นาๆสาระจากการไปร่วมพิธีงานบวงสรวงพระบรมธรรมบิดา 2554 รวม 9 วัน

http://ainews1.com/article519.html

Bookmark and Share

 

ข้าพเจ้าได้รับความเมตตาจากอาจารย์ชัย แสงทิพย์ ชวนไปงานบวงสรวง  พระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา ที่บ้านคุณแม่เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ ที่เชียงใหม่ โดยความเอื้อเฟื้อให้โดยสารไปด้วย กับรถเมอซิเดส 230 ของนายแพทย์ สุรจิต ทองสอดแสง หรือหมอเก่ง และท่านยังเป็นผู้ขับรถไปเองทั้งไปและกลับด้วยสวัสดิภาพอีกด้วย

ยิ่งกว่านั้นท่านยังได้เอื้อเฟื้อ พาไปกราบพระอริยะเจ้าที่วัดสันป่ายางหลวง จังหวัดลำพูน อีก 2 วาระ รวมทั้ง ได้ไปกราบสักการะ พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ที่อำเภอทุ่งหัวช้าง ต.ทุ่งหัวช้าง หมู่บ้านจริญญา และพาปีนเขาขึ้นไปกราบนมัสการ รอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่อีก 4 รอย ของทุกๆพระองค์ในภัทรกัปนี้  ที่ท่านพระครูบาวงศ์ได้เคยบอกลูกหลานในครั้งอดีตที่พระคุณเจ้ามาเดินธุดงค์ควัตรปฏิบัติธรรมในเขตนี้ แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดติดตามค้นหา

จวบมาถึงปัจจุบันที่ได้เริ่มสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ ครอบทับตำแหน่งที่ประทับเพื่อการตรัสรู้ธรรม ของสมเด็จพระพุทธกัสสปะ จึงได้พบรอยพระพุทธบาท ทั้ง 4 รอย ห่างองค์พระมหาธาตุเจดีย์ออกไปอีกประมาณ 5 กม. พระมหาธาตุเจดีย์ที่ก่อสร้างใกล้เสร็จเรียบร้อย โดยผู้นำศรัทธา นายแพทย์สุรจิต ทองสอดแสง ฝ่ายบอกบุญ และหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์แก้ว สูง 20 เมตรมา 5 ปีกว่า ท่านอาจารย์จรูญ สุริยวงศ์ ใช้ทุนทรัพย์ไปแล้ว 5 ล้านบาทเศษ นอกจากทำกตัญญูกตเวทิตาต่อพระพุทธองค์แล้ว ผู้ที่ได้มีส่วนร่วมสร้างพระมหา ธาตุเจดีย์แห่งนี้ กำลังจะทำการต่อยอดเสริมสร้างสถานที่นี้ ให้เป็นแหล่งอันอุดมด้วยเนื้อนาบุญบริสุทธิ์ อันเยี่ยมยอดยิ่งขึ้นไปอีก ถึงต้นธาตุต้นธรรมที่แท้จริง ให้ปรากฏประจักษ์ขึ้นบนโลก ของสุริยะจักรวาลนี้ อันจะก่อเกิดประโยชน์อันยิ่งยวด ให้แก่สรรพสัตว์ทั่วอนันต์จักรวาล

ที่จะเกิดมีลูกข่ายเซลลูลาร์สถานีรีเลย์พลังงาน คลื่นความถี่สูงออกไปด้วยแสงทิพย์ ของ พระบรมธรรมบิดา แพร่หลายไปโดยทั่วถึงทุกมิติ ในอนันต์จักรวาลอีกด้วย โดยท่านผู้นำการก่อสร้างทั้ง 2 ท่านได้พบ พระบรมธรรมบิดา ที่ดวงจิตของท่านแล้ว และมองเห็นโอกาสที่ชัดเจน ที่จะสร้างพระรูปและอัญเชิญ พระบรมธรรมบิดา ซึ่งเป็นแก้วแววสดใส ที่ท่านผู้นำบุญทั้งสองได้ไปร่วมกราบสักการะมา ที่บ้านคุณแม่เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ อย่างใกล้ชิดแทบพระพุทธบาท ที่เชียงใหม่ เมื่อวันงานไหว้ครูประจำปี เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2554 ที่ผ่านมา ขึ้นประดิษฐานไว้บนพระมหาธาตุเจดีย์ หันพระพักตร์ไปทางด้าน รอยพระพุทธบาท 4 รอย บนเขาฟากตรงข้าม

สถานีลูกข่ายเหล่านี้จะเปล่งประกายแสงทิพย์ ของ พระบรมธรรมบิดา และแสงแห่งพระฉัพพรรณรังสีของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ที่กลายเป็นแสงทิพย์ รวมกับแสงของ พระบรมธรรมบิดา ที่ต่างได้จากไกลพระองค์ไปแสนเนิ่นนาน ให้สรรพสัตว์ในทุกๆมิติทั่วอนันต์จักรวาลได้ชื่นชมยินดี และมีเครื่องนำทางคืนกลับสู่บ้านนิพพานโดยทั่วถึงกัน แสงสว่างอริยะมรรคอริยะผลที่บุคคลสำคัญทั้ง 2 ท่านที่ได้รับเป็นแม่งานก่อสร้างองค์พระมหาธาตุเจดีย์ หลังจากที่หลวงปู่ครูบาวงศ์ท่านได้พยากรณ์ไว้ในอดีต ครั้งที่เดินธุดงค์ผ่านมาพบเข้า ขอโมทนาบุญทั้งหมดกับท่านผู้นำภูเขาบุญอันแสนยิ่งใหญ่ตระการจิตทั้งสองท่านตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต สาธุ สาธุ สาธุ

ให้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ ซึ่งได้เสด็จมาครบแล้ว อย่างมหัศจรรย์ พระองค์แรกได้เสด็จมาก่อนหน้าการก่อสร้าง พระมหาธาตุเจดีย์ยังแท่นบูชาพระ บ้านคุณแม่ของท่านอาจารย์จรูญ สุริยวงศ์ หรือท่านพ่อครู ของชาวบ้านในอำเภอทุ่งหัวช้าง พร้อมมีองค์ สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา มาเป็นองค์ประธาน

ขอวกกลับมาที่งานบวงสรวง ที่บ้านคุณแม่เกษร คณะของเราจาก กทม.รวม 4 คนไปถึงบ้านคุณแม่เกษร เมื่อตอนเย็นวันที่ 31 ธ.ค. 2553 ต่อมาอีกวันก็มีคณะจากจังหวัดบุรีรัมย์ และสุพรรณบุรีอีก 3 ท่านติดตามมาสมทบ 2 คณะนี้จะคอยช่วยเหลืองานจัดสถานที่ให้กับคุณแม่เกษรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตลอดเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาคุณแม่เกษร ก็ได้ตระเตรียมสถานที่มาโดยตลอด เพื่อจัดเตรียมทุกๆอย่างให้สมพระเกียรติถวายบูชาแด่   พระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา และ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระอริยะเจ้า พร้อมทั้งพรหมเทวดาทั้งหมด เพื่อมารับเครื่องสักการะบูชาของบรรดาลูกๆของพระองค์ท่าน 

ก่อนที่บรรดาลูกๆบางท่านของคุณแม่ จะทะยอยกันมาก่อนวันงาน ในวันที่ 8 ม.ค. 2554 และต่อมามีอีกคณะจากจังหวัดอยุธยาตามขึ้นไป เพื่อช่วยงานดอกไม้ งานจัดเลี้ยงในครัว และช่วยงานประดับตกแต่งสถานที่ ตกตอนค่ำก็ร่วมกันสวดมนตร์ ฟังธรรมจากคุณแม่เกษร และฝึกมโมมยิทธิไปด้วย ในงานวันบวงสรวงมีลูกหลาน พระบรมธรรมบิดา มาร่วมงาน ที่บ้านคุณแม่เกษร ประมาณ 350 คน หลังจากสอบถามที่แผนกลงทะเบียน และทราบว่าหลายท่านก็ไม่ได้แวะมาที่โต๊ะลงทะเบียน จึงต้องประมาณเอา เนื่องจากช่องทางเข้าบริเวณพิธี มีหลายช่องทางนั่นเอง 

ผู้มาล่วงหน้าในงาน ก็มีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้ และได้สอบถามข้อสงสัยต่างๆจากคุณแม่เกษร ตามโอกาสต่างๆที่เปิดให้ รวมทั้งได้สนทนาธรรมกับญาติธรรม ทั้งพระสงฆ์ และฆราวาสที่มาร่วมในงาน ในวิถีแปลกๆ ที่ทราบเมื่อได้สนทนากับพระคุณท่าน พร้อมกับได้รับฟังประสพการณ์บางอย่าง ที่ท่านได้ปฏิบิติธรรมมานาน ถึง 30 ปีในบางรูป ซึ่งจะค่อยๆนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อยังประโยชน์บางประการให้เกิดขึ้นกับผู้อ่าน

ในตอนเช้าวันที่ 8 ม.ค. 2554 เวลา 8.00 น. ท่านมหารูปหนึ่ง ที่มาจากทางภาคใต้ ได้รับนิมนตร์ให้เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และลูกๆที่มาร่วมงานทั้งหมดร่วมกันสวดบทสดุดีเทอดพระเกียรติคุณของ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา พระคุณเจ้ารูปนี้บวชมานาน 30 ปี ท่านจะมีประสพการณ์ทางสมาธิมากทีเดียว และมีภารกิจในการแผ่ส่วนกุศลในสถานที่ต่างๆ ที่เบื้องบนสั่งการมาที่ท่าน ตามที่ได้รับทราบเรื่องต่างๆจากท่านในช่วงระยะเวลา 2 วันที่ได้พบปะสนทนา

บทสวดสรภัญญะ

 

ลูกๆสวดพร้อมกันในงานไหว้ครูพระบรมธรรมบิดา

บทกวีทิพย์จากนิพพาน :: แสงทิพย์อริยธรรมเปิดสามโลก…..

 

นะโมตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

นะโมตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

นะโมตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

 

๐ โอม...”พระบรมธรรมบิดา”สาธุสะ    ขอไหว้”พระพุทธัง”สิ้นทั้งหลาย

ลูกเดินทางจิตใจตั้งทั้งหญิงชาย    เพราะมั่นหมาย”ไหว้”ชื่นชม”บรมครู-

รัตนตรัย-บิดามารดา-ครูอาจารย์”    พระคุณท่านแสนยิ่งใหญ่วิไลหรู

1 “ขอบวชจิตบวชใจ”บูชาครู    ให้”สามโลกรับรู้”ข้าฯครูมี

“ถือศีลห้าตลอดชีวิต”ในจิตลูก   “ ศีล”พันผูกอยู่กับ”ใจ”วิไลศรี

เป็น”เบญจศีลเบญจธรรม”ข้อเดียวเกี่ยวชีวี   ประเสริฐศรี”บริสุทธิ์”ถึง”พุท โธ”!!!

 

2 หวัง”เพิ่มบารมีสิบทัศ”ตัด”กิเลส”    สมุจเฉท”สังโยชน์”หักให้อักโข

เพื่อ”หลุดพ้น”โดยบุญญฤทธิ์ด้วย”จิตโพธิ์ “   “พระธัมโม”ส่องสว่างกระจ่างใจ

3 ด้วย”กตัญญูกตเวที”มีต่อพ่อ    ผู้เกิดก่อ”ดวงจิต”พิสมัย

“จิตดวงใหญ่แตกเป็นเล็ก”ดวงเด็กไทย    “เล็กแต่ใหญ่”ด้วย”เมตตา”สถาพร

4 “พ่อประทานแสงทิพย์จากนิพพาน    รับลูกหลานกลับบ้าน”ท่านสั่งสอน

“ขอบพระคุณพระบิดา”จิตอาทร    ทุกขั้นตอนลูกรำลึกนึกถึงคุณ!!!

 

5 “ขอบพระคุณแสงทิพย์นิพพานัง”    ยืน-นอน-นั่ง-เดินเอื้อเฟื้อตามเกื้อหนุน

หลับหรือตื่น-ลูกรับได้เต็มใบบุญ    แสนอบอุ่น”อาบแสงทิพย์ฯจากนิพพาน”

 6 ช่วย”ตัดกิเลสเร็วไวทันใจยิ่ง”    ลูกชายหญิง”พ้นทุกข์พบศุขศานติ์”

เมื่อชีพวายตายลับ”กลับนิพพาน”    ชาตินี้ผ่าน”ไม่เกิดก่ออีกต่อไป”!!!

7 ลูก”ขอขมาลาโทษ”ที่โฉดชั่ว    “ไม่รู้ตัว”จิตเบลอ”พลั้งเผลอไผล”

ที่ลูกผิด”คิด-พูด-ทำ”พ่อช้ำใจ    “ขออภัยอโหสิกรรม”ที่ทำมา

 

8 ๐ “ขอมอบกายถวายชีวิต”จนปลิดปลด    “เพื่อแทนทดคุณพ่อ”รักลูกหนักหนา

“พระพุทธเจ้า-พระโพธิสัตว์”เป็นอัตรา    ที่”เมตตาปิดอบาย”ให้ตายดี!!!

 

9 “ขอถวายขันธ์ห้า-กายา-จิต”     พร้อม”อธิษฐานคุณบุญราศรี”

10 “ขอฝากจิตในอุทรบิดร”นี้    “ทำหน้าที่สำคัญทุกวันคืน”!!!

11 “รับแสงทิพย์ฯ-ถ่ายทอดไปไม่สิ้นสุด”     “สวรรค์-มนุษย์-พรหม”ร่มเย็นไม่เป็นอื่น

“จนลูกตายกลับบ้าน-นิพพาน”คืน-    กลับถิ่นชื่น”บรมสุขสิ้นทุกข์ทน”!!!

 

12 “ขอพุทธาภิเษก”เป็นเอกสิทธิ์    พร้อม”บุญญฤทธิ์”เอกอุเปี่ยมกุศล

ทั้งหนังสือและวัตถุมงคล     แสงทิพย์ล้นเต็มพลัง”สมดังจินตน์

13 ทั้ง”ขอเสกจิตวิญญาณลูกทั้งหมด     จิตปรากฏสดใส”ดังหวังถวิล

บริสุทธิ์ดุจจันทราไร้ราคิน    “เคราะห์หมดสิ้น”สะเดาะทิ้งทั้งหญิงชาย!!!

14 “ลูกทุกคนขอพ้นภัยในวัฏฏะ”     “ขอพรพระ”สุดประเสริฐงามเฉิดฉาย

“ลูกจะปฏิบัติบูชา”กว่าจะตาย    “แสงทิพย์ฯฉาย+พระเจ็ดองค์”อลงกรณ์

15 “ลูกขอฝากบุญกุศล”ทุกหนแห่ง    “เมตตาแรง”ภิญโญสโมสร

“ไปกับแสงทิพย์ฯบิดา”สถาพร    “ผีเร่ร่อน”แสนทุกโขได้”โมทนา”!!!

“ทั้งสรรพสัตว์-สรรพวิญญาณ”ผ่าน”สามโลก”    ช่วย”ดับโศก”สารพัดตัดปัญหา

“ให้พ้นจากแดนอบาย”-ภัยนานา    “ดับทุกขา”....”ขอพรพ่อ”ไม่ท้อใจ....

 

16 ๐ พรของพ่อ”ขอให้ลูกรู้ถูกผิด”     แล้ว”ทำจิตให้เหมือนแก้ว”เปล่งแววใส!!!

มี”พ่อ-พระ-และนิพพาน”ตระการใจ    ส่ง”แสงทิพย์ฯ”ออกไปไม่ประมาณ!!!!

เพื่อช่วยเหลือ”สรรพวิญญาณ์-นานาสัตว์    ทุกข์ขจัดกว้างไกลแผ่ไพศาล

พาพี่น้องผองรับกลับนิพพาน     คืนกลับบ้านเดิมแท้”พ่อแม่เรา!!!

“ขอให้ลูกอยู่ดีมากมีสุข    นิราศทุกข์ถึงนิโรธ”ดับโฉดเขลา

“กลับนิพพานในชาตินี้”พี่น้องเรา    “หน้าที่เจ้า....ทำต่อไป”ให้ธรรมทาน”!!!

“งานแสงทิพย์ยิ่งใหญ่ในสามโลก     ช่วยดับโศกเวทนามหาศาล

อานิสงส์ไม่มีที่ประมาณ     เจ้าทำงานให้พ่อ.....สู้ต่อไป”!!!

“ช่วยกันทำหน้าที่ดีที่สุด    ด้วยจิตพุทธ-แสงทิพย์ล้อมพร้อมไสว

เปิดสามโลกสุดขอบเขตประเทศไทย    ขอความสวัสดีมีชัยให้ลูก”เทอญฯ......

 

ประพันธ์โดย ชัย แสงทิพย์

 

 

การได้ไปล่วงหน้าก่อนงานบวงสรวง พระบรมธรรมบิดา ก็มีผลดีหลายอย่างทีเดียว เช่นได้มีโอกาสช่วยคุณแม่เกษรจัดเตรียมสถานที่ และอัญเชิญพระรูปของสมเด็จพระบรมธรรมบิดา ลงมาจากห้องพระใหญ่ ได้อัญเชิญสมเด็จองค์ปฐม ที่ประดับเพชรแวววาวลงมาที่โต๊ะบูชาที่ประรำพิธี และงานอื่นๆทั่วบ้าน มีโอกาสได้สนทนาธรรมกับ ลูกๆของ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา เมื่อเย็นวันที่ 6 ม.ค. 2554 รศ.ศุภางค์ เทียนนิมิตร ได้แวะมาเยี่ยมคุณแม่เกษร ก็ได้พูดคุยกันถึงข่าวที่ ทราบว่าอาจารย์ศุภางค์ ได้ไปร่วมงานบวงสรวงที่ สุราษฏร์ธานี เมื่อปี 2552 นั้น ที่บ้านท่านผู้กำกับ และได้อยู่ต่ออีก 3 สัปดาห์ภายหลังงานบวงสรวงเสร็จแล้ว เพื่อติวเข้มในเรื่องต่างๆ ที่พระท่านส่งญาณมาผ่านน้องสา ลูกสาวของท่านผู้กำกับ อาจารย์ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้า ได้มาเน้นลูกหลานบางส่วนที่ร่วมฟังกันไม่กี่คนว่า ให้บรรดาลูกๆพระบรมธรรมบิดาได้หมั่นโมทนาบุญของพระพุทธเจ้า

 

ปริศนาธรรมที่อาจารย์ศุภางค์ได้มา เมื่อได้ฟังแล้วข้าพเจ้าก็นำมาใคร่ครวญต่อในรายละเอียด และ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ยังได้ส่งข่าวมาล่วงหน้าให้นัดหมายลูกๆบางคนประมาณ 5 คน ให้มาพบพระองค์ท่าน แต่ก่อนหน้ากำหนดนัดที่พระองค์ท่านจะเสด็จมาพบลูกๆเหล่านี้ ท่านบอกว่าจะให้ลูกคนโตองค์แรกมาพบญาติโยมก่อน เพื่อเตรียมการทุกอย่างให้พร้อม รวมถึงกายเนื้อของลูกๆที่จะได้พบกับพระองค์ท่านทุกคน มิฉะนั้นหากได้พบฟังธรรมจากพระองค์ท่านแล้ว จะพากันกายแตกตายกันหมด ท่านจึงส่ง สมเด็จองค์ปฐมลงมาล่วงหน้า เพื่อเตรียมการให้แก่ลูกๆที่นัดเอาไว้ สมเด็จฯท่านลงมาทำน้ำพระพุทธมนตร์ และทำการเจิมหน้าให้แก่ลูกหลานทุกคน และเตรียมการอื่นๆเอาไว้เสร็จเรียบร้อย ถึงวันนัดหมาย

 

สมเด็จพระบรมธรรมบิดา  ก็เสด็จมาพบเหล่าลูกๆที่มากันพร้อมหน้า อาจารย์ศุภางค์สรุปประเด็นธรรมสำคัญ ที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังจากที่ไหนมาก่อนในชีวิตข้าพเจ้า และอาจารย์ประณีตที่ร่วมวงสนทนาอยู่ด้วย ได้ฟังครั้งแรกก็ออกจะแปลกใจ และยังไม่ทะลุ ด้วยยังติดความรู้เก่าๆที่ได้ทราบมาและด้วยความเคารพพระองค์ท่าน ทำให้เราไม่กล้าที่จะคิดอย่างที่พระองค์ท่านตรัสให้ลูกๆทราบ โดยพระองค์ พระบรมธรรมบิดาทรงตรัสว่า ลูกๆสามารถนึกให้พ่อเป็นอะไรก็ได้พ่อเป็นได้ทุกอย่างลูก แม้แต่เป็นสัตว์ทุกชนิด พ่อเป็นให้ลูกได้ทุกอย่าง  ลูกได้ฟังดังนั้นปากไม่ถามต่อก็จริง แต่ในใจยังไม่ยอมรับทั้งหมด ท่านคงทราบจิตของลูก ผู้กำลังตั้งใจฟังอยู่

 

 ปรากฏว่าอาจารย์ศุภางค์พูดขึ้นใหม่ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 เมื่อได้ฟังก็รับเอา แต่ภายในจิตยังไม่ยอมรับความเป็นไปได้ทั้งหมด ด้วยยังยึดติดอยู่ในกรอบความรู้เดิมๆ ซึ่งค้านกับคำสั่งสอนแบบนี้ของพระองค์ท่านและ รศ.ศุภางค์ก็พูดทิ้งเอาไว้อย่างนั้น ไม่ขยายความใดๆ จบการสนทนาในวันนั้น นอนผ่านไป 1 คืน รุ่งขึ้นได้ทานข้าวเช้าในสวนของคุณแม่เกษร พร้อมๆกับท่านอาจารย์ประณีต นักร้องสอนธรรมผ่านเสียงเพลงเสียงหวานทีเดียว ท่านเป็นอาจารย์สอนด้านศีลธรรม ท่านบอกว่าเด็กสมัยนี้ชอบฟังธรรมเช่นนี้ ท่านจึงหัดร้องมากมายหลายเพลงเป็นร้อยเพลงทีเดียว หลายๆท่านคงจะเคยได้ฟังมาแล้ว ท่านมีลูกศิษย์มากทีเดียว เพิ่งได้มาร่วมงานบวงสรวงบินเดี่ยวเป็นครั้งแรกในชีวิต จากการชี้แนะของท่านอาจารย์ชัย ก็เขาต้องการเดินคนละทางแล้วเราจะห่วงอะไรเขา อาจารย์ชัย ใส่ข้อคิดแบบนั้น อาจารย์ประณีต เลยคิดได้  ไปก็ไป คนเดียวก็ไปได้ซิน่า โดยปรกติท่านต้องไปไหนๆกับคู่ของท่าน คราวนี้ตัดใจมาเดี่ยว ในเมื่ออีกคนมีคติกันคนละอย่าง ยังไม่ต้องการกลับไปพระนิพพาน

 

ก็ได้พูดคุยกับอาจารย์ประณีต ถึงเรื่องราว ที่ได้ฟังปริศนาธรรมจากองค์สมเด็จฯที่ท่านฝากมากับท่านอาจารย์ศุภางค์ เทียนนิมิตร  เมื่อเย็นวานนั้น ว่าสิ่งที่พระองค์ต้องการให้ลูกๆทราบชัดเจน และควรจะปฏิบัติตนอย่างไรนั้นมันหมายถึงลูกๆควรทำอย่างไรบ้าง

  • ประการแรกการโมทนาบุญของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ จะมีผลอย่างไรแก่ผู้น้อมจิตโมทนาด้วยศรัทธาแท้ ไม่ต่างจากผู้ที่เคยได้รับการชาร์ตแบตเตอรี่จากอาจารย์ชัยแสงทิพย์ที่ได้ชาร์ตให้แก่หลายๆท่านมาแล้ว ซึ่งท่านอาจารย์ชัย ได้  เรียนมาจากหลวงปู่จากจังหวัดนนทบุรี เป็นหลักการของมหาสติปัฏฐานสูตร ทุกๆอย่างจะเป็นพลังงานคลื่นความถี่ต่างๆ ซึ่งพลังบุญกุศลต่างๆของพระพุทธเจ้าอยู่ในคลื่นความถี่สูงมาก เป็นพลังบวก                                                            หากผู้ต้องการรับเอาคลื่นเหล่านี้เข้าสู่จิตของตนเองซึ่งสามารถรับ และเก็บพลังงานเอาไว้ได้มากมาย เทียบไม่ได้กับความจุของฮาร์ดดิสของ เครื่องซีพียู ของระบบคอมพิวเตอร์ จิตมีความจุมากกว่ามากนัก เมื่อเรารู้วิธีการเปิดจิต หรือซีพียูประจำจิตของเรารับพลังงานบุญกุศลของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ที่ได้สะสมมาก่อนตรัสรู้นั้นมากมายมหาศาลในแต่ละพระองค์ และท่านผู้รู้ยังได้ยืนยันเอาไว้ว่าผู้โมทนาจะได้รับพลังงานบุญนั้น ถึง 80-90 % อีกด้วย ลองไปค้นประเด็นนี้ในเว็บบอร์ดของหลวงปู่ดู่ของวัดถ้ำเมืองนะ ท่านอาจจะพบคำยืนยันนั้น และท่านจะสามารถสัมผัสได้เองที่สภาวะจิตของท่าน ว่ามีพลังงานบวกเพิ่มมากขึ้นเพียงใด ส่วนความแยบคายในการรับพลังบุญกุศลจากพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ และบุญบารมีของ พระบรมธรรมบิดาเจ้า
  • ทีนี้การน้อมรับพลังบุญกุศลของพระพุทธเจ้าซึ่งทุกๆพระองค์ได้เสด็จปรินิพพานไปนานแล้ว แต่ทุกๆพระองค์ไม่ได้นำพลังงานส่วนนี้ของพระองค์ท่าน ติดไปที่พระนิพพาน ซึ่งเป็นจิตหนึ่งที่วางอุเบกขาจากบุญบาปทั้งปวง มีความสมดุลเป็นกลาง เป็นจิตบริสุทธิ์ ละวางจากกิเลสทุกๆอย่างทั้งดีและชั่ว บวกหรือลบ ก็ตาม ท่านอาจจะสังเกตได้ว่าผู้ที่บรรลุธรรมแล้ว ท่านจะไม่มีเจตนาในเรื่องใดๆอีก เนื่องจากเจตนานั้นเป็นกรรม ท่านไม่สร้างกรรมใหม่อันใด แต่หากเราเปิดปากถามปัญญหา ท่านก็จะตอบเพราะเราเป็นผู้ถามสร้างเหตุไปกระทบจิตเดิมแท้ของท่าน คำตอบที่หเมาะสม ก็จะหลั่งไหลออกมาจากจิตเดิมแท้โดยตรง ไม่ผ่านออกมาจากความคิดในสมอง สัญญาทางโลกของท่านที่บรรลุธรรมได้ถูกลบออกไปหมดสิ้นแล้ว แต่จิตจะมีความว่างอย่างยิ่งและว่องไวตอบได้ทุกๆคำถาม ในภาคของโลกุตระ ซึ่งไมใช้เครื่องมือต่างๆของภาคโลกียะคือความคิดจำจากสมองนั่นเอง
  • ปริศนาธรรมข้างต้นในการน้อมจิตโมทนาบุญของพระพุทธเจ้า ช่วยอะไรแก่ผู้โมทนา ขอยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมให้เข้าใจง่ายว่า ท่านได้เตรียมจรวดสำหรับนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร ยังมีเชื้อเพลิงเหลวอยู่เพียง 10 % แน่นอนจรวดของท่านยังไม่พร้อมจะส่งขึ้นสู่อวกาศ เชื้อเพลิงจรวดที่ยังขาดอยู่อีก 90 % ท่านจะเอาจากที่ไหนมาเติมเต็ม ในส่วนของเชื้อเพลิงที่ยังขาดอยู่ สามารถเติมเต็มได้อย่างรวดเร็วจากการเติมบูญบารมีจากพระพุทธเจ้า ที่เราเปิดจิตน้อมโมทนา และพระองค์ท่านย้ำให้เติมบ่อยๆ ในประเด็นนี้คุณแม่เกษรใช้กุศโลบายให้ลูกๆฝากจิตตนเองเอาไว้ในพระอุทรของพระบรมธรรมบิดา เพื่อน้อมโมทนาบุญของพระองค์ท่านได้ตลอดเวลา พร้อมกับป้องกันอกุศลต่างๆเข้ามาในจิตด้วยพร้อมกันทีเดียว ได้สองเด้ง และในขณะเดียวกันก็ถ่ายเทออกโดยการแผ่เมตตาช่วยบรรดาสรรพสัตว์ทั่วทั้ง 3 โลกไปกับแสงทิพย์ของพระองค์ท่าน นำไปช่วยลูกๆของพระองค์ท่านในทุกๆมิติ นับแต่นรกขึ้นมาถึงพรหมโลกที่ยังไม่เห็นแสงทิพย์ของพระองค์ท่านยังหลงทางกลับบ้านเดิมไม่ถูก หลายๆท่านก็อาจมีคำถามในเรื่องแผ่เมตตผ่านจิตของแต่ละคนว่า ก็ในเมื่อ พระบรมธรรมบิดา                  ทรงมีพระมหาเมตตาแผ่แสงทิพย์ออกไปทุกหนแห่งอยู่ตลอดเวลาแล้ว เหตุใดบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายมองไม่เห็นหรือ ไม่สามารถสัมผัสพลังงานคลื่นความถี่สูงเหล่านั้นได้เล่า ทำไมต้องมาผ่านจิตของแต่ละคนที่ได้ฝากจิตเอาไว้กับพระองค์ท่านหรือผู้ที่รู้จัก พระบรมธรรมบิดา แล้ว  คุณแม่เฉลยเรื่องนี้น่าฟัง ว่าราษฎรที่อยู่ห่างไกลพ่อหลวงไม่สามารถเข้าถึงพระองค์ท่าน เพื่อขอรับความช่วยเหลือที่ต้องการได้ พระองค์ท่านจึงโปรดให้ท่านองค์มนตรี หรือผู้แทนพระองค์นำสิ่งของที่พระองค์ได้จัดเตรียมเอาไว้ ออกไปพระราชทานให้ ถึงที่นั่นเอง เขาเหล่านั้นก็จะได้รับความช่วยเหลือ ส่วนท่านที่มองเห็นพรหมเทวดามาห้อมล้อมเฝ้าพระพุทธเจ้าแต่ละคราว ผู้มีบารมีน้อยแม้มาเฝ้าในวาระแรกก็ต้องถอยห่างจากพระพุทธองค์ออกไปอยู่ห่างไกลตามกำลังบุญบารมีที่มีอยู่น้อยนั่นเอง  หรือลองมาดูซักอีกตัวอย่าง เราทุกคนที่ต้องการไปพระนิพพานบ้านเก่า ต้องมานะพยายามก่อสร้างสะพานผ่านหุบเหวมรณะที่กว้างไกลให้สำเร็จ จะได้ใช้เดินข้ามไปฝั่งพระนิพพาน ที่คนโบราณได้กล่าวเอาไว้เสมอ แต่เราอาจฟังแล้วไม่เข้าใจ การสร้างสะพานคนเดียวฝ่าหุบเหวมรณะ หากพลาดพลั้งตกลงไปก็วายปราณหรือทำพลาดตกนรกไปนั่นไง กว่าจะกลับมาแต่ละคราวมันต้องไต่หน้าผาของหุบเหวลึกขึ้นมาแต่ละคราวมันแสนยาก ไม่มีที่ยึดจับกว่าจะตะเกียกตะกายขึ้นมาบนปากเหวได้สำเร็จ
  • ทีนี้ทางลัดที่สมเด็จพระบรมธรรมบิดามาเปิดเผยวิชาอภิญญาใหญ่ ที่หลวงพ่อพระราชพรหมยานบอกลูกหลานเอาไว้ล่วงหน้า 20 ปี ลูกก็ไดฟังและได้ประสบเมื่อปลาย พ.ศ. 2547 ที่คุณแม่เกษรเริ่มเปิดเว็บไซท์ในภาคภาษาไทย เข้าไปพบโดยมีบางท่านที่มองไม่เห็นตัวพาไป เมื่อเราได้ทราบทางลัด ในการสร้างสะพาน เราก็นำเอาบุญของพระพุทธเจ้าที่เราหมั่นโมทนามาต่อเติมสะพาน ให้ข้ามถึงฟากฝั่งพระนิพพานได้รวดเร็วขึ้น ไม่เสี่ยงชีวิตและไม่หนักแรง

วัดสันป่ายางหลวงที่งามวิจิตตระการตา

(ขอแทรกตรงนี้สักนิดจากประสพการณ์ที่ทุกคนได้รับในงานบวงสรวงซึ่ง สมเด็จพระบรมธรรมบิดาได้เสด็จมาตักเตือนสั่งสอนลูกๆในงาน และที่ได้รับชมทั่วโลกผ่านการถ่ายทอดทางอินเทอร์เน็ตแล้วนั้น คณะของเรามีท่าน นายแพทย์ สุรจิต ทองสอดแสง ท่านมีคณะญาติโยมอีก 2 รถตู้ที่เดินทางจาก กทม. มาถึงบ้านคุณแม่เกษรตอนเช้าวันที่ 8 คันหนึ่งร่วมงานเสร็จแล้วขอเดินทางกลับ อีกคันหนึ่งต้องการไปไหว้พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ที่อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน

  • ก่อนเดินทางกลับ กทม.  ที่เมื่อวันที่ 3 ม.ค. คุณหมอสุรจิต ทองสอดแสง ได้ไปมาครั้งหนึ่งแล้ว คณะนี้ขอเปลี่ยนกำหนดการเดิม ที่จะพักค้างคืนที่บ้านคุณแม่เกษร ขอไปพักค้างที่สถานปฏิบัติธรรมของพ่อครูจรูญ สุริยวงศ์ แทน ซึ่งในคราวก่อนที่นายแพทย์สุรจิต ขออนุญาตคุณแม่ไปนั้น คุณแม่และอาจารย์ชัย ได้ฝากปัจจัย ไปร่วมสร้างพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว  ด้วย ซึ่งพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้วแห่งนี้ สร้างทับลงบนจุดสำคัญของเนินป่าไม่สูงนักในหมู่บ้านจริญญา ต.ทุ่งหัวช้าง อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน ได้ข่าวว่าต่อไปอำเภอนี้จะเป็นที่ตั้งเมืองหลวงใหม่ของประเทศไทย  ลูกขอน้อมโมทนาบุญกับคุณแม่เกษร และอาจารย์ชัย และทุกๆคนด้วยที่มีส่วนร่วมสร้างพระมหาเจดีย์สำคัญ ในประเด็นสำคัญก็คือลูกๆเหล่านี้ได้ฟังทางลัดกลับบ้านพระนิพพาน จาก สมเด็จพระบรมธรรมบิดา มาไม่นาน คณะเราก็ไปแวะร่วมงานพิธีสืบชะตาของพระครูบาอินทร ท่านเจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง ได้ไปร่วมทำวัตรสวดมนตร์เย็นและปฏิบัติสมมาธิประมาณ 2 ชั่วโมง สมาชิกที่ร่วมเดินทางชักทนไม่ไหวและก็ต่างหิวข้าวขึ้นมา จึงขอแยกกลับออกมาก่อน ระหว่างพักเบรครับประทานน้ำปานะ ไปทานข้าวร้านในเมืองลำพูน ที่ยังไม่ปิดแล้วเดินทางต่อไปยังทุ่งหัวช้าง สิ่งแตกต่างกับการปฏิบัติในรูปแบบเดิม ทำวัตรสวดมนตร์นั่งสมาธิเป็นชั่วโมงๆแล้วจึงแผ่ส่วนกุศลตามรูปแบบเดิมๆ ซึ่งจะไม่กล่าวถึงทุกท่านก็คงทราบกันอยู่ดีแล้ว สิ่งที่ทุกคนได้พบเห็นความแตกต่างรวดเร็วของอภิญญาใหญ่ ที่ พระบรมธรรมบิดา นำมาให้นั้น แตกต่างจนไม่สามารถเทียบกันได้ ซึ่งพระองค์ท่านมีพระประสงค์ที่จะสอนให้ลูกๆได้ตระหนักว่า ทางไหนเล่าที่ลูกๆควรจะเลือกเอา พระองค์ท่านให้เราใช้ปัญญาเอาเอง และให้เห็นสดๆเปรียบเทียบกันเนื่องจากทุกคนเพิ่งผ่านพ้นพิธีบวงสรวงมาใหม่ๆ จะเห็นความแตกต่างหนักแน่นและประสิทธิภาพได้อย่างชัดเจน มิใช่ว่าการปฏิบัติธรรมแบบเดิมไม่ดี มันดีแต่แตกต่างกันที่ใช้ระยะเวลา ว่าเมื่อใดเล่าที่จะบรรลุเป้าหมาย ในขณะที่พิบัติภัยใกล้ตัวเต็มทน)
  • ทีนี้มาต่อในประเด็นโมทนาบุญของพระพุทธเจ้าบ่อยๆ บ่อยๆนะ ลองหวนคิดให้ดี ผู้ที่ได้รับการติดตั้งเสาอากาศจากอาจารย์ชัย อาจใช้เป็นประสพการณ์ที่ดี นำมาต่อยอดในประเด็นที่เพิ่งกล่าวถึงนี้ การสร้างสถานีลูกข่ายเป็นเซลลูล่าร์ อาจารย์ชัยได้เน้นให้ทราบกันแล้ว ว่าเราอุทิศสังขารร่างกายให้ สมเด็จพ่อพระบรมธรรมบิดา พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ได้ทรงใช้งาน ที่ต้องพระประสงค์ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะหลับหรือตื่น  นั่นก็คือเราสามารถตั้งโปรแกรมจิตของเรา หรือสั่งกายทิพย์ของทุกคน หรือสั่งไมโครชิพ ที่ด้านหลังท้ายทอย ซึ่งไม่มีวันนอนหลับพักผ่อน มันทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา ก็มันเป็นพลังงานคลื่นความถี่ ให้เปิดรับการโมทนาบุญได้ตลอดเวลาไร้ซึ่งมิติกาลเวลา พร้อมกับแผ่พลังงานบุญกุศลออกไปทั่วทุกมิติ ด้วยแสงทิพย์ช่วยสงเคราะห์บรรดาลูกๆของพระบรมธรรมบิดา ที่ยังไม่ได้รับแสงทิพย์ นั่นจึงเป็นที่มาของปริศนาธรรมของพระบรมธรรมบิดา ที่ทรงมีนัดหมายพิเศษกับ บรรดาลูก 5 คนรวมทั้ง รศ.ศุภางค์ ที่ได้นำมาเล่าให้ข้าพเจ้าและอาจารย์ประณีต ฟัง เมื่อตอนบ่าย วันที่ 6 ม.ค. 2554 ที่ลานธรรมบ้านคุณแม่เกษร นั่นเอง ว่าลูกๆสามารถนึกให้พ่อเป็นได้ทุกอย่างแม้แต่กบเขียดหรือสัตว์ชนิดใดก็ตาม คือ ANY THINGS พ่อเป็นให้ลูกๆได้ทั้งหมด แม้แต่ในแสงไฟนรกอันร้อนแรง  พระองค์ท่านหมายถึง ให้เราใช้ปัญญา ตั้งใจนึกเอาพลังงานแสงทิพย์ของพระองค์ท่านไปติดตั้งเป็นสถานีลูกข่ายได้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าสิ่งใดบนโลก และทั่วอนันต์จักรวาล ตั้งแต่มิตินรกขึ้นไปถึงพรหมโลก เพื่อการอันใดเล่า ก็เนื่องด้วยพระมหาเมตตาและกรุณา ได้ทรงเสด็จลงมาติวเข้มให้ รศ.ศุภางค์ ซึ่งเป็นแม่ข่ายเผยแพร่แสงทิพย์ที่สำคัญคนหนึ่งได้ทราบนั่นเอง....ขอโมทนาสาธุในกุญแจดอกสำคัญนี้อย่างยิ่ง

 

พูดถึงการติดตั้งสถานีลูกข่ายเซลลูลาร์ ให้ถ้วนทั่วทั้งอนันต์จักรวาลนั้น เป็นการกระทำด้วยความกตัญญู ต่อพระคุณของพ่อ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา  เป็นการใช้หนี้พระคุณของพระองค์ท่าน ที่ได้เปิดเผยวิชาอภิญญาใหญ่มาช่วยลูกๆของพระองค์ท่าน ตัวอย่างเช่นหลวงปู่ใหญ่มหาโมคคัลลานะ ได้เสด็จไปสอนชาวดาวอังคารเป็นครั้งคราว  แต่ชาวดาวอังคารบอกว่า พวกเขายังไม่ขอไปพระนิพพาน ถามว่าทำไม? ก็ที่นั่นเขาสุขสบาย ใช้พลังงานจากพีระมิด ช่วยอำนวยความสะดวกในหลายๆประการในชีวิตประจำ มีเทคโนโลยี่เจริญก้าวหน้ากว่าโลกนี้หลายร้อยเท่า และมีการพัฒนาจิตใจรักษากรรมบท 10 กันอย่างเคร่งครัด และยังมีอายุยืนหลายหมื่นปีอีกด้วย

 

ดังนั้นลูกๆของ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ในกลุ่มนี้ หากได้พบแสงทิพย์ได้รับพลังงานบริสุทธิ์บ่อยๆย่อมจะเกิดปัญญา หวนคืนกลับบ้านพระนิพพาน ซึ่งเป็นความประสงค์ของพ่อ พระบรมธรรมบิดา ที่ประสงค์ให้แสงทิพย์ของพระองค์ท่าน แพร่หลายไปในที่ต่างๆอย่างทั่วถึง ผ่านการติดตั้งสถานีลูกข่ายจากลูกๆมนุษย์ ที่ทราบเหตุผลและหลักการดีแล้ว และตั้งใจช่วยงานของพ่อให้สำเร็จลุล่วงได้รวดเร็วทันกาลยิ่งขึ้น ด้วยอภิญญาจิต ตามที่ได้กล่าวถึงเหตุผลเอาไว้ข้างต้น การติดตั้งสถานีลูกข่ายในที่ต่างๆย่อมมีอายุขัยไม่เท่ากัน บางที่ก็อยู่ได้ยาวนาน บางที่ก็มีอายุสั้น จึงแตกต่างกันไปตามกฏเกณฑ์ของโลกนั้นๆซึ่งเป็นอนิจจัง

 

(โหมดตัวหนังสือสีแดงข้างบนนี้ พระองค์ท่านเปลี่ยนให้เอง ข้าพเจ้าเพียงพิมพ์ที่พระองค์ท่านต้องการชี้แจงลูกๆของพระองค์ท่าน ข้าพเจ้าไม่ได้เปลี่ยนโหมดสีตัวอักษรแต่อย่างใด ซึ่งพระองค์จะทรงเน้นข้อความสำคัญให้แก่ลูกๆกระมัง)

 

  คณะพวกเราผู้แสวงบุญก็ได้มาถึง สถานปฏิบัติธรรมของพ่อครูจรูญ สุริยวงศ์ เมื่อตอน 4 ทุ่มในคืนวันที่ 8 ม.ค. 2554 พร้อมกับมีสายฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย ท่ามกลางอุณหภูมิ 20 องศาเซ็นเซียส ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล ใกล้ 600 เมตร ทำให้ความตั้งใจของบางคน ที่ต้องการไปกราบพระมหาธาตุเจดีย์ในคืนนั้นต้องงดไป พากันเตรียมตัวไหว้พระและหาที่หลับนอนพักผ่อน เอาไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันใหม่

 

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share

 

next..