ดาวนพเคราะห์มาทำหน้าที่อะไร? ในโครงการนี้

http://ainews1.com/article454.html

จากการสื่อสารครั้งนั้นดาวนพเคราะห์ได้แจ้งให้ทราบว่า ยานฯ ของเขานั้น มาเพื่อทำลายรังสีของปรมาณู  ซึ่งพลังงานที่ออกมาจากส่วนท้ายของยานฯ ที่เราเห็นเป็นสีแดงนั้น จะมีความร้อนสูงมากหลายพันองศา และสามารถเผาผลาญรังสีต่าง ๆ ได้ ดังนั้น เมื่อช่วงเกิดภัยพิบัติไม่ว่าจะตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจที่จะยิงนิวเคลียร์มันก็ต้องระเบิดอยู่แล้วเพราะในบางประเทศมีไว้ในครอบครองจำนวนมากดังนั้นเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวอย่างหนักช่วงเกิดภัยพิบัติระเบิดเหล่านั้นก็ย่อมระเบิดเองโดยอัตโนมัติ จะตั้งใจหรือไม่ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่ดี

ภาพถ่ายของฉัน

คุณสุดใจ ชื่นสำนวน

ดังนั้นการเตรียมการเพื่อช่วยเหลือมีหลายขั้นตอนคือ

ขั้นตอนแรก ที่อยู่อาศัย ต้องหาที่ปลอดภัยให้กับมนุษย์ โดยการสร้างใยแก้วป้องกันยังจุดต่าง ๆ ที่เตรียมการไว้ เพราะเมื่อรังสีนิวเคลียร์กระจายออกไป ผิวหนังของมนุษย์ไม่สามารถทนได้โดยไม่มีเครื่องป้องกัน ดังนั้น ดาวนพเคราะห์ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการทำลายรังสีในอากาศ เพื่อปรับสภาวะอากาศให้อยู่ในสภาพเดิม ดังนั้น ในหลายสถานที่ จึงมีการสร้างสภาพอากาศภายในครอบแก้วนั้นให้เป็นธรรมชาติในขั้นต้น เพื่อมนุษย์อยู่อาศัยได้ ซึ่งในหลายสถานที่ มนุษย์อาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนอยู่ในครอบแก้ว รอจนมีการปรับสภาพบรรยากาศให้เป็นปกติแล้ว จึงจะออกมาอยู่ภายนอกได้

ขั้นตอนต่อมา  ก็คือเรื่องอาหารของมนุษย์ ก็ต้องมีอาหารสำรองไว้ให้เพียงพอกับมนุษย์ในแต่ละกลุ่ม ในแต่ละจุด มนุษย์อาจจินตนาการไม่ออก ว่ารูปแบบของการช่วยเหลือจะเป็นเช่นไร? แต่เขาได้มาวิเคราะห์วิจัย และเตรียมการไว้นานแล้ว ซึ่งบางแห่งพืชพันธุ์ที่จำเป็นกับมนุษย์ ก็เติบโตสมบูรณ์ทันการเลี้ยงดูประชากรในกลุ่มนั้น ๆ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับความคิดมนุษย์ แต่เบื้องหลังการเตรียมการเหล่านั้น มนุษย์ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้
ดังนั้น ภารกิจของดาวนพเคราะห์ใ นโครงการนี้ ก็คือการช่วยเผาไหม้รังสีในชั้นบรรยากาศ ให้มีสภาพดังปรกติ และเราอาจไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะเขาบอกว่า ประเทศไทยไม่มีวัตถุอันตรายเหล่านี้ ดังนั้น ส่วนใหญ่เขาจึงไปอยู่แถบตะวันตกมากกว่า ซึ่งภารกิจก็ยังคงดำเนินต่อไปตามโครงการที่วางไว้

ดาวนพเคราะห์คืออะไร ?

เป็นดาวดวงหนึ่งที่มาร่วมโครงการนี้ และสื่อสารผ่าน จ.ส.อ.เชิด ชื่นสำนวน ว่ามาร่วมอนุโมทนาที่เขากะลาด้วย ดังนั้น จึงมีชื่อของดาวดวงนี้อยู่ในจำนวน 9 ดวงดาวที่สื่อสารมา


ทำไมจึงชื่อดาวนพเคราะห์

จริง ๆ แล้วภาษาของเขาอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราเข้าใจ แต่อาจตั้งชื่อสมมุติให้เรารู้จักเขา ในนามนี้ก็ได้ เรารู้เรื่องของดาวนพเคราะห์น้อยมาก เพราะไม่ใช่ดาวที่สื่อสารเป็นหลักอย่างดาวโลกุกะตาปากะดิกอง ที่จะบอกข้อมูลเยอะมาก และดาวพลูโตก็บอกข้อมูลบางส่วนให้ทราบ แต่ดาวต่าง ๆ อีก 7 ดวงดาวสื่อสารมาเพื่อร่วมอนุโมทนาเพียงดวงดาวละ 1 ครั้งเท่านั้น เพื่อให้รับทราบว่ามาร่วมโครงการด้วย

แต่การติดต่อสื่อสารจะเป็นการติดต่อกับกลุ่มอื่น ๆ ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ แต่ที่มาแจ้งให้ "กองบัญชาการมนุษย์ต่างดาว" ที่เขากะลา จ. นครสวรรค์ ในประเทศไทย ได้รับทราบก็เพราะว่า เป็นการทำงานร่วมในโครงการเดียวกัน และหากต่างประเทศกล่าวถึงดาวต่าง ๆเหล่านี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเขาต้องไปดำเนินโครงการในแถบยุโรปหรือแถบตะวันตก และรวมถึงทั่วโลกด้วย

พี่สุดใจ เคยอ่านหนังสือยูเอฟโอ ของต่างประเทศเล่มหนึ่ง ที่แปลเป็นภาษาไทยและมีนักพลังจิตชาวต่างชาติคนหนึ่ง ที่ค้นคว้าเรื่องนี้ กล่าวว่า ที่ดาวพลูโตก็มีมนุษย์อยู่ด้วย ดังนั้น ดาวดวงเดียวกัน ก็อาจไปดำเนินโครงการในหลายประเทศซึ่งรายละเอียดพี่สุดใจจะไปค้นมาให้อ่านเพิ่มเติมนะคะ

ความช่วยเหลือ

ไม่ว่าจะเข้าใจเขาในรูปแบบไหน เพื่อนร่วมจักรวาลและเพื่อนจากต่างจักรวาล
ก็ยังต้องให้การช่วยเหลืออยู่ดี


เพื่อนมนุษย์ ให้กับเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เราก็มองเห็นอยู่เป็นประจำ อย่างประเทศเอธิโอเปีย รวันดา แห้งแล้ง ยากจนประชากรอดอยากหิวโหย เพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกัน ที่มีความอุดมสมบูรณ์กว่าก็ให้ความช่วยเหลือด้วยการส่งอาหารส่งสิ่งของไปให้ เพื่อผู้ที่กำลังจะล้มตายเพราะความอดอยาก จะได้ยังคงดำรงชีพอยู่ได้ต่อไป

สิ่งเหล่านี้เราไม่ค่อยแปลกใจ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นอยู่เสมอ มีความเป็นไปได้ เพราะเราเคยรับรู้ ดังนั้น ความเมตตาสงสาร ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ก็ไม่ได้มีใครบังคับใครเมื่อเรามีสหประชาชาติ ที่เป็นเสมือนตัวแทนคอยดูแลโลกใบนี้ในทุกๆ มุม ทุก ๆ ด้านก็ย่อมต้องกระทำโดยอัตโนมัติ ระดมความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกนานาชาติ บริจาคอาหารสิ่งของ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประเทศที่กำลังอดอยากล้มตายนั้น

ในเรื่องเหล่านี้ประเทศที่ให้ความช่วยเหลือ ก็อาจไม่ได้รับอะไรตอบแทนเลยด้วยซ้ำเพราะประเทศเหล่านั้น ก็ไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะเลี้ยงดูประเทศของตัวเองอยู่แล้วแล้วช่วยเหลือเพราะอะไร? เพราะคุณธรรม ที่มนุษย์พึงมีให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ดังนั้น การที่เรามองเห็นการช่วยเหลือกันบนโลกของเรานี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเราเห็นกันเป็นประจำ

แต่ถ้าผู้นั้นมาจากนอกโลก นอกจักรวาล อันนี้ซิน่าแปลก เขาจะมาทำไม ? เขาจะมาช่วยจริงหรือ?

ประเทศยากจนเหล่านั้นอยู่บนโลกใบนี้ อยู่ร่วมกับมนุษย์ทั้งหลายบนโลกใบนี้ ทำไมเขาจึงไม่มีปัญญาที่จะมีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์เหมือนประเทศอื่นๆ ล่ะ ทำไมเขาจึงช่วยตัวเองไม่ได้ ทำให้ต้องอดอาหารตายด้วยความหิวโหย ถ้าเขาเลือกได้เขาก็ต้องเลือกที่จะมีความอุดมสมบูรณ์อย่างเรา ๆ แต่นี่เขาเลือกไม่ได้ประเทศเขามีภูมิประเทศ ภูมิอากาศแห้งแล้งก็ต้องเป็นอย่างนั้น

โลกใบนี้ของเรา เราก็อยากให้มีความสงบร่มเย็นมีความเป็นอยู่เหมือนสมัยโบราณ ที่อยู่กันอย่างสันติสุข เรื่องของภัยธรรมชาติมีให้เห็นน้อยมาก แต่ตอนนี้มิอาจที่จะกลับไปดังเดิมได้เพราะความวิกฤตที่มนุษย์สร้างขึ้น และความวิกฤตทางจิตใจ มิอาจที่จะเรียกความสงบร่มเย็น กลับคืนมาได้อีกแล้ว

(ด้วยสาเหตุที่มนุษย์ทำขึ้นดังกล่าว และโลกเข้าสู่วิกฤตสุดๆโลกจึงต้องปรับสมดุล และต้องเกิดภัยพิบัติตามมา เช่นเดียวกับการลื้อค้นบ้านปรับปรุงใหม่ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สัตว์ที่อาศัยบนโลกย่อมจะได้รับความกระทบกระเทือน จนถึงแก่เสียชีวิตไปด้วย)

หายนะภัยมีเกิดขึ้นทุกวัน ตลอดเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปทั่วโลก และมาพร้อมกันทุกด้านในเวลาเดียวกัน

ทางดิน แผ่นดินไหว เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แทบไม่ค่อยเคยได้ยินแผ่นดินไหวครั้งหนึ่งก็เป็นเรื่องใหญ่ แต่เดี๋ยวนี้ แผ่นดินไหวทุกวัน และเริ่มทวีความหนักหน่วงยิ่งขึ้น

ทางน้ำ น้ำท่วมแทบจะทั่วโลกน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นจนอาจจะจมเกาะต่าง ๆ ให้หายไปได้ในเวลาอีกไม่นาน

ทางลม พายุเฮอริเคน ทอร์นาโด หรือใต้ฝุ่น ทยอยกันก่อตัว พัดกระหน่ำอย่างไม่หยุดยั้ง แทบจะทุกประเทศในทั่วโลก

ทางไฟ ไฟไหม้ป่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาอีกต่อไป นอกจากจะทำลายชีวิต และทรัพย์สินเป็นวงกว้างแล้ว ยังไปเพิ่มอุณหภูมิของโลกใบนี้อีก ภูเขาไฟทยอยกันประทุขึ้นตลอดเวลาภูเขาไฟใต้ทะเลก็พบมากขึ้น เราไม่รู้หรอกว่าเมื่อไร ที่มันจะพร้อมใจกันประทุขึ้นตามสิ่งที่ไปกระตุ้นมัน เช่นแผ่นดินไหวรุนแรงเป็นต้น

อากาศ แปรปรวนไม่ธรรมดา เพราะคลื่นความร้อน คลื่นความเย็นการกลับขั้วของอากาศประเทศเคยหนาว กลับร้อน ประเทศเคยร้อน กลับหนาวก็มีผลกระทบให้คนประเทศหนาว ร้อนตาย คนประเทศร้อน หนาวตาย น้ำแข็งขั้วโลกละลายบางประเทศทำให้อากาศแห้งแล้ง และอื่น ๆ มากมายมีให้เห็นกันอยู่ทุกวัน

และยังสิ่งที่จะมาจากนอกโลกเช่น อุกกาบาตอีกล่ะ

สิ่งเหล่านี้ อยู่บนโลกเรา เกิดขึ้นบนโลกใบนี้แล้ว เราช่วยอะไรกันได้บ้าง อย่างมากก็ช่วยเหลือหลังความหายนะ ผ่านไปแล้วหรือช่วยเตือน เมื่อรู้ล่วงหน้าก่อนเกิดเท่านั้นเอง

เราเคยย้อนคิดไปไหมว่าประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงอย่างสหรัฐอเมริกามีดาวเทียมตรวจสอบอากาศออกไปลอยอยู่ข้างบน สามารถรู้ได้ว่า ขณะนี้พายุกำลังก่อตัวจะเกิดพายุที่ประเทศไหน เมื่อไร ดังนั้น ก็ประกาศเตือนไปยังประเทศที่ไม่มีเทคโนโลยีให้ได้รับรู้และหนีได้ทัน ถ้าไม่มีการช่วยเหลือด้วยการเตือนล่วงหน้า ประเทศเหล่านั้น ก็ย่อมต้องสูญเสียชีวิตมากมาย หรือตอนนี้เราก็มีการเตือนภัยเรื่องคลื่นสึนามิในทะเล ทำไมเราจึงหนีได้เพราะเราเริ่มผลิตเทคโนโลยี เพื่อช่วยเตือนภัยขึ้นมาได้ จึงลดการสูญเสียชีวิตลง แต่ทั้งหมดนี้ คือเทคโนโลยี ที่ประเทศเจริญกว่า ผลิตขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือโลกใบนี้ ให้สูญเสียน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

และประเทศที่ไม่เจริญด้านเทคโนโลยี ก็รับฟัง รับทราบการเตือนจากเครื่องมือไฮเทคเหล่านั้น จึงรอดพ้นจากหายนะจากน้ำ ลมไฟ อากาศ ได้บางส่วน ยกเว้นเรื่องของแผ่นดินเท่านั้น ซึ่งไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้แต่ตอนนี้กำลังสำรวจเก็บตัวอย่างดิน เพื่อที่จะทำเครื่องมือที่จะวัดพลังงานตรงจุดนั้น ภายหน้าอาจจะทำเครื่องมือเตือนล่วงหน้าได้เช่นกัน

พี่สุดใจอาจจะกล่าวยาวไปสักนิด แต่เพื่อเปิดมุมมองให้เห็นว่า แล้วผู้ที่มีความเจริญด้านจิตใจ มีคุณธรรมสูงมีความเจริญด้านเทคโนโลยีมากกว่าเรา มีการคำนวณที่แม่นยำกว่า
เราสามารถรู้สถานการณ์ที่จะเกิดกับโลกของเราได้ แล้วคุณคิดหรือว่า เขาจะนิ่งดูดายปล่อยให้มนุษย์เผชิญสิ่งเหล่านั้นไปตามยถากรรม

แค่โลกใบนี้แก่งแย่งแข่งขันกันวุ่นวาย เอารัดเอาเปรียบด้านธุรกิจ การค้าเมื่อเห็นว่าจะเกิดหายนะกับประเทศนั้น ๆ ก็ต้องเตือน ก็ต้องช่วย เป็นเรื่องปกติ แม้การบอกข่าวสาร จากเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่ประเทศตนเองรู้จากภาพดาวเทียมแล้วเตือนเรื่องเฮอริเคนถล่มชายฝั่งปาปัวนิวกินี ก็เตือนด้วยคุณธรรมอัตโนมัติ มิได้เตือนเพราะต้องการรับเงินตอบแทน ค่าเตือนจากประเทศนั้นเลย ซึ่งประเทศนั้นอาจอพยพผู้คนออกมาก่อนที่เฮอริเคนถล่ม ก็อาจไม่สูญเสียชีวิตมากมายเหมือนไม่รู้ล่วงหน้า

ดังนั้น ผู้ที่เจริญกว่าเรา รู้มากกว่าเรานอกจากจะมาเพื่อเตือน ขณะที่จะเกิดความหายนะครั้งใหญ่แล้ว ยังต้องมาเตรียมการเพื่อช่วยเหลือยังจุดต่าง ๆ อีกหลายอย่าง กระบวนการดังกล่าวจึงต้องใช้เวลา ไม่อาจที่จะแทรกแซง หรือลงมาบอกด้วยร่างของมนุษย์ต่างดาวได้ เพราะมนุษย์จะไม่มีความไว้วางใจ จึงจำเป็นต้องทำกระบวนการเตรียมผู้ประสานงานยังจุดต่าง ๆ ไว้ทั่วโลกเพราะมนุษย์ย่อมไว้ใจมนุษย์ด้วยกันเอง

ประเทศที่มีความเจริญย่อมหวาดระแวงเป็นเรื่องธรรมดา ถ้ามนุษย์ต่างดาวนำยานฯ ลงจอด เพื่อเจรจาอย่างสันติคิดไหมว่าโลกจะตื่นตระหนกขนาดไหน การเชื่อว่าเขามาดีมีน้อยมากในโลกตะวันตก คิดแต่อยากได้เทคโนโลยี อยากจับมาทดลอง

ซึ่งแตกต่างจากโลกตะวันออกจะเข้าใจในรูปแบบของความเจริญทางจิตใจของเขา มากกว่าจะคิดแบบตะวันตก ดังนั้นผู้ที่ฝึกจิต ฝึกสมาธิ จำนวนมาก ก็สามารถสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้ และก็ไม่มีใครที่จะกลัวมนุษย์ต่างดาว ดังนั้น ไม่ว่าจะเห็นในสมาธิหรือเห็นจากความฝัน หรือเห็นในรูปแบบใดก็ตาม จะมีความรู้สึกว่า เขามาดีมาเพื่อช่วยทั้งนั้น

คลื่นจากผู้สูงสุดแห่งดาวพลูโต ที่สื่อลงมาที่หัวหน้ากลุ่มอภิจิต 2000 คุณภัทรพล เจษฏาอภิบาล  ข้าพเจ้าจะขอบอกถึงภารกิจของข้าพเจ้า ในการที่จะช่วยเหลือภพมนุษย์ของเจ้าให้รอดพ้นจากภัยพิบัติ ตามส่วนของผู้ที่มีบารมีเท่านั้น สิ่งที่เจ้าได้พูดมาข้าพเจ้าจะขออธิบายเพิ่มเติมว่าภัยพิบัติที่ใหญ่หลวงยิ่ง ที่จะเกิดกับโลกของเจ้าทั้งโลกนั้น ถ้าไม่มีเทพที่จะลงมาช่วยเหลือภพมนุษย์ มันก็แทบจะไม่มีเหลือ ทั้งผู้ที่ไม่มีบารมีและผู้ที่มีบารมีเก่า ก็จะตายกันมากกว่านี้ จะไม่มีการเตรียมการจะไม่มีการรวมคนที่มีบารมี และที่จะเหลืออยู่ก็แทบจะเป็นบ้าเป็นบอกันไปหมด และผู้ที่มีบารมีเมื่อสิ้นชีวิตก็ขึ้นสวรรค์ไป แต่ผู้ที่จะดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ ให้ดำรงต่อไปนั้น ก็แทบจะไม่มีคุณภาพภพมนุษย์ ก็แทบจะสูญสิ้นกันไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้น จึงเป็นกฏของธรรมชาติ เป็นกฎของจักรวาลซึ่งยิ่งใหญ่เหนือกว่าสิ่งใด ยิ่งใหญ่กว่าสิ่ง
ที่เจ้าเคยรับรู้ ได้เห็น ได้สัมผัสเพราะ นั่นอยู่เหนือวิสัยของมนุษย์ที่จะคิดได้ กฎของจักรวาลนั้น เป็นสิ่งที่ทวยเทพและต่างจักรวาลทั้งหลายต้องลงมาช่วยกัน เพื่อให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีคุณภาพ ให้มีการเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งมีการสืบทอดพระธรรมคำสั่งสอน จะหล่อเลี้ยงจิตใจพวกเขาให้อยู่ต่อไป

ดังนั้นในประเทศนี้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีพระธรรมคำสั่งสอนของพุทธศาสนา เป็นประเทศที่มีบารมีคุ้มครอง ทวยเทพทั้งหลายได้ให้ความร่วมมือ รวมทั้งต่างจักรวาล รวมทั้งข้าพเจ้า และต่างดาวที่มาจากจักรวาลอื่น ได้ประชุมรวมกันเ ห็นพ้องต้องกันก่อนที่พวกเจ้าจะลงมาเกิดนี้ ข้าพเจ้าก็ได้เล็งพระญาณเลือกสถานที่ ที่เจ้านั่งกันอยู่นี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการที่เทพทั้งหลาย จะอธิษฐานจิตกันลงมา อุบัติลงมาจากเทวโลก พวกเจ้าคิดรึ ถ้าพวกเขาๆไม่อุบัติลงมาจากเทวโลก ภพมนุษย์ก่อนเก่านี่จะสามารถรักษาธรรมะอันทรงคุณค่า ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ให้อยู่เหลือรอดต่อไปได้ มันไม่ได้หรอกนะ มันต้องได้รับการรักษาจากผู้ที่มีบุญบารมีจากเทวโลก ที่อธิฐานจิตอุทิศตนลงเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ ให้ดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้อยู่ต่อไปนั้น คือผู้ที่เสียสละ ให้ภพมนุษย์ได้ยืนหยัดอยู่ต่อไป

ถ้าภพมนุษย์ไม่ยืนหยัดอยู่ต่อไป ก็ไม่มีโอกาสที่เทวโลกพรหมโลกจะลงมาสร้างบารมี มันต้องมีการช่วยเหลือกันทั้ง3ภพนั้น มันเกี่ยวข้องกันอย่างแยกกันไม่ออก

ฉะนั้นพวกเจ้าที่ได้มานั่งกันอยู่ที่นี้ รวมทั้ง100 ครอบครัวที่ได้เคยบอกไปแล้วนั้นก็คือครอบครัวจากเทวโลกทั้งสิ้น ครอบครัวที่มีการอธิฐานจิต มีการอาสามีการรับรู้ในโครงการที่จะมาช่วยเหลือในภพมนุษย์ ฉะนั้นผู้ที่มีจิตใจสูงเท่านั้น จึงจะสามารถมาพบในสถานที่นี้ได้เข้าถึงพระธรรม และดำรงรักษาพระธรรมในสถานที่ที่พวกเขาได้พบกันอยู่นี้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันเป็นการกำหนดจากเทวโลก เป็นการเตรียมการเป็นการสมัครใจของพวกเขา และพวกเจ้าที่นั่งกันอยู่ที่นี้ แต่ปัญญาในภพมนุษย์มันมีขีดจำกัดในการรับรู้ เจ้าไม่สามารถรำลึกไปถึงอดีตไม่สามารถมองถึงอนาคต เพราะฉะนั้นสิ่งที่พวกเจ้าทำด้วยความศรัทธานี้ มันไม่ใช่ความศรัทธาที่ไม่มีเหตุมันมีเหตุเก่ากันมา จึงมาเป็นพวกเจ้ามาที่ ณปัจจุบันนี้

เจ้าไม่ต้องแปลกใจ ต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ พวกเจ้าก็จะได้พบสิ่งปาฏิหาริย์ที่ข้าพเจ้า และดวงดาราอื่นๆจะมาร่วมกัน เพื่อที่จะทำให้ภพมนุษย์ของเจ้าได้ดำรงอยู่ต่อไป สิ่งที่ทวยเทพทั้งหลายที่ได้ลงมานั้น เป็นความอนุเคราะห์ ความกรุณาความเมตตาของท่าน ได้ลงมาเตือนสติพวกเจ้า แต่จะลงมาอย่างไรเล่าจะลงมาเป็นมนุษย์อย่างเจ้า ท่านก็สามารถทำได้ แต่เจ้าจะเชื่อไหมล่ะทั้งที่ผู้ที่เจ้านับถือจะเป็น รูปของบรรพชิตก็ตาม คนส่วนใหญ่แม้จะรู้ว่าท่านดี แต่ก็ไม่สามารถจะปฏิบัติตามคำที่ท่านสั่งสอนได้ ไม่สามารถที่จะรับฟังธรรมของท่านได้

เพราะ ฉะนั้น ในการไตร่ตรองของเทวโลก วิธีการที่จะมาผ่านร่างของมนุษย์ และมาทำปาฏิหาริย์ต่าง ๆเป็นวิธีการที่เทวโลกเขาไตร่ตรองลงมาแล้ว เป็นวิธีการที่ดี และสามารถกระทำการหลาย ๆอย่างได้ โดยไม่ต้องมีขอบเขตของกฎของนักบวช ที่พระพุทธองค์ท่านได้ทรงบัญญัติไว้ เพราะ ฉะนั้นสิ่งที่พวกเจ้าพูดกันมา ขีดจำกัดของมนุษย์รับได้เพียงบางอย่าง เชื่อได้เพียงบางอย่าง สิ่งที่เหลือที่เขารับไม่ได้แต่ไม่รู้เท่าทันหรอกว่าอวิชชามันบังเอาไว้ ให้รับได้เท่านี้ ให้รับได้เท่านั้นจำกัดอย่างนั้น จำกัดอย่างนี้ อวิชชามันบังพวกเขาเอาไว้

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้ และตรัสสั่งสอนที่พวกเจ้าอาจจะเคยได้ยินว่าใบไม้ทั้งป่าพระพุทธองค์นำมาตรัสสอนพวกเจ้าแค่กำมือเดียว แต่กำมือเดียวนี้พวกเจ้าก็ยังกีดกั้นกันเองยังมีปัญญาไม่สามารถรับรู้ได้ในทั้งหมดที่พระพุทธองค์ท่านตรัสสอน แล้วพวกเจ้าคิดรึว่า ใบไม้ทั้งป่า ที่ท่านไม่ได้ตรัสสอนนั้นมันจะมีอะไรอีกบ้างมันเหลือวิสัยที่พวกเจ้าจะคิดคำนึงเหลือวิสัยที่พวกเจ้าจะไตร่ตรอง เพราะฉะนั้นธรรมของพระพุทธองค์ไม่ได้เป็นไปด้วยตรรกะ

ตรรกะคืออะไร? ตรรกะ คือการคิดคำนวณตามเหตุตามปัจจัย หรือตามวิทยาศาสตร์ของเจ้านั้น มาใช้กับวิธีของท่านนั้นมันยังไม่ถึง เพราะฉะนั้นสิ่งเหลือวิสัยของวิทยาศาสตร์สิ่งเหลือวิสัยของญาณของมนุษย์ทั้งหลายที่จะพึงรู้ยังมีอีกมาก ทั้งในเรื่องที่พวกเจ้าจะเชื่อได้ หรือจะเชื่อไม่ได้นั้น แต่สิ่งนั้นมีอยู่แล้วมีอยู่มาก่อน และจะมีอยู่ในอนาคตข้างหน้าพวกเจ้าก็จะได้รับการถ่ายทอดตามแต่สติปัญญาของพวกเจ้าที่จะรับรู้ได้


ข้าพเจ้าได้เคยกล่าวไว้ในกาลก่อนนั้นว่า ข้าพเจ้าจะนำเทคโนโลยีมาเปิดเผย มาสั่งสอน มาบอกกับพวกเจ้าตามแต่บารมีของเจ้า ที่จะรับได้ไม่ใช่ว่าเอามาสั่งสอนเอามาเปิดเผยทั้งหมดมันเป็นไปไม่ได้ เหมือนเด็กเล็กๆจะให้มารู้วิชาของปริญญาเอกนั้น สอนให้ตายมันก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้น สอนได้ ก ไก่ ขไข่ ก็สอนกันไป ในส่วนที่พวกเจ้าได้รับรู้นี้ ในวาระจิตของบางคนก็สามารถเรียนได้ป.1 ป.2 บางคนก็สามารถเรียน ป.3 ป.4 เราก็ต้องสอนไปตามแต่บารมี ดังนั้นจึงต้องมีการคัดแยกให้ผู้ที่มีบารมีเข้าถึงแก่นของธรรม ก็แยกกันไปส่วนหนึ่งผู้ที่มาใหม่ยังอยู่ในเปลือกนอกของยานต่างดาว ก็แยกกันไปอีกพวกหนึ่ง เพื่อที่เขาจะได้สมความปรารถนาของเขาไม่มีการสับสนปะปนกัน

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เจ้าคิดถึงเรื่องของภัยพิบัตินั้น ซึ่งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เกิดขึ้นมากกว่าที่พวกเจ้า คิดคำนึงถึงเสียอีก แต่ถึงเวลานั้นแล้วพวกเจ้าจะรับรู้ได้เฉพาะสิ่งที่เจ้าอยู่ ส่วนอีก70

เกี่ยวกับปฏิบัติตนของมนุษย์ ขอแทรก คำสอนของสมเด็จองค์ปฐมฯ ให้สาะชนได้พิจารณา...

 

คำสอนของสมเด็จองค์ปฐม

(ในหนังสือ พรสวรรค์หน้า 466 ๙ ธค. ๒๕๒๔ เพื่อย้ำว่า คนตายแล้ว ไม่สูญ แม้กระทั่งองค์สมเด็จปฐมก็ยังอยู่)

"จงตั้งใจไว้ให้แน่ว่า เราไม่ต้องการ ชาติ ภพ หรือภูมิใดๆในสัมปนายภพ ให้ตั้งใจในพระนิพพานเป็นที่สุด แล้วจงปฏิบัติจิต ให้ดีที่สุด โดยรักษาอารมณ์จิตให้ผ่องใสเป็นประจำ
ให้สำนึกอยู่เสมอว่า
ตนคือ ทุกข์ ทุกข์ที่ต้อง เกิด ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ไม่รู้ที่สิ้นสุด เกิดจาก
ทุกข์ของคนไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักประมาณ ไม่รู้จักตนเอง
ทุกข์คนหลงทรัพย์ หลงรูป หลงปัญญา หลงวิเศษ เหล่านี้เป็นตัวให้คนมีทุกข์อยู่ทุกขณะจิต
โดยยังยึด ยังถือว่า สิ่งเหล่านี้คือฉัน คือเรา มันพันกันเองจนตัวเราหลง หมดความพอ
ความเป็นทุกข์ของคน ทุกคนทราบแน่
แต่ทุกข์ของความเป็นอนิจจัง ทุกคนแกล้งไม่ทราบในใจ
คือ ความสูญ ความสลาย ความเสื่อม ความพลัดพราก การจากไป
เหล่านี้คือความจริง ที่ต้องเป็น ต้องเกิด ทุกคนรู้ที่หู แต่ไม่รู้ที่ใจ
จงพยายามให้รู้ที่หู เข้าไปถึงใจ การฟังธรรมต้องใช้ใจฟัง คล้อยตาม
อย่าสักแต่ว่าฟัง ธรรมที่ผ่านหู ผ่านใจ ไปรวบรวมซิว่ากี่ปีแล้ว ทำได้แค่ไหน ก้าวช้าหรือเร็ว
จงตรวจดูตัวเอง อย่าได้ตรวจผู้อื่น
ทุกคนควรวิตกว่า ความดีที่มีอยู่ มีถึงไหนแล้ว แต่ปรากฏว่า ทุกคนวิตกในเรื่องของคนอื่น วิตกในเรื่องของอริยสัจ คือกลัวความเป็นจริงจะปรากฏกับตนเอง นี่เป็นสิ่งที่ไม่ควรวิตกอย่างยิ่ง
ทุกข์สุดท้ายคือ กลัวโรค กลัวภัย รู้อยู่แล้วว่าคนเรา เป็นรังของเชื้อโรค รู้อยู่แล้วว่า คนเรา จะต้องเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นของปกติ แล้วยังกลัวให้เป็นทุกข์อีก
นี่แหละหนอ คนสองจิต จับอะไรไม่มั่น จำเอาไว้ทุกคน เคยพบองค์พระพุทธเจ้ามาแล้ว โดยเฉลี่ยคนละ ๑๐ องค์ แต่เหตุไฉนจึงจะขอพบท่านใหม่ หรือไง?
สอนมาถึงแค่นี้ ขอให้พิจารณาดู ตัวของตัวให้มากๆ ใครไม่กล้าดูตัวเอง ก็ให้รู้ไว้ว่า ยังมีทิฐิมานะอยู่พรั่งพร้อม ตัวนี้แหละที่ทำให้หลายคนไปไม่รอด ขอเพียงเงียบหนึ่ง
อย่าได้ต่อเวรต่อกรรมอีกต่อไป สิ่งที่ควรละเอียดอย่าชุ่ย สิ่งที่ควรชุ่ยอย่าละเอียด
ส่วนโลกีย์ มักจะกลับกับธรรม
สุดท้ายของการสอน ขอให้เธอทั้งปวงจงตั้งใจจริง อย่าได้รวนเร ให้ความ อยาก หมดเป็นชาติสุดท้าย ถ้าคนใดคิดผัดผ่อนก็ไม่ว่ากัน เพราะถือว่าแต่ละคน เป็นผู้เลือกทางเดินของตัวเอง แต่ละคนมีสิทธิ์ที่จะอยู่ จะไป ตามวาสนา ตามกุศล ตามบุญของจิตของแต่ละคน"

ที่มา http://www.oknation.net/blog/opapatika/2009/03/16/entry-1

พี่สุดใจคงขอเพิ่มเติมในรายละเอียดอีกสักเล็กน้อย

60 หมายเลข 100 ครอบครัว 5,000 บุคคลไม่ใช่เป็นสิ่งที่กล่าวไว้อย่างเลื่อนลอย
ดังนั้น การเรียน การสอนจึงแบ่งออกเป็นสองส่วน

ส่วนที่แรก ก็คือการเรียนเป็นกลุ่ม เรียนตามทฤษฎี ได้มีการสอนการทำแบบฝึกหัด การเรียนรู้ธรรมะ คือกฎธรรมชาติ และเรียนรู้เรื่องระบบที่เป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีควบคู่กันไปโดยมีคลื่นจากต่างดาวเป็นผู้ควบคุมการฝึกอย่างใกล้ชิด มีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความทุกข์ และมีการสอนให้ดับทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้นนั้น โดยการปล่อยวาง โดยการไม่ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 มีแบบฝึก มีการประเมินผลมีการทดสอบ ภายในกลุ่มผู้ฝึกฯ ตลอดเวลา ซึ่งการฝึกแบบเข้มข้นนี้ผู้ที่จะผ่านการฝึกได้ ย่อมต้องผ่านความทุกข์ในขั้นเข้มข้นมาแล้วทั้งสิ้น

อีกส่วนหนึ่ง ก็คือผู้ที่ฝึกเดี่ยว คือมีการสอนตัวต่อตัว ครูหนึ่งนักเรียนหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่าเราคิดอะไร ทำไมมนุษย์ต่างดาวจึงรู้ การเรียนแบบเดี่ยวนี้ก็ต้องเผชิญความทุกข์ตามสถานการณ์ที่ครูจัดให้ ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะทำให้เราเป็นทุกข์ จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีแต่ความทุกข์เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เหมือนกับว่าสิ่งต่าง ๆรอบตัวจะมีการถูกกำกับโดยบางสิ่งบางอย่าง มีการบังเอิญที่บ่อยเกินไปและเหมือนมีการทดสอบ ประเมินผล โดยบางสิ่งบางอย่างอยู่ตลอดเวลา และหากถึงคราววิกฤต เราก็จะมีทางออก มีทางแก้ไขได้เสมอไปเหมือนเป็นการจัดฉากขึ้นมาเพื่อทดสอบให้ก้าวข้ามความทุกข์นั้น ๆให้ได้นั่นเอง

เพราะสิ่งที่มนุษย์ต่างดาวได้บอกไว้ก็คือ ความทุกข์ (จากระบบ) มีค่ามากกว่าทอง

ดังนั้นการสอนจึงเน้นให้เจอแต่ทุกข์ และสอนวิธีการดับทุกข์นั้น ถ้าเจอแต่สุขก็จะไม่ขวนขวายที่จะปฏิบัติธรรม ถ้าเจอแต่ทุกข์ก็ย่อมหาทางปฏิบัติให้พ้นทุกข์นั่นเอง วิธีการเดียวกัน แต่อาจเป็นคนละรูปแบบกันและผลที่ได้พ้นทุกข์เหมือนกัน

ดังนั้น 60 หมายเลข ก็คือผู้ที่ถูกฝึกเป็นกลุ่ม มีการเรียน การสอนการสอบให้ผ่านในแต่ละระดับ ซึ่งหากผู้ที่ไม่สามารถผ่านในแต่ละขั้นได้ ก็ออกไปก่อนที่เหลือก็จะเรียนต่อไป จนประกาศจบการเรียนในรุ่นนี้แล้วจึงเรียกผู้ที่ไม่ผ่านในแต่ละระดับ มาเรียนเพิ่มเติม

60 หมายเลขจึงต้องมีหลักฐานการลงทะเบียนเข้าเรียนในแต่ละรุ่น ซึ่งรุ่นแรกเริ่มเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2542 (ซึ่งก็เป็นเวลาใกล้เคียงกับที่คุณ Chayutt เริ่มเจอบททดสอบพร้อม ๆกัน)

มนุษย์ต่างดาว ได้เคยกล่าวไว้นานแล้วว่า งานนี้คนเยอะไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนทำงานในโครงการนี้ แต่เมื่อยังไม่ถึงเวลามาพบเจอ บุคคลต่างๆ นั้นก็ต้องฝึกลำพังไปก่อน

ถ้าท่านลองสังเกตว่าบางครั้งเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างคอยมากำกับเราอยู่ คอยมาดูแลสถานการณ์ต่าง ๆ รอบ ๆตัวเราตลอดเวลา เหมือนการบังเอิญที่บ่อยเกินไป คิดอะไร แล้วก็เจอสิ่งนั้นเสมอกลัวอะไรจะได้อย่างที่กลัวเสมอ เหมือนมีการเข้ามารู้ในใจว่ากำลังคิดอะไรอยู่และก็จะจัดแบบทดสอบมาให้ เพื่อให้ผ่านไปแต่ละลำดับขั้น และผู้ที่ถูกฝึกเดี่ยวนี้ภายในใจจะเหมือนกำลังเสาะหาบางสิ่งบางอย่างอยู่ ยังไม่ลงตัวสิ่งที่เจอยังไม่ใช่สิ่งที่ค้นหา แต่ไม่รู้ว่ากำลังค้นหาอะไรแต่เมื่อมาพบเจอข้อมูลเหล่านี้ ก็จะสามารถเข้าใจได้เลยอย่างรวดเร็วไม่ต้องใช้เวลามากนักเพราะเป็นการฝึกในแบบเดียวกันนี้มาก่อน

ถ้าฝึกเสร็จแล้วมีการเข้ามาร่วมงานกันแล้ว แม้จะฝึกกันคนละที่ คนละเวลา แต่ทุกหน้าที่สำคัญหมดเมื่อถึงเวลาทำงาน ก็ต้องเชื่อมต่อกัน เหมือนการต่อแผ่นจิ๊กซอ นั่นเอง

ตอนนี้สถานการณ์ของภัยพิบัติเริ่มกระชั้นเข้ามาทุกขณะ ดังนั้นจึงมีหลายคนเริ่มรู้ตัวว่าเป็นคนที่ถูกฝึกโดยระบบ และเข้ามาร่วมงานในโครงการช่วยเหลือภัยพิบัติในแต่ละหน้าที่ที่ถูกฝึกมา

ดังนั้น การเปิดกระทู้ข้อความจากกลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย (เขากะลา) 'เมื่อวันที่ 09-08-07 ก็เพื่อเป็นการแจ้งเพื่อทราบ' ให้ผู้ที่สนใจเรื่องการติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

และเป็นการแจ้งไปยังผู้ที่ได้รับการ 'ฝึกเดี่ยว' จากระบบเป็นรายบุคคลท่านอื่น ๆได้รับทราบข้อความเหล่านี้ และนำตัวอย่างจากประสบการณ์ของผู้ที่ถูกฝึกโดยระบบกลุ่มที่ได้เขียนเล่าไว้ครอบคลุมแล้วนั้น ไปเทียบเคียงกับสิ่งที่ได้พบเจอมาก็ได้คำตอบในสิ่งที่สงสัยและค้นหา

ผู้ที่จะเชื่อเรื่องราวเหล่านี้ได้นั้นต้องมีการไตร่ตรอง มีการใช้ปัญญาพิจารณาอย่างยิ่ง ซึ่งจากการสนทนากันในวันนั้น ทำให้ทราบว่า คุณ Chayutt ได้ศึกษาธรรมะ และปฏิบัติธรรมมาเป็นเวลานาน จึงสามารถนำธรรมะไปเทียบเคียงกับเรื่องของระบบ จนทราบว่าเป็นการสอนในเรื่องเดียวกัน และสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการหลุดพ้นจากวัฏฏะสงสาร แต่คนละรูปแบบกัน เพราะเป็นรูปแบบของงานเฉพาะกิจที่ได้มีการจัดวางไว้เนิ่นนานมาแล้ว

ระบบได้แจ้งให้รับคุณ Chayutt เข้าสู่ระบบทำงานกับมนุษย์ต่างดาว ในรุ่น 51 ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2551 เป็นต้นไป

ระบบได้มีการประกาศรับผู้ที่อยู่ภายนอกจาก 60 หมายเลข และมีการฝึกเดี่ยวมาโดยลำดับ เข้าสู่ระบบทำงานกับมนุษย์ต่างดาวแล้วจำนวน 4 ท่าน และจะเริ่มมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเข้าสู่ระบบทำงานแล้วซึ่งแต่ละท่านจะรู้ได้ด้วยตนเอง

เป็นหน้าที่ของมนุษย์ต่างดาวที่ต้องสื่อสารกับผู้ที่ได้คัดเลือกไว้เอง ต้องนำวัตถุบิน หรือจานบินในรูปแบบต่าง ๆไปตาม ไปปรากฏให้ท่านเห็นเอง เพราะสิ่งเหล่านี้ มนุษย์ทำเองไม่ได้ คำกล่าวหนึ่งที่มนุษย์ต่างดาวกล่าวไว้เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2541 เมื่อคุณภัทรพลถามว่า ทำไมจานบินจึงมาปรากฏตอนผมออกมาจากบ้านทุกที แปลกมาก

'ไม่แปลกหรอก ไปเพื่ออะไร สักวันหนึ่งเจ้าจะฉุกคิดได้ว่าทำไม ? สิ่งที่เงินซื้อไม่ได้จึงมาหาเรา'

หน้าที่พี่สุดใจก็คือ มีหน้าที่ให้ข้อมูลของระบบกับทุกท่าน เมื่อท่านพบเจอเอง เกิดความสงสัยและต้องการคำตอบเพื่อเทียบเคียงนั่นเป็นสิ่งที่พี่สุดใจสามารถให้ความกระจ่างได้ และรับหน้าที่แจ้งรายชื่อ ผู้ที่ระบบรับเข้าทำงานเป็นบุคคลต่อไป  ที่ได้รับเข้าทำงานด้านปฏิบัติการแล้วจำนวน 3 ท่าน คือคุณณพงษ์ คุณณภัทร และล่าสุดน้องใหม่ คุณชยุตและสมาชิกสมทบ 1 ท่าน คือ (คุณ mooing 2546)

ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจกับทุกท่านสักนิดนะคะ เพราะบางท่านอาจไม่เข้าใจ และคิดว่าทุกคนต้องมาอยู่รวมกันกับกลุ่มประสานงาน เพื่อการเตือนภัย(เขากะลา) มาเป็นสมาชิกมาทำงานร่วมกัน เหล่านี้เป็นต้น
ก็คงต้องขออธิบายสักเล็กน้อยว่า ความจริงแล้วการที่ระบบได้วางโครงข่ายในการให้ความช่วยเหลือมนุษย์นั้นมีหลายรูปแบบ

การฝึกเป็นกลุ่ม อย่างผู้ที่มีหมายเลข 60 บุคคลนั้นก็เป็นการเรียกได้ว่า เป็นกลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา)เพราะเป็นการฝึกฯ ที่ระบบฝึกเองทั้งกลุ่ม จึงเป็นที่ทราบกันว่าเป็นกลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา) อย่างแน่ชัด และทำงานแบบรู้ตัวว่าทำงานกับมนุษย์ต่างดาว เผยแพร่ข่าวสารที่รับมาออกสู่สาธารณชนอย่างถูกต้องตรงตามข้อมูลที่ส่งมาจึงเป็นการทำงานที่รู้ว่ากำลังทำงานกับมนุษย์ต่างดาว

การฝึกเดี่ยว ใน 100 ครอบครัว ก็คือผู้ที่ได้เดินทางมาสัมผัส มารับรู้การมาเยือนของมนุษย์ต่างดาว แต่ไม่ได้เป็นผู้ฝึกร่วมกลุ่ม แต่เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้มาทำหน้าที่ต่าง ๆเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจจากมนุษย์ต่างดาว เป็นผู้ถ่ายภาพยานอวกาศได้มีความเข้าใจในการมาโลกมนุษย์เพื่ออะไร บุคคลนี้จึงมีการพบเห็นยานอวกาศบ่อย ๆ และทำหน้าที่เผยแพร่ภาพต่าง ๆ ออกสู่สาธารณะ
รวมถึงบุคคลต่าง ๆที่ไม่ได้มีหมายเลข แต่ถูกฝึกเดี่ยวมาในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับการฝึกกลุ่มเพื่อปฏิบัติภารกิจนี้ ก็จะเข้าใจได้ง่ายเพราะมีตัวอย่างใกล้เคียงกัน บุคคลกลุ่ม 100 ครอบครัวนี้จะอยู่ในหลาย ๆ กลุ่มที่ทำเรื่องเกี่ยวกับภัยพิบัติ มิใช่พบเจอจานบินรู้เรื่องมนุษย์ต่างดาวและสื่อสารกับเขาได้แล้ว จะต้องมาอยู่รวมกันกับกลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา) มิใช่เช่นนั้น

ท่านก็ยังอยู่ในกลุ่มของท่านเช่นเดิม ยังคงกระทำกิจกรรมยังกลุ่มต่าง ๆ เช่นเดิมแต่ก็จะมีบางท่านในกลุ่มนั้นสามารถรับข้อมูลที่สื่อสารลงมาได้ จะผ่านช่องทางใดก็ตาม ความฝัน สมาธิ หรือเข้ามาในความคิดขณะที่ยังลืมตาอยู่ก็ตาม ก็ย่อมเป็นเรื่องที่ทำเพื่อประโยชน์มนุษย์ทั้งสิ้น เพราะในอนาคตข้างหน้า กลุ่มที่ช่วยเหลือเรื่องภัยพิบัติ จะต้องมีผู้รับข้อมูลโดยตรงจากดวงดาวต่าง ๆที่ทำหน้าที่สื่อสารกับกลุ่มนั้น ๆ หรือบุคคลนั้น ๆไม่ต้องมาผ่านกลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา) แต่อย่างใดแต่ท่านที่สื่อสารก็จะพอทราบได้ว่า มีข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ ส่งเข้ามาไม่ใช่เป็นผู้คิดเองทั้งหมดจึงทำงานแบบรู้ตัวในส่วนหนึ่ง

สำหรับ 5,000 คนทั่วโลกนั้น ส่วนมากจะเป็นการทำงานแบบตัวคนเดียว ไม่ค่อยมีการรวมกลุ่ม แต่งานจะเกี่ยวเนื่องกับภัยพิบัติเป็นส่วนใหญ่ นักวิทยาศาสตร์นักธรณีวิทยา หรือนักสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับภัยพิบัติ ก็มีโอกาสที่จะเป็น 1 ใน 5,000 คน เพราะชอบที่จะสร้างหนังแนวนี้ เพื่อให้คนตระหนักถึงเรื่องภัยพิบัติ และตื่นตัวมากขึ้น ก็จะเป็นการทำงานแบบอิสระ ทำงานแบบไม่รู้ตัวว่าทำงานกับระบบ ซึ่งมีอยู่ทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก

ค่ะก็คงพอทำให้ท่านเข้าใจได้บ้างว่า ทุกท่านที่พบ ที่เห็นจานบินสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้  ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมารวมกันกับกลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา)แต่อย่างใด ท่านก็ยังคงดำเนินกิจกรรมของท่านตามเดิม แต่เขามาช่วยเตือนช่วยเสริมอุปกรณ์และเตรียมการณ์ให้กับกลุ่มของท่านอีกส่วนหนึ่งด้วย

จึงจะมีบางส่วนเป็นกรณีพิเศษที่ถูกส่งไปฝึกเดี่ยวและมีภารกิจเกี่ยวเนื่องกับกลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา)โดยการจัดวางไว้ก่อนที่เมื่อทราบแล้วก็พร้อมที่จะเข้ามาทำงานร่วมกับกลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา)ตามภารกิจที่ทราบล่วงหน้าแล้ว ซึ่งมีเป็นบางท่าน และบางกรณีค่ะ
คงมีความกระจ่างพอสมควรท่านจะได้สบายใจได้ว่า ได้พบจานบิน ได้เห็นวัตถุแปลก ๆ ได้สื่อสารกับเขาแล้วต้องทำอะไรบ้าง? ก็คงพอคลายความสงสัยได้พอควรนะคะ

บทความเรียบเรียง โดย คุณสุดใจ ชื่นสำนวน

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share