อานิสงส์การสวดบทพระบรมมหาจักรพรรดิ

http://ainews1.com/article351.html

กล่าวโดยย่อคือ :

บทนี้เป็นการสวดไหว้พระพุทธเจ้าทั่วทั้งพระนิพพาน ตลอดจนถึงพระธรรมเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้า พระอริยสงสฆ์สาวกทั้งมวล ไหว้พระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์รวมถึงน้อมนำกำลังของเทพพรหมพระอริยะเจ้าทั้งหลาย

การสวดครั้งหนึ่งเป็นการดึงกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิทุกๆพระองค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมา รวมถึงกำลังของพระมหาโพธิสัตว์เจ้ามารวมอาราธนาเข้าที่กายและใจ และรวมกำลังพระโพธิญาณโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

การสวดครั้งหนึ่งมีอานิสงส์แผ่ไปทั่วจักรวาล สามแดนโลกธาตุ สามารถแผ่บุญไปทั่วทุกสรรพสัตว์ ตลอดจนเทวดาประจำตัวเรา ญาติมิตร เพื่อนฝูงครอบครัว เจ้ากรรมนายเวร และหากนำบทนี้ไปสวดในนรกหรือแผ่ไปไฟนรกจะดับชั่วขณะ

บทนี้เป็นการสร้างกำแพงแก้วคุ้มกันตัว รวมถึงอาราธนาบารมีครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อัญเชิญเข้าตัวเพื่อป้องกันภัย และสร้างมหาโชคมหาลาภ

อานิสงส์แก่ผู้สวดมีทั้งมหาบุญมหาลาภ เนื่องจากมีการกล่าวถึงพระสีวลี รวมถึงบทนี้มีพลังงานอย่างยิ่งในการเจริญพระกรรมฐาน หากนำไปสวดบริกรรมก่อน หรือระหว่างนั่งกรรมฐาน จะทำให้การภาวนามีพุทธานุภาพมาคลุม และคุมการปฏิบัติของเรา  คลุมกายและจิตใจเป็นวิมานทิพย์ (ครอบวิมานให้ตัวเองหรือสวดอธิษฐานครอบคนอื่นก็ได้)

หากสวดบทนี้สามารถอธิษฐานเรื่องราวใดๆ ที่ติดข้องใจได้ให้ผ่านพ้นไปอย่างทะลุปรุโปร่ง กล่าวโดยสรุปได้ว่าคาถาจักรพรรดินี้ จากการเรียบเรียงถ้อยคำโดยหลวงปู่ดู่ท่าน ก่อให้เกิดกำลังจักรพรรดิขึ้นด้วยในบทสวดพระคาถาครอบจักรวาล

 

ปล.สำหรับนักปฏิบัติเบื้องต้นให้ใช้คู่กับพระผงจักรพรรดิจะทำให้ก้าวหน้าเร็ว 

ความรู้เกี่ยวกับพระผงจักรพรรดิ

พระผงจักรพรรดิสูตรหลวงปู่ดู่ หลวงตาม้ามีพุทธคุณอย่างไร?

พระผงจักรพรรดิมีประโยชน์มากโดยเป็นพระที่นำมาช่วยในการทำกรรมฐานและบูชาติดตัวเพื่อคุ้มครอง เป็นศิริมงคลแก่ตนเองและเป็นพลังงานบุญ แก่ภพภูมิโดยรอบ

หลวงปู่ดู่กล่าวไว้ว่าพระรุ่นนี้ ที่มีผงจักรพรรดิของท่านป้องกันนิวเคลียร์ได้

พระรุ่นนี้เหมาะสมเป็นอย่างมากในการเจริญกรรมฐาน หลวงปู่ดู่สมัยที่ท่านยังทรงธาตุขันธ์อยู่ ท่านสร้างพระผงออกมาเพื่อให้ลูกศิษย์ได้ใช้ในการเจริญพระกรรมฐาน ให้ก้าวหน้าได้โดยไว โดยเป็นการใช้พลังจากองค์พระ ในเนื้อพระผงจักรพรรดิของหลวงตาม้าทุกรุ่นบรรจุมวลสารผงจจักรพรรดิหลวงปู่ดู่ ที่ท่านหลวงตาม้าได้รับมาจากหลวงปู่ดู่โดยตรง และช่วงไหนสวดมนตร์นั่งสมาธิสวดมนตร์ แผ่เมตตาสม่ำเสมอบุญจะเกิดที่ตัวเราดีมากยิ่งขึ้น ทั้งพระธาตุที่องค์พระจะขึ้นเพิ่มขึ้นอีกด้วย (พระผงจักรพรรดิหลวงปู่ดู่ขึ้นพระธาตุทุกองค์) หลวงตาเคยเมตตากล่าวให้ฟังว่าพระที่ท่านทำขึ้นมาชุดนี้ เป็นพระกำลังของพระโพธิสัตว์จึงมีพุทธคุณ และกำลังบารมี 10 เข้มข้น นำไปใช้ประโยชน์ด้านกุศลได้ร้อยแปดพันเก้า

หากนำไปบูชาก็จะเป็นการทำให้ภพภูมิเทวดาผีสางสัมภเวสีที่ผ่านไปผ่านมา รับกระแสตรงนี้เข้าไปปรับให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

(โดยการกำพระขอกำลังพระ/หลวงปู่สวดจักรพรรดิแล้วน้อมบุญไป)

นอกจากนั้นยังมีพุทธคุณสูง สำหรับการเจริญภาวนากรรมฐาน โดยการเอามากำก่อนนั่งสมาธิ แล้วกำหนดจิตเข้าไปที่องค์พระจะทำให้ภาวนาได้ง่ายขึ้น เพราะมีพลังงานจากองค์พระมาเสริมที่องค์จิตด้วย จากนั้นจึงไปทำสมาธิในแบบที่ท่านถนัด โดยเป้นวิการที่นิยมกันในหมู่ลูกศิษย์ของหลวงปู่ดู่เรื่อยมาจนถึงหลวงตาม้า ในปัจจุบัน และ

หากนำพระไปแช่น้ำก็สามารถทำเป็นน้ำมนตร์รักษาโรค หรือเป็นศิริมงคลแก่ตนก่อนออกไปดำเนินชีวิตก็ยังได้ โดยอธิษฐานเอาด้วยคาถาจักรพรรดิ

อย่างไรก็ตามผู้ปฏิบัติตนก็ต้องตั้งตนให้อยู่ในความดีไว้ด้วย โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง และมีศีล 5 เป็นฐานจะช่วยให้เราทรงในความดี และพุทธคุณช่วยเราได้เต็มที่

กรรมฐานที่หลวงปู่ดู่ท่านสอน

หลักในการนั่งสมาธิ ให้ขาขวาทับขาซ่าย มือขวากำพระวางบนมือซ้าย ให้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองจรดกัน วางบนตักพอสบายๆ ปรับกายให้ตรง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วน ผ่อนลมหายใจยาวๆ ลึกๆสัก 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 ให้ภาวนาว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ครั้งที่ 2 ภาวนาว่า ธัมมังสรณัง คัจฉามิ ครั้งที่ 3 ภาวนาว่า สังฆัง สรณัง คัจฉามิ จากนั้นจึงผ่อนลมหายใจให้เป็นไปตามธรรมชาติ  ยังไม่ต้องนึกคิดสิ่งใด ทำใจให้ว่างๆ วางอารมณ์ทั้งที่เป็นอดีต และอนาคต เมื่อลมหายใจเริ่มละเอียดและจิตใจเริ่มโปร่งเบาขึ้นบ้างแล้ว จึงค่อยเริ่มบริกรรมภาวนา โดยกำหนดจิตไว้ที่หน้าผาก (เอาสติมาแตะรู้เบาๆ)แล้วตั้งใจภาวนาคาถาไตรสรณาคมณ์ดังนี้พุท ธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ  เมื่อภาวนาบริกรรมจบแล้ว ก็ให้วกกลับมาเริ่มต้นใหม่เช่นนี้เรื่อยไป   มีสิ่งที่ควรทราบเพิ่มเติมาก็คือ ขณะที่บริกรรมภาวนาอยู่นั้น ให้มีสติระลึกอยู่กับคำภาวนา โดยไม่ต้องสนใจกับลมหายใจ คงปล่อยให้ลมหายใจเข้าออกเป้นไปตามธรรมชาติ ปราศจากการควบคุมบังคับ ภาวนาด้วยใจที่สบายๆ และให้ยินดีกับองค์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่เกิดขึ้นในจิต เมื่อจิตมีความสงบสว่าง ก็น้อมแผ่เมตตาออกไป โดยว่า พุทธัง อนันตัง ธัมมัง จักรวาลัง สังฆัง นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ แล้วตั้งใจภาวนาต่อไป เมื่อจิตถอนขึ้นจากความสงบ ให้ยกเอากายหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นพิจารณา โดยน้อมไปสู่พระไตรลักษณ์คือ อนิจจัง (ความไม่เที่ยง) ทุกขัง (ความทนได้ยาก) และอนัตตา (ความไม่ใช่ตัวตนอันเที่ยงแท้) เมื่อรู้สึกว่าจิตเริ่มซัดส่าย หรือขาดกำลังในการพิจารณา ก็ให้วกกลับมาภาวนาคาถาไตรสรณาคมน์อีก เพื่อดึงจิตให้เข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ทำสลับเช่นนี้เรื่อยไปจนกว่าจะเลิก ก่อนจะเลิกให้อาราธนาพระเข้าตัวว่า สัพเพ พุทธา สัพเพ ธัมมา สัพเพ สังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะ ยังพะลัง อะระหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขัน พันธามิ สัพพะโส พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ แล้วจึงแผ่เมตตาอีกครั้ง โดยว่าเช่นเดียวกับที่กล่าวแล้วในตอนต้น อนึ่งการภาวนานั้น ท่านให้ทำได้ทุกอิริยาบท คือ ยืน เดิน นั่ง นอน และปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ การปฏิบัติจึงจะก้าวหน้า และชื่อว่าตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

คำอธิษฐานฝึกจิตเร่งสมาธิเร่งนิมิต

'ข้าพเจ้า...(นาม)  ผู้เป็นข้ารับใช้แห่งพระพุทธองค์ขอนอบน้อม และน้อมนำบารมีแห่งพระพุทธเจ้าพระปัจเจกพุทธเจ้า  พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย พระอริยบุคคลทุกชั้นภูมิ พระโพธิสัตว์ พระธรรม และพระบรมมหาจักรพรรดิ์ ทุกๆพระองค์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต ครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆกันมา โดยมีบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญเป็นที่สุด ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นสู่ภาวะพระกรรมฐาน 40 ทัศ พระปีติทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9 ขอพระกรรมฐานทั้ง 40 ทัศ พระปีติทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9  จงมาบังเกิดปรากฏในกายทวาร ในวจีทวาร ในมโนทวารของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นสู่ภาวะเมฆจิต สามารถกำหนดจิตรู้ภาวะการณ์ต่างๆ ทั้งเหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบัน ได้ทุกขณะจิตที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้วขอให้เห็นภาพนั้นได้ชัดเจนแจ่มใส และพยากรณ์ได้ตามความเป็นจริงทุกๆประการ เหตุที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้น ได้โดยมิต้องกำหนดจิตแต่ประการใด ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด'

(กล่าวบทอัญเชิญพระเข้าตัว  สัพเพ พุทธา สัพเพ ธัมมา สัพเพ สังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะ ยังพะลัง อะระหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขัน พันธามิ สัพพะโส พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ )

คำอธิษฐานรวมบุญ

'ด้วยอำนาจแห่งพระมหาจักรพรรดิ์ทุกๆพระองค์ นับตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต โดยมีบารมีแห่งองค์พระสมเด็จองค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิ์เป็นประธาน มีบารมีรวมพระมหาจักรพรรดิ ของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด ขอได้โปรดรวมกองบุญของข้าพเจ้า....(นาม)  เพื่อเบิกมาใช้ให้มีความคล่องตัวในทุกๆเรื่อง อันใดติดขัดขอให้คล่องดังน้ำที่ไหลออกจากคนโทที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ อันใดคล่องตัวอยู่แล้วขอให้คล่องตัวยิ่งๆขึ้นไป โดยขึ้นชื่อว่า ความอด ความอยาก ความยาก ความไม่มี จงอย่าได้บังเกิดมีในข้าพเจ้า ผู้เป็นผู้รับใช้แห่งพระพุทธศาสนานับตั้งแต่กาลบัดเดี๋ยวนี้ตราบจนข้าพเจ้าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเถิด และโดยเฉพาะกาลนี้ขอให้คล่องตัวในเรื่อง'...(อธิษฐานพิเศษเอา)

(กล่าวบทอัญเชิญพระเข้าตัว สัพเพ พุทธา สัพเพ ธัมมา สัพเพ สังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะ ยังพะลัง อะระหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขัน พันธามิ สัพพะโส พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ )

คำอธิษฐานส่งวิญญาณ ปรับภพภูมิ แผ่บุญ

'ข้าพเจ้าผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา ขออัญเชิญบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ นับตั้งแต่อดีตปัจจุบัน และอนาคต โดยมีพระบารมีรวมของหลวงปู่ดู่  พรหมปัญโญ เป็นที่สุด ขอได้โปรดส่งวิญญาณปรับภพปรับภูมิของ...ชื่อ นามสกุลหรือกลุ่มก็ได้ (หรือโดยถ้วนทั่วทุกตัวคน ทุกคนทุกท่านก็ได้)  ให้สู่สุคติด้วยเถิด'  แล้วอัญเชิญพระเข้าตัว

  1. ให้หมั่นส่งวิญญาณแผ่ทั่วทั้ง 3 โลก พรหมโลก เทวโลก มนุษยโลก  ภพภูมิน้อยใหญ่นรกโลก และทุกอบายภูมิ ผู้มีพระคุณ ครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวพันกับข้าพเจ้า ญาติข้าพเจ้าทั้งหมดในโลกทิพย์ บริวาร เทวดาประจำตัว เจ้ากรรมนายเวรข้าพเจ้า เวลาทำบุญก็ให้เรียกกายทิพย์เข้ามารับบุญ
  2. ก่อนทานอาหารให้ส่งวิญญาณ กวาดมือเหนืออาหารมีกระแสโยงถึงวิญญาณเจ้าของธาตุนั้นได้ กระแสบุญจะส่งถึงวิญญาณเอง

อธิษฐานให้บุตร คนรัก หรือคนในปกครอง แม้กระทั่งเจ้านายละมิจฉาทิฐิอยู่ในโอวาทเป็นคนดีขึ้น จิตใจเยือกเย็นขึ้น

'ด้วยอำนาจแห่งพระมหาจักรพรรดิ์ทุกๆพระองค์ นับตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต โดยมีบารมีแห่งองค์พระสมเด็จองค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิ์เป็นประธาน มีบารมีรวมพระมหาจักรพรรดิ ของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด ขอได้โปรดกล่อมเกลาปรับสภาพร่างกายของ   (ชื่อ...นาม....หรือกลุ่ม)  ให้ดีขึ้น ขอให้ร่างกายแข็งแรงจิตใจเยือกเย็นเบิกบานมีหิริโอตตัปปะ มีจิตใจฝักไฝ่แต่ความดีเกลียดกลัวความชั่วทั้งปวงให้ว่านอนสอนง่ายอยู่ในโอวาท'

(กล่าวบทอัญเชิญพระเข้าตัว สัพเพ พุทธา สัพเพ ธัมมา สัพเพ สังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะ ยังพะลัง อะระหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขัน พันธามิ สัพพะโส พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ )

ใช้อธิษฐานทำน้ำมนตร์รักษาโรค

ให้นำพระ (เลี่ยมก็ได้ไม่เลี่ยมก็ได้)  มากำสวดคาถามหาจักรพรรดิ์ 7 จบ แล้วอธิษฐานว่า 'ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา ขออัญเชิญบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ นับตั้งแต่อดีตปัจจุบันและอนาคต โดยมีพระบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด  (อันนี้จำเป็นต้องขอบารมีท่านโดยตรง) ขอได้โปรดให้น้ำใดๆก็ตามไม่ว่าเล็กว่าน้อย หรือมากมายดังมหาสมุทรที่ถูกแช่ในพระผงกำลังพระจักรพรรดิ์นี้ จงมีพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ และมหิทธานุภาพเฉกเช่นเดียวกับหัวเชื้อน้ำมนตร์จักรพรรดิ์ทุกประการ เพื่อใช้ในการมงคลทั้งปวง เพื่อใช้ในการปรับธาตุทั้ง 4 และรักษาโรคภัยทุกประเภท  ขอบารมีอันหาที่สุดมิได้ของหลวงปู่จงโปรดให้เป็นไปตามคำอธิษฐานแห่งข้าพเจ้านี้ด้วยเถิด'   จึงค่อยๆจุ่มพระลงในภาชนะใส่น้ำ แล้วกล่าวคำอัญเชิญพระเข้าตัว

(กล่าวบทอัญเชิญพระเข้าตัว สัพเพ พุทธา สัพเพ ธัมมา สัพเพ สังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะ ยังพะลัง อะระหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขัน พันธามิ สัพพะโส พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ )

ใช้ทำน้ำมนตร์แก้และกันคุณไสย

คำกล่าวอาราธนาบารมีว่าข้าพเจ้าผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา เป็นทาสแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ขออัญเชิญบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์นับตั้งแต่ อดีตปัจจุบันและอนาคต โดยมีพระบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด หลวงปู่ทวดวัดช้างไห้, พระศรีอริยะเมตรัย ขอได้โปรดแผ่บารมีมายังน้ำบริสุทธิ์นี้ ให้มีพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ และมหิทธานุภาพ ในการรักษาดรคอันเกิดแต่คุณไสยอวิชชานี้ด้วยเถิด....แล้วกล่าวคำอัญเชิญพระเข้าตัว

(กล่าวบทอัญเชิญพระเข้าตัว สัพเพ พุทธา สัพเพ ธัมมา สัพเพ สังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะ ยังพะลัง อะระหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขัน พันธามิ สัพพะโส พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ )

การอธิษฐานครอบดวงแก้วให้แก่บ้านเพื่อป้องกันรังสีทั้งบ้านในกรณีที่เกิดภาวะสงครามที่มีการใช้กัมมันตรังสี เวลา 20.30 น.

ตั้งจิตนน้อมถึงหลวงปู่ดู่ 'ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ ข้าพเจ้าขอถวายแล้วซึ่งร่างกายดวงวิญญาณถวายแล้วซึ่งขันธ์ทั้ง 5 กอง เพื่อบูชาคุณแห่งองค์พระตถาคตทศพล ขอบารมีแห่งพระองค์นับตั้งแต่อดีตปัจจุบันและอนาคต จงสถิตยย์อยู่เหนือศรีษะของข้าพเจ้าทุกวันคืน ทั้งยามหลับยามตื่น ยามยืน ยามเดิน ยามนั่ง ยามนอน ยามรู้ตัว ยามมิรู้ตัว ขอเดชะด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดีด้วยใจก็ดี กรรมอันใดอันข้าพเจ้าล่วงเกินกระทำแล้วในคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า ทั้งรู้ตัวก็ดีมิรู้ตัวก็ดี โดยเจตนาก็ดี มิเจตนาก็ดี ทั้งชาตินี้ก็ดี ทั้งอดีตชาตินับสงไขยมิถ้วนก็ดี กรรมอันใดเหล่านั้น ที่ข้าพเจ้าประมาทพลาดพลั้งไป ขอคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า จงโปรดละซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น เพื่อการปราศจากเวรภัยแก่ตัวข้า และเพื่อการสำรวมระวังในกาลต่อไป

ข้าพเจ้าผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา เป็นทาสแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์  นับตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคตโดยมีพระบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด ขอได้โปรดแผ่บารมีมายังน้ำบริสุทธิ์นี้ให้มีพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ และมหิทธานุภาพ ในการป้องขจัดทำลายรังสี และพลังงานอันไม่ดีทั้งปวงที่เข้ามาในอาณาบริเวณเขตน้ำมนตร์แห่งนี้ ให้เกิดปรากฏเป็นปราการแก้วคุ้มครองเจ็ดชั้น ทั้ง 6 ทิศ คือเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องซ้าย เบื้องขวา เบื้องบน เบื้องล่าง ให้กระแสเย็นแห่งน้ำมนตร์นี้ จะเปล่งออกไปเป็นรัศมีเรืองรองคุ้มครองป้องกันและครอบปกคลุมบ้านทั้งหลังของข้าพเจ้านี้ ให้ผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านนี้ จงร่มเย็นปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวงด้วยเถิด' จากนั้นจึงกล่าวคำอัญเชิญพระเข้าตัว

(กล่าวบทอัญเชิญพระเข้าตัว สัพเพ พุทธา สัพเพ ธัมมา สัพเพ สังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะ ยังพะลัง อะระหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขัน พันธามิ สัพพะโส พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ )

การนำองค์พระมาช่วยในการภาวนา ในการฝึกวิชาเปิดโลก (วิชาภูมิของพระพุทธเจ้าของหลวงปู้ดู่ และการปรับภพปรับภูมิ)

เมื่อมีองค์พระแล้ว ให้อาราธนามาไว้ในมือ แล้วสวดบทเจริญพระกรรมฐาน ด้วยบทสรรเสริญพระพุทธคุณ บทอาราธนาศีล บทบูชาหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ และบทขอขมาพระรัตนตรัย แล้วต่อด้วยบทพระมหาจักรพรรดิ์ จากนั้นจึงทำสมาธิในอิริยาบทที่เราถนัด กำพระไว้ในกำมือน้อมนึกอาราธนากำลังจากองค์พระมาที่จิตเป็นการเพิ่มพลังจิตในการภาวนาของเรา การบริกรรมใช้คำบริกรรมพุทธคุณใดก็ได้ พุทโธ หรือภาวนาไตรสรณะคมน์ไปเรื่อยๆ แต่แนะนำให้ใช้บทสวดพระจักรพรรดิ์ มาใช้แทนคำบริกรรมในการทำสมาธิเพราะได้ผลเร็วที่สุด

นั่งขัดสมาธิ ขาขวาทับขาซ้าย มือขวากำพระวางบนมือซ้าย ให้หัวแม่มือทั้งสองจรดกัน วางบนหน้าตักพอสบายๆ ปรับกายให้ตรงดำรงสติให้มั่น กำหนดจิตไว้ที่หน้าผาก เอาสติมาแตะรู้เบาๆ น้อมจิตเข้าหาพระ (นึกถึงหลวงปู่) แล้วตั้งใจภาวนาคาถา กำพระเบาๆ วางจิตเบาสบายๆ กายสบายๆ ขณะภาวนาให้หายใจเหมือนปกติ ไม่ต้องคำนึงถึงลมหายใจ เมื่อภาวนาจบแล้วให้วกกลับมาเริ่มต้นใหม่ อย่างนี้เรื่อยไป ระหว่างวันสวดคาถาจักรพรรดิ์ในจิตไว้ เป็นบุญใหญ่เป็นวิมานแก้วครอบเรา

ให้ทุกคนอธิษฐานตั้งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้เหนือหัว โดยมีหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ อยู่ด้านซ้ายขวา ของพระพุทธเจ้า เวลาไปฝึกกายวิเวกก็นั่งภาวนาหลับตาไปเรื่อยๆไม่ต้องกลัว เพราะเราตั้งพระพุทธเจ้า หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ไว้แล้ว ไม่มีอะไรมาทำอะไรเราได้

ให้คอยรู้กาย คอยรู้อย่างที่มันเป็น เพราะเราต้องการรู้ความจริงของกายของใจ เกิดปัญญาปล่อยวางการยึดถือกายใจได้ ทุกก้าวเดินถ้ามีความรู้สึกตัวเรียกว่าเดินจงกรมภาวนาไปรู้กายรู้ใจไป ละความเห็นผิดว่ากายใจนี้คือตัวเรา ปล่อยวางความยึดถือ รู้สบายๆกาบเคลื่อนไหวก็คอยรู้สึก ใจเคลื่อนไหวก็คอยรู้สึก   รู้สึกไปตามธรรมชาติธรรมดาให้มีสติรู้สึกตัวสบายๆว่าเราสวดมนตร์

'อธิษฐานให้พ้นทุกข์ หรือขอให้พบแต่ความดีตลอดไป จนพ้นทุกข์ ถ้าเป็นภาษาบาลีก็ว่า สุทินนัง วะตะ เมทานัง อาสะวะขะ ยาวะหัง นิพพานะ ปัจจะโยโหตุ คนเราจะพ้นทุกข์ได้ต้องพบกับความดี มีความสุข ไม่จำเป็นต้อง อธิษฐานยืดยาวหรอก'

ส่วนการอธิษฐานรับพรนั้น ท่านแนะนำว่า ตั้งจิตว่า 'ข้าพเจ้าขอรับพรที่ได้นี้ ขอให้ติดตามข้าพเจ้าตลอดไปในชาตินี้ชาติหน้า' แล้วอธิษฐานบทอัญเชิญพระเข้าตัว สัพเพ พุทธา สัพเพ ธัมมา สัพเพ สังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะ ยังพะลัง อะระหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขัน พันธามิ สัพพะโส พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ เวลามีพิธีอะไร เช่นเวลามีการปลุกเสกพระ เราก็สามารถรับพรจากพระองค์ไหนๆก็ได้ทั้งนั้น การสำรวม กาย วาจาใจ จึงเป็นสิ่งสำคัญเมื่อมีพิธีการทางสงฆ์ เพราะบ่อยครั้งขณะที่พระให้ศีล หรือให้พร ญาติโยมบางคนก็เริ่มคุยแข่งกับพระ เสียงโยมเมื่อรวมกันดังกว่าเสียงพระเสียอีก ตนเองไม่ได้บุญยังไม่พอแต่กลับไปสร้างความรำคาญให้ผู้อื่นเรียกว่าเป็นการขัดบุญที่ผู้อื่นจะพึงได้รับ หลวงปู่ดู่เคยพูดว่า 'ระวังให้ดี เดี๋ยวจะเกิดเป็นตะเข้ขวางคลอง' 

คำอธิษฐานเพื่อตัดกระแสกรรมที่เกี่ยวเนื่องระหว่างเจ้ากรรมนายเวรวิญญาณเกาะติดกาย

ให้ผู้อธิษฐานนั่งต่อหน้ารูปปั้น หรือรูปภาพหลวงปู่ดู่ แล้วจับภาพหลวงปู่ดู่ไว้บนเหนือศรีษะของผู้อธิษฐาน ตั้งจิตนิมนตร์หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงพ่อเกษมเขมะโก พุทธังอาราธะนัง กะโรมิ ธัมมังอาราธะนัง กะโรมิ สังฆัง อาราธะนัง กะโรมิ น้อมระลึกถึงหลวงปู่ทวดแล้วว่าคาถา นโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ (3ครั้ง) น้อมระลึกถึงหลวงปู่ดู่ แล้วว่าคาถา นโม โพธิสัตโต พุทธะ พรหมะ ปัญโญ (3ครั้ง)  ระลึกถึงหลวงพ่อเกษมเขมะโก แล้วว่าคาถา นโม เขมมะโกภิกขุ (3ครั้ง) แล้วนิมนตร์หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงพ่อเกษม เขมะโก มาคลุมกายเรา

แล้วตั้งจิต อธิษฐานว่า 'ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีรวม อดีตปัจจุบันอนาคต ของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด ขอตัดกระแสกรรมเกี่ยวเนื่องระหว่างเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้าตั้งแต่ อดีตปัจจุบันอนาคตทุกดวงจิตวิญญาณทุกภพทุกชาติ เจ้ากรรมนายเวรที่ยึดครองร่างกายข้าพเจ้านี้ ให้ละจากบุพกรรมทั้งปวงเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาตราบจากนี้ไป ข้าพเจ้าสร้างบุญกุศลที่ใด อย่างไรทั้งหมดทั้งมวล ขอให้ท่านอนุโมทนาร่วมกับข้าพเจ้าได้ ตั้งแต่บัดนี้ตราบชั่วชีวิตข้าพเจ้า สาธุฯ' 

ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีรวม หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงพ่อเกษม เขมะโก ขอหลวงปู่ หลวงพ่อ ได้แผ่บุญกุศลทั้งหมดให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่ครองกายข้าพเจ้า เจ้ากรรมนายเวรที่เล่นงานข้าพเจ้า ขอหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงพ่อเกษม ได้เมตตาอาราธนาบุญกุศลบารมีรวมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอริยสงฆ์สาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า ทั้งหลายทั้งปวงทั่วทั้งแสนโกฏิจักรวาล ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันอนาคต

รวมทั้งบุญกุศลของข้าพเจ้าทุกภพชาติ ขอได้โปรดรวมบุญทั้งหมดเหล่านี้เป็นกองบุญรวม ส่งให้ถึงญาติ และที่ไม่ใช่ญาติข้าพเจ้าก็ดี เทวดาเทพพรหมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่ที่คุ้มครองรักษา เชื้อโรค นายเวร โดยเฉพาะเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้าตั้งแต่อดีตปัจจุบันอนาคตทุกดวงจิตวิญญาณทุกภพทุกชาติ (หรือเจ้ากรรมนายเวรของใครก็ตามที่ต้องการอธิษฐานให้) ให้ได้รับบุญเสวยผลบุญตลอดวันตลอดคืน ตลอดจนเราทั้งหลายเข้าสู่นิพพานก็ยังได้รับบุญเสวยบุญตลอดไป 

เมื่อท่านทั้งหลายโดยเฉพาะเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้าได้รับบุญแล้ว เมื่อท่านได้รับบุญแล้ว ขอให้ท่านตามไปอยู่กับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ที่เทวโลก ไปเสวยสุขเรียนธรรมกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ และขอนิมนตร์หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ได้โปรดเมตตามารับตัวรับดวงวิญญาณท่านทั้งหลาย วิญญาณเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้าตั้งแต่อดีตปัจจุบันอนาคตทุกดวงวิญญาณทุกชาติ ทุกภพ โดยเฉพาะที่ดวงจิตนี้ ที่กำลังเล่นงานข้าพเจ้าอยู่ขณะนี้ ให้ได้อยู่ในอุปการะคุณของหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ให้ได้รับบุญ เรียนธรรม เสวยสุขที่เทวโลก และได้รับการส่งวิญญาณปรับภพภูมิดวงวิญญาณกายทิพย์ให้ได้ไปสู่ภพภูมิที่ดียิ่งๆขึ้นไปตลอดวัน ตลอดคืน ตลอดไปเทอญ สาธุ 

การอธิษฐานขอบารมีพระช่วยเหลือในกรณีพิเศษในเวลา 20.30 น. ของทุกวัน

  1. เตรียมตัวให้พร้อมพร้อมใจดีกว่าพร้อมกาย หรือสถานที่ 20.15 น. ควรพร้อมแล้วอาจจะอยู่หรือไม่อยู่ในห้องพระก็ได้ 
  2. กำพระในมือพร้อมทั้งอธิษฐานขอท่านตามปรารถนา
  3. สวดมนตร์ตามตำรับหลวงปู่ดู่ อธิษฐานซ้ำอีกครั้งหลังสวดมนตร์เสร็จ หากทำทุกวันจะย่งทำให้คล่องตัวยิ่งขึ้น

คาถารวมจิต

เวลาภาวนาจิตไม่สงบ ฟุ้งซ่าน ให้นึกขอบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้โปรดเมตตาสงเคราะห์รวบรวมกำลังใจของเรา ให้ทรงตัวเร็ว แล้วภาวนาว่า 'อิติ สัมมาสัมพุทธัสสะ มะมะ จิตตัง' จนกำลังใจสงบจนทรงตัวแล้ว ค่อยใช้คำภาวนาตามเดิม

กำหนดจิตถามพระในเรื่องการปฏิบัติ และในทุกเรื่องปัญหาชีวิตที่แก้ไม่ตก

ทำใจให้สบายๆ กำพระ กำหนดให้เห็นรูปหลวงปู่ แล้วก็ถามเอาดื้อๆเลยเช่น 'หลวงปู่ทำอย่างไรดี ผมจะทำสัญญาฉบับนี้ ทำแล้วลูกจะเสียเปรียบไหม' จากนั้นทำใจสบาย ไม่ต้องเงื่ยหูฟังว่าหลวงปู่จะตอบ บางทีหลวงปู่ไม่ตอบเป้นคำพูด ท่านจะตอบเป็นจิตรู้เลย หรือจะให้เห็นภาพเลย บางทีก็จะมีเหตุการณ์บางอยางให้รู้เอง คือท่านจะดลทั้งใจ ทั้งรูปการณ์ให้พร้อมเสร็จ 

การอธิษฐานฝากดวงไว้กับหลวงปู่

ให้นึกถึงหลวงปู่ (ดู่) แล้วอธิษฐานบอกท่านว่า ขอยกให้หลวงปู่เป็นพ่อแม่ครูอาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้หลวงปู่ช่วยดูแลทั้งทางโลก และทางธรรม และขอฝากดวงฝากชีวิตนี้ไว้กับหลวงปู่นับตั้งแต่นี้ไป จนกว่าข้าพเจ้าจะเข้าสู่พระนิพพาน

คำแปลคาถาบูชาพระ (มหาจักรพรรดิ์)

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาต่อพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ พระพุทธเจ้าซึ่งมีพระญาณแก้วทั้ง 3 อันหมายถึงบุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ , อาสวักขยะญาณ มีมือถึงพันมือ หมายถึงการที่พระพุทธองค์ทรงแจกแจงหลักธรรม คือพระไตรปิฎกถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พระธรรมของพระพุทธเจ้า พระสาวกผู้ปฏิบัติตาม ขอพระพุทธเจ้าปางมหาจักรพรรดิ ซึ่งมีชัยแก่พญาชมพูผู้มีฤทธิ์มากพร้อมทั้งพระธรรม และพระสงฆ์จงบังเกิดขึ้น ณ บัดนี้ด้วยเทอญ ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธเจ้า บูชาพระธรรม บูชาพระสงฆ์ ด้วยสิ่งเหล่านี้ ได้แก่ธูปเทียน ไฟ หรือแสงสว่างของหอมทั้งมวล ขอนมัสการพระสีวลเถระเจ้าผู้เป็นเลิศทางลาภสัการะ ขอนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วไป มีสังเวชนียสถาน เป้นต้น ขอนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุทั้งหลาย ทั่วทั้งแสนโกฏิจักรวาล ขอนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยเทอญ

คำแปลบท อัญเชิญพระเข้าตัว (แผ่เมตตา)

ด้วยอำนาจแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ด้วยอำนาจแห่งพระธรรมทั้งหลาย ด้วยอำนาจแห่งพระสงฆ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหาล ด้วยอำนาจแห่งพระอรหันต์เจ้ารักษา (พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสงฆ์) ทั้งหมดทั้งมวลขอให้เป็นไปตามคำอธิษฐาน ข้าพเจ้าขออธิษฐานด้วยอำนาจแห่งพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าขออธิษฐานด้วยอำนาจแห่งพระธรรม  ข้าพเจ้าขออธิษฐานด้วยอำนาจแห่งพระสงฆ์.....บทนี้ใช้ได้ทั้ง 2 อย่างแล้วแต่เราตั้งเป้า

back up data: http://www.watthummuangna.com/home/practice/

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share