นาๆสาระจากงานบวงสรวงพระบรมธรรมบิดา

ที่บ้านทิพย์นิพพาน คุณแม่เกษร สุทธจิต เชียงใหม่ 8 ม.ค. 2554

http://ainews1.com/article517.html

บทสวดสรภัญญะ

 

ลูกๆสวดพร้อมกันในงานไหว้ครูพระบรมธรรมบิดา

บทกวีทิพย์จากนิพพาน :: แสงทิพย์อริยธรรมเปิดสามโลก…..


นะโมตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

นะโมตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

นะโมตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

 

๐ โอม...”พระบรมธรรมบิดา”สาธุสะ    ขอไหว้”พระพุทธัง”สิ้นทั้งหลาย

ลูกเดินทางจิตใจตั้งทั้งหญิงชาย    เพราะมั่นหมาย”ไหว้”ชื่นชม”บรมครู-

รัตนตรัย-บิดามารดา-ครูอาจารย์”    พระคุณท่านแสนยิ่งใหญ่วิไลหรู

1 “ขอบวชจิตบวชใจ”บูชาครู    ให้”สามโลกรับรู้”ข้าฯครูมี

“ถือศีลห้าตลอดชีวิต”ในจิตลูก   “ ศีล”พันผูกอยู่กับ”ใจ”วิไลศรี

เป็น”เบญจศีล-เบญจธรรม”ข้อเดียวเกี่ยวชีวี ประเสริฐศรี”บริสุทธิ์”ถึง”พุทโธ”!!!


2 หวัง”เพิ่มบารมีสิบทัศ”ตัด”กิเลส”    สมุจเฉท”สังโยชน์”หักให้อักโข

เพื่อ”หลุดพ้น”โดยบุญญฤทธิ์ด้วย”จิตโพธิ์ “   “พระธัมโม”ส่องสว่างกระจ่างใจ

3 ด้วย”กตัญญูกตเวที”มีต่อพ่อ    ผู้เกิดก่อ”ดวงจิต”พิสมัย

“จิตดวงใหญ่แตกเป็นเล็ก”ดวงเด็กไทย  “เล็กแต่ใหญ่”ด้วย”เมตตา”สถาพร

4 “พ่อประทานแสงทิพย์จากนิพพาน    รับลูกหลานกลับบ้าน”ท่านสั่งสอน

“ขอบพระคุณพระบิดา”จิตอาทร    ทุกขั้นตอนลูกรำลึกนึกถึงคุณ!!!


5 “ขอบพระคุณแสงทิพย์นิพพานัง”    ยืน-นอน-นั่ง-เดินเอื้อเฟื้อตามเกื้อหนุน

หลับหรือตื่น-ลูกรับได้เต็มใบบุญ    แสนอบอุ่น”อาบแสงทิพย์ฯจากนิพพาน”

 6 ช่วย”ตัดกิเลสเร็วไวทันใจยิ่ง”    ลูกชายหญิง”พ้นทุกข์พบศุขศานติ์”

เมื่อชีพวายตายลับ”กลับนิพพาน”    ชาตินี้ผ่าน”ไม่เกิดก่ออีกต่อไป”!!!

7 ลูก”ขอขมาลาโทษ”ที่โฉดชั่ว    “ไม่รู้ตัว”จิตเบลอ”พลั้งเผลอไผล”

ที่ลูกผิด”คิด-พูด-ทำ”พ่อช้ำใจ    “ขออภัยอโหสิกรรม”ที่ทำมา

 

 “ขอมอบกายถวายชีวิต”จนปลิดปลด    “เพื่อแทนทดคุณพ่อ”รักลูกหนักหนา

“พระพุทธเจ้า-พระโพธิสัตว์”พึงพึ่งพา    ที่”เมตตาปิดอบาย”ให้ตายดี!!!

 

9 “ขอถวายขันธ์ห้า-กายา-จิต”     พร้อม”อธิษฐานคุณบุญราศรี”

10 “ขอฝากจิตในอุทรบิดร”นี้    “ทำหน้าที่สำคัญทุกวันคืน”!!!

11 “รับแสงทิพย์ฯ-ถ่ายทอดไปไม่สิ้นสุด”     “สวรรค์-มนุษย์-พรหม”ร่มเย็นไม่เป็นอื่น

“จนลูกตายกลับบ้าน-นิพพาน”คืน-    กลับถิ่นชื่น”บรมสุขสิ้นทุกข์ทน”!!!


12 “ขอพุทธาภิเษก”เป็นเอกสิทธิ์    พร้อม”บุญญฤทธิ์”เอกอุเปี่ยมกุศล

ทั้งหนังสือและวัตถุมงคล     แสงทิพย์ล้นเต็มพลัง”สมดังจินตน์

13 ทั้ง”ขอเสกจิตวิญญาณลูกทั้งหมด     จิตปรากฏสดใส”ดังหวังถวิล

บริสุทธิ์ดุจจันทราไร้ราคิน    “เคราะห์หมดสิ้น”สะเดาะทิ้งทั้งหญิงชาย!!!

14 “ลูกทุกคนขอพ้นภัยในวัฏฏะ”     “ขอพรพระ”สุดประเสริฐงามเฉิดฉาย

“ลูกจะปฏิบัติบูชา”กว่าจะตาย    “แสงทิพย์ฯฉาย+พระเจ็ดองค์”อลงกรณ์

15 “ลูกขอฝากบุญกุศล”ทุกหนแห่ง    “เมตตาแรง”ภิญโญสโมสร

“ไปกับแสงทิพย์ฯบิดา”สถาพร    “ผีเร่ร่อน”แสนทุกโขได้”โมทนา”!!!

“ทั้งสรรพสัตว์-สรรพวิญญาณ”ผ่าน”สามโลก”    ช่วย”ดับโศก”สารพัดตัดปัญหา

“ให้พ้นจากแดนอบาย”-ภัยนานา    “ดับทุกขา”....”ขอพรพ่อ”ไม่ท้อใจ....


16 ๐ พรของพ่อ”ขอให้ลูกรู้ถูกผิด”     แล้ว”ทำจิตให้เหมือนแก้ว”เปล่งแววใส!!!

มี”พ่อ-พระ-และนิพพาน”ตระการใจ    ส่ง”แสงทิพย์ฯ”ออกไปไม่ประมาณ!!!!

เพื่อช่วยเหลือ”สรรพวิญญาณ์-นานาสัตว์    ทุกข์ขจัดกว้างไกลแผ่ไพศาล

พาพี่น้องผองรับกลับนิพพาน     คืนกลับบ้านเดิมแท้”พ่อแม่เรา!!!

“ขอให้ลูกอยู่ดีมากมีสุข    นิราศทุกข์ถึงนิโรธ”ดับโฉดเขลา

“กลับนิพพานในชาตินี้”พี่น้องเรา    “หน้าที่เจ้า....ทำต่อไป”ให้ธรรมทาน”!!!

“งานแสงทิพย์ยิ่งใหญ่ในสามโลก     ช่วยดับโศกเวทนามหาศาล

อานิสงส์ไม่มีที่ประมาณ     เจ้าทำงานให้พ่อ.....สู้ต่อไป”!!!

“ช่วยกันทำหน้าที่ดีที่สุด    ด้วยจิตพุทธ-แสงทิพย์ล้อมพร้อมไสว

เปิดสามโลกสุดขอบเขตประเทศไทย    ขอความสวัสดีมีชัยให้ลูก”เทอญฯ......

 

ประพันธ์โดย ชัย แสงทิพย์

 

 

 ในงานบวงสรวงพระบรมธรรมบิดา ที่บ้านผู้กำกับ ที่นครศรีธรรมราช เมื่อ 2 ปีก่อน ชาวกายพลังงานมาร่วมงานกันแน่นท้องฟ้า อยู่หลายคืน แม้หลังวันงานแล้วอาจารย์ชัยก็ยังได้ภาพในท้องฟ้าเหนือบ้านท่านผู้กำกับมากหลายทีเดียว  นำมาลงให้เป็นตัวอย่างให้ชมเพียงรูปเดียว

ผมได้มีโอกาส และมีโชคในอีกช่วงชีวิต ที่อาจารย์ชัย แสงทิพย์ ได้เมตตาชวนไป งานบวงสรวงพระบรมธรรมบิดา ที่บ้านคุณแม่เกษร อีกเป็นครั้งที่ 4 งานบวงสรวงจัดขึ้นที่บ้านคุณแม่เกษร ที่เชียงใหม่ โดยคราวนี้ได้รับการอนุเคราะห์การเดินทางไปกลับ ด้วยยานพาหนะกับเมอร์ซิเดซ 230 คันเก่งของท่านสัตว์แพทย์ สุรจิต ทองสอดแสง และท่านยังเมตตาขับรถไปเอง ทั้งไปและกลับโดยสวัสดิภาพอีกด้วย ขอขอบพระคุณคุณหมอเก่ง และอาจารย์ชัยเป็นอย่างสูง และขอโมทนาสาธุ ในความตั้งใจดี และบุญกุศลทั้งมวลที่ได้เกิดขึ้นในงานบุญกุศลต่างๆตลอดทริปนี้ มากมายหลายมิติ ในการไปร่วมงานบวงสรวง สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา ครั้งสำคัญอีกวาระหนึ่ง

มีญาติธรรมและบรรดาลูกๆของ พระบรมธรรมบิดา จากทุกสารทิศได้เดินทางไกลมาร่วมงานจากจังหวัดต่างๆประมาณ 350 คน ในภาคมนุษย์ ส่วนอีกมิติหนึ่ง ในภาคพลังงานท่านมากันอย่างเนืองแน่นเต็มท้องฟ้าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สะดวกกว่ามนุษย์ที่ต้องแบกกายเนื้อไปด้วยเป็นไหนๆ 

นอกจากนั้นคุณหมอเก่งท่านสัตว์แพทย์ผู้อุดมด้วยจิตกุศล ยังได้พาไปกราบพระผู้สิ้นไปแล้วจากกิเลสทั้งมวล ท่านครูบาอินทร ที่วัดสันป่ายางหลวง ในตัวเมืองจังหวัดลำพูน อีกถึง 2 วาระในวันแรกที่ได้ มีโอกาสไปกราบนมัสการพระองค์ท่าน ได้กราบเรียนถามถึงสภาวะข้างหน้าจะเกิดแผ่นดินยุบและน้ำท่วมแผ่นดินส่วนต่างๆของประเทศไทย และต่อไปเมืองหลวงใหม่จะย้ายมาอยู่ ณ เมืองลำพูนนี้

 ภายในพระวิหาร ที่ประทับของพระพุทธองค์ ที่วัดสันป่ายางหลวง อันสวยงามประณีตตระการตายิ่ง

ที่ในอดีตเมืองลำพูนเป็นเมืองสำคัญยิ่งกว่าเมืองเชียงใหม่  ตรงกันข้ามกับในยุคปัจจุบันที่เมืองเชียงใหม่เติบโตขึ้นอย่างเทียบกันไม่ได้กับเมืองลำพูน ความเป็นไปทางโลกไม่มีอะไรแน่นอนนั่นเอง ย่อมแปรเปลี่ยนไปได้เสมอ สิ้นคำถามที่ได้กราบเรียนถามพระคุณเจ้า คณะที่ไปวันนั้นรวม 3 คนก็ได้รับคำยืนยันอย่างฉับพลันหนักแน่นทีเดียว และศูนย์กลางเมืองหลวงใหม่ของประเทศไทยซึ่งต่อมาได้ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมว่า จะย้ายไปอยู่ที่ทาง อำเภอทุ่งหัวช้าง ในทำเลที่สวยงาม ท่ามกลางเทือกเขาต่างๆ ในระดับสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 600 เมตร

พ่อครูและคุณหมอสุรจิต ในงานไหว้ครู        8 ม.ค. 2554

วันที่ไปครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2554 นั้น อุณหภูมินอกบ้านอาจารย์จรูญ สุริยวงศ์ หรือพ่อครูของชาวบ้านในอำเภอทุ่งหัวช้าง ตำบลทุ่งหัวช้าง หมู่บ้านจริญญา อยู่ห่างจากที่ทำการอำเภอ ประมาณ 5 กม. มีอุณหภูมินอกบ้านที่ 14 องศาเซ็นเซียส ส่วนที่ยอดหญ้าเริ่มมีเกร็ดน้ำค้างแข็ง หากท่านผู้ใดติดเต๊นท์ไปกางนอน คงต้องเตรียมถุงนอน ที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเพียงพอได้ตลอดทั้งคืน ที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปพบเห็นมา และเข้ามาตรวจสอบทำเลจาก กูเกิลเอิร์ท สิ่งที่นำมาเล่าสู่กัน ขอเพียงให้ทุกท่านเก็บไว้เป็นข้อมูลอนาคตก็แล้วกัน รอให้ถึงวันนั้นก่อน ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ก็จะได้ทราบเอง

จากแผนที่ ความกว้างของพื้นที่ราบระหว่างเขาของอำเภอทุ่งหัวช้างกว้างประมาณ 6 กม. และส่วนยาวในแนวเหนือใต้ยาวประมาณ 15 กม. อยู่ในระดับสูงกว่าน้ำทะเลประมาณ 550-600 เมตร

 
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น 

 

 
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

 

 <
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

 

พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว

ใกล้เสร็จสมบูรณณ์ ถ่ายเมื่อ 9 ม.ค. 2554 9.00 น.

ผมมีโอกาสเดินทางมากราบไหว้สักการะพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว เยี่ยมชมและกราบคาระวะ พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว (ตามการให้พระนามเอาไว้ล่วงหน้า ในสมัยที่หลวงปู่ท่านครูบาวงศ์ ท่านได้มาธุดงค์วัตร ปฏิบัติธรรมในบริเวณนี้) วัดพระธาตุแสงแก้ว ที่หมู่บ้านจริญญา ต.ทุ่งหัวช้าง อำเภอ ทุ่งหัวช้าง และท่านอาจารย์จรูญ สุริยวงศ์  ร่วมกับ คุณหมอสุรจิต ทองสอดแสง  ผู้นำคณะศรัทธาญาติโยม เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ งานสร้างพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว คนสำคัญ บากบั่นร่วมกับบรรดาศรัทธาญาติโยม สร้างพระมหาจดีย์แสงแก้ว มาใกล้จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ มา 5 ปี 8 เดือน สิ้นทุนทรัพย์ไปประมาณ 6 ล้าน พระมหาเจดีย์สูง 20 เมตร   สำหรับใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุสำคัญยิ่งของ พระพุทธเจ้ากะกุสันโธ พระพุทธโกนาคม พระพุทธกัสสป พระพุทธสมณโคดม และสมเด็จพระศรีอริยะเมตไตรย์ในอนาคต มีกำหนดจัดงานฉลองสมโพชฌ์ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2554

หลวงปู่ครูบาวงศ์ ที่เตรียมนำมาประดิษฐานไว้พระเจดีย์แสงแก้ว

รูปภาพมหัศจรรย์ของหลวงปู่ครูบาวงศ์  ปัจจุบันมีรูปปั้นหล่อของหลวงปู่ฯสร้างไว้ที่ศาลา ใกล้พระมหาธาตุเจดีย์ ซึ่งต่อไปจะอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ พระมหาธาตุเจดีย์ ได้มีลูกศิษย์ของหลวงปู่ท่านหนึ่ง ได้อธิษฐานขอถ่ายภาพของหลวงปู่ฯ ที่เนื่องเกี่ยวกับพระมหาธาตุเจดีย์มาตั้งแต่ต้น  จึงมีโอกาสได้รับภาพอันมหัศจรรย์ดังที่เห็นข้างบนนี้ ในหลายๆมิติ ที่ สมเด็จพระพุทธกัสสป ทรงประทานให้ไว้แก่ลูกหลาน ได้นำมาต่อยอดการปฏิบัติของแต่ละคน ทั้งผู้เริ่มต้น ท่ามกลาง หรือขั้นสุดท้าย ในการปฏิบัติภาวนา ให้สุดทางมรรค

หลวงปู่ฯเป็นพระโพธิสัตว์อีกรูปหนึ่ง ที่มุ่งสร้างบุญบารมีที่มาเกิดในยุคนี้ ได้เมตตานิมิตภาพหลายมิติดังใน ภาพมหัศจรรย์  อันแสนวิเศษล้ำค่า ที่ปรากฏมีภาพซ้อนเข้ามาหลายมิติ บนภาพแบ๊คกราวด์ของหลวงปู่ ดังที่ท่านได้เห็นนี้ นับเป็นโชคดีของลูกหลานของหลวงปู่ฯ และลูกๆของ สมเด็จพระพุทธกัสสป อย่างยิ่ง ที่พระพุทธองค์ทรงโปรดซ้อนภาพให้เห็น พร้อมกับภาพพระเจดีย์แก้วอีก 2 องค์ในโฟร์กราวด์ ด้วยรัศมีสดใส ให้ผู้ที่มีความรักเคารพศรัทธาในพระองค์ท่าน ใช้เป็นภาพนิมิตติดในจิตอยู่ตลอดไปทุกเวลา ช่วยให้จิตใจของท่านมีพระรัตนตรัยครบ ตั้งใจทำการบวชจิตได้เลย โดย :

  • เมื่อยกจิตกราบครั้งแรกภาวนา พุทธัง สรณัง คัจฉามิ..ให้นึกในใจว่าพระพุทธเจ้าเป็นพระอุปฌาย์ของข้าพเจ้า
  • กราบครั้งที่สอง ภาวนา ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ  นึกในใจว่า พระธรรมเป็นพระกรรมวาจาจารย์ของข้าพเจ้า
  • กราบครั้งที่สาม ภาวนา สังฆัง สรณัง คัจฉามิ  นึกว่าพระอริยสงฆ์เป็นพระอนุสาสนาจารย์ของข้าพเจ้า

เมื่อได้ตั้งจิตน้อมกราบที่แทบพระบาทของพระพุทธองค์ หรือหลวงปู่ ท่านจะได้บวชจิตเป็นที่เรียบร้อย มีหน้าที่ดำรงค์ศีลทั้ง 5 ข้อ และกรรมบท 10 สืบต่อไป ตราบสิ้นอายุขัย หรือตั้งเป้าการปฏิบัติคืนกลับบ้านนิพพาน ด้วยอภิญญาใหญ่ หรือแสงทิพย์นิพพานต่อไปไม่หยุดยั้ง จนปรากฏปฏิจจสมุปบาทขึ้นแก่จิตของท่านครบวงรอบ ท่านก็จะทราบวันตาย และเหตุแห่งการตายครั้งสุดท้ายนี้ล่วงหน้า...ขอร่วมโมทนากับทุกๆท่าน ที่ประสบความสำเร็จสมความตั้งใจอย่างเร็วพลัน ไม่เนิ่นช้า แข่งกับภัยพิบัติของโลกและจักรวาล ในรอบที่ 5 ที่จะรุนแรงกว่า 4 ครั้งที่ผ่านมา

 

พระพุทธประวัติย่อของพระพุทธกัสสป

พระกัสสปพุทธเจ้า
หลังจากได้รับพุทธพยากรณ์เป็นครั้งแรกจากพระพุทธเจ้า
เมื่อสมัยเป็นพระโพธิสัตว์หลังจากนั้น 8 อสงไขยแสนกัป
ได้สร้างบารมีกับพระพุทธเจ้าอีกประมาณ 37,024 พระองค์

เป็นศรัทธาพุทธเจ้า อายุไขย 20,000 พรรษา

พระสรีระสูง 20 ศอก หรือ 10 เมตร
บำเพ็ญทุกกิริยาชาติสุดท้าย 7 วัน
พุทธรังสีสร้านไปไกล ตามแต่พระประสงค์
พระแก้วประจำองค์ พระแก้วน้ำเงิน หน้าตักกว้าง 10 วา
 
(บุญบารมีทั้งมวลที่สมเด็จพ่อฯได้ทรงโมทนาบุญมากับพระพุทธเจ้า 37,024 พระองค์ และทรงบำเพ็ญบารมีมาต่อเนื่อง จวบจนบรรลุอรหัตผลถึงซึ่งการตรัสรู้ ณ ดินแดนแห่งนี้ ปัจจุบัน ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจริญญา บนเนินป่าน้อยๆเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ ลูกขอน้อมจิตโมทนาบุญกุศลทั้งมวล ของสมเด็จพ่อตั้งแต่ต้นในอดีต ถึงปัจจุบัน และอนาคต ขอผลบุญบารมีทั้งมวลที่ลูกได้น้อมจิตโมทนาแล้วนี้ จงมาเป็นพลวะปัจจัย ให้การเดิน มรรค ของลูกจบสมบูรณ์โดยเร็วพลันในชาติปัจจุบัน)
 
(เมื่อลูกๆของพ่อได้ทราบพุทธประวัติโดยย่อของพ่อแล้ว พ่อได้บำเพ็ญทุกกิริยา ณ สถานที่ ที่ลูกๆได้เสียสละทรัพย์มากมาย สร้างพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว นี้ โดยอาศัยญาณทัสสนะของหลวงปู่ครูบาวงศ์ เป็นผู้สัมผัสรู้นั้น พ่อโมทนายินดีในความมีกตัญญูกตเวทิตา ที่ลูกๆทุกคนมีต่อพ่อ ขอให้ลูกๆจงตั้งใจดำเนินตามทาง ที่พ่อได้สรรสร้างเอาไว้ล่วงหน้า ให้ลูกๆเดิน มรรค ที่ลูกๆได้แล้วด้วยอภิญญาใหญ่ของ   สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา  เป็นหนทางลัดที่สุดของลูกๆ ในการเดินทางกลับบ้านนิพพานทุกคน ให้ลูกเดินมรรค ที่ลูกมีอภิญญาจิตแล้วนั้น อยู่ในสายตาของพ่อตลอดเวลา ในบริเวณพระมหาธาตุเจดีย์แห่งนี้ ให้ต่อเนื่องอยู่ในอารมณ์ของมรรค ที่ลูกได้รับอภิญญาจิต จากแสงทิพย์นิพพาน นั้น เอาไว้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงนะลูก
จะ ยืน เดิน นั่ง นอน ได้ทั้งนั้นลูก หรือยามที่กายเนื้อนอนหลับอยู่ก็ตาม ให้ลูกกำหนดอารมณ์มรรคเอาไว้ก่อนหลับนะลูก ลูกก็จะหลับอยู่ในอารมณ์ของ มรรค จนกระทั่งตื่น ไม่ต้องภาวนาสิ่งใด ให้ลูกจงระลึกอยู่ในอารมณ์ของ แสงทิพย์ หรือแสงฉัพรรณรังสีที่พ่อได้ประทานให้ลูกได้ประจักษ์แล้ว เสมือนลูกกำลังอยู่ในพระอุทรของ พระบรมธรรมบิดา เอาไว้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็พอ หรือลูกชอบภาพที่พ่อซ้อนเอาไว้ให้ บนภาพหลวงปู่ฯ เมื่อเช้าวันที่ 9 มกราคม ลูกก็จะมีพระรัตนตรัยเต็มอยู่พร้อมในจิตลูก มีมรรคอภิญญาใหญ่อยู่ในจิต พร้อมทั้งแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ทั่วทั้ง 3 โลก เป็นอัตโนมัติ นะลูก
 
ส่วนลูกๆที่ได้รับทราบจากเว็บเพจนี้ ยังไม่สามารถมาถึงยังพระมหาเจดีย์ของพ่อ ก็ให้ลูกยกอภิญญาจิตของลูก มาปฏิบัติอยู่รอบๆพระมหาเจดีย์ตรัสรู้นี้ได้ทุกเมื่อ ลูกไม่ต้องรอโอกาส ให้ลูกเร่งการปฏิบัติ ถึงวาระแล้วลูกก็จะได้มาพบกับพ่อที่ พระมหาเจดีย์แห่งนี้ในวันข้างหน้านะลูกจำไว้
 
ส่วนลูกที่เคยได้ มรรค หรือถึง 'ทาง' มาจากมหาสติปัฏฐานสูตรมาก่อนหน้านี้ พ่อแนะนำให้ลูกจงนำมาต่อยอดเข้ากับ อภิญญาใหญ่ ได้ทันทีนะลูก แล้วเดิน มรรค ต่อไปกับแสงทิพย์ของพ่อนะลูก
 
พ่อเตือนให้ลูกรักษาอารมณ์นั้นให้เป็นกลางๆ อยู่ตรงกลางระหว่างบุญกับบาป ระหว่างลบกับบวก หรือเป็นอุเบกขารมณ์ไงลูก พ่อแนะนำให้้ลูกเดินมรรคของลูกในอารมณ์นี้ซัก 7 วันติดต่อกันนะลูก บูชาพ่อ ส่วนระหว่างเดินมรรค ลูกจะได้พบเห็นสิ่งใดก็สักแต่ได้พบเห็นให้ลูกดูไปเฉยๆ เพียงรับรู้รับทราบเท่านั้นพอนะลูก ให้ลูกจงดูไปทั้งภาพอดีตและอนาคต จนครบเป็นวงรอบ ลูกจะเข้าใจเหตุและผล ทุกสิ่งเกิดจากเหตุนะลูก ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยความบังเอิญนะลูก เมื่อลูกรู้แล้ววางเสียลูก กลับมาอยู่ในมรรคของลูก หรือ สภาวะจิตเดิม ที่ลูกเคยอยู่ที่นิพพานกับพ่อทุกพระองค์ มี  สมเด็จพระบรมธรรมบิดา  เป็นใหญ่ในแดนนิพพานไงลูก
พ่อขออวยพรให้ลูกๆของพ่อทุกคน ที่ได้พบพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ซึ่งตั้งอยู่ ณ สถานที่ ตรัสรู้ ของพ่อในอดีตจงได้สัมฤทธิ์ผลให้แก่ลูกทุกๆคน พ่อขออวยพร และพ่อรอลูกๆอยู่

การบวชภายใน นับว่าได้อานิสงส์มาก ในเมื่อเรายังไม่พร้อมบวชภายนอกหรือบวชกาย ซึ่งเมื่อได้เดิน มรรค ไปถึงขั้น พระอนาคามี แล้วท่านก็จะรู้ตนเอง ว่าในชีวิตที่เหลือมี มรรค แต่เพียงอย่างเดียวที่จะต้องทำในทางโลกุตระ มุ่งสู่ความหลุดพ้น ไม่มีภารกิจทางโลกใดๆที่จะต้องทำอีกต่อไป ต้องปลีกตัวออกมาเพียงลำพัง เพื่อเลือกเดินมรรคขั้นสุดท้าย ให้ลุล่วงสมบูรณ์ คือต้องเป็นนักบวชนั่นเอง ประพฤติตนอยู่ในพรหมจรรย์โดยตลอด

เปิดจิตขอรับพลังงานบุญบารมีทั้งมวล ที่พระพุทธองค์ได้ทรงบำเพ็ญเพียรมาก่อนที่จะตรัสรู้ ณ สถานที่สร้างพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว นี้ (ภาพนี้เอง ยืนยันคำพูด ที่หลวงปู่ฯตั้งชื่อพระมหาเจดีย์นี้ว่า แสงแก้ว เอาไว้ล่วงหน้า พ่อครูจรูญ หรือท่านอื่นๆ ได้มาถึงความหมายที่แท้จริงแล้ว)  ถ้าหากทุกท่านฉุกคิดสักนิด ว่าที่นี่อุดมไปด้วยพระปัญญาบารมีของพระพุทธเจ้า ที่มีความเหมาะสมแก่การตรัสรู้ของพระองค์ท่าน หากบรรดาลูกหลานจะตั้งจิตน้อมโมทนาพลังงานทั้งหมดเพื่อการตรัสรู้ เช่นเดียวกับพระองค์ สมเด็จพ่อของลูกทุกๆคน ย่อมจะเกิดผลสำเร็จไม่ยากนัก ด้วยพลังงานคลื่นความถี่สูงนี้ ยังจะช่วยประหารกิเลสต่างๆที่จะค่อยๆผุดขึ้นมาให้เห็น ในขณะที่เราเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา หรือกำลังเดิน 'มรรค' อยู่นั่นเอง

ซึ่งพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ ได้กำชับเอาไว้ว่า ให้เราอยู่ในอารมณ์นั้นนานๆต่อเนื่องกัน ทีละหลายๆวัน ซึ่งตรงนี้ก็มีมหาบุคคลตัวอย่าง เช่น :

  • หลวงปู่สิวลี ท่านใช้เวลาเดิน 'มรรค' ให้บรรลุมรรคผล ตั้งแต่เริ่มโกนศรีษะ จนห่มผ้าจีวรเสร็จเป็นพระ หลวงปู่ก็จบกิจในพระพุทธศาสนา
  • หลวงปู่ใหญ่มหาโมคคัลลานะ ใช้เวลาเดิน มรรค 7 วัน
  • หลวงปู่สาลีบุตรใช้เวลาเดิน มรรค 14 วัน
  • มาในยุคปัจจุบัน ที่ข้าพเจ้าทราบ หลวงปู่เมฆ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าขวางปางพระเลไลย์ จังหวัดสงขลา ใช้เวลาเดิน มรรค อยู่ภายใต้ถุนกุฏิของสมเด็จพระสังฆราช ที่วัดราชประดิษฐาราม 22 วัน โดยหลวงปู่ได้เขียนบันทึกด้วยตนเองทั้งหมดเปิดเผยวิธีการ ก่อนเวลาที่หลวงปู่จะละสังขาร 3 เดือน แล้วท่านแม่ชีได้นำมาพิมพ์แจกผู้ทำบุญ ให้ลูกหลานที่สนใจได้ศึกษาวิธีการ ไปสู่ความหลุดพ้น

เมื่อผู้ปฏิบัติธรรมได้แยกจิตออกจากกายได้แล้ว ไม่ว่าจะใช้วิธีในมหาสติปัฏฐานสูตรก็ตาม หรือใช้วิชชาอภิญญาใหญ่ก็ตาม คือ แสงทิพย์อริยธรรมของพระบรมธรรมบิดา ที่พระองค์เพิ่งเปิดเผยเด่นชัดเมื่อปลายปี พ.ศ. 2547 นี่เอง ซึ่งแน่นอนวิชชาอภิญญาใหญ่ย่อมให้ผลแก่ผู้ปฏิบัติรวดเร็วมาก  ลัดตัดตรงกว่าวิธีการอื่นๆ ด้วย สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ทรงตระหนักชัดว่าเวลาในการปฏิบัติของลูกๆเหลืออยู่น้อยเต็มทน ที่จะคืนกับบ้านนิพพาน พ่อของลูกทุกคนจึงทรงเมตตา ส่งแสงทิพย์ หรืออภิญญาใหญ่มาช่วยนำทางจิตให้ลูกกลับบ้านอย่างสะดวกรวดเร็ว ขอให้ท่านแวะอ่านและพิจารณาที่ลิงค์นี้หลายๆรอบ ในคำแนะนำสั่งสอนของ พระบรมธรรมบิดา ผ่าน คุณแม่เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ ตรงไหนที่ยังไม่เข้าใจปล่อยผ่านไปก่อน ตรงไหนที่เข้าใจแล้วนำมาลงมือปฏิบัติทันที

แล้วส่วนที่ยังไม่เข้าใจก็จะเริ่มสว่างคลี่คลายชัดเจนตามมา นั่นคือจุดเริ่มต้นเพื่อเดินเข้าใกล้พระนิพพาน หรือจิตได้มาถึงจิตเดิมแท้ ที่ปราศจากกิเลสห่อหุ้มชั่วคราว ไม่ต่างจากท่านได้นำรถยนตร์ของท่านขึ้นมาบนไฮเวย์ได้แล้ว ท่านต้องเฝ้าระวังรักษารถยนตร์ของท่านให้แล่นอยู่บนไฮเวย์โดยตลอด จึงจะถึงจุดหมายปลายทาง ไม่แวะลงไปในตรอกซอกซอยอาจหลงทางในเขาวงกฏ ต้องใช้เวลาอีกนาน จึงจะวกกลับมาบนไฮเวย์ได้อีก นี่เป็นการเล่าย่อๆ เป็นตัวอย่างเท่านั้น ในภาคปฏิบัติโดยละเอียดท่านสามารถแวะฟัง และอ่านศึกษาพิจารณาได้ที่ลิงค์นี้

การเดิน มรรค ในลิงค์ข้างต้น ท่านสามารถนำแสงทิพย์มาประยุกต์เข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มพลังงานคลื่นความถี่สูง ที่ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ได้ทรงประทานลงมาแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การเดิน 'มรรค'  ของเราสะดวกกว่าทำด้วยโดยลำพังตนเอง การฝึกฝน การเดิน มรรค ให้ชำนาญเอาไว้แต่เนิ่นๆย่อมจะได้เปรียบ ถึงแม้ว่าหลายๆคนยังติดภารกิจทางโลกที่จะต้องทำอยู่ก็ตาม ยังไม่สบโอกาสเลือกเดิน มรรค เพียงอย่างเดียวได้ เราฝึกเอาไว้ รอโอกาสข้างหน้า ซึ่งอาจอีกไม่นานเลย ที่โลกใบนี้จะถอยหลังไปอีก 100 ปี

ปีนี้ (2554) เราอาจได้พบน้ำท่วมหนัก 57 จังหวัดในช่วงปลายปี และหนักกว่าปีที่แล้วอีกด้วย ลูกหลานที่อายุน้อยกว่า 65 ปี อาจจะยังนึกภาพไม่ออก ว่าหากโลกถอยหลังไป 100 ปี จะมีชีวิตอยู่กันอย่างไร ที่เห็นๆอุปกรณ์ ในระบบดิจิทอลทั้งหมด ไม่มีใช้ ไฟฟ้าไม่มีใช้ แม้แต่เงินในบัญชีธนาคารของแต่ละท่านก็เบิกออกมาไม่ได้ ระบบมันเสียหายหมด น้ำมันไม่มีใช้ เป็นโรคภัยต่างๆก็ต้องเตรียมตัวรักษาตนเองให้หายทุกโรค โดยแพทย์ปัจจุบันก็จะยังเอาตัวเองไม่รอด โรคใหม่ๆเป็นร้อยๆพันๆโรค ทะยอยออกมาอย่างมากมาย เมื่อโลกร้อนขึ้นทุกวัน

ปัจจุบันชาวขั้วโลกเหนือกำลังแปลกประหลาดใจ ที่อยู่ๆขณะนี้อากาศมันควรติดลบ 30 องศากลับเหลือเพียง ลบ 5 องศา ร้อนเพิ่มขึ้น 6 เท่า และที่เคยมองอะไรไม่เห็นไกลๆก็กลับมีทัสนะวิสัยดีมองเห็นได้ไกลๆเป็นต้น

 ธรรมชาติมันกำลังบอกกับมนุษย์ว่า มันร้อนขึ้นมากขนาดไหน นั่นเป็นเรื่องโลกร้อนที่กำลังฮือฮากันทั้งโลก แต่เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2554 ที่เพิ่งผ่านมา พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ กับกลุ่มลูกศิษย์ได้ทำการเปิดมิติที่เท้าข้้างขวาของสฟิงซ์ที่ประเทศอียิปต์ ให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ชาวไทยทุกคน สฟิงซ์โบราณตัวนี้เป็นหินก้อนเดียวยาว 70 เมตร สูง 20 เมตร หนักหลายร้อยตัน มีภารกิจ บนโลกนี้ มาตลอดเวลาเช่น :

  • ในอดีตสฟิงซ์ ที่มีหน้าของชาวดาวอังคารที่มาปฏิบัติภารกิจบนโลก เป็นสถานที่ใช้เติมพลังงานให้แก่ชาวดาวอังคารที่มาช้วยมนุษย์บนโลกนี้ ให้อยู่ได้คราวละ 4-5 เดือน
  • ปัจจุบัน สฟิงซ์ช่วยดูดพลังงานไม่ดี ประจุลบจำนวนมากมายมหาศาล ที่กาแลกซี่อันโดรเมดา ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ากาแลกซี่ทางช้างเผือก กาแลกซี่ไตรแองกุลัมทางด้านทิศตะวันออก และสุริยะจักรวาล ครอบทุกจักรวาลที่กล่าวแล้วส่งลงมา และนักวิทยาศาสตร์พบในภาพถ่ายดาวเทียมที่เฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงของจักรวาล พบว่าสุริยะจักรวาลและโลกกำลังโคจรเข้าไปในกลุ่มเมฆอนุภาค และจะยังคงอยู่ท่ามกลางเมฆอนุภาคในอวกาศนี้อีกนานหลายปี                                                                                    กว่าจะผ่านพ้น แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าจะส่งผลเช่นไรแก่ชั้นบรรยากาศของโลก แต่ความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของโลกและจักรวาล ไม่รอดจากญาณทัสสนะของพระอาจารย์รัตน์ ที่ท่านได้เปิดเผยผลกระทบจากกาแลกซี่ใหญ่อันโดรเมดา ต่อสรรพสัตว์และทางกายภาพของโลก ในน้ำทะเลทั่วโลก ที่งานสัมมนาเจาะลึกภัยพิบัติโลก ที่ ม.ศรีประทุม เมื่อ 19 ธ.ค. 2553
    ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเสียหายของจักรวาล ที่ประจุลบที่กาแลกซี่อันโดรเมดาส่งลงมาจะลงไปในน้ำทะเลเข้าไปแย่งประจุบวก หรือกาซไฮโดรเจน แยกน้ำทะเลให้กลายเป็นกาซ นั่นเอง และในขณะเดียวกันก็เข้าไปแยกน้ำในร่างกายมนุษย์ และสัตว์ทุกชนิดด้วย
    สัตว์เล็กๆจะทะยอยตายไปก่อน เนื่องจากหายใจไม่ได้ และกินอะไรไม่ได้ คนก็จะกินข้าวไม่ได้ หายใจไม่ออก เลือดก็จะข้นขึ้น ความเป็นกรดเพิ่มขึ้น ค่า  pH ลดลงมาเหลือ 6.6
    เมื่อไรก็จะช็อกตาย หรือเป็นอาการโคม่า...ยังไม่ทราบว่าสฟิงซ์จะช่วยลดปริมาณพลโลกที่จะเสียชีวิตลงได้ซักจำนวนเท่าได...ข่าวอัฟเดท ตอนบ่ายวันนี้ (29 ม.ค. 2554) ได้มีโอกาสกราบนมัสการติดตามถามเรื่องอันโดรเมดา กับท่านพระอาจารย์รัตน์ ที่ ม.ราชภัฏสวนดุสิต พระคุณเจ้าบอกให้ทราบว่า หลังวันที่ 8 ม.ค. 54 เป็นต้นมา สฟิงซ์ได้ถ่ายทอดประจุลบลงสู่ดิน จนเต็มความสามารถแล้ว และได้ทราบเพิ่มเติมมาอีกว่า ในพื้นที่โลกแถบประเทศอินโดนีเซีย ที่เพิ่งได้รับข่าว Crop Circle เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2554 นั้น ก็ได้รับพลังงานเอาไว้เต็มอัตราทีเดียว มิตรชาวต่างดาวที่ลงมาสร้างเครื่องหมาย หรือ Crop Circle เตือนภัยล่วงหน้าเป็นวาระสุดท้าย ที่พื้นที่ในโซนนี้จะถูกกดดันเข้าสู่ใจกลางโลกอย่างหนักหน่วง และจะเกิดการประทุใหญ่ของภูเขาไฟ ซึ่งเริ่มเกิดอาการแล้ว ไม่ยิ่งหย่อนกว่าที่ไอซ์แลนด์ ส่วนที่อาจจะร้ายแรงกว่าที่ไอซ์แลนด์ก็คือ แผ่นเปลือกโลกจะมีการเคลื่อนตัวในแนวดิ่งด้วย ความผันผวนของพลังงานในจักรวาลที่มีต่อโลก ก็จะขยับย้ายที่ไปเรื่อยๆ มีทั้งเปลือกโลกจม และผุดขึ้น ประเทศไทยก็อยู่ไม่ไกลนัก จึงควรคอยจับตาดูต่อไป  ส่วนผู้ที่มีอาการแม้แพทย์จะตรวจพบแล้วจะช่วยรักษาได้อย่างไร.. เจ้าโรคอันโดรเมดากาแลกซี่นี่
  • ในอนาคตใกล้ๆนี้สฟิงซ์จะทำหน้าที่ ดูดเก็บพลังงานจักรวาลต่างๆเข้าไปกักตุนเอาไว้ที่ด้านใต้พีระมิดกีซ่าเพื่อรอเวลาที่โลกเกิดภัยพิบัติ แล้วจะส่งพลังงานนั้นผ่านไปในอุโมงค์ลับใต้ดินไปขับดันแผ่นเปลือกโลกของอาณาจักรแอตแลนตีสให้กลับลอยขึ้นมาเหนือน้ำทะเลอีกวาระหนึ่ง ซึ่งอาจจะดูแผนที่โลกใหม่ของ นายกอร์ดอน สแกลเลี่ยน 

เนื่องจากได้ไปเชียงใหม่ก่อนวันงานบวงสรวง ที่บ้านคุณแม่เกษรหลายวัน จึงมีโอกาสได้สนทนาเรื่องนี้กับญาติโยม และหลวงพี่บางท่าน และแต่ละท่านเมื่อทราบแล้ว ก็ลองพิสูจน์ด้วยตนเองทันที ต่างได้รับสัมผัสการดูดประจุลบจำนวนมหาศาล ของสฟิงซ์ที่อียิปต์ถ่ายลงดิน และนึกขอให้สฟิงซ์ดูดประจุลบในร่างกายของเราออกไปทิ้งลงดินด้วย เราก็จะรู้สึกสบายขึ้น ไม่ปล่อยเอาไว้ให้ประจุลบสะสมในร่างกายมากขึ้นตลอดเวลา ยิ่งสะสมมากขึ้นเท่าไรร่างกายยิ่งจะขาดน้ำเพิ่มขึ้น ก็จะหายใจไม่ออก และกินข้าวไม่ได้ ทุกคนต้องใช้น้ำในจำนวนเหมาะสมช่วยการหายใจของปอดตลอดเวลา...แวะศึกษาวิธีการหายใจ ที่มหัศจรรย์ 4 จังหวะ สำหรับใช้รักษาโรคได้ทุกชนิด ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่ต้องพึ่งยา ช่วยเซฟชีวิตตนเอง และครอบครัวยามเกิดภัยพิบัติ

 นี่เป็นเพียงตัวอย่างในปัจจุบันที่ท่านครูบาอินทร วัดสันป่ายางหลวงบอกให้ทราบว่า จะเหนื่อยไปเรื่อยนับแต่เดือน ม.ค.2554 นี้เป็นต้นไป ท่านพบว่าสนามแม่เหล็กโลกแปรปรวนมาก หาความเป็นระเบียบไม่ได้ อุบัติเหตุต่างๆจะเกิดมากขึ้น ถี่ขึ้น กลุ่มใหญ่ขึ้น ก็ขอให้ทุกท่านลองจับตากันไปก็จะทราบได้เอง ขณะนี้เพียงรับข้อมูลเอาไว้ก่อน แล้วค่อยๆจับตาดูไป แล้วในตอนต้นเดือน พฤษภาคม 2556 การระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ทุกๆรอบ 11 ปีนั้นจะรุนแรงมากในรอบนี้ โลกจะได้รับความเสียหายมาก แกนโลกอาจย้ายที่ได้อีกวาระหนึ่ง และดาวเทียมต่างๆจะถูกทำลายลงไปเกือบหมด นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญของนาซ่าประมาณการณ์ล่วงหน้าเอาไว้ว่าจะรุนแรงถึง 20 เท่าตัวที่สหรัฐฯเคยได้รับความเสียหายจากพายุแคทรีน่าถึง 125 ล้านๆเหรียญมาแล้ว

สรุปก็คืออีกไม่นานนักโลกมีหลายโอกาส ที่จะถอยหลังไปสู่ยุดเมื่อ 100 ปีที่แล้ว นั่นเป็นเรื่องของธรรมชาติเอาคืนมนุษย์ที่เบียดเบียนธรรมชาติเกินความจำเป็น แต่ในขณะเดียวกันผู้รอดชีวิตก็จะสบโอกาสมาเดินทางสายเดียว ไม่ต้องสลับไปสลับมาทางโลกและทางธรรม ในเวลานั้นทุกท่านที่รอดชีวิตอยู่ก็จะมีเวลาปฏิบัติธรรมโดยตลอด กินมื้อเดียว กินน้อยใช้น้อย ไม่ต้องมีงานอะไรมาก ส่วน ผู้ที่อยู่ใกล้พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว นั้นโชคดีอย่างยิ่ง โชคดีอย่างไร พิจารณาจากตัวอย่างที่พระราชพรหมยานเถระ ใช้บ้านท่านเจ้ากรมเสริม เป็นวัดอบรมสั่งสอนการปฏิบัติธรรมให้แก่ลูกหลานที่ซอยสายลม ทำได้ง่าย เนื่องจากในอดีตสถานที่นั้น เคยเป็นที่บรรลุธรรมของพระอรหันต์มาก่อน ท่านจากไปนิพพานแล้วแต่ได้ทิ้งพลังงานมากมายสำหรับใช้บรรลุธรรมเอาไว้ ให้แก่ผู้มาใช้สถานที่นั้นปฏิบัติธรรม จิตสงบได้ง่ายๆ ฉันใดก็ดี ที่พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว เป็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธกัสสปมาก่อน ยิ่งอุดมไปด้วยพลังงานและพลังปัญญาที่จะช่วยลูกหลาน ที่ได้มาปฏิบัติธรรม ณ สถานที่พระมหาเจดีย์แห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง และยิ่งมี สมเด็จพระบรมธรรมบิดา มาเป็นองค์ประธาน ยิ่งยากที่จะกล่าวว่าลูกหลานที่มาเดินมรรคที่นี่ แยกจิตฝากเอาไว้ในพระอุทรพระบรมธรรมบิดาแล้ว จะปฏิบัติธรรม ให้สุดทางมรรค ครบรอบปฏิจจสมุปบาท ให้บรรจบเป็นวงรอบได้สะดวกขนาดไหน

หากทุกท่านจะย้อนกลับไปพิจารณาภาพหลายมิติ ของหลวงปู่ครูบาวงศ์อีกที จะพบว่าพระพุทธองค์ ได้บอกใบ้ชี้แนะวิธีปฏิบัติเอาไว้อย่างแยบคายเอาไว้ชัดเจน ทุกสิ่งให้เอาไว้ตรงกลาง การทำจิตของผู้ปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน ให้อยู่ตรงกลาง ระหว่างในวงกลม ระหว่างพระเจดีย์แก้วทั้ง 2 องค์ที่เห็นด้านหน้า หรือวางใจให้เป็นอุเบกขา ไม่กระเดียดไปทางสุดโต่งด้านใดด้านหนึ่งทั้งบวกหรือลบ ให้เสมือนตั้งใจขับรถให้อยู่ในเลนของตนบนทางไฮเวย์ ให้จิตทรงอารมณ์ดูเฉยๆอยู่อย่างนั้น จิตจะสะสมพลังงานคลื่นความถี่สูงเตรียมเอาไว้ประหารกิเลสที่คอยจะโผล่หน้ามาให้เห็น ให้หมดสิ้นไปในที่สุด

ส่วนจิตจะพบสิ่งใดบ้างในระหว่างอยู่บนทาง พระอาจารย์รัตน์ท่านก็ได้ชี้แจงเอาไว้โดยละเอียดแล้ว ขอให้ท่านย้อนกลับไปฟังหลายๆคราว แล้วอ่านที่ถอดคำพูดตามไปด้วยท่านก็จะเข้าใจเนื้อหาที่พระอาจารย์ท่านพูดให้ฟังมากยิ่งขึ้น

อีกไม่นานที่นี่จะเป็นแหล่งผลิตพระอริยะเจ้า ที่จบกิจพระพุทธศาสนามากมายทีเดียว ส่วนผู้ที่ยังเดินตามมาก็คอยให้การอุปฐากข้าวปลาอาหารการบริโภค แก่พระคุณเจ้าทั้งหลายที่ไม่มีกิจกรรมทางโลกเหลืออยู่ให้ทำอีกต่อไป มีแต่รักษาพรหมจรรย์ไปจนสิ้นอายุขัยแต่เพียงอย่างเดียว หรืออยู่เป็นเนื้อนาบุญ ช่วยเหลือญาติโยมที่กำลังปฏิบัติตามมา ต่อๆกันไป นี่เป็นความเห็นของข้าพเจ้า ขอให้ท่านทั้งหลายได้ใช้ปัญญาของท่าน สิ่งที่ท่านได้ประสบเองด้วยตาของท่าน แล้วนำมาพิจารณา มองให้เห็นโอกาสที่อาจไม่เคยคาดคิดมาก่อน โดยเฉพาะพ่อครูจรูญ และคุณหมอสุรจิต จะช่วยเป็นต้นบุญให้แก่สรรพสัตว์อีกมากสุดพรรณา ...ขอร่วมโมทนาครับ 

ในท้ายนี้ลูกกราบขออำนาจบารมีของ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ติดตั้งเครือข่ายแสงทิพย์อริยธรรม บนภาพมหัศจรรย์บนภาพของหลวงปู่ครูบาวงศ์นี้ เพื่ออำนวยแสงทิพย์ และแสงฉัพพรรณรังสีของพระพุทธเจ้า แสงแห่งธรรมของหลวงปู่ฯ ให้ถึงจิตใจของลูกๆทั้งหลายที่ได้มีโอกาสมาพบเห็น และเกิดความรักและศรัทธา ทั่วกัน

การร่วมไขปริศนาธรรมของภาพมหัศจรรย์ของหลวงปู่ครูบาวงศ์ ก็ขอเอาไว้เพียงแค่นี้ก่อน

การเสด็จของพระองค์แรก ได้เสด็จมาปรากฏ ให้คุณแม่ของท่านอาจารย์จรูญได้เห็นแสงสว่างเรืองรองที่แท่นบูชาพระ ขณะที่ท่านทำวัตรสวดมนตร์เป็นปรกติ  ในวันนั้นคุณแม่ของท่านอาจารย์จรูญ จึงอธิษฐานถามว่าถ้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริง มาดีขอเห็นอภินิหาริย์บางประการ แสงสว่างที่มีแกนกลางสว่างไสวพร้อมรัศมีโดยรอบนั้น ก็ขยายตัวใหญ่ขึ้นส่องสว่างมากยิ่งขึ้น และดับหายไปที่บริเวณพระพุทธรูปบนแท่นบูชานั้น

(การค้นหาข้อมูลย้อนหลัง ของผู้มีญาณทัศนะหลายๆท่าน ไม่ได้คำตอบมาจากการค้นหาตำรับตำราเหมือนนักประวัติศาสตร์ แต่ท่านเหล่านั้น จะทูลถามพระพุทธองค์โดยตรง หรือในญาณทัสสนะ เกิดคำตอบออกมาจากจิตโดยตรง ไม่ได้ผ่านระบบของสมอง เช่น คนธรรมดาทั่วไป ซึ่งผู้ที่เข้าถึงแล้วจะทราบด้วยตนเอง ว่าการทราบคำตอบต่างๆออกมาจากจิตเป็นเช่นไร เช่นเดียวกับ ดร.อาจอง ท่านทราบคอนเซ็บของอุปกรณ์ สำหรับใช้ร่อนลงของยานอวกาศที่ดาวอังคาร นั่นเอง)

ต่อเชื่อมบุญกุศลของพระเข้าสู่จิตใจของตนเอง  ต่อมาจึงได้พบว่ามีพระบรมธาตุได้เสด็จมาโปรด เป็นพระองค์แรก เมื่อได้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์ไปสักระยะหนึ่งส่วนยอดพระเจดีย์ใกล้เสร็จสมบูรณ์ ได้มีการกราบอัญเชิญพระบรมธาตุพระองค์แรก ที่คุณแม่ของอาจารย์จรูญได้บูชาไว้ที่แท่นบูชาที่บ้าน ไปประดิษฐานไว้บนยอดพระเจดีย์ ซึ่งต่อมาพระบรมธาตัได้เสด็จมาเพิ่มอีก 3 พระองค์ ล้วนเป็นพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า ทั้ง 4 พระองค์ในภัทรกัปนี้ กำลังรอของพระองค์ที่ 5 ที่จะเสด็จมาอยู่รวมกันให้บรรดาลูกหลานที่ได้ทราบข่าว ได้มากราบไหว้สักการะบูชา และเชื่อมต่อพลังงานคลื่นความถี่สูง แห่งบุญกุศลบุญบารมีของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ เข้าสู่หม้อแบตเตอรี่ของตนเองให้เต็มได้อย่างฉับไว

รอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ของทั้ง 4 พระองค์ บรรดาลูกหลานในยุคปัจจุบัน ไม่ต้องรอสร้างบุญกุศลโดยลำพังตนเองเสมอไป ประดุจการสร้างสะพานข้ามฝั่งหุบเหวมรณะด้วยตนเองทั้งหมด ให้เนิ่นนานยากลำบาก เลือกใช้หนทางลัดในภาวะปัจจุบัน ที่มีลูกหลานของพระพุทธองค์โดยเฉพาะชาวแสงทิพย์ได้ทราบวิธีการ ที่พระท่านมาสอน และใช้สร้างประโยชน์ตน และประโยชน์ท่านในทุกๆมิติทั่วทั้ง 3 โลก ในหนทางลัดดังกล่าวกันเพิ่มมากขึ้นโดยลำดับ

ต่อมาท่านสัตว์แพทย์ สุรจิต ทองสอดแสง ได้รับทราบข่าวสำคัญจากเพื่อนสัตว์แพทย์อีกท่านหนึ่ง ที่ปฏิบัติราชการอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี บอกให้ทราบถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณพระมหาเจดีย์ ที่มีความเกี่ยวพันธ์กับรอยพระพุทธบาททั้ง 4 พระองค์บนเขาทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือขององค์พระมหาเจดีย์อยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 5 กม. ซึ่งจะปรากฏดวงแสงส่องสว่างเดินทางถึงกันกับองค์พระมหาเจดีย์ ซึ่งต่อมาก็ได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ 4 รอย ประดิษฐาน อยู่บนก้อนหินบาซอลท์ขนาดใหญ่ประมาณ 2 เมตรเศษ เป็นรอยลึกประทับลงบนหินอยู่ลดหลั่นกันลงมา  ซึ่งในสมัยของครูบาวงศ์ ได้เคยกล่าวเอาไว้เช่นกัน แต่ด้วยยังมีป่าทึบยังไม่ผู้ใดสำรวจค้นพบ ว่ามีอยู่จริงหรือไม่

ในสมัยนั้นบริเวณดังกล่าวยังเป็นป่าดงหนาทึบ ไม่มีถนนหนทางเช่นปัจจุบันจึงยังไม่มีผู้ใดติดตามค้นหา จนต่อมาถึงสมัยนี้ ที่ผู้มีศรัทธาได้ร่วมกันสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ของทั้ง 4 พระองค์ใกล้จะแล้วเสร็จ สัตว์แพทย์ผู้มีญานทัสสนะ จากจังหวัดสุราษฏร์ธานี จึงได้รับสัมผัสพลังงานศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ จึงเดินทางมาร่วมทำภารกิจสำคัญ ณ พระมหาธาตุเจดีย์ ในคราวมีงานทอดผ้าพระกฐินเมื่อเดือน พฤศจิกายน 2553

ท่านมาทำพิธีสำคัญ อาราธนาอัญเชิญพระบรมธาตุอีกพระองค์หนึ่ง ซึ่งประดิษฐานอยู่ใต้ดินอยู่ในบริเวณใกล้พระมหาเจดีย์ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่ห่างจากสระน้ำอโนดาษปัจจุบัน ซึ่งมีผู้พบเห็นแสงสว่าง ผุดขึ้นมาในยามค่ำคืนมานานแล้ว ให้ทรงเสด็จขึ้นบนพระมหาธาตุเจดีย์ ซึ่งบรรดาญาติโยม ที่มาร่วมบุญทอดผ้าพระกฐิน ต่างได้พบได้เห็นดวงแสงสว่างเสด็จขึ้นจากพื้นดิน แล้วเสด็จพุ่งตรงไปยังพระมหาธาตุเจดีย์   (ยังไม่ได้เรียนถามพ่อครูจรูญ ว่าในเหตุการณ์ครั้งสำคัญคราวนั้น ได้มีการบันทึกภาพถ่ายวีดีโอเอาไว้เป็นหลักฐานด้วยหรือไม่)  

สิ่งแวดล้อมโดยรอบบนเนินศักดิ์สิทธิ์ บนสถานที่สำคัญแห่งนี้ที่พระมหาธาตุเจดีย์ตั้งอยู่ ใน ตำแหน่งของพระแท่นที่ประทับเพื่อการตรัสรู้ ของสมเด็จพระพุทธกัสสป ตามญาณหยั่งรู้ของท่านครูบาวงศ์  นับเป็นนิมิตหมายอันเป็นมหามงคลยิ่ง สำหรับผู้ที่จะทูลขอพลังงานด้านปัญญา เพื่อช่วยสนับสนุนการเดินมรรค ให้สมบูรณ์โดยฉับพลัน เข้าสู่จิตใจของตนเอง ต่อยอดพลังงานแห่ง มรรค วิถี เดิมของท่าน ได้รู้เห็นปฏิจจสมุปบาทครบเป็นวงรอบ รู้วันตาย และจะตายด้วยเหตุอันใด เนินป่าเขาแห่งนี้ มีป่าไม้ขึ้นอยู่ทั่วไปไม่สูงนัก สะดวกแก่คนทุกเพศวัย ที่จะขึ้นไปกราบไหว้ และปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ได้ทุกเวลา ทราบจากศรีภรรยาของท่านอาจารย์จรูญ ในเช้าวันที่ได้มีโอกาสมากราบสักการะพระมหาธาตุเจดีย์เป็นครั้งที่ 2 เมื่อเช้าวันที่ 9 ม.ค.2554

ที่คุณหมอ สุรจิต ทองสอดแสง มีดำริพาคณะญาติโยมอีก 1 รถตู้ ที่ได้เดินทางจาก กทม.มาร่วมพิธีบวงสรวง พระบรมธรรมบิดา ที่บ้านคุณแม่เกษร ในเช้าวันที่ 8 ม.ค.2554 นั้น หลังจากเสร็จพิธีแล้วในตอนเย็น ได้พร้อมใจกันเปลี่ยนกำหนดการเดิม แทนที่จะพักค้างคืนที่บ้านคุณแม่เกษร เปลียนมาเป็นเดินทางต่อมายังทุ่งหัวช้าง มาค้างแรมที่สถานปฏิบัติธรรมของพ่อครูจรูญ สุริยวงศ์ แทน โดยระหว่างทางได้แวะเข้าร่วมงานพิธีสืบชะตาครบ 5 รอบของครูบาอินทร ที่วัดสันป่ายางหลวง จังหวัดลำพูนประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วจึงเดินทางต่อมายังอำเภอทุ่งหัวช้าง ถึงสถานปฏิบัติธรรม ของพ่อครูจรูญ ประมาณ 4 ทุ่ม ไหว้พระกันแล้วก็เข้าที่พักผ่อน ท่ามกลางอากาศ 20 องศา ในวันนี้ สดชื่นเย็นสบาย ยิ่งกว่าห้องปรับอากาศ 

ศรีภรรยาของพ่อครูจรูญ อาจารย์พาณี สุริยวงศ์ บอกให้ทราบ ขณะมากราบพระมหาธาตุเจดีย์ในเช้าวันที่ 9 ม.ค. ว่ามีชาวบ้านใกล้เคียงที่ทำมาค้าขาย ในตอนกลางวันคนหนึ่ง ตกกลางคืนแทบทุกคืน เธอจะนุ่งห่มชุดขาวมานั่งรับพลังงานจากองค์พระมหาธาตุเจดีย์อยู่เป็นประจำ (ยังไม่มีโอกาสได้ไถ่ถามเธอในเรื่องนี้ ในคราวที่มีโอกาสได้พบเธอมาปฏิบัติธรรม ณ สถานธรรม ที่บ้านท่านพ่อครูจรูญ ในคืนวันที่ 3 ม.ค. ที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมาครั้งแรก คงต้องรอโอกาสหน้าจะได้สนทนากับเธอในประสพการณ์ต่างๆที่ได้รับจากพระมหาธาตุเจดีย์)

ในบริเวณสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ โดยรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์ ยังเหลือเป็นป่าที่ผู้บุกรุกในอดีต ถูกกีดกันและถูกป้องกันเก็บรักษาเอาไว้ โดยคณะเทพเทวาบันดาลฤทธิ์ ยังคงเป็นสภาพป่าอันร่มเย็นเหลืออยู่ประมาณ 10 ไร่โดยรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์ เหมาะสำหรับปักกรดปฏิบัติกรรมฐาน ซึ่งกำลังหารือนำเสนอกับหัวหน้าคณะศรัทธา ทั้ง 2 ท่าน ในการจัดสร้าง ถังเก็บน้ำ พร้อมห้องอาบน้ำและห้องส้วมแบบพิเศษ จากวัสดุก่อสร้างธรรมชาติ เป็นจุดๆ เพื่อผู้มาปฏิบัติธรรมจะได้รับความสะดวก ไม่ต้องเคลื่อนย้ายไปไกล เมื่อมีความทุกข์

ที่สอดรับกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดงบประมาณ ใกล้ชิดธรรมชาติให้มากที่สุด ซึ่งพระท่านส่งรูปแบบมาให้แล้ว และที่ได้ไปเห็นมาที่ศาลาการเปรียญหลังแรกของวัดใหม่ของชาวเขา ในบริเวณที่ห่างจากพระมหาธาตุเจดีย์ 1 กมตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ขององค์พระมหาเจดีย์ ในงานร่วมทอดผ้าป่า ซื้อที่ดินเพิ่มเติม จนได้ประมาณ 10 ไร่ในปัจจุบัน ในคราววันที่ 3 ม.ค. 2554 ในงานนี้ท่านเจ้าคณะตำบล ที่เมตตามาเป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่า ท่านเล่าให้ทุกคนฟังในงานทอดผ้าป่า ถึงการให้ชาวบ้านไปเก็บก้อนหินก้อนไม่ใหญ่นัก มาใช้สร้างกำแพงของศาลาหนา 50 ซมโดยฝีมือของชาวเขาในหมู่บ้านนั้น จัดวางเรียงได้อย่างสวยงาม ซึ่งชาวบ้านจะใช้เวลาหลังจากเลิกงานประจำ ในภาคกลางวันมาร่วมก่อสร้าง ในเวลากลางคืน โดยเสียสละแรงงานร่วมกันสร้างวัดของพวกเขา น่าโมทนาในกุศลเจตนาของทุกๆคนเป็นอย่างยิ่ง

แทนที่จะซื้ออิฐบล๊อกราคาแพง ใช้วัสดุเพียงปูนซิเมนต์ เหล็กและไม้เครื่องบนหลังคา จากการได้ไปในสถานที่บริเวณนั้น 2 ครั้งพบว่า มีไม้ไผ่รวกอยู่บ้าง สำหรับนำมาใช้แทนเหล็กเสริมคอนกรีตได้อย่างดี จึงสามารถนำวัสดุต่างๆในท้องถิ่นมาประกอบเป็นอาคารสาธารณูประโภคต่างๆ ให้แก่ผู้มาปฏิบัติธรรม ได้ทั้งในยามปรกติ และเมื่อมีวาระวิกฤตของโลกและจักรวาลเกิดขึ้น โดยจะจัดสร้างขึ้นเป็นจุดๆให้ความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ต้องเดินไกลมากนัก ให้สอดคล้องสวยงามไปกับสิ่งแวดล้อม

พร้อมกับทาง อบต. ได้จัดเงินงบประมาณก้อนหนึ่งขุดสระอโนดาษ ให้พญานาคและปลาได้อาศัย อยู่ติดกับบริเวณสวนป่าของพระมหาธาตุเจดีย์ทางด้านทิศเหนือ บนเนื้อที่ประมาณ 4-5 ไร่ มีน้ำกักเก็บไว้ได้ตลอดทั้งปี อุดมไปด้วยปลาขนาดต่างๆ ส่วนเหล่าพญานาคที่มาเล่นน้ำ ท่านจำเป็นต้องใช้ตาในดู นอกจากผู้มีบุญสัมพันธ์กับเขาเป็นพิเศษ ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนอาจจะมีโอกาสได้เห็นพวกเขาด้วยตาเนื้อก็ได้ รอให้ผู้ที่มีจิตเมตตานำอาหารเม็ดของปลามาช่วยเกื้อหนุนชีวิตพวกเขา ไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย

และโมทนาบุญแสงทิพย์ของพระบรมธรรมบิดา และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ต่อยอดข้ามภพชาติไปเป็นเทวดาหลังจากสิ้นชีวิตของปลาในชาติปัจจุบัน ซึ่งมนุษย์ท่านใดไม่ฉลาดพอ อาจจะสู้ปลาที่มาอาศัยอยู่ในสระอโนดาษ ติดกับสวนป่าโดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์ไม่ได้ ก็อาจเป็นไปได้ ส่วนในรายระเอียดว่าสิ่งที่กล่าวจะเป็นไปได้อย่างไรนั้น ท่านอาจแวะศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้

สถานที่สร้างพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ที่หลวงปู่ครูบาวงศ์ ได้ให้ปักเสาไม้เอาไว้ในอดีต อันเคยเป็นสถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระพุทธกัสสป ที่ชาวแสงทิพย์มักจะอัญเชิญพระองค์ท่านมาประทับที่ปากเป็นประจำ ซึ่งรวมทั้งข้าพเจ้าเองด้วย คราวนี้ได้ชมพระบรมสารีริกธาตุอันใหญ่โตของพระองค์ท่าน ที่ท่านพ่อครูจรูญ ได้ถ่ายภาพเอาไว้

นอกจากระลึกถึงพระองค์ท่านในมิติพลังงานมาก่อนหน้านี้ เป็นเวลานานหลายปี ปัจจุบัน พระองค์ท่านได้เปิดมิติทางรูปธรรมให้ได้กราบไหว้ต่อพระบรมธาตุองค์ใหญ่โต เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้วให้ผู้ที่ยังไม่มีตาในได้เห็น และน้อมจิตโมทนาบุญบารมีทั้งมวลของพระพุทธองค์ ที่ได้สร้างสมเอาไว้ก่อนที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งนักบวชในสมัยที่อาณาจักรแอต แลนตีส ยังไม่ล่มจมทะเลแอตแลนติก ได้อาศัยคำสอนของพระองค์ท่านในสมัยนั้น  เมื่อประมาณ 13,000 ปีมาแล้ว แม้พระพุทธองค์จะทรงปรินิพพานไปแล้ว ก็มิได้นำบุญบารมีทั้งหมดที่ได้ทรงบำเพ็ญเพียรมายาวนานนั้นติดไปด้วยก็ตาม พลังงานบุญกุศลบุญบารมีทั้งหมด ก็ยังสถิตย์อยู่ในโลกและจักรวาลนี้ พร้อมทุกเวลาให้ท่านสาธุชนลูกหลานในปัจจุบัน ที่รักเคารพศรัทธาในพระองค์ท่าน ได้น้อมจิตโมทนาบุญได้ทุกเมื่อไร้ซึ่งกาลเวลา

หากเราจะใส่โปรแกรมสั่งจิตของเรา ให้โมทนาบุญกุศลทั้งมวลของพระองค์ท่านได้ตลอดเวลาทั้งยามหลับและตื่น และน้อมแผ่เมตตาออกไปกับพระฉัพพรรณรังสีของพระองค์ท่านได้ตลอดเวลาไปทั่วทั้ง 3 โลกในทุกมิติตั้งแต่มิตินรกตลอดจนถึงพรหมโลก จิตของทุกๆคนไม่มีการนอนหลับพักผ่อนเช่นกายและใจ หากตั้งเป้าตั้งโปรแกรมจิตเอาไว้ให้ปฏิบัติอย่างไรแล้ว ทั้งดีและชั่วบวกหรือลบ จิตจะทำสิ่งนั้นตามที่ได้รับการใส่โปรแกรมคำสั่ง ซึ่งผู้มีปัญญาก็จะเลือกแต่สิ่งที่เป็นบวกมาต่อยอดให้แก่จิตใจของตนเอง....ช่วยให้จิตสงบเกิดความสมดุล เป็นอุเบกขารมณ์แน่วแน่อยู่บน มรรค หรือฝากจิตอยู่ในพระอุทรของ พระบรมธรรมบิดา ตลอดเวลา ที่ชาวแสงทิพย์นิยม ประคองรักษาเอาไว้โดยต่อเนื่อง ตราบสิ้นอายุขัย 

โมทนาบุญพระในพุทธเจ้าทุกๆพระองค์  มนุษย์เราไม่ต้องสร้างสะพานข้ามให้ถึงฟากฝั่งพระนิพพานด้วยตนเองทั้งหมด พระพุทธเจ้าพ่อของลูกๆทุกคน รอคอยให้ลูกๆทุกคนหมั่นทำการโมทนาบุญของพระองค์ท่าน ที่ได้สร้างและสะสมเอาไว้เป็นเวลาเนิ่นนานยิ่ง พร้อมให้ผู้ที่ฉลาด มีปัญญาเปิดจิตต่อสาย เชื่อมกระแสบุญเข้าสู่หม้อแบตเตอรี่ของตนเองให้เต็มอยู่เสมอ ไม่ต่างกับตัวท่านได้รับบุญกุศลจากพระพุทธองค์ มาเสริมสร้างสะพานของตนเองให้พร้อมใช้เดินข้ามไปให้ถึงฟากฝั่งพระนิพพาน ได้อย่างรวดเร็วในชาติปัจจุบัน

หรืออีกนัยหนึ่ง ใช้อาศัยเพิ่มประสิทธิภาพการ เดินมรรค ให้บริบูรณ์ในชาติปัจจุบันนั่นเอง ถ้าหากว่าลูกๆของท่าน ที่ได้จากมาท่องเที่ยวหาประสพการณ์ชีวิตในโลกต่างๆ จนหลงทางหาทางกลับบ้านเดิมไม่ได้ หรืออาจอุปมา กับการเติมเชื้อเพลิงให้แก่จรวด ที่จะนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร หากเรามีบุญกุศลเป็นทุนเดิมอยู่จำนวนหนึ่ง เช่นมีอยู่เพียง 10 % ของความต้องการทั้งหมด ส่วนเชื้อเพลิงที่ยังขาดอยู่อีก 90 % นั้น ...

ทรงมีพระเมตตาเปล่งพระฉัพพรรณรังสี บนหลายๆส่วนของพระมหาธาตุเจดีย์ ในเช้าวันที่ 9 ม.ค. 2554 ที่คณะของนายแพย์สุรจิต ทองสอดแสง ประมาณ 16 คน และพ่อครูจรูญ และอาจารย์พาณี ศรีภรรยา ของพ่อครูจรูญ กำลังจะลาจากพระมหาธาตุเจดีย์ เดินทางกลับ กทม. นั้น เกือบทุกคน ในคณะ ที่มาเดินประทักษิณ รอบพระมหาธาตุเจดีย์ และสวด อิติปิโสฯ ถวาย 3 รอบ เสร็จแล้วนั้น เมื่อมีบางคนในคณะ ได้เงยหน้ามองขึ้นไปบนยอดพระเจดีย์ ได้พบ แสงทิพย์

 เด่นอยู่หลายแห่ง ข้าพเจ้าเห็นอยู่บนส่วนยอดพระเจดีย์ คล้ายในภาพข้างๆนี้ ที่พ่อครูได้ถ่ายภาพนี้ไว้ในขณะที่พระมหาธาตุเจดีย์ได้ก่อสร้างเสร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ภาพในปัจจุบัน

ภาพพระฉัพพรรณรังสี  ที่ได้เห็นในเช้านั้น จะมีการขยายใหญ่ขึ้น พร้อมกับเปล่งแสงรัศมีเป็นประกายรัศมีรอบแกนกลางเป็นสีต่างๆสวยงามมาก แล้วก็จะค่อยๆมีขนาดย่อเล็กลง ปรากฏอยู่นาน แตกต่างจากแสงสะท้อนของแสงดวงอาทิตย์ คือเป็นภาพที่เคลื่อนไหวมีชีวิตจิตใจในลักษณะนั้น ให้จิตของเราบันทึกภาพประทับจิต และนำจิตแยกไปกราบนมัสการ แทบพระบาท และน้อมโมทนาบุญบารมีรวมของทุกๆพระองค์ ที่ทรงมีพระมหาเมตตา ให้คณะลูกหลานได้เห็นด้วยตาเนื้อในระยะใกล้ชิดเพียงประมาณ 30 เมตร อย่างชัดเจนแจ่มใส ท่ามกลางท้องฟ้า ที่มีเมฆสีขาวเป็นหย่อมๆเป็นแบล๊คกราวด์ อย่างในภาพพระมหาเจดีย์ภาพแรกในเว็บเพจนี้โดยใช้ภาพที่พ่อครูจรูญถ่ายเอาไว้ในอดีต และมอบให้มาเป็นตัวแทนภาพที่เพิ่งมาปรากฏในเช้าวันที่  9 ม.ค.2554 นั้น

แยบคายในการใคร่ครวญ  หากเราทราบวิธีการเติมเชื้อเพลิงที่ยังขาดอยู่ เราก็จะสามารถเติมเชื้อเพลิงในส่วนนี้ จากพลังงานบุญกุศลอันมีอยู่อย่างมากมายมหาศาล ของพระพุทธเจ้า และของพระบรมธรรมบิดา  ซึ่งมีอยู่พร้อมบริบูรณ์ทุกเมื่อ ให้ลูกๆได้ใช้เติมเต็มในส่วนที่ยังขาดอยู่ โดยเฉพาะด้านปัญญาบารมี ให้การจุดระเบิดของจรวดนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเป็นผลสำเร็จ หรือช่วยให้ลูกๆได้สัมฤทธิ์ผล ด้วยการนำบุญกุศลของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ มาต่อยอดบุญเก่าของลูกที่บารมี 10 ยังไม่ครบนั่นเอง ช่วยร่นระยะเวลาให้ลูกๆถึงฟากฝั่งพระนิพพานได้ในชาติปัจจุบัน

คำปรารภของหลวงปู่มั่นกับลูกหลานบางคน  หลวงปู่มั่น ท่านได้ออกปากกับลูกหลานในยุคปัจจุบันบางคนว่า ช่างมีหนทางลัดลุถึงนิพพานได้อย่างรวดเร็ว แตกต่างจากในสมัยของหลวงปู่ ซึ่งได้พากเพียรปฏิบัติธรรมกันอย่างทรหดอดทนยิ่ง ใช้เวลายาวนาน ไม่สามารถเปรียบได้กับชาวแสงทิพย์ในยุคอภิญญาใหญ่      (หรืออีกนัยหนึ่ง หากเราต้องการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่คนละซีกโลกกับประเทศไทย หากเราใช้จักรยาน 2 ล้อเป็นยานพาหนะ ในที่สุดเราก็จะถึงยังประเทศสหรัฐฯเช่นเดียวกับเราเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินเจ๊ต ไม่กี่ชั่วโมงเราก็ถึงอเมริกา อุปกรณ์ช่วยการเดินทางในด้านที่เป็นรูปธรรม ไม่อาจเปรียบกันได้เลยกับด้านพลังงานบุญกุศลอันบริสุทธิ์บริบูรณ์พร้อมทุกด้านของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ และพลังบุญบารมีของสมเด็จพระบรมธรรมบิดา

ที่ลูกๆทุกคนที่มีความเคารพรักศรัทธาในพระองค์ท่าน เช่นเดียวกับพ่อเกิดแม่เกิดของทุกๆคน และทุกๆจิตวิญญานในนาๆมิติ ที่จะน้อมจิตใจของตนมาโมทนาบุญกุศลของพระองค์ท่าน ที่ได้กล่าวแล้ว เป็นประจำจนถังเชื้อเพลิงของจรวดนำวิถี พร้อมจุดระเบิดนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรม้วนเดียว ถึงจุดหมายปลายทางนั่นเอง....พูดถึงความเคารพรัก พระบรมธรรมบิดา ..ลูกๆได้จากไกลพระองค์ท่านมาแสนนาน ให้ลูกๆตั้งจิตขอพร ขอให้พระองค์ทรงย้อนอดีต ไปถึงในช่วงเวลาที่พระองค์ท่านส่งลูกๆไปท่องเที่ยวหาประสพการณ์ชีวิตสร้างพระนิพพานบนดิน ให้คืนกลับมาในดวงจิตของลูกอีกวาระหนึ่ง ลูกจะได้ระลึกได้ว่า ก่อนลูกจะจากพ่อไปลูกมีความเคารพรักพ่อในสภาพเช่นใด)

และการที่สมเด็จพระบรมธรรมบิดา แนะนำลูกๆของพระองค์ท่านที่เคยมาพบท่านแล้ว ให้หมั่นมาพบพ่อที่พระนิพพานทุกๆวัน ลูกๆจะได้มาโมทนาต่อบุญจากพ่อได้สม่ำเสมอสภาพนิพพานนั้นมีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง เพียงแต่อวิชชาได้ปิดกั้นจิตใจของลูกๆเอาไว้ ไม่ต่างกับหมู่เมฆหนาทึบได้ปิดกั้นแสงพระอาทิตย์ ไม่ให้รอดลงมาบนผิวโลกฉันนั้นนั่นเอง ส่วนใครที่ต้องการทราบจากหลวงปู่เองโดยตรง ก็เตรียมตนเองปรับจูนคลื่นให้พอดีขอคำยืนยันได้จากหลวงปู่อีกทีหนึ่ง

นานมาแล้ว ก่อนปี 2525 หลวงปู่ได้เคยมาโปรดข้าพเจ้าในนิมิตฝันที่ชัดเจน ชวนไปบวชแล้วเดินธุดงค์ในป่า จะให้พบสิ่งดีๆ ในฝันข้าพเจ้าใคร่ครวญแล้วได้ปฏิเสธหลวงปู่ ว่าไม่ไป ต่อมาอีกไม่นานก็มีลูกศิษย์ของหลวงพ่อฤาษี พระราชพรหมยานเถระชวนไปฟังธรรม ที่ซอยสายลม ที่หลวงพ่อเดินทางมาโปรดลูกหลานส่วนใหญ่ ไม่ต้องเดินทางไปถึงวัดท่าซุง หลวงพ่อมาโปรดมากกว่าครึ่งทางช่วยสงเคราะห์ลูกหลานได้ฝึกมโนมยิทธิ และหลวงพ่อยังบอกลูกๆอีกว่าอีก 20 ปีข้างหน้าอภิญญาใหญ่จะมา ปลายปี 2547 ก็ได้พบเว็บไซท์ของคุณแม่เกษร ที่ถ่ายทอดอภิญญาใหญ่โดยตรงจาก  สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา

ซึ่งได้อ่านแล้ว พิจารณาตามแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจได้ทั้งหมด ต้องทั้งอ่านทั้งปฏิบัติไปด้วยจึงจะเข้าใจเรื่องราวที่ท่านได้นำมาถ่ายทอดให้ลูกๆของพระบรมธรรมบิดาได้ฟัง บอกทางลัดไปพระนิพพานในชาตินี้ และเตรียมจิตของตนเองให้พร้อมอยู่เสมอ ด้วยการฝากจิตของเราเอาไว้ในพระอุทรของพระบรมธรรมบิดา ตลอดเวลา พร้อมที่จะละสังขารนี้ไปเมื่อไรก็ได้

ซึ่งปัจจุบันสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ก็ส่งสัญญาณเตือนอยู่ตลอดเวลา ว่าโลกใกล้จะถึงจุดวิกฤตเต็มทนลูกๆอีกจำนวนมากยังรู้สึกว่าภัยอันตรายจะไม่มาถึงตนเอง ภัยพิบัติต่างๆยังอยู่อีกห่างไกลตนเองมากนัก ไม่ติดตามข่าวสารและการทวีความรุนแรงของดิน น้ำ ลม ไฟ ทั่วทั้งโลกได้ทวีความผิดปกติให้แปรากฏให้มนุษย์ได้เห็นอยู่ทุกๆวัน จน ดร.อาจอง ลงความเห็นว่า สายไปแล้วที่สังคมมนุษย์จะแก้ไข วิกฤตการณ์ในรอบที่ 5 ของโลก และจักรวาลใกล้จะถึงจุดวิกฤตเต็มทน ซึ่งผู้บรรลุธรรมอย่างท่านครูบาอินทร วัดสันป่ายางหลวงท่านยืนยันอย่างเฉียบพลันในความวิกฤตของโลกและของประเทศไทย และยังได้เตือนว่านับแต่ เดือน มกราคม 2554 นี้เป็นต้นไป ความรุนแรงต่างๆจะทวีความรุฯแรงขึ้นโดยลำดับ ท่านครูบาฯสรุปลงด้วยคำว่า เหนื่อย

มา ณ บัดนี้ทุกๆคนมีโอกาสอันดีเลิศประเสริฐศรี ที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ของพระองค์ท่านทรงได้เปิดเผยให้ทุกคนได้ทราบได้ปรากฏให้เห็นด้วยสายตาตนเอง ทำการพ่วงต่อกระแสไฟฟ้าเข้าหม้อแบตเตอรี่ของตนเองให้เต็มอยู่เสมอ ในระหว่าง'ทาง' ที่กำลังอยู่บน มรรค หรือ 'ทาง' ของแต่ละคน ที่ต่างก็มีอยู่แล้วกับตัวทุกคน เพียงแต่ถูกอวิชชาบดบังเอาไว้อย่างมิดชิด ไม่ต่างกับแสงพระอาทิตย์อันมีพลังงานมากมาย ถูกเมฆหมอกหนาทึบบดบังเอาไว้หนาแน่น ไม่สามารถส่องแสงลอดลงมาให้เราเห็นได้ฉันใดนั่นเอง 

สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งนี้ ได้มาปรากฏในญาณทัสสนะของหลวงปู่ครูบาวงศ์ ในขณะที่หลวงปู่ได้มาเดินป่าปฏิบัติธุดงค์วัตรในป่าเขาบริเวณนี้ และได้พยากรณ์เอาไว้ว่า ในกาลข้างหน้าจะมีผู้มีบุญสัมพันธ์กับพระองค์ท่าน (พระพุทธกัสสปะ) มาร่วมกันสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ขึ้น ณ สถานที่ตรัสรู้ของพระองค์ท่าน

นอกจากท่านพ่อครูจรูญ และศรีภรรยา อาจารย์พาณี ได้เอื้อเฟื้อให้ที่หลับนอน และอาหารการบริโภค ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่ง ทั้งๆที่ยังไม่เคยได้พบปะกันมาก่อน

ครูบาวงศ์กำลังผูกพระหัตถ์ ให้แก่พ่อหลวง

กราบรอยพระพุทธบาททั้ง 4 พระองค์  ท่านอาจารย์จรูญ หรือพ่อครูของชาวบ้านในอำเภอ ทุ่งหัวช้างนั้น ยังได้ให้การอนุเคราะห์พาขึ้นเขาทั้งที่ขาข้างขวายังมีอาการเจ็บปวดอยู่ก็ตาม ปีนเขาขึ้นไปกราบรอยพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ในภัทรกัปนี้ อีกด้วย ทุกๆพระองค์ได้ทรงพระเมตตา กรุณาประทับรอยพระพุทธบาท เอาไว้บนหินลดหลั่นกันลงมาลงบนหินบาซอลท์สีเทาเข้ม บนเขาที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพระมหาธาตุเจดีย์ ห่าง ออกไปในระยะทางตรงประมาณ 4 กม.รอยพระพุทธบาททุกพระองค์จะอยู่สูงกว่ายอดพระมหา ธาตุเจดีย์ร่วม 50 เมตร เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังถึงกิจกรรมการกุศล ที่ล้วนมีความสำคัญยิ่ง ซึ่งจะได้นำแต่ละเรื่องของแต่ละกิจกรรม มาเล่าให้ท่านที่สนใจได้ศึกษาเนื้อหาสาระต่างๆเป็นลำดับไป

ท่านพ่อครูจรูญ สุริยวงศ์ ได้พาผู้สนใจและผู้ติดตามบางคณะ มากราบรอยพระพุทธบาท ก่อนหน้านี้ ท่านเล่าถึงสิ่งที่พบเห็นผ่านมาว่า ผู้มีภูมิความรู้ทางโลกสูง ที่ติดตามเพื่อนมาด้วย ได้พบเห็นรอยพระพุทธบาทครั้งแรก นอกจากจะใช้วาจา อันไม่สมควรยิ่งในหลายประการ ในขณะที่ได้มาพบเห็นแล้ว ยังแสดงท่าทางกิริยาอันไม่สมควรอีกด้วย ขาขึ้นก็ไม่สนใจจะกราบไหว้ให้ความเคารพ แต่อย่างใด สันนิฐานแสดงภูมิความรู้ในด้านไม่เป็นมงคลใดๆเลย ทั้งๆที่ตนเองยังไม่ได้พิสูจน์ให้ถึงสัจจธรรมอันแท้จริง 

ระหว่างที่กำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ใกล้ๆ รอยพระพุทธบาทรอยแรกที่อยู่ระดับบนสุด จากรอยอื่นๆอีก 3 รอย ในแนวเส้นตรงกับองค์พระมหาเจดีย์อยู่นั้น เมื่อมองไปทางพระมหาธาตุเจดีย์ตั้งอยู่ จะมองเห็นส่วนยอดของพระเจดีย์โผล่พ้นยอดไม้ขึ้นมาชัดเจน สักครู่คณะที่ได้ไปถึงยังรอยพระพุทธบาท ก็ได้เห็นรังสีสีเขียวระยิบระยับอันมหัศจรรย์ บังเกิดขึ้นที่พระมหาเจดีย์ สักครู่หนึ่งก็เปลี่ยนเป็นแสงสีขาวสดใส เจิดจ้าอยู่ชั่วครู่หนึ่ง

ปรากฏการณ์นั้นสามารถลดทิฐิของสุภาพสตรีท่านนั้น ให้แปรเปลี่ยนไป น้อมลงกราบไหว้ที่รอยพระพุทธบาทระหว่างปีนเขากลับลงมา  ระหว่างนั่งมาในรถยนตร์ของท่านพ่อครูจรูญ บนถนนลำลอง แสงสว่างจ้าได้มาปรากฏเป็นลำแสงพิเศษ บังเกิดเพื่อตอกย้ำมาดักหน้ารถ และเป็นลำแสงสว่างใหญ่มาก พุ่งตรงเข้ามายังกระจกด้านหน้ารถ ที่ทุกคนกำลังนั่งอยู่ พ่อครูจรูญเล่าว่าเกิดมายังไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน แม้จะได้ท่องไปในไพรกว้างมามากแล้วก็ตาม 

เป็นการยืนยันสิ่งที่ได้เห็นบนภูเขา จากบริเวณรอยพระพุทธบาทเมื่อมองมาทางที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ ว่าสิ่งที่ได้เห็นนั้นเป็นภาพลวงตาหรือว่าของจริง สุภาพสตรีที่อาจยังมีความคลางแคลงในใจเหลืออยู่นั่งนิ่ง ไม่ปริปากใดๆ ให้ผู้ได้พบเห็นนำไปไตร่ตรองพิจารณา แล้วเมื่อเกิดปัญญาขึ้นแล้ว สามารถนำประสพการณ์ที่ผ่านมานั้น นำมาเป็นภาพนิมิต เพื่อน้อมนำเพิ่มพลังงานบุญกุศล ของพระพุทธองค์ ให้แก่จิตของตนเองอยู่อย่างสม่ำเสมอ ถ้าหากมีความเข้าใจพอ ว่าพระพุทธองค์ทรงมีเพระพุทธประสงค์ ให้ความเมตตาแก่ลูกหลานที่มีโอกาสนั้นเพียงใด 

ประสบกับสิ่งอันเป็นมิ่งมหามงคลยิ่ง  ส่วนในคณะที่ข้าพเจ้าไปกัน 4 คน ในเย็นวันที่ 3 ม.ค. นั้น ก่อนที่ตะวันจะลับสันเขา หลังจากได้กราบเคารพบูชาอย่างสุดซึ้ง ที่รอยพระพุทธบาททั้ง 4 รอย เสร็จแล้ว ก็มานั่งพักในบริเวณที่ต่ำลงมาจากระดับรอยพระพุทธบาทรอยบนสุด อยู่ในแนวเส้นตรงลากระหว่างรอยพระพุทธบาท และยอดพระมหาธาตุเจดีย์เบื้องล่างไกลออกไปประมาณ 4 กมและอธิษฐานจิต ขอรับชมแสงแห่งบุญกุศล (ซึ่งท่านอาจารย์จรูญได้บอก ระหว่างเดินทางกลับว่า ก็ลุ้นอยู่เหมือนกัน ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มหัศจรรย์จะบังเกิดขึ้นกับคณะนี้ให้ได้ชื่นชมกราบไหว้กันหรือไม่ ซึ่งท่านไม่อาจกะเกณฑ์ก่อนล่วงหน้า หรือการันตีผู้ใดว่าจะได้ประสบกับตาตนเองหรือไม่) 

สักครู่หนึ่งคณะที่ไปทั้ง 4 คนก็ได้เห็นแสงสว่างเกิดขึ้น 4 จุด ที่บริเวณพระมหาเจดีย์ด้วยตาของตนเอง แล้วค่อยเปล่งรังสีรอบดวงเพิ่มขึ้น สักครู่ประมาณ 4-5 นาทีแล้วก็ค่อยๆดิมลงหายไปคงเหลือแต่ยอดพระเจดีย์แก้วเพียงอย่างเดียว เป็นเช่นนี้ 4 วาระให้ทุกๆคนในที่นั้น ได้น้อมโมทนาบุญกุศลทั้งมวลของพระองค์ท่านรวม 4 วาระ ก่อนที่จะกราบลาเดินทางไต่เขากลับลงมา

ส่วนในวาระที่ 2 ที่ได้มีโอกาสกลับไปกราบสักการะ และสวดอิติปิโสถวาย ระหว่าง เดินประทักษิณรอบองค์พระเจดีย์ เสร็จแล้ว 3 รอบ ก็เริ่มทะยอยกลับออกมาเพื่อเตรียมขึ้นรถเดินทางกลับในเช้าวันที่ 9 ม.ค. 2554 พลันเมื่อมีบางคนเหลือบมองขึ้นไปบนยอดองค์พระมหาธาตุเจดีย์ ก็ปรากฏแสงสีขาวเจิดจ้า พร้อมขยายเล็กใหญ่เปล่งแสงรัศมีรอบตัวเป็นสีต่างๆ แตกต่างกับแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์อย่างสิ้นเชิง ประดุจแสงอันมีชีวิตจิตใจ ให้เห็นอย่างชัดเจนเป็นเวลานาน ให้บรรดาลูกหลาน ทั้งคณะในรถตู้ และทีมเดิมที่ได้มากราบสักการะเมื่อวันที่ 3 ม.ค. นั้นได้กราบโมทนาบุญกุศลของพระองค์ท่านอีกวาระหนึ่งพร้อมกัน เป็นการได้กราบลาและโมทนาบุญกุศลของพระพุทธองค์กันอย่างซาบซึ้งในจิตยิ่ง ในพระมหาเมตตาที่ติดตาตรึงจิต ไปตราบเท่าชีวิตนี้ ก่อนเข้าพระนิพพาน

ภาพนี้ถ่ายเมื่อ  30/09/2009 แต่นำมาให้พิจารณา แทน ภาพที่ได้เห็นเมื่อ 9 ม.ค. 2011โดยแสงส่องสว่างที่ยอดพระเจดีย์ จะขยายออก ทั้งเล็กและใหญ่ เปล่งประกายรังสีต่างๆออกไปรอบทุกทิศ แตกต่างจากแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์

ในอดีตเคยพบเห็นมาคราวหนึ่ง เหนือยอดพระเจดีย์เขาพลอยแหวน ยามก่อนฟ้าสาง ที่กำลังเดินทางมาขึ้นรถประจำทาง เข้ามาศึกษาต่อ ที่โรงเรียน ต.อ. พญาไท คราวนั้นเห็นแต่ไกล ดังพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ราวปี พ.ศ. 2501 ต่างจากคราวนี้ ที่ได้เห็นใกล้ชิด ในระยะเพียง 30 กว่าเมตรดวงแสงสีขาวสดใสสว่างจ้า และเปลี่ยนขนาด พร้อมกับเปล่งประกายรังสีต่างๆโดยรอบ ลูกขอบพระคุณพระบรมธรรมบิดา และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ที่ทรงโปรดเมตตาลูกและคณะผู้แสวงบุญทุกคน รวมทั้งท่านต่างๆที่ได้ร่วมกันสร้างพระมหาธาตุเจดีย์มาต่อเนื่องใกล้เสร็จสิ้นสมบูรณ์  

ลูกขอขอบพระคุณอย่างสุดซึ้ง ที่พระพุทธองค์ทรงมีพระมหาเมตตาชาร์ตพลังงานบุญบารมี 10 ให้แก่ลูกๆทุกคน เพื่อใช้เดินมรรค ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์โดยเร็ว ลูกขอแยกกายกราบขอบพระคุณที่แทบพระพุทธบาทของทุกๆพระองค์ ที่ทรงมีพระมหาเมตตา และกรุณาเปล่งแสงฉัพพรรณรังสี และแสงทิพย์อันตระการตาของทุกๆคน ได้จดจำรำลึกถึง ตลอดไปจนสิ้นอายุขัย  และขอจิตลูกได้จดจำและเปิดรับพลังบุญกุศลพร้อมกับแผ่เมตตาออกไปฝากไปกับแสงทิพย์อริยธรรม ของพระบรมธรรมบิดาและแสงฉัพพรรณรังสี ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ตลอดเวลาทั้งหลับและตื่น ไปทั่วทั้ง 3 โลก ทั่วอนันต์จักรวาล ในทุกๆมิตินับแต่นรกโลก ทั่วตลอดถึงพรหมโลก

คุณหมอสุรจิต ทองสอดแสง และพวกเรารวม 3 คน ที่ได้มากราบสักการะพระมหาธาตุเจดีย์ และได้ปีนเขาขึ้นไปกราบรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ทั้ง 4 รอย ก็ได้พักสนทนาธรรม และหารืองานสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ และลาอาจารย์จรูญ และครอบครัวกลับมาบ้านคุณแม่เกษร ที่เชียงใหม่ ในวันรุ่งขึ้น ทราบภายหลังว่าคุณหมอสุรจิตหรือหมอเก่ง นอกจากจะได้รับคำแนะนำหารือถึงการจัดตกแต่งด้านทิวทัศน์โดยรอบองค์พระเจดีย์ และรูปแบบการจัดสวนหย่อมเพิ่มเติมจากข้าพเจ้าแล้ว เมื่อกลับมาถึงบ้านคุณแม่เกษร ได้มากราบไหว้พระองค์สำคัญต่างๆในห้องพระ ที่พวกเราได้รับมอบหมายจากคุณแม่เกษร ให้ช่วยกันทำความสะอาดโต๊ะหมู่บูชาทั้งห้องพระใหญ่และห้องพระเล็ก เสร็จแล้ว

ในตอนบ่ายพอมีเวลาว่าง คุณหมอสุรจิต ทองสอดแสง ก็ปรารภถึงการสร้างพระเจดีย์ที่ยังค้างอยู่ (ด้วยจิตคิดถึงการสร้างพระมหาเจดีย์อยู่ตลอดมาตลอดระยะเวลา 5 ปีกว่า คุณหมอน่าจะได้ฌาณ ในอุปสมานุสติกรรมฐานตลอดมาโดยไม่รู้ตัว จึงสามารถรับสัมผัสพลังงานต่างๆได้รวดเร็วมาก ซึ่งเจ้าตัวทราบดี)  และได้ทราบจากครูบาวงศ์ว่า  สถานที่สร้างพระมหาเจดีย์บนสถานที่ตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระพุทธกัสสป จะเป็นถาวรวัตถุซึ่งจะยังดำรงค์อยู่ไปถึงกาลสมัยที่พระศรีอริยะเมตไตรย์จะมาตรัสรู้ 

ระหว่างที่ได้ทำความสะอาดในห้องพระ และแท่นบูชา และองค์พระ ซึ่งรวมทั้งพระรูปเหมือนของ สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา ด้วยบางพระองค์ในห้องพระเล็กยังหุ้มห่อด้วยพลาสติกใสกันฝุ่น ยังไม่อยู่ในตู้ครอบกระจก จึงทำให้คุณหมอสุรจิตประธานฝ่ายจัดหาทุนทรัพย์จากศรัทธาญาติโยมมา 5 ปีกว่ามาใช้สร้างพระมหาเจดีย์ไปทั้งสิ้นกว่า 5 ล้านบาทแล้วนั้น ได้มีโอกาสกราบไหว้ที่แทบพระบาทโดยตรง คุณหมอได้รับกระแสพลังงานจากพระพุทธองค์ท่าน

จึงมาดำริว่า ที่ส่วนบนขององค์พระมหาธาตุเจดีย์ ยังมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะเลือกพระพุทธรูปปางไหนอีก 1 ซุ้ม หลังจากได้ปิดผนังพระมหาธาตุเจดีย์ที่เปิดไว้ชั่วคราว เพื่อนำพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เข้าบรรจุในองค์พระมหาธาตุเจดีย์เสร็จสิ้นแล้ว  ก็เห็นว่าน่าจะสร้างพระรูปของ สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา  ขนาดความสูงรวมบัลลังค์ที่ประทับนั่งแล้วสูงประมาณ 1.6 เมตร พอดีกับส่วนสูงของซุ้ม ไว้ที่องค์พระมหาธาตุเจดีย์ ซึ่งจะยิ่งส่งเสริมเพิ่มคุณประโยชน์เป็นคุณเอนกอนันต์ จะเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์จะเสด็จมาเฝ้า ให้ความเคารพ พระบรมธรรมบิดา ตลอดทั้งพระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้าทุกพระองค์ พระบรมโพธิสัตว์เจ้าทุกพระองค์ พรหมเทวดา ทุกชั้น  ตลอดทั้งสรรพวิญญาณต่างๆที่ได้ผ่านมาเห็น จะได้น้อมโมทนาบุญอันยิ่งใหญ่ทรงพลานุภาพบุญบารมี ช่วยสงเคราะห์สรรพสัตว์ และบรรดาญาติโยมได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ทั้งด้วยตาเนื้อและตาใน ให้ผู้หมั่นได้รับพลังบุญบารมี 10 เต็มกันอย่างเร็วลัด

กลายเป็นแหล่งที่สร้างกระแสบุญ เข้าสู่จิตใจ ของทุกๆท่านที่มีส่วนร่วมสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ และทุกๆภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระมหาธาตุเจดีย์โดยอัตโนมัติ ที่มีผู้มากราบไหว้บูชาพระมหาธาตุเจดีย์ในทุกๆมิติ ทั้งที่ตามองเห็นและมองไม่เห็นตลอดเวลา  ก็จะเป็นอีกเหตุหนึ่งที่บรรดาผู้ร่วมสร้าง พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้วพระองค์ นี้ ต่างได้รับบุญกุศลเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ส่งเสริมให้สะพานบุญข้ามฟากฝั่งไปพระนิพพานพร้อมเสร็จสมบูรณ์รวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยได้รับพลังงานบุญกุศลมากขึ้นเป็นทวีคูณอย่างเหลือคณา

เมื่อคุณหมอเก่ง ท่านได้รับพระกระแสเข้าสู่จิตของท่านเช่นนั้น ทำให้ท่านนึกถึงอาจารย์จรูญ ผู้เป็นหัวแรงหลักในภาคสนามในการจัดการก่อสร้างพระมหาเจดีย์ รีบแจ้งข่าวงานบวงสรวงพระบรมธรรมบิดา ที่จะจัดขึ้นที่บ้านคุณแม่เกษร ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 8 ม.ค. 2554 ทันที เพิ่งมาทราบหลังงานบวงสรวงระหว่างนั่งมาในรถ ของท่านอาจารย์จรูญ ระหว่างเดินทางกลับไปที่ทุ่งหัวช้างว่า อันที่จริงในวันงานบวงสรวง ท่านมีภารกิจทางโลก ที่สำคัญอยู่อีก 2 แห่ง ที่อำเภอทุ่งหัวช้าง แต่ท่านได้ตัดสินใจหาตัวแทนท่านเอาไว้ล่วงหน้า เกรงว่าจะกลับจากงานบวงสรวงมารับหน้าที่ที่ได้รับเชิญเป็นประธานของงานไว้ไม่ทัน

นอกจากคุณหมอเก่ง ต้องการเชิญอาจารย์จรูญ หรือพ่อครูของชาวอำเภอทุ่งหัวช้าง มาร่วมในงานบวงสรวงพระบรมธรรมบิดา แล้ว อาจารย์จะได้มารับสัมผัส และรู้จัก พระบรมธรรมบิดามากยิ่งขึ้น และจะได้มีโอกาสมาเคารพกราบไหว้ ทั้งที่ในงานพิธี และที่ห้องพระทั้งสองแห่ง ก่อนเวลารับประทานอาหารเที่ยง  ซึ่งบรรดาญาติโยมต่างมุ่งไปที่ลานอาหาร ส่วนคณะของเรามุ่งไปกราบพระในห้องพระ ไม่มีผู้ใดพลุกพล่าน ซึ่งต่อมาภายหลังจากพิธีในงานบวงสรวง ระหว่างอาจารย์จรูญกำลังนั่งสงบรับฟังการถ่ายทอดคำสอนของ พระบรมธรรมบิดา ผ่านคุณแม่เกษร อาจารย์ได้รับสัมผัสด้วยจิตหรือตาในว่า เห็นแสงสว่างสีต่างๆที่มาปรากฏเหนือปะรำพิธีในด้านตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์ ซึ่งท่านก็สงสัยเหมือนกันว่า เป็นแสงจากดวงอาทิตย์หรือ

เสร็จจากการไหว้พระในห้องเล็ก อาจารย์จรูญ ออกมาก่อนที่จะลงบันไดมาชั้นล่างก็ได้พบกับหลวงพี่องค์หนึ่ง จากจังหวัดลพบุรีก็ได้สนทนาถึงสิ่งได้มาปรากฏที่จิต ระหว่างนั่งฟังคุณแม่เกษร ซึ่งหลวงพี่ก็ได้เห็นด้วยเช่นเดียวกันกับท่านอาจารย์จรูญ ท่านก็ใจชื้นขึ้นว่าเอ้อมีผู้อื่นเห็นเหมือนเราด้วยเหมือนกัน ในตอนเย็นวันนั้นคุณหมอเก่งต้องการให้ คณะทุกคนที่กำลังเดินทางไปทุ่งหัวช้างแวะเข้าร่วมพิธีสืบชาตา ในวาระจะมีอายุครบ 5 รอบ ของท่านครูบาอินทร ท่านเจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง ที่ตัวจังหวัดลำพูน 

ระหว่างที่ได้ร่วมทำวัตรเย็นนั่งสมาธิร่วมกับพระสงฆ์ และท่านอื่นๆ 2 ชั่วโมง คณะนี้ก็ขอออกเดินทางต่อ ระหว่างนั่งสมาธิปรากฏว่าอาจารย์จรูญ ได้เห็นภาพพระเจดีย์ต่างๆหลายรูปแบบ และปรากฏภาพของ สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา  องค์โตกว่าพระเจดีย์ประทับนั่งอยู่เคียงข้างองค์พระมหาธาตุเจดีย์ที่กำลังก่อสร้าง สูงใหญ่กว่าองค์พระมหาธาตุเจดีย์อย่างชัดเจน

คราวนี้อาจารย์จรูญ มีความแน่ใจในตนเองแล้วว่า สิ่งที่ พระบรมธรรมบิดา ทรงโปรดให้เห็นทุกอย่างที่จิตนั้น เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง ไม่ใช่ภาพลวงตาแต่อย่างใด ก็ขอน้อมโมทนากับบุญใหญ่ของอาจารย์จรูญ ที่จะดำเนินงานสร้างแหล่งอันอุดมมงคล อุดมบุญกุศล ด้วยพลังงานบุญบารมียิ่งใหญ่มหาศาลของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ที่มี  สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา  มาเป็นองค์ประธาน เป็นแหล่งเนื้อนาบุญกุศลแสนยิ่งใหญ่ไพศาลบนโลก สถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระพุทธกัสสป

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share

  

ติดตามต่อ