ข่าวอนาคตสำหรับผู้ที่มีกรรมเนื่องกับพระพิฆเนศร์

http://ainews1.com/article485.html

องค์เทพทำนายภัยพิบัติโลกผ่าน อ.จตุพร  ซึ่งร้ายแรง กว่า ที่มนุษย์คิดไว้มากมายนัก (2555-2558)....บทความนี้เขียนไว้เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553

ผู้ที่มีกรรมเนื่องเกี่ยวกับ ท่านพระพิฆเนศร์ น่าจะเข้าถึง สิ่งที่ท่านสื่อผ่าน อ.จตุพร มาได้ง่าย กว่าคนอื่นๆ ที่อาจถูกความสงสัยต่างๆพาไปไกล ไม่ต้องเสียเวลาศึกษาพิจารณาก็ได้ จะเสียเวลาไปเปล่าๆ

คำทำนาย ในประเทศไทย
ทุกวันนี้โลกเราผิดปกติไปมากขึ้นทุกที แกนโลกเริ่มขยับตัวเคลื่อนที่อย่างมาก รอวันที่มันจะผลิกคว่ำ เมื่อคนไม่ดีมีเยอะมากขึ้น ศีลธรรมเสื่อมทรามลง แกนโลกจะคว่ำ เมื่อมันคว่ำแล้ว อะไรทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหมด บางจุดน้ำจะเป็นดิน ดินจะเป็นน้ำ

องค์พระพิฆเนศ

หนาวจะร้อน ร้อนจะหนาว สภาวะขาดอาหารและน้ำ จะเกิดขึ้นไปทุกหย่อมหญ้า เงินจะไม่มีความหมาย อาหาร ยา เท่านั้นที่มีความหมาย คนไม่ดีจะเหลือน้อย คนดีจะเป็นใหญ่ ความสามัคคีจะเกิด ผู้คนจะช่วยกัน เริ่มเห็นใจกัน จะมีการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ อะไรก็ตามที่ใช้ไฟฟ้า แทบจะไม่มีความหมาย คนไทยจะเริ่มอพยพ ไปทิศใหม่ เมืองใหม่จะถูกสร้างขึ้น อารยธรรมใหม่จะเกิดขึ้นที่นั้น ทรัพย์พยากรใหม่ๆ จะออกมาตามรอยแยกแผ่นดินไหว จะมีแต่คนดีที่ครอบครอง ...สมาธิ จะเป็นบทนำที่อารยธรรมใหม่แห่งนี้

คำทำนาย ในกรุงเทพมหานคร


วันนั้นฟ้าจะเปลียน พระอาทิตย์จะปรากฎให้เห็นเป็น 2 ดวง ทางทิศตะวันตกในเวลาเดียวกัน ท้องฟ้าจะเป็นสีแสด อากาศผิดปกติ เป็นแบบนี้ไม่กี่วัน "คนมีบุญจะรวมกลุ่มกันหนี คนบาปจะอยู่กับบ้าน" เข้ายามราตรี ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง พายุขนาดใหญ่จะมา

(ดวงอาทิตย์ที่เห็นเคียงคู่นั้น คือดาวหาง นิบิรุซึ่งเป็นดาวฤกษ์ กำลังโคจรเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ของสุริยจักรวาลมากขึ้น เพื่อวนรอบดวงอาทิตย์ ทุกๆ 3,657 ปี สีจะออกแดง)

ไฟจะดับ น้ำจะเริ่มท่วม รถยนต์จะเริ่มลอย เสาไฟจะล้ม คลื่นยักษ์สูง 50 เมตร จะมากวาดทุกอย่างไปในพริบตา "คนมีบุญที่หนีได้ทัน จะไปอยู่บนยอดตึก บุญจะส่งให้เขามีเหตุให้ต้องไปอยู่บนยอดตึกในเวลานั้น" ตกเช้าน้ำจะไป ทิ้งไว้แต่โคลนสีส้มไปทั่วเมือง "กรุงเทพฯ ไม่เหมาะที่จะสร้างเป็นเมืองหลวงอีกต่อไป" ส่วนต่างจังหวัดอื่นๆ จะเกิดหนักเหมือนกัน แต่น้ำจะไปไม่เท่ากัน

(นัยว่าก่อนโลกจะย้ายขั้ว โลกจะหยุดหมุนรอบตัวเอง เช่นเดียวกับสุริยจักรวาล ที่โคจรรอบดาวหลุมดำ แกนกลางของกาแลกซี่ทางช้างเผือก กำลังโคจรเข้ามาสู่แรงดึงดูดของกาแลกซี่ไตรแองกุลัม ทางด้านทิศตะวันออก และเริ่มชลอตัวหยุดการหมุนรอบตนเอง มาตั้งแต่ 2 เม.ย. 2552  และเริ่มเดินเป็นปรกติ เมื่อ 1 ก.พ. 2554 ที่พระอาจารย์รัตน์ พบในสมาธิ สุริยจักรวาลใช้เวลาปรับตัว หมุนสวนทิศทางเดิมอยู่ประมาณ 22 เดือน

ถ้าโลกจะย้ายแกนปี 2555 ผู้ที่ติดตามรายงานของคุณ Zeta มานานหลายสิบปี ได้นำคำพยากรณ์ล่วงหน้าต่างๆของคุณ Zeta มาประมวลผล สรุปได้ว่าตรงกับ Crop Circles ต่างๆของชาวน้ำ Planet X จะ Retrograde ครบ 180 องศา ในวันที่ 28 เมษายน 2555 และ Retrograde ครบ 270 องศา ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2555 และหย่อนตัวลงมาบน Ecliptic เพลนวงโคจรของโลก ระหว่างดวงอาทิตย์และโลก และจะอยู่บน Ecliptic 22-24 วันและจะ Retrograde อีก 270 องศาแล้วจากไป เนื่องจาก PX ดึงโลกไปใกล้เพียง 14 ล้านไมล์ จึงใช้ขั้วเหนือดึงลากจูงขั้วใต้โลกปัจจุบันไปทิ้งไว้ที่แนวเส้นศูนย์สูตรใหม่

แต่เหตุการณ์ที่อาจเกิดเฉพาะหน้า ต่อผู้ที่อยู่บนพื้นที่เสี่ยง ในวันที่ 28 เมษายน นี้น่าเป็นห่วง

ถึงอย่างไรก็ดี ผลการติดตามการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมโลกนี้ จะค่อยๆต่อภาพความเป็นจริงให้ทุกท่านประจักษ์ได้ด้วยตนเอง เป็นระยะๆไป  แล้วเมื่อนั้นท่านจะเข้าใจ สิ่งที่พระพิฆเนศร์ ท่านเมตตามาเตือนภัยล่วงหน้า

และชาวน้ำก็มาทำ Crop Circle ที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อเร็วๆนี้ เตือนเหตุก่อนวิบัติกาลของโลกเช่นเดียวกับชาวมายา ในอดีต 5 พันปีได้รับการเตือนมาแล้ว ในลักษณะคล้ายๆกัน ผลสุดท้ายชาวมายาก็แทบสูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้ (ประเทศกัวเตมาลา) แม้จะได้รับสัญญานเตือนล่วงหน้าแล้วก็ตาม

ยังไม่ทราบว่าผลการชลอความเสียหายในวิบัติกาลของโลก คราวนี้จะสามารถลดความรุนแรง ลดความเสียหายได้น้อยลงได้มากสักเพียงใด  รอบนี้ชาวดาวอังคารเขาจะช่วยให้โลกย้ายแกน90 องศา

ในกรณีที่โลกหยุดหมุนรอบตัวเอง และแรงดึงดูดของโลกจะเหลือน้อยเกือบศูนย์ ผู้คนจะลอยเคว้งคว้างในอากาศ เหมือนมนุษย์แหวกว่ายในอวกาศ พระอาจารย์รัตน์ ท่านเล่าให้บรรดาศิษย์ที่ไปฝึกวิปัสสนาที่วัดดอยเกิ้งฟังในวันหนึ่ง หลายเดือนมาแล้ว ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นทั่วไป หรือว่าเป็นผลมาจากลมพายุใหญ่ที่รุนแรง ผ่านไปตรงบริเวณไหน ก็จะหอบเอาทุกสิ่งที่ขวางหน้าลอยติดไปด้วย ...คุณ Zeta ไม่ได้เน้นประเด็นน้ำหนักตัวคนลดลง)

คำทำนาย เกิดเมื่อไร


"บอก แล้วอาจเคลื่อน เพราะเวลาจะล้างคนไม่ดี เขาไม่บอกให้ทราบล่วงหน้า ถ้าทราบล่วงหน้า คนไม่ดี หนีกันไปหมด ก็ไม่เกิดแน่นอน ก็จะผลักออกไป ให้มาเร็ว หรือช้า จนคนบนโลกประมาท เมื่อนั้น ก็จะล้างทันทีไม่ให้ตั้งตัว"

ปัจจุบันมีผู้มีอภิญญาหลายท่านก็ทราบกันแล้ว และก็เตรียมพร้อมกันแล้ว แผนกดาราศาสตร์ขององค์การนาซ่า คำนวณว่า ดาวหางนิบิรุ จะโคจร มาเรียงแถวกับโลกและดาวต่างๆ ในเพลนของกาแลกซี่ทางช้างเผือก ในปี 2555 แรงโน้มถ่วงของดาวนิบิรุ ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลก 4 เท่า และโคจรเฉียดกับโลก 14 ล้านไมล์สวนทางกัน ตอนที่ดาวนิบิรุกำลังโคจรอ้อมดวงอาทิตย์ ช่วงเวลานั้นจะมีผลต่อโลกสูงที่สุด และที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นไปอีกก็คือ ดาวหางดวงนี้เป็นดาวฤกษ์ที่มีดาวบริวารขนาดเท่าๆกับพระจันทร์ของโลกอีกหลายโหล ติดตามมาด้วย 2 ปีก สนามแม่เหล็กโดยรวมของดาวนิบิรุ จึงมีอิทธิพลมากขึ้น จากดาวเดี่ยวๆ และสิ่งที่จะตกลงมาบนโลกจากส่วนหางของดาวดวงนี้ กลางๆปี 2555 ก็น่าจะได้สัมผัสกันบนโลก พร้อมอันตรายที่มันมีขนาดใหญ่นั่นเอง

เวลาที่ดาวดวงนี้ใกล้เข้ามา ทุกคนน่าจะได้ยินข่าวคราวของมันอย่างใกล้ชิดเพิ่มขึ้น ก่อนที่จะปรากฏเคียงคู่กับดวงอาทิตย์ ส่งสัญญาณขั้นสุดท้าย ให้แก่ผู้ไม่ประมาทจะเคลื่อนย้ายสู่ทีกำบังที่ปลอดภัย....แล้วท่านมองๆหาทำเล และตรียมการอย่างไรบ้างแล้ว??

เท่าที่นายกอร์ดอน สแกลเลียน ผู้ตายแล้วฟื้น ได้มองเห็นแผนที่โลกใหม่ มาตั้งแต่ 1979 -1982 และได้ลงมือวาดแผนที่โลกใหม่ขึ้น มีส่วนสรุปคำทำนายของโซนเอเชียดังต่อไปนี้

ผลสรุปการทำนายก็คือ ประเทศไทยจะยังเหลืออยู่บางส่วน ตามภาพที่ขยายออกมา ซึ่งคงได้ยินกันมาอยู่บ้างว่า ประเทศไทยจะเหลือมากที่สุด คือภาคเหนือ ส่วนอีสานบางส่วน และภาคใต้จะจมลงไปในทะเลพร้อมกับมาเลเซีย สิงคโปรและอินโดนีเซีย ส่วนชายฝั่งทะเลจะมาอยู่ที่ชัยภูมิ เพรชบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัยและตาก และแม่น้ำโขงจะกลายจากแม่น้ำเป็นทะเล

เมื่อ 23 ก.พ. -25 ก.พ. 2554 ได้เกิดแผ่นดินไหว ดินยุบ ดินแยก ที่เกาะสุมาตราตะวันออก พร้อมกับมีเสียงระเบิดดังกึกก้องสะท้อนขึ้นมาจากใต้ดินตลอดวันตลอดคืน ทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่มาทำการวิจัยหาสาเหตุว่าเสียงดังเกิดมาจากอะไร....ปรากฏการณ์นี้กำลังส่งสัญญาณให้มนุษย์ทราบว่า กำลังจะเกิดแผ่นดินยุบบริเวณกว้างเป็นจังหวัดๆ ไล่ถล่มออกไปเรื่อยๆ เนื่องจากแมกม่ากำลังปรับเปลี่ยนการไหลตลอดเวลา

แผ่นดินถล่มมีโอกาสเกิดที่เกาะสุมาตราตะวันออก ในบริเวณตรงกันข้ามกับเกาะสิงค์โปร์ก่อน เนื่องจากใต้ดินบริเวณนั้นมีช่องว่างขนาดใหญ่เกิดขึ้น จากการเคลื่อนตัวของแมกม่า ทำให้แผ่นดินตั้งอยู่บนอากาศ เพดานถ้ำขนาดใหญ่จะไม่สามารถรับน้ำหนักตัวเองได้ และมวลของดินยังขาดการยึดเกาะไม่เหมือนเก่า เนื่องจากที่ผ่านมา 10 กว่าปี เปลือกโลกได้ถูกเกลียวพลังงานเส้นแรงแม่เหล็กชอนไช ทำให้ดินเสียแรงยึดเกาะระหว่างโมเลกุล ดินจึงถล่มง่ายกว่าในอดีต

จึงต้องคอยติดตามข่าวต่อไปว่า เสียงระเบิดใต้ดินที่ดังกึกก้องตลอดเวลา นั้นหยุดลงหรือยังและยังจะมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นตามมาถี่ขึ้นหรือไม่ และสุดท้ายยังไม่ทราบแน่ว่าแผ่นเปลือกโลกในโซนนี้จะถล่มลงในเวลาไล่ๆกันทั้งหมด เหมือนที่นายกอร์ดอน สแกลเลี่ยน ได้รับภาพหรือไม่... ติดตามแผ่นดินไหวที่สุมาตราตะวันออกได้ที่นี่

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share

  var _gaq = _gaq || []; _gaq.push(['_setAccount', 'UA-22155932-1']); _gaq.push(['_trackPageview']); (function() { var ga = document.createElement('script'); ga.type = 'text/javascript'; ga.async = true; ga.src = ('https:' == document.location.protocol ? 'https://ssl' : 'http://www') + '.google-analytics.com/ga.js'; var s = document.getElementsByTagName('script')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s); })(); N>