คำพยากรณ์โบราณ กับมหันตภัยน้ำท่วมโลก

http://ainews1.com/article415.html

สำหรับประเทศไทย ถ้าน้ำแข็งขั้วโลกละลายหมด จะทำให้น้ำท่วมเกินกว่าสีเขียวที่แสดงบนรูป เข้าไปบนแผ่นดินอย่างแน่นอน ด้วยขั้วโลกจะย้ายไปอยู่ในแนวเส้นศูนย์สูตรใหม่ ต่อจากนั้นอีก 2 ปีระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นอีก 675-700 ฟุตทั่วทั้งโลกไปอีกหลายศตวรรษจึงจะค่อยๆปรับตัวลดลง


สำหรับท่านที่สนใจ หากน้ำแข็งขั้วโลกเดิมละลายหมดภายในเวลา 2 ปี น้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นอีก 675 ฟุต ส่วนประเทศไทยเมื่อรวมแผ่นดินทรุดตัวอีก 40 ฟุตเพิ่มเข้าไป เลือกดูพื้นที่ทั่วโลกที่จะได้รับผลกระทบ ที่ ลิงค์นี้

เกี่ยวกับมหันตภัยน้ำท่วมโลก ในช่วงสิ้นยุค หรือในเวลาปัจจุบัน มีคำทำนายที่น่าสนใจ เช่น คำทำนายของนอสตราดามุส ที่เขียนเป็นจดหมายถึงลูกชื่อ ซีซ่า ในตอนหนึ่งว่า อัคคีภัยขนาดใหญ่เกิดขึ้นไปทั่วโลก มหันตภัยน้ำท่วมเกิดขึ้นจนยากจะหาที่ดินที่ไหนไม่ถูกน้ำท่วมไม่มี และเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอย่างยาวนาน และ คัมภีร์ไบเบิล ภาคพันธสัญญาใหม่ เป็นต้น จขกท ได้ศึกษาเรื่องพยากรณ์กับเหตุการณ์ ในปัจจุบันพบว่ามีความเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางคนได้ใช้กลยุทธ์หลักวิชาการทางวิทยาศาสตร์ ประยุกต์กับกา่รพยากรณ์โบราณเพื่อนำไปสู่การตั้งสมมุติฐานใหม่ ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ

ส่วนตัวเลข 675 ฟุตภายในระยะเวลา 2 ปี หลังจากโลกได้ย้ายขั้วนั้น คุณ Zeta ชาวดาว  Zetas ซึ่งมีไอคิว 287 ได้เห็นปรากฏการณ์ต่างๆของโลกนี้มามาก ได้รายงานเอาไว้ล่วงหน้านานหลายปี และปัจจุบันแผ่นเปลือกโลกหลายๆแห่งกำลังปรับตัวจมลง แต่สังคมยังไม่กล้าเปิดเผยโดยตรง เลี่ยงไปพูดว่าน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้นบ้าง ฝนตกมากบ้าง ทำให้ภาพที่เกิดขึ้นดูซ้อนๆกันอยู่ ชาวโลกต้องได้เห็นชนิดจะจะกับตา หรือตนเองลงไปลอยคออยู่ในทะเลแล้วกระมัง หรือได้เห็นข่าวช๊อคโลกที่หลายๆประเทศจมลงไปพร้อมๆกัน ในวันที่ 28 เมษายน 2555 ที่พระแม่กวนอิมท่านเตือนลูกหลาน น้ำท่วมไล่ตั้งแต่พื้นที่ชายฝั่งทะเลเข้ามาหาที่ราบลุ่มต่างๆตามลำน้ำต่างๆไหลย้อนขึ้นไป เลือกสวนไร่นาลงไปอยู่ใต้คลื่น

ส่วนนักจิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐฯ ในยุคหลัง เอ็ดการ์ เคย์ซี่ ได้ทำนายเกี่ยวกับระดับน้ำทะเลของโลก จะปรับตัวสูงขึ้นอีก 9 เมตร ปัจจุบันนักวิจัยพบว่า หากน้ำแข็งบนเกาะกรีนแลนด์ ละลายทั้งหมดจะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นอีก 7 เมตร หลังโลกย้ายขั้ว ประเทศนี้จะลงมาอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรใหม่ ดังนั้นเมื่อรวมๆกับน้ำแข็งในส่วนอื่นๆอีก 2 เมตร ก็จะเท่ากับของ เอ็ดการ์ เคย์ซี่ ได้เห็นในจิตทัศน์ ที่ผ่านมาคำทำนายของ เอ็ดการ์ เคย์ซี่ ถูกต้อง 80 % ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าไม่อยากให้ถูกต้องเลย...อีกไม่นานเกาะกรีนแลนด์จะเปลี่ยนที่ย้ายไปอยู่ใกล้แนวเส้นศูนย์สูตรใหม่ ต่อจากนั้นอีกหลายปีเกาะนี้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้เพิ่มขึ้น ผู้ที่ต้องการจะไปครอบครองที่ดินบนนั้นก็รีบอพยพไปหาที่ใกล้ๆเกาะนี้เสียก่อน จะได้ข้ามทะเลไปบนเกาะนี้ได้สะดวกเข้า

พูดถึงน้ำท่วม  ทำให้นึกถึง พยากรณ์ของนางมณีเมขลา ในหนังสือพระมหาชนก ฉบับ 9 May ซึ่งประเทศไทยจะพบทั้ง ภูเขาไฟระเบิด ลมพายุพัดแรงหลายทิศทาง แผ่นดินไหว และระเบิดรอบประเทศ 4 ทิศทาง ที่ขาดอยู่ ยังไขปริศนาได้ไม่ครบว่า คลื่นเม็กกะสึนามิ จะสูงเท่าใด ซึ่งพบในบางแห่งว่าจะเกิดคลื่นสูงถึง 50 เมตร ถล่มทั้งด้านทิศตะวันออก และตะวันตกของพื้นที่ภาคใต้หลายชั่วโมง ร่วมกับแผ่นดินไหวยาวนาน ทำให้แผ่นดินสูญหายกลายเป็นท้องทะเล เป็นส่วนใหญ่ ที่ผ่านมาก่อนพายุนาร์กีซ พัดเข้าพม่า 9 ปี การทำนายของนางมณีเมขลา ตรงเป๊ะๆ ทุกรายการที่เกิดขึ้นคราวนั้น จึงทำให้นักถอดรหัสปริศนา ในคำพยากรณ์ต่างๆของนางมณีเมขลาตามมาอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจยิ่ง

จะลองถอดปริศนาเหตุการณ์ที่ว่าในอนาคต ประเด็นคลื่นสึนามิอาจสูง 20-30 เมตรอันเนื่องจากประเทศอินโดนีเซียจมลงถึงระดับ 80 ฟุตพร้อมกับปลายแผ่น Sunda Plate หรือส่วนของแผ่นยูเรเซี่ยนที่ยื่นออกมาไปจรดแผ่น อินโด-ออสเตรเลีย ส่วนปลายแหลม นี้จะจมลงทั้งหมดประมาณ 9 ล้านตารางกิโลเมตรโดยทันที หลังจากได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวรุนแรงที่ญี่ปุ่นในระดับ 9-10 ริกเตอร์ อินโดฯจะจมลงอย่างเงียบๆ แล้วส่งคลื่นสึนามิขึ้นมายังอ่าวไทยและชายฝั่ง

ส่วนภูเขาไฟระเบิดนั้น เมื่อเปลือกโลกขอบประเทศอินโดฯได้รับผลกระทบย่อมกระตุ้นให้แมกม่าที่ยังถูกกักอยู่ในเปลือกโลกทะลักขึ้นมา รวมทั้งในย่านเกาะนิโคบาร์

ส่วนลมพายุนั้นเมื่ออากาศแปรปรวนจากการเกิดแผ่นดินไหว มีสึนามิและภูเขาไฟระเบิด ลมก็ย่อมจะแปรปรวนไปด้วย และน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกยังร้อนเพิ่มขึ้นก่อให้เกิดลมพายุมากขึ้น

ส่วนแผ่นดินไหวรุนแรงนั้นจะไม่เกิดกั้บพื้นที่ประเทศไทยโดยตรง ในโซนนี้เป็นโซนแผ่นดินยืดตัว (Stretch Zone) ตลอดแผ่น Sunda Plate แต่จะเกิดภูเขาไฟมากมายในอินโดนีเซียระเบิด ส่วนทางริมประเทศฟิลิบปินส์อาจมีการระเบิดได้เช่นเดียวกัน

ส่วนประเด็นใหญ่ที่เกิดการสูญเสียแผ่นดินทางภาคใต้นั้น

ด้ามขวานทั้งหมดอยู่ในทิศทางขวางทางน้ำจากมหาสมุทรแปซิฟิก ที่จะหลั่งไหลรุนแรงเกิดคลื่นสูงถึง 600-700 ฟุตพร้อมกับทำ Tidal Bore เอาชนะสิ่งกีดขวางได้อีกหลายเท่าตัวของความสูงของคลื่น เดินทางมาเติมที่ว่างที่ประเทศอินเดียจมทั้งประเทศระหว่างที่โลกย้ายขั้ว ทำให้ปลายแผ่น อินโด-ออสเตรเลีย จมลงไปลึกเป็นพื้นที่ประมาณ 16 ล้านตารางกิโลเมตรวิกฤตการณ์ที่ประเทศอินเดียจมลงไปนั้น เกิดความเสียหายแก่ประเทศต่างๆตลอดแหลมอินโดจีน ที่เป็นแนวขวางทางเดินของน้ำจากมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ภายในเวลา 2-3 ชั่วโมงพื้นที่ที่น้ำทะเลเดินทางผ่านก็ราบเรียบ

เมื่อน้ำทะเลจากทุกทิศทางมาปะทะกันที่อินเดียก็จะเกิดสึนามิขนาดใหญ่ตามมา ส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆรอบๆอินเดียอีกรอบหนึ่ง น้ำจะข้ามมาทางอ่าวไทย ดังนั้นรายละเอียดของพยากรณ์ของนางเมขลา จึงเป็นสิ่งบอกถึงภัยอันตรายใหญ่เกินจิตนาการณ์ของมนุษย์ล่วงหน้าให้แก่ปวงชนชาวไทยนานหลายปีทีเดียว ขึ้นอยู่กับว่าใครจะได้รู้ถึงวงรอบของภัยอันตรายคราวนี้

สำนักงานธรณีวิทยาและการสำรวจของสหรัฐอเมริกา (USGS; Sea Level and Climate: USGS Water Science for Schools) บ่งว่า ถ้าน้ำขึ้นมา 10 เมตร จะทำให้ชาวอเมริกันไม่มีที่อยู่ไป 25 %

ความผิดปรกติของธรรมชาติ ที่ดาวพฤหัสบดี เพื่อนบ้านในสุริยจักรวาล ได้เกิดเหตุการณ์นอกโลกที่ไม่คาดฝันของมนุษยโลก เช่น มนุษย์ดาวอังคารแสดงว่ามีจริงในปี 2554 ดาวพฤหัสจู่ๆ แถบที่คาดทางใต้ของดวงดาวหายไปอย่างไม่มีเหตุผล หาสาเหตุไม่ได้

คำพยากรณ์ เช่นพุทธทำนาย จากผู้มีญาณทิพย์ มีหลักฐานว่าคำทำนายเหล่านี้ มีความถูกต้องมากขึ้นทุกๆที เรื่องเกี่ยวกับ มหันตภัยล้างโลก ส่วนใหญ่บอกเหตุการณ์เอาไว้ กว้างๆไม่ระบุเวลาที่แน่นอน เราจึงต้องใช้คำพยากรณ์ต่างๆเหล่านี้ สำหรับติดตามสังเกต ภัยพิบัติต่างๆ ที่จะรุนแรงขึ้นโดยลำดับ และจะทราบว่าคำพยากรณ์เหล่านั้น ตรงกับความจริงที่เกิดขึ้นเพียงไร ส่วนวัตถุประสงค์ของคำพยากรณ์ เพื่อเตือนให้คนรุ่นหลังได้สังวรณ์ระวังอยู่เสมอ

 ใครเป็นผู้กำหนดลดประชากรโลกลงประมาณ 90% เหลือเพียง 500 ล้านคนจากที่มีอยู่ในปัจจุบันประมาณ 7,000 ล้านคน เรื่องนี้อยู่ในบัญญัติ 10 ประการของปี 1980 ...เหลือคนรอดชีวิตเพียง 10 % ตรงกันกับในพระพุทธทำนาย และ Council of Worlds

ประเด็นสำคัญของภัยพิบัติในเวลาปัจจุบัน และพยากรณ์โลกต่างๆ เช่น พุทธทำนาย และนอสตราดามุส เป็นต้น น่าจะมาลงเอยที่ บัญญัติ 10 ประการปี 1980 (พ.ศ. 2523) คือ

อะไรจะเกิดขึ้นในปี 2555 หรือ 2556-2560

มหันตภัยล้างโลก
ที่ ต้นเดือน มิถุนายน 2012 เป็นความเห็นของนักวิเคราะห์ข้อมูลรอบด้านของคุณ Zeta ของนาสซ่า หลักทางฟิสิคส์ คณิตศาสตร์ และดาราศาสตร์ โดยดาวหางจะเจาะลงมาบน Ecliptic ในวันที่มีคราส 20 พฤษภาคม 2555 ก่อนปฏิทินของชาวมายัน ที่กล่าวกันทั่วไป หรือในปี พ.ศ. 2556 ตามพุทธทำนาย ที่ว่า

'ล่วงได้ ๒๕๐๘ (ปีมะเส็ง พ.ศ. 2556) ตลิ่งจะพัง แผ่นดินถิ่นอธรรมจะถล่มเป็นทะเล' และ 'เมื่อศาสนาของตถาคตล่วงมาได้ ๒๕๑๒ (ต่อจากปลายปีระกา ปีจอ พ.ศ. 2560) พระจันทร์จะเริ่มเปล่งแสงฉายโลก ครั้นล่วงได้ ๒๕๑๕ (ปีชวด พ.ศ. 2563) พวกอธรรม คือพวกที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลในสัตย์ ไร้ซึ่งศีลธรรมนั้นจะหมดสิ้นไป เพราะพวกมิจฉาทิษฐิจะดับสูญไปจากโลก'...ที่ตลิ่งจะพัง เนื่องจากน้ำทะเลเพิ่มมากขึ้น จากน้ำแข็งขั้วโลเก่าละลาย ทำให้น้ำทะเลยกระดับขึ้นอีกประมาณ 675 ฟุต หลังจากโลกย้ายขั้วแล้ว 2 ปี...และระดับน้ำจะค่อยๆลดระดับลงสู่ปกติใช้เวลาอีก 2-3 ศตวรรษ 

         'ดูกร อานนท์ ตถาคตสงสารสัตว์ เวลานั้นพลโลกยังเหลือน้อย เต็มที (สิ่งนี้เกี่ยวกับการลดประชากรโลก ให้น้อยลง 90% หรือไม่โปรดคิดกันเอง) คำทำนายของตถาคตนี้ยังให้สัตว์ตั้งอยู่ใน ความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วเชื่อ หรือไม่เชื่อ ไม่บอกเล่าให้ผู้ใดรู้กันต่อ ๆ ไป นับว่าเป็นกรรมแห่งสัตว์ต่างสิ้นสุดกันตามกาลเวลา'....ในยอดเหลือ 10 % ยังมีคนบ้าปนอยู่อีก 4.3 % 

ท่านอาจเห็นได้ว่า พุทธทำนายมีความสอดคล้องกับ การสิ้นกลียุค หรือยุคในปัจจุบัน ที่มีคนเลวถึง 3 ใน 4 ส่วน ให้เป็นกฤษดายุคหรือยุคทอง ที่มีคนดีทั้ง 4 ส่วน หรืออย่างไร สิ่งแวดล้อมจะคล้ายตอนต้นพุทธกาล พ.ศ. 1-500 ที่ศาสนาเจริญรุ่งเรือง อุดมไปด้วยพระอริยะเจ้า

ปล. เนื่องจากปี พ.ศ. ไทยเร็วไปจากความเป็นจริง 48 ปี จึงได้ทำการปรับ เช่น ล่วงได้ ๒๕๐๘ (จึงเป็น ๒๕๐๘ + ๔๘ = พ.ศ. 2556 ไทย) (ให้เกียรติข้อมูลจาก Metteya.org)

ข้อสังเกตที่น่ามีความชัดเจน คือ พยากรณ์ของมายัน พุทธทำนาย และของนอสตราดามุส เป็นต้น บ่งไว้น่าจะชัดเจนถึงมหันตภัยโลกน่าจะเป็นไปตาม บัญญัติ 10 ประการ  เพื่อปรับโลกไปสู่ยุคทอง อย่างแท้จริง ผู้ไม่ประมาท คนดีมีศีลธรรม ย่อมน่าจะผ่านพ้นมหันตภัยโลกนี้ไปได้

บัญญัติ 10 ประการนี้อยู่ที่รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบุคคลหนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนาม แต่มีความหมายใช้ชื่อว่า อาร์ ซี คริสเตียนเมื่อ (R.C. Christian) ได้ว่าจ้างให้บริษัทขุดหินแกรไนท์ที่บริเวณใกล้เคียงสร้างขึ้น เสร็จเมื่อ 22 มีนาคม 1980 บนหินแกรไนท์ขนาด สูงจากพื้นดิน 4.9 เมตร มีจำนวนสี่แผ่น แต่ละแผ่นมีภาษาแสดงบัญญัติ 10 ประการนี้ด้านละ 1 ภาษา ฉะนั้นภาษาที่ใช้เขียนบัญญัติ 10 ประการมีทั้งหมด 8 ภาษา ดูตามรูป



สำหรับแผ่นหินขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ตามรูปข้างล่าง โดยมีช่องดูดาวเหนือ และช่องดูพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกอยู่ที่เสาตรงกลาง ภาษาโบราณ 4 ภาษา (ตัวหนังสือสีเขียวบนรูปข้างบน) และตัวเลขของขนาดของแผ่นหิน น่าจะเป็นรหัส มีความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงโลก ให้เข้าสู้กฤษดายุค หรือยุคทองจากปัจจุบันที่มนุษยโลกกำลังอยู่ในปลายกลียุค


สำหรับเวลาที่สร้างอาจเป็นการบังเอิญ หรือเป็นความตั้งใจให้ประจวบเหมาะกับตราประทับของพระจักรพรรดิ เป็นที่น่าสังเกตว่า การตั้งแผ่นหินเป็นไปตามกฎของโลกและจักรวาล ความเป็นมาของของบัญญัติ 10 ประการนี้ น่าจะมีเรื่องราวมาจากสมัยอียิปต์โบราณ
คนที่ชื่อ คริสเตียน รอเซ็นครูส์ หรือกุหลาบไขว้ แบบไม้กางเขน เป็นผู้ตั้งทฤษฏี จากปรัญชาแห่งความเร้นลับในอดีตกาล โดยวางรากฐานของมนุษย์ให้มีความเข้าใจและมีความเหมาะสมกัับธรรมชาติ จักรวาลทางกายภาพ และแดนของวิญญาณ ทฤษฎีนี้เกี่ยวข้องกับ พระเจ้า ความเชื่อทางศาสนา การปฏิบัติตามพิธีการและความฝึกฝนทางจิตวิญญาณ 

บัญญัติ 10 ประการ ค.ศ. 1980 ที่สลักไว้บนแผ่นหินขนาดใหญ่ มีดังต่อไปนี้

1. Maintain humanity under 500,000,000 in perpetual balance with nature.
รักษาจำนวนมนุษยชาติให้ต่ำกว่า 500,000,000 คน เพื่อการสมดุลกับธรรมชาติตลอดไป (สำรวจเมื่อ เมษายน ค.ศ. 2009 / พ.ศ. 2552 พลเมืองโลกมี 6.8 พันล้าน ฉะนั้นควรลดลงประมาณ 90 %)

2. Guide reproduction wisely - improving fitness and diversity.
การทำคู่มือแห่งปัญญา (พระธรรมเจ็ดประการ)-- ปรับปรุงสมรรถภาพและความหลากหลาย

3. Unite humanity with a living new language.
การสื่อสารระหว่างมนุษยชาติ ต้องการภาษาใหม่ที่มีความเหมาะสมจริง (ขณะนี้ไม่มี)

4. Rule passion - faith - tradition - and all things with tempered reason.
ประเพณี ความเชื่อ ความชอบในพิธีการ - และทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องด้วยความมีเหตุผลที่ถูกตามอารมณ์

5. Protect people and nations with fair laws and just courts.
สิทธิของมนุษย์และประเทศ ต้องเป็นไปตามความยุติธรรมที่แท้จริงและศาลที่เป็นที่ยอมรับ

6. Let all nations rule internally resolving external disputes in a world court.
ให้ทุกๆชาติมีประชาชาติกฎหมายภายในการแก้ปัญหา ที่เกี่ยวเนื่องได้กับข้อพิพาทกันภายนอกในศาลโลก

7. Avoid petty laws and useless officials.
หลีกเลี่ยงกฎหมายอนุสิทธิบัตรและการไร้ประโยชน์ของเจ้าหน้าที่

8. Balance personal rights with social duties.
มีความเป็นกลางในสิทธิส่วนบุคคลประกอบการมีหน้าที่ทางสังคม

9. Prize truth - beauty - love - seeking harmony with the infinite.
ความชมเชยในความเป็นจริง - ความสง่างาม – ความรัก - ขอความมีความสมดุลและสามัคคีกับพระเจ้า

10. Be not a cancer on the earth - Leave room for nature - Leave room for nature.
มนุษย์อย่าเป็นมะเร็งร้ายทำลายแม่พระธรณี - อย่าทำลายธรรมชาติ – อย่าทำลายธรรมชาติ 


สำหรับเรื่องในพระไตรปิฎกมีความสำคัญยิ่ง และเกี่ยวข้องกับประเด็นน้ำท่วมโลก จึงได้นำมาลง เพื่อความไม่ประมาทในสัจธรรม

       
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ๖. ปาสาทิกสูตร (สรุปมาโดยย่อ)

ดูกรจุนทะ แม้หากว่า

สิ่งที่เป็นอดีต เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ ตถาคตย่อมเป็นผู้รู้กาลในสิ่งนั้น เพื่อพยากรณ์ปัญหานั้น

แม้หากว่าสิ่งที่เป็นอนาคต เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ ตถาคตย่อมเป็นผู้รู้กาลในสิ่งนั้น เพื่อพยากรณ์ปัญหานั้น

สิ่งที่เป็นปัจจุบัน เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ ตถาคตย่อม เป็นผู้รู้กาลในสิ่งนั้น เพื่อพยากรณ์ปัญหานั้น

ด้วยเหตุดังนี้แล จุนทะ ตถาคต เป็นกาลวาที เป็นสัจจวาที เป็นภูตวาที เป็นอัตถวาที เป็นธรรมวาที เป็นวินัยวาที ในธรรมทั้งหลายทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ชาวโลก จึงเรียกว่าตถาคโต

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓. มหาปรินิพพานสูตร (๑๖)

ดูกรอานนท์ มหาปฐพีนี้ตั้งอยู่บนน้ำ น้ำตั้งอยู่บนลม ลมตั้งอยู่บนอากาศสมัยที่ลมใหญ่พัด เมื่อลมใหญ่พัดอยู่ย่อมยังน้ำให้ไหว น้ำไหวแล้ว ย่อมยังแผ่นดินให้ไหว อันนี้เป็นเหตุ เป็นปัจจัยข้อที่หนึ่ง เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏฯ (ตรงกับโครงสร้างภายในโลก)

อีกประการหนึ่ง สมณะหรือพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์ ถึงความเป็นผู้ชำนาญในทางจิต หรือว่าเทวดาผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก เขาเจริญปฐวีสัญญาเพียงเล็กน้อย เจริญอาโปสัญญาอย่างแรงกล้า เขาย่อมยังแผ่นดินนี้ให้สะเทือนสะท้านหวั่นไหวได้ อันนี้เป็นปัจจัยข้อที่สอง เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏฯ

อีกประการหนึ่ง เมื่อใด พระตถาคตตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เมื่อนั้น แผ่นดินนี้ย่อมสะเทือนสะท้านหวั่นไหว อันนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ห้าเพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏฯ

อีกประการหนึ่ง เมื่อใด พระตถาคตให้อนุตรธรรมจักรเป็นไป เมื่อนั้นแผ่นดินนี้ย่อมสะเทือนสะท้านหวั่นไหว อันนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่หก เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏ ฯ

สิ่งสำคัญยิ่งสิ่งหนึ่ง ที่เราจะข้ามไปไม่ได้ คือ ชื่อของกรุงเทพฯ มหานคร

ไม่ใช่ว่าจะสำคัญเพราะลงใน "กินเนสบุค" เป็นชื่อที่ยาวที่สุดในโลก
แต่ เป็นหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่ง ที่พวกเราวิเคราะห์ร่วมกับหลักฐานพยากรณ์ของศาสนาอื่นๆ สามารถแสดงและชี้ว่า พระจักรพรรดิ หรือพระศรีอารย์ หรือมีชื่อเรียกตามภาษาและศาสนาต่างๆนั้น น่าจะเป็นพระอินทร์ที่ทรงแบ่งภาคเสด็จมาเองในเวลาปัจจุบันนี้ เพื่อสร้างสันติสุขที่แท้จริงขึ้นบนโลกตลอดไป ตามที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสพุทธทำนายไว้แล้ว"                  

  ธรรม จะชนะ พระจะอยู่กับบ้านเมืองต่อไป การงานของมนุษย์จะสำเร็จด้วยอริยศาสตร์ ซึ่งไม่ต้องเบียดเบียนแรงผู้ใด ทุกคนจะสมบูรณ์ด้วยศีลธรรมและชีวิตผาสุก                

  ผู้มีบุญทั้งสองพระองค์นั้นจะเสด็จเข้าบำรุงศาสนาให้เที่ยงแท้"

โปรดพิจารณาชื่อของกรุงเทพมหานครคือ "กรุงเทพมหานคร อมรรัตรโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์
อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์"

มีความหมายว่า

เมืองของเทพที่ยิ่งใหญ่ อันเป็นอมตะประกอบด้วยแก้ว 7 ประการ (พระธรรม 7 ประการ) ของท้าวสักกะจอมเทพ (พระอินทร์) ท้าวสักกะผู้ไม่เคยพ่ายแพ้แก่สัตรู เป็นที่เกิดแห่งมงคลที่ยิ่งใหญ่ เป็นเมืองหลวงอันประกอบไปด้วยแก้ว 9 ประการ ที่มีความงดงามมั่นคงและสง่างาม (คือ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิล มุกดา เพทาย และไพฑูรย์ ) เป็นสถานที่ยิ่งใหญ่และบริบูรณ์เป็นเลิศ เป็นสถานที่ประทับของท้าวสักกะที่จะแบ่งภาคมาเกิดบนโลกมนุษย์ โดยท้าวสักกะเป็นผู้ให้พระวิษณุกรรม (พระนารายณ์) มาสร้างขึ้นจนสำเร็จ....หากผู้ที่ตระหนักในเรื่องนี้ การได้สวดบทพระมหาจักรพรรดิ แล้วแผ่นเมตตาไปถึงท่านด้วย ก็น่าจะมีคุณประโยชน์ยิ่งทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม ทุกๆสิ่งเมื่อสร้างขึ้นมาแล้ว ก็มีอายุขัย ตามสัจจธรรมของโลก ซึ่งตามดวงเมือง ของกรุงเทพฯนั้น เราอยู่มาเลยอายุดวงเมืองไปแล้ว...จึงไม่ควรประมาท (แผ่นดิน กรุงเทพและปริมณฑล เป็นแผ่นดินเกิดใหม่ ไม่มีชั้นหินแข็งแรงรองรับ เมื่อถูกเปลือกโลกทางทิศตะวันออกและตะวันตกบีบอัด จึงอาจแตกหักจมลงได้)

สรุป ชื่อของกรุงเทพฯ และการจุติของท้าวสักกะจอมเทพ (พระอินทร์) มาเป็นมนุษย์ มีความเกี่ยวข้องกับตำนานของพุทธศาสนา ศาสนาโลกอื่นๆ และเกี่ยวกับความเชื่อที่มีมาแต่โบราณกาล โปรดคิดว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้ ทั้งๆที่เรื่องราวนี้เกิดขึ้นต่างเวลา และสถานที่กัน ความเป็นไปได้ คือ ท้าวสักกะทรงเป็นผู้กำหนดขึ้น ตามที่มีหลักฐานเพียงพอที่สามารถนำมายืนยันได้ (ทั้งนี้ปู่พระอินทร์ ท่านเป็นพระโสดาบัน และปวารณาตนไว้ ที่จะร่วมกับบริวารร่วมกันปกป้องพระพุทธศานา ไปจนครบ 5,000 ปี

และปัจจุบัน พระพุทธองค์ ได้เตรียมงานเอาไว้แต่อดีต 2,584 ปี ในการเปิดวัดในมิติใหม่ขึ้นแล้ว ที่ภูพะลานสูง ที่ อ.นาจะหลวย เมื่อ พ.ศ. 2550  นับเป็นหลักชัยชีวิตของพุทธบริษัท และมนุษย์ที่มีจิตศรัทธา

 

สำหรับท่านที่ไม่ประมาท ต้องการสร้าง ตู้เอทีเอ็มส่วนตัวเคลื่อนที่  เอาไว้เบิกเงินในวงเงิน 2 ล้านบาท/เดือน/หน่วยการลงทุน กับบริษัทมหาชน แวะศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.ainews1.com/article36.html

เชิญทุกท่านร่วมช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share