ของขวัญวันที่ 5 ธันวา 2549 ต่อชนชาวไทยในภาคใต้

http://ainews1.com/article397.html

Bookmark and Share

ไต้ฝุ่น “ทุเรียน” คร่าชีวิตคนเวียดนามแล้ว 37 คน


คนที่ฟิลิปปินส์จำนวนเพิ่มขึ้นเป็นหลักหลายร้อย
อย่างน้อย 388 คน ถูกยืนยันว่าตาย อีก 96 คนสูญหาย หลังจากโคลนและถ่านภูเขาไฟมายอนระเบิด
Red Cross: Typhoon toll tops 100
POSTED: 1:35 a.m. EST, December 1, 2006


MANILA, Philippines (Reuters) --
Typhoon Durian has killed more than 100 people in the Philippines after heavy rains and howling winds triggered landslides from a volcanic mountain, the head of the local Red Cross said on Friday.
(7th UPDATE) 388 dead in typhoon mudslide: Red Cross

ประธานาธิบดีอาร์โรโย แถลงว่า รัฐบาลจะระดมทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป
แม้ พบศพผู้เคราะห์ร้ายแล้วกว่า 800 ศพ และคาดว่าตัวเลขอาจสูงถึง 1,000 ศพ ก็ตาม นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้จัดสรรงบประมาณ 1,000 ล้านเปโซ หรือราว 725 ล้านบาท ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นทุเรียนที่กระหน่ำ ฟิลิปปินส์เมื่อสัปดาห์ก่อนด้วย Rescuers fear Bicol death toll could pass 1,000

'ทุเรียน' กำลังเคลื่อนตัวมายังไทย

ดาวเนอร์ กล่าวว่ามีการประมาณว่ามีผู้คนกว่า 800,000 รายที่ได้ผลกระทบจากเหตุฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และโคลนถล่ม ขณะที่มีบ้านเรือนกว่า 100,000 หลังคาเรือนที่ถูกทำลาย ทั้งนี้คาดกันว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตน่าจะพุ่งสูงถึง 1,000 คน


คาดว่าจะเข้าไทยวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เตือนภัยลักษณะอากาศ
"พายุ โซนร้อน ‘‘ทุเรียน”"

ฉบับที่ 8 (189/2549) ลงวันที่ 5 ธันวาคม 2549
เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (5 ธันวาคม 2549) พายุโซนร้อน ‘‘ทุเรียน” บริเวณปลายแหลมญวน ประเทศเวียดนามตอนล่าง ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 700 กิโลเมตรทางตะวันออกของจังหวัดชุมพร หรือที่ละติจูด 10.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 106.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวไทยในเย็นวันนี้ ทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ชาวเรือควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 5-7 ธันวาคม 2549 ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว  ระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรง ฝนตกหนักและคลื่นพายุซัดฝั่ง                         ในช่วงวันที่ 6-7 ธันวาคม 2549 นี้
กรมอุตุนิยมวิทยาจะเฝ้าระวัง ติดตาม และแจ้งให้ทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป

แต่พอมาถึงประเทศไทย วันที่ 5 ธันวา 2549 ก็เลี้ยวลงอ่าวไทยแล้วออกจุดที่แคบที่สุด !!!

ทุกท่านติดตามข่าวของใต้ฝุ่นทุเรียน แล้ว ฉุกใจบ้างไหมว่า นางเมขลากับในหลวงของชนชาวไทย ทรงพระเมตตาต่อพี่น้องชาวภาคใต้ กำหนดทิศทางของ ใต้ฝุ่นทุเรียน ให้เกิดผลกระทบที่เบาบาง ในเขตผ่านพื้นที่ประเทศไทย แคบที่สุด

บางตอนของ ดร.สมิทธ  ธรรมสโรช ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ.2551 หน้า 4

ดร.สมิทธ ท่านได้กล่าวถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงพระอัจฉริยะและพระปรีชาสามารถ ด้วยความชื่นชม พระองค์ทรงทราบล่วงหน้า และมีพระอัจฉริยะภาพในเรื่องการพยากรณ์อากาศ ............

โดย ยกตัวอย่างหลายเรื่อง มีเรื่องหนึ่งกล่าวถึงพายุแองเจลล่าในอดีต ว่าพายุลูกนี้มีความรุนแรงและมีแนวโน้มตรงดิ่งมาเข้าประเทศไทย ดร.สมิทธได้วิเคราะห์แล้ว และได้ถวายรายงานกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2 ถึงรอบ ว่ามีแนวโน้มที่พายุลูกนี้จะเข้าสู่ประเทศ และทำให้เกิดภัยพิบัติอันตรายได้ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงยืนยันว่าพายุแองเจลล่าลูกนี้จะไม่เข้าประเทศไทยตามเดิม


และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่พระองค์ทรงพระราชดำริไว้ คือ

พายุลูกนี้กลับหักเหทิศทางขึ้นไปยังประเทศจีนแทน และทำให้คนตายไปร้อยกว่าคน

เหตุการณ์นี้ทำให้ดร.สมิทธ งุนงงและแปลกใจ

ถึง ขั้นกล่าวว่า ผมแทบฉีกตำราทิ้งและได้เก็บความสงสัยไว้ในใจว่าพระองค์ท่านทรงทราบได้อย่าง ไร เมื่อได้มีโอกาสเข้าเฝ้าถวายงานพระองค์ท่าน ดร.สมิทธ ก็กราบบังคมทูลถามถึงข้อสงสัยในเรื่องพายุลูกนี้ว่า

พระองค์ทรงทราบได้อย่างไรว่า พายุลูกนี้จะไม่เข้ามาถึงประเทศไทย

พระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสว่า " ฉันได้ให้นางมณีเมขลาพาไปที่เขาพระสุเมรุแล้ว "

ดร.สมิทธกล่าวต่อไปว่า ท่านฟังด้วยความแปลกใจแต่ก็ไม่กล้าบังอาจทูลถามต่อ

ดร.สมิทธได้กล่าว ชื่นชมพระปรีชาของพระองค์ท่านและ กล่าวว่า พระองค์ท่าน เปรียบเสมือน พระอาจารย์ใหญ่ ของผม.....ครับก็น่าเห็นใจ ผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงตวามจริงแท้อันจริงของโลกที่มีอยู่ลึกกว่ามิติของนักวิทยาศาสตร์ทราบจากสมองตนเอง

ขอแถมเรื่องสำคัญที่พระเทพรัตน์ฯ ได้เปิดเผยเอาไว้ในหนังสือ

"เป็นจดหมายจากในหลวงถึงสมเด็จพระเทพฯ"
ลูกพ่อ

ในพื้นแผ่นดินนี้ ทุกสิ่งเป็นของคู่กันมาโดยตลอด มีความมืดและความสว่าง
ความดีและความชั่ว ถ้าให้เลือกในสิ่งที่ตนชอบแล้ว ทุกคนปรารถนาความสว่างปรารถนาความดี ด้วยกันทุกคน

แต่ความปรารถนานั้นจักสำเร็จลงได้ จักต้องมีวิธีที่จักดำเนินให้ไปถึงความสว่างหรือความดีนั้น

ทางที่จักต้องไปให้ถึงความดีก็คือรักผู้อื่น เพราะความรักผู้อื่นสามารถแก้ปัญหาได้ทุกปัญหา ถ้าให้โลกมีแต่ความสุขและเกิดสันติภาพ ความรักผู้อื่นจักเกิดขึ้นได้

พ่อขอบอกลูกดังนี้...

1.ขอให้ลูกมองผู้อื่นว่า เป็นเพื่อนเกิด เพื่อนแก่ เพื่อนเจ็บ เพื่อนตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ว่าอดีต...ปัจจุบัน...อนาคต

2. มองโลกในแง่ดี และจะให้ดียิ่งขึ้น ควรมองโลกจากความเป็นจริง อันจักเป็นทางแก้ปัญหาอย่างถูกต้องและเหมาะสม

3. มีความสันโดษ คือ มีความพอใจเป็นพื้นฐานของจิตใจพอใจตามมีตามได้ คือได้อย่างไร ก็เอาอย่างนั้น ไม่ยึดติดขอให้คิดว่ามีก็ดี ไม่มีก็ได้ พอใจตามกำลัง คือมีน้อยก็พอใจตามที่ได้น้อย ไม่เป็นอึ่งอ่างพองลม จะเกิดความเดือดร้อนในภายหลังพอใจตามสมควร คือทำงานให้มีความพอใจเหมาะสมแก่งาน ให้ดำรงชีพให้เหมาะสมแก่ฐานะของตน

4. มีความมั่นคงแห่งจิตคือให้มองเห็นโทษของความเกียจคร้านและมองเห็นคุณ ประโยชน์ของความเพียร และเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาให้ภาวนาว่า...มีลาภ มียศ สุข ทุกข์ปรากฎ สรรเสริญนินทา เสื่อมลาภเสื่อมยศเป็นกฏธรรมดา อย่ามัวโศกานึกว่า ' ชั่งมัน '

พ่อ 6/10/2547

**** ฉันหวังว่า

คำสอนพ่อที่ฉันได้ประมวลมานี้จะเกิดประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านที่ได้พบเห็น และลูกอันเป็นที่รักของพ่อทุกคน

ฉันรักพ่อฉันจัง

สิรินธร


เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share