ข้าจะคอยช่วย ศรัทธาข้าจริง นับถือข้าจริง ข้าอยู่ใกล้ๆแกจำไว้

เถระอมตะวาจาของหลวงปู่ดู่

http://ainews1.com/article510.html

หลวงพี่ท่านหนึ่งจากวัดพระราม 9 ได้โพสท์ความประทับจิตประทับใจ กับหลวงปู่ดู่ ดังเนื้อหาต่อไปนี้ :

เมื่อประมาณเดือน พฤษภาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา อาตมามีความศรัทธาที่จะทำผอบทองคำ เพื่อที่จะบรรจุอัฐฐิธาตุของหลวงปู่ดู่แต่มีปัญหาว่าจะหาอัฐิธาตุของหลวงปู่ได้ที่ไหน แล้วก็ไม่ทราบด้วยว่า ใครมีอัฐิธาตุของหลวงปู่ ก็เลยคิดว่าไม่เป็นไรเดี่ยวจะขอจากรูปเหมือนของหลวงปู่ หล่อด้วยปูนซีเมนต์ ขนาด ๕ นิ้ว ซึ่งได้มาจากวัดสะแก

ครั้งแรกที่ได้ไปกราบหลวงปู่ โดยโยมเป็นผู้ถวายให้มา เมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อวัน อาทิตย์ที่ ๑ กรกฏาคม ๒๕๕๐ อาตมารู้สึกอยากไปวัดสะแก ไปกราบหลวงปู่ และตั้งใจจะไปถวายผ้าไตรจีวร และยารักษาโรคกับหลวงน้าสายหยุด อยากไปกราบท่านเพราะครั้งแรกที่ไป ไม่ได้ไปกราบท่าน อีกใจหนึ่งก็อยากไปขออัฐฐิธาตุหลวงปู่ที่วัด

แต่ผอบทองคำที่สั่งทำก็ยังไม่เสร็จ ก็เลยคิดว่าจะเอาผอบพลาสติก (ทำจากเรซิน) ไปใส่อัฐฐิธาตุหลวงปู่ก่อน จำได้ว่าออกจากวัดพระราม ๙ ประมาณ ๑๐โมงเช้าโดยมีโยมพี่ชายเป็นคนขับรถให้ มีโยมแม่ พี่สาวและน้องสาวไปด้วย ระหว่างทางได้คุยกับโยมในรถ ว่าได้มีศรัทธาทำผอบทองคำแต่ยังทำไม่เสร็จ ตั้งใจว่าจะเอาผอบทองคำไปบรรจุในเจดีย์ที่ไหนสักแห่งหนึ่งในอนาคต โดยอยากได้อัฐฐิธาตุของหลวงปู่ดู่บรรจุลงในผอบทองคำ แล้วนำไปบรรจุในเจดีย์สืบต่อไป
ก่อนถึงวัดสะแกแวะฉันภัตหารเพลที่ปั๊มน้ำมันใกล้วัดก่อนเพราะพระที่วัดท่านฉันเพลพอดี ถึงวัดสะแกประมาณ ๑๒.๑๐ นาที แวะกราบหลวงปู่ที่พิพิธภัณฑ์ และถ่ายรูปกับโยมเป็นที่ระลึกแล้วจึงไปที่ศาลา ที่มีพระศรีอริยเมตไตร รูปหล่อหลวงปู่ รูปหล่อหลวงปู่ทวด และเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลของหลวงปู่ อาตมาเดินขึ้นไปบนศาลาเป็นคนแรก ผลักประตูกระจกเข้าไปในศาลา โดยมีโยมแม่ พี่และน้อง ตามหลังเข้ามาห่างๆ

ในศาลา อาตมากวาดสายตาดูไปรอบๆศาลา มองไปข้างหน้าเป็นรูปพระศรีอริยเมตไตร ทางซ้ายและขวาเป็นรูปหล่อหลวงปู่ทวดและหลวงปู่ดู่ ทางด้านขวามือสุดเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลของหลวงปู่ มีพระสงฆ์ ๑ รูปกับโยมผู้ชาย ๓-๔ คนคอยให้ความสะดวกกับผู้ที่ต้องการบูชาวัตถุมงคล ส่วนทางด้านซ้ายมือสุดมีญาติโยมนั่งอยู่ ๓-๔ คนเช่นกัน แต่ในขณะที่อาตมาก้าวเดินเข้าไปในศาลาได้ ๓-๔ ก้าว สายตาของอาตมาก็ไปเห็นโยมผู้หญิงคนหนึ่ง ใส่เสื้อลายดอกไม้นุ่งผ้าถุงอายุ ประมาณ ๔๕ปี ดวงตาเบิกกว้างเป็นประกาย มองมาที่อาตมา แล้วยิ้มให้เหมือนกับดีใจอะไรสักอย่าง พร้อมกับรีบคลานเข้ามาหาอาตมา

อาตมารู้สึกว่าโยมผู้หญิงมีอะไรจะคุยด้วย เพราะอากัปกิริยาของโยมผู้หญิงที่กำลังคลานเข้ามาบอกเป็นนัยๆ อาตมาจึงคุกเข่าลงแล้วถามว่า โยมน้ามีอะไรกับอาตมารึเปล่า โยมกราบ ๓ ครั้ง แล้วพูดออกมาประโยคหนึ่งที่ทำให้อาตมาต้องตกตะลึงว่า จะเอาพระธาตุมาถวายเจ้าค่ะ พระธาตุๆของใครอาตมาถาม เงียบ โยมน้าไม่ตอบ แต่กับพูดออกมาอีกประโยคหนึ่งซึ่งทำให้อาตมาต้องขนลุกด้วยความปิติว่า พระท่านบอกว่า ถ้ามีพระมาให้เอาพระธาตุถวายท่าน อาตมานิ่งไปชั่วขณะ มือล้วงลงในย่ามหยิบผ้ารับประเคน ออกมารับประเคนพระอัฐฐิธาตุจากโยมน้า
อัฐิธาตุบรรจุอยู่ในผอบพลาสติก(เรซิน)ขนาดประมาณผลองุ่น อะไรกันนี่ หลวงปู่เมตตามอบให้ทันที่ทันใด โดยยังไม่ได้เอ่ยปากขอใครเลย ส่วนโยมน้าผู้หญิงถวายเสร็จกราบ ๓ ครั้งแล้วออกไปจากศาลาไม่กลับมาอีกเลย เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากไม่เกิน ๑ นาทีด้วยซ้ำไป ทีแรกอาตมาคิดว่าสงสัยทางวัดคงจะแจกให้บุคคลทั่วไป อาตมาจึงเดินไปดูบริเวณ ที่โยมน้าผู้หญิงนั่งซึ่งอยู่ใกล้ๆประตูกระจกทางซ้ายมือ ที่จะออกไปเป็นกุ ฎิหลวงปู่ ไม่เห็นมีผอบที่บรรจุพระธาตุ เตรียมแจกบริเวณนั้นอยู่เลย และอีกอย่างหลวงปู่ท่านมรณภาพปี ๒๕๓๓ ถ้าจะแจกก็น่าจะแจกในปี ๒๕๓๔ เพราะพระราชทานเพลิงในปีนี้

นี่ก็ปี ๒๕๕๐ แล้ว ไม่น่าจะมีการแจกในปีนี้ อีกประการหนึ่งเมื่อพระราชทานเพลิงแล้ว อัฐฐิธาตุก็จะเก็บที่วัดอาจจะมีการ แจกถวายพระเถระผู้ใหญ่ น่าเสียดายที่อาตมาไม่ได้ทันถามโยมน้าที่ว่า พระท่านให้มาถวาย คำว่า พระท่าน คือใคร หลวงปู่ หรือ พระเถระรูปใดรูปหนึ่งที่อยู่ในวัดก็เป็นได้ ซึ่งท่านอาจทราบความประสงศ์ของ อาตมาแล้วไม่สะดวกที่จะเปิดเผยตัวท่านจึงให้โยมน้าผู้หญิงมาถวายแทนท่าน หรือประการสุดท้ายหลวงปู่อาจจะบอกพระสงฆ์ให้นำมาให้ก็เป็นได้ ท่านผู้อ่านล่ะคิดว่าอย่างไร.

(ลักษณะอาการโยมน้า แต่งตัวแบบคนโบราณ และดวงตาก็เป็นประกายพิเศษ ออกจะไม่ใช่มนุษย์เดินดิน และมาจากทางกุฏิหลวงปู่อีกด้วย ทำภารกิจ ที่พระสั่งมาเสร็จ ก็รีบหลบหายตัวไป ท่านนึกออกหรือยังว่าไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เทวดาประจำวัดนี้นั่นเอง ที่หลวงปู่มอบหมายภารกิจสำคัญมา หากหลวงพี่จะสังเกตที่ดวงตาของโยมน้า น่าจะไม่กระพริบตา เหมือนเช่นคนทั่วไป...ขอโมทนาด้วยกับท่าน เทพธิดานะ ระหว่างพิมพ์ข้อความนี้ ยังส่งกลิ่นหอมมาแต๊ะจมูกอีกด้วย)

อาตมาใช้เวลาอยู่ในวัดสะแกประมาณ๔ชั่วโมง ไม่พบโยมน้าผู้หญิงอีกเลยจนกระทั่งกลับเข้ากรุงเทพก็ได้เล่าเรื่องที่ได้อัฐ ฐิธาตุให้โยมแม่ พี่และน้องฟังขณะอยู่ในรถพร้อมหยิบผอบเรซิน ออกจากย่ามให้ดู น้องสาวยังบอกอาตมาว่าแปลกมากนึกว่ารู้จักกับโยมน้าเพราะเห็นคุยกัน

มาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาของหลวงปู่ พระกรุณาของพระท่านที่เมตตาให้ในสิ่งที่คิดว่าหาได้ยากและเป็นไปได้ยาก แต่ก็เป็นไปได้และเกิดขึ้นแล้ว ทำให้หวลคิดถึง เถระอมตะวาจาที่ว่า ข้าจะคอยช่วย ศรัทธาข้าจริง นับถือข้าจริง ข้าอยู่ใกล้ๆแกจำไว้ ต่อให้ร้อยภาษา ล้านตัวอักษร ก็ไม่อาจแทนใจของอาตมาที่มีต่อหลวงปู่ดู่ได้.

เรื่องราวทั้งหมดของอาตมาก็มีด้วยประการฉะนี้.....หลวงตาม้าตอบปัญหา ให้ลูกศิษย์ ที่หลวงตาลงมาที่ กทม. ว่าภาพของหลวงปู่ดู่ มีชีวิต ให้ทำใจสบายๆ เราก็จะพูดคุยกับหลวงปู่ได้ทุกเรื่อง พลังงาน แสง สี เสียง ของหลวงปู่ดู่ ไม่ได้หายไปที่ไหน คงอยู่ใกล้ๆ ตัวของผู้ที่เคารพศรัทธาหลวงปู่ อย่างแท้จริง มาถึงตรงนี้ บางท่านที่ต่อยังไม่ค่อยติด ขอให้ลองแวะที่ลิงค์นี้ ค่อยๆศึกษาดู

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share
 
 
   DIV>