ปรากฏการณ์ก่อนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจีน

http://ainews1.com/article443.html

Bookmark and Share

เหตุเตือนภัยมนุษย์ล่วงหน้า ก่อนการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่  6.9 ริคเตอร์เจ็บกว่าหมื่นเสียหายกว้างใหญ่  14 เมย.53 


ปรากฏแสงประหลาดบนท้องฟ้า 

 
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

 

โปรดสังเกตรูปแผนที่เอเชียอนาคต กับพื้นที่ประเทศจีนปัจจุบันเอาไว้ ส่วนไหนยังอยู่ส่วนไหนจมลงเป็นทะเลบ้าง

โดย 10 วัน ก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ในจีนเมื่อปี 2551 มีสัญญาณจากธรรมชาติหลายอย่างด้วยกันคือ

1. เกิดหนองน้ำใหม่

 


หนองน้ำประหลาด ? ก่อนหน้าเกิดเหตุแผ่นดินไหว 2 สัปดาห์ หรือ 14 วันในเขต Enshi ห่างจากเมือง Wuhan ประมาณ 400 กิโลเมตร ชาวบ้านรายงานไปยังหนังสือพิมพ์ว่า อยู่ๆ วันหนึ่ง ตื่นมาตอนเช้าก็พบหนองน้ำประหลาด ไม่รู้ใครมาขุดตั้งแต่เมื่อไหร่

เพียงแต่ช่วงบ่ายๆ ก่อนหน้าวันนั้น ชาวบ้านได้ยินเสียงครืนๆ แปลกๆ อยู่รอบๆ หมู่บ้าน สัก 4 ชั่วโมงได้ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งมาเจอบ่อที่ค่อยๆ มีน้ำผุดขึ้นมาเรื่อยๆ และจุได้ถึง 80,000 ตันเลยทีเดียว

เมื่อถ่ายรูปหนองน้ำที่ยังแห้งผากลงข่าวในหนังสือพิมพ์เรียบร้อยแล้ว ไม่กี่วันถัดมา นักวิจัยที่กลับมาสำรวจก็ต้องอึ้งเมื่อพบว่าน้ำเต็มบ่อ แถมยังมีปลาตัวใหญ่เบ้อเร่อให้ชาวนาได้จับไว้กินอีกด้วย (เกิดเหตอย่างนี้ ใครบ้างที่ได้พบค่อนข้างแฮบปี้ทีเดียว ไม่ต่างอะไรกับน้ำทะเลลด จนปลาดิ้นกระแด่วๆ พาให้ผู้คนหลงไหล ไปไล่จับปลา จนตัวตาย เมื่อคลื่นใหญ่ วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เป็นหน้ากระดาน)
 
2.

เมื่อสัตว์เคลื่อนทัพ ? หลายวันก่อนแผ่นดินไหว บริเวณที่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 60 ไมล์ มีคนตื่นตะลึงกับจำนวนผีเสื้อนับล้านตัว ที่พากันบินว่อน เกาะกลุ่มเคลื่อนทัพราวกับว่าจะย้ายที่อยู่อาศัยไปไหนก็ไม่รู้

หลายวันถัดมา คือ วันที่ 9 พฤษภาคม 2551 ก่อนหน้าเกิดเหตุ 4 วัน ในมลฑล Jiangsu ก็พบฝูงกบนับพัน พากันออกจากทุ่งนามาข้ามถนนอย่างไม่กลัวตาย

ในข่าวบอกว่าหลังจากบันทึกภาพไว้แล้ว พวกมันก็โดนรถทับเละ ไม่รู้ว่ามีกี่ตัวที่อพยพได้สำเร็จ (รูป) กบนับหมื่นตัวพากันข้ามถนนในจีน ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2551 ก่อนเกิดแผ่นดินไหว 2 วัน

3. แพนด้าไดเอท
 

ภาพหมีแพนด้าที่ถูกบันทึกว่ามีท่าทีเศร้าสร้อยและไม่ยอมกินไม้ไผ่อาหารโปรด

4.

ภาพกบสามตัวที่เกาะกันแน่นไม่ยอมปล่อย รอดชีวิตอยู่ภายใต้เศษหินจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

5. เมฆก่อนแผ่นดินไหว  เรื่องเมฆแผ่นดินไหว ตามทฤษฎีของ Zhonghao Shou นักเคมีชาวจีนที่ศึกษามานานมาก จนยืนยันว่า 70% ของก้อนเมฆที่ถ่ายรูปไว้ มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นตามมา

ในเหตุการณ์นี้ก็เหมือนกัน มีนักถ่ายภาพคนหนึ่งถ่ายรูปเมฆเอาไว้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2551 ก็คือ 2 วันก่อนแผ่นดินไหว ในบริเวณ Linyi มณฑฉาตง (Shandong)


 

จากนั้นเขาเอาภาพเหล่านี้ไปแปะไว้ในเวบไซต์ http://www.daqi.com
และ วิเคราะห์กันว่า เมฆประเภทคลื่นนี้ เป็นเมฆแผ่นดินไหวที่ชัดเจนที่สุดภาพหนึ่งทีเดียว มันมีลักษณะการเรียงตัวเป็นคลื่นและมีเส้นแสงบนเมฆ

 





นอก จากนี้ ยังมีปรากฏการณ์แสงรุ้งบนก้อนเมฆ หรือ “เมฆเรืองแสง” ที่มณฑลชานซี ที่ฮือฮาในข่าวอยู่หลายวัน ซึ่งปรากฏอยู่บนท้องฟ้า 30 นาทีถึง 10 นาทีก่อนเกิดเหตุ ตอนนี้ 200 กว่าเวบไซต์มีการพูดคุยเรื่องลางสังหรณ์เหล่านี้ทั้งอย่างวิเคราะห์

และ บางคนเชื่อว่า นี่คือลางบอกเหตุที่ชัดเจนมากๆ และบอกด้วยว่า ในช่วงหลายวันก่อนเกิดเหตุนั้น นาย Li Shihui นักวิทยาศาสตร์ของจีนได้ทำนายและตั้งข้อสังเกตเหล่านี้ในเวบบล็อกของเขาว่า น่าจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวในสเกลที่ใหญ่ว่า 7.0 ริกเตอร์เป็นแน่แท้ จึงมีการเตือนให้รับมือครั้งใหญ่ แต่ทว่าในช่วงเวลานั้น ไม่มีใครสนใจมากนัก

แผ่นดินไหว 6.9 ริคเตอร์ ในมณฑลชิงไห่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ติดกับเขตปกครองตนเองทิเบต เมื่อเช้าวันพุธที่ผ่านมา ได้รับรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้ว 400 ศพ บาดเจ็บอีกกว่าหมื่นคน เผยความเสียหายกินอาณาบริเวณกว้าง ขณะที่ทางการระดมกำลังทหารเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบ ภัยแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจาก กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ว่า สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.49 น. เช้าวันพุธตามเวลาท้องถิ่น หรือ 06.49 น. เช้าวันเดียวกันตามเวลาในประเทศไทย ได้เกิดแผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.9 ริคเตอร์

โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 46 กม. และอยู่ห่าง 380 กม.ทางทิศใต้ถึงตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองโกลมุด ในเขตมณฑลชิงไห่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน และติดกับเขตปกครองตนเองทิเบต

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตรวจวัดแผ่นดินไหวของจีน ระบุว่า แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้วัดได้ 7.1 ริคเตอร์ และ ยังสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เช่นรอยร้าวกับตัว เขื่อนด้วย

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนว่า บ้านเรือนราษฎรที่สร้างจากอิฐและไม้ได้รับความเสียหายพังถล่มลงมา เพราะอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

โดยเฉพาะที่เมืองจี้กู คิดเป็นตัวเลขประมาณร้อยละ 85 ของบ้านเรือนราษฎรที่พังถล่มลงมา อาคารใหญ่ เช่น โรงแรมยูซู สูง 4 ชั้นมีรอยร้าวเกิดขึ้น และโรงเรียนอาชีวะแห่งหนึ่งพังถล่มลงมา

มีเด็กนักเรียนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ส่วนสถานีโทรทัศน์ซีทีทีวี ของทางการจีน รายงานการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่หน่วยสถานการณ์ฉุกเฉินของมณฑลชิงไห่ว่า ได้รับรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้ว อย่างน้อย 400 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 10,000 คน

โฆษกหน่วยสถานการณ์ฉุกเฉินของมณฑลชิงไห่ แถลงว่า กำลังทหาร 700 คน ได้รับคำสั่งให้เดินทางมาช่วยเหลือในปฏิบัติการกู้ภัย เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังแล้ว และจะเสริมกำลังทหารอีก 1,000 คน

แต่ก็มีอุปสรรคตรงที่ยังขาดอุปกรณ์การขุด รวมถึงเครื่องเวชภัณฑ์ นอกจากนั้น ความเสียหายที่เกิดกับระบบสาธารณูปโภคเช่น ถนนหนทาง ซึ่งถูกดินถล่มลงมาปิดเส้นทาง กลายเป็นอุปสรรคอีกเช่นกัน สำหรับการจัดส่งความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่ประสบภัย

โดยทางกระทรวงกิจการพลเรือนของจีนแจ้ง ว่า เตรียมส่งเต็นท์ 5,000 หลัง ผ้าห่ม 50,000 ผืน และ ผ้าปูนอน 50,000 ผืนไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐระบุด้วยว่า เกิดอาฟเตอร์ช็อกหรือแรงสั่นสะเทือน ตามหลังแผ่นดินไหวหลายครั้งในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวรุนแรงของมณฑลชิงไห่ วัดแรงสั่นสะเทือนสูงสุดได้ที่ 5.8 ริค เตอร์ แรงสั่นสะเทือนยังรับรู้ได้ในพื้นที่ใกล้เคียง

อาทิ เขตปกครองตนเองทิเบต เจ้าหน้าที่ศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวของจีนในกรุงปักกิ่ง เกรงว่าจะมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นอีกหลายครั้งในช่วงหนึ่งถึงสองวันนี้

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปยังรัฐบาลท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และ สนามบินในเขตยูซูของมณฑลชิงไห่ ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหว แต่ไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งทางสื่อมวลชนของจีนแจ้งว่า การสื่อสารกับสนามบินถูกตัดขาด และเส้นทางสัญจรทางบกไปยังสนามบินก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน

เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ในเขตพื้นที่ของเมืองโกลมุด เคยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 6.2 ริคเตอร์ ยังผลให้มีบ้านเรือนราษฎรพังถล่ม 30 หลังคาเรือน แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ

แต่ที่รุนแรงที่สุด เป็น แผ่นดินไหว 8.0 ริคเตอร์ เมื่อเดือน พ.ค. 2551 ที่มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน มีผู้เสียชีวิตและสูญหายรวมแล้ว 87,000 คน

จากหลักฐานที่เป็นรูปธรรมเหล่านี้ อาจนำมาเป็นบทเรียนได้อย่างดี ในประเทศไทย ก่อนที่พื้นที่โซนต่างๆ จะเกิดเหตุเภทภัยใหญ่ ในอนาคต เช่น ในวันที่ 21 ธ.ค. 2012  ในวันที่  9 พ.ค. 2560  ก็ดี  เป็นสิ่งที่ฝากไว้กับผู้ที่ช่างสังเกตจดจำ เหตุการณ์ร้ายแรง ที่เกิดขึ้นแก่พี่น้องชาวจีน ที่ผ่านมา

ตอน เที่ยงวันนี้  (24/09/2005) ผมไปทำบุญที่วัดปทุมฯ วันนี้โชคดีได้เจอหลวงพ่อถาวร ท่านอยู่พอดี ได้เรียนถามเรื่องเหตุเภทภัยที่ระยะนี้มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นถี่เหลือเกิน ท่านเมตตาฝากคำเตือนมา ผมจะเล่าให้ฟังดังนี้

ตอน ที่เรียนถามหลวงพ่อถาวร เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติต่างๆในช่วงนี้ หลวงพ่อท่านบอกว่า "น้ำ" ยังไม่น่ากลัว "ไฟ" ต่างหากที่น่ากลัวกว่า ที่ว่าไฟนั้นคือ ภูเขาไฟใต้น้ำระเบิด ท่านบอกว่าตอนนี้ภูเขาไฟทั่วโลกกำลังอยู่ในระยะอุ้มท้อง ท่านให้สังเกตว่าเมื่อตอนภูเขาไฟระเบิดใกล้จะคลอด ให้สังเกตดูตามสถานที่ๆ มีบ่อน้ำพุร้อนนั่นแหละ มันจะปะทุขึ้นมาอย่างผิดปกติ

พระราชพิพัฒนาทร หลวงพ่อถาวร จิตฺตถาวโร
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร

บอก ให้รู้ล่วงหน้าก่อน และตามพื้นที่ๆมีการขุดเจอพลอยและอัญมณีมากๆนั้น แสดงว่า เดิมเป็นแหล่งภูเขาไฟระเบิด เช่นที่เมืองกาญจนบุรี จันทบุรี และอีกที่หนึ่งใกล้ๆกรุงเทพมหานครนี่เอง เป็นที่ๆเราคิดไม่ถึงกัน นั่นคือ นครนายก สถานที่ๆรัฐบาลมีความคิดที่จะย้ายเมืองหลวงไปอยู่นั่นแหละครับ หลวงพ่อท่านบอกว่า ลองขุดลงไปดูเป็นบ่อพลอยบ่ออัญมณีอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีใครรู้นะครับ

ผมเรียนถามท่านว่า อยู่ประเทศใดจึงปลอดภัยที่สุด แน่นอนครับ

ท่านบอกว่า ประเทศไทยนี่แหละครับ ดีที่สุดแล้ว เมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ถึงเวลานั้น ผู้คนจะล้มตายกันมาก ที่ไม่ตายนั้นกึ่งหนึ่งก็จะเสียสติเป็นบ้าเป็นบอ ส่วนผู้ที่เจริญวิปัสสนาเจริญสติอยู่เป็นประจำ ก็สามารถคุ้มครองตนเองได้ไม่เป็นบ้าเสียสติ และจะกลายเป็นประชากรรุ่นบุกเบิกของคนยุคใหม่

โดยคุณ น้ำใส 24/09/2005 , 22:17:05

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี นอก ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share