พลังงานที่เซลล์สมองและระบบประสาททั่วร่างกายต้องใช้

http://ainews1.com/article345_a.html

Bookmark and Share

ในความรู้ของแพทย์แผนหลัก เซลล์สมอง ต้องการพลังงานประมาณ 1 ใน 4 ของร่างกายส่วนต่างๆทั้งหมด ซึ่งปรกติเซลล์ต่างๆและระบบประสาททั่วร่างกาย ต้องการพลังงานที่ได้จากอาหาร ที่มนุษย์รับประทานเข้าไป ผ่านระบบย่อยและดูดซึมสารอาหาร วิตามิน เกลือแร่ เอ็น  ไซม์ ต่างๆ ผ่านระบบเม็ดเลือดแดง พาไปแจกจ่ายให้แก่เซลล์ส่วนต่างๆ ที่มนุษย์ทราบมานับร้อยๆปี

ถ้ามองในกรอบเดิมๆที่มนุษย์มีความเข้าใจ มาเป็น พันๆปี มนุษย์ต้องจัดหาอาหาร หรือเลือดแดงไปเลี้ยงสมอง ถึง 1 ใน 4 ของเลือดแดงทั้งหมด ประมาณ 6 ลิตรในร่างกาย   หน้าที่ของสมอง นอกจากสั่งการดูแลร่างกายทั่วทุกส่วนแล้ว มนุษย์ยังใช้เซลล์สมอง สำหรับการคิด นึกต่างๆ ซึ่งต้องใช้พลังงานมากทีเดียว จะสังเกตได้ว่าคนที่ใช้ความคิด หรือใช้สมองมาก ต้องรับประทานอาหารอย่างเพียงพอ เพื่อเติมพลังงานให้แก่สมอง และโดยเฉพาะผู้ที่มีสมาธิน้อย

ชอบคิดสารพัดเรื่อง ล้วนแล้วแต่เรื่องคนอื่นนอกตัวทั้งนั้น ยิ่งต้องสิ้นเปลืองพลังงานมาก จนอาจกลายเป็นคนคิดมาก หลงทางไม่มีสติอยู่กับตัว ผู้คนประเภทนี้กินจุ

หากมนุษย์จำกัดการทำหน้าที่ของสมองให้น้อยลง ให้สมองทำหน้าที่ดูแลร่างกายส่วนต่างๆ ผ่านระบบประสาท ให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่จำเป็นสำหรับรักษาร่างกายหรือขันธ์ 5 เอาไว้ให้อยู่ในสภาพปรกติได้ สมองก็จะลดการใช้พลังงานและลดความสึกหรอ หรือก่อมลพิษในเซลล์สมองน้อยลงไปมาก เมื่อตัดภาระในการคิดนึกออกไปได้

เพื่อให้เข้าใกล้สิ่งที่นำเสนอยิ่งขึ้น หากท่านย้อนไปฟังคำให้สัมภาษณ์ของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ที่ได้รับมอบหมายจากองค์การนาซ่า ให้คิดเครื่องอุปกรณ์ บังคับยานอวกาศขึ้นและลงจอดที่ดาวอังคาร ท่านจะทราบว่า ทีแรกท่านพยายามคิด โดยใช้สมอง คิดเท่าไรก็ไม่ได้ผล เสียพลังงานไปมาก ตอนหลัง ท่านหยุดคิด หันมาทำสมาธิ ปล่อยให้สมองพักผ่อน ทิ้งภาระที่จะต้องคิดเรื่องที่ค้างอยู่ ปรากฏว่า สิ่งที่ท่านต้องการผุดขึ้นเองโดยไม่ต้องใช้สมองคิด ท่านเรียกว่าจิตใต้สำนึก บอกวิธีการหรือหลักการให้แก่จิตในสำนึก และท่านก็นำมาต่อยอดจนประสบความสำเร็จ สร้างอุปกรณ์ขึ้นมาจนใช้การได้

เอาอีกซักตัวอย่างที่เห็นชัดๆและกำลังแพร่หลายผลแห่งประดิษฐ์ที่ออกมาจากจิตเดิมโดยตรง ไม่ได้ใช้วิชาความรู้ของสมอง แต่เป็นปัญญาของจิตเดิม เพื่อช่วยชาวโลก ไปร่วม 50 ชุดแล้วในภาคต่างๆและกำลังเป็นที่สนใจของต่างประเทศ เช่นในตะวันออกกลาง แงะต่อไปทางอาฟริกา ส่วนมะนิลาได้นำไปทดลองใช้ขจัดฝุ่นควันจากการระเบิดของภูเขาไฟ ใช้ได้ผลดี  ช่วยแก้ฝนแล้ง และอากาศเป็นพิษ คือพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ

เมื่อท่านเริ่มเข้าใจบทบาทของมันสมองของคนเราบ้างแล้ว ทีนี้ หากเราใช้วิธีการยกเลิกหรือละลายพฤติกรรมการนึกคิดของเซลล์สมองออกไปเลย ไม่มีเหลือภารกิจให้สมองต้องทำหน้าที่เดิมๆที่มนุษย์ส่วนใหญ่เข้าใจออกไปอย่างสิ้นเชิง

ส่วนวิธีการจะทำได้อย่างไรนั้น เป็นรายละเอียดที่ต้องสร้างความเข้าใจ ในภาคพลังงานอีกมิติหนึ่ง ที่พระพุทธองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบ แล้วนำมาบอกแก่ผู้ที่สนใจปฏิบัติเดินตามรอย เมื่อท่านได้เดินตามวิธีการของพระองค์ท่านไปถึงขั้นหนึ่ง จิตเดิมของเราไม่ต้องพึ่งพาการคิดนึกจากมันสมองอีกต่อไป ในเวลาเดียวกันพลังงานที่สมองจำเป็นต้องใช้ก็จะลดจำนวนพลังงานลงไปมาก นั่นคือต้องการอาหารที่เคยบริโภคปรกติน้อยลงมากทีเดียว ที่เคย 3 มื้อ เหลือเพียงมื้อเดียวเล็กๆ เช่นเดียวกับพระภิกษุสงฆ์ ที่รักการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด

เมื่อนำวิธีการที่กล่าวแล้วข้างต้น ไปรวมกันกับการจัดหาพลังงานสำเร็จรูป ให้แก่เซลล์ทั่วร่างกาย จาก อากาศ น้ำ และอาหาร โดยลดการบริโภคอาหาร เหลือเพียงมื้อเดียวเล็กๆ นอกนั้นใช้พลังงานจากอากาศ และน้ำ ซึ่งน้ำก็เป็นอาหารอย่างหนึ่ง แต่นอกจากน้ำที่เข้าไปช่วยให้ระบบในร่างกายแยก ออกซิเจนและไฮโดรเจน จากน้ำไปใช้แล้ว เรายังแถมพลังงานสำเร็จรูป ในรูปพลังงานคลื่นไฟฟ้า และประจุไฟฟ้าทั้ง ลบ และบวกให้แก่เซลลล์ทั่วร่างกายอีกด้วย เซลล์ทั่วร่างกายก็จะประหยัดพลังงานที่จำเป็นต้องได้รับจากการสันดาปธาตุอาหารลงไป เช่นเดียวกับพลังงานสำเร็จรูปที่เราเพิ่มเข้าไปกับน้ำดื่ม พลังงานเหล่านี้ เซลล์ก็จะนำไปใช้เป็นพลังงานสำรอง ให้เซลล์มีพลังงานพร้อมใช้งานทำหน้าที่ของตนในร่างกายได้ตลอดเวลา

เมื่อมนุษย์ทราบวิธีการบริหารร่างกายในรูปพลังงาน ได้ดังกล่าวแล้วข้างต้น ในภาวะอดอยากที่โลกจะต้องเผชิญ มนุษย์ที่รู้จักคุ้นเคยกับการบริหารพลังงานในเซลล์ทั่วร่างกายที่กล่าวแล้วข้างต้น จะมีโอกาสอยู่รอดได้สูงทีเดียว

นอกจากนั้นวิธีการจัดหาพลังงานสำเร็จรูปให้แก่เซลล์ในร่างกายของทุกคน ยังเกิดผลพลอยได้ที่มีคุณค่าสูงตามมาอีกด้วย เช่น

  • การอยู่กินอย่างพอเพียง ที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ
  • ขจัด โลภ โกรธ หลง ออกไปเกือบหมด
  • เกิดปัญญาในมิติวิมุติ หรือปัญญาของผู้ที่อยู่เหนือโลก และเมื่อใช้เวลาว่างระหว่างภัยพิบัติโลก สามารถดำเนินการกับจิตใจ บน ทาง ของแต่ละคน ให้ตนเองอยู่บน 'ทาง' ที่สมบูรณ์ได้ในชาตินี้ได้อีกด้วย

ในยามที่โลกเกิดภัยพิบัติ ท่านต้องเก็บตัวอยู่ในเซฟเฮ้าส์เล็กๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ กินน้อย นอนน้อย หรือไม่หลับเลย ตาอาจจะหลับแต่จิตไม่หลับ หรือนอนไม่ฝันนั่นเอง ที่พระอาจารย์รัตน์ ท่านเรียกว่า เป็นผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ ไหนๆโลกก็จะต้องเผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ ในรอบ 13,000 ปี ใกล้เข้ามาแล้ว หากเราจะใช้สภาวะแวดล้อมที่มนุษย์กำลังจะเดินทางเข้าไปในโลกยุคใหม่ เราก็เตรียมตัวให้พร้อมเสียแต่เดี๋ยวนี้ ก็จะได้รับประโยชน์ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ที่เจริญงาม สมกับที่จะเข้าไปในแรงดึงดูดของกาแลกซี่ไตรแองกุลัม ซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานที่ดี เหมาะแก่การแสวงหาและพัฒนาจิตใจมนุษย์โลก ให้เป็นที่ยอมรับ ของนาๆจักรวาล ที่มนุษย์และพวหกเขามีอายุอยู่เป็นหลายๆหมื่นปี จึงมีโอกาสได้รู้ได้เห็นเรื่องต่างๆของโลกและดวงดาวอื่นๆมากมาย 

ท่านที่สนใจในการฝึกฝนตนเองแต่เนิ่นๆ ให้เกิดความเข้าใจ และได้รับผลที่ตนเองจะทราบได้เองตลอดเวลา ก็แวะศึกษารายละเอียดและวิธีการ จากลิงค์ต่างๆ ที่ปรากฏได้ตั้งแต่บัดนี้ แล้วสิ่งต่างๆที่ยังไม่ชัดเจน ท่านก็จะได้ทราบเองอย่าง กระจ่างชัดเป็นขั้นๆไป

สำหรับท่านที่ไม่ประมาทเข้าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานแล้วนั้น...ด้วยสัญชาติญาณของสัตว์โลกย่อมหาหนทางนำชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง หากท่านที่อยู่ในกลุ่มนี้ ก็ลองหาความรู้ต่อไปอีกให้ทะลุเป้าหมาย  ว่าแล้วเราจะจัดการเตรียมการณ์ล่วงหน้าให้แก่ตัวเราและครอบครัวได้อย่างไรบ้าง   จะมีเครื่องทุ่นแรงในปัจจุบันอย่างใดบ้างที่จะช่วยเหลือเราให้คล่องตัวอย่างทันเวลา ลองแวะที่ลิงค์นี้.  http://www.ainews1.com/article36.html

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share