พระครูมงคลธรรมโสภณกับมนุษย์ต่างดาว

http://ainews1.com/article456.html

พระอาจารย์ใหญ่  หรือพระครูมงคลธรรมโสภณ
วัดแจ้งเมืองเก่า  อำเภอประจันตคาม   จังหวัดปราจีนบุรี

(สมาชิกจากต่างดาวดวงนี้ จัดเก็บพลังงานสำรอง ในศูนย์ที่แตกต่างจากดาวอังคาร ซึ่งมีแหล่งเก็บพลังงานสำรองที่สฟริงซ์)

จากสถานที่จริง  วัดแจ้งเมืองเก่า  พ่นสีตรงบริเวณที่จานบินลงจอด

และท่านยังได้ทำเสาสัญญาณ   ไว้ด้านข้างลานจอดจานบินด้วย   
ตามที่มนุษย์ต่างดาวสื่อสารบอกไว้ว่า  เพื่อใช้เก็บพลังงาน 
โดยท่านบอกว่า  ด้านล่างได้ฝังโทรศัพท์มือถือที่เสีย ๆ จำนวนหลายเครื่อง
ไว้ในดินด้านใต้เสาสัญญาณนี้ 
ไม่ทราบว่ามนุษย์ต่างดาวให้ใส่ลงไปทำไม

คณะประสานงานเขากะลามาร่วมงานแผ่เมตตา ป้องกันภัยพิบัติให้แก่ พื้นที่ กทม. ณ อาคารใบหยก


พระอาจารย์ใหญ่  พระครูมงคลธรรมโสภณ  วัดแจ้งเมืองเก่า 
ท่านได้เดินทางมาถึงพร้อมญาติโยม  ที่มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก


จากนั้น  พระอาจารย์ใหญ่ก็นำผู้ร่วมพิธี  ขึ้นไปยังดาดฟ้าของตึกใบหยก
  เพื่อทำพิธีกำจัดคลื่นพลังงานที่จะก่อภัยพิบัติต่อกรุงเทพฯ

ถึงเวลาทำพิธี   ทุกคนทำจิตสงบ  โดยมีพระอาจารย์ใหญ่ท่านเดินนำหน้า  แล้วสวดภาษาบาลี   
พร้อมทั้งนำสิ่งมงคลโปรยไปโดยรอบ  จากดาดฟ้าตึกใบหยกลงมา 
พร้อมแผ่เมตตาร่วมกัน  เพื่อกำจัดคลื่นพลังงานที่ไม่ดี  ที่จะก่อให้เกิดภัยพิบัติขึ้นในกรุงเทพฯ

8 ส.ค. 2010


หลังจากเสร็จพิธี  ก็ได้สนทนากับพระอาจารย์ใหญ่ 
ท่านขอบใจทุกคนที่มาร่วมกันแผ่คลื่นพลังงานที่ดีในวันนี้

หลังจากนั้น  ก็กราบลาพระอาจารย์ใหญ่  เดินทางกลับ

พระอาจารย์ใหญ่  หรือพระครูมงคลธรรมโสภณ
วัดแจ้งเมืองเก่า  อำเภอประจันตคาม   จังหวัดปราจีนบุรี

 
โรงเรียนปริยัติธรรม  วัดแจ้งเมืองเก่า
 
ส่วนอาคารข้างล่าง ที่สร้างขึ้น ตามรูปแบบของชาวต่างดาว ที่มาออกแบบให้
 
ท่านมีเรื่องราวแปลก ๆ   มากมาย  มาเล่าให้ฟัง

ครั้งแรกที่พบกับมนุษย์ต่างดาว

และ เมื่อหลายปีก่อน     ขณะที่ท่านกำลังมีงานพิธีอยู่ในวัด   ได้รับคลื่นสัญญาณ  ให้ท่านออกไปด้านหลังวัด  ท่านก็ออกไปโดยไม่ทราบว่า  ผู้ที่ส่งจิตสื่อสารมานี้เป็นใคร

เมื่อท่านออกไปด้านหลังวัดแล้ว  ท่านก็ได้พบจานบินลำหนึ่ง จอดรออยู่   และมนุษย์ต่างดาว  ได้ยืนรอท่านอยู่แล้ว   และเขียนรูปแบบแปลนบางอย่างให้ท่าน  แล้วบอกว่า
ให้ท่านอาจารย์ใหญ่สร้างตามแบบนี้   แล้วจะมีผู้ที่มีบุญบารมี  มาพัก  ณ สถานที่นี้

ท่านรับไปดูเห็นเป็นรูปแบบศาลาแปดเหลี่ยม  ลักษณะแปลก  ทรงสูง  แต่ท่านก็ได้สร้างตามที่มนุษย์ต่างดาวบอกไว้

หลังจากที่ท่านสร้างเสร็จไม่นาน   ก็ปรากฏว่า  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฏราชกุมาร เสด็จฯเยี่ยมเยียนประชาชนในแถบนั้น

และพระองค์ก็ได้เสด็จมาที่วัดแจ้งเมืองเก่า   ประทับ  ณ ศาลาแห่งนั้น    ตามที่มนุษย์ต่างดาวบอกทุกอย่าง

ดังนั้น  ศาลาแปดเหลี่ยม  จึงเป็นสถานที่ประทับ  ทุกครั้งที่เสด็จมา

 ซึ่ง ต่อมาภายหลัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฏราชกุมาร ท่านได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์  มาที่วัดนี้เป็นประจำ   จนได้สร้างลานปูนขนาดใหญ่  เป็นสนามบินสำหรับใช้จอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนพระองค์  ไว้ด้านหลังศาลารับเสด็จแห่งนี้
(แบบแปลนอาคาร ที่ประทับ อาจเป็นเรื่องน่าฉุกคิด ต่อการสร้างบารมีของมนุษย์ทุกคน หรือแม้การเก็บดอกไม้เพียงดอกเดียวย่อมกระเทือนถึงดวงดาว....เพื่อการรู้แจ้งเรื่องเหล่านี้ด้วยตนเองทุกท่านมีโอกาสนั้น เชิญแวะที่ /article403.html

 
 
จาก นั้น  ท่านก็สื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวเรื่อยมา นับเป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว  โดยเวลาที่มนุษย์ต่างดาวจะมาหาท่าน  จะปลิวลงมาคล้ายแผ่นกระดาษบาง ๆ    แล้วมาอยู่ตรงหน้าท่าน

หลังจากคณะของเราได้สนทนากับท่านเป็นเวลานานหลายชั่วโมง  ได้มีลูกศิษย์มาเชิญท่านไปห้องกระจายเสียงวิทยุชุมชม  เสียงตามสาย  ที่มีห้องออกอากาศ  ห้องส่งสัญญาณ  ซึ่งอยู่ภายในวัด

ท่านจึงอนุญาต  ให้เข้าไปดูการออกอากาศเสียงตามสาย  การบรรยายธรรม  โดยพระอาจารย์ใหญ่  ให้ประชาชนได้รับฟัง
 
ก่อน เดินทางกลับ  พระอาจารย์ใหญ่ท่านกล่าวว่า  วันที่ 8  สิงหานี้  ว่างกันไหม?  ไปร่วมกันทำพิธีที่ตึกใบหยก  ชั้นบนสุด  เพื่อให้เกิดความสุข  ความสงบแก่โลกใบนี้   โดยวันที่  8  เดือน 8  เป็นวันที่ฤกษ์ดี ท่านต้องไปทำพิธีบนยอดสุดของตึกใบหยก  ถ้าหากว่างก็ไปร่วมกันในพิธี

กลุ่มประสานงานฯ  ได้กราบเรียนท่านว่า  จะเดินทางไปร่วมในพิธีที่ตึกใบหยกวันที่ 8 สิงหาคมนี้ด้วย
 
กลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา) จึงได้มีโอกาสไปกราบท่าน   
และในวันนั้น  ท่านก็ได้เล่าให้ฟังว่า

มนุษย์ต่างดาวได้ติดต่อท่านมานานแล้วตั้งแต่  ประมาณเดือน พฤศจิกายน  2540   
ในขณะที่ท่านได้เข้าฌาณอยู่  มาติดต่อท่านในสมาธิก่อนในครั้งแรก 
ซึ่งบางครั้งก็ได้พาท่านไปยังที่ต่างๆ  ในหลายมิติ

วันนั้น  ท่านได้รับทราบว่ากลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา)
ได้ติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้   ท่านจึงได้ซักถามถึงการมาติดต่อนั้น   
มีความเป็นมาอย่างไร

จึงได้กราบเรียนให้ท่านได้ทราบในเบื้องต้น  และท่านกล่าวว่า 
ท่านจะลองเช็คดู  ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ?

ท่านจึงให้แบมือและยื่นออกไป  จากนั้นท่านก็ใช้ปากกาจากในย่าม 
จี้ลงที่กลางมือ  พร้อมทั้งเพ่งมองไปที่แท่งปากกานั้น  สักพักท่านก็กล่าวว่า

 มีพลังงานจากจักรวาลส่งมาจริง  ซึ่งท่านสัมผัสพลังงานนั้นได้ 

ท่านจึงได้เล่าเรื่องของมนุษย์ต่างดาวที่ท่านติดต่อสื่อสารด้วยนั้น  ให้ได้รับฟัง

 
กราบนมัสการพระอาจารย์ใหญ่  ครั้งที่ 2

ได้ รับทราบว่า  พระอาจารย์ใหญ่  จะเดินทางมาทำบุญที่บ้านลูกศิษย์ของท่าน  ที่ย่านรามคำแหง  ดังนั้น  จึงได้เดินทางไปกราบท่าน  ในครั้งนี้  ท่านได้เมตตาเล่าเรื่องที่ท่านได้ส่งจิตไปเยือนเขากะลาให้รับทราบด้วย

ท่านกล่าว ว่า  ท่านได้เข้าฌาณ  และไปสำรวจเขากะลามาแล้วทางสมาธิจิต    พบว่าที่เขากะลาแห่งนี้    มีการทำงานของกลุ่มมนุษย์ต่างดาว จำนวนมาก  และอาจารย์ใหญ่   เรียกชื่อตามรหัสที่มนุษย์ต่างดาวกลุ่มนั้นแจ้งไว้ (รหัส 455)

และท่านได้ขอทดสอบพลังงานอีกครั้ง  และเขียนรหัสด้วยเทียน   ใส่ที่มือด้วย
 
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1  ตุลาคม  2550

ในตอนเช้า   พระอาจารย์ใหญ่เล่าว่า   มีจานบินขนาดเล็ก   มาลงจอดที่ลานปูนหน้าโรงเรียนปริยัติธรรม  วัดแจ้งเมืองเก่า

 ตอนนั้นเวลาประมาณ 6  โมงเช้าเห็นจะได้    ขณะนั้น  ท่านอยู่องค์เดียว  ไม่มีพระรูปอื่นตรงบริเวณนั้น


จานบิน  ลักษณะรูปไข่  ขนาดไม่ใหญ่มากนัก   ด้านบนมีใบพัดเล็ก ๆ  ติดอยู่
( ดังภาพที่ท่านได้เขียนให้ไว้)

ขณะที่ท่านเดินออกมา  จานบินได้ลอยลงมาจอดแบบไร้เสียง  อาจารย์ใหญ่ยืนมองดูลักษณะของจานบิน  พบว่ามีสีคล้ายไข่ไก่  ไม่มีหน้าต่าง 
สูงประมาณ 2 เมตรครึ่ง  ยาวประมาณ 3 เมตรครึ่ง
จอดอยู่ประมาณ 8 - 10 นาที 

จากนั้น  ก็ส่งข้อความทางจิตให้ท่านทราบว่า  มาเยี่ยมท่าน และบอกว่ามาจากดาว  รหัส  448

พร้อมทั้งขอให้ท่านอาจารย์ใหญ่   ทำลานจอดจานบินไว้ให้ด้วย 

จากนั้น  จานบินก็ลอยขึ้นสูง  ในระดับตรงขึ้นไป  สักประมาณ 10  เมตร  ก็หายวับไปต่อหน้าพระอาจารย์ใหญ่

พระอาจารย์ใหญ่ จึงทำการพ่นสีรอบบริเวณที่จานบินลงจอด   
 ตรงกลางพ่นคำว่า  " UFO" 

โดยพ่นสีเขียนว่ายูเอฟโอ


(ตามภาพ)


พระอาจารย์ใหญ่บอกว่าช่วงที่ลอยขึ้น  เห็นตัวอักษรด้านใต้ยาน  เขียนเป็นภาษาที่อ่านไม่ออก  แต่ท่านจำได้ จึงเขียนให้ดูด้วย 

กราบขอบพระคุณ  พระอาจารย์ใหญ่เป็นอย่างสูง  ที่ได้เมตตานำข้อมูลมาเล่าให้กลุ่มประสานงานฯ  และเพื่อน ๆ สมาชิกได้รับฟัง

ซึ่งอาจมีโอกาสได้รับฟังจากท่านอีกครั้ง  เพราะอาจารย์พีท ทองเจือ และทีมงาน  ตีสิบ  ได้เดินทางไปสัมภาษณ์พระอาจารย์ใหญ่มาแล้ว และท่านได้เล่าเรื่องที่ท่านติดต่อมนุษย์ต่างดาวให้ทางรายการได้รับฟัง  และบันทึกเทปด้วย

ซึ่งหากจะออกอากาศวันไหน  อาจารย์พีทจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่งค่ะ

พระ อาจารย์ใหญ่  ท่านได้ให้สัมภาษณ์  ถึงเรื่องที่ท่านติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว  ลงในหนังสือ  โหรามหาเวทย์  ปีที่ 1  ฉบับที่  3  เดือนพฤษภาคม  2550  มีข้อความดังนี้

นอก จากกลุ่มที่เคลื่อนไหวเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวหรือว่าพบเห็น UFO ในเมืองไทยแล้วยังมีโอกาสทราบว่า มีบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งที่มีความสามารถพิเศษในการติดต่อกับมนุษย์ต่าวดาวได้ คือ พระครูมงคลธรรมโสภณ หรือ “หลวงพ่อใหญ่” แห่งวัดแจ้งเมืองเก่า อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี

“หลวงพ่อใหญ่” สามารถติดต่อกับมนุษย์ผู้มาจากโลกอื่นได้คล้ายกลุ่มเขากะลา หรือ ดร.เทพนม เมืองแมน และอีกหลาย ๆ กลุ่มในเมืองไทย ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งใน 100 ครอบครัวที่ระบบแจ้งให้ทราบก็เป็นได้ หลวงพ่อใหญ่เล่าว่าท่านเริ่มติดต่อกับมนุษย์จากโลกอื่นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2540 ซึ่งเป็นเวลาใกล้เคียงกันกับท่านคุณพ่อ จ.ส.อ.เชิด ชื่นสำนวน แห่งเขากะลา (ท่านติดต่อครั้งแรกเมื่อ 2 ธันวาคม 2540 ) ครั้งนั้น ขณะที่ทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญเทวดาเพื่อจะประกอบพิธีกรรมบางอย่างอยู่ ปรากฎว่ารู้สึกเหมือนมีพลังลึกลับอะไรบางอย่างดึงดูดให้ท่านเดินออกไปบริเวณ หลังวัด เมื่อไปถึงปรากฎว่ามีจานบินจอดรออยู่ พร้อมกับมีมนุษย์ตัวเล็ก ๆ สูงราว 150 ซม. ศรีษะขนาดปกติไม่มีผม เท้าติดกัน ดูเหมือนไม่มีเท้า ใส่ชุดรัดรูปสีเงิน ยืนรอท่านอยู่

“หลังจากที่อาตมาได้พบกับพวก เขาแล้วก็แทบจะไม่ต้องคุยกัน เพราะเหมือนกับเราสื่อสารกันด้วยจิต เขาใช้มือทำท่าทางประกอบคำอธิบายต่าง ๆ แล้วก็เขียนแปลนก่อสร้างอาคารหลังหนึ่งคล้าย ๆ กับเก๋งจีน ส่งให้กับอาตมาด้วยมือ แล้วบอกว่า (ทางจิต) ให้รีบสร้าง ต่อไปจะมีผู้มีบุญญาธิการมาพักและเยี่ยมเยียนที่นี่ แล้วพวกเขาก็มาพบหลวงพ่อบ่อย ๆ ส่วนมากมาตอนกลางคืนหรือขณะที่นั่งสมาธิ แล้วพาหลวงพ่อไปเที่ยวชมเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น สึนามิ เหตุการณ์วางระเบิด แม้แต่ไปชมเมืองบาดาล บางครั้งก็ไปพบพระเถระที่ดับขันธ์ไปแล้ว การเดินทางเป็นการเดินทางไปด้วยจิต ท่านบอกว่าพวกเขาคิดเร็วมาก เร็วกว่าเราประมาณ 100 เท่า พวกเขาคล้ายกับผู้ที่จัดอยู่ในประเภทเทวตาภูมิ คือไปไหนมาไหนด้วยจิต จะมีร่างก็ได้ จะไม่มีร่างก็ได้ เปิดมิติได้ เปิดประตูเวลาได้ เปลี่ยนเวลาสถานที่ได้อย่างง่ายดาย ติดต่อสื่อสารกันด้วยจิต

และที่สำคัญไปกว่านั้น หลังจากนั้นท่านก็นำแปลนที่ได้นำไปก่อสร้าง เมื่อสร้างเสร็จก็พอดีมีเจ้านาย ซึ่งเป็นพระราชวงศ์ชั้นสูงเสด็จมาเยี่ยมที่วัดนี้ และได้ประทับ ณ ศาลาหลังนั้น ก็เป็นจริงดั่งคำทำนายทุกประการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระบารมีมิเพียงแต่จำกัดเฉพาะพวกเราชาวไทยเท่านั้น แต่ก็ได้ปกคลุมแผ่ไพศาลไปไกลจนสุดขอบจักรวาลเลยทีเดียว!!!

คลื่นจากผู้สูงสุดแห่งดาวพลูโต ที่สื่อลงมาที่หัวหน้ากลุ่มอภิจิต 2000 คุณภัทรพล เจษฏาอภิบาล  ข้าพเจ้าจะขอบอกถึงภารกิจของข้าพเจ้า ในการที่จะช่วยเหลือภพมนุษย์ของเจ้าให้รอดพ้นจากภัยพิบัติ ตามส่วนของผู้ที่มีบารมีเท่านั้น สิ่งที่เจ้าได้พูดมาข้าพเจ้าจะขออธิบายเพิ่มเติมว่าภัยพิบัติที่ใหญ่หลวงยิ่ง ที่จะเกิดกับโลกของเจ้าทั้งโลกนั้น ถ้าไม่มีเทพที่จะลงมาช่วยเหลือภพมนุษย์ มันก็แทบจะไม่มีเหลือ ทั้งผู้ที่ไม่มีบารมีและผู้ที่มีบารมีเก่า ก็จะตายกันมากกว่านี้ จะไม่มีการเตรียมการจะไม่มีการรวมคนที่มีบารมี และที่จะเหลืออยู่ก็แทบจะเป็นบ้าเป็นบอกันไปหมด และผู้ที่มีบารมีเมื่อสิ้นชีวิตก็ขึ้นสวรรค์ไป แต่ผู้ที่จะดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ ให้ดำรงต่อไปนั้น ก็แทบจะไม่มีคุณภาพภพมนุษย์ ก็แทบจะสูญสิ้นกันไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้น จึงเป็นกฏของธรรมชาติ เป็นกฎของจักรวาลซึ่งยิ่งใหญ่เหนือกว่าสิ่งใด ยิ่งใหญ่กว่าสิ่ง
ที่เจ้าเคยรับรู้ ได้เห็น ได้สัมผัสเพราะ นั่นอยู่เหนือวิสัยของมนุษย์ที่จะคิดได้ กฎของจักรวาลนั้น เป็นสิ่งที่ทวยเทพและต่างจักรวาลทั้งหลายต้องลงมาช่วยกัน เพื่อให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีคุณภาพ ให้มีการเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งมีการสืบทอดพระธรรมคำสั่งสอน จะหล่อเลี้ยงจิตใจพวกเขาให้อยู่ต่อไป

ดังนั้นในประเทศนี้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีพระธรรมคำสั่งสอนของพุทธศาสนา เป็นประเทศที่มีบารมีคุ้มครอง ทวยเทพทั้งหลายได้ให้ความร่วมมือ รวมทั้งต่างจักรวาล รวมทั้งข้าพเจ้า และต่างดาวที่มาจากจักรวาลอื่น ได้ประชุมรวมกันเ ห็นพ้องต้องกันก่อนที่พวกเจ้าจะลงมาเกิดนี้ ข้าพเจ้าก็ได้เล็งพระญาณเลือกสถานที่ ที่เจ้านั่งกันอยู่นี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการที่เทพทั้งหลาย จะอธิษฐานจิตกันลงมา อุบัติลงมาจากเทวโลก พวกเจ้าคิดรึ ถ้าพวกเขาๆไม่อุบัติลงมาจากเทวโลก ภพมนุษย์ก่อนเก่านี่จะสามารถรักษาธรรมะอันทรงคุณค่า ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ให้อยู่เหลือรอดต่อไปได้ มันไม่ได้หรอกนะ มันต้องได้รับการรักษาจากผู้ที่มีบุญบารมีจากเทวโลก ที่อธิฐานจิตอุทิศตนลงเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ ให้ดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้อยู่ต่อไปนั้น คือผู้ที่เสียสละ ให้ภพมนุษย์ได้ยืนหยัดอยู่ต่อไป

ถ้าภพมนุษย์ไม่ยืนหยัดอยู่ต่อไป ก็ไม่มีโอกาสที่เทวโลกพรหมโลกจะลงมาสร้างบารมี มันต้องมีการช่วยเหลือกันทั้ง3ภพนั้น มันเกี่ยวข้องกันอย่างแยกกันไม่ออก

ฉะนั้นพวกเจ้าที่ได้มานั่งกันอยู่ที่นี้ รวมทั้ง100 ครอบครัวที่ได้เคยบอกไปแล้วนั้นก็คือครอบครัวจากเทวโลกทั้งสิ้น ครอบครัวที่มีการอธิฐานจิต มีการอาสามีการรับรู้ในโครงการที่จะมาช่วยเหลือในภพมนุษย์ ฉะนั้นผู้ที่มีจิตใจสูงเท่านั้น จึงจะสามารถมาพบในสถานที่นี้ได้เข้าถึงพระธรรม และดำรงรักษาพระธรรมในสถานที่ที่พวกเขาได้พบกันอยู่นี้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันเป็นการกำหนดจากเทวโลก เป็นการเตรียมการเป็นการสมัครใจของพวกเขา และพวกเจ้าที่นั่งกันอยู่ที่นี้ แต่ปัญญาในภพมนุษย์มันมีขีดจำกัดในการรับรู้ เจ้าไม่สามารถรำลึกไปถึงอดีตไม่สามารถมองถึงอนาคต เพราะฉะนั้นสิ่งที่พวกเจ้าทำด้วยความศรัทธานี้ มันไม่ใช่ความศรัทธาที่ไม่มีเหตุมันมีเหตุเก่ากันมา จึงมาเป็นพวกเจ้ามาที่ ณปัจจุบันนี้

เจ้าไม่ต้องแปลกใจ ต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ พวกเจ้าก็จะได้พบสิ่งปาฏิหาริย์ที่ข้าพเจ้า และดวงดาราอื่นๆจะมาร่วมกัน เพื่อที่จะทำให้ภพมนุษย์ของเจ้าได้ดำรงอยู่ต่อไป สิ่งที่ทวยเทพทั้งหลายที่ได้ลงมานั้น เป็นความอนุเคราะห์ ความกรุณาความเมตตาของท่าน ได้ลงมาเตือนสติพวกเจ้า แต่จะลงมาอย่างไรเล่าจะลงมาเป็นมนุษย์อย่างเจ้า ท่านก็สามารถทำได้ แต่เจ้าจะเชื่อไหมล่ะทั้งที่ผู้ที่เจ้านับถือจะเป็น รูปของบรรพชิตก็ตาม คนส่วนใหญ่แม้จะรู้ว่าท่านดี แต่ก็ไม่สามารถจะปฏิบัติตามคำที่ท่านสั่งสอนได้ ไม่สามารถที่จะรับฟังธรรมของท่านได้

เพราะ ฉะนั้น ในการไตร่ตรองของเทวโลก วิธีการที่จะมาผ่านร่างของมนุษย์ และมาทำปาฏิหาริย์ต่าง ๆเป็นวิธีการที่เทวโลกเขาไตร่ตรองลงมาแล้ว เป็นวิธีการที่ดี และสามารถกระทำการหลาย ๆอย่างได้ โดยไม่ต้องมีขอบเขตของกฎของนักบวช ที่พระพุทธองค์ท่านได้ทรงบัญญัติไว้ เพราะ ฉะนั้นสิ่งที่พวกเจ้าพูดกันมา ขีดจำกัดของมนุษย์รับได้เพียงบางอย่าง เชื่อได้เพียงบางอย่าง สิ่งที่เหลือที่เขารับไม่ได้แต่ไม่รู้เท่าทันหรอกว่าอวิชชามันบังเอาไว้ ให้รับได้เท่านี้ ให้รับได้เท่านั้นจำกัดอย่างนั้น จำกัดอย่างนี้ อวิชชามันบังพวกเขาเอาไว้

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้ และตรัสสั่งสอนที่พวกเจ้าอาจจะเคยได้ยินว่าใบไม้ทั้งป่าพระพุทธองค์นำมาตรัสสอนพวกเจ้าแค่กำมือเดียว แต่กำมือเดียวนี้พวกเจ้าก็ยังกีดกั้นกันเองยังมีปัญญาไม่สามารถรับรู้ได้ในทั้งหมดที่พระพุทธองค์ท่านตรัสสอน แล้วพวกเจ้าคิดรึว่า ใบไม้ทั้งป่า ที่ท่านไม่ได้ตรัสสอนนั้นมันจะมีอะไรอีกบ้างมันเหลือวิสัยที่พวกเจ้าจะคิดคำนึงเหลือวิสัยที่พวกเจ้าจะไตร่ตรอง เพราะฉะนั้นธรรมของพระพุทธองค์ไม่ได้เป็นไปด้วยตรรกะ

ตรรกะคืออะไร? ตรรกะ คือการคิดคำนวณตามเหตุตามปัจจัย หรือตามวิทยาศาสตร์ของเจ้านั้น มาใช้กับวิธีของท่านนั้นมันยังไม่ถึง เพราะฉะนั้นสิ่งเหลือวิสัยของวิทยาศาสตร์สิ่งเหลือวิสัยของญาณของมนุษย์ทั้งหลายที่จะพึงรู้ยังมีอีกมาก ทั้งในเรื่องที่พวกเจ้าจะเชื่อได้ หรือจะเชื่อไม่ได้นั้น แต่สิ่งนั้นมีอยู่แล้วมีอยู่มาก่อน และจะมีอยู่ในอนาคตข้างหน้าพวกเจ้าก็จะได้รับการถ่ายทอดตามแต่สติปัญญาของพวกเจ้าที่จะรับรู้ได้


ข้าพเจ้าได้เคยกล่าวไว้ในกาลก่อนนั้นว่า ข้าพเจ้าจะนำเทคโนโลยีมาเปิดเผย มาสั่งสอน มาบอกกับพวกเจ้าตามแต่บารมีของเจ้า ที่จะรับได้ไม่ใช่ว่าเอามาสั่งสอนเอามาเปิดเผยทั้งหมดมันเป็นไปไม่ได้ เหมือนเด็กเล็กๆจะให้มารู้วิชาของปริญญาเอกนั้น สอนให้ตายมันก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้น สอนได้ ก ไก่ ขไข่ ก็สอนกันไป ในส่วนที่พวกเจ้าได้รับรู้นี้ ในวาระจิตของบางคนก็สามารถเรียนได้ป.1 ป.2 บางคนก็สามารถเรียน ป.3 ป.4 เราก็ต้องสอนไปตามแต่บารมี ดังนั้นจึงต้องมีการคัดแยกให้ผู้ที่มีบารมีเข้าถึงแก่นของธรรม ก็แยกกันไปส่วนหนึ่งผู้ที่มาใหม่ยังอยู่ในเปลือกนอกของยานต่างดาว ก็แยกกันไปอีกพวกหนึ่ง เพื่อที่เขาจะได้สมความปรารถนาของเขาไม่มีการสับสนปะปนกัน

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เจ้าคิดถึงเรื่องของภัยพิบัตินั้น ซึ่งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เกิดขึ้นมากกว่าที่พวกเจ้า คิดคำนึงถึงเสียอีก แต่ถึงเวลานั้นแล้วพวกเจ้าจะรับรู้ได้เฉพาะสิ่งที่เจ้าอยู่ ส่วนอีก70 ...ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตใกล้ๆนี้


เล่าเรื่องรายงานข่าวโดย คุณ สุดใจ ชื่นสำนวน

ฟ็อกซ์ นิวส์/ASTVผู้จัดการ 8 พ.ย. 53 - วัตถุส่องแสงวาบถูกพบในยามค่ำคืนเหนือท้องฟ้าแห่งหนึ่งในมลรัฐเวอร์จิเนีย และหนนี้นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วในรอบไม่ถึงเดือนที่มีผู้พบเห็นวัตถุประหลาดโผล่บนน่านฟ้าของสหรัฐฯ
       
       ชาวบ้านในเมืองเซนเตอร์วิลล์ ในมลรัฐเวอร์จิเรีย พบเห็นแสงสว่างสีน้ำเงินลอยอยู่บนท้องฟ้า มันไม่มีเสียงและเคลื่อนไหวไปทั่วท้องฟ้าเป็นเวลาราว 10 นาที ก่อนหายวับไปกับตา
       
       ไบรอัน เฟนส์ ผู้ที่ใช้กล้องวิดีโอบนโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพนี้ไว้ได้เล่าว่า "วัตถุดังกล่าวส่องแสงสว่างอย่างมากในยามค่าคืน" เขากล่าว "มันหยุด(บนท้องฟ้า)และจากนั้นก็บินกลับไป"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึงเดือน ตามหลังเหตุฮือฮาพบวัตถุส่องแสงวาบเหนือน่านฟ้าแมนฮัตตัน นิวยอร์ก สหรัฐฯ เมื่อวันพุธที่ 13 ตุลาคม นอกจากนี้หลังจากนั้นราว 1 สัปดาห์ ก็มีผู้พบเห็นแสงลึกลับโผล่เหนือท้องฟ้าเอล ปาโซ มลรัฐเทกซัส ซึ่งก่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์บนโลกอินเตอร์เน็ตว่าอาจเป็นยานของสิ่งมีชีวิต นอกโลก

(ในพุทธทำนาย กล่าวไว้ว่า ในท้องฟ้าจะมีปรากฏการณ์แสงประหลาดๆบ่อยขึ้น ซึ่งปัจจุบันเราทราบว่ามันเป็นยาน ยูเอฟโอ ของชาวต่างดาว หลายดวงที่มาช่วยกันทำภารกิจ ช่วยชาวโลกส่วนหนึ่งที่มีบารมี ให้พ้นภัยพิบัติ เพื่ออยู่ทำความดีบนโลกต่อไป ดังนั้น การเตรียมการณ์ของชาวยูเอฟโอ จะเพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น ก่อนจะเกิดภัยพิบัติ และระหว่างมีภัยพิบัติ และระยะฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ ทั้งนี้ท่านที่ยังไม่เข้าใจเพียงพอ ก็ลองติดตามข่าวคืบหน้าไปโดยลำดับ พร้อมๆกับสดับตรับฟังข่าวภัยพิบัติต่างๆทั่วโลกคู่ขนานกันไป)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานพบแสงประหลาดลอยอยู่เหนือท้องฟ้ามลรัฐเวอร์จิเนีย

(ในประเทศตะวันตกที่มีความเจริญด้านวัตถุมาก การปรากฏตัวของ ยาน  ยูเอฟโอ ต้องระมัดระวัง มากกว่า ภาคตะวันออก ที่ติดต่อผ่านญาณสมาธิ)

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share