ภัยต่างๆที่มาบั่นทอนกำลังของพระพุทธศาสนา

http://ainews1.com/article398.html

Bookmark and Share

การศึกษา

เริ่มจากแยกพระออกจากการศึกษาไทย ในสมัยเปลี่ยนการปกครอง

ปี 2520 รัฐมนตรีกระทรวงศึกษา ที่นับถือศาสนาคริสต์ ได้ถอน วิชาหน้าที่พลเมืองและวิชาเกี่ยวกับศีลธรรมออกไป

ใช้ทุกวิถีทาง ทั้งความไม่รู้และความตั้งใจ ลด ตัดทอน จนวิชาพุทธศาสนา กลายเป็นวิชาเลือก และเหลือเลือก

ศาสนา


เริ่มจาก เปลี่ยนวันหยุดวันโกนวันพระ เป็นเสาร์อาทิตย์
เวลาผ่านไปจน พระพุทธศาสนากำลังเหลือเพียงแค่เปลือก เครื่องรางของขลัง
งานแต่ง งานตาย เหลือเพียงคนแก่ที่เข้าวัด

เวลานั้นผู้ไม่หวังดีต่อพระพุทธศาสนาคงคิดว่าอีกไม่ถึงชั่วคน พุทธคงสิ้นไปจากเมืองไทยแน่นอน

แต่ก็มีจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ที่เป็นการเตรียมเสบียงบุญให้คนไทย ก็คือ ปี 2546 เกิด
โรงเรียนวิถีพุทธขึ้น

โดยมีจารุเตโชพราหมณ์ท่านนี้เป็นพระรูปหนึ่งที่อยู่เบื้องหลัง

สถานการณ์พุทธศาสนาโดยรวมจึงกระเตื้องขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
โรงเรียนวิถีพุทธเกือบจะโดนล้มโครงการหลายครั้งหลายครา โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนเจ้ากระทรวง

ครั้งที่มีวิกฤติหนักสุดคือ เกิดปลาเน่าจากวัดจานบิน ส่งผลให้ มีคนจะล้มทั้งเข่ง
จากนั้นก็มีทั้งเปลี่ยน เป็นโรงเรียนวิถีธรรมบ้าง โรงเรียนคุณธรรมชั้นนำบ้าง ด้วยเกรงว่า
ศาสนิกศาสนาอื่นจะไม่พอใจ

เป็นไปแล้วครับ!! เหตุการณ์ที่ประเทศพุทธเทียมกว่า 90% ยินยอมให้ 10% ที่เหลือมาเปลี่ยน

น่าเอน็ดอนาจยิ่งนัก...

เมื่อ พ.ศ2537      องค์พระประมุขของชาติได้ตรัสเรื่องนี้..พระราชดำรัส ณ. พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันอังคารที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๓๗

...ต้องทราบว่าประเทศไทยนี้ถ้าไม่มีพระพุทธศาสนาค้ำจุน ชาติไทยคงไม่มี แต่ถ้าชาติไทยไม่มีพระพุทธศาสนาจะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลหรือชาติเองไม่ได้...
...ถึงเวลาแล้วที่ทุกคน จะช่วยป้องกันด้วยความเข้มแข็ง ทั้งเข้มแข็งว่าไม่กลัวตาย ทั้งเข้มแข็งว่าเป้นผู้กล้าเผชิญสถานการณ์แรกด้วยตัวเอง ด้วยการตั้งปัญหาว่าควรจะทำอย่างไร คำที่ชอบมากในพระพุทธศาสนาคือ “วิริยะ” วิริยะนี้ออกมาในรูปภาษาพูดธรรมดาก็หมายถึงความอุตสาหะเพราะเขาใช้คำว่า วิริยะอุตสาหะ คนนั้นมีวิริยะมาก หมายความว่ามีความอุตสาหะมาก มีความขยัน มีความอดทนมาก แต่วิริยะกลายมาเป็นคนที่มีวีระ เป็นคนที่กล้า อย่างเช่นคำว่า วีรบุรุษ วีรชน คนที่กล้าก็วิริยะนี้ ความอุตสาหะหรือความกล้าก็เป็นคำที่สำคัญ ต้องกล้าที่เผชิญตัวเอง

เมื่อกล้าเผชิญตัวเอง กล้าที่จะลบล้างความขี้เกียจ เกียจคร้านในตัวหันมาพยายามอุตสาหะก็ได้เป็นวิริยะอุตสาหะ วิริยะในทางที่กล้าที่จะค้านตัวเองในความคิดพิเรนท์ ก็เป็นคนที่มีเหตุผล เป็นคนที่ละอคติต่างๆ ก็หมายความว่าเป็นคนที่คิดดีที่ฉลาด วิริยะในทางที่ไม่ยอมแม้แต่ความเจ็บปวด ความกลัว จะมาคุกคามก็ทำสิ่งที่ถูกต้อง ก็เป็นคนกล้า ถึงชอบคำว่าวิริยะ อันนี้ดีสำหรับท่านหรือสำหรับพระสงฆ์ ต้องมีวิริยะที่แท้ ทั้งกล้าเผชิญสิ่งแวดล้อมข้างนอกและกล้าเผชิญตนเอง วิริยะอุตสาหะที่จะเรียนรู้ความดีที่แท้จริง

ถ้าทุกคนทำแล้วไม่ต้องเป็นห่วงบ้านเมือง ไม่ต้องเป็นห่วงพระศาสนา พระสงฆ์เกรงว่าพระศาสนาจะล่มจม พระศาสนาล่มจมไม่ได้ พระศาสนาเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ที่ผุดผ่อง ถ้าศาสนาคือการเมืองและถูกโจมตี อย่างหนักนั้น เพราะใครต่อใครเขารู้ว่าถ้าอยากจะกลืนเมืองไทย อยากจะมาใช้เมืองไทยทั้งคนไทยและแผ่นดินไทยเป็นประโยชน์แก่ต่างด้าว ต้องทำลายศาสนาก่อน และกำลังทำลายอยู่ ฉะนั้นเราต้องสู้ สู้เพื่อตัวเอง สู้เพื่อความอยู่รอด

สุดท้าย ทั้งกระทรวงศึกษา และ สำนักพุทธ ก็โดนอำนาจเงิน อำนาจคนจากวัดจานบินครอบงำ และเหิมเกริมจนกระทั่ง หากไม่มี
โครงการMOU ฉาวๆออกมา เป็นควันหลงของสงครามกลางเมือง คนก็จะไม่รู้ว่า วัดจานบินตั้งใจจะครอบ โรงเรียน ครู และนักเรียนทั้งประเทศ

จะมีคนไทย คนพุทธสักกี่คนที่รู้หนอ?
ว่าเรากำลังตกลงมายังก้นเหวแห่งความมืดมิด

มันเป็นสัจจธรรมของโลก โยม... กรรมใดๆที่มีผู้เจตนากระทำย่ำยีต่อพระรัตนตรัย พลังงานกรรมนั้น จะถูกส่งไปยังเซิร์บเวอร์ขนาดมหึมาที่มิอาจเทียบให้ฟังเป็นภาษามนุษย์ได้ ในเวลาเดียวกันพลังงานที่ชั่วหรือดีก็ตามที่ถูกส่งไปเข้าเซิร์บเวอร์ของพระรัตนตรัยนั้น จะถูกขยายปริมาณพลังงานขึ้นใหญ่โตอภิมหาศาล แล้วสะท้อนกลับมายังต้นทางของพลังงานที่ถูกส่งเข้าไป ยังผลเสียหายร้ายแรงต่อผู้มีเจตนาร้าย ต้องไปเสวยกรรมหนักในมิติที่โหดร้ายทารุณยิ่งชั่วกาลนาน

ในมิติของคนโบราณจะกล่าวว่าพระพุทธศาสนา เทวดาสัมมาทิฐิทั้งหลายมากมาย มีศรัทธาปสาทะ และรับอาสาเข้าปกปักรักษาพระพุทธศาสนา  หากผู้ใดติดตามดูวงจรชีวิต หรือปฏิกิริยาของผู้มีเจตนาร้ายต่อพระพุทธศาสนา จะได้รับภาพที่โหดร้ายทารุณ น่าเกลียดน่ากลัวก่อนที่จะดับจิตออกจากกายไปสู่ทุคติ ตราบเท่านิรันดร์..ช่างน่าสงสารยิ่งนัก

ในสมัยที่พระพุทธองค์ เพิ่งตรัสรู้ได้ไม่นาน พวกมาร ยักษ์ และพวกพราหมณ์ ก็มาทูลขอพระศาสนาไปบริหารเอง ซึ่งพระพุทธองค์ทรงต่อรองขอไว้ 2,500 ปี หลังกึ่งพุทธกาลเป็นต้นมา พวกยักษ์มาร ที่ทูลขอศาสนาไว้ ไม่มีปัญญา บริหารไม่เป็น สอดแทรกสิ่งชั่วร้ายต่างๆเข้ามาในคำสอนของพระพุทธศาสนา ทางเทวสภาจึงตกลงเป็นเอกฉันท์ ส่งพระศรีอริยะเมตไตรย์ ลงมาในรอบพันปีที่ 3 เป็นพระธรรมิกราช มาปรับปรุงสังคยานาพระพุทธศาสนา ให้กลับไปเช่นสมันต้นพุทธกาลอีกวาระหนึ่ง เพื่อให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองต่อไปจนครบ  5,000 ปี และเป็นกรรมเก่าของพระพุทธศาสนาของพระพุทธองค์ ซึ่งจะแก้ไขให้เป็นอโหสิกรรมได้ โดย เหล่าพระสาวกเจ้าทั้งหลายของพระพุทธองค์ จะกลับมาช่วยฟื้นฟูพระศาสนา ตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงมาเตรียมการไว้ในดินแดนสุวรรณภูมิ ตั้งแต่มีพระชนม์ได้ 50 และ 57 พรรษา  นับเป็นโชคโอกาสดีอย่างยิ่งของชนชาวไทย ที่เหลือรอดเข้าไปในยุคชาววิไล

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share