อภิญญาฤทธิ์ของหลวงพ่อคงที่หลวงปู่ดู่เล่าให้ฟัง

http://ainews1.com/article506.html


จากมุมหนึ่งในพระอุโบสถของวัดกุฎีดาวที่พระอาทิตย์กำลังทรงกรด


 

 
ความใหญ่โตของพระอุโบสถวัดกุฎีดาว ที่สร้างแข่งขันกันกับวัดมเหยงคณ์
 
วัดกุฎีดาว เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2254 - 2256 ประกอบด้วย วิหารขนาดใหญ่ มีลักษณะความงามแบบอยุธยาตอนปลาย คือ มีฐานอาคารแอ่นกลาง และเจดีย์ทรงกลมเสาขนาน
 
ที่มาของคำว่าวัดกุฎีดาว ที่หลวงปู่ดุ่ท่านเล่าให้ศิษยย์ฟัง ดังต่อไปนี้ :
เคยได้เรียนถามหลวงปู่เกี่ยวกับหลวงปู่พระครูเทพโลกอุดร ที่เมื่อราวยี่สิบปีก่อนกำลังกล่าวถึงกันมาก หลวงปู่ตอบยืนยันว่า หลวงปู่เทพโลกอุดรมีอยู่จริง ในสมัยอยุธยา ท่านมีนามว่าหลวงพ่อคง วัดกุฎีดาว ท่านยังเล่าต่อให้ฟัง ถึงที่มาของชื่อวัดอีกว่า เพราะหลวงปู่ท่านเหาะเลยไปถึงในวัง ไปเห็นพระสนมกำลังสรงน้ำ พระราชารู้เข้า จึงสั่งทหารไล่ล่าท่าน สุดท้ายพวกทหารตามมาถึงกุฏิ ร้องเรียกให้ท่านออกมา ท่านก็ไม่ยอมออก พวกทหารจึงจุดไฟเผากุฏิ ท่านก็เลยอธิษฐานเหาะไปทั้งกุฏิ กุฏิท่านลอยอยู่ในอากาศ เหมือนอยู่เทียมฟ้า พวกชาวบ้านจึงขนานนามว่าวัดกุฎีดาว นับแต่นั้นมา....หลวงปู่ผู้มากด้วยมหาเมตตายังเสียสละเวลา มาคอยสั่งสอนอบรมลูกศิษย์ ให้เดินอยู่ในทางตลอดมาจนถึงปัจจุบัน 
 
หลวงปู่ดู่เคยเล่าถึงหลวงปู่คงว่า 'ท่านอยู่วัดกุฎีดาวมีอภินิหาริย์ มาก สามารถนั่งบนผ้าอาบน้ำฝน ลอยไปบนน้ำ เข้าไปในเขตพระราชฐานของพระเจ้าแผ่นดิน พวกสนมกำลังอาบน้ำอยู่ตกใจกัน พระเจ้าแผ่นดินสั่งให้ตามจับ ไปถึงวัดหาไม่พบ จึงบอกอุบายให้นิมนต์พระสงฆ์ในวัดทั้งหมดให้เข้าไปฉันในวัง
 
แต่หลวงพ่อคงไม่ยอมไป จึงสั่งให้ทหารตามไปถึงวัด ซึ่งท่านปิดกุฏิไม่ยอมออกมา เลยให้ทหารเอาไฟเผากุฏิ หลวงพ่อคงถอนกุฏิลอยหนีสูงเทียมดาว เลยชื่อวัดกุฎีดาวตั้งแต่นั้นมา ก่อนจะไปท่านบอกว่า อยู่ไม่ได้ เพราะราชาไม่อยู่ในธรรม แต่กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี แล้วท่านก็ไปอยู่ที่พิมายทางโคราช เดี๋ยวนี้ยังมีสระน้ำที่ท่านทำไว้ คนไหนอยากได้น้ำมนต์ก็ไปตักเอา'....(หลวงปู่ท่านมีวิธีการตั้งชื่อวัด อย่างเพราะพริ้งทีเดียว)

ผู้เขียนเคยนั่งสมาธิพบหลวงปู่คง ได้กราบเรียนถึงหลวงปู่ดู่ หลวงปู่คงท่านบอกว่า 'อาจารย์ แกนั้น ท่านมีบารมีสูงมากบารมีเต็มแล้ว แต่ยังมีเมตตาต่อลูกศิษย์ ตัวข้าเองสามารถเดินบนน้ำได้แต่อาจารย์แกสามารถเดินบนอากาศได้ไม่เชื่อลองไป ถามดูก็ได้' เมื่อผู้เขียนกราบเรียนให้หลวงปู่ทราบ ท่านไม่ได้ปฏิเสธ แต่ได้พูดว่า 'ข้าขอโมทนาด้วย ที่แกสามารถรู้ถึงความลับของข้าได้'

หลวงปู่คงเคยให้คาถาผู้เขียนไว้ เกี่ยวกับการแก้อาการปวดเมื่อย ใครจะนำไปใช้ก็ได้ มีดังนี้

"พุทธังหาย ธัมมังหาย สังฆังหาย
นวดด้วย พระพุทธัง พระธัมมัง พระสังฆัง
จะลุกขึ้น เดินนอนนั่ง ให้มีกำลังวังชา
หายจากพยาธิโรคา จงมีแก่ข้า ประสิทธิเม"


ถ้าจะให้คนอื่นให้ว่า "จงมีแก่เจ้า ประสิทธิเต"

 

back up data: วัดถ้ำเมืองนะ
 

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพของตนเอง ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share

  N>