มหันตภัยโลกมาเยือนถี่ขึ้น

http://ainews1.com/article438.html

 

"มหันตภัยล้างโลกได้เริ่มขึ้นแล้ว ไม่เกินอีก 2 ปีข้างหน้าเป็นการเข้าสู่ยุคพลังงานใหม่ "

 

 

ปัจจุบันนี้ ความเคลื่อนไหวของเปลือกโลก ทำให้เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วมฝนแล้ง พายุหิมะ ลมพายุ พายุฝน ไฟป่า สึนามิ และภัยพิบัติอื่นๆ นี่คือสัญญาณอันตราย ที่บ่งบอกถึงความไม่สมดุลของดินน้ำลมไฟของโลก และพลังงาน มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่ใส่ใจมากนัก....บอกว่ายังเป็นเรื่องไกลตัว คงไม่เกิดขึ้นกับเราหรอก

ปัจจุบันศาสตราจารย์ด้านฟิสิคส์ Fran De Aquino ของมหาวิทยาลัย Baranhao State บลาซิล ทำการทดลอง โดยใช้พลาสมา ในหลอดสูญญากาศ คล้ายสภาพในอวกาศ เมื่อใส่วัตถุเข้าไปพบว่าเมื่อใส่คลื่นความถี่ต่ำแม่เหล็กเข้าไป จะทำให้แรงโน้มถ่วงเปลี่ยนแปลง ยิ่งคลื่นความถี่ต่ำแรงโน้มถ่วงยิ่งลด คลื่นความถี่แม่เหล็กต่ำจะมาจากแรงกดดันอย่างหนักที่ชั้นหินใต้เปลือกโลก ดังที่ผู้เห็นภาพอนาคตพบว่า ผู้คนจะพากันลอยเคว้งในอากาศ.....อ่านต่อ lanl.arxiv.org/abs/physics/0701091   ผู้สนใจจึงควร

ติดตามการเกิดแผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะปลายปี 2554 เป็นต้นไป

A map of Earth's tectonic plates. Plate boundaries are shown in red. Learn more about the geologic features related to Earth's tectonic plates at This Dynamic Planet.
Click on image for full size
Modified from USGS

Volcanoes world Map

ก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ ที่เวลาและพลังงานของมนุษย์แต่ละวัน ถูกนำไปผูกโยงกับระบบทุนนิยม เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ไร้ความเป็นตัวของตัวเอง ต้องแบกภาระประจำวันค่อนข้างหนัก ในขณะเดียวกันความรุนแรงของภัยธรรมชาติทั้งหลาย ก็ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ซึ่งคาดว่าจะไปสิ้นสุด ใน ค.ศ. 2018 

ด้วยอัตราเร่งอย่างรวดเร็ว ตามกิจกรรมของมนุษย์ทั่วโลก ที่ร่วมกันทำลายสมดุลแห่งธรรมชาตินั่นเอง การเปลี่ยนแปลงของโลก ปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เวลาที่เคลื่อนเข้าใกล้ของมหันตภัยนั้น เริ่มจากหลายร้อยปี ที่มนุษย์สร้างพลังงานเสียต่อสภาวะแวดล้อมเพิ่มขึ้น และต่อเนื่อง ทำให้เกิดความไม่สมดุลขนาดหนัก และอย่างแสนสาหัสในขณะนี้ ทั้งที่ปรากฏเป็นข่าว และไม่ปรากฏเป็นข่าวก็ตาม

ความเลวร้ายที่มนุษย์ยัดเยียดให้กับโลก จนต้องสูญเสียสนามแม่เหล็กที่สมดุลไป แกนพลังงานแม่เหล็กโลกถูกอุดตันมาแล้ว 10 ปี ด้วยสาร CFC ที่มนุษย์สร้างสารนี้ขึ้นในภาคอุตสาหกรรม เมื่อ 40 กว่าปีที่ผ่านมา เส้นแรงแม่เหล็กที่โลกรับมาตลอดเวลา จากดวงอาทิตย์และจากกาแลกซี่ต่างๆ ไม่สามารถเดินทางออกขั้วโลกใต้ ตามปรกติได้อีกต่อไป ยังผลให้พลังงานเส้นแรงแม่เหล็กที่หนักและร้อน แผ่ไปปกคลุมทั่วทั้งเปลือกโลก หนาร่วม 3 เมตรในปัจจุบัน

พระอาจารย์รัตน์ ซึ่งได้สังเกตพบความผิดปรกติมาแต่ต้น กล่าวว่าหากโลกยังปล่อยให้แกนพลังงานโลกอุดตันต่อไปอีก 10 ปี โลกก็จะเป็นเช่นเดียวกับดาวอังคาร สรรพสัตว์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อีกต่อไป

การปรับสมดุลของโลก  หรือบางแห่งอาจจะเรียกว่าล้างโลก  เนื่องจากโลกจะใช้น้ำฝนปริมาณมหาศาลมาชำระล้างความสกปรกของโลก อย่างขนานใหญ่เป็นระลอกๆ  ลักษณะเดียวกับที่เกิดในประเทศต่างๆ เช่นที่ปากีสถานเกือบทั้งประเทศเมื่อเร็วๆนี้ และที่โคราชและจังหวัดต่างๆ 29 จังหวัด บนพื้นที่ราบสูง และภาคกลางของประเทศไทย

โดยที่มีอัตราเร่งสูงของภัยธรรมชาติ ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 เริ่มปรากฏความไม่สมดุลทั้งวัตถุและจิตของมนุษย์ รวมทั้งสัตว์ทั้งหลายดุร้ายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามปริมาณของ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่เพิ่มขึ้นจากระดับปรกติ 280 พีพีเอ็ม มาเนิ่นนาน เข้าสู่ 395 พีพีเอ็ม ขยับเข้าใกล้ 450 พีพีเอ็ม ซึ่งเป็นจุดวิกฤต ของดิน น้ำ ลม ไฟ ของโลก....ถ้าโลกร้อนไปตามแนวโน้มนี้ โลกจะร้อนขึ้นอีก 6 องศาเซ็นเซียส 

ปัจจุบันกลางแจ้งเวลาอากาศร้อนจัดอุณหภูมิก็ใกล้ 45 องศาเต็มทนแล้ว ทำไม 45 องศา ความร้อนในเกณฑ์นี้พืชทุกชนิดรวมทั้งต้นข้าวไม่สามารถผสมเกษรได้ นี่คือต้นเหตุที่แท้จริงของความอดอยาก ที่มนุษย์จะขาดแคลนอาหารสำหรับบริโภคนั่นเอง

ระหว่างปี พ.ศ. 2500-2547 มนุษย์ทำลายธรรมชาติมาก จนกระทั่งมีผลให้ใน พ.ศ. 2547 จุดวิกฤตย้ายร่นเข้ามาเหลือเพียง 48 ปี และเหลือเพียง 24 ปี เมื่อถึงปี พ.ศ. 2549 สุดท้าย วันที่ 30 มกราคม 2550 สัญญาณจากจักรวาลบ่งบอกว่า ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้น จนถึงจุดวิกฤตอีก 11 ปีข้างหน้า ใน พ.ศ. 2561 หรือ ค.ศ. 2018 โดยธรรมชาติตุนกาซมีเทนเอาไว้ใต้ดินจำนวนมหาศาลเริ่มผุดขึ้นมาเป็นตัวเร่งโลกร้อนขึ้นอีก 23 เท่าตัวของคาร์บอนไดออกไซด์ หลังจากน้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายหายไป....มนุษย์สามารถติดตามข่าวสัตว์ทะเลชนิดต่างๆตายไปนับแต่ประการังสัตว์เซลล์เดียว ไล่ขึ้นไปถึงปลาขนาดใหญ่....มนุษย์ควรงดรับประทานเนื้อสัตว์ตั้งแต่บัดนี้ เพื่อการมีสุขภาพที่ดีกว่า

ดังปรากฏในพุทธทำนาย ว่า

  • ปี พ.ศ. 2507  มนุษย์จะเปลี่ยนจากเดิน เป็นคลาน
  • พ.ศ. 2508  โลกจะได้มีวิกฤตภัย ครั้งใหญ่
  • พ.ศ. 2512  โลกจะดิ่งลงสู่หายนะ

 (เมื่อสอบทาน กับศิลาจารึกของพุทธทำนาย พ.ศ.ที่ไทยรับมาจาก ลังกา ซึ่งเริ่มใช้ปี พ.ศ.หลังพุทธกาล 1,000 ปี มีความคลาดเคลื่อน เร็วกว่า พ.ศ. ที่แท้จริง ไปประมาณ 48 ปี จึงต้องนำ 48 ไปเพิ่มให้กับปี พ.ศ. ในพุทธทำนายที่ระบุไว้ในศิลาจารึก หรือพระคัมภีร์ต่างๆ เช่น พ.ศ. 2507 + 48 เท่ากับ พ.ศ. 2555  เป็นต้น)

ช่วงแรก เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2550-2551 ระยะเวลา 2 ปีแรก เกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง ตามรอยต่อของแผ่นทวีปทั้งหมดที่แตกร้าวไปทั่วดาวดวงนี้ สัตว์ และมนุษย์มีวิธีทำร้ายกัน แบบดุร้ายป่าเถื่อนมากยิ่งขึ้น สัตว์ขนาดเล็กเตรียมปรับตัวรับวิกฤตดังกล่าวแล้ว และเตรียมปรับตัวเพื่อทำลายล้างมวลมนุษย์อีกด้วย โดยการสะสมถ่ายทอดโรค ที่ร้ายแรงมากขึ้น นอกจากนั้นทั่วโลกยังเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงกว่าเดิม และเกิดอุบัติเหตุที่แปลกๆ โดยมนุษย์หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ เช่น ระหว่างปีใหม่ ( พ.ศ. 2550)....หลายๆคนโต้แย้งว่า เมื่อก่อนมันก็ไหว แต่เดี๋ยวนี้มนุษย์มีการคมนาคมถึงกันรวดเร็วเลยได้ยินได้ฟังบ่อย...การเอาแต่โต้แย้งไม่กลับไปค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบก็ต้องปล่อยคนพวกนี้ไปตามยะถากรรม

ที่ผ่านมาเครื่องบินภายในประเทศอินโดนีเซียสูญหายระหว่างบินอยู่เมืองสุราเวสี ไม่สามารถค้นพบได้จนบัดนี้ สาเหตุที่มนุษย์คาดไม่ถึง ก็คือ เกิดจุดตัดสนามแม่เหล็กโลก เกิดขึ้นบริเวณนั้นพอดี เนื่องจากความไม่สมดุล จึงดูดเอาเครื่องบินลำนี้ ออกนอกมิติของโลก เข้าสู่มิติมืดที่ว่างเปล่า หรือเป็นปรากฏการณ์ที่มนุษย์เข้าใจแล้วว่า เสมือนสามเหลี่ยมเมอมิวดา

ระยะที่ 2 ตั้งแต่ พ.ศ. 2552-2556 ระยะเวลา 5 ปี โลกร้อนขึ้นด้วยอัตราเร่งสูง (จากกาซ มีเทนที่กล่าวแล้ว และรังสีแกมม่าและคอสมิคเพิ่มขึ้น และระหว่างที่โลกหยุดหมุนรอบตนเองและรอบดวงอาทิตย์ในช่วงระยะเวลานี้แถบที่เป็นเวลากลางวัน จะสว่างอยู่ตลอดเวลา และดาวหางดวงใหญ่กว่าโลก 4 เท่า มวลมากกว่าโลก 23 เท่าโคจรขาออกมาอยู่ใกล้โลกมาก เท่านั้นยังไม่พอในช่วงที่โลกหยุดหมุนรอบตนเอง หันซีกแอตแลนติกเข้าหาดาวหาง ดึงโลกทั้งใบให้เคลื่อนเข้าไปไกล้ในระยะทางเพียง 14 ล้านไมล์ โลกเข้าไปอยู่ในวงจรของดาวศุกร์ ซึ่งอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ราวกึ่งหนึ่งของโลกกับดวงอาทิตย์ ซีกโลกที่สว่างตลอดเวลาจะได้รับความร้อนเพิ่มจากดวงอาทิตย์มากทีเดียว ทำให้ชาวโลกจำนวนหนึ่งต้องตายไป) เกิดภัยพิบัติร้ายแรงขึ้นมากกว่าเดิม และต่อเนื่องจนมนุษย์ทั้งโลกหวาดกลัว กลุ่มคนที่มีจิตคิดลบ จะก่อกวนมนุษย์ด้วยความรุนแรงเหมือนไม่ใช่คน เกิดหลุมมิติมากมาย เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง อย่างที่มนุษย์คาดไม่ถึง มีการตายของมนุษย์เป็นกลุ่มใหญ่จำนวนมาก ที่อาจมากไปถึงระดับเป็นพันล้านคน ด้วยอุบัติเหตุและภัยพิบัติ ที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายวาระ ที่มนุษย์ไม่เคยคาดคิด และไม่พบหลักฐานในประวัติศาสตร์มากนัก.

...เมื่อเรายังไม่ตายก็ต้องช่วยพวกสัมภเวสีพวกนี้ ที่กำลังเคว้งคว้างตายแล้วไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน และอดอยากพลังงานบวก เราต้องนำแสงทิพย์ไปแจกจ่ายสัมภเวสีพวกนี้ให้ถึงที่เลยทีเดียว พวกเขาจึงจะได้รับพลังงานบวกหรือพลังงานบุญกุศล เพื่อให้เขามีกำลังเปลี่ยนมิติตนเองเป็นเทวดาได้ จะได้สุขสบายไปอีกระยะหนึ่ง....ช่วยเหลืออย่างเดียวไม่ต้องคิดอะไรมาก ทำงานปิดทองหลังพระไป

เหตุการณ์ปัจจุบัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 มีนาคม 2554  .....ชาวบ้านฉงน!!ปลาหลายล้านตัวเกยตื้นตายหมู่ปริศนาในแคลิฟอร์เนีย

เอเอฟพี - ชาวประมงแคลิฟอร์เนีย ต่างรู้สึกฉงนหลังพบปลาแอนโชวี หลายล้านตัวลอยมาเกยตื้นตายหมู่ ณ ท่าเรือแห่งหนึ่ง ทางใต้ของลอสแองเจลิสเมื่อวันอังคาร(8)

ใต้ท้องทะเลกำลังมีกาซมีเทน ซึ่งมีอันตรายมากกว่า คาร์บอนไดออกไซด์ 21 เท่า กำลังไล่ล่าชีวิตปลาใช่หรือไม่ ซึ่งปลาวาฬสีน้ำเงินซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำลึกฝั่งทะเลอันดามัน หนีภัยเข้ามาในอ่าวไทยซึ่งปกติไม่ใช่ที่หากินและอยุ่อาศัย เนื่องจากน้ำตื้น ประมาณ 80-200 เมตรเท่านั้น มาเกยฝั่งตาย....มันขาดอากาศจะหายใจเพียงพอ  แกซพิษขึ้นมาไล่ที่อากาศไปหมด ฝูงปลาไม่รู้จะว่ายน้ำหนีไปทางไหน บ่งบอกเราว่า แกซพิษผุดขึ้นเป็นบริเวณกว้างพร้อมๆกัน ฝูงปลาจึงว่ายน้ำหนีไม่ทัน 

นับตั้งแต่ระยองเรื่อยขึ้นมาถึงหาดพัทยาเป็นระยะตามที่เป็นข่าวท้องถิ่นเรื่อยมา และนักประมงที่ดำน้ำหาปลาที่ทะเลตรังก็พบกาซพิษเดือดปุดๆขึ้นมาจากท้องทะเลด้วยตนเอง ต้องรีบเผ่นขึ้นมาเช่นเดียวกัน ทั้งหมดนี้ปลาแอนโชวี่โดนอย่างเดียวกันหรือไม่ ท่านลองพิจารณาดู ในที่สุดก็จะไร้ปลาทะเล หมดที่อยู่ เราจะช่วยปลาทะเลและสัตว์ทะเลทุกชนิดได้โดยติดตั้งแสงทิพย์เอาไว้ในทุกๆชีวิต เมื่อมันตายลงจะได้ตามแสงทิพย์ของพระบรมธรรมบิดา ไปอยู่ในมิติที่ดีกว่าเก่า....เมื่อหนีภัยใหญ่ไม่ทัน ความตายเป็นหนทางสุดท้ายทั้งสัตว์และคน แต่คนยังมีโอกาสเตรียมทางเลือกเอาไว้ล่วงหน้า หากไม่ประมาท เอาไว้เผชิญกับความตายก่อนหมดอายุขัย

เมื่อเรายังไม่ตาย และรู้จัก พระบรมธรรมบิดา ก็สามารถนำแสงทิพย์ไปช่วยสรรพสัตว์ที่กำลังเดือดร้อนให้ไปสู่มิติที่ดีขึ้นได้ทั่วทั้ง 3โลกและทั่วอนันต์จักรวาลทีเดียว

รายงานแผ่นดินไหว ถี่และแรงในช่วงเวลาสั้นๆ

สำหรับชาวไทย ควรพิจารณาในโซนเอเซียใกล้บ้านเราก่อน บนสมมุติฐานว่าสุริยจักรวาลได้ปรับทิศการหมุนรอบตนเองใหม่เมื่อปลายเดือน มกราคม 2554 หมุนจากซ้ายไปขวา เป็นเหตุให้แมกม่าใต้โลกเปลี่ยนทางเดิน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหว และภูเขาไฟปะทุต่อไป

MAG
UTC DATE-TIME
y/m/d h:m:s
LAT
deg
LON
deg
DEPTH
km
 Region
MAP
 2.6   2011/03/09 22:41:30
 
  36.589   -121.187  4.5   CENTRAL CALIFORNIA
MAP
 2.6   2011/03/09 22:17:41
 
  35.272    -92.344  4.2   ARKANSAS
MAP
 6.5   2011/03/09 21:24:52
 
  -6.022    149.659  29.0   NEW BRITAIN REGION, PAPUA NEW GUINEA
MAP
 6.1   2011/03/09 21:22:18
 
  38.385    142.642  23.0   NEAR THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 4.9   2011/03/09 21:00:58
 
  38.267    142.580  22.5   NEAR THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 3.5   2011/03/09 20:48:31
 
  35.243    -92.397  5.9   ARKANSAS
MAP
 2.6   2011/03/09 20:06:22
 
  36.036   -117.591  1.4   CENTRAL CALIFORNIA
MAP
 6.0   2011/03/09 18:44:35
 
  38.502    143.199  23.0   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 2.5   2011/03/09 18:28:33
 
  18.470    -67.398  18.7   MONA PASSAGE, PUERTO RICO
MAP
 3.6   2011/03/09 18:25:27
 
  52.441   -174.552  167.1   ANDREANOF ISLANDS, ALEUTIAN IS., ALASKA
MAP
 6.1   2011/03/09 18:16:15
 
  38.378    142.506  22.0   NEAR THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 4.9   2011/03/09 17:57:27
 
  18.714    121.430  59.9   LUZON, PHILIPPINES
MAP
 2.5   2011/03/09 15:58:01
 
  51.810   -176.265  106.8   ANDREANOF ISLANDS, ALEUTIAN IS., ALASKA
MAP
 4.8   2011/03/09 14:24:06
 
  38.589    143.226  10.0   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.3   2011/03/09 13:57:28
 
  8.631    92.395  23.2   NICOBAR ISLANDS, INDIA REGION
MAP
 3.2   2011/03/09 13:55:24
 
  32.191   -115.277  10.0   BAJA CALIFORNIA, MEXICO
MAP
 5.1   2011/03/09 13:51:42
 
 -20.216   -174.350  132.5   TONGA
MAP
 5.0   2011/03/09 13:24:08
 
 -27.462    -68.853  108.0   CATAMARCA, ARGENTINA
MAP
 2.7   2011/03/09 12:56:36
 
  51.646   -174.029  5.0   ANDREANOF ISLANDS, ALEUTIAN IS., ALASKA
MAP
 2.6   2011/03/09 12:14:14
 
  32.619   -115.746  12.7   BAJA CALIFORNIA, MEXICO
MAP
 4.7   2011/03/09 12:03:17
 
  38.343    143.105  10.4   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.1   2011/03/09 11:27:50
 
  38.573    143.146  12.0   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 3.5   2011/03/09 11:05:09
 
  19.403    -75.384  5.0   CUBA REGION
MAP
 4.7   2011/03/09 10:13:37
 
  38.724    143.099  10.1   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 2.6   2011/03/09 09:45:13
 
  51.147   -172.586  20.3   ANDREANOF ISLANDS, ALEUTIAN IS., ALASKA
MAP
 4.8   2011/03/09 08:55:38
 
  38.667    143.055  15.6   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 3.3   2011/03/09 08:37:30
 
  18.066    -68.122  84.1   MONA PASSAGE, DOMINICAN REPUBLIC
MAP
 5.3   2011/03/09 08:02:36
 
  38.606    143.103  15.4   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.1   2011/03/09 07:56:28
 
  38.849    142.929  10.7   NEAR THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.0   2011/03/09 07:13:48
 
  38.246    143.108  9.9   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.1   2011/03/09 06:25:12
 
  38.299    143.067  10.8   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 4.9   2011/03/09 06:12:13
 
  38.681    143.022  10.0   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 4.7   2011/03/09 05:27:06
 
  37.830    145.135  10.0   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.3   2011/03/09 04:45:54
 
  38.543    142.740  27.0   NEAR THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.7   2011/03/09 04:37:04
 
  38.666    142.991  25.5   NEAR THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.2   2011/03/09 04:32:10
 
  38.727    143.001  32.1   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 3.0   2011/03/09 04:17:17
 
  34.280   -116.839  6.7   SOUTHERN CALIFORNIA
MAP
 4.8   2011/03/09 04:15:39
 
  38.857    142.658  12.6   NEAR THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.2   2011/03/09 04:05:54
 
  38.870    142.420  10.9   NEAR THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.0   2011/03/09 03:19:00
 
  38.795    142.962  19.9   NEAR THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.2   2011/03/09 03:08:36
 
  38.339    143.097  24.4   OFF THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 5.6   2011/03/09 02:57:17
 
  38.402    142.825  17.5   NEAR THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 7.2   2011/03/09 02:45:18
 
  38.510    142.792  32.0   NEAR THE EAST COAST OF HONSHU, JAPAN
MAP
 4.6   2011/03/09 01:47:47
 
  52.893    160.683  25.0   OFF THE EAST COAST OF KAMCHATKA, RUSSIA
MAP
 4.7   2011/03/09 01:30:27
 
 -19.410    171.907  19.3 

 VANUATU REGION

 

ผลของแผ่นดินไหว ในตารางข้างต้นบอกให้ทราบว่า แมกม่าใต้โลกกำลังเปลี่ยนทิศทางเดินอย่างขมักเขม่น แต่ถ้าหากมีเสียงระเบิดดังขึ้นมาด้วยอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นที่เกาะชะวาตะวันออก เมื่อ 23 ก.พ. 2554 นั้น ก็จะยิ่งน่าเป็นห่วงในเรื่องแผ่นดินถล่ม เช่นเดียวกับ sink hole ที่ได้เกิดขึ้นทั่วโลก เมื่อปีที่ผ่านมา คราวนี้จะต่างกันที่ขนาดที่ใหญ่กว่า ส่วนจะใหญ่ขนาดไหน ต้องคอยรอดูต่อไป

ผลพวงจากสุริยจักรวาลได้ปรับทิศ การหมุนรอบตนเองใหม่จากซ้ายไปขวาเมื่อปลายเดือน มกราคม 2554

คลื่นซัดต้นสนกว่า 10 ต้นล้ม ชาวบ้านเผยนายทุนถมทะเลส่งผลคลื่นเปลี่ยนทิศ   วันนี้ (10 มี.ค.) ที่บ้านสะพานหิน หมู่ 5 ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด บริเวณหน้าบ้านพักของนายบรรจง จันทร์เกษม อายุ 56 ปี มีต้นสนกว่า 10 ต้นล้มลงไปในพื้นทะเล หลังถูกคลื่นทะเลซัด โดยที่เก็บอุปกรณ์ทำประมงของครอบครัวไม่ได้รับความเสียหาย แต่หากมีคลื่นซัดมาอีกจะได้รับความเสียหายแน่นอน

ข่าวประเภทนี้นับวันจะปรากฏมากยิ่งขึ้น

จารึกวาติกัน เอ-3738 ประกอบด้วยพงศาวดารที่สำคัญของแอซเต็ก จากพงศาวดารนี้พบว่าวัฏจักรแรกต่อเนื่องกันไป 4,008 ปี และจบลงเมื่อน้ำท่วมใหญ่ วัฏจักรที่สองของรอบ 4,010 ปีนั้น สิ้นสุดลงเมื่อเกิดพายุมาทำลายล้าง ยุคที่สามของรอบ 4,801 ปี สิ้นสุดลงด้วยไฟล้างโลก ในวัฏจักรที่สี่ซึ่งยาวนานถึง 5,042 ปี มนุษย์ถึงยุคเข็ญด้วยความอดอยาก ยุคปัจจุบันเป็นยุคที่ห้า เริ่มต้นเมื่อ 751 ปีก่อนคริสตกาล....ต้องรอดูว่ายุคที่ 5 นี้จะมีภัยอย่างใดเกิดขึ้นกับมนุษย์บ้าง ?...หลายท่านคงได้ศึกษาปริศนานางมณีเมขลา 9 พ.ค. กันไปบ้างแล้ว

ชาวแอตแลนตีส รู้วิธีสกัดแร่ โอริชาลคัม โลหะที่มีค่ามากที่สุด มีสีแดง  ยกเว้นทองคำ และโอริซาลคัม ได้หายสาปสูญไป เมื่ออาณาจักรแอตแลนตีสล่มสลาย 

แผ่นจารึกของบาบิโลน เล่าเรื่องกิลกาเมซและน้ำท่วมใหญ่
 
นับว่ามีเหตุผลมากขึ้น ที่สนับสนุนว่าการอพยพล่าถอยจากแอตแลนติส ดำเนินการไปด้วยเรือมากกว่าใช้อากาศยาน หรือยานอวกาศ ซึ่งถูกสงวนไว้สำหรับผู้มีสิทธิพิเศษ ผู้อพยพเหล่านั้นได้ตั้งถิ่นฐานในอียิปต์และไพเรนีส อันเป็นบริเวณใกล้เคียง โดยให้แรงผลักดันแก่อารยธรรมของลุ่มน้ำเมดิเตอร์เรเนียน....ซึ่งผู้ที่เคยเกิดในยุคนั้น ทราบล่วงหน้าก่อนที่อาณาจักรแอตแลนตีสจะล่ม หนึ่งเดือน จึงอพยพผู้คนจำนวนหนึ่งที่เชื่อถือคำเตือนของนักบวช พากันลงเรือมาขึ้นฝั่งแม่น้ำไนล์

นอกจากมนุษย์กำลังสงสัยในการล่มสลาย ของอาณาจักรแอตแลนตีส ที่เจริญรุ่งเรืองมากในอดีต ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ซึ่งผู้รู้ในอดีตบอกไว้ว่า อีก 13,000 ปี อาณาจักรนี้จะคืนกลับมาใหม่อีกวาระ เมื่อโลกและสุริยจักรวาลปรับตัวครั้งใหม่ในยุคที่ 5 อย่างรุนแรง ประมาณปลายปี 2012 ถึง 2013 แต่ชาวโลกยังโชคดี ที่ชาวดาวอังคาร ได้บอกกับพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ เอาไว้ว่า จะพยายามช่วยลดความรุนแรงของภัยพิบัติโลกครั้งนี้ลงให้มากที่สุด...ทราบเรื่องนี้จากองค์ท่านมาหลายเดือน

ซึ่งพระอาจารย์รัตน์เพิ่งมาเปิดเผย ในงานสัมมนาเจาะลึกภัยพิบัติ ที่จัดขึ้นเมื่อ วันที่ 19 ธ.ค. 2553 ที่ ม.ศรีปทุมเกือบตลอดทั้งวัน ว่า 1 ทุ่ม ของ วันที่ 1 ม.ค. 2554 ท่านอาจารย์และคณะศิษย์จะร่วมกันส่งพลังจิต ไปเหยียบเท้าขวาของสฟิงซ์ ที่ประเทศอียิปต์ เพื่อเปิดมิติ ให้สฟิงซ์ดูดพลังงานประจุลบจากจักรวาลอันโดรเมดา ลงสู่ใต้ดิน เพื่อช่วยลดระดับความรุนแรงของการย้ายขั้วโลกเหนือใหม่ ไปที่สฟิงซ์ให้แกนโลกใหม่ชี้ไปทางทิศตะวันออก เพื่อช่วยรักษาชีวิตของพลโลกเอาไว้เพิ่มมากขึ้น...วิธีช่วยเหลือพลโลกให้รอดชีวิตมากขึ้นของช่าวดาวอังคารเพิ่งเปิดเผยโฉมกลางงานสัมมนาครั้งนี้เอง...ต่อมาในวันที่ 2 ม.ค. ผู้ที่หันไปทางที่ตั้งสฟิงซ์ จะพบว่าสฟิงซ์ดูดประจุลบลงสู่ดิน ดำทะมึนน่ากลัว ลักษณะเป็นเกลียวแบบเดียวกับพายุทอร์นาโด จนถึงวันที่ 8 ม.ค. จึงยุติ....สฟิงซ์หมดพลังงาน!!

และท่านอาจารย์รัตน์ ยังได้กล่าวเชิญชวนให้ผู้สนใจ ลองหันหน้าไปทางทิศตะวันออก นึกถึงเท้าขวาของสฟิงซ์ ที่ประเทศอียิปต์ ขอให้สฟริงซ์ดูดสิ่งเลวร้ายทั้งหลายในร่างกายของเราลงสู่ใต้โลก ลดสาเหตุความเจ็บป่วยขัดข้องต่างๆออกไป ในวันที่ 2 ม.ค. 2554 แล้วท่านจะสัมผัสแรงหมุนได้ด้วยตัวของท่านเอง เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ที่ทุกคนลองพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง..

(เมื่อตอนงานอบรมวิปัสสนา ที่เค ยูโฮม ต้นเดือน กันยายน พระอาจารย์รัตน์ ได้พูดถึงการสร้างเสมาธรรมจักร ใหญ่ขึ้นมาที่วัดดอยเกิ้ง ใช้แร่พิเศษนอกโลก เป็นส่วนประกอบ และบอกผู้ที่เดือดร้อนต่างๆ ให้นึกถึงช่องตรงกลางหรือดุมของธรรมจักรที่หน้าวัดดอยเกิ้ง อธิษฐานจิต ให้ดุมตรงกลางหมุน เพื่อบรรเทาอาการไม่สบายต่างๆในร่างกายออกไป โดยหันธรรมจักรออกนอกตัว แต่พระอาจารย์ไม่ได้บอกว่า จะใช้ในทางประกอบอาชีพด้วยหรือไม่ และท่านอาจารย์รัตน์ ยังได้นำแร่พิเศษที่พบนี้ มาสร้างพีระมิดขนาดต่างๆ ทั้งที่พกพาได้ และขนาดใหญ่ ประมาณ 8 นิ้ว ใช้ในเครื่องฟอกอากาศ และใช้เรียกฝน เมื่อตอนแล้ง 2553 ได้บริจาคออกไปแล้วจำนวน 42 เครื่อง ส่วนรอบๆบริเวณวัดดอยเกิ้งในรัศมี 19 กม. มีฝนตกชุ่มชื้นโดยทั่วกัน จากเครื่องเรียกฝนที่ติดตั้งเอาไว้ที่วัดดอยเกิ้ง

ส่วนชาวแม่สะเรียงโชคดี มี น้ำพีระมิด ดื่มช่วยบรรเทารักษาโรคต่างๆให้หายขาดได้ ส่วนภาคอื่นยังไม่สะดวกในการหาซื้อนัก น้ำพีระมิด วัดพลังงาน ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ บวก 14 มีพลังงานสูงมาก น้ำอาร์โอ มีค่าพลังงานเท่ากับศูนย์ ส่วนน้ำที่ผ่านโอโซนมีค่าติดลบ 4 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากอินเทอร์เน็ต ในเรื่องน้ำพีระมิด หรือที่ลิงค์นี้)

(เท่าที่ได้ทราบมา การสร้างสฟิงซ์ในอดีต เมื่อหมื่นกว่าปีที่แล้วไม่ธรรมดา บรรจุไว้ด้วยวัตถุประสงค์หลายอย่างที่ยิ่งใหญ่ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต ให้แก่โลกและอาณาจักรของชาวแอตแลนตีส และเคยเป็นสถานีเติมพลังงานให้แก่ชาวดาวอังคารที่มีภารกิจบนโลกดวงนี้  สฟิงซ์สร้างด้วยหินก้อนเดียวใหญ่โตมโหฬาร ยาว 73 เมตร สูง 23 เมตร หนักเหลายร้อยตัน มีหัวและหน้าเป็นรูปหัวหน้าใหญ่ของชาวโลกอังคาร ซึ่งชาวโลกนี้มีพัฒนาการในด้านเทคโนโลยี่และทางจิตล้ำหน้าชาวโลกไปหลายร้อยเท่าตัว...ได้มาสอนวิธีให้ชาวโลกในการใช้พลังงานถึง 7 เลเยอร์ เหนือกว่านิวเคลียร์ขึ้นไปอีก 2 เลเยอร์ เมื่อท่านอาจารย์รัตน์ชี้แหล่งขุมทรัพย์ให้เราได้ทราบแล้ว และเมื่อท่านสัมผัสได้ด้วยตนเองในวันที่ 2 ม.ค. 2554 นั้น เราก็ทำบ่อยๆในวันต่อๆมาเพื่อผลประโยชน์ของเราเอง)

น้ำแข็งขั้วโลกละลาย พื้นโลกบางส่วนยุบตัวลง เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด อากาศร้อนขึ้นอย่างมาก ตามปริมาณของกาซคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อ 50 ปีที่แล้วจะอยู่ที่ 280 พีพีเอ็ม มาต่อเนื่องเป็นศตวรรษ เพิ่งมาขยับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อโลกเปลี่ยนระบบมาเป็นทุนนิยม เน้นในภาคอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น ซึ่งในไม่ช้าโลกจะถึงจุดวิกฤต คาร์บอนไซด์ออกไซด์ ที่ 450 พีพีเอ็ม ซึ่งท่านจะสังเกตเห็นในกราฟ ที่ตั้งชันมาก ไต่ไปสู่จุดวิกฤต ระดับความเข้มของกาซคาร์บอนไดออกไซด์ จะเป็นตัวชี้วัดร่วมกับการเกิดภัยพิบัติต่างๆบนโลกใบนี้ ในด้านช่วงระยะเวลา ในทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกและนาๆจักรวาลเช่นพระพุทธองค์ทรงได้พยากรณ์ผลที่โลกจะได้รับเอาไว้ล่วงหน้า ด้วยญาณหยั่งรู้นั่นเอง ...

เอ็ดการ์ เคย์ซี่ นักพยากรณ์เอาไว้เป็นหมื่นๆเรื่อง ผู้มีชื่อเสียงของอเมริกา ทำนายเอาไว้ว่าโลกจะมีน้ำทะเลสูงขึ้นถึง 7 เมตร ส่วนนักวิทยาศาสตร์ ได้ทำวิจัยพบว่าหากน้ำแข็งหมดไปจากเกาะกรีนแลนด์ ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นอีก 6 เมตร แล้วอย่างนี้ประเทศเจ้าของเกาะนี้จะได้ใช้ประโยชน์เสียทีหรือเปล่าไม่ทราบ

สำหรับผู้ที่ยังปฏิบัติธรรม ไปไม่ถึงจุดที่จะใช้ญาณหยั่งรู้ได้ ก็จำเป็นต้องรับฟังเอาไว้ แล้วเฝ้าติดตามเหตุการณณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่จะทะยอยเกิดขึ้นเป็นลำดับ จนในที่สุดทุกคนจะทราบว่ามันมาถึงประตูบ้านของทุกๆคนเข้าแล้ว

ดึกแล้ว ในวันนี้ 25 ต.ค. 2553 เวลา 22.50 น. SMS เตือนภัย ของ ดร.สมิทธ แจ้งเตือนว่า เกิดแผ่นดินไหว ที่ใกล้เกาะสุมาตรา 7.1 M ที่บริเวณนี้จะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ตามมาเป็นระลอก ค่อนข้างถี่ แหกตำรานักธรณีฟิสิคส์ จนหมดความหมายที่ได้ศึกษามาทีเดียว มันไม่ทิ้งระยะเวลาเป็นช่วงร้อยปีอย่างในตำรา แต่ห่างเป็นสัปดาห์ เดือนเป็นปีเท่านั้น และไหวแรงๆด้วย ....ในช่วงท้าน Trimester ในช่วง 19-22 ธ.ค. คุณ Zeta เกริ่นๆถึง Christmas Hammer ยังไม่ทราบว่าจะลงที่จุดไหน แต่เมื่อ 7 ธ.ค. ทางอินโดนีเซีย ก็ขนย้ายคนรอบๆภูเขาไฟออกไปให้พ้นเขตอันตารยหลายหมื่นคน บ่งชี้ว่าแผ่น อินโด-ออสเตรเลีย ไม่ได้อยู่นิ่งเฉยยังคงเคลื่อนตัวเข้าบีบอัดแผ่น Sunda Plate ตลอดเวลาและเกิดแผ่นดินไหวขนาดกลางตามรอยต่อของแผ่น Sunda Plate ต่อเนื่องตลอดมาเพิ่มความเป็นอิสระให้แก่แผ่น Sunda Plate เอียงตัว และแผ่น อินโด-ออสเตรเลีย ยังกระดกตัวทางนิวซีแลนด์ ยกน้ำทะเลขึ้นมาท่วมในพื้นที่รัฐ ควีนแลนด์อีกวาระหนึ่ง

เหตุคลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 53ที่ผ่านมา ได้คร่าชีวิตชาวอินโดนีเซียไป 430 ราย ในช่วงเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากภูเขาไฟเมราปีระเบิด ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 รายในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้ชาวบ้านอีกกว่า 100,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่...ผจก.ออนไลน์ 7 พ.ย. 53

และอากาศหนาวก็มากขึ้นเช่นกันของแต่ละพื้นที่ จะเริ่มมีพื้นที่ ที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยของมนุษย์น้อยลง ความแห้งแล้งมากขึ้น (แต่ประเทศไทยค่อนข้างโชคดี ที่มีสิ่งประดิษฐ์พิเศษ เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ สำหรับเรียกฝนให้ตกลงมา ใช้น้ำจากฟ้าราคาถูก ให้แก่พี่น้องเกษตรกร ที่แล้งนี้ 2553 ได้เข้าไปช่วยพี่น้องหลายๆแห่ง ถึง 42 ชุดแล้ว ในรัศมีทำการ 19 -30 กม.ต่อเครื่อง และสามารถควบคุมปริมาณน้ำฝน ให้พอเพียงแก่การเกษตรเท่านั้น ไม่ต้องให้ถึงกับตกหนักเกิดน้ำไหลบ่า แต่อย่างใด) น้ำในทะเลยกระดับสูงขึ้นจากสาเหตุการยุบตัวของโลก และมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังหดตัวเพิ่มขึ้น เอื้อให้มหาสมุทรแอตแลนติคขยายตัวกว้างขึ้น แผ่น อินโด-ออสเตรเลีย เคลื่อนตัวมุดเข้าใต้ฮิมมาลาย่ามากขึ้น เปิดช่องว่างให้แก่ท้องมหาสมุทรอินเดีย ให้แผ่นอาฟริกาเคลื่อนตัว น้ำแข็งขั้วโลกละลาย และการนำน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้สมทบด้วยอีกแรงหนึ่ง เริ่มเกิดโรคระบาดจากเชื้อไวรัส และแบคทีเรียที่ผุดมาจากดินที่ไม่เคยมีมาก่อน เชื้อเหล่านี้ทนทานต่อการทำลาย เพราะปรับตัวจากที่ที่เย็นจัดหรือปรับตัวจากที่ที่ร้อนจัดจึงทนต่อสภาวะที่ เปลี่ยนไป

ผลที่ตามมาจากพลังเส้นแรงแม่เหล็กท่วมโลก  สิ่งหนึ่งที่จะนำมาพูดถึง  ความร้อนทำให้เชื้อโรคใหม่หลายร้อยชนิด ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ส่วนยุงก็จะมีพิษมากขึ้น แมลง ตัวเล็กๆ ที่เปลี่ยนแปลงเป็นดุร้ายขึ้น ยุงจะนำพาเอาเชื้อโรคชนิดหนึ่ง มาทำลายล้างมนุษย์ เมื่อกัด จะมีอาการตัวร้อน ร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ คนที่อ่อนแอจะตายภายใน 1 วัน อาการที่ปรากฏก็คือ เป็นไข้สูง ช็อก และหัวใจวาย คนที่มีความแข็งแรง จะสามารถทนอยู่ได้ประมาณไม่เกิน 3 วัน

ยุง กินเลือดเป็นอาหาร และแพร่เชื้อโรคได้
ตัวคุ่น หรือ black fly

ส่วนแมลงอีกชนิด หนึ่งที่มีพิษที่ต้องระวังมากๆ ก็คือ ตัวลิ้นทะเล ริ้นดำ หรือที่มนุษย์ทางภาคเหนือเรียกว่า ตัวคุ่น ตัวเล็กกัดแล้วจะทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นที่ผิวหนัง ต่อไปก็จะลุกลามเข้าสู่น้ำเหลือง เลือด และเข้าสู่หัวใจได้เช่นเดียวกัน ตั้งแต่ถูกกัดและมีอาการจนถึงเข้าสู่หัวใจจะใช้เวลา 7 วัน...แมลงเหล่านี้ชอบความมืด และเสื้อผ้าสีคล้ำๆ 

88042


การเพิ่มขึ้นของความหนาแน่นของคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งโลกในปี 2007 นั้นผูกอยู่กับ ปี 2005 ในฐานะจุดสูงสุดที่สามตั้งแต่การวัดค่าชั้นบรรยากาศเริ่มขึ้นในปี 1958 ซึ่งเส้นสีแดงแสดงให้เห็นถึงการทิศทางที่เป็นไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงตาม ฤดูกาล และเส้นสีดำก็บ่งชี้ถึงทิศทางที่เกิดขึ้นเมื่อไม่คำนึงถึงวัฏจักรของฤดูกาล ( ภาพจาก NOAA )

ระยะที่ 3 ตั้งแต่ พ.ศ. 2557-2561 ระยะเวลา 5 ปี โลกร้อนขึ้นด้วยอัตราเร่ง จนกระทั่งเกิดโลกย้ายขั้ว ในปี 2555 นำขั้วโลกเก่าไปไว้แนวเส้นศูนย์สูตร น้ำแข็งขั้วโลกเก่าจะละลายหมดในระยะเวลา 2 ปี ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มมากขึ้น 675-700 ฟุต ส่วนพื้นที่ประเทศไทยยอยู่ในโซนแผ่นดินยืด และจะทรุดตัวลง 40 ฟุต

เฉพาะพื้นที่ประเทศไทยนั้น เหลือทางภาคเหนือ เลยและชัยภูมิบางส่วน ภาคอีสาน ส่วนใหญ่จะถูกน้ำทะเลเพิ่มระดับขึ้นมาท่วม มนุษย์จะเผชิญกับสภาพฤดูกาลผสมพืชปรับตัวตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่ทัน ผลิตข้าวปลาอาหารไม่ได้ ทำให้คนอดอยาก และยังพบโรคใหม่กับสัตว์สายพันธุ์ต่างๆดุร้ายเพิ่มขึ้น และมีพิษแรงขึ้น คร่าเอาชีวิตมนุษย์ทั่วไป  ได้รับอันตรายมากขึ้น

map

สิ่งแวดล้อมโลกที่กำลังเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว แสดงออกให้มนุษย์ได้รับรู้อย่างต่อเนื่อง ส่วนสิ่งที่พระพุทธองค์ กล่าวไว้ในพุทธพยากรณ์ ใน พ.ศ. 2507 หรือ เท่ากับ พ.ศ. 2555 ที่ปัจจุบันใช้อยู่ โลกก็จะถึงรอบเรียงตัว กันนับสิบดวง พร้อมๆกับดาวหางดวงโตใหญ่กว่าโลก 4 เท่า ที่จะมาร่วมขบวนด้วย ....ศึกษารายละเอียดต่อ

ในหัวข้อ 'คนจะเปลี่ยนจากเดินเป็นคลาน' ในปี พ.ศ. 2555 ในพุทธทำนายนั้น ลองมาวิเคราะห์ไปตามอาการ ที่พระพุทธองค์ตรัสเอาไว้...ตามธรรมดาคนเดิน 2 ขาอยู่บนแผ่นดิน ซึ่งมีความมั่นคงตลอดมา แต่อยู่มาใน พ.ศ. นี้ จะต้องลงคลาน

  • เหตุแรกที่จะเป็นเช่นนั้นได้ แผ่นดินต้องเกิดการสั่นไหวโยกคลอนจนคนไม่สามารถจะทรงตัวเดินได้ จะเคลื่อนย้ายไปที่ไหนจึงต้องลงคลานไป เกิดโลกย้ายขั้วไป 90 องศา เวลาหยุดกึ๊ก ยิ่งกว่านั่งอยู่บนรถยนตร์คันใหญ่ ที่หยุดลงอย่างกระทันหัน
  • ส่วนอีกประการหนึ่งเราอาศัยอยู่บนแผ่นดิน ก็มีลมมีอากาศ หากอากาศแปรปรวนมาก เกิดลมพัดแรงจนคนเดินต่อไปไม่ได้จึงต้องลงคลาน
  • ส่วนอีกสาเหตุมีอุปสรรคจากการเกิดน้ำท่วมอย่างมากไปทุกที่ จนไม่สามารถเดินได้ ต้องลงคลาน แต่สาเหตุจากน้ำนี้ ไม่น่าคลานน่าจะเป็นการว่ายน้ำมากกว่า
  • ส่วนเกิดเพลิงไหม้ ควันคลุ้งไปหมด จะไปไหนมนุษย์ต้องคลานหลบควันให้จมูกอยู่ติดดินที่สุดเพื่อให้มีโอกาสหายใจได้ มาจากลูกไฟในอากาศ และฝนเพลิงในบางแห่ง และภูเขาไฟต่างๆเกิดระเบิดพร้อมๆกัน เปลือกโลกแผ่นต่างๆพากันเคลื่อนตัวไปทั้งโลก
  • อีกประการหนึ่งหากโลกถูกแรงดึงดูดของสนามแม่เหล็ก ของดาวหางดวงใหญ่ที่โคจรสวนทางกับโลก ทำให้โลกหยุดหมุนรอบตนเอง และย้ายขั้วเกิดขึ้น ภาวะเส้นแรงแม่เหล็กแปรปรวนอย่างหนัก โลกจะเพิ่มแรงโน้มถ่วงมากขึ้นชั่วคราวตอนหบุดกึ๊กก็ได้ และหากในช่วงนั้นเกิดในช่วง Trimester ที่มีพายุสุริยะรุนแรงด้วย โลกก็จะยิ่งได้รับผลกระทบมากกว่าปกติ

ทั้ง 5 สาเหตุผิดปรกติ ที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสผลเอาไว้เพียงสั้นๆ สาเหตุอันเกิดจากแผ่นดินไหว พายุรุนแรง ฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายวัน หลายสัปดาห์ มีโอกาสเกิดขึ้นจากการกระทำจากนอกโลก ดาวหางดวงใหญ่ ที่เข้ามมาใกล้โลกเพียง 14 ล้านไมล์ อยู่ระหว่างดวงอาทิตย์และโลก

ตั้งแต่ปลายปี 2010 เป็นต้นมาโลกตกอยู่ในวังวน สนามแม่เหล็กของดาวหาง หรืออยู่ในถ้วยเอ๊ดดี้ ไม่สามารถโคจรรอบดวงอาทิตย์ได้ตามปกติ แต่ยังโชคดีที่โลกยังเปลี่ยนฤดูกาล โดยได้รับการสงเคราะห์จากชาวต่างดาว ที่เข้ามาช่วยเหลือโยกแกนของโลกให้เอียงประหนึ่งโลกกำลังโคจรรอบดวงอาทิตย์เช่นเดิม....ที่มนุษย์หมั่นแผ่เมตตาออกไปไม่มีประมาณ นั้นก็คุ้มค่า ที่มนุษย์โลกนี้ไม่อยู่โดดเดี่ยว

ภูเขาไฟขนาดใหญ่ปะทุมาในอดีต ที่มันหลับไหลไปนาน คราวนี้ก็จะกลับมามีชีวิตชีวาพ่นเปลวเพลิงขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง  28 เม.ย. 2555 พระแม่กวนอิมเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกๆ ในช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคมของทุกๆปี เป็นช่วง Trimester ที่โลกได้รับพลังงานสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์รุนแรงที่สุดของปี แต่ในปีนี้ยังมีสนามแม่เหล็กที่ทรงพลังของ Planet X ที่มาจอดคอยอยู่ไมไกลจากโลกมาเพิ่มเข้าไปอีกด้วย พร้อมทั้งบริวารดวงจันทร์ใหญ่ๆอีกหลายโหลเป็นบริวารอยู่ในปีกทั้งสองข้าง มีฝุ่นออกไซด์ของเหล็กสีแดงล้วนมีประจุ ฟุ้งอยูโดยรอบแกนกลางนับแต่เดือนมีนาคม 2555 ชาวโลกก็อาจได้เห็นดาวหางมาปรากฏตัวมองเห็นได้ตาเปล่าทั้งกลางวันและกลางคืน ใหญ่พอๆกับดวงจันทร์ ด้วยหางอันยาวใหญ่โบกสบัดดุจพญามังกร ที่คนในสมัยโบราณได้บันทึกเอาไว้

เกาะใต้ของญี่ปุ่นแผ่นดินจะแตกแกใกล้ภูเขฟูจี และแผ่นฟิลิบปินส์จะตะแคงตัวดั้นทะลุขึ้นมาเป็นภูเขาลูกใหม่ พร้อมเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 7-8 ริกเตอร์ พร้อมคลื่นสึนามิตามมา แผ่นฟิลิบปินส์และแผ่นแปซิฟิกยังเคลื่อนไปกดดดันแผ่นใต้เกาะญี่ปุ่นทางเกาะเหนือเกิดภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหวรุนแรงมากกว่าเกาะใต้ ส่งคลื่นสึนามิไปถึงสหรัฐฯและแคนาดา

ผลพวงของแผ่นดินไหวที่เกาะญี่ปุ่นคราวนี้ ส่งผลให้แผ่น อินโด-ออสเตรเลีย ปลดเบรค เคลื่อนตัวมาข่มทับแผ่น Sunda Plate ที่อินโดนีเซียตั้งอยู่ จมลงทันทีเต็มพิกัด 80 ฟุต ที่ขอบประเทศด้านใต้ติดกับออสเตรเลีย ประเทศไทยตั้งอยู่บนส่วนกลางแผ่น Sunda Plate ก็จะจมตามหลังอินโดนีเซียไปเงียบๆ 40 ฟุต ใน 1-2 ชั่วโมง โดยไม่ปรากฏสัญญานใดๆให้เห็น ตรงตามที่พระแม่กวนอิมตั้งข้อสังเกตเตือนลูกหลานให้ตระหนักล่วงหน้า

ผู้ที่อยู่บนพื้นที่เสี่ยง เสมือนอยู่ในบ้านที่โย้เย้ใกล้พังเต็มทน นั้น ควรติดตามเฝ้าระวังในเรื่องข้างต้นอย่างยิ่ง

ความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ หากมนุษย์จะเตรียมตัวรับมือล่วงหน้าก็จำเป็นต้องมองหาทำเลที่ตนเองจะปลอดภัยอยู่บนผืนโลกนี้ เผื่อเอาไว้เป็นทางหนีทีไล่ ระหว่างที่ทำงานต่างๆไปก็เฝ้าจับตาสิ่งแวดล้อมต่างๆทำไมถึงเปลี่ยนแปลงไปด้วย เพื่อให้ทราบวงรอบต่างๆของผลที่เกิดขึ้น ไม่ต้องไปเชื่อตามสิงใดๆที่เป็นข่าว

ตามที่คุณสุมิตร อดีตพนักงานขององค์การนาซ่าได้นำมาเปิดเผย ดังนั้นการมองหาทำเลที่ปลอดภัยในแต่ละประเทศจึงเป็นเรื่องที่น่าพิจารณา

ส่วนคนอีกจำพวกที่มีห่วงทรัพย์สินเงินทองนั่น ไม่ต้องพูดถึงพวกนี้ไม่ยอมเคลื่อยย้ายไปที่ไหนทั้งนั้น เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2554 ได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระอาจารย์ท่านครูบาอินทร เจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง ที่จ.ลำพูน ท่านเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เดือน มกราคม ปีนี้เป็นต้นไป จะเหนื่อยกันทั่วโลก จะมีเหตุการร้ายๆต่างๆเพิ่มขึ้นไปตลอด จากเล็กไปใหญ่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา ท่านพูดถึงสาเหตุนั้นมาจากการใช้คลื่นดิจิทอล ทุกชนิดของมนุษย์จะเป็นตัวเร่งให้ภัยธรรมชาติร่นเข้ามาเกิดเร็วขึ้น

ซึ่งปัจจุบัน พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ ได้พบว่ากาแลกซี่อันโดรเมดา ซึ่งเป็นกาแลกซี่ใหญ่กว่าทางช้างเผือก และไตรแองกุลัม ที่สุริยจักรวาลเป็นสมาชิกอยู่ ได้ส่งพลังงานคลื่นประจุลบจำนวนมหาศาลลงมายังโลก และท้องทะเล พลังงานเหล่านี้จะมาผสมโรงกับพลังงานคลื่นแม่เหล็กที่คลุมโลกอยู่ก่อนแล้ว ที่เรารู้สึกว่าร้อนผิดปรกติมา 10 กว่าปีอีกด้วย ทุกๆสาเหตุของจักรวาลที่มีผลต่อโลกเรานั้น จะมาร่วมกันสร้างความปั่นป่วนเกิดภัยพิบัติขนานใหญ่ ตามที่พระพุทธองค์ทรงสรุปเอาไว้สั้นๆ แต่ภายในนั้นมีสาเหตุต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ตามที่นำมาแบ่งปันกัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการบริหารชีวิตของตน และครอบครัว หากท่านเห็นว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นได้

พระอาจารย์รัตน์พบในสมาธิ เมื่อ 1 ก.พ. 2554 ว่าขณะนี้ สุริยจักรวาลที่เดินๆหยุดๆมาตั้งแต่ 2 เม.ย. 52 นั้น ได้กลับมาหมุนรอบตนเองเป็นปกติแล้ว แต่หมุนกลับทิศจากซ้ายไปขวา จะทำให้คนไม่เคยชินเวียนศรีษะ และหกล้มง่าย มีความดันโลหิตสูงขึ้น น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มมากขึ้น เช่นที่ปรากฏที่อ่าวพัทยา และชายทะเลสงขลา และที่อื่นๆ  แมกม่าเปลี่ยนทางเดิน จะเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟปะทุถี่ขึ้นทั่วโลก

ส่วนโลกรอการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมใหม่ของจักรวาลต่อไป ซึ่งจะกินเวลาพอๆกับสุริยจักรวาลก็ได้ ในโอกาสที่มีดาวหางโคจรผ่านมาวนรอบดวงอาทิตย์ และมีวงโคจรเกือบจะเกือบจะเกี่ยวกับวงโคจรของโลกสวนทางกัน จึงมีอิทธิพลในด้านแรงดึงดูดต่อโลก และยังนำเศษขยะก้อนเล็กๆเท่าเม็ดทราย จนไปถึงขนาดรถบรรทุกมาฝากชาวโลกด้วย นอกเหนือจากลูกเห็บเม็ดโตๆ และฝนเพลิงในบางพื้นที่ พร้อมฝุ่นสนิมเหล็กสีแดงทั่วท้องน้ำ

เริ่มตั้งแต่ เดือนมีนาคม 2555 เป็นต้นไป และหลวงปู่เทพโลกอุดรได้เตือนไว้ล่วงหน้าว่าจะมีดาวเล็กมาปะทะโลกอีกด้วย ในอดีตนอสตราดามูส เห็นดาวที่กำลังลุกไหม้แดงฉานประมาณ 1 ไมล์ตกลงบนทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และแอตแลนติกใกล้ชายฝั่งอเมริกาอย่างละลูก ส่วนลูกที่ตกลงในเมดิเตอร์เรเนียนใหญ่กว่าระเบิดนิวเคลียร์ 1,000 เมกกะตัน ในอดีตอเมริกันทิ้งระเบิดที่ญี่ปุ่นขนาดประมาณ 4-5 เมกกะตันเท่านั้น...ดาวตกครั้งนี้จึงเกิดความเสียหายกว้างใหญ่ทีเดียว คงต้องรอดูกันไป ทั้ง 2 แห่งอยู่ไกลประเทศไทย

สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวย่านเอเชียและอินโดนีเซีย ชาวน้ำในมิติที่ 4 และ 5ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งสุดท้ายด้วย Crop Circle ที่ผืนนาในอินโดนีเซีย เมื่อต้นเดือน มกราคม 2554 ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับที่เคยส่งสัญญาณลักษณะคล้ายๆกันกับชาวมายาในอดีต 5 พันปีมาแล้วก่อนเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ต่อมาจนชาวมายาหายสูญพันธุ์ไป

เมื่อเร็วๆนี้คุณ พงศ์สันต์ เข้าไปในกูเกิลเอิร์ท ระหว่างเฝ้ารออะไรบางอย่างอยู่ยังไม่ได้เคลื่อนเฟรมไปไหน ได้มีเลเยอร์พิเศษเลื่อนเข้ามาทับภาพที่กำลังดูอยู่ และต่อมาได้พบปรากฏให้ชมในหลายจุดของโลก จึงส่งภาพมาให้ชมทางอีเมล์ ได้ดูไปพิจารณาไป แปลกใจว่าทำไมกากบาทสีแดงใหญ่โตพวกนี้ ไปปรากฏอยู่เหนือสถานที่มีปัญหาต่างๆ ที่คุณ Zeta ได้พยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าเอาไว้

กทม.ก็มิใช่จะน้อยหน้า CA มีภาพกากบาทสีแดงอยู่เหนือ กทม. ด้วยเช่นกัน โดยขาข้างซ้ายพาดผ่านภาคใต้ตลอดแนวทีเดียว คราวนี้เป็นการเตือนลงไปยังพื้นที่ ที่กำลังมีปัญหาเลยทีเดียว ยิ่งกว่าเตือนด้วย Crop Circle ขอบคุณ ชาว UFO ในความปรารถนาดีจากจิตใต้สำนึก

แผ่นดินไหวและเสียงบูมกระหึ่มใต้ดินที่อินโดนีเซีย

24  ก.พ. 2011

เสียงดังใต้ดินยังปรากฏต่อเนื่อง บ่งบอกว่าแมกม่าใต้โลกกำลังปั่นป่วน ปรับทิศการไหลเวียน ต่อเนื่องมาจากสุริยจักรวาลได้ปรับการหมุนรอบตนเองใหม่ มาตั้งแต่ 1 ก.พ. 54 ที่พระอาจารย์รัตน์พบในสมาธิก็ได้ หากเป็นไปตามที่คาดหมายเหตุการณ์จะสะท้อนไปถึง Crop Circle ที่ชาวดาวอังคารส่งคำเตือนสุดท้ายเอาไว้ที่ผืนนาในอินโดนีเซียนั้น ใกล้ที่จะเกิดขึ้นจริงกับพื้นที่ในโซนนี้??

ที่จะเกิดทั้งแผ่นดินไหว แล้วเกิดภูเขาไฟปะทุอย่างรุนแรง ก่อนที่แผ่นดินของเกาะต่างๆจะจมทะเลหายไปใต้น้ำ เกิดปรากฏการณ์น้ำท่วมฟ้าปลากินดาว เช่นเดียวกับคำพูดของคนโบราณได้กล่าวเอาไว้นานแล้วกระมัง!!!

Indonesia Trengalek: Mysterious Tremors Still Continues

2011 Voice Phenomena bang Terri Terri Land in Mysterious Tremors Still Continues PVMBG investigated. Trengalek, East Java - Voice bang and roar 'terrorized' residents in Trenggalek District, East Java. No half-hearted, thunderous boom is heard in seven districts. Vibration Trenggalek see 2011 bang PVMBG Info Similar Tectonic Earthquake Phenomena Strange Vibrations in Psychology and Infant Formula Containing Announcement List sakazakii Bacteria Menkes BPOM IPB Refuse And Milk Formula Birthdays will be examined.

"There is a boom or a rumbling sound coming from under the ground," the head of the Earthquake and Land Movement, Center for Volcanology and Geological Hazard Mitigation (PVMBG) Bandung Gede Suantika Wednesday in a written message Wednesday, February 23, 2011.

มีเสียงดังตูมๆใต้ดิน ใน พื้นที่ 7 ตำบล พร้อมกับมีแผ่นดินแยก และยุบเกิดขึ้นด้วย ทางการด้านธรณีวิทยาของอินโดฯกำลังเข้าไปทำวิจัย เสียงประหลาดที่กล่าว คาดว่าจะอยู่ในพื้นที่ 3 วัน เพื่อหาสาเหตุที่มาของเสียงดังน่ากลัวใต้ดิน ที่ปรากฏต่อเนื่องหลายวันแล้ว

ส่วนในปี พ.ศ. 2508 ในศิลาจารึกหรือ พ.ศ. ปัจจุบันที่คาดเคลื่อน เท่ากับ 2556 โลกจะประสบเหตุภัยพิบัติต่างๆ อย่างรุนแรง ทั่วโลก ท่านที่สนใจ ศึกษารายละเอียดได้ จากนางมณีเมขลาพยากรณ์ สำหรับพยากรณ์ของมณีเมขลา ที่ทำนายพายุนากีซ ในพม่าถูกตรงในทุกประเด็นเอาไว้ล่วงหน้า 9 ปี การผูกดวงของพระองค์ท่านแม่นยำทีเดียว

สำหรับช่วงท้าย ที่เว้นออกไปอีก 4 ปี ใน พ.ศ. 2560 ที่โลกจะดิ่งสู่หายนะ ต้นทางของเหตุภัยพิบัติทั่วโลกอาจมาจากน้ำแข็งและหิมะที่บริเวณขั้วโลกเก่าละลายหมด ทำให้พื้นที่ภาคอิสานจมน้ำไปแทบทั้งหมด นานหลายศตวรรษ

และในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจทั่วโลกจะล่มสลาย จากการเกิดภัยพิบัติขนานใหญ่ต่อเนื่องยาวนาน เป็นสาเหตุที่หลายๆประเทศที่ยังมีอาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังรบอยู่ ก็จะหวนกลับมาทำสงครามแย่งชิงผลประโยชน์เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดกันอีกเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็อาจเป็นไปได้ ตามที่เซียนหมอดูทั้งหลายเกรงๆกันว่ามีแนวโน้มที่โลกจะทำสงครามกันอีกวาระหนึ่ง ให้เกิดการล้มตายมากยิ่งขึ้น...มีผู้ถามปัญหานี้กับคุณ Zeta ได้รับการพยากรณ์ว่า โลกจะอดอยากขาดแคลนอาหารจนไม่มีโอกาสจะมารบพุ่งกัน ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับผู้ที่รุกราน มีแต่ยิ่งเพิ่มปัญหาให้ต้องดูแลรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น

เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2556 และ 2560 นั้น ยังไม่ค่อยน่าเป็นห่วง เอาเป็นว่า เราจะรอดมีชีวิต ในปี 2555 ไปก่อนหรือไม่ ที่เหลือแล้วจึงค่อยมาว่ากัน

สำหรับอุทกภัย แผ่นดินไหว และอื่นๆ ลองแวะอ่านรายงาน จากหลายๆประเทศ ในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน แล้วจะเห็นความผิดปกติของธรรมชาติ ที่ชัดเจน ที่ลิงค์นี้

ภาพศูนย์กลางแผ่นดินไหวทั่วโลก ในช่วง พ.ศ.2506-2541

หากท่านสังเกตแนวรอยต่อรอบๆปลายแผ่นยูเรเซี่ยน หรือ Sunda Plate ที่เป็นลิ้นยื่นลงมาทางใต้ มีอินโดนีเซียตั้งอยู่ปลายลิ้น จะพบว่าสภาพรอยต่อของแผ่นนี้หลุดเลื่อนออกจะเป็นอิสระพร้อมแล้วต่อการพลิกและจมลงเมื่อแผ่น อินโด-ออสเตรเลียที่อยู่ติดกันทางด้านทิศตะวันตกเลื่อนเข้ามาข่มทับ ปัจจุบันปลายแผ่น อินโด-ออสเตรเลีย กำลังยกตัววิดน้ำเข้าไปท่วมพื้นที่ของรัฐควีนแลนด์อีกรอบที่สองในปี 2554 ท่วมต้นปีและท้ายปีเลยทีเดียว

ในหลวง"ทรงเตือนคนไทย-รับภัยพิบัติ     วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6390 ข่าวสดรายวัน

ในหลวง ทรงมีพระราชดำรัสแสดงความเป็นห่วงเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทรงให้เตรียมพร้อม ประเทศไทยอาจเกิดแผ่นดินไหวได้ เป็นสิ่งที่น่ากลัว ให้เตรียมตัวเตรียมใจรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งทรงเล่าเคยประสบมาแล้วที่เชียงใหม่ ทรงแนะนำให้ฟังผู้เชี่ยวชาญถึงวิธีการรับมือ นอกจากแผ่นดินไหวแล้วก็ยังมีภัยน้ำท่วม และภัยจากพายุ

เมื่อเวลา 16.57 น. วันที่ 27 พ.ค.2551 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ นำคณะเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทยที่ปฏิบัติราชการอยู่ในต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานพระบรมราโชวาท ในโอกาสที่กระทรวงการต่างประเทศ จัดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยประจำปี 2551

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า "เราจะต้องพยายามที่จะวางตัว และให้รู้ว่าเราเป็นคนไทย เป็นคนที่สามารถที่จะวางตัวอย่างดี แล้วก็เป็นตัวอย่างกับสัตว์โลกนั้นว่า เป็นคนที่ไม่เหมือนกับคนอื่นในโลก ฉะนั้นเราก็ต้องวางตัวให้ดี แล้วก็จะต้องพยายามฝึกฝนตัวให้เป็นคนไทย ต่างกับคนอื่นในโลก แต่การที่วางตัวต่างกับคนอื่นในโลก ต้องเข้าใจว่าวางตัวอย่างไม่ได้แปลกประหลาด ไม่ใช่สัตว์ประหลาด เป็นสัตว์พิเศษ เป็นคนที่มีความคิดที่ดี มีความคิดที่ไม่เหมือนคนอื่น เรามีความคิดที่พิเศษ วิเศษจากคนต่างชาติ ถ้าเรามีการทำการเกษตรเพื่อเป็นอาหาร หรือเป็นสิ่งที่ขายต่างประเทศมากเกินไป เราก็ไม่ผลิตอะไรที่มาช่วยให้การเป็นอยู่ดีขึ้น"

"อันนี้เป็นสำคัญ ตอบยากว่าแค่ไหนพอเหมาะ ได้เห็นมาว่าเอะอะอะไรจะทำอะไรก็เห่อกัน เห่อว่าจะทำอะไรให้มากเกินไป ถ้าทำการเกษตรเพื่อเป็นพลังงานทดแทน นี่แหละคงหมายความว่าอย่างนั้น พลังงานทดแทน ถ้ามากเกินไปลงท้ายก็เฟ้อ อย่างแผ่นดินไหวทางประเทศที่จะมีแผ่นดินไหวก็มีหลายแห่ง โดยเฉพาะเขตแดนใกล้พม่านี้ก็มี มีแผ่นดินไหว แล้วเขาก็ถามว่าอยากไปอยู่ที่ไหนที่ไม่ค่อยมี เขาก็บอกว่า แถวภาคอีสานมีน้อย แต่ภาคอีสานก็มี แผ่นดินไหวมีทุกแห่งในโลกนี้ ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมกาย เตรียมใจว่าในประเทศไทยก็อาจจะมีทุกเมื่อ แผ่นดินไหว หรืออะไรที่น่ากลัว"

"แผ่นดินไหวข้าพเจ้าเองก็เคยเจอที่เชียงใหม่ ตอนนั้นป่วย ไม่สบาย นอนอยู่ใต้โต๊ะ ก็คงแปลกนะ นอนอยู่ใต้โต๊ะ นอนใต้โต๊ะเนี้ยถูกต้อง ตามเรื่องของป้องกันแผ่นดินไหว แต่ตอนนั้นแผ่นดินยังไม่ไหว ก็ไปนอนอยู่ใต้โต๊ะแล้ว ก็ป่วย ก็ตามไปตามมาก็ไม่ได้เป็นอะไร หัวโหนกไม่ได้หัวโน แต่ก็น่ากลัวเหมือนกัน เห็นมีโอ่ง มีอะไรเหมือนวิ่งไปวิ่งมา วิ่งไปวิ่งมาในห้อง ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเตรียมตัว มีพี่เลี้ยงของสมเด็จพระเทพฯ ได้เห็นโอ่งวิ่งไปวิ่งมา บอกอย่ามาหลอกผีเลย อย่ามาหลอก เขาไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่ามีผี แต่เขาก็เห็นว่าผีมันหลอกจริงๆ คือโอ่งมันวิ่งไปวิ่งมา เหมือนภัยพิบัติเนี้ย เหมือนผีหลอก โอ่งใหญ่ๆ เหมือนวิ่งไปวิ่งมา แต่เคราะห์ดีตอนนั้นไม่ได้มีอะไร โอ่งก็ไม่แตก"

คือวันที่มีภัยพิบัติ มีได้หลายอย่าง ก็ต้องเตรียมตัวว่ามีได้ อันนี้ก็ที่จะเตรียมตัวทำยังไง ก็ผู้เชี่ยวชาญอย่าง คุณสมิทธ (สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ) เขาบอกวิธีทำอย่างไรให้ ต้องเชื่อกันบ้าง เพราะถ้าคนที่มีความรู้ ก็ต้องฟังอยู่บ้าง ในเมืองไทยอาจมีภัยพิบัติ ภัยพิบัติมีอยู่ได้หลายแห่ง ฉะนั้นก็ เขาก็ต้องเตรียมใจ เตรียมกาย และเตรียมสถานการณ์ ที่จะดูว่าจะมีอย่างไร ถ้าดูจริงๆ เมืองไทยเนี้ย ก็นับว่าดีมาก ที่ไม่ค่อยมีเหตุการณ์ แต่ก็เกิดขึ้นก็มีอยู่แล้ว คือน้ำท่วมก็มี แผ่นดินไหวก็มี พายุก็มี ก็ต้องเตรียมที่จะมีพายุ แต่อาจไม่รุนแรงเท่าที่จะเป็น"

การเดินทางโดยเครื่องบินเริมติดขัดเป็นระยะๆ

หนึ่งในอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นในยุโรป

ยูโรสตาร์ รถไฟความเร็วสูงที่แล่นเชื่อมระหว่างลอนดอน ปารีสและบรัสเซลส์ เปิดเผยว่าได้ยกเลิกการบริการไปแล้ว 17 ขบวน ส่วนที่เหลือก็ต้องเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาการเดินทางอยู่ตลอด นอกจากนี้มีคำเตือนว่า ผู้โดยสารอาจต้องประสบปัญหาล่าช้าตลอดช่วงสุดสัปดาห์ นี้

ในเยอรมนี พบศพชายชราวัย 60กว่าๆ เสียชีวิตท่ามกลางหิมะ บริเวณด้านนอกของธนาคารออมสินในเมืองไลป์ซิก ขณะที่ทางการออกคำสั่งให้ผู้ขับขี่ทุกคนเปลี่ยนมาใช้ยางฤดูหนาวนับตั้งแต่ วันเสาร์นี้เป็นต้นไป มิเช่นนั้นอาจถูกปรับเงินสูงสุด 80 ยูโรเลยทีเดียว

เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาของรัสเซียเปิดเผยว่า อุณหภูมิในมอสโก แตะระดับต่ำสุดลบ 24 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ส่วนที่ดินแดนเอเวนค์ ในแคว้นไซบีเรีย ต้องผจญอากาศหนาวสุดขั้วถึงลบ 51 องศาเซลเซียส

ขณะเดียวกันหลายชาติในคาบสมุทรบอลข่าน ก็ถูกซ้ำเติมจากอุทกภัย หลังพายุฝนทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อล้นออกมาจนต้องอพยพประชาชนหลายพันคนทั้งใน อัลแบเนีย บอสเนีย เซอร์เบียและมอนเตเนโกร......ข่าว ผจก. 4 ธ.ค. 2553


 

back up data: Universa


ฝนเยือกแข็งถล่มกรุงมอสโก-ชาวบ้านครึ่งล้านซวยซ้ำไฟดับร่วม 12 ชม.

ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 ธันวาคม 2553


เอเอฟพี - รัสเซียเร่งจัดการกับปัญหาที่เกิดจากสภาพอากาศอันหนาวเย็น ซึ่งทำลายแผนการเดินทางของเที่ยวบินจำนวนมาก และส่งผลให้ประชาชนอีกกว่าครึ่งล้านไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้

ความโกลาหลที่เกิดขึ้นกับการเดินทางและกระแสไฟฟ้าของเมือง มีสาเหตุมาจากสภาพอากาศอันผิดเพี้ยนในช่วงฤดูกาลแห่งความเย็นยะเยือกของรัส เซีย โดยเกิดฝนเยือกแข็งตก แทนที่หิมะ เมื่อวันเสาร์ (25)

ท่าอากาศยานโดโมเดโดโว ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในกรุงมอสโกกำลังได้รับการกู้กระแสไฟฟ้ากลับมา หลังจากเหตุไฟดับนานกว่า 12 ชั่วโมง เมื่อวานนี้ (26) ขณะที่วันนี้ (27) ท่าอากาศยานเชเรเมเตียโว ต้องเลื่อนกำหนดการเดินทางของเที่ยวบินสำคัญจำนวนมาก

นายกรัฐมนตรี วลาดิมีร์ ปูติน สั่งการให้ เซร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงมือแก้ไขด้วยทุกวิถีทาง และระดมกำลังมาจากทุกหน่วยเพื่อหยุดยั้งวิกฤตสนามบิน และการคมนาคมทั่วรัสเซีย....อ่านต่อที่ลิงค์ ผจก ข้างต้นหัวข่าว

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share