พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งพระราชนิพนธ์ 'พระมหาชนก'

23 มิถุนายน 2548

พระราชนิพนธ์  'พระมหาชนก'
 เปลี่ยนวิถีการทำงานของข้าพเจ้า

     ก่อนที่จะมีโอกาสผลิตสารคดี 'ในหลวงกับประชาชน' ชุด  'พระมหาชนก' นั้น ผู้เขียนได้เคยผลิตสารคดี พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก่อนจำนวนไม่น้อย ซึ่งทำให้เข้าใจเพียงเบื้องต้นถึงพระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านเท่านั้น

        การเข้าไปสัมผัสพระราชกรณียกิจของพระองค์ หรือ รับฟังเรื่องราวจากผู้เคยถวายงาน และจากประชาชนนานาอาชีพที่เกี่ยวข้อง ทำให้ภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สูงค่าขึ้นเรื่อยมาในพระฐานะที่ทรงเป็นที่สุดแห่งความดี ความงามของแผ่นดินและชนชาติไทย 

        ทรงเป็นกำลังสำคัญที่ยังทรงพลังเหนือจิตใจของคนไทย นอกเหนือไปจากสถาบันพระพุทธศาสนา ในขณะที่ คำว่า ชาติ นับวันจะอ่อนแรงลงไป ผู้เขียนเคยได้รับฟังคำบอกเล่าว่า ชาวต่างชาติที่ไม่หวังดีกับประเทศไทย มีความเห็นว่า ทรงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเดียวของประเทศไทย!

ความ เสียสละ และ ความลึกซึ้งแห่งพระปัญญา ทำให้ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์  เมื่อผ่านการค้นคว้า ศึกษา และสัมผัสกับผู้คนทุกระดับชั้นที่เคยถวายงานและรับพระมหากรุณาธิคุณ ผู้เขียนยอมรับโดยไม่มีข้อกังขา ถึงพระบรมเดชานุภาพ และความศักดิ์สิทธิ์แห่งการทรงเป็นประมุขแท้ของแผ่นดินและชนชาติ

        แต่ที่ผ่านมาความเทิดทูน และการถวายความจงรักภักดี เป็นเพียงความรู้สึกในใจเท่านั้น จวบจนเมื่อผ่านการผลิตสารคดี พระราชนิพนธ์ เรื่อง พระมหาชนก ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแก่ผู้เขียนมากมาย

        ก่อนที่จะเริ่มงาน ผู้เขียนอ่านพระราชนิพนธ์เพียงคร่าวๆ และยังไม่ได้เกิดความคิดลึกซึ้งมากมายนัก เพียงพยายามสร้างสรรค์งานให้ดีตามกำลัง  และงบประมาณ เช่นเดียวกับงานอื่นๆที่ผ่านมา 

        แต่เมื่อได้ศึกษา เรียนรู้แนวพระราชดำริสำคัญบางประการ และทำความเข้าใจสาระสำคัญแห่งพระราชนิพนธ์ ผ่านคุณขวัญแก้ว วัชโรทัย และ คณะศิลปินที่ถวายงาน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงละเอียด และประณีตในการพระราชทานคำแนะนำทุกขั้นทุกตอน สะท้อนทั้งแก่นแห่งแนวพระราชดำริ และ วิธีการทรงงานของพระองค์ สิ่งเหล่านี้ เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำงานของข้าพเจ้าไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

    ประกอบกับในขั้นตอนการผลิตเป็นวิดิทัศน์ ซึ่งต้องผสมผสานภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้ากับพระ ราชนิพนธ์ ทำให้ยิ่งเห็นภาพสำคัญชัดเจนยิ่งขึ้น เปรียบดั่งคนที่อยู่ในความสลัวได้เห็นแสงเทียน อันมิใช่ส่องสว่างแก่สถานที่เท่านั้น แต่เป็นแสงธรรมอันปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากระจกบานใหญ่ ที่สะท้อนแม้ภายในของผู้เขียนเอง

        ความยิ่งใหญ่ของแสงสว่างในสติปัญญาที่บังเกิดขึ้น ทำให้ความรู้ ความเข้าใจในพระราชกรณียกิจที่เคยสั่งสมไว้อย่างไร้ชีวิตชีวา ได้กลับมีจิตวิญญาณขึ้น มองเห็นมิติที่ลึกซึ้งกว่าเดิมขององค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงประพฤติดุจเดียวกับพระโพธิสัตว์ ผู้เลิศด้วยมหาปัญญา มหากรุณา และ พระบริสุทธิคุณ

        ที่สำคัญที่สุด ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่า คือแก่นแห่งพระราชประสงค์ คือ ทำให้ผู้เขียน(พสกนิกรผู้อ่านทุกคน)หันมองตน เริ่มที่ตน และประพฤติตนตามแสงสว่างแห่งความเพียร สติ และปัญญาที่ได้รับ แม้ว่าถึงเวลานี้ผู้เขียนจะยังไม่สามารถปฏิบัติได้โดยสมบูรณ์ก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุดก็มิใช่เป็นเช่นจวักที่ไม่รู้รสแกงดังเช่นเมื่อก่อน

        ในระหว่างการสัมภาษณ์และถ่ายทำคณะศิลปินที่ถวายงาน ผู้เขียนเคยนึกอิจฉาทุกท่าน ที่มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดเป็นการส่วนพระองค์ และได้รับพระราชทานคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ยิ่งหลายครั้ง  แต่ต่อมาความรู้สึกนั้นบรรเทาเบาบางลงไป เพราะแม้จะไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าเบื้องพระยุคลบาทโดยตรง

แต่ ความรู้แท้ที่ได้รับนั้น ยิ่งใหญ่และเป็นมหามงคลยิ่ง ผู้เขียนไม่รู้สึกห่างไกลจากพระองค์ แต่กลับรู้สึกว่า ยิ่งสามารถก้าวหน้าในการปฏิบัติข้อธรรมที่ได้รับมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งใกล้ชิดพระองค์มากขึ้นเพียงนั้น ช่างแตกต่างจากการรู้ธรรมดาสามัญดังสมัยก่อนที่ว่า ทรงทำอะไรบ้าง ทรงปรีชาสามารถอย่างไร ผู้เขียนเข้าใจงานจิตรกรรมจากพระราชนิพนธ์"พระมหาชนก"แล้ว ว่า ทำไมราษฎรบางคน ข้าราชการบางท่านที่ได้เคยสนทนาเกี่ยวกับพระองค์ท่าน จึงรู้สึกผ่องใสตลอดเวลา แม้กำลังอยู่ในท่ามกลางความยากจน หรือ อยู่ในระหว่างทางของสัมมาอาชีพที่ไม่มั่งมีอะไร  เขาเหล่านั้น เกิดปัญญาแท้ล่วงหน้าข้าพเจ้าไปหลายปีทีเดียว.

        ผลงานวิดิทัศน์ที่ผลิตสำเร็จออกมา นอกจากไมตรีและความรู้ที่ได้รับจากบรรดาศิลปินผู้วาดภาพประกอบพระราชนิพนธ์ แล้ว ยังได้รับความกรุณาเป็นอย่างสูงจากคุณขวัญแก้ว วัชโรทัย ซึ่งโดยส่วนตัวตามปกติแล้วผู้เขียนไม่ให้ความสำคัญกับคำชื่นชมผลงานจากใคร มากนัก แต่ในครั้งนี้ รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อได้รับโทรศัพท์สำคัญที่ท่านแจ้งผ่านผู้ประสานงานมาว่า งานชุดนี้มีกี่ตอนให้บันทึกทั้งหมดลงเทป ด้วยมีพระราชประสงค์ทอดพระเนตร และ หลังจากนั้น คุณขวัญแก้วท่านได้กรุณาแจ้งว่า 'รับสั่งว่า ทำได้ดี ขอบใจทีมงานทุกคน'

         สำหรับทีมงานและผู้เขียนแล้วช่างเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่เหนือรางวัลใดๆในโลก  การรับพระราชทานพระราชกระแสรับสั่งชมสั้นๆจากพระมหาปราชญ์ ผู้บริสุทธิ์ทั้งองค์ความรู้และวิถีปฏิบัติ ย่อมทรงคุณค่าหนักแน่นเหนือล้านคำชื่นชมจากปุถุชนสามัญทั่วไป ทีมงานที่มีส่วนในครั้งนั้น เป็นเช่นเดียวกันทุกคน คือป็นเช่นกรวดทรายสี่ห้าเม็ดบนแผ่นดินที่ปลื้มปิติเหลือเกินเมื่อพระราชา ทอดพระเนตรลงมา

        คุณค่าแห่งพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก นั้นลึกซึ้ง และยังประโยชน์แท้แก่ทุกชีวิตได้จริง และสิ่งนี้คือเหตุผลที่เราปรารถนาเผื่อแผ่สู่ผู้อ่านทุกท่าน ผ่านเบื้องลึกแห่งพระราชนิพนธ์ในรูปของตัวอักษรและภาพ จำนวน ๑๐ตอนต่อไปนี้ ขอทุกท่านมีความสุขความเจริญในธรรม.



ทีมงานผู้ผลิตรายการ
› บท-กำกับ ปัณฑา สิริกุล › ช่างภาพ นายกมล  › ลำดับภาพ นายวสิษฐา แพงพันธ์ › ประสานงาน นายกิตติ วิชัยดิษฐ์ › เพลงประกอบ นายวิชัย อุดมพงศ์ลักขณา.

 

มุมกาแฟ

next.....