หลวงตาม้าสอนอธิฐานในตอนเช้า และตอน 2 ทุ่ม ทุกวัน

http://ainews1.com/article404.html

Bookmark and Share

เริ่มต้นด้วยการสวดบทพระคาถามหาจักรพรรดิทันทีที่รู้สึกตัวตื่น จากนั้น ลุกขึ้นล้างหน้า และตั้งจิตสวดบทพระคาถามหา จักรพรรดิในตอนเช้า 1,3, 9 จบ หรือจะสวดตามกำลังวันก็ได้ หลังจากสวดเสร็จแล้วให้อธิษฐานแผ่บุญก่อน แล้วสัพเพฯ ไป 5 รอบ เวลาสัพเพฯ ให้นึกถึงคนที่เราต้องการจะแผ่บุญไปให้ครบ หากมีมาก จะสัพเพฯ มากกว่า 5 รอบก็ได้ หรือให้นึกภาพรวมของกลุ่มที่เราต้องการจะแผ่บุญไป อย่างเช่นเรานึกถึงแผนที่ประเทศไทย ก็จะได้ทั้งหมด แม้แต่เทวดาก็จะได้ด้วย จากนั้นให้อธิษฐานรวมบุญดังนี้

(ก่อนเริ่มต้น...ให้หายใจเข้าลึกๆแล้วกลั้นไว้ 2-3 วินาที แล้วผ่อนลมหายใจออกจนหมดท้องแฟบ กลั้นไว้ แล้วจึงสูดลมหายใจเข้าเต็มที่ท้องป่องกลั้นไว้ ทำซัก 3 รอบ รอบที่ 4 หายใจเข้า พร้อมกับนึกเห็นไมโครชิพ ขนาดเท่าปลายเข็มหมุดที่ด้านท้ายทอย กลั้นไว้แล้วหายใจออกจนหมด แล้วหายใจเข้า เปล่งเสียงว่าจะสวดคาถามหาจักรพรรดิ แผ่กุศลและอธิษฐานจิตในเรื่องต่างๆให้หูเราได้ยิน แล้วจึงเริ่มต้นสวดพระคาถา และอธิษฐานในเรื่องต่างๆ)

'...ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐาน สิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐาน ข้าพเจ้าอธิษฐานเพื่อชาติ ศาสนา ราชบัลลังก์ หมู่คณะ สัตว์ และมนุษย์ทั้งหมดที่ยังเวียนว่ายตายเกิด สิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐานนี้ ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐานขอบารมีกำลังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิ ถึงองค์ปัจจุบัน บรมมหาจักรพรรดิทุกๆพระองค์ ขอบารมีพระแก้วแดง พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระธรรม พระอริยะสงฆ์ทั้งหลาย ขอบารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่เป็นที่สุด

ขอได้โปรดเมตตารวมบุญบารมีที่ข้าพเจ้าเคยสะสม เคยอบรมมา ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันชาติ ไม่ว่าจะเป็นทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา และทศบารมี เพื่อนำกำลังนี้มาใช้เป็นประโยชน์ในปัจจุบัน...(อธิษฐานเอาตามปรารถนา)....เป็นประโยชน์กับชาติ พุทธศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์

ข้าพเจ้าขออนุโมทนาบุญกุศลทั้งหมดทั้งมวล แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ พระอริยะสงฆ์เจ้าทั้งหมดมั้งมวล หลวงปู่ทวด หลวงปู้ดู่ พระศรีสยามเทวาธิราช หลวงตาม้า ผู้สวดคาถามหาจักรพรรดิทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ นับตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน จนถึงอนาคตเทอญ

ข้าพเจ้าขออธิษฐาน ขออาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้โปรดเมตตาสถิตย์เหนือเศียรเกล้าของข้าพเจ้า หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่อยู่เบื้องซ้ายและขวา เสมือนข้าพเจ้าสวดพระคาถามหาจักรพรรดิอยู่ตลอดเวลา ขอให้กายทิพย์ของข้าพเจ้าสวดพระคาถามหาจักรพรรดิตลอดเวลา และขอทุกลมหายใจเข้าออกของข้าพเจ้า เป็นการสัพเพฯ แผ่กุศลผลบุญไปทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุอย่างไม่มีประมาณ แผ่ให้กับเจ้ากรรมนายเวร และผู้เกี่ยวข้องทุกลมหายใจด้วยเทอญ

ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีหลวงปู่ดู่ สิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะเป็นตา หู จมูก ปาก ลิ้น กาย และใจ ขอข้าพเจ้ารู้ได้ตามสภาพความเป็นจริง

ขอให้ข้าพเจ้าพบแต่ความดีตลอดไป ไม่ว่าข้าพเจ้าจะเกิด ณ ที่แห่งใดในสามแดนโลกธาตุนี้ ขอความขัดข้อง ความไม่มี อย่าได้เกิดกับข้าพเจ้าอีกเลย นับตั้งแต่บัดนี้ ตราบจนข้าพเจ้าเข้าสู่พระนิพพานเทอญ

ข้าพเจ้าขออธิษฐานต่อองค์พระศรีสยามเทวาธิราช โปรดเมตตาขจัดปัดเป่าปัญหาและอุปสรรคในชีวิตข้าพเจ้าให้หมดสิ้นไป

ขออธิษฐานต่อองค์พระอุปคุต โปรดเมตตาช่วยให้การงาน การเงินของข้าพเจ้ามีความคล่องตัว ไม่มีอุปสรรคใดๆ

ขออธิษฐานต่อองค์พระกาฬ โปรดเมตตาเลื่อนเวลาแห่งความดีงาม ความสำเร็จทั้งในทางโลกและทางธรรม เข้ามาสู่ชีวิตข้าพเจ้าโดยพลัน เพื่อนำมาเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อชาติ พุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์สืบไป...'

สัพเพฯ 5 รอบ หรือมากกว่า เวลาสัพเพฯ ให้นึกถึงธุรกิจการงานต่างๆ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีมาก ให้นึกถึงภาพรวม

'การสวดบทพระคาถามหาจักรพรรดิคือการชาร์จพลังงาน การสัพเพฯ คือการแผ่กระจายพลังงานออกไป'

จากนั้นให้อธิษฐานขอหลวงปู่ท่านอีกครั้ง ขอท่านตรงๆ ง่ายๆ แต่ต้องขอในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และอธิษฐานว่า '...ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีหลวงปู่ดู่ ด้วยกำลังแห่งพระมหาจักรพรรดิ ขอสิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐานนี้ สำเร็จเป็นจริงโดยฉับพลันทันใจทุกประการ ด้วยอิมังสัจจะวาจังอธิษฐามิ พุทธังอธิษฐามิ ธัมมังอธิษฐามิ สังฆังอธิษฐามิ...'

การสร้างบุญกุศลของลูกๆต่อพระอรหันต์ภายในบ้าน

อานิสงส์ที่ลูกๆทั้งหลาย เสียสละรายได้ส่วนหนึ่ง ให้แก่พ่อแม่ในทุกๆเดือน เป็นประจำนั้น เสมือนได้ตักบาตรกับพระอรหันต์ภายในบ้านทุกๆวัน อานิสงส์ของบุญกุศล ที่เกิดกับลูกๆทุกๆวัน สามารถน้อมนำนึกถึงทุกๆวัน และนำพลังงานบุญส่วนนี้มาใช้ให้เกิดเป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ร่วมในการอธิษฐานประจำวัน ที่หลวงตาม้า ได้สอนไว้ ทำให้ชีวิตของลูกๆเจริญงอกงามไพบูลย์ ยิ่งๆขึ้นไป พร้อมด้วยการตั้งใจอยู่ในศีล 5 อยู่เป็นนิจ

เป็นธรรมชาติของทุกๆชีวิต มนุษย์ทั่วไป จะมีความปรกติสุข อยู่ได้ทุกๆวัน เนื่องมาจากพลังงานของบุญเก่าและบุญใหม่ที่หมั่นสร้างขึ้นต่อเนื่อง

ส่วนมนุษย์อีกประเภทหนึ่ง จะเน้นที่การสร้างบุญกุศล จากการรักษาศีลเป็นปรกติ และภาวนา อันนี้เป็นขั้นต้นของการบำเพ็ญไปสู่ภาวะจิตเดิม ที่เรียกว่า 'ทาง' หรือ 'มรรค' เป็นภาวะของวิมุติ และเพียรรักษา ทางของตน ให้โล่งเตียนอยู่อย่างสม่ำเสมอ จนเข้าถึงมรรค ที่สมบูรณ์ ประหารพลังงานที่เป็นอนุศัยกิเลสจนหมดสิ้น สิ้นสุดแล้วซึ่งอวิชชา 8 ประการ ถึงที่สุดของวิชาในพระพุทธศาสนา

ส่วนปุถุชนคนทั่วไป ยังต้องอาศัยพลังงานบุญหล่อเลี้ยงชีวิต ให้เป็นปรกติสุข เป็นเกราะกำบังภัยอันตรายรอบด้านอยู่ตลอดเวลา เป็นเครื่องอยู่ของผู้ที่ไม่ประมาท

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share