ทบทวนเงื่อนไขการรับประทานอาหารกับทฤษฎีโพเพทัส

http://www.ainews1.com/article348.html

Bookmark and Share

ทฤษฎีโพเพทัส ท่านที่สนใจดาราศาสตร์ จะคุ้นหูว่านี่เป็นชื่อดาวดวงหนึ่ง ที่มนุษย์คนนี้จากมา เพื่อทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่ให้แก่พี่น้องชาวไทยและชาวโลก ที่กำลังแปลหนังสือที่ขายดีออกเป็นหลายๆภาษา เพื่อบอกกับชาวโลกให้ทราบวิธีการหายใจ และกินอาหารพืชผักผลไม้รักษาทุกโรคให้หายขาด  ท่านฟังแล้วชักสดุดใจแล้วใช่ไหมครับ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้ยินว่ามีการรักษาโรคหายขาดได้ เช่นเป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคหอบหืด และเป็นมะเร็งชนิดต่างๆ ให้ทุกคนที่เข้าใจทฤษฎีโพเพทัสแล้ว นำมาใช้กับชีวิตตนเองอย่างเป็นระบบแบบแผน เลิกกินอาหารตามใจปากเช่นในอดีตอีกต่อไป มีชีวิตที่ปลอดโรคต่างๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการกินที่เคยชินเสียใหม่

 

ถามว่าเมื่อเปลี่ยนวิธีการกินที่เคยชินและชอบ มาเป็นรูปแบบใหม่ ตามคำแนะนำของหมอแกนในทฤษฎีโพเพทัส คุ้มค่ากับการมีร่างกายที่แข็งแรงปลอดจากโรคภัยต่างๆ ด้วยจิตใจที่สดใส ในชีวิตที่เหลืออยู่หรือไม่ ลองมาติดตามดูต่อไป หรือลองฟังการบรรยายย่อๆที่นี่ก่อน

 

ก่อนอื่นสำหรับผู้ที่มีชีวิตปกติที่ยังไม่มีโรคภัยเบียดเบียนมากนัก มีค่าอาหารเดือนละประมาณ 3,500 บาท ทานน้อยๆ นำเงินงบประมาณจำนวนนี้มาซื้อหาพืชผักผลไม้ สำหรับรับประทานตามทฤษฎีของหมอแกน ทดแทนเมนูอาหารเดิมๆ จะเป็นช่องทางเลือกใหม่ของชีวิตผู้คนในโลกยุคใหม่หรือไม่ ก็ฝากไว้กับทุกๆคนที่มีโอกาสดีแล้ว นำไปครุ่นคิดพิจารณาต่อไป ว่าท่านสมควรจะดูแลรักษาชีวิตของตนเองอันมีค่า ที่ได้มีโอกาสเกิดมาหนนี้ได้ไม่ง่ายเลย แทบทุกคนต่างเป็นผู้ชนะเลิศได้เป็นที่หนึ่งต่อคู่แข่งทั้งหมดกว่า 400-500 ล้านชีวิต ก่อนเข้าไปผสมกับไข่ของแม่ เพื่อการปฏิสนธิเติบโตขึ้นเป็นทารกมีอาการครบ 32 อยู่ในครรภ์ของแม่ต่อไป

ผลประโยชน์ที่ให้แก่ชีวิตที่เหลืออยู่ มีภูมิต้านทานโรคต่างๆ หรือใช้รักษาโรคต่างๆให้หายขาด ไม่ต้องไปใช้เงินจำนวนมากที่คลีนิคหรือโรงพยาบาล ไม่ต้องเดินทาง อยู่บ้านรักษาตนเอง

ช่วยลดน้ำหนักตัวส่วนเกินของร่างกายที่ไม่จำเป็นออกไป ลดทอนอายุตนเองลงไป 15-20 ปี ตามปกติผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านสุขภาพพอเลยอายุ 40 ปีขึ้นไป ร่างกายก็จะมีความเสื่อมต่างๆตามมาเป็นหางว่าว และคนส่วนใหญ่เหมือนเป้านิ่งสำหรับโรคต่างๆที่รอให้เกิดขึ้นกับตนเองก่อน ไม่ต่างกับมัชจุราชเงียบที่ทำงานตลอดเวลา แล้วเมื่อร่างกายทนไม่ไหวก็ไปคลีนิค หรือหาหมอที่โรงพยาบาล มีส่วนน้อยนิดที่จะเติมความรู้ให้ทันกับภาวะแวดล้อม และหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยไม่ตามใจปากมากนัก

 

ทฤษฎีโพเพทัส มี 2 วิธีการ คือ

  1. การศึกษาระบบการหายใจตามรูปแบบของทฤษฎีโพเพทัส และ
  2. การดีท๊อกซ์ด้วยพืชผักผลไม้ต่างๆ 25 ชนิด.... เราลองแวะมาดูเรื่องการดีท๊อกซ์กันก่อน

 

การบำบัดด้วยดีท๊อกซ์พืชผักผลไม้ตามสูตรที่หมอแกนแนะนำแล้ว โรคต่างๆที่กำลังเป็นอยู่ก็จะค่อยๆจากไปตามความหนักเบาของอาการและระยะเวลาที่ผู้ป่วยประสบอยู่ จุดเด่นอีกประการหนึ่งของสูตรดีท๊อกซ์มหัศจรรย์นี้ ผู้รับประทานจะได้รับเอ็นไซม์ธรรมชาติจากวัตถุดิบที่ใช้เพิ่มอีกประมาณ 5 ชนิด ที่จะเป็นสารตั้งต้นให้เกิดสเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นแบบที่จะไปเจริญเติบโตและช่วยฟื้นฟูเซลล์ ให้แก่อวัยวะต่างๆในร่างกาย ที่ชำรุดให้ฟื้นตัวขึ้นมาใหม่เป็นอวัยวะที่ปกติ หายจากโรคที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเรื้อรังมานานหรือไม่ก็ตาม ส่วนผลพลอยได้ ในการลดน้ำหนักทั้งตัวนั้นเป็นผลพลอยได้ ที่คุ้มค่า

และยังเป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดาสุภาพสตรีผู้รักสวยรักงามทุกคน จะได้มีโอกาสกลับมาเลือกใช้เสื้อผ้าสวยๆตามแฟชั่นสมัยใหม่อีกวาระหนึ่ง ส่วนผู้เป็นสามีที่เดิมอาจมีภรรยาเป็นโรคประจำตัวมีอายุใกล้ 47 ปีแล้ว ได้ภรรยาคนใหม่ในร่างคู่ชีวิตคนเดิม ด้วยรูปร่างสมสัดส่วนผิวขาวผ่องใสเป็นสาวสวยงดงาม อารมณ์ดีไม่มีน้ำหนักส่วนเกินหลงเหลืออยู่ ดูเยาว์วัยกว่าเดิมลงไปอีก 15-25 ปี แล้วแต่ว่าผู้ใดจะมีโชควาสนาได้มาพบก่อน และน้อมใจเข้ามาปฏิบัติตนในทฤษฎีโพเพทัสของหมอแกน ได้รวดเร็วเท่าไรในชีวิต

นั่นคือถ้าหากได้ใช้ทฤษฎีนี้ก่อนวัย 20 ปี ก็จะช่วยดำรงค์ความสาวสวยเช่นในวัยรุ่นให้คงอยู่กับตนเอง ได้ยืนยาวกว่าคนปกติทั่วไปอีก 20-30 ปี ซึ่งหากท่านต้องการเป็นสมาชิกของทฤษฎีนี้ เพื่ออาสาเป็นหลักฐานบุคคลผู้มีวัยอันเยาคล้ายกับนางวิสาขาในสมัยที่พระพุทธองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่หรือไม่ ในประเด็นนี้ลองแวะฟังคำบอกเล่าในรายการของคุณฟ้า พอเป็นตัวอย่างที่น่าชมเชยทั้งครอบครัว และจะมีบุตรสาวที่จะยังเป็นวัยรุ่นอยู่ต่อไปอีกนาน เมื่อเธอยังคงเส้นคงวาอยู่กับทฤษฎีโพเพทัสไปตลอดชีวิต...ขอให้โชคดีเดินทางเข้าสู่โลกยุคใหม่ได้อย่างปลอดภัย

 

ได้เกริ่นเกี่ยวกับทฤษฎีโพเพทัสของหมอแกน มาแล้วพอสมควร ปัจจุบันนอกจากมีหนังสือคู่มือในการใช้ทฤษฎีโพเพทัสแล้ว คุณหมอแกนยังมีเว็บไซท์ให้ชาวอินเทอร์เน็ต สามารถแวะเข้าไปหาความรู้และต่อยอดประสพการณ์จากคนไข้ ที่หายดีแล้ว หรือฟื้นตัวจนเห็นชัด และโพสท์เบอร์โทรศัพท์เอาไว้ด้วยที่..http://www.morgangaiyasit.com/  และในยูทูปดอทคอม

มนุษย์ยุคใหม่จะได้ผลประโยชน์อย่างใดบ้างจากทฤษฎีโพเพทัส ผลดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดแก่ผู้ป่วย และคนปกติทั่วไปทุกวัยตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมของโลก ที่กำลังเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็วเข้าสู่ภาวะวิกฤต พร้อมทั้งมีโรคภัยใหม่ๆอีกหลายร้อยชนิด กำลังเข้าคิวออกมาแสดงบทบาท และในอนาคตใกล้ๆนี้ที่โลกกำลังจะมีการปรับสมดุลตัวเอง อย่างที่ไม่มีใครได้พบเห็นมาก่อน และโลกจะย้ายแกนพลังงาน มีขั้วโลกเหนือใหม่ไปอยู่ที่ตั้งสฟริงซ์ในประเทศอียิปส์ เคลื่อนเข้าสู่โลกยุคใหม่ พร้อมๆกับสลับสังกัดจากกาแลกซี่ทางช้างเผือกไปสู่กาแลกซี่ไตรแองกุลัมที่อยู่ห่างไกลออกไป อีกหลาบร้อยล้านปีแสงที่มีพลังปราณเบาที่ดีกว่าเก่า 

ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงเตรียมงานล่วงหน้าเอาไว้ตั้งแต่ 2583 ปีที่ผ่านมา และทรงพยากรณ์เอาไว้ว่าการมาอุบัติในมิติใหม่ของพระพุทธองค์ พร้อมกับเปิดวัดแห่งใหม่ใน พ.ศ. 2550 ที่บนภูสูงจากน้ำทะเลประมาณ 400 เมตร ที่ภูพะลานสูง บนดินแดนสุวรรณภูมิ ก็ได้เปิดวัดแห่งใหม่ตรงตามกำหนดในคำภีร์โบราณ ที่หลักฐานทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่ายิ่งก็ได้มาถึงยังพิพิธภัณฑ์ของทางวัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อรอโปรดผู้คนยุคใหม่ ที่ยังเหลือรอดชีวิต ผ่านแดนมิคสัญญีเข้าสู่โลกยุคใหม่ได้สำเร็จ หรือ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นรางวัลชีวิตของชาวโพเพทัส ที่แสนล้ำค่าก็อาจไม่เกินความเป็นจริง

หากมนุษย์ต้องเผชิญภาวะอดอยากยาวนาน การที่มนุษย์จะเดินทางผ่านแดนมิคสัญญีไปสู่โลกยุคใหม่ สำเร็จได้นั้น คงไม่ได้เดินไปบนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ส่วนจะประสบกับอันตรายหรือภัยพิบัติอะไรบ้างนั้นจะขอยกไว้ก่อนในเว็บเพจนี้ จะขอออกความเห็นเกี่ยวกับ อาหารการกิน ในวาระที่โลกอดอยากขาดแคลนอาหาร  ก็พอดีมีคำยืนยันอย่างมั่นคงจากคุณหมอแกนว่า ผู้มีชีวิตบนทฤษฎีโพเพทัสนั้น ใช้ระบบการหายใจของโพเพทัส และมีน้ำสะอาดดื่ม สามารถอดอาหารอื่นๆมีชีวิตอยู่ได้เป็นเดือน

ระหว่างที่มีภาวะการณ์ ความอดอยากอาหารของโลกมนุษย์คงเป็นสิ่งหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นไม่ได้ ท่านที่สนใจความไม่แน่นอนในอนาคต จึงควรศึกษาและทดลองใช้ทฤษฎีโพเพทัสด้วยตัวของท่านเองล่วงหน้า ให้เกิดความแน่ใจ คุ้นชิน ว่าท่านได้รับวิธีการและอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ใช้พึ่งพาได้ในยามยาก  และอีกประเด็นหนึ่งที่กำลังทวีความรุนแรงคือโรคระบาดชนิดต่างๆอีกนับร้อยๆชนิดที่กำลังฟื้นตัวกลับมาใหม่พร้อมกับภาวะโลกร้อน ทั่วทุกแห่งบนโลกใบนี้ และไม่สามารถพึ่งพาอาศัยแพทย์แผนเดิมทุกระบบได้ ลำพังโรคเดิมๆที่เราเห็นกันอยู่ก็เอาไม่อยู่อยู่แล้ว จะมาหวังอะไรกับโรคใหม่ๆในอนาคต ที่ยาเคมีสังเคราะห์แต่ละตัว กว่าจะผลิตออกมาได้ต้องใช้เวลาทำการวิจัยชนิดละหลายๆปี และก็ไม่สามารถตอบได้ว่าจะเกิดผลข้างเคียง ที่เป็นอันตรายจะเกิดขึ้นกับร่างกายมนุษย์ ในระยะสั้นและระยะยาวอย่างไรบ้าง

ส่วนภัยพิบัติที่ปัจจุบันพลโลกกำลังเผชิญอยู่เช่นภัยจากคลื่นความร้อนสูงผิดปกติ เช่นที่กำลังเกิดขึ้นที่กรุงมอสโคว์ รัสเซียอุณหภูมิเพิ่มขึ้นถึง 40 องศาเซ็นเซียสแล้ว ทั้งเกิดไฟไหม้ป่าบริเวณกว้าง ใกล้กรุงมอสโคว์ขนานใหญ่เพิ่งดับได้สำเร็จ ความเสียหายหลายพันล้านเหรียญน้อยกว่าผลงานของแคทรีน่า ที่อเมริกันหมดไป 2.5 หมื่นล้านเหรียญ ส่วนคลื่นอากาศร้อนจนประชาชนที่นั่นทนไม่ไหว ทะยอยกันตายหลายหมื่นคนแล้ว และทางการยังคาดการณ์ต่อไปอีกว่าเดือนหน้าจะยิ่งร้อนเพิ่มขึ้นกว่าเดิม อาจไม่น้อยหน้าหน้าร้อนที่แบกแดด  ประชาชนอาจต้องเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกเป็นเรือนหมื่น ทำไมนำเอาประเด็นนี้มาคุยกัน

ด้วยผู้ที่รับประทานผลไม้ดีท๊อกซ์โพเพทัสเป็นประจำทางคุณหมอแกนได้ยืนยันว่า จะทำให้อุณหภูมิภายในเซลล์ลดปริมาณความร้อนลง 5-7 องศา (คงเนื่องมาจากโรงงานผลิตพลังงานภายในเซลล์หลายพันโรงไม่ต้องทำงานหนักนั่นเอง)  ช่วยให้เซลล์ในร่างกายมีอายุยืนยิ่งขึ้นไม่ร้อนมากนัก และร่างกายยังสามารถทนทานต่อความร้อนสัมพัทธ์ภายนอกได้มากกว่าคนทั่วไปอีกด้วย เป็นไฮไลท์ที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่ง ที่ชาวโพเพทัสจะเห็นจุดเด่นนี้อย่างแน่ชัดด้วยตนเอง เมื่อได้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางอากาศรอบตัว 45 องศาเซ็นเซียส เปรียบเทียบกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นแล้ว ท่านก็จะนึกถึงประเด็นที่กำลังนำมากล่าวถึงนี้ อย่างรู้สึกขอบคุณในผลิตผลของทฤษฎีโพเพทัสของคุณหมอแกนอย่างยิ่ง ที่ช่วยให้เรายังมีชีวิตที่พอทนทานอยู่ได้ หากท่านนั่งได้อยู่ตรงไหนแล้ว จะไม่อยากย้ายเปลี่ยนไปนั่งที่ใหม่ที่ร้อนผ่าวเลยทีเดียว 37 องศากับ 45 องศามันแตกต่างกันมากนั่นเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนในตะวันออกกลางที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน

เมื่อชาวโพเพทัส สามารถทนความร้อนสัมพัทธ์ได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้ทานโพเพทัสดีท๊อกซ์  ดังนั้นคนทั่วไปอาจได้รับความเดือดร้อนมากที่อุณหภูมิแวดล้อมสูง 40 องศา แต่ผู้รับประทานอาหารในทฤษฎีโพเพทัส อาจรู้สึกว่าอากาศร้อนเพียง 30 กว่าองศา ยังไม่ค่อยจะรู้สึกเดือดร้อนจนเกินไป เมื่ออุณหภูมิของโลกไต่ขึ้นไปเรื่อย ใกล้ 50 องศา ในช่วงมีการระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ในวาระครบรอบทุกๆ 11 ปี ในปลายปี 2012 ต่อต้นปี 2013 นั้น ไม่เพียงแต่โลกจะได้รับพายุสุริยะอย่างมากแล้ว ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกอาจแตกออกเป็นชิ้นๆอย่างรวดเร็วเกินคาดหมายแล้ว ยังจะเพิ่มปริมาณความร้อนให้แก่ชั้นบรรยากาศของโลก ร่วมกับพลังงานแม่เหล็กหนักและร้อนที่ท่วมพื้นผิวโลกมาแล้ว 10 ปี ต้องได้รับภัยคลื่นความร้อนสูง ถึงแก่เสียชีวิตกระทันหันอย่างมโหฬารไปทั่วโลก ก็อาจได้รับรู้ทั่วกันอีกไม่นานนี้ก็ได้

ซึ่งหากทฤษฎีโพเพทัส ช่วยเหลือผู้ปฏิบัติได้อย่างดีให้สามารถทนทานต่ออุณหภูมิสิ่งแวดล้อม เพิ่มสูงขึ้นตามที่คุณหมอแกนให้ความเห็นต่อเรื่องนี้เอาไว้ ก็จะส่งผลให้ชาวโพเพทัส คงจะทนร้อนรอดพ้นความตายเป็นกลุ่มท้ายๆของโลกกระมัง หรือเหลือรอดไปได้เมื่อโลกย้ายขั้วโลกเหนือใหม่ไป ณ ที่ตั้งของสฟริงซ์ แล้วช่วยให้พื้นที่ประเทศไทยตั้งอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือใหม่ลงไปเหลือเพียง 1 ใน 3 ของระยะทางปัจจุบัน เมื่อถึงเวลานั้นคนไทยคงจะมองเห็นความสำคัญและการมีสายพระเนตรอันยาวไกลของพ่อหลวง ได้ทรงนำพืชผักเมืองหนาวหลายชนิดมาทดลองปลูกในพื้นที่สูงจากน้ำทะเลล่วงหน้านับ 10 ปี ให้ลูกหลานชาวไทยมีอาหารพืชผักผลไม้เมืองหนาวได้รับประทานกัน และยังทรงเป็นนักพยากรณ์เหตุอนาคตได้อย่างแม่นยำ ดังตัวอย่าง

การพึ่งพาตนเองในด้านรักษาพยาบาล ดังนั้นหากทฤษฎีโพเพทัส สอนให้ทุกคนเป็นหมอรักษาตนเองได้ และยังช่วยเหลือเกื้อกูลญาติผู้ป่วยหนัก และลูกๆที่ยังเล็กได้อีกด้วย ก็จะเป็นอีกคำตอบ ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ในอนาคต ที่ชาวโลกยุคใหม่จะต้องพบปัญหาที่ร้ายแรงในเรื่องการเจ็บป่วย ได้มีที่พึ่งพาอาศัย ให้มีร่างกายปกติที่แข็งแรงต้านทานกับโรคภัยต่างๆให้มีชีวิตรอดเป็นปกติได้

ใช้อาหารทั้งการดำรงชีวิต และดูแลรักษาโรคนาๆชนิด อีกประเด็นหนึ่งของทฤษฎีโพเพทัส จะเป็นคำตอบที่ค่อนข้างจะลงตัว ในการหันมารับประทานพืชผักผลไม้แทนเนื้อสัตว์ทั้งหมด และไม่ต้องรับประทานมาก ก็มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งคุณหมอแกน ได้ปฏิบัติตนมาด้วยอาหารมื้อเดียวต่อวัน มานับ 10 ปีแล้ว เป็นตัวอย่างมีร่างกายบุคลิคดีและหนุ่มกว่าอายุจริง 15 ปีเมื่อทุกคนในทฤษฎีโพเพทัส สามารถพึ่งพาวิธีการรับประทาน อาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายในสูตรพิเศษนี้แล้ว ก็มีเหตุผลอย่างยิ่งที่ผู้ที่ตระหนักชัดเจนแล้ว จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริโภคประจำวันในชีวิตเสียใหม่

เป้าหมายสูงสุดของทุกชีวิต ได้รับฟังในวีดิโอของคุณหมอแกน และข้อมูลต่างๆในเว็บไซท์ของหมอแกน ทำให้พอทราบว่า วัตถุประสงค์อันสูงสุดของทฤษฎีโพเพทัส ไม่ได้อยู่ที่การใช้รักษาโรคและดูแลร่างกายจิตใจเท่านั้น ยังสามารถนำมาฝึกปฏิบัติเข้าไปถึงแดนโลกุตระได้อีกด้วย และได้ศึกษารายละเอียดต่างๆแล้ว สามารถนำมาประยุกต์ต่อยอดกับวิชาต่างๆในพระพุทธศาสนาได้อย่างดีอีกด้วย ในการช่วยย่นระยะเวลาการปฏิบัติให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยช่วยได้ทั้งพื้นฐานมีร่างกายที่ปกติ และยังนำพาจิตใจให้พัฒนาเข้าไปถึง 'ทาง' หรือมรรค ที่มีอยู่ประจำจิตใจของทุกๆสรรพสัตว์อยู่แล้ว เพียงแต่ถูกเมฆหมอกของกิเลสต่างๆมาบดบังเบี่ยงเบนเสียทิศทางหรือหลงทางไป

หากใช้เป็น ทฤษฎีโพเพทัสจะมีคุณประโยชน์ทั้ง 2 ภาคส่วนในด้านโลกียะ และด้านโลกุตระ สำหรับมนุษย์ที่มีบุญมีโชคและโอกาส ได้ผ่านไปสู่แดนสู่โลกยุคใหม่ได้สำเร็จ ชีวิตและสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนไปมาก เช่นประเทศไทยจะย้อนถอยหลังไปมากกว่า 50 ปี ประชากรในเวลานั้นไม่ต้องมีชีวิตที่วุ่นวาย และไม่มีภารกิจประจำวันมากมายนัก จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาจิตใจ ไปสู่ 'ทาง' ของแต่ละคน ได้อย่างเหมาะเจาะ และอีกประการหนึ่งเท่าที่ได้ศึกษารายละเอียดของวัดแห่งใหม่

ซึ่งพระพุทธองค์ทรงมอบหมายให้หลวงปู่ใหญ่มหาโมคคัลลานะ มาเป็นแม่งาน ทางวัดก็พร้อมแล้วทั้งครูอาจารย์ที่อยู่ในมิติของมนุษย์สำเร็จคัมภีร์มหาศักดานุภาพ และในมิติ ที่มีแต่กายพลังงาน พร้อมคัมภีร์ มหาศักดานุภาพ ที่หลวงปู่ใหญ่ฯเป็นผู้แต่ง และจารึกลงในคัมภีร์แผ่นทองคำ ถูกเก็บรักษาไว้ที่เมืองบาดาลมาเป็นเวลา 2,500 กว่าปี โดยมอบหมายให้ ท่านพญานาคราชศรีสุทโธ เป็นผู้ดูแล ก็ได้ถูกคัดลอกนำมาเตรียมไว้ที่วัดเรียบร้อยแล้ว สำหรับใช้ฝึกสอนผู้ที่มีพื้นฐานทางด้านอภิญญามาเก่า ให้บรรลุมรรคผล อีกนับหลายแสนรูปในอนาคตของยุคใหม่นี้ ตรงตามพุทธพยากรณ์ในอดีตของพระพุทธองค์  ท่านที่สนใจประเด็นที่เพิ่งกล่าวถึง แวะเยี่ยมชมวัดได้ที่ลิงค์นี้http://www.suriyathat.net/default.php และยังมีเรื่องราวอีกบางขั้นบางตอนที่ /article305.html ถึง /article311.html    หลวงพ่อคูณ เป็นอีกพระองค์หนึ่งที่สำเร็จวิชาในคำภีร์ มหาศักดานุภาพของหลวงปู่ใหญ่ฯ

ผู้คนส่วนใหญอีกมากกว่า 97% ยังไม่ได้เข้าถึงการปฏิบัติอยู่ในแดนพรหมจรรย์ จึงยังมีความจำเป็นที่ต้องมีการงานอาชีพควบคู่ไปด้วย มิได้เน้นการปฏิบัติเพื่อบรรลุมรรคผลแต่เพียงด้านเดียว หรือเรียกว่าหากมีโอกาสได้สร้าง ตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่เป็นของตนเองเอาไว้ซักตู้ มีเงินให้เบิกใช้เต็มที่ต่อหน่วยการลงทุน ประมาณเดือนละ 2 ล้านบาท ก็คงไม่ดูน่าเกลียดอะไร หากท่านสนใจจะเป็นเจ้าของตู้เอทีเอ็มที่ว่า ก็เชิญแวะรู้จักหน้าตาได้ที่ http://www.ainews1.com/article36.html

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share

 

 

 

edited : 19/08/2553