คำสอนศิษย์ของหลวงปู่ดู่ ผู้เห็นเหตุปัจจุบันและผล

อนาคต

http://ainews1.com/article505.html

 
Bookmark and Share
 

สำหรับผู้ที่เห็นเหตุที่เกิดแล้วในปัจจุบัน และยังทราบถึงผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเนื่องจากเหตุนั้นอย่างชัดเจน จะไม่สอนศิษย์ให้ทำดีแต่ตามตำรา หรือศีลธรรมอันดีเท่านั้น แต่จะเน้นให้ศิษย์ทราบถึงผลอนาคต ที่จะเกิดขึ้นด้วย เพียงแต่ผู้ฟังที่ไม่มีญาณปัญญา ที่สามารถเชื่อมต่อปัจจุบัน อนาคตและอดีต ได้ครบเป็นวงรอบ จะไม่สามารถทราบได้เท่านั้น

แต่จงสังเกตและตระหนักให้ดีว่า สิ่งที่หลวงปู่ได้นำมาเน้นสอนศิษย์ให้หลีกเลี่ยงการประพฤติหรือพูดในสิ่งไม่ควรนั้น ก็จำไว้และอย่าได้ไปทำเข้า ก็จะเป็นมงคลแก่ตนเอง ตามมงคล 38 ประการ ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านก็ทรงทราบดีโดยตลอด ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพียงแต่สอนหลักใหญ่ๆโดยรวม ไม่ได้สอนแยกแยะลงลึกอย่างที่หลวงปู่ดู่ท่านสอน หรือหลวงปู่ท่านรู้ดีว่า ผู้คนปัจจุบัน ปัญญาและสมาธิไม่เหมือนคนในสมัยพระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่

คนสมัยนั้นเพียงได้ฟังพระพุทธองค์ตรัสสอนสั้นๆ ก็เข้าใจดีแล้ว หรือเช่นหลวงปู่สิวลี พอเริ่มโกนศรีษะ ไปจนกระทั่งบาช เป็นพระภิกษุเสร็จเรียบร้อย หลวงปู่สิวลีก็บรรลุอรหัตผลไปเรียบร้อยแล้วเป็นต้น

ทีนี้ลองมาสังเกตวิธีสอนของหลวงปู่ดู่ เพื่อนำไปพิจารณาใช้กัน

หลวงปู่ท่านมักกล่าวถึงมงคลที่สำคัญที่ท่านอยากให้ลูกศิษย์ได้
นำไปปฏิบัติ คือ มงคล 38 ประการ มงคลที่ท่านพูดถึงบ่อย ๆ
นั่นคือ สัมมาวาจาชอบ คือ พูดแต่สิ่งที่เป็นมงคล

ท่านว่าคนส่วนมากมักสร้างกรรมทางวาจา เพราะกรรมนี้สร้างได้ง่าย
แต่เขาไม่รู้หรอกว่าผลของกรรม เมื่อส่งผลจะร้ายแรงเพียงไร
คำพูดนั้นสำคัญมาก บางคนพูดไม่ดีกับผู้อื่น
จนเป็นเหตุถึงโกรธเกลียดกันชั่วชีวิตก็มี

บางรายคำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้ไม่พูดกันไปหลายปี
คนส่วนมากที่ขึ้นโรงขึ้นศาล หรือทะเลาะกันจนไปถึงฆ่ากันตาย
ก็เพราะคำพูดที่ไม่ดีนี่แหละ

หลวงปู่ท่านสอนอยู่เสมอว่า อย่าไปพูดไม่ดีกับใครเขา
ถ้ามีคนมาว่าหรือด่าเรา แต่เราไม่ว่าหรือด่าเขาตอบ มันก็จะไม่มีเรื่องกัน
แต่ถ้าแกไปด่าเขาเมื่อไรนั่นแหละเรื่องใหญ่ ท่านสอนศิษย์เสมอว่า
อย่าไปพูดทำลายความหวังของใครเขา
เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังเดียวที่เขามีอยู่
ถ้าแกไปพูดเข้าเมื่อไหร่ กรรมใหญ่จะตกแก่ตนเอง

ท่านบอกไว้อีกว่า คนที่ชอบด่าหรือใส่ร้ายผู้อื่น รวมไปถึงการพูดไม่ดีต่าง ๆ กับคนอื่นนั้น กรรมจะมาเร็วมาก  เขาผู้นั้นจะเป็นคนที่มีศัตรูทั้งภายนอกและภายใน ไม่เป็นที่รักของคนทั่วไป ตรงกันข้ามกับเป็นคนที่น่ารังเกียจ แก่คนทั้งหลาย กรรมนี้จะทำให้เขามีเรื่องและเดือดร้อนอยู่เสมอ ๆ  ทั้งทางกายและทางใจ บางคนทำกรรมนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้ตัว พอกรรมดีที่ตนเคยสร้างมาแต่ปางก่อนหมดหรือเหลือน้อยลง กรรมชั่วที่สร้างนี้ก็จะสนองเขาอย่างหนักทั้งในภพนี้และภพหน้า

ในภพนี้เวลาที่กรรมดีแต่ปางก่อนจะส่งผลให้มีความสุข หรือมีโชคลาภ กรรมชั่วก็จะเข้ามาตัดรอนกรรมดี เหมือนอย่างเขาผู้นั้นซื้อหวยเลข 56 หวยก็จะออกเลข 55 หรือ 57 บางทีก็ติดต่อการค้าหรืองานต่าง ๆ มองเห็นอยู่ว่างานนี้ได้แน่นอน แต่พอถึงเวลาก็ไปไม่ทันบ้าง ไปแล้วไม่เจอหรือมีเหตุต่าง ๆ มาทำให้มีอุปสรรคอยู่เสมอ ๆ

ซึ่งที่จริงแล้วผู้นั้นจะมีโชคที่ควรได้ประมาณเป็นล้าน ๆ เขาก็จะได้แค่หมื่นสองหมื่นหรือโชคครั้งนี้จะได้หลายหมื่นแต่เขากับได้เพียงไม่กี่พันบาทหรือเพียงได้ไม่กี่ร้อยเท่านั้นเอง

นี้เป็นเพราะกรรมชั่วเข้ามาตัดรอนกรรมดีและรวมถึงญาติพี่น้องลูกหลาน เขาเหล่านั้นก็จะทำความเดือดร้อนเสียหายมาให้ มีพี่น้องหรือญาติไปจนถึงเพื่อนฝูง ก็จะโกงทรัพย์สินเงินทองของเราบ้าง

บางครั้งก็พูดใส่ร้ายให้โทษ ด่าว่าทะเลาะวิวาท ทำให้เราไม่สบายกายและสบายใจเป็นอย่างมาก มีเรื่องเดือดร้อนต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาอย่างไม่จบสิ้น มีลูกหลานก็จะดื้อด้าน ว่านอนสอนยาก ทำความเดือดร้อนให้เสียเงินทองอยู่มิได้ขาด ว่ากล่าวลูกหลานไม่เชื่อฟัง ไม่เคารพนับถือ ลูกหลานบางคนก็จะอกตัญญูตนเองมักจะเดือดร้อน ด้วยการเป็นโรคร้ายที่รักษายากหรือรักษาไม่หาย เช่น อัมพฤก อัมพาต มะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคร้ายต่าง ๆ อีกมากมาย หลายชนิด หลวงปู่ท่านบอกไว้ว่า กรรมทางวาจามีผลร้ายแรงมาก การที่เราพูดใส่ร้ายหรือพูดไม่ดีจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนและเสียใจ หรือไปพูดทำลายความหวังต่าง ๆของเขา ถ้ารู้ตัวให้หยุดเสีย

ถ้าไม่หยุดหรือเลิกทำเสียกรรมไม่สนองแต่ในชาตินี้ พอตายลงไปยังต้องไปใช้กรรมยังนรกตามขุมต่าง ๆ อีก ท่านจะพูดและสอนศิษย์อยู่เสมอว่า "คนดีเขาไม่ตีใคร" ความหมายว่าคนดีไม่ตีใคร ไม่ใช่เอาไม้หรือของแข็ง ๆ ไปตีเขา แต่ท่านไม่ให้พูดจากไม่ดีด่าว่าใส่ร้ายทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเสียหาย และ "ทุกข์ใจ"

หลวงปู่บอกว่าคนดีเขาไม่ว่าใคร
ถ้าแกไปว่าเขา แกก็จะเป็นคนไม่ดี

การที่คนปัจจุบันได้หลวงปู่หลวงพ่อที่มีญาณต่อเชื่อมเป็นวงรอบทั้งอดีตปัจจุบันอนาคตเฝ้าตักเตือนสติ จึงเน้นสอนในรายละเอียดให้เหมาะแก่สติปัญญาของคนที่มีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน จะสอนสั้นๆอย่างในสมัยพุทธกาล จะเห็นผลได้ยากหรืออาจไม่ได้ผลเลย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งสอนแล้วไม่เข้าไปถึงใจนั่นเอง เมื่อเงียบเสียงสอนแล้ว ทุกอย่างก็สลายดับไปไม่ไปติดอยู่ในใจของผู้ฟัง อย่าว่าแต่ลืมเลย ก็ไม่เข้าไปในเซิร์บเวอร์ของผู้ฟัง

เพียงยกมาเรื่องเดียว ใครที่ยังไปผิดทางอยู่ ก็ต้องฝึกฝนกันอย่างหนักทีเดียว จะได้ไม่พลาดท่าปากของตนเอง ผลที่เกิดขึ้นทุกอย่างไม่มีคำว่าบังเอิญ ล้วนเกิดมาแต่เหตุทั้งสิ้น เพียงแต่เราอาจจะไม่สามารถตามรู้ไปถึงเหตุที่เราได้ทำในอดีตเท่านั้น

เล่าให้ฟังมาถึงตรงนี้อาจมีหลายๆท่าน ปรารภขึ้นมาว่า ถ้าเราต้องการให้จิตมันรู้เรื่องต่างๆที่เราประสบในปัจจุบัน มันเนื่องมาจากเหตุอันใด รวมทั้งต้องการจะรู้ไปถึงอนาคตด้วยจิตของเราด้วย ก็สามารถฝึกฝนตนเองให้มีคุณสมบัติดังกล่าวได้ โดยลองแวะที่ http://sites.google.com/site/ingdhamma/vitee_book  และเมื่อได้พยายามพลิกจิต เข้าไปถึง ทาง หรือ มรรค ของทุกๆคนได้แล้ว ก็แวะมาต่อยอดที่ ลิงค์นี้ เมื่อได้หมั่นปฏิบัติต่อเนื่อง จนใกล้ปลายทาง สิ่งที่ต้องการก็จะปรากฏที่จิตเดิมของตนเอง ในทุกๆเรื่อง ให้ได้รู้แล้ววางทิ้งไป

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพของตนเอง ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share

  N>