy for the whole day then It always keeps you fresh No worry about you're gone hungry because there are high in fibers too 

Note:  On the next day you do not drink the Detox Popatas No 1, please follows this dietary programme belows

 

This formula may be not only given a weight loss programme,  but instead, it helps you to cure and prevent diseases,  and also it increases the amount of blood cells counts in the body too So that I call it  "Stem Cell".

 

 

Posted: Fri Oct 22, 2010 01:40 pm

Thank you for your information. Can I drink only Detox Popatas instead of doing 2 things together(drinking&breath control)?

Posted: Fri Oct 22, 2010 01:46 pm

It's better to drink PJ juice with breath control at least 5 rounds/day.

Posted: Sun Oct 24, 2010 12:34 pm

Thanks joey for sharing the experience.

Popatas practicing of breath control or Activating electromagnetic cellular energy [AEMCE] is the most important part of Popatas Theory to cure all diseases physically and mentally.

AEMCE practicing affects four things directly to the microchip and all cells of the body,ie electromagnetic energy and frequency,rate of growth of new stem cells and memory modes as  a program.

But Popatas Juice with proper amount, as described in the Popatas Theory , affects three things to the microchip and all cells of the body,ie electromagnetic energy and frequency, and finallly rate of growth of new stem cells, but no memory modes as a new program. Nevertheless all cells have had their old functions.

Hopefully, you can reach your success in both Popatas practicing and drinking Popatas Juice.

It's very kind of you to report the progress of your symptoms in 3 weeks'  time after starting the theory to Dr. Gan

ท่านที่มีร่างกายแข็งแรง ก็สามารถนำไปใช้กับตนเอง และลองพิจารณาปฏิรูปการรับประทานอาหารต่างๆในการดำรงค์ชีวิต ในมิติใหม่ด้วยตนเอง เตรียมรับภัยพิบัติ ปีต่อๆไปเมืองไทยจะประสบปัญหาน้ำท่วมถึง 57 จังหวัด ดีกรีความเดือดร้อน จะค่อยๆทวีเพิ่มขึ้น ทุกเวลาสำหรับคนยุคปัจจุบัน ที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติกันเกินขนาดมายาวนาน

ข่าวดีจากผู้ป่วย 2 รายเป็นต่อมทอนซิลโตเรื้อรังและมะเร็งไต

รายงานโดยหมดนารีลักษณ์

Posted: Tue Oct 26, 2010 11:25 am

รายงานข่าวดีให้คุณหมอแกนทราบค่ะ

  • รายแรกเป็นเด็กอายุ 9 ปีซึ่งต่อมทอนซิลอักเสบและโตแข็งผิวขรุขระแบบผิวดวงจันทร์ และมีอาการหยุดหายใจกลางคืนเป็นพักๆ ที่นัดผ่าตัดแต่คิวไม่ว่าง จึงมาปรึกษาอยากผ่าตัดเร็วๆ แต่พอเล่าให้ฟังถึงทฤษฎีโพเพทัส คุณแม่ลงมือทำโดยไม่ได้ยาเลย อาการดีขึ้นเรื่อยๆทั้งการหายใจปกติกลางคืนไม่หยุดหายใจ ไม่มีเสียงกรน ตั้งแต่วันแรกที่ดื่ม

ตอนนี้ทำมาได้ผ่านมา 4 เดือนแล้วค่ะ จากวันแรกที่พบกัน 14/6/53  ต่อมทอนซิลเล็กลงมากเหลือ 20 % ต่อมน้ำเหลืองซึ่งปกติคลำได้ที่ใต้คางหายไป หายใจปกติทั้งกลางคืน กลางวัน น้ำหนักขึ้นมา 5 กก.จากเดิม22 กก. เป็น 27 กก. ความสูงเพิ่มขึ้น 3 ซม. หน้าแดงขึ้นจากเดิมหน้าซีด กระตือรือล้นในกิจกรรมต่างๆขึ้นกว่าเดิม และที่รายงานไปคราวก่อนว่ากลิ่นตัว กลิ่นปากก็หายไปด้วย ตอนนี้ยังดื่มน้ำโพเพทัสจูส สัปดาห์ละ 2 วันติดกันคือเสาร์อาทิตย์ วันละ 6 แก้ว วันอื่นๆดื่มวันละ 4 แก้วโดยมีอาหารด้วยค่ะ งดข้าว แป้ง ก๋วยเตี๋ยว คุณแม่บอกว่าจะเขียนประสบการณ์ให้คุณหมอแกนค่ะ ปกติคุณแม่จะงานยุ่งมากต้องเดินทางไปมาระหว่างอำเภอฝาง ซึ่งมีโรงงานทำขนมที่นั่น กับอำเภอหางดงเชียงใหม่ค่ะ 

  • รายที่สอง อายุ 76 ปีที่เป็นมะเร็งไต รักษามาแล้ว 2 เดือนด้วยทฤษฎีโพเพทัส แต่เคยนอนไอ ซี ยู ใช้เครื่องช่วยหายใจ และน้ำท่วมปอด ติดเชื้อที่ปอด เคยฟอกไต 1 ครั้ง หน้าที่ของไตเป็นปกติตั้งแต่ดื่มน้ำโพเพทัสจูสได้ 1 สัปดาห์ค่ะ ท้องอืดปวดท้องมากช่วงแรกๆ เพราะมะเร็งใหญ่มาก ตอนนี้ไม่ปวดท้องแล้วค่ะ และช่วงแรกถ่ายยาก ต้องสวนทวาร แต่หลังดื่มน้ำโพเพทัสจูส ขับถ่ายดีทุกวันเพราะนอกจากดื่มน้ำโพเพทัสจูสแบบ 6-3-6-3 และอาหารละเอียดสำหรับเด็กและคนไข้หนัก ในวันที่กิน 3 มื้อ ตามสูตรในประสบการณ์ของน้องโพสต์ ลูกๆ2คนก็ช่วยนั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์ให้ด้วยคนละอย่างน้อย 5 รอบ แต่บางวันก็มากกว่านั้น และหมอเองก็ช่วยนั่งให้ด้วยค่ะ ช่วงแรกๆได้รับพลังจากคุณหมอแกนทางโทรศัพท์ แต่ตอนหลังไม่ได้รบกวนคุณหมออีกค่ะ ตอนหลังเดินได้ดี จากที่นอนเตียงตลอด และตอนนี้คุณพ่อเริ่มนั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์เองครบวันละ 5 รอบแล้วเกือบ 1 สัปดาห์ จากเดิมพยายามนั่งวันละรอบก็เหนื่อยแล้ว รายนี้ได้ร่วมกันนั่งหลาย คนค่ะ ร่วมด้วยช่วยกัน จึงได้ฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับค่ะ ลูกๆและผู้ป่วยเองก็ได้มาขอบคุณ คุณหมอแกนที่ศูนย์เชียงใหม่ด้วย และจะได้เขียนประสบการณ์ให้คุณหมอแกนเร็วๆนี้ค่ะ
  • มีรายใหม่อีกรายค่ะ อายุ 15 ปี มาด้วยเจ็บหน้าอกบริเวณเต้านม 2 ข้าง มีประจำเดือนมาแล้ว 4 ปี น้องเขาตรวจด้วยตัวเองพบมีก้อนอยู่ที่เต้านม  ก็เลยตรวจดู พบว่าความจริงคือต่อมน้ำนมนั่นเอง แต่ถ้าไม่เจ็บก็คงไม่ได้คลำดูว่ามีก้อแตรงกลางเป็นปกติในผู้หญิงตั้งแต่วัย รุ่นเป็นต้นไป ก็เลยบอกว่า เป็นภาวะปกติที่ก่อนมีประจำเดือน บางรายจะเจ็บเต้านม และช่วงนี้ถ้าคำนวนดูก็จะเป็นช่วง premenstrual period พอดี  และน้องบอกว่าชอบมีปวดท้อง เวลามีประจำเดือนด้วย ถามไปถามมาไม่ชอบทานผักผลไม้ค่ะ เลยแนะนำทฤษฎีโพเพทัสให้ทั้งการดื่มน้ำโพเพทัสจูส และสอนการนั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์ และออกคำสั่งทั้งโรคทางกายและเรื่องการเรียนด้วยค่ะ น้องเขาก็สนใจที่จะมาฟังการบรรยายของคุณหมอแกนตอนจะมาเชียงใหม่รอบหน้าด้วย ค่ะ หมอเลยลองให้พลัง แบบที่คุณหมอแกนท่านสอนไว้ เหนือหน้าอก 2 ข้าง แล้วถามว่าเขารู้สึกอะไรไหม น้องบอกว่ารู้สึกอุ่นๆค่ะ ก็เลยบอกว่า ถ้าหนูหัดนั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์บ่อยๆ หนูก็จะมีพลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากขึ้นได้เหมือนกันทุกคน และหายใจแบบกำหนดลม 4 อย่างนี้ตลอดเวลาเป็นปกติในชีวิตประจำวันไปเลย   วันนี้ได้โทรหาคุณแม่เพื่อติดตามผลค่ะ คุณแม่ไม่ได้เข้ามากับลูกเมื่อวาน ก็เลยเล่าให้ฟัง คุณแม่บอกว่าน้องไม่บ่นเจ็บอีกเลย และไม่ได้ทานยาอะไรแม้แต่ยาแก้ปวดค่ะ  รายนี้เหมือนเป็นบุญของเขาด้วยค่ะ ที่เจอหมอ เพราะหมอจวนจะกลับอยู่แล้ว และก็ไม่น่าจะต้องได้ตรวจเขา เพราะเป็นผู้ป่วยที่ต้องพบหมอสูติ มากกว่าค่ะ แต่ในที่สุด ก็ได้เจอกันและต้องมาเล่าทฤษฎีโพเพทัสให้เขาฟังค่ะ เลยลุ้นให้ดื่มน้ำโพเพทัสจูส และอาการปวดท้องประจำเดือน ก็จะหายและระบบขับถ่ายก็จะดีขึ้นด้วยค่ะ และหัดนั่งกระตุ้นคลื่นเซลล์บ่อยๆ ก็จะได้กลุ่มเด็ก new generation ที่ฝึกทฤษฏีโพเพทัส เพื่อรักษาตัวเอง และอยู่เหนืออารมณ์ ความคิด นิสัย ในที่สุด   ดัวย ค่ะ เรากำลังจะสร้างพลังแห่งความดีทุกวันร่วมกันนะคะ
  • ขอขอบพระคุณ คุณหมอแกนและทฤษฎีโพเพทัส อีกครั้งนะคะ ที่มอบความสุขให้บังเกิดขึ้นกับตัวดิฉันเอง และผู้ป่วยอีกจำนวนมากค่ะ

    ต่อไปนี้เชิญอ่านประสพการณ์ผู้ป่วยสารพัดโรคในตัวเธอ : ขอเชิญชวนอ่านประสบการณ์ของคุณบัวเรียว หายทุกโรค

    nareeak

    Posted: Wed Oct 20, 2010 08:51 am

    ผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์ของรังสีคอสมิคส์ที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ ดีเอ็นเอ ของมนุษย์และสัตว์เปลี่ยนไป ดังนั้นการซ่อมแซม ดีเอ็นเอ ให้ปรกติ ด้วยสเต็มเซลล์ด้วยทฤษฎีโพเพทัส ของหมอแกน จึงน่าสนใจมาก

    จะต้องเตรียมตัวการรับประทานอาหารอย่างไร ในส่วนนี้ได้ทราบมาจากลูกศิษย์ผู้ฝึกปฏิบัติ ใกล้ชิดกับพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ มามากกว่า 10 ปี พยายามเน้นบรรดาลูกศิษย์ใหม่ๆได้ลองรับประทานมังสะวิรัติมื้อเดียว  ซึ่งได้ทราบเรื่องนี้มาก่อนร่วมปีแล้ว ก็จะมาสอดรับกับวิธีรับประทานอาหารของหมอแกน เจ้าของทฤษฎีโพเพทัสเข้าพอดี ของคุณหมอแกนไม่ถึงกับให้ทานมังสะวิรัติยังอนุโลมเนื้อสัตว์บางชนิด (แต่เมื่อถึงเวลาของภัยพิบัติจริงๆคงหาเนื้อสัตว์ที่ระบุได้ยาก) ส่วนปลาน้ำจืดทุกชนิดยังเป็นพาหนะของเชื้อแบคทีเรียประเภททีบีอีกด้วย ซึ่งควรละเว้นไม่ทานปลาและสัตว์น้ำจืด และเนื้อหมู เนื้อวัว และแป้ง และน้ำมัน น้ำตาลทุกชนิด เน้นประเภทผักที่มีเส้นใย และให้พลังงานสูงเป็นหลัก

    หมอแกนแนะนำเฉพาะพืชผักผลไม้ ที่ใช้ทำดีท๊อกซ์ และข้าวโอ๊ตอีกเล็กน้อยและเมนูต่างๆ ที่ประกอบจากพืชผักผลไม้ที่ใช้ทำดีท๊อกซ์ต่อวัน ในวันที่ไม่ได้ดีท๊อกซ์ ก็ได้พลังงานเพียงพอที่ร่างกายจะนำไปใช้งานแต่ละวันแล้ว โดยมีโมเดลที่ตัวหมอแกนเองได้ทำมานับ 10 ปีแล้ว ก็ยังแอ๊คตีปและมีร่างกายแข็งแรงดี (อาหารประเภทแป้งเชิงเดี่ยว เราทานเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งร่างกายต้องการไม่มาก พืชผักผลไม้รวม 24 ชนิด ที่หมอแกนแนะนำไว้จึงให้พลังงานเพียงพอแก่ร่างกายในแต่ละวัน และไม่สร้างภาระของเสียตกค้างในระบบทางเดินอาหารเช่นเดียวกับ แป้ง น้ำตาล และไขมัน ซึ่งทำให้ร่างกายเกิดโรคต่างๆตามมา การทานพืชผักผลไม้ที่หมอแกนแนะนำ จึงเป็นการจงใจแก้ปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุโดยตรง ที่เรายังไม่คุ้นเคยต้องสร้างความเคยชิน หรือปรับเปลี่ยนวิธีการรับประทานใหม่นั่นเอง)

    ที่กล่าวมาในเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และอากาศเพิ่มพลังงานรักษาทุกโรคผ่านไมโครชิพ สร้างความสมดุลพลังงานในทุกๆเซลล์ทั่วร่างกาย  ค่อนข้างครอบคลุม ช่วยให้ร่างกายสามารถดำรงค์อยู่ได้ ในสถานการณ์คับขันขาดแคลนได้เป็นอย่างดี  ถึงแม้ว่าพืชผักผลไม้จะมีไม่ครบตามสูตรของหมอแกน ก็พยายามทำสวนครัวผลิตพืชผักเอาไว้ใช้เองให้มากชนิดที่สุด และยังมีพืชยืนต้นและพืชล้มลุกอีกหลายชนิด ที่เราสามารถปลูกเอาไว้ใช้ประโยชน์ได้เช่น สะเดา มะเขือพวง มะขาม ต้นดอกขจร ต้นยอ มะเฟือง มะยม ขิง ข่า มะกรูด มะนาว เสวรส กล้วยน้ำว้า ต้นเตยหอม สระแหน่ มะเขือเทศลูกใหญ่ ต้นหอมหัวใหญ่ หอมแดง กระชาย บล๊อกเกอรี่ กระหล่ำปลีม่วง มะเขือม่วง แครอท พริกหยวกแดง บีทรูท ฟักทอง พริกหยวกเหลือง ข้าวโพดฝักอ่อน แอปเปิลเขียว ต้นท้อ หน่อไม้ฝรั่ง ที่สามารถแทงหน่อได้ทั้งปี ด้วยตัวช่วยเอ็นฟังก์ชั่น และพืชผักผลไม้ต่างๆสำหรับใช้ในสูตรของโพเพทัส ดีท๊อค 

    บางโซนของประเทศจะปลูกได้โดยเฉพาะพืชเมืองหนาว ที่อากาศในประเทศไทยจะเปลี่ยนไปเมื่อโลกได้ปรับเอาขั้วโลกเหนือใหม่ไปอยู่ที่สฟิงซ์แล้ว อากาศในประเทศไทยก็จะหนาวเย็นลงไปมากทีเดียวเนื่องจากอาณาจักรประเทศนี้ จะอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือใหม่มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ท่านปลูกพืชเมืองหนาวตอนนี้อาจไม่มีผล ก็รออีกไม่นานอากาศก็จะเหมาะสม กับพืชเมืองหนาวพอดี เริ่มเพาะปลูกเอาไว้ล่วงหน้าได้ ผ่านร้อนมากๆแล้วก็มาเจอหนาวๆอีก ถ้าร่างกายปรับตัวไม่ทันก็จะป่วยไข้ได้ การปฏิบัติตนในทฤษฏีโพเพทัส ต่อเนื่องสม่ำเสมอ ก็จะเป็นคำตอบช่วยปรับสมดุลให้ทั้งร้อนและเย็นได้อย่างดี ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรมากนัก เพียงสร้างความคุ้นเคยให้สม่ำเสมอเป็นนิสัย ผู้ใช้ทฤษฎีโพเพทัสพบว่า ร่างกายตนเองสามารถทนความร้อนภายนอกได้ดีกว่าผู้อื่น 5-7 องศาทีเดียว

    พูดถึงการปลูกพืชผักผลไม้ จำเป็นต้องมีตัวช่วยใหม่ๆที่ใช้สะดวกและทำพืชผักอินทรีย์ทั้งหมด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค ต้องเตรียมสำรองผลิตภัณฑ์ หลายๆชนิดของระบบ เอ็นฟังก์ชั่น ทั้งหมด เพื่อเอาไว้ใช้ในงานเกษตรสวนครัวได้นานๆ ศึกษาระบบเอ็นฟังก์ชั่นได้ที่ /Index.html พร้อมทั้งตระเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับการฉีดพ่นด้วยแรงคนเอาไว้สำรองเอาไว้ใช้ให้เพียงพอด้วย

    และหากท่านมีคำถามเกี่ยวกับปัจจัยสำหรับการอพยพ ไปยังที่ปลอดภัย หลายๆท่านอาจต้องมีตู้เอทีเอ็มของตนเอง เอาไว้ใช้จ่ายซัก 2 ล้านบาท /หน่วย/เดือน ท่านที่ต้องการเป็นเจ้าของตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่ แวะศึกษาข้อมูลเพิ่มที่ /article36.html

    เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share