เหรียญยันต์ดวงหลวงปู่ดู่ วัดสะแก

'ดวงเหนือดวง พลังเหนือพลัง'

http://ainews1.com/article508.html

Bookmark and Share


ด้วยสติปัญญา ที่หลวงปู่ดู่ได้สะสมมานานแสนนาน ผ่านการสร้างบุญบารมีมากับพระพุทธเจ้า ในอดีต มาถึง 477,029 พระองค์ เมื่อสมัยเป็นพระโพธิสัตว์หลังจากนั้น 16 อสงไขยแสนกัป  พร้อมจะไปสู่สถานะพระวิริยาธิกะพุทธเจ้าอายุไขย 80,000 พรรษา ในอนาคต ต่อจากสมเด็จพระพุทธโคดมพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน

และด้วยความห่วงใยศิษย์อีกจำนวนหนึ่งที่ยังช่วยเหลือตนเองไม่ได้ หรือตนยังเป็นที่พึ่งแห่งตนไม่ได้ หลวงปู่จึงได้จัดสร้าง เหรียญยันต์ดวงหลวงปู่ ซึ่งเป็นพระที่หลวงปู่รักมาก ดังรายละเอียด ที่เล่าสืบต่อมาจากลูกศิษย์ใกล้ชิดกับหลวงปู่ได้เล่าให้ฟัง:

ตอนบ่ายวันหนึ่ง ประมาณเดือน มกราคม พ.ศ. 2525 ซึ่งยังคงอยู่ในฤดูหนาว เพราะพวกเราบางคนยังใส่เสื้อกันหนาวกันอยู่เลย ตอนเรานั่งรวมกันอยู่สิบกว่าคน บางคนก็อยู่ในห้องของหลวงปู่กำลังนั่งสมาธิ มีชายสูงอายุท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งมาหาหลวงปู่ พอจะเดินผ่านเราไป ชายผู้นั้นก้มหลังเล็กน้อยด้วยความสุภาพ พอถึงหลวงปู่เขาก็กราบหลวงปู่สามครั้ง หลวงปู่มองดูเขาด้วยความเมตตา และท่านก็พูดขึ้นว่า แกมาจากไหนล่ะ กระผมมาจากบางกอกครับ หลวงปู่ยิ้มรับ และส่งถ้วยน้ำชาให้กับชายผู้นั้น เขาท่าทางเกรงใจหลวงปู่ ทำท่าเหมือนกับไม่กล้ารับ หลวงปู่จึงพูดขึ้นว่า มีน้ำมนตร์ พอได้ยินว่ามีน้ำมนตร์ เขารับน้ำมนตร์จากหลวงปู่และกินจนหมดถ้วย กินเสร็จเขาก็ไหว้ท่านเป็นการขอบคุณ

หลวงปู่ครับกระผมได้เคยได้ยินคนเขาพูดกัน ว่าหลวงปู่ดู่ วัดสะแกเก่งเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใครในแผ่นดิน วันนี้โอกาสดี กระผมว่าง จึงมากราบขอพรจากหลวงปู่ครับ

หลวงปู่ท่านยิ้มด้วยแววตาอันเมตตา ท่านบอกว่า แกอย่าไปเชื่อเขามากนัก เขาก็พูดกับหลวงปู่ว่า ท่านต้องมีดีคนถึงได้กล่าวขานไปกันทั่ว

พวกเราเห็นหลวงปู่มีแขกมาจากบางกอก เราทั้งหมดจึงออกมาคุยกันข้างนอก ซึ่งไม่ไกลจากหลวงปู่มากนัก ชายผู้นั้นถามข้อธรรมะจากหลวงปู่หลายข้อ นานเป็นชั่วโมง ถ้าธรรมะข้อไหนเขาไม่เข้าใจ ท่านจะอธิบายจนเขาเข้า ใจ ชายคนนั้นคุยกับหลวงปู่อยู่เป็นชั่วโมงสักพักเขาก็เดินมาที่เรานั่งกันอยู่ และกล่าวทักทายพวกเราด้วยวาจาอันสุภาพ เราคุยกับชายผู้นั้นอยู่นานพอสมควร มีศิษย์หลวงปู่คนหนึ่งพูดขึ้นว่า ขอโทษครับพี่อยู่บางกอกทำงานอะไรครับ ชายผู้นั้นยิ้มและตอบว่า กระผมเป็นโหรอยู่ในวังครับ

เราจึงปรึกษากันว่านาน ๆ จะมีโหรมากราบหลวงปู่ที โหรผู้นั้นอยู่ในวังความสามารถต้องไม่ธรรมดาแน่ เราลองนำดวงของหลวงปู่ให้เขาตรวจดูเห็นจะดี และเราก็นำดวงของหลวงปู่ให้ชายผู้นั้นตรวจดูแต่เขามองดูดวงของหลวงปู่อยู่ นานแล้วพูดว่า กระผมเรียนจากครูบาอาจารย์มาก็มาก แต่ไม่เคยเห็นดวงแบบนี้เลย กระผมมิกล้าทำนายหรอกครับ หลังจากท่านโหรลาหลวงปู่ แล้วเขาก็มาลาพวกเราว่า กระผมขอลาก่อนนะครับ ศิษย์ทั้งหมดจึงปรึกษากันว่า แม้แต่โหรยังไม่กล้าทำนายดวงของหลวงปู่เลย พวกเราสมควรสร้างพระยันต์ดวงของหลวงปู่เห็นจะดีเป็นแน่ ปรึกษากันอยู่สักพักก็ตกลงกันว่าควรจะสร้างเหรียญด้านหน้าเป็นรูปองค์หลวงปู่ ด้านหลังเป็นดวงของท่าน

ดังนั้นพวกเราทั้งหมด จึงไปกราบขออนุญาตหลวงปู่ โดยบอกท่าน พวกผมอยากจะสร้างพระเหรียญดวงหลวงปู่ เอาไว้ให้คนที่นับถือศรัทธาองค์หลวงปู่ไว้บูชาเพื่อเป็นศิริมงคล ท่านยิ้มด้วยแววตาอันเมตตาแล้วบอกว่า ข้าขออนุโมทนาบุญกับพวกแกด้วย ที่มีจิตเป็นกุศลเป็นบุญ  และท่านได้มอบแผ่นจารยันต์ที่ท่านได้จารไว้ด้วยตัวของท่านเองและชนวน ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ อีกมากมาย เพื่อให้พวกเรานำไปสร้างเหรียญดวง

ในเรื่องของเงินทุนสร้างเหรียญ  เราได้ช่วยกันร่วมสร้างบางคนก็บริจาค 500 บาท บางคนก็ 1,000 – 2,000 บาท แล้วแต่กำลังของแต่ละคน มีศิษย์คนหนึ่งบอกว่าที่เหลือทั้งหมดผมจะเป็นคนออกเอง ถ้าจำไม่ผิดศิษย์ผู้นั้นจะเป็นเจ้าของโรงงานอะไรสักอย่าง ที่อยู่ทางเลยบางนาไปไม่ไกลนักตั้งแต่วันนั้นผ่านไปได้ประมาณสองเดือนเห็นจะได้ ศิษย์คณะนั้นก็ได้นำเหรียญดวงที่สร้างเสร็จมาให้ท่านเมตตาปลุกเสก

 วันนั้นท่านอารมณ์ดีเป็นพิเศษ พอเห็นเหรียญท่านก็บอกว่าสวย เหรียญนี้ท่านชอบมาก และท่านก็ปลุกเสก แต่วันนั้นท่านปลุกเสกนานเป็นพิเศษ  พอปลุกเสกเสร็จ ท่านก็คืนเหรียญทั้งหมดให้กับศิษย์คณะนั้น แต่ลูกศิษย์กราบเรียนท่านว่า พวกกระผมขอเหรียญที่เป็นเนื้อพิเศษคืนอย่างเดียวครับ ส่วนเหรียญเนื้อทองแดงทั้งหมด ขอถวายหลวงปู่ ท่านจึงอนุโมทนากับลูกศิษย์คณะนั้น วันนั้นหลวงปู่แจกเหรียญดวงให้กับศิษย์ทุกคนที่อยู่ในที่นั้น พอลูกศิษย์ลาท่านกลับกันไปหมด

ท่านก็เรียกลุงแกละและป้าอิ้งให้เข้ามาใกล้ ๆ ท่าน แล้วพูดว่า ข้าจะมีงานบุญให้แกสองคน ท่านเข้าไปในห้องของท่านสักพักใหญ่ พอท่านออกมา หลวงปู่ก็มอบผงให้กับคนทั้งสอง และบอกว่าให้นำเหรียญดวงไปกดพิมพ์ และทำเป็นพระผงดวงมาให้ท่าน โดยท่านได้กำหนดวันเวลา ที่จะนำพระผงดวงมาให้ท่าน
อีกหลายวันต่อมา ป้าอิ้งพร้อมทั้งลุงแกละก็นำพระผงดวงมาให้หลวงปู่ ท่านหยิบพระผงดวงดูอย่างพอใจและบอกว่าดีมากหลวงปู่บอกว่า แกทั้งสองคนคอยอนุโมทนากับข้าด้วยนะ ท่านก็เริ่มทำการปลุกเสก ป้าอิ้งบอกว่า เคยเห็นหลวงปู่ท่านปลุกเสกพระมาก็มากจนนับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่เคยเห็นหลวงปู่ ปลุกเสกนานขนาดนี้เลย แกก็จัดว่าเป็นผู้ที่นั่งสมาธิได้นานคนหนึ่งแต่ยังต้องขยับตัวหลายครั้ง พอหลวงปู่ท่านลืมตาขึ้นท่านก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ลุงแกละเห็นท่านอารมณ์ดีจึงถามท่านว่า ทำไมวันนี้หลวงปู่เสกนานจริงครับ หลวงปู่ท่านตอบว่า

วันนี้ เป็นวันดี วันเสาร์ห้า ขึ้นห้าค่ำ เดือนห้า ข้าเสกเต็มที่ ข้าอัญเชิญบุญบารมีขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งแสนโกฏิจักรวาลมารวม เป็น พลังเหนือพลัง  และอัญเชิญดวงขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งแสนโกฏิจักรวาล มารวมเป็นดวง เดียวกัน เป็นดวงเหนือดวง

พระผงดวงนี้ รวมทั้งเหรียญดวงนี้จะมีพุทธานุภาพมาก ผู้ใดนำไปบูชา ถึงเขาผู้นั้นจะดวงตก แต่พุทธานุภาพ โดยไม่มีประมาณของดวงเหนือดวง พลังเหนือพลัง ก็จะคุ้มครองให้รอดปลอดภัย จากสิ่งอัปมงคล ผี ปีศาจ คุณไสยมนต์ดำ

ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นให้หนักเป็นเบา ทุเลาเป็นหาย เหรียญและพระผงนี้เป็นเหรียญทำน้ำมนต์ของข้า แม้ผู้ใดถูกผี ปีศาจเข้าสิง ให้นำพระมาทำน้ำมนตร์ดื่มกัน ก็จะหายจากคุณไสย ภูติผี ปีศาจ และสิ่งอัปมงคลทั้งปวง

แม้แต่คนที่ดวงดีนำไปบูชา ก็จะเกิดโชคดี เป็นมงคล มีเสน่ห์ เป็นที่รักใคร่ต่อคนทั้งหลาย รอดปลอดภัยจากภัยพิบัติทั้งหมดทั้งมวล หลวงปู่ท่านบอกต่ออีก ผง ที่ข้าให้แกกับยายอิ้งไปทำเป็นพระผงดวงนั้น คือ ผงมหาจักรพรรดิ วิธีทำผงมหาจักรพรรดินั้น ต้องเขียนยันต์มหาจักรพรรดิ เขียนไปเสกไป พอเสร็จเป็นผงก็นำมาเสกอีกครั้ง ทำเป็นพระ แล้ว ก็เสกอีกครั้ง ผงมหาจักรพรรดินั้น เวลาเสกต้องรวมพลังบุญบารมีทั้งหมดตั้งแต่อดีต จนถึงอนาคต อธิษฐานจิตด้วยญาณบารมีขั้นสูง พระที่สร้างด้วยผงมหาจักรพรรดิของข้าจะมีพุทธานุภาพโดยไม่มีประมาณ

ท่านพูดจบก็หยิบพระผงดวงให้ลุงแกละ และป้าอิ้งคนละหนึ่งองค์แล้วท่านพูดว่า ตาแกละและยายอิ้งก็ไม่มีลูกเมื่อแกสองคนแก่ หลังจากข้าตายไปแล้ว จะมีผู้ที่มีบุญมาคอยเลี้ยงดูแกสองคนไปจนตาย ป้าอิ้งเล่าให้ฟังว่าเมื่อแกได้ยินดังนั้น แกและลุงแกละก็ก้มลงกราบหลวงปู่ เพราะว่าวาจาของหลวงปู่ศักดิ์สิทธิ์   ป้าอิ้งบอกอีกว่าแกบอกกับหลวงปู่ว่า เมื่อตอนที่หลวงปู่ส่งพระดวงให้นี้ เกิดแสงสว่างไปทั่ว แกเลยตั้งจิตตามไปดูและอยากรู้ว่าแสงสว่างนั้นไปถึงไหน แต่ก็ไม่สมารถตามไปดูได้เพราะแสงสว่างนั้นไปไกล โดยประมาณไม่ได้ว่าไปสุดที่ใด หลวงปู่ยิ้มแล้วตอบว่า นั้นแหละคือ พลังเหนือพลัง

   


ใน บรรดาลูกศิษย์หลวงปู่ใคร ๆ ก็รู้ว่ายายอิ้งเป็นหนึ่งในจำนวนศิษย์ ที่มีสมาธิละเอียดและแก่กล้าคนหนึ่ง เหมือนกัน ลูกศิษย์ที่ปฏิบัติถึงขึ้นแล้วล้วนรู้ดีว่าป้าอิ้ง จิตของแกดีสามาหรถกำหนดไปดูได้ทั้งนรก และสวรรค์ เคยมีคนไม่น้อยที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป บ้างก็เป็นพ่อแม่พึ่น้องตลอดไปถึงลูกหลาน ญาติที่ยังมีชีวิตบางคนก็เป็นห่วงญาติของตนที่ตายไป จะไปดีหรือไปร้ายเพียงใด คนที่รู้จักหลวงปู่ดู่ แห่งวัดสะแก จะรู้ว่าท่านเป็นพระกัมมัฏฐาน คนที่เป็นห่วงญาติที่ว่าตายไปแล้วมักเดินทางไปขอความเมตตาจากหลวงปู่อยู่เสมอ

ถ้ามีใครเรียนถามท่านว่าญาติของตนที่ตายไปแล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง หลวงปู่ท่านก็จะหันไปทางป้าอิ้ง และบอกว่า ว่ายังไงยายอิ้ง ป้าอิ้งก็จะกำหนดจิตดูให้เป็นที่รู้กันดีว่าลูกศิษย์ของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก ที่เก่งแบบป้าอิ้งบางคนยังเรียกว่า เก่งกว่าป้าอิ้งยังมีอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน

ผู้เขียนต้องขอโทษได้เล่าข้ามไปตอนหนึ่ง ป้าอิ้งบอกว่าหลวงปู่ท่านได้อธิบายถึงคำว่ามหาจักรพรรดิให้ฟังว่า เจ้าแผ่นดินทุกแผ่นดินถึงจะเป็นใหญ่กว่าคนทั้งปวง แต่ก็จะเป็นได้เพียงจักรพรรดิ แต่มหาจักรพรรดิ จะเป็นใหญ่อยู่เหนือจักรพรรดิทั้งหมด ผงมหาจักรพรรดิถือว่าได้เป็นผงที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด มิฉะนั้นท่านจึงใช้ผงมหาจักรพรรดิมาสร้างเป็นพระเพราะรักและเป็นห่วงลูก ศิษย์และคนทั่วไปที่ศรัทธาในองค์ท่าน หลวงปู่บอกว่า ข้ากลัวสู้เขาไม่ได้พระผงที่ข้าสร้างจึงต้องใช้ผงมหาจักรพรรดิข้าเสกและอธิษฐานจิตให้พระที่ข้าสร้างนั้นไม่เป็นรองใครในแผ่นดิน

ป้า อิ้งยังบอกต่ออีกว่าหลวงปู่บอกว่าเหรียญและพระผงดวงนี้อีกหน่อยจะมีค่ามาก คนที่มีบุญวาสนาเท่านั้นถึงจะได้ครอบครองหลวงปู่ท่านบอกให้ป้าอิ้งจำไว้ว่า

วิธีใช้เหรียญดวงและพระผงดวง เหรียญดวง ให้ตั้ง นะโมสามจบ แล้วภาวนาว่า

“พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ”

พระผงดวง ตั้งนะโมสามจบ ภาวนาบทมหาจักรพรรดิ

นะโมพุทธายะ พระพุทธะไตรรัตนญาณ

มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะสุธรรมา

พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ

พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา อัคคีธานัง วะรังคันธัง

สีวลี จะมหาเถรัง

อะหังวันทามิ ทูระโต

อะหังวันทามิ ธาตุโย

อะหังวันทามิ สัพพะโส

พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ



ถ้าจะให้ได้ผลเต็มที่ต้องภาวนาไตรสรณคมณ์และบทมหาจักรพรรดิ ตามกำลังวันทุกวัน เหรียญและพระผงดวงนี้ จึงจะเกิด  พุทธานุภาพโดยไม่มีประมาณ ที่เรียกว่า        ดวงเหนือดวง พลังเหนือพลัง
(อาทิตย์ 6, จันทร์  15, อังคาร  8, พุธ 17, พฤหัสบดี  19, ศุกร์ 21, เสาร์  10, )

บทสวดมหาจักรพรรดินี้  หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นผู้เรียบเรียงขึ้น เป็นการสวดบูชาพระพุทธเจ้าทั่วทั้งพระนิพพาน ตลอดจนถึงพระธรรมเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้า พระอริยะสงฆ์ และพระสงฆ์สาวกทั้งมวล เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ รวมถึงน้อมนำกำลังของเทพพรหม พระอริยเจ้าทั้งหลาย การสวดครั้งหนึ่งๆ เป็นการอัญเชิญกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิทุกๆพระองค์ ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน รวมถึงกำลังแห่งพระโพธิญาณของพระโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และอนาคต อาราธนาเข้าที่กาย ใจ จิต วิญญาณของผู้สวด

อานิสงค์การสวดบทพระบรมมหาจักรพรรดิ

โดยย่อกล่าวคือ

บทนี้เป็นการสวดไหว้พระพุทธเจ้าทั่วทั้งพระนิพพานตลอดจนถึงพระธรรมเจ้าและพระโพธิสัตว์เจ้า
พระอริยสงฆ์สาวกทั้งมวล ไหว้พระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ รวมถึงน้อมนำกำลังของเทพพรหมพระอริยะเจ้าทั้งหลาย
การสวดครั้งหนึ่งเป็นการดึงกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิทุกๆพระองค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาร่วมดึงกำลังของพระมหาโพธิสัตว์เจ้า มารวมอาราธนาเข้าที่กายและใจ
และรวมกำลังของพระโพธิญานโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย ตั้งแต่อดีต ถึง ปัจจุบัน และอนาคต
การสวดครั้งหนึ่งมีอานิสงค์แผ่ไปทั่วจักวาลสามแดนโลกธาตุ สามารถแผ่บญไปทั่วทุกสรรพสัตว์ตลอดจนเทวดาประจำตัวเรา ญาติมิตรเพื่อนฝูงครอบครัว เจ้ากรรมนายเวร
และหากนำบทสวดนี้ไปสวดในนรกหรือแผ่ไปไฟนรกจะดับชั่วขณะ
บทนี้เป็นการสร้างกำแพงแก้วคุ้มกันตัว รวมถึงการอาราธนาบารมีครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อัญเชิญเข้าตัว เพื่อป้องกันภัย และสร้างมหาโชคมหาลาภ

อานิสงส์แก่ผู้สวดมีทั้งมหาบุญมหาลาภ เนื่องจากมีการกล่าวถึงพระสีวลี รวมถึงบทนี้มีพลังงานอย่างยิ่งในการเจริญพระกรรมฐาน
หากนำไปสวดบริกรรมก่อนหรือระหว่างนั่งภาวนากรรมฐาน...จะทำให้การภาวนามีพุทธานุภาพมาคลุมและคุมการปฎิบัติของเรา
คลุมกายและจิตเราเป็นวิมานทิพย์ (ครอบวิมานให้ตัวเองหรือสวดอธิษฐานครอบคนอื่นก็ได้)
หากสวดบทนี้สามารถอฐิษฐานเรื่องราวใดๆมีติดข้องใจไห้ได้ผ่านพ้นไปอย่างทะลุปรุโปร่ง 
กล่าวโดยสรุปได้ว่าคาถาจักรพรรดินี้
จากการเรียบเรียงถ้อยคำโดยหลวงปู่ดู่ ท่านก่อให้เกิด จักรพรรดิ กำลังจักรพรรดิขึ้นด้วยในบทสวด พระคาถาครอบจักรวาล

ปล.สำหรับนักปฎิบัติเบื้องต้นใช้คู่กับพระผงจักรพรรดิจะทำให้ก้าวหน้าเร็ว

 -------------------------------------------------

พระคาถามหาจักรพรรดิก่อให้เกิดพุทธนิมิตครอบสถิตผู้ทรงคาถา
 
พระคาถามหาจักรพรรดิที่หลวงปู่ดู่แต่งขึ้นมานั้น นอกจากท่านจะได้ทำการอธิษฐานบารมีให้ผู้สวดได้รับพลังจากพระรัตนตรัย อย่างมหาศาลแล้ว ยังก่อให้เกิด "พุทธนิมิต" เป็นวิมานแก้วพระพุทธเจ้า มาครอบสถิตผู้สวดด้วย โดยมีลักษณะเป็นมณฑปแก้วจัตุรมุข ปรากฎฉัพพรรณรังสีหกประการสว่างไสว พร้อมด้วยโพธิสัตตราวุธ ทั้ง 4 ประการ ประจำอยู่ทั้ง 4 ทิศ ได้แก่ พระมหามงกุฎ ตรีศูล จักรแก้ว และ พระขรรค์เพชร ทั้งหมดล้วนเป็นของคู่บุญบารมี ของพระศรีอารย์โพธิสัตว์ โดยมี "พระมหามงกุฎ" เป็นศิราภรณ์ที่ปี่ยมไปด้วยบุญญฤทธิ์ (หลวงปู่บุดดา ถาวโร พระอรหันต์ระดับจตุปฎิสัมภิทาญานได้เคยนำมาถวายหลวงปู่ดู่เป็นพุทธบูชาอีกองค์หนึ่งด้วย)

(ผู้ปฏิบัติจึงมีพร้อมทั้งบุญฤทธิ์อิทธิฤทธิ์ เป็นพลังงานที่บริบูรณ์ สนับสนุน ให้การอธิษฐานจิต สัมฤทธิ์ผล สำหรับผู้ที่รู้จัก ไมโครชิพ ซึ่งเป็นมิติที่ 3 ของมนุษย์และสัตว์ ก่อนสวดก็นึกกระตุ้นไมโครชิพ ก่อน เพื่อบรรจุพลังให้แก่ไมดครชิพ และแผ่พลังงานผ่านไมโครชิพ ด้วยบทสัพเพฯ)

ส่วนอาวุธที่เหลือทั้ง 3 ล้วนเป็นเทพศาสตราวุธชั้นสูง มีไว้เพื่อประดับบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ และเปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์อย่างยิ่ง หากสวดเป็นประจำสามารถอธิษฐานให้เกิดเป็นองค์พระพุทธนิมิต ปางมหาจักรพรรดิได้ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์และบุญฤทธิ์ มีความศักสิทธิ์อย่างมาก ประดับด้วยครื่องทรงแห่งพระมหาจักรพรรดิ อย่างวิจิตรอลังการเปล่งรัศมีหลากสีด้วยแสงแห่งรัตนอัญมณี เรียกว่า "พระมหาวิษิตาภรณ์" มาครอบสถิตผู้ภาวนา บารมีของ หลวงปู่ดู่ที่ท่านน้อมนำอธิษฐานจิตจึงมีความศักสิทธิ์ป็นอย่างมาก เพราะท่านใช้บารมีทั้งหมดของท่านอัญเชิญกระแสบารมีแห่งพระรัตนตรัย และตั้งองค์พระพุทธนิมิตปางมหาจักรพรรดิบรรจุลงไปในวัตถุมงคลที่บารมีท่านมาประจุอีกด้วย

(เมื่อสวดครบตามกำลังวันแล้ว เท่ากับเราได้สต๊อคพลังงานอันมหาศาลยิ่ง ดึงพลังของหลวงปู่ดู่ หลวงปู่ทวด พระมหาจักรพรรดิทุกพระองค์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต หรือจะเรียกว่าเราสวดภายใต้การสนับสนุนส่งเสริมของทุกๆพระองค์นั่นเอง ถ่ายเทพลังบุญบารมีรวมเข้าสู่ไมโครชิพของผู้สวดภาวนา ให้สว่างไสวนับล้านๆๆๆแรงเทียน  เป็นที่สังเกตของสรรพสัตว์ในมิติต่างๆอย่างกว้างไกล ระหว่างที่สวด

หลวงตาม้าท่านอธิบายต่อไปว่า เมื่อเราตุนพลังงานหรือชาร์ตไฟเต็มหม้อแบตเตอรี่แล้ว เราก็จ่ายออก โดยการอธิษฐานจิต แล้วสวดสัพเพฯ 5 ครั้ง ส่งพลังงานออกไป ผ่านไมโครชิพของหลวงปู่ดู่ หลวงปู่ทวด พระมหาจักรพรรดิทุกๆพระองค์ ไปสู่สรรพสัตว์ทั่วทั้ง 3 โลก และทุกตำแหน่งแห่งที่ในทุกๆมิติ หรือไปถึงบุคคลที่เราระบุ ส่งพลังงานไปช่วยเหลือ หรือครอบวิมานให้หรือกิจการงานต่างๆ ผู้เกี่ยวข้องทุกคน

พลังงานที่ส่งผ่านไมโครชิพของครูบาอาจารย์ทุกๆพระองค์ มีกำลังส่งกว้างไกล และทรงพลังยิ่งนัก มีคลื่นความถี่สูงกว่าการเดินทางของแสงอาทิตย์ อย่างชนิดเทียบกันไม่ได้ เช่นพอนึกเท่านั้นก็ไปทั่วแสนโกฏิจักรวาลนั่นเอง เพียงแต่ให้เราหมั่นทำทุกๆวัน หลวงปู่ดู่ หลวงปู่ทวด และพระมหาจักรพรรดิ ทุกๆพระองค์ที่หลวงปู่ดู่ได้อัญเชิญเอาไว้ล่วงหน้า ก็จะช่วยส่งเสริมการสวดภาวนาของเราเต็มที่  หลวงปู่จึงเตือนให้เราหมั่นทำ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน หากเราไม่ดำริ หลวงปู่ก็จะวางอุเบกขา หากเราทำตามคำแนะนำของท่านๆก็ยินดีช่วยเราเต็มที่ เช่นเดียวกับที่หลวงปู่เคยพูดให้ลูกศิษย์ได้ฟังว่า   ข้าจะคอยช่วย ศรัทธาข้าจริง นับถือข้าจริง แกคิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก แกไม่คิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก ข้าอยู่ใกล้ ๆ แกจำไว้  พลังงาน บุญกุศล คลื่นแสง สี เสียง ที่หลวงปู่ได้สร้างไว้ยาวนาน 80 อสงไขย กับแสนมหากัป นับตั้งแต่หลวงปู่ได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธเจ้า ยังอยู่ครบถ้วนพร้อมบริบูรณ์ สำหรับให้ลูกหลานได้เชื่อมต่อกับไมโครชิพของตนเองในการสวดภาวนาและสัพเพฯ)

สำหรับผู้ที่สวดแล้วพึง สัพเพฯ 9 ครั้งให้แก่ผืนแผ่นดินไทยทั่วราชอาณาจักร ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจงคืนกลับมารวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวอีกวาระหนึ่ง

(ทั้งนี้เพื่อบูชาพระคุณของบูรพระมหากษัตริย์ไทยทุกๆพระองค์ และถวายเทอดพระเกียรติแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ รัชกาลที่ 9)

(เมื่อเรามีอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ดีเลิศ วิเศษยิ่งแล้ว เพื่อเป็นการกตัญญูกตเวทิตาต่อน้ำพระทัยและกำลังพระวรกายของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และบูรพระมหากษัตริย์ไทยทุกๆพระองค์ ที่ได้ทรงเสียสละชีวิตเลือดเนื้อต่อสู้รวบรวมผืนแผ่นดินสุวรรณภูมิ เอาไว้ให้แก่ลูกหลานไทยในภายหลัง ได้ใช้อาศัยอยู่สุขสบาย... เราก็อธิษฐานจิต นึกถึงไมโครชิพของทุกๆพระองค์ แผ่เมตตาบทพระมหาจักรพรรดิ ไปน้อมถวายแด่ทุกๆพระองค์ ขอให้ผืนแผ่นดินที่ทุกพระองค์ได้ทรงกอบกู้รวบรวมเอาไว้ในอดีตทั้งหมด ได้กลับมาผนวกรวมกัน เป็นราชอาณาจักรเดียวกันอีกวาระหนึ่งโดยเร็ว ...เสร็จแล้วเราก็ตั้งใจ สัพเพฯออกไป 9 ครั้ง เป็นการทดแทนคุณแผ่นดินที่เราได้อยู่อาศัย เกิดมาร่วมสร้างบุญบารมี และแผ่นดินนั้นได้ถูกพวกคนพาล มาข่มขู่เบียดเบียน แบ่งแยกเอาไปมากมาย คืนกลับมาโดยพลัน

ส่วนผู้ที่เข้าใจ ภูเขาบุญ  ของหลวงปู่ดู่ ที่มีผู้ได้ประจักษ์ด้วยสายตาตนเองนั้น หลังจากชาร์ตไฟฟ้าเต็มหม้อแบตเตอรี่ ก็อธิษฐาน นำพลังงานบุญกุศลที่เรารวบรวมขึ้นแล้ว ไปสมทบกับภูเขาบุญของหลวงปู่ดู่ที่ตั้งขึ้นเพื่อสงเคราะห์สรรพสัตว์ในทุกๆมิติตลอดเวลา เสร็จแล้วเราก็อธิษฐานขอบารมีหลวงปู่ดู่ ขยายเครือข่ายภูเขาบุญไปตั้งไว้ยังที่ต่างๆตามปรารถนา เช่นขอขยายภูเขาบุญของหลวงปู่ดู่ออกไปให้ครอบคลุมราชอาณาจักรสุวรรณภูมิ ในสมัยของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ให้แผ่นดินที่เคยเป็นราชอาณาจักรเดียวกัน คืนกลับมาเป็นราชอาณาจักรไทยหนึ่งเดียวกัน ในรัชสมัยของพ่อหลวงภูมิพลอดุลยเดชมหาราชรัชกาลที่ 9 อีกวาระหนึ่งเป็นต้น 

การตั้ง ภูเขาบุญ ต่างกับแผ่กุศลด้วยวิธีสัพเพฯ ภูเขาบุญ จะตั้งอยู่ตลอดเวลา และทุกๆวันเราก็สวดภาวนาคาถาจักรพรรดิแล้วอธิษฐานนำบุญกุศลไปสมทบเพิ่มเติมกับภูเขาบุญของหลวงปู่ดู่ ทุกๆวัน เป็นการเพิ่มเติมบุญกุศลให้แก่เครือข่ายภูเขาบุญ ที่เราได้ขอบารมีหลวงปู่ดู่ นำไปติดตั้ง ณ สถานที่ต่างๆที่เราปรารถนา เป็นการปรับเปลี่ยนภพภูมิให้สรรพวิญญาณได้ตลอดเวลา แตกต่างกับการแผ่ให้เป็นคราวๆ หลังสวดภาวนาพระคาถามหาจักรพรรดิเท่านั้น

และหลวงตาม้า ท่านยังแนะนำต่อไปอีกว่า เราสามารถอธิษฐานจิตของเรา ให้กายพลังงานภาวนาพระคาถามหาจักรพรรดิตลอดเวลาทั้งหลับและตื่นได้อีกด้วย โดยใช้ระบบการหายใจเข้าออก เป็นอุปกรณ์ช่วยภาวนา ตราบใดที่เรายังหายใจอยู่ โดยเราก็ตั้งโปรแกรมเสียง ให้แก่ไมโครชิพของเราเอาไว้รับพลังงานที่เราสวดได้ตลอดเวลาอีกด้วย ใช้มิติที่ 3 ของเราหรือไมโครชิพ สำหรับดูแลจ่ายพลังงานบุญกุศลให้ทั้งจิตใจและร่างกายทั่วทุกเซลล์ในร่างกายทุกระบบให้กลับไปสู่อายุ 20 ปีในเพศชาย สู่อายุ 19 ปีในเพศหญิง และให้ไมโครชิพกลับไปสู่จุดกำเนิด และต่อเชื่อมพลังงานบุญกุศลส่งไปสมทบกับ ภูเขาบุญ ของหลวงปู่ดู่ได้ต่อเนื่องตลอดเวลา ทำงานร่วมกับการใช้กายเนื้อที่เราปฏิบัติวันละครั้ง หรือหลายคราวก็ตาม

ทำให้พลังบุญกุศลที่เกิดจากการสวดภาวนาพระคาถามหาจักรพรรดิ ถ่ายเทพลังงาน แก่ไมโครชิพของเรา และส่งไปยังภูเขาบุญ ของหลวงปู่ดู่ สถานที่ หรือบุคคลต่างๆที่เราตั้งโปรแกรมเอาไว้ ให้มีพลังงานไหลถ่ายเทไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ว่ากายเนื้อจะหลับหรือตื่นก็ตาม เป็นการเพิ่มโอกาสสร้างบุญกุศลร่วมกับหลวงปู่ดู่ หลวงปู่ทวด หลวงตาม้า และพระมหาจักรพรรดิทุกๆพระองค์ ด้วยสติปัญญาและทรัพยากรทุกอย่าง ที่เรามีความเข้าใจ นำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ การทำความดีอย่างเข้มข้น ในอายุขัยสั้นๆของเราตลอดทุกๆวินาที

ส่วนหลังจากการสวดประจำวันแล้ว เราก็ขอบารมีหลวงปู่ดู่ ขออนุญาตนำบุญไปสมทบกับภูเขาบุญของหลวงปู่ดู่ แล้วสัพเพฯ 5 ครั้ง แล้วจึงขอบารมีหลวงปู่ดู่ สร้างเครือข่ายภูเขาบุญ ไปติดตั้งยังที่ต่างๆ และขยายภูเขาบุญออกไป ให้ครอบคลุมอาณาเขตประเทศไทย ในรัชสมัยของ สมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช ขอให้แผ่นดินที่ถูกคนพาลแย่งชิงแบ่งแยกออกไป ได้กลับมารวมกันเป็นราชอาณาจักรไทยเดียวกันอีกวาระหนึ่ง ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 นี้อีกวาระหนึ่ง เสร็จแล้วสัพเพฯ 9 ครั้ง และปิดท้ายด้วย สัมปจิตฉามิ 3 ครั้ง

ที่กล่าวมานั้นเป็นการเพิ่มบุญกุศลให้แก่ตนเอง และสรรพวิญญาณทั่วทั้ง 3 โลก และแทนคุณแผ่นดินและบรรพบุรุษไทย ส่วนเวลาที่เหลืออยู่แต่ละวัน สำหรับผู้ที่ใช้มหาสติปัฏฐานสูตร สะสมพลังงานจนจิต เข้าถึง 'ทาง' หรือ มรรคได้แล้วนั้น ก็ใช้เวลาที่ไม่ได้ภาวนาพระคาถามหาจักรพรรดิ มากำหนดจิต อยู่ในอารมณ์ของ 'ทาง' หรือในสภาวะจิต ที่โล่งๆว่างๆ ที่ตนเองได้พบเห็นมาก่อนนั้น อยู่เสมอๆ แม้เราจะปฏิบัติงานต่างๆทางโลกอยู่ก็ตาม เสมือนกับเราไม่ดับเครื่องยนตร์ ยังคงเดินเครื่องเบาๆเอาไว้ตลอดเวลา ตามที่หลวงปู่ดู่แนะนำ เมื่อว่างจากงานต่างๆเราจะมากำหนดจิตให้อยู่บนทางอย่างต่อเนื่องในอารมณ์เดียวกันได้ทันทีตลอดเวลาที่โอกาสเปิดให้ จนกว่าจิตจะมีความสมบูรณ์ในทาง มรรค ถึงระดับหนึ่ง ที่จะต้องละวางงานทางโลกลงทั้งหมด  สะสมพลังงานอยู่บนทาง แต่เพียงอารมณ์เดียว จนอยู่บนทาง ได้สมบูรณ์บริบูรณ์ พลังงานของ มรรค ได้ประหารอนุสัยกิเลสจนหมดสิ้นแล้ว การเรียนพระพุทธศาสนาก็จบจะหมดสิ้นลง เหลือแต่รอวันที่หัวใจจะดับสูญพลังงานลงไป ทิ้งกายสังขาร ไม่ต้องวนกลับมาใช้อีกต่อไป

มีวิธีการเข้าถึง ทาง ของทุกๆคน สำหรับคนรุ่นปัจจุบัน สามารถใช้ทฤษฎีโพเพทัส ของหมอแกน โดยปฏิบัติติดต่อกันสัก 1 ชม.หรือชั่วโมงครึ่ง ให้ค่อยๆรู้สึกว่า หัวก็ดี แขน ไหล่ ค่อยๆหายไป จนกระทั่งหายไปหมดทั้งตัว นั่นคือการละวางตัวตนของจิต คงเหลือแต่จิตหนึ่ง เท่านั้น หรือจิตถอยออกมาจากกายสู่สภาวะจิตเดิม ซึ่งหมอแกนจะแนะนำให้ทำเป็นประจำต่อเนื่อง จนกระทั่งปรับสภาวะของไมโครชิพไปสู่จุดกำเนิด ซึ่งผู้ที่รู้จักพระบรมธรรมบิดา ก็สามารถพุ่งจิตกลับไปเฝ้าพระองค์ได้ ทั้งในกายนิมิต หรือในมิติพลังงานก็แล้วแต่เรา เช่นเดียวกับที่บางท่านอาจได้ยินเสียงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบางพระองค์ที่เราเคยมีกรรมเกี่ยวเนื่องกับท่าน ส่งกระแสเสียงมาโปรด ให้กำลังใจแก่เราทำปฏิบัติภาวนาเป็นต้น ได้ยินแต่เสียงไม่เห็นรูป นั่นเป็นการใช้พลังงานเสียงอีกรูปแบบหนึ่ง...หมอแกนมีบทความใหม่ที่ลิงค์นี้

การทำภารกิจของตน และไม่ละทิ้งผู้ที่เคยมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันมายาวนาน โดยเฉพาะผู้ที่ลาจากภาวะพุทธภูมิในชาติปัจจุบัน เราก็จะปฏิบัติตน อย่างบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น ไม่ได้ละทิ้งเพื่อนสรรพสัตว์ที่เคยติดตามทำความดีมาด้วยกันยาวนาน ให้ทุกๆจิตวิญญาณ ได้มีสุคติภพเป็นที่ไปทั่วกัน

เหรียญ และพระผงดวงนี้เป็นพระที่หลวงปู่ท่านรักมาก ท่านเก็บไว้ในห้องของท่าน และปลุกเสกเป็นเวลานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ถึงปี 2533 รวมทั้งหมด 8 พรรษา

หลังจากที่หลวงปู่มรณภาพไปแล้ว วาจาศักดิ์สิทธิ์ของท่านก็เป็นจริงดังที่ท่านได้กล่าวเ
อาไว้ว่า จะมีผู้มีบุญซึ่งเคยร่วมบุญกับหลวงปู่มา ได้รับเลี้ยงดูแลลุงแกละและป้าอิ้งจนแกทั้งสองตายไป ระยะเวลาเลี้ยงดูคนทั้งสอง คือ ป้าอิ้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 จนถึง พ.ศ. 2540 ส่วนลุงแกละตั้งแต่ปีพ.ศ. 2533 จนถึงพ.ศ. 2547

ที่มา: หนังสือนะโภคทรัพย์ พ.ศ.2548

(ด้วยจิตศรัทธาและเคารพหลวงปู่เป็นอย่างยิ่ง การจัดทำเว็บเพจนี้ ขึ้น เพื่อส่งเสริมผู้พิจารณาให้เกิดสติปัญญา และผลดี อันเนื่องมาจากการประกอบเหตุที่ดี ตามวัตถุประสงค์ และความพรากเพียรเป็นอย่างสูงยิ่ง ของหลวงปู่ดู่... ให้ศิษย์ภายหลังได้ทราบแนวทาง ของพลังงาน ที่บรรจุอยู่ในวัตถุธรรม เข้าใจวิธีสร้างคุณประโยชน์ตน จากพระมหาจักรพรรดิผ่านวัตถุธรรมที่มีชีวิตจิตวิญญาณ ให้บังเกิดผลแก่ตนเองได้อย่างเต็มที่ สมดังตามความตั้งใจดีของหลวงปู่ดู่ )

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share
 
 
&nbs p;