วิธีปฏิบัติสืบเนื่องจากบทสวดมหาจักรพรรดิของหลวงปู่ดู่

http://www.ainews1.com/article347.html

เป็นบทสวดที่เรียบเรียงมาจาก  'ชมพูปติสูตร' ในตอนที่พระพุทธเจ้า ทรงเนรมิตรพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์เพื่อกำราบทิฐิมานะ ของพญาชมพูบดีพระมหากษัตริย์ผู้มากด้วยอิทธิฤทธิ์

โดยผู้ที่แต่งพระคาถาบทนี้คือหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ คาถาจักรพรรดิ์ บทนี้เป็นพระคาถาหลักที่หลวงปู่ดู่ ใช้ในการรวมบารมีแผ่ช่วยเหลือภพภูมิ และใช้ในการอธิษฐานปลุกเสกพระเครื่องทุกชนิดของท่าน

การสวดครั้งหนึ่ง มีอานิสงค์แผ่ไป ทั้งสามแดนโลกธาตุแผ่บุญไปทั่วถึงสรรพสัตว์ตลอดจนเทวดาประจำตัวเรา ญาติมิตร เพื่อนฝูง ครอบครัวเจ้ากรรมนายเวร

บทสวดพระมหาจักรพรรดินี้ เป็นการสวดไหว้พระพุทธเจ้าทั่วทั้งหมด ตลอดจนถึงพระธรรมและพระโพธิสัตว์เจ้าพระอริยสงฆ์ทั้งมวล รวมถึงน้อมนำกำลังของเทพพรหม พระอริยะเจ้า พระเจ้าจักรพรรดิ์ทุกพระองค์ พระมหาโพธิสัตว์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต มาอาราธนารวมเข้าที่กาย วาจา ใจ อัญเชิญเข้าตัวป้องกันภัย

มีการกล่าวถึงพระสีวลี เป็นมหาโชคมหาลาภ และบทนี้มีพลังงานอย่างยิ่ง ในการเจริญกรรมฐาน หากสวดบทนี้สามารถอธิษฐานเรื่องราวที่ขัดข้อง ให้ผ่านพ้นไปอย่างทะลุปรุโปร่ง   (เตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่ 20.15 น.)

ทุกๆวัน ในเวลา ๒๐.๓๐ น.หลวงตาม้า (ลูกศิษย์หลวงปู่ดู่ที่ยังดำรงค์ขันธ์อยู่) และศิษย์ทั้งหมดจะร่วมสวดมนต์บทนี้ เพราะเป็นช่วงที่เปิดทั้งสามโลกธาตุให้สื่อถึงกันได้หมดเทพพรหมทั่วแสนโกฏิจักรวาล จะร่วมกันสวดบทนี้ ในช่วงนี้ แม้แต่ไฟนรกก็ดับชั่วคราว                           คำอัญเชิญภพภูมิ

ลูกขอตั้งสัจจะอธิษฐานกราบขออาราธนาเมตตาบารมีรวม หลวงปู่ทวดหลวงปู่ดู่ขอหลวงปู่ได้โปรดมีเมตตา อาราธนาบารมีรวมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่สมเด็จพระบรมธรรมบิดา สมเด็จองค์ปฐม สมเด็จพระมหาสาละพุทธเจ้า จนถึงองค์ปัจจุบัน บรมมหาจักรพรรดิทุกๆพระองค์ บารมีรวมพระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต บารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ท่านอันเป็นที่สุด บารมีรวมหลวงตาม้าเป็นต้น

ขอบารมีหลวงปู่ได้โปรดเมตตาน้อมนำภพภูมิต่างๆทั้งหลายในทั่วทั้ง3 แดนโลกธาตุ อันประกอบไปด้วยเทพ 6 ชั้นพรหม 20 ชั้น เทพพรหมทุกชั้นฟ้ามหาสมุทรโดยทั่วทั้งหมื่นแสนโกฎิจักรวาล เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต ท่านปู่สหัมบดีพรหม ท่านปู่พระอินทร์ พระยายมราช เจ้าฟ้าท่านท้าวจตุมหาราชทั้ง4 พร้อมด้วยบริวารทั้งหมด พระศรีสยามเทวาธิราชทุกๆพระองค์วีรบุรุษ และวีรสตรีทั้งหลาย ที่คอยปกป้องรักษาแผ่นดินสยาม

โอปะปาติกะทั้งหลายพระฤาษีและดาบสทั้งหลาย ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองทุกๆจังหวัด พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองพระราหูวราหก เจ้ากรุงพาลี แม่พระธรณี แม่พระคงคาพระเพลิง พระพาย พระพิรุณพระยายมราชพร้อมบริวารพญาครุฑ-พญานาคพร้อมด้วยบริวาร คนธรรพ์ ชาวเมืองลับแล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้าได้เคยไปอธิษฐานไว้ ขอหลวงปู่ได้โปรดเมตตาน้อมนำท่านทั้งหลายมาร่วมสวดบท มหาจักรพรรดิ์ พร้อมกันกับพวกข้าพเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้ด้วยเถิด

บทบูชาพระ                            พุทธัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ

  ธัมมัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ

  สังฆัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ

กราบพระ ๖ครั้ง

พุทธัง วันทามิ(กราบ) ธัมมัง วันทามิ(กราบ)สังฆัง วันทามิ(กราบ)

ครูอุปัชฌาย์อาจาริยคุณัง วันทามิ(กราบ) มาตาปิตุคุณังวันทามิ(กราบ)
พระไตรสิกขาคุณัง วันทามิ(กราบ)
 
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ(๓ ครั้ง)


พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ


ทุติยัมปิ พุทธัง สรณังคัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สรณังคัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สรณังคัจฉามิ


ตะติยัมปิ พุทธัง สรณังคัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สรณังคัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สรณังคัจฉามิ


ปาณาติปาตา เวรมณีสิกขาปะทังสมาธิยามิ

อทินนาทา เวรมณีสิกขาปะทังสมาธิยามิ

อพรัมจริยา เวรมณีสิกขาปะทังสมาธิยามิ

มุสาวาทา เวรมณีสิกขาปะทังสมาธิยามิ

สุราเมระยะ มัชชปมาทัฎฐานา เวรมณีสิกขาปะทังสมาธิยามิ

อิมานิ ปัญจสิกขา ปทานิ สมาธิยามิ(๓ครั้ง)
สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะโภคะสัมปทา
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสธะเย
บทอาราธนาพระ
 
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ(๓ ครั้ง)

พุทธัง อาราธนานัง กะโรมิ

ธัมมัง อาราธนานัง กะโรมิ

สังฆัง อาราธนานัง กะโรมิ

คาถาหลวงปู่ทวด

น้อมระลึกถึงหลวงปู่ทวดแล้วว่าคาถาดังนี้

นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา (๓ครั้ง)

คาถาหลวงปู่ดู่
น้อมระลึกถึงหลวงปู่ดู่แล้วว่าคาถาดังนี้

นะโม โพธิสัตโต พรหม ปัญโญ (๓ครั้ง)

บทขอขมาพระรัตนตรัย

โยโทโส โมหะจิตเต นะพุทธัสมิง ปาปะกะโตมะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง

สัพพะปาปัง วินัสสันตุ

โยโทโส โมหะจิตเต นะธัมมัสมิง ปาปะกะโตมะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง

สัพพะปาปัง วินัสสันตุ

โยโทโส โมหะจิตเต นะสังฆัสมิง ปาปะกะโตมะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง

สัพพะปาปัง วินัสสันตุ

บทสวดมหาจักรพรรดิ
 
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (๓ ครั้ง)

*สวดตามกำลังวัน อาทิตย์ ๖, จันทร์ ๑๕, อังคาร ๘, พุธ ๑๗, พฤหัส ๑๙, ศุกร์ ๒๑, เสาร์ ๑๐


นะโมพุทธายะ พระพุทธไตรรัตนญาณ
มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีธานัง วะรังคันธัง สีวลีจะมหาเถรัง
อะหังวันทามิทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิสัพพะโส
พุทธะ ธัมมะ สังฆะปูเชมิ

บทอัญเชิญพระเข้าตัว (แผ่เมตตา)

สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญจะ ยังพลัง
อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิสัพพะโส(สวด ๕ จบ)

พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆังอธิษฐามิ

(ให้อธิษฐานจิตแผ่บุญไปทั้งสามโลกธาตุ ภพภูมิทั้งหมดทั้งมวลบิดามารดา ญาติ เจ้ากรรมนายเวร ฯลฯ และส่งวิญญาณทั้งหลาย และขอเรื่องต่างๆที่เราต้องการความช่วยเหลือจากพระและหลวงปู่)

คำอธิษฐาน ฝึกจิต เร่งสมาธิเร่งนิมิต

ข้าพเจ้า ......(นามของท่าน)...ผู้เป็นข้ารับใช้แห่งพระพุทธองค์ขอนอบน้อมและน้อมนำบารมีแห่งพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าพระอริยบุคคลทุกชั้นภูมิพระโพธิสัตว์และพระบรมมหาจักรพรรดิ ตั่งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคตครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆกันมา โดยมีบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุดขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นสู่ภาวะ พระกรรมฐานทั้ง40 ทัศ พระปิติทั้ง5 และวิปัสสนาญาณทั้ง9 ขอพระกรรมฐานทั้ง40 ทัศ พระปิติทั้ง5 และวิปัสสนาญาณทั้ง9 จงมาบังเกิดปรากฏในกายทวาร ในวจีทวารในมโนทวาร ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

....ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะเมฆจิต สามารถกำหนดจิตรู้ภาวะการณ์ต่างๆทั้งเหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบันได้ทุกขณะจิตที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้ว ขอให้เห็นภาพนั้นได้ชัดเจนแจ่มใสและพยากรณ์ได้ตามความเป็นจริงทุกๆประการ เหตุที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้น โดยมิต้องกำหนดจิตแม้แต่ประการใด ณกาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

back up data :  ปรารถนาบุญ....ขอโมทนา
วิสัชนาจากหลวงปู่ดู่      สมมุติและวิมุติ
  • ต้องอาศัยสมมุติขึ้นก่อนจึงจะเป็นวิมุติได้ เช่น การทำอสุภะหรือกสิณนั้น ต้องอาศัยสัญญาและสังขารน้อมนึกเป็นนิมิตรขึ้น ในขั้นนี้ไม่ควรสงสัยว่านิมิตนั้นเป็นของจริงหรือของปลอม มาจากภายนอกหรือมาจากจิต เพราะเราจะอาศัยสมมุติตัวนี้ไปทำประโยชน์ต่อ คือยังจิตให้เป็นสมาธิแน่วแน่ขึ้น แต่ก็อย่าสำคัญมั่นหมายว่าตนรู้เห็นแล้ว หรือดีวิเศษแล้ว
    การน้อมจิตตั้งนิมิตเป็นองค์พระ เป็นสิ่งที่ดี ไม่ผิด เป็นศุภนิมิตคือนิมิตที่ดี เมื่อเห็นองค์พระ ให้ตั้งสติคุมเข้าไปตรงๆ (ไม่ปรุงแต่งหรืออยากโน้นนี่) ไม่ออกซ้าย ไม่ออกขวา ทำความเลื่อมใสเข้า เดินจิตให้แน่วแน่ สติละเอียดเข้า ต่อไปก็จะสามารถแยกแยะ หรือพิจารณานิมิตให้เป็นไตรลักษณ์จนเกิดปัญญา สามารถจะก้าวเข้าสู่วิมุติได้

อานิสงส์การภาวนา

  • 'อุปัชฌาย์ข้า (หลวงพ่อกลั่น) สอนว่า ภาวนาได้เห็นแสงสว่างเท่าปลายหัวไม้ขีด ชั่วประเดี๋ยวเดียว เท่าช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น ยังมีอานิสงส์มากกว่าตักบาตรจนขันลงหินทะลุ'   หมั่นทำเข้าไว้ หมั่นทำเข้าไว้ ต่อไปจะได้เป็นที่พึ่งภายหน้า
  • อธิษฐานก่อนการถวายของที่หลวงปู่แนะนำ "การที่หลวงพ่อให้จบก่อนนั้น มีความประสงค์ให้ตั้งเจตนาให้ดี บุญที่ได้รับจะมีผลมาก ญาติโยมจึงกราบเรียนถามหลวงพ่อว่า "ควรอธิษฐานอย่างไร" หลวงพ่อตอบว่า "อธิษฐานให้พ้นทุกข์ หรือขอให้พบแต่ความดีตลอดไปจนพ้นทุกข์ ถ้าเป็นภาษาบาลี ก็ว่า สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสวะขะ ยาวะหัง นิพพานะ ปัจจะโยโหตุ คนเราจะพ้นทุกข์ได้ ต้องพบกับความดี มีความสุขใช่ไหม ไม่ต้องอธิษฐานยืดยาวหรอก"
  • เมื่อทำบุญแล้ว มักจะมีการรับพรจากพระ มีการกรวดน้ำ บางทีไม่ได้เตรียมไว้ต้องวิ่งหากันวุ่นวาย หลวงพ่อบอกว่า "ใช้ น้ำใจ น้ำจิต ของเรากรวดก็ได้ เขาเรียกกรวดแห้ง ไม่ต้องกรวดเปียก เรื่องการกรวดเปียก เขาเริ่มมาจากสมัยพระเจ้าพิมพิสาร เมื่อถวายของพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านกรวดน้ำให้เปรต ญาติพี่น้องที่มาร้องขอบุญจากท่าน ตอนแรกท่านไม่รู้เลยทูลถามพระพุทธเจ้า ที่เขาเรียกว่า ทุสะนะโส คือ หัวใจเปรตนั่นแหละ" หลวงพ่อท่านตอบเพื่อให้คลายกังวล สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลากรวดน้ำเช่น คนที่รีบใส่บาตรก่อนจะไปทำงาน เป็นต้น
  • ส่วนการอธิษฐานรับพรนั้น ท่านแนะนำว่า ตั้งจิตว่า "ข้าพเจ้าขอรับพรที่ได้นี้ขอให้ติดตามข้าพเจ้าตลอดไปในชาตินี้ชาติหน้า" แล้วก็อธิษฐานเรียกพระเข้าตัว เวลาเขามีพิธีอะไร อย่างเช่น เวลาเขาปลุกเสกพระ เราก็สามารถรับพรจากพระองค์ไหนๆ ก็ได้ทั้งนั้น
  • ความรู้ที่ Joeyman เก็บมาเล่า : 

    ทุกครั้งที่ท่าน พ.ธรรมรังสี ทำพิธีเสร็จท่านจะเดินทางไปที่วัดสะแก จ.อยุธยา ทุกครั้ง วัดสะแก..เป็นวัดที่หลวงปู่ดู่เคยจำพรรษาที่นั่นจนมรณะภาพ ท่าน พ. เคยเล่าให้ลูกศิษย์ที่นั่งรถกลับมาด้วยกันกับผมว่า ท่านจะไปสวดมนต์ นั่งสมาธิที่นั่นทุกครั้ง เพื่อขอบารมีหลวงปู่ดู่ เพราะที่นั่นหลวงปู่ดู่สร้างภูเขาบุญเอาไว้ หรือเรียกว่าเจดีย์ก็ได้ครับ ท่านเนรมิตรไว้สำหรับให้เทพยาดาทั้งหลายได้มาสักการะ

       ส่วนคนที่ใจบุญก็จะได้มาทำบุญเพิ่มบุญบารมีกันที่นั่น ท่าน พ. เคยเล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า เมื่อท่านเดินเข้าไปที่วัดสะแกครั้งแรก พอเงยหน้าขึ้นไปบนฟ้า ท่านเห็นเจดีย์ใหญ่โตด้วยทองคำ ... สูงมหึมา...ปลายยอดแทงเสียดฟ้าขึ้นไปถึงบนสวรรค์ ...คนปกติที่ไม่ได้ญาณมองไม่เห็นครับ แต่ระลึกถึงได้

       ท่าน พ. เล่าให้ลูกศิษย์ว่าบนสวรรค์น่ะ เขาห่วงโลกมนุษย์ ประเทศไทยและพระศาสนามาก โดยเฉพาะยุคที่ศีลธรรมตกต่ำ จึงมีการประชุมกัน บ่อยๆเพื่อหาทางแก้ไข เพราะถ้าบ้านเมืองเป็นอะไรไปศาสนาพุทธก็จะอยู่ไม่ได้ บางทีเขาก็ส่งคนลงมาเกิดเพื่อช่วยค้ำจุนพระศาสนา มาเกิดเป็นพระบ้าง เป็นฆราวาสบ้าง แต่มีหน้าที่เหมือนกันคือช่วยเหลือพระศาสนาให้อยู่ครบ 5 พันปี

       ตามตำราที่ผมเคยอ่านบอกว่า...เมื่อถึง 5 พันปีครบแล้ว พระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าจากทั่วโลกจะมารวมกันแล้วพระพุทธเจ้าจะทรงปรากฏกาย ขึ้น จากนั้นจะทรงเทศนาสั่งสอนชาวโลกอยู 7 วัน 7 คืน เมื่อครบ 7 วันแล้ว กายนั้นก็จะสลายไป เป็นอันสิ้นสุดพระศาสนาของท่าน ครบ 5 พันปี

       บนสวรรค์นั้นเหล่าเทพทั้งหลายล้วนแต่เปลี่ยนมานับถือพระพุทธเจ้ากัน โดยเฉพาะเทพที่เรารู้จักกันดี ท่านนับถือพุทธกันหมดแล้ว อันนี้ผมก็อ่านมานะครับ เพราะลำพังผมคงขึ้นไปไม่ไหวล่ะ  และในบรรดาคุรุผู้เป็นใหญ่คอยสั่งสอนเหล่าเทพและคอยแผ่บารมีช่วยเหลือสัตว์โลก ทั้งบนโลกเรารวมไปถึงในนรกจนสวรรค์ทุกชั้น ท่านนับถือให้หลวงปู่ทวดเป็นครูใหญ่แห่งโลกวิญญาณครับ

       หลวงปู่ทวดท่านเป็นพระโพธิสัตว์ที่บารมีเต็มแล้ว รอการมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อศาสนาของพระสมณะโคตมครบ 5 พันปี นั่นก็คือการมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป คือ พระศรีอริยเมตไตรนั่นเอง

       การที่ใครปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้านั้นต้องบำเพ็ญบารมีอย่างยาวนานนับอสงไขย ยากกว่าการเป็นพระอรหันต์มากมายนัก ท่านที่ต้องการเป็นพระพุทธเจ้าเรียกอย่างหนึ่งว่า ท่านเหล่านี้ปรารถนาพุทธภูมิ...ก็มีหลายท่านเหมือนกันที่ต้องการเป็นพระพุทธเจ้า แต่ทนรอไม่ไหวก็ขอลาพุทธภูมิ จบกิจเป็นพระอรหันต์เข้านิพพานเลย เพราะการที่จะได้เป็นพระพุทธเจ้านั้น ต้องได้รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันว่า พระพุทธเจ้าองค์ถัดไปคือใคร....

       อย่างพระอชิตะในครั้งพุทธาล ก็ได้รับพุทธทำนายจากพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันว่า ท่านผู้นี้ต่อไปจะได้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป..ส่วนพระโพธิสัตว์องค์อื่นๆ ก็รอต่อคิวกันไปเรื่อยๆ บำเพ็ญบารมีกันต่อไป มีมากมายตามตำราครับที่ขอลาพุทธภูมิ อย่างท่านพ่อฤาษี(ลิงดำ) วัดท่าซุง ท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่ขอลาพุทธภูมิ เพราะไม่อยากรอแล้ว ก็เสร็จกิจในชาตินี้ เป็นพระอรหันต์เข้านิพพานไป

       ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯผมได้รับคำตอบจากลูกศิษย์ของท่าน พ. มากมายหลายเรื่อง บางเรื่องบอกไม่ได้เพราะบางคนไม่เชื่อแล้วคิดมากไปจะกลายเป็นบาปเปล่าๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับทราบวันนั้นก็คือ เขาบอกว่า หลวงปู่ดู่ก็คือองค์เดียวกันกับหลวงปู่ทวดนั่นเอง....บทสวดมหาจักรพรรดิ

    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุท ธัสสะ(๓ ครั้ง)
    * สวดตามกำลังวัน อาทิตย์ ๖, จันทร์ ๑๕, อังคาร ๘, พุธ ๑๗, พฤหัส ๑๙, ศุกร์ ๒๑, เสาร์ ๑๐ *
    นะ โมพุทธายะ พระพุทธไตรรัตนญาณ มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา อัคคีธานัง วะรังคันธัง สีวลีจะมหาเถรัง อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ
    ปูเชมิ  ....    หลวงปู่ดู่บอกว่า นี่คือสุดยอดของบทสวด มีคุณมหาศาล แนะนำให้ท่องและสวดให้ได้ครับ หลวงปู่เคยบอกว่า เมื่อก่อนท่านขัดสนเวลามีแขกมาหาไม่มีน้ำชาเลี้ยงแขก แต่พอท่านสวดบทนี้แล้ว ไม่ต้องหาซื้อน้ำชาเลย มีมาให้ท่านตลอด แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องเชื่อก่อนนะครับ เชื่อในหลวงปู่ เชื่อในหลวงปู่ทวด สวดแล้วขอท่าน ระลึกถึงท่าน จะหลวงปู่ดู่ หลวงปู่ทวดก็ได้ครับ

  •  "โลกเท่าแผ่นดิน ธรรมเท่าปลายเข็ม " ซึ่งต่อมาท่านได้ให้ความหมายว่า "เรื่องโลกมีแต่เรื่องยุ่งของคนอื่นทั้งนั้น ไม่มีที่สิ้นสุด เราไปแก้ไขเขาไม่ได้ ส่วนเรื่องธรรมนั้นมีที่สุด มาจบที่ตัวเรา ให้มาไล่ดูตัวเอง แก้ไขที่ตัวเราเอง ตนของตนเตือนตนด้วยตนเอง ถ้าคิดสิ่งที่เป็นธรรมแล้วต้องกลับเข้ามาหาตัวเอง ถ้าเป็นโลกแล้วจะมีแต่ส่งออกไปข้างนอกตลอดเวลา เพราะธรรมแท้ๆ ย่อมเกิดจากในตัวของเรานี้ทั้งนั้น "

  • คำแนะนำสวดพระคาถาจักรพรรดิ ..วัดถ้ำเมืองนะ   http://www.watthummuangna.com/home/practice/


สำหรับท่านที่ยังไม่ถึงแดนพรหมจรรย์ ยังต้องมีภารกิจทางโลก ควบคู่ไปกับการปฏิบัติธรรมเรามาจัดสร้าง ตู้เอทีเอ็ม ส่วนตัว กันคนละตู้ ก็ยิ่งดี ให้มีเงินเบิกได้เต็มที่เดือนละ 2 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ ไม่ยุ่งย่ากอะไร แวะศึกษาที่ลิงค์นี้ /article36.html
                   


ศึกษาอานิสงส์ คาถาพระมหาจักรพรรดิ์ : /article351.html
 
 

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share