ตัวอย่างอากาศวิปริตในประเทศปากีสถาน และกรุงมอสโคว์

http://www.ainews1.com/article349.html

Bookmark and Share

เอเอฟพี /  - องค์กรชำนาญพิเศษสหประชาชาติ ออกมากระตุ้นเมื่อวันพุธ (18) ให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศระดมสมองอย่างเร่งด่วน ในการค้นคว้าวิจัยปรากฏการณ์ทางธรรมชาติใหม่ที่ส่งผลต่อการแปรเปลี่ยนของ ชั้นบรรยากาศโลก ทั้งนี้ปรากฏการณ์ดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วด้วยว่า มีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับมหันตภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปากีสถาน ตลอดจนคลื่นความร้อนระลอกรุนแรงเป็นประวัติการณ์ในรัสเซีย
       
       
กาสเซม แอสราร์ ผู้อำนวยการโครงการค้นคว้าวิจัยสภาพอากาศโลก (ดับเบิลยูซีอาร์พี) ของยูเอ็น เปิดเผยกับทางเอเอฟพีว่า ปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงซึ่งเรียกว่า “ฉากสกัดกั้น (blocking episodes)” เป็นตัวการสำคัญที่ขัดขวางการกระจายตัวของสภาพอากาศชื้นหรือร้อนให้จำกัด อยู่แค่ในบางส่วนของโลกจนกระทั่งเสียสมดุล ส่งผลให้บางพื้นที่ประสบภัยพิบัติรุนแรงมากกว่าทุกครั้ง
       
       เขาอธิบายต่อไปว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้สภาพฝน และคลื่นความร้อนทวีความร้ายแรงขึ้น จากการถูกจำกัดวงในพื้นที่หนึ่งๆ ทั้งนี้เหล่านักวิทยาศาสตร์คาดว่าผลกระทบจะหนักหน่วงและเกิดถี่ขึ้นไปอีกภาย ใต้สภาพที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นทุกขณะเช่นนี้

มีต้นเหตุอะไรจึงเอามากล่าวถึงเช่นนั้น เอาเพียงประเด็นเดียวกันก่อนก็เพียงพอ

กว่าการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ แต่ละชาติ หากต้องหันมาทำการวิจัย ที่ ทางยูเอ็นออกมากระตุ้นนั้น หากทำก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าจะทราบต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงชั้นบรรยากาศของโลก และยิ่งปัจจุบันสุริยะจักรวาลและโลกกำลังเดินทางเข้าไปในกลุ่มเมฆอนุภาคของ อวกาศในรัศมีของกาแลกซี่ทางช้างเผือก ซึ่งจะกินเวลาอีกหลายปีกว่าสุริยะจักวาลจะพ้นออกไปจากเมฆอนุภาค ..นั่นเป็นปัจจัยแวดล้อมภายนอกระบบสุริยะจักรวาล

ส่วนภายในระสุริยะจักรวาลมนุษย์ได้สร้างมลภาวะ หรือกรรมดำอย่างไรบ้าง ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายนั่นแหละเป็นตัวการทำลายสิ่งแวดล้อมโลกอย่างมาก รวมทั้งยังก่อกวนสร้างผลกระทบแพร่ออกไปทั้งสุริยะจักรวาลอีกด้วย

ต้นตอใหญ่ของปัญหาบรรยากาศโลกปั่นป่วน ภาคอุตสาหกรรมได้ก่อให้เกิดสาร CFC ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศของโลกอย่างมากมาย แม้ว่าสารชนิดนี้จะเบาแต่ลอยตัวออกไปแทรกอยู่ทั่วไปแม้ในแกนพลังงานของโลก ทำให้เกิดการอุดตัน พลังงานเส้นแรงแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์และจากดาวหลุมดำจากใจกลางกาแลกซี่ทางช้างเผือก ที่โลกรับเข้ามาตลอดเวลา ไม่สามารถผ่านทะลุออกที่ขั้วโลกใต้ ได้ขัดขวางการเดินทางของเครือข่ายสนามแม่เหล็กที่ร้อยรัดดวงดาวทุกดวง ให้สดุดและเกิดขัดข้อง ไปทั่วจักรวาล

เมื่อพลังงานเส้นแรงแม่เหล็กที่ผ่านเข้าขั้วโลกเหนือไม่ได้  พลังงานมากมายเหล่านี้ก็ตกค้างและแพร่กระจายออกหุ้มเปลือกโลกมา ร่วม 10 ปี สูงท่วมหัวคนแล้วในปัจจุบัน มนุษย์ที่ตากแดด หรือสัมผัสแสงแดด เมื่อ 10 ปี ก่อน จะทราบว่าปัจจุบันแสงแดดร้อนแรงกว่าที่เคยเป็น เนื่องจากพลังงานเส้นแรงแม่เหล็กมีคลื่นความถี่ในตัวของมัน ได้มารวมกับคลื่นความถี่ของแสงจากดวงอาทิตย์ สร้างผลกระทบหลายด้านให้แก่สังคมโลก

พลังงานเส้นแรงแม่เหล็กมีความสามารถ ทะลุทะลวงสสารต่างๆได้สูงกว่าแสงแดด และยังเป็นพลังงานที่ทำลายนิวเครียสของเซลล์ของเนื้อเยื่อ หรือสสารทุกชนิดให้สลายตัวหรือผุพังลง จึงเป็นที่มาอีกคุณสมบัติหนึ่งของพีระมิด ที่ดูดซับและหักเหพลังคลื่นแม่เหล็กจากอากาศโดยรอบ สู่เส้นแสงพีระมิดในแนวดิ่ง พุ่งขึ้นสู่อวกาศทางยอดพีระมิด

 คลื่นแม่เหล็กยังรวมพลังเข้าด้วยกันเป็นเกลียวสว่านเจาะชอนไชลงในดินในหิน ทั้งบนบกและทั่วท้องทะเล ทำให้ตลิ่งหรือที่ดินลาดชันสูญเสียแรงยึดเกาะระหว่างโมเลกุล และลงไปเพิ่มปริมาณความร้อนใต้เปลือกโลก ก่อให้เกิดแรงขับดันในเครือข่ายอุโมงค์ลมไอน้ำที่ร้อนจัดทั่วทั้งโลกเพิ่มขึ้น จนก่อแผ่นดินไหวขึ้นเป็นละลอก

แล้วอะไรเกิดขึ้นอีก   ผลก็คือเมื่อดินชุ่มน้ำจากฝนที่ตกลงมา ดินก็เกิดการไหลลงมาทับบ้านเรือนหรือเมืองทีขวางทางน้ำไหล หรือละลายมากับน้ำท่วม นอกจากนี้พลังงานเส้นแรงแม่เหล็กที่ท่วมอยู่ทั่วโลก ยังสร้างความปั่นป่วนให้แก่บรรยากาศของโลก และช่วยกันแผดเผาน้ำในมหาสมุทรขึ้นไปเก็บไว้ในชั้นบรรยากาศมากขึ้นผิดปกติหลายเท่าตัว จึงเกิดความไม่สมดุล ทำให้เมฆรวมตัวตกลงมาเป็นฝนจำนวนหนาแน่นผิดปกติ เช่นปกติฝนตกคราวละ 20 มม. ก็เปลี่ยนเป็น 50 หรือ 80 มม.แทน และยังตกอยู่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทางน้ำธรรมชาติที่ใช้มานานตื้นเขิน แล้วยังมีปริมาณน้ำมากเกินความสามารถที่แม่น้ำสายใหญ่เพียง 2 สายในปากีสถาน จะส่งน้ำฝนลงทะเลได้ทัน จึงเอ่อท่วมพื้นที่เกือบทั้งประเทศ

ธรรมชาติกำลังจะบอกอะไรให้มนุษย์บางส่วนทราบ แต่น่าพึงสังเกตยิ่งกว่านั้น ฝนตกน้ำท่วมใหญ่ประเทศปากีสถานคราวนี้ จะเป็นสัญญาณของธรรมชาติ เตือนผู้ไม่ประมาท ให้รีบเคลื่อนย้ายหาที่หลบภัยพิบัติในอนาคตหรือไม่ ถามว่าทำไม เมื่อไปพิจารณาแผนที่คอนทัวร์ของประเทศนี้ทั้งหมด

มีภูเขาและที่ราบสูงล้อมรอบ ทั้ง 3 ด้านของประเทศ  เหลือทางด้านทิศใต้ติดทะเลเพียงด้านเดียว คล้ายท้องกระทะเช่นเดียวกับประเทศบังคลาเทศ หรือว่าอีกไม่นานประเทศอินเดียจะมีท้องทะเลเพิ่มขึ้นติดอยู่ทั้งทิศตะวันออกและตะวันตกเฉียงเหนือ

และเมื่อย้อนกลับไปดูแผนที่โลกใหม่ของนาย กอร์ดอน สแกลเลี่ยน ปรากฏว่าประเทศปากีสถานเกือบทั้งประเทศพื้นดินจะยุบในวาระที่แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวกลายเป็นทะเลไป (ด้านซ้ายบนของอินเดียในภาพ)

ดังนั้นแผนการวิจัยให้ทราบสาเหตุของ ยูเอ็นคงจะไม่เกิดประโยชน์อะไรมากนัก เนื่องจากอาจไม่ทันบอกให้ประเทศนี้ได้ทราบเหตุผลต่างๆ  ที่ความเสียหายใหญ่หลวงได้เกิดขึ้นแล้ว และยิ่งให้นักวิทยาศาสตร์พวกนี้มาคาดการณ์เหตุอนาคตอีก คงหวังอะไรไม่ได้

สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบซ้ำ   ในบริเวณที่จะยุบตัวลง กลายเป็นทะเล จากคำทำนายเหตุการณ์ของโลกคือ เอ็ดการ์ เคซี่ย์ ที่มีการทำนายเป็นหมื่นๆรายการ และถูกต้องกว่า 80 %    ในวาระที่โลกปรับสมดุลเปลือกโลก เมื่อโลกย้ายแกนพลังงานใหม่ ในช่วงปลายปี 2012 และต้นปี 2013 

ที่โลกจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อพายุสุริยะ ซึ่งเป็นพลังคลื่นแม่เหล็กเช่นเดียวกัน รุนแรงกว่าการเกิดแผ่นดินไหวบนเปลือกโลกเมื่อกลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาอย่างทั่วถึงกันทั้งโลก ซึ่งก่อนเกิดมีผู้ที่ทราบล่วงหน้าออกข่าวเตือนภัยพิบัติ แต่นักวิชาการหัวเก่ายึดตำราออกมาจัดสัมมนาตอน 25 พ.ค. ยืนยันหนักแน่นว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ยังไม่เห็นพวกนักวิชาการเหล่านี้ ออกมาให้อัตถาธิบายว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร การยึดกุมตำราเดิม โดยไม่เคยใส่ใจเลยว่า  ปัจจุบันพลังงานแม่เหล็กท่วมโลก และเจาะไชแทรกตัวเข้าไปใต้เปลือกโลกทั่วไปหมด  ทำให้เกิดแผ่นดินไหวบ่อยๆ  อย่างที่นักวิชาการยุคเก่าๆตามไม่ทัน ก็เลยไม่ทราบสาเหตุ

หรือทุกอย่างจะเกิดขึ้นจริงตามคำทำนาย ไม่ว่าน้ำท่วมโลกหรือไฟไหม้ป่าจะทะยอยเกิดขึ้นเป็นโซนๆ ไปทั่วโลก หลายๆคนคงจะนึกถึงภาพอนาคตที่นอสตราดามุส เห็นในจินตภาพ ปัจจุบันสิ่งแวดล้อมโลกเปลี่ยนไป เราจึงได้เห็นผลของการทำนายได้ชัดเจน ว่ามีเหตุปัจจัยที่เหมาะสมผลนั้นๆจึงเกิดขึ้น โดยที่เหตุทั้งหลายล้วนมาจากมนุษย์ทั้งสิ้นเป็นผู้เริ่มทำขึ้น ให้สภาวะแวดล้อมของโลกเสียสมดุล จนในที่สุดโลกต้องปรับสมดุลใหม่ จนต้องย้ายแกนพลังงานของโลก ซึ่งจะเกิดผลกระทบแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่ จนเกิดภาพของแผนที่โลกใหม่ ของนาย กอร์ดอน สแกนเลี่ยน รอการพิสูจน์อีกไม่นานนี้

ความวิกฤตโลกจะทะยานต่อไป  โดยลืมนึกไปว่าโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สมมุติฐานที่เคยเล่าเรียนมามันอาจใช้อ้างอิงไม่ได้อีกต่อไป ส่วนพลังงานคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในกรุงมอสโคว์ มีคนตายไปแล้วหลายหมื่นคน และเกิดไฟไหม้ป่าใกล้กรุงมอสโคว์เสียหายหลายพันล้านเหรียญ อุณหภูมิในกรุงมอสโคว์ขึ้นไปถึง 40 องศา และเดือนหน้าจะขึ้นสูงกว่าอีกด้วย ซึ่งคลื่นพลังงานความร้อนที่ผนวกกับพลังงานคลื่นแม่เหล็กท่วมโลก ยังมีผลให้เส้นเลือดตีบ เลือดข้นมากขึ้น หัวใจอ่อนแรง อากาศโดยเฉพาะออกซิเจนเบาบางลง และระบบการหายใจคนทั่วไปจะถี่และตื้น หายใจไม่เต็มปอด มนุษย์ทั่วโลกจะพากันหายใจไม่ออก พากันล้มตายจากไปดุจใบไม้ล่วงกันทั่วโลก อย่างน่าสงสาร ซึ่งมันจะทวีดีกรีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปโดยลำดับ ที่จะได้ยินข่าวจากหลายๆหมื่นคน เป็นหลายๆแสนคน และหลายๆล้านคน หลายๆร้อยล้านคน และจะมีโรคระบาดต่างๆยกทัพเข้าโจมตีมนุษย์เพิ่มมากขึ้นโดยลำดับ รับลูกเชื่อมต่อกัน

ผลกรรมที่มนุษย์สร้างสะสมไว้กำลังสะท้อนกลับ  ถามว่าเนื่องจากผลกรรมของมนุษย์ที่สร้างสะสมไว้แล้วยังมีเหตุใดอีกบ้าง มีพลังมืดหรือพลังอาฆาตแค้นของสรรพสัตว์ที่ถูกฆ่าล้างผลาญอย่างทารุณโหดร้ายนับหมื่นๆปี ได้รวมตัวกันเป็นดาวดำรอโอกาสเรียงตัวกับดาวอื่นๆในสุริยะจักรวาล  ร่วมกับการปรับสมดุลของโลกและจักรวาลในรอบ 13,000 ปี คิดบัญชีมนุษย์ที่สร้างกรรมเวรต่อกันไว้ แยกบัญชีกรรมขาว เหลือไปสู่โลกยุคใหม่เพียงไม่มากนัก

ไหนๆก็พูดถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติที่จะเกิดให้รู้เห็นไปโดยลำดับ  สำหรับผู้ที่ว่องไวไม่ประมาท ลองค่อยๆคิดวางแผนเอาไว้บ้างก็น่าจะไม่มีอะไรเสียหาย เช่นยามอดอยากขาดแคลนอาหารมนุษย์จะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร ถ้าสนใจก็แวะศึกษาข้อมูลได้ที่ http://www.ainews1.com/article348.html แล้วลองคิดเลยไปอีกนิดหากทุกคนที่สนใจจะมี 'ตู้เอทีเอ็มส่วนตัวเคลื่อนที่' เอาไว้ซักตู้จะดีไม๊?

back up data: http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000115730

edited: 20 /08/2010



เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share