7/10 กับอาการของ Sunda Plate
http://www.ainews1.com/article966.html


31 มีนาคม 2557 อยู่ในช่วงท้ายๆของ 7/10 ต่อกับ 8/10 ซึ่งทั้งภัยธรรมชาติ และสภาพของสังคมมนุษย์ ก็ทวีความเลวร้ายลงเรื่อยๆ

ชาวไทยส่วนใหญ่อาจกำลังพุ่งเป้าความสนใจไปที่สถานการณ์ทางการเมืองอยู่ อาจให้ความสนใจต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวน้อยลงไป

ปัจจุบันนี้ขนาดของดาวศุกร์มีขนาดใหญ่โตขึ้นกว่าเก่าของปีที่แล้วมากทีเดียว ท่านที่สนใจลองดูทางพระอาทิตย์ขึ้นตอนตีห้า เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 องศา ในตำแหน่ง 9-10 นาฬิกา จะเห็นสว่างมากกว่าปกติ อันเนื่องมาจาก หลุม Eddy Flow ของกลุ่มดาวหางที่โคจรใกล้โลกเข้ามามากขึ้น หลุมวนของสนามแม่เหล็กที่กลุ่มดาวหางบังอยู่จึงลดขนาดลงโดยลำดับ บีบตัวส่งผลให้ดาวศุกร์ต้องขยับเข้าใกล้โลกมากขึ้น และในขณะเดียวกันภัยธรรมชาติทั่วโลกก็เพิ่มความรุนแรงเพิ่มขึ้น มีขยะอวกาศลงมามากขึ้นเช่นที่เกาหลีเพิ่งได้รับไปเมื่อเร็วๆนี้ และแผ่นเปลือกโลกแผ่นต่างๆก็เคลื่อนตัวมากขึ้น


และ Sunda Plate ที่เป็นจะงอยแหลมคล้ายลิ้นคนของแผ่นใหญ่เอเชี่ยนที่ยื่นลงไปจรดแผ่นออสเตรเลีย เป็นที่ตั้งของประเทศต่างๆของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพื้นที่ภาคใต้ของประเทศจีนหลายมลรัฐ  ในช่วงท้ายของ 7/10 SP จะถูกแผ่นใหญ่ทั้งด้านทิศตะวันตกและตะวันออกกดเบียดให้ปลายแผ่น SP เอียงและทรุดตัวลงกระทันหัน โดยเฉพาะที่ปลายแผ่นที่ประเทศอินโดนีเซียตั้งอยู่

ข้อมูลย่อๆข้างต้นเป็นความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของโลกที่กำลังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ส่วนในอนาคตจะสร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่ชายฝั่งทะเลและพื้นที่ราบลุ่มอย่างไรและเมื่อใดนั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจติดตามอย่างยิ่ง อันจะมีผลกระทบในรอบแรกที่รุนแรงระดับหนึ่งในหลายๆประเทศในอาณาบริเวณดังกล่าว รวมทั้งหลายๆพื้นที่ของประเทศไทย

ในทางวิทยาศาสตร์ทางจิตของผู้ที่มีความสามารถและมีเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลก โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่ีความศรัทธาเชื่อถือ ก็อาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับเป็นตัวช่วยสร้างความเข้าใจและไขเรื่องเงื่อนเวลาให้เราพอได้ทราบล่วงหน้า อันจะเป็นประโยชน์แก่การเตรียมการต่างๆให้เราไปสู่ที่ปลอดภัยได้ทัน เช่นเมื่อปี ๒๕๑๒ มีการแนะนำเรื่องนี้โดยหลวงปู่สังวาล .....

คำทำนายของ หลวงปู่สังวาล เขมโก วัดทุ่งสามัคคีธรรม จ.สุพรรณบุรี คำทำนายที่ หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก บอก หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ผู้เป็นศิษย์ไว้ น้ำท่วมกรุงเทพ กรุงเทพนี่ น้ำท่วมมาก ท่วมตึก 4 ชั้นเลย ถ้ามันท่วมกรุงเทพเนี่ย ฝนจะตก 7 วัน 7 คืน ฟ้าจะมืดหมด ไม่มีแสงอาทิตย์แสงตะวัน แล้วไฟดับหมด เงินไม่มีค่า เงินไม่มีความหมาย คำทำนายที่ หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก บอก หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ผู้เป็นศิษย์ ไว้ และ หลวงพ่อสนอง ได้พูดอีกครั้ง ในสถานีโทรทัศน์พุทธภูมิ999 ของวัดสังฆทาน และ ได้นำมาลงตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์สังฆทานนิวส์ เป็นหนังสือพิมพ์ที่ทางวัดจัดทำขึ้น เพื่อเผยแพร่ธรรมะต่างๆ แจกฟรีเป็นธรรมทานทุกเดือน ข้อความที่เกี่ยวเนื่องกับคำทำนายเรื่องภัยพิบัติที่ หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก บอก หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ไว้มีดังนี้ หนังสือพิมพ์วัดสังฆทานนิวส์ ฉบับที่ 87 ประจำวันที่ 1-31 ธ.ค. 2553 คอลัมน์ “คุยกับหลวงพ่อ” (หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ) ….อาตมาไม่เคยคิดจะอยู่ที่เจริญ มาอยู่ สังฆทาน กะว่าอายุ 45 ปีจะเข้าป่า วางแผนไว้อย่างดี เดี๋ยวทำเสร็จ ยังกับตัวเองเนรมิตได้ อายุ 45 ปี ยังไม่มีอะไร ทำมา 45 ปี วัดเจริญฉันไปแล้ว มันไปไม่ได้ เราคนหมู่มาก ต้องสงเคราะห์ญาติ ไปก็ต้องเอากันไปให้หมด ภัยมาเราไม่ปกป้อง คนเขาลงเราต้องปกป้อง หลวงปู่สังวาลย์ ท่านพยากรณ์ไว้ ที่จริงอาตมาไม่อยากออกทีวีหรอก เพราะเดี๋ยวคนจะตื่นตัว แต่ก็ดีแล้ว พวกที่คนทั้งหลายมันหลง มันจะได้เบาลง แต่ว่าบางทีอาจจะด่าเราก็ได้ว่า หลวงพ่อเพ้อเจ้อ.. หลวงปู่สังวาลย์ พูดให้ฟัง บอก…สนอง…ไม่ช้าพวกเราก็ตายแล้ว แต่โลกนี้จะเดือดร้อน แต่ถ้าเราอยู่ถึง ก็จะเห็นภัย 3 อย่าง น้ำจะท่วมภาคใต้ ฝั่งตะวันตกตายกันเยอะ ครั้งที่ 1 แล้วก็ตาย ไม่เท่าน้ำท่วมกรุงเทพ กรุงเทพนี่ น้ำท่วมมาก ท่วมตึก 4 ชั้น เลย สนอง…เตรียมน้ำมันรถไว้ให้ดีนะ เตรียมรถให้ดี อย่าใช้รถเก่านะ ถ้ามันท่วมกรุงเทพเนี่ย ฝนจะตก 7 วัน 7 คืน ฟ้าจะมืดหมด ไม่มีแสงอาทิตย์แสงตะวัน แล้วไฟดับหมด เงินไม่มีค่า เงินไม่มีความหมาย เอาข้าวตากไว้ดีกว่า ตอน 7 วัน 7 คืน.. อาตมา อดได้ไม่ตายหรอก แต่คนอื่นจะตายหรือเปล่า เพราะอาตมาเคยอดมาตั้ง 19 วัน 15 วัน อดได้ มีน้ำอยู่ได้ เพราะผ่านวิกฤตินี้มาแล้ว แต่พวกคนไม่เคยอดกิน 3 มื้อ นี่มันจะตายหรือเปล่า จะท่วมกรุงเทพคนจะตายกันเยอะ ท่านบอกเราที่วัดอีกครั้งหนึ่ง เวลาฝนตก 7 วัน 7 คืน ถ้าน้ำท่วมมาถึงชลบุรี โกยเลยนะ ไปโน้นเลย สระบุรี ไปเขาใหญ่เลย จะไม่ตาย… เราจะโกยไปทำไมคนเดียวล่ะ คลื่นยักษ์ มาถึง ชลบุรี ท่วมภูเขามาเลย ท่วมไปถึงวัดทุ่งน่ะ วัดทุ่งนี่เรานั่งพื้นน้ำเปียกหัวเรือเลยนะ น้ำไปสุด นครสวรรค์ …เราบวชมานาน เชื่อเราสิ แล้วก็จะเกิด สงครามพระ สงครามพระจะไปลุกทุกหย่อมหญ้าเลย สงครามพระจะเกิด เชื่อเราไหม ก็ยังไม่เห็น เชื่อก็ไม่ได้ จะไม่เชื่อก็ไม่ได้ นั่งเฉยก่อน เรากรรมฐานมานาน ท่านบอกว่า มันเป็นกรรมของคนไทย ไปดูสิ เดี๋ยวเราตาย วัดทุ่งก็เหมือนกับวัดหลวงพ่อสำเภาที่ลพบุรีน่ะ เมื่อตอนหลวงพ่อเภาอยู่นี่เจริญมาก คนกรุงเทพขึ้นอุดมสมบูรณ์มาก ทุกวันนี้วัดเงียบเลย อยู่ที่ลพบุรี เราอยากจะพาพวกลูกศิษย์ไปดู ตอนที่หลวงปู่สังวาลย์อยู่อุดมสมบูรณ์ เราอยากจะพาไปดู มันจะได้รู้ว่า สิ้นเราแล้วเนี่ยสุนัขก็อดข้าว…ท่านพูดไว้นะ (อ่านต่อฉบับที่ 88…) ต่อฉบับที่ 88 ประจำวันที่ 1-31 ม.ค. 2554 คอลัมน์ “คุยกับหลวงพ่อ” หลวงปู่สังวาลย์ พูดเรื่องอนาคตให้ฟังต่อไปว่า ให้เตรียมตัวไว้นะ เราก็ถามว่า หลวงพ่อแก้ไม่ได้เลยเหรอ พอไม่นาน น้ำก็ท่วม ท่วมภาคใต้ เกิดสึนามิ ตอนนั้นอาตมากลับมาจากต่างประเทศมีเงินแค่ 4,000 บาท บอกให้บัญชีดูเงินว่ามีเงินพอไหม ไม่ใช่เงินในธนาคารนะ เงินอยู่ในตู้บริจาคน่ะ มีแค่ 4,000 บาท เอา 4,000 บาทไปซื้อของเลย เอารถบัสไปเลยซื้อของ แล้วซื้อแก๊สไปช่วยภาคใต้ คลื่นสึนามิ บ้านช่องหายหมดแล้ว คนก็ไม่มีบ้าน บ้านก็ไม่มีคน บอกกันว่า อยู่ที่วัดบ้านน้ำเค็ม เราก็ส่งของไปอีก ก็หาเอาเงินซื้อ พอไปถึงที่ ก็จริงอย่างหลวงปู่ว่า คนจะตายกันเยอะ เคยเล่าไปแล้ว ไม่เล่าต่อแล้ว นี่คือคำพยากรณ์ของครูบาอาจารย์ เหลืออีกสองอย่าง ที่ยังไม่จริง ยังไม่ถึง ศึกพระ กับ น้ำท่วมกรุงเทพ คนจะตายกันเยอะ ตายมากกว่าคราวนี้ ท่านไม่บอกปีนะ ท่านเตือน บอกให้ระวังตัว เตือนเราว่า ให้ดูฝนตก 7 วัน 7 คืน ฟ้ามืด ไฟจะดับหมด สงสัยจะมีพายุอย่างแรง ไฟฟ้าสงสัยจะดับหมด แต่อาตมาจะมีวิธีไป เดี๋ยวจะพาไป ไม่ตื่นตูม เป็นคนไม่ตื่นตูม เชื่อก็เชื่อ แต่ไม่ตกใจ จะไปอย่างสวยๆ ถ้าจะตายก็ตายอย่างเตรียมตัวตายก่อน ตายยิ้มตาย อาตมาจะไม่ร้องไห้ เพราะฉะนั้น คนเรานะมันต้องตาย วิบัติมันเกิดขึ้น เราไม่อยากให้เกิดวิบัติ วิบัติอย่างนี้เราไม่อยากได้ แต่ว่าป้องกันไม่ได้ 
http://savelife2012.wordpress.com/

เมื่อพิจารณารายละเอียดของเหตุการณ์เปลี่นแปลงของเปลือกโลกที่หลวงปู่สังวาลย์ท่านกล่าวเตือนไว้ ในประเด็นความสูงของระดับน้ำจะตรงกับการพยากรณ์ของชาวซีต้า และคำเตือนจากชาวน้ำ ในด้านกายภาพเมื่อปลายแผ่น SP เกิดการทรุดเอียงอย่างกระทันหันนั้นอาจทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่เคลื่อนตัวขึ้นมาทางเหนือเข้าสู่ก้นอ่าวไทย ด้วยความสอบแคบของบริเวณก้นอ่าวไทยปริมาณน้ำใอ่วไทยก็จะต้องผ่านช่องแคบ ก่อให้เกิดการยกตัวของคลื่นสูงเป็นภูเขาสูง หรือสึนามิกระแทกเข้าชายฝั่งหรือที่ราบลุ่ม กทม.และปริมณฑลตามที่หลวงปู่สังวาลย์ได้บรรยายภาพเอาไว้นั่นเอง การทรุดตัวของขอบแผ่น SP ที่สุมาตราเมื่อหกปีก่อนเกิดสึนามิมากระทบทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน

ส่วนเหตุการณ์ใหม่ของการทรุดตัวและเอียงของปลายแผ่น SP ที่หลวงปู่ท่านเตือนไว้และยังไม่เกิดขึ้นนั้น ในครั้งนี้จะกระทบพื้นที่แนวชายฝั่งทางทิศตะวันออกและพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง กทม.และปริมณฑลอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียง ๑-๒ ชั่วโมงเท่านั้น ถึงแม้ว่าโดยรอบพื้นที่ของ กทม. จะมีกำแพงกันน้ำท่วมอยู่สูง ๒.๕ เมตรอยู่โดยรอบก็ตาม แต่ไม่อาจเทียบได้กับความสูงของคลื่นสึนามิที่จะเข้ามากระทบพื้นที่ชายฝั่งและไหลบ่าท่วมเข้ามาลึกในพื้นที่ชั้นในอย่างรวดเร็ว

ส่วนสัญญานจากธรรมชาติล่วงหน้าจะเกิดฝนตกหนัก ๗ วันนั้น นอกจากจะเกิดภาพเหตุการณ์ซ้อนกันว่าน้ำฝนมากมาท่วมพื้นที่ราบลุ่ม แต่หากถามว่าทำไมน้ำจึงท่วมสูงมิดตึก ๔ ชั้น นี่ไม่ใช่น้ำท่วมเนื่องจากน้ำฝนโดยลำพังแล้ว ยังมีสาเหตุแทรกซ้อนอันเนื่องจากปลาย SP ทรุดและเอียงอย่างกระทันหันเกิดขึ้นใเวลากล้เคียงกันอีกด้วย .....  ส่วนการเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องถึง ๗ วันนั้น ผู้ที่ทราบเรื่องนี้มาล่วงหน้าจะสังเกตุเห็นว่าในพื้นที่ กทม. เมื่อเกิดฝนตกหนักเพียงวันเดียวหลายๆพื้นที่ก็จะเกิดน้ำท่วมถนนหนทางวุ่นไปแล้ว 

ในแง่ของระยะเวลาเหตุการณ์รุนแรงด้านพลังงานจากดวงอาทิตย์ต่อโลกในแต่ละ Trimester เช่นราวต้นเดือนสิงหาคม และปลายเดือนธันวาคม ของปี ซึ่งจะมีส่วนมาช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ทีนี้หลวงปู่พูดถึงฝนตกหนัก ซึ่งน่าสงสัยว่าช่วงต้นเดือนสิงหาคม จะมีความเป็นไปได้สูงไหม จะเป็นสิงหาคม ๒๕๕๗ หรือ ๕๘ ประเด็นนี้เป็นการตั้งข้อสังเกตุ

ด้วยวิทยาศาสตร์ทางกายภาพและวิทยาศาสตร์ทางจิตของพระอริยะเจ้า เมื่อนำมาร่วมพิจารณาเข้าด้วยกัน ก็จะช่วยสร้างความตื่นรู้ต่อเหตุการณ์ทางธรรมชาติ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในรอบ ๓๖๐๐ ปีของโลก ในรอบนี้เหตุการณ์ต่างๆจะรุนแรงกว่า ๔ คราวของโลกที่ผ่านมา ดังนั้นชาวโลกชาวไทยที่ได้มีโอกาสเกิดมาในยุคนี้ ก็จะได้พบเห็นการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่รุนแรง และสภาพสังคมที่วิกฤติวุ่นวายขึ้นทั่วโลก เมื่อความเจริญทางด้านวัตถุสูงขึ้นสวนทางกันกับด้านจริยะธรรมของจิตใจคน ที่ตกต่ำลงอย่างรวดเร็วเข้าไปยึดติดใน โลภ โกรธ หลง หรือที่กล่าวได้ว่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว แพร่หลายในสังคมทั่วไปอย่างรวดเร็วตามเป็นเงาในความรวดเร็วของสื่อต่างๆ

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html 


หลวงปู่ดู่/พระศรีอาริย์

http://www.ainews1.com/article406.html

ข้อมูลต่อไปนี้เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม โดยใช้ ลูกแก้วจักพรรดิของหลวงปู่ เป็นตัวช่วย

 

เมื่อผู้เขียนได้รับมอบหมายจากหลวงปู่ ให้สร้างลูกแก้วสารพัดนึก โดยใช้ปูนซีเมนต์ขาวผสมผง ตอนแรกผู้เขียนจะทำ ๑๐๘ องค์ ท่านบอกว่าไม่พอ อีกหน่อยจะหายาก ลูกละพันยังหาไม่ได้ ท่านได้บอกเคล็ดลับของการเสกว่า ถ้าจะรู้ว่าใช้ได้หรือยังต้องดูในที่มืดๆ จะมีแสงสว่างนั้นแหละใช้ได้แล้ว

นอกจากนี้ท่านยังให้เจาะเป็นช่องว่างตรงกลางไว้ ตอนแรกผู้เขียนจะขอท่านไม่ต้องเจาะ
ท่านบอกไม่ได้เดี๋ยวจะเหมือนลูกกระสุน ซึ่งเด็กสมัยก่อนจะรู้ คือ นำดินเหนียวมาปั้นก้อนกลมๆ ไว้สำหรับใช้กับหนังสติกเพื่อยิงนก รูที่เจาะให้ว่างนั้นแทนอากาศธาตุ เวลานั่งภาวนาเกิดแสงสว่าง พวกแกก็ไปตามแสงสว่างนั้นแหละจะไปถึงวิมานแก้ว ที่อยู่ของพระพุทธเจ้า จะเห็นลูกแก้วลอยเต็มวิมาน
ให้ขอท่านแล้วอธิษฐานกลืนไว้ตรงทรวงอก

มีลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เป็นนักปฏิบัติ
ได้มาเจอกับผู้เขียนที่หน้ากุฏิหลวงปู่ ขณะนั้นท่านกำลังถวายข้าวพระอยู่ ลูกศิษย์หลวงปู่คนหนึ่งเลยให้เขานั่งดูสักครู่เขาบอกว่าหลวงพ่อกำลังถวายของ พระพุทธเจ้า อยู่บนวิมานแก้ว มีพระมากมาย

ผู้เขียนเลยบอกว่าถ้าเห็นพระแล้วทำอย่างไรต่อ เขาบอกไม่รู้ ลูกศิษย์หลวงปู่คนหนึ่งเลยพูดว่าหลวงปู่บอกไว้ ถ้าเจอพระให้อธิษฐานเรียกพระเข้าตัว เขาก็ทำตาม และบอกว่าหลวงพ่อองค์นี้ไม่น่าจะธรรมดา เพราะตอนที่ท่านประสิทธิพระเครื่องให้เขาเห็นแต่งตัวแบบเทวดา
พอลืมตามาเห็นท่านยิ้มๆ

มาครั้งหลัง เขาบอกว่ามาพบ
หลวงปู่ท่านเป่าหัวให้สว่างไป ๗ วัน คุยกันไปคุยกันมา ผู้เขียนเลยให้เขานั่งดูลูกแก้วมหาจักรพรรดิ (แก้วสารพัดนึก)เขานั่งสักครู่ แล้วบอกว่าตรงกลางลูกแก้วเห็นเป็นแสงสว่าง

เลยให้เขาเดินจิตไปไหว้พระพุทธเจ้า จนไปถึงพระพุทธรูปองค์ที่ ๔ พอไปถึงองค์ที่ ๕ พออธิษฐานก็เห็นพระหน้าตัก ๒๐ วา ตามที่หลวงปู่บอกไว้

 ลูกศิษย์หลวงปู่คนหนึ่งให้เขาอธิษฐานเข้าไปในองค์พระ เขาเห็น พระศรีอาริย์ นั่งอยู่ตรงกลาง หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืดอยู่ขวา หลวงปู่ดู่อยู่ซ้ายมือของพระศรีอาริย์ ลูกศิษย์หลวงปู่ดู่บอกว่าขอให้อธิษฐานว่า หลวงปู่ทวดกับหลวงปู่ดู่ เป็นองค์เดียวกันหรือไม่ หรือท่านจะเป็น อัครสาวกเบื้องซ้ายขวา ของพระศรีอาริย์ในอนาคต

อธิษฐานเสร็จเขาบอกว่า เห็นทั้งสามองค์ มารวมเป็นหลวงปู่ดู่ แสดงว่าทั้ง สามองค์เป็น องค์เดียวกัน ตั้งแต่นั้นมาเขามีความเคารพหลวงพ่อมาก เพราะจากประสบการณ์ที่ลูกแก้วมหาจักรพรรดิ์แสดงให้เขารู้เห็นด้วยตัวเอง

มีลูกศิษย์ของท่านเป็นคริสต์ แต่ได้มาปฏิบัติ
ขณะที่นั่งปฏิบัติที่กรุงเทพ หลวงปู่ทวดมาโปรดในนิมิต เมื่อหลวงปู่ยกมือขึ้นประทานพร เขาเห็นรูปผีเสื้อ ตรงกลางฝ่ามือ เขารีบขับรถจากกรุงเทพฯ มาหาหลวงปู่ที่วัด หลังจากกราบหลวงปู่แล้วเขาก็ขอดู เห็นเป็นรูปผีเสื้อจริง
หลวงปู่ท่านบอกว่า
“หลวงปู่ทวด ไม่ใช่ข้าแสดงท่านเป็นครูบาอาจารย์ ท่านจะทำอย่างไรก็ได้
เออ...โมทนาสาธุด้วย”

หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า
มีชาวบ้านแถบวัดสะแกเป็นผู้หญิง ปฏิบัติเก่ง อยากเห็นพระศรีอาริย์ มาก จึงขอหลวงปู่ทวด ช่วยพาไปวิมานพระศรีอาริย์ เมื่อไปถึง เขาบอกหลวงพ่อว่าเป็นเหมือนโรงลิเกประดับประดาอย่างสวยงามหลวงปู่ทวดบอกว่า แกรอประเดี๋ยว พระศรีอาริย์ ท่านจะออกมาจากฉากคอยดูให้ดี หลวงปู่ทวดหายไปสักครู่ ก็มีพระศรีอาริย์เดินออกมาจากฉาก
พอพระศรีอาริย์หายไป เป็นหลวงปู่ทวดเดินมา เธอเลยถามหลวงปู่ว่าไหนล่ะพระศรีอาริย์
หลวงปู่บอกว่าแกก็ดูเองซิสลับกันไปมาเช่นนี้ จนปฏิบัติเสร็จเขาก็มาเล่าให้หลวงปู่ฟังท่านก็พูดกับผู้เขียนว่า  “คนเราบางทีต้องอาศัยไหวพริบปฏิภาณ” แกเลยงงว่าใครคือพระศรีอาริย์
“แล้วแกล่ะว่าเป็นใคร”  ท่านพูดแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

http://www.watthummuangna.com/

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share