สิ่งแวดล้อมโลกและจักรวาลแปรปรวน

Crop circle ที่เพิ่งปรากฏที่อินโดนีเซีย เมื่อ 11 ม.ค. 2554

http://ainews1.com/article521.html

Bookmark and Share

มนุษย์โลกที่ให้เวลากับตนเอง คอยสดับตรับฟังข่าวอัฟเดท ในเรื่องสิ่งแวดล้อมโลก กำลังแปรปรวนอย่างหนักข้อขึ้นทุกวัน เมื่อได้ยินได้ฟัง แล้วต้องสืบสาวหาต้นเหตุด้วย จึงจะตระหนักชัดเจนขึ้นว่า โลกกำลังเป็นอะไรในปัจจุบัน และจะสามารถต่อโยงเส้นกราฟอนาคตต่อไปได้ว่า แล้วดีกรีความแปรปรวนจะเป็นอย่างไรต่อไป หรือจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน

แล้วชีวิตผู้คนสัตว์ จะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง หรือเตือนให้เราทราบว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ที่ร้ายแรงที่สุดอาจถึงแก่ชีวิตก็ตาม จะได้เตรียมจิตใจให้เหมาะสม ก่อนที่จิตจะแยกจากร่างกายนี้ไป แล้วเราสามมารถเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าได้ว่า เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดเก่าแล้ว เราจะไปใช้ชุดไหน หรือหลังความตายชาตินี้เราจะไปมิติไหนต่อ ต้องเริ่มคิดให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่มีดีกรีความโหดร้ายเพิ่มขึ้นโดยลำดับ

หากเป็นคนช่างสังเกต จะสังเกตได้ว่าเกิดแผ่นดินไหวในขนาดต่างๆทั่วโลกถี่ขึ้น ภูเขาไฟเริ่มระเบิดถี่มากขึ้น บนเกาะไอซ์แลนด์ สร้างความเสียหายไปหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เที่ยวบินหลายหมื่นเที่ยวต้องหยุดบิน ในอินโดนีเซียมีทั้งภูเขาไฟระเบิด และแผ่นดินไหว และสึนามิ ในฟิลิบปินส์ก็เกิดน้ำท่วมไม่น้อยหน้าประเทศไทย เป็นเกาะแท้ๆ แต่ชุมนุมชนทั่วโลกจะอยู่ในพื้นราบริมน้ำเป็นส่วนใหญ

เมื่อโลกร้อนขึ้นในชั้นบรรยากาศ จะมีปริมาณน้ำที่เก็บไว้มากผิดปรกติ เวลาเกิดฝนตกแต่ละคราว จึงตกมากกว่าปรกติ 2-3 เท่า ทางระบายน้ำธรรมชาติระบายลงทะเลไม่ทัน มันผิดธรรมชาติที่เคยเป็นมาเป็นร้อยๆปี ประเทศไทยยังประสบปัญหาดังกล่าวไม่มากนัก นอกจากสึนามิที่ทางภาคใต้เมื่อ ปลายปี 2547 และน้ำท่วม 30 กว่าจังหวัดทั้งในพื้นที่ราบสูง และที่ราบภาคกลาง พี่น้องในพื้นที่เหล่านั้นได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส

ใครที่ยังไม่เคยถูกน้ำท่วมบ้าน แทบหนีเอาตัวรอดแทบไม่ทันยังไม่รู้รสชาติ ปลายปี 2554 เตรียมตัวเอาไว้ ใน 57 จังหวัดอาจมีปัญหาน้ำท่วมร้ายแรงกว่าปี 2553 แต่ปัจจุบันภัยเงียบได้ย่างก้าวเข้ามา 10 กว่าปีแล้ว นั่นคือพลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหนักและร้อน คลุมโลกเพิ่มทั้งความร้อน และรังสี กดดันให้ผู้คนอารมณ์ร้อนมากขึ้น สมาธิสั้นลง และจะยังเพิ่มดีกรีตรงนี้ไปอย่างต่อเนื่อง

สิ่งบอกเหตุโลกร้อนนักวิทยาศาสตร์เอาจำนวน คาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัววัด ปรกตินานมาหลายร้อยปี โลกจะมีปริมาณ CO2 อยู่ในเกณฑ์ 285 พีพีเอ็ม  ปัจจุบันเกือบ 400 พีพีเอ็ม จุดวิกฤตอยู่ที่ 450 พีพีเอ็ม และปัจจุบันตัวเร่งเกิดขึ้นเร็วมาก โดยมีจำนวน กาซมีเทนจากใต้โลก เลวร้ายกว่า CO2  21 เท่า ผุดจากใต้ดินขึ้นทั้งที่ขั้วโลก และใต้ท้องทะเลในปริมาณสูงหลายร้อยตันต่อปี และนักวิทยาศาสตร์พบว่า โลกและสุริยะจักรวาลกำลังโคจรเข้าไปในกลุ่มเมฆอนุภาค ขนาดใหญ่ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะส่งผลร้ายแก่ชั้นบรรยากาศของโลกอย่างไรบ้าง กำลังทำการศึกษาวิจัย

 แต่สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ไม่ผ่านพ้นญาณทัสสนะของพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ ซึ่งท่านได้รับนิมนตร์มาเป็นองค์วิทยากร ในงานเจาะลึกภัยพิบัติโลก ที่ ม.ศรีประทุม เมื่อ 19 ธ.ค. 2553 ท่านนำสิ่งใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วไป ยังไม่ทราบมาเปิดเผย นั่นคือปัจจุบัน กาแลกซี่อันโดรเมดา ซึ่งมีขนาดใหญ่ครอบคลุมกาแลกซี่ทางช้างเผือกหรือ Milky way  กาแลกซี่ไตรแองกุลัม ซึ่งเล็กกว่ากาแลกซี่ทางช้างเผือกเล็กน้อย ทางทิศตะวันออก และสุริยะจักรวาล

กาแลกซี่อันโดรเมดา มีของฝากจำนวนมหึมาลงมาให้แก่ชาวโลก นั่นคือประจุลบ ลงในน้ำทะเลทั่วโลก ลงในคนสัตว์สิ่งมีชีวิต ที่ต้องใช้น้ำทุกชนิด เมื่อเดือน ธันวาคม หลายๆท่านจะได้รับข่าว นกในหลายๆรัฐฯในสหรัฐฯ บินๆอยู่ตกลงมาตายเป็นฝูงๆ ทางการแพทย์ยังตรวจไม่พบสาเหตุ

ประจุลบของอันโดรเมดา มีพิษอย่างไร มันมาแยกประจุบวก หรือกาซไฮโดรเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบในน้ำออกไป แล้วทำให้สิ่งมีชีวิตหายใจขัดข้องจนกระทั่งตายไป พระอาจารย์รัตน์ พูดถึงเรื่องระบบการหายใจขัดข้อง เนื่องจากต้นเหตุของพลังงานหนักและร้อน ของคลื่นแม่เหล็กที่คลุมเปลือกโลก เมื่อราวต้นปีที่แล้ว และยังบอกต่อไปอีกว่า สัตว์เล็กๆจะทะยอยตายไป ซึ่งในท้องทะเลสัตว์เล็กๆเช่นประการัง ฟอกขาวหรือตายทั่วโลกเกือบหมดแล้ว ปลาหมดแหล่งอาหารที่จะพึ่งพาอาศัย ปลาเล็กๆอยู่ในดงประการังมาก เป็นอาหารของปลาใหญ่อีกที

ตอนนี้นกบินในอากาศเริ่มตกลงมาตายเป็นฝูงๆ ในหลายๆรัฐฯในสหรัฐฯ ซึ่งทั้งพลังงานคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้น และประจุลบจากอันโดรเมดานั่นไง พระอาจารย์รัตน์ยังกล่าวในงานสัมมนาที่ ม.ศรี ประทุมต่อไปอีกว่า หากปล่อยให้ประจุลบทำงานไปตามธรรมชาติ โลกจะกลายสภาพไปเหมือนดาวอังคาร กลางวันร้อนเกือบร้อยองศา กลางคืนเย็นลบ 200 องศา ถามว่าทำไมเป็นเช่นนั้น

ก็เจ้าประจุลบที่ลงน้ำทะเลทั่วโลก ไปแยกน้ำกลายเป็นกาซไปหมดนั่นเอง พระอาจารย์รัตน์ท่านเคยเป็นนักบวชโบราณ มาตั้งแต่สมัยอาณาจักรแอตแลนตีสยังไม่ล่มจมทะเล ท่านทราบความลับของสฟิงซ์และพีระมิดที่อียิปส์ ท่านจึงทำการเปิดมิติที่เท้าข้างขวาของสฟิงซ์ เมื่อ เวลา 1 ทุ่ม วันที่ 1 มกราคม 2554 ให้เป็นของขวัญให้แก่คนไทยทั้งประเทศ  ช่วยบรรเทาภัยพิบัติโลกให้ลดลง (เรื่องเป็นของขวัญนี้เป็นปริศนาธรรม ลึกซึ้ง ที่หลายๆคน ยังไม่ทราบความหมายที่แท้จริง) กราบขอบพระคุณพระอาจารย์อย่างสูง ในพระเมตตาต่อมวลมนุษย์....ใช่ครับพระอริยะเจ้า ไม่กล่าวในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ทุกๆคำออกมาจากจิตที่เต็มไปด้วยเมตตาธรรม และสงสารสรรพสัตว์ 

สฟิงซ์จะช่วยดูดพลังงานประจุลบจากกาแลกซี่อันโดรเมดาลงดิน ซึ่งเป็นประจุบวก และพระอาจารย์รัตน์ ยังแนะนำผู้ที่เข้าร่วมงานสัมมนาว่า  ในวันที่ 2 ม.ค. 2554 ให้ผู้สนใจลองพิสูจน์ดูได้ โดยให้นั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก นึกถึงสฟิงซ์ที่อียิปส์ หลับตาลงเบาๆ จิตจะสัมผัสการทำงานของสฟิงซ์

ที่หลายคนลองพิสูจน์แล้ว  พบพายุไซโคลนดำทะมึน กำลังหมุนลงดิน ที่เท้าข้างขวาของสฟิงซ์ น่ากลัวมาก แล้วให้นึกว่าขอให้สฟิงซ์ดูดประจุบลในร่างกายของเราออกไปด้วย เราจะรู้สึกสบายตัวขึ้น ทำบ่อยๆทุกๆวันไม่เสียเงินทอง และจะมีสุขภาพดี ที่รับประจุลบจากอันโดรเมดาทุกวันก็ช่างมัน เราก็ให้สฟิงซ์ดูดออกลงดินทุกๆวัน นั่นเป็นวิธีแก้ไขทางหนึ่ง

อัฟเดทข่าวล่า...ข้าพเจ้าเพิ่งได้มีโอกาสกราบเรียนถามความคืบหน้าของสฟิงซ์เมื่อบ่ายวันนี้ (29 ม.ค. 2554) กับพระอาจารย์รัตน์ ท่านมาให้การฝึกอบรมวิปัสสนาที่ ม.ราชภัฏสวนดุสิต ได้ทราบว่าสฟิงซ์ทำหน้าที่อยู่ได้ถึงวันที่ 8 ม.ค. ก็เต็มอัตรา รับไม่ได้อีกต่อไป จึงเป็นที่น่าเสียดาย ที่ไม่มีโอกาสใช้สฟิงซ์ช่วยดูดประจุลบจากตัวเราอีกต่อไป

แต่อย่างไรก็ดี ได้กราบเรียนปรึกษาพระอาจารย์ฯ ถึงการใช้เหรียญธรรมจักรและหลอดแกนพีระมิด ที่พระอาจารย์ให้นำด้านแหลมของพีระมิดชี้ลงดิน ผู้ที่มีติดตัวอยู่ ก็จะช่วยแก้ปัญหาประจุลบได้ด้วยเช่นกัน หรือผู้ที่ได้ฝึกใช้แถบแกนพีระมิดในการทำวิปัสสนาเบื้องต้น ช่วยให้จิตแยกออกจากกายได้ง่ายขึ้นนั้น ท่านอาจโชคดี พบว่าตัวเองเข้าไปนั่งอยู่ในพีระมิดหลังใหญ่ เมื่อจิตสงบเป็นกลางได้ซักระยะหนึ่ง

ท่านที่มีปรากฏการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น ไม่ต้องมีแถบแกนพีระมิด หรือหลอดแกนพีระมิดติดตัวก็ได้ ท่านสามารถใช้พีระมิดประจำตัวที่ได้จากการฝึกข้างต้นนั้น เอามาใช้งานได้ตลอดเวลา จะขยายใหญ่เล็กนั้นสะดวกอยู่แล้ว เพียงแต่ขณะนี้พระอาจารย์แนะนำให้นึกเอายอดพีระมิดชี้ลงดิน และหากลองนำไปครอบรถยนตร์ให้เพื่อนขับ เขาจะบอกความรู้สึกแก่ท่านได้ว่า คันเร่งเบาขึ้น แต่รถยังแล่นได้ในอัตราความเร็วเดิม เมื่อท่านนำรถมาวิ่งอยู่ในพีระมิดขนาดใหญ่...ท่านลองใช้ดูได้มันจะช่วยตัดเส้นแรงแม่เหล็กที่หน่วงความเร็วของรถออกไป เหลือแต่แรงลมปะทะเท่านั้น ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น

เห็นภาพพระธรรมจักรขนาดใหญ่ อยู่หน้าวัดดอยเกิ้ง แม่สะเรียง นี้ พระอาจารย์สร้างขึ้นด้วยแร่พิเศษ ที่มาจากกาแลกซี่อื่น มาอยู่ในถ้ำใกล้วัด ที่พระอาจรย์พบจากสมาธิ ช่วยรักษาคนไข้โรคเอดส์ระยะสุดท้าย ให้ได้รับชีวิตใหม่ขึ้นมาได้อย่างมหัศจรรย์ ทำให้พระอาจารย์นำมาต่อยอดทำสิ่งประดิษฐ์ และอุปกรณ์ต่างๆอีกหลายประการที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ส่วนรวม และประเทศไทย และยังช่วยให้เกิดจิตสมาธิเบื้องต้น ให้จิตแยกออกจากกายได้เร็วยิ่งขึ้น หรือมีสมาธิดีขึ้นเร็ว...กรุณาแวะศึกษาเพิ่มเติมจากลิงค์นี้ครับ

ส่วนนักพิสูจน์ทั้งหลาย ลองนั่งหลับตานึกถึงภาพธรรมจักรนี้ แล้วสังเกตดูว่าจิตของท่านจะพบอะไรบ้าง หากท่านได้พบลองตั้งจิตขอดูเอา  พระอาจารย์แนะนำไว้ว่า ให้เพ่งดูตรงรูกลมๆแกนกลางของตัวธรรมจักร...ลองนึกให้ดูดประจุลบออกจากร่างกายดูก็ได้...วัตถุทุกชนิด จะมีพลังงานปราณอยู่ด้วยเสมอ รวมทั้งธาตุว่าง

หนทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่กำลังเกิดขึ้น  และให้จิบน้ำบ่อยๆ หายใจยาวๆ ในระบบ 4 จังหวะ ดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์นี้ ทำเป็นแล้วยังใช้รักษาโรคทุกโรคให้หายขาดอีกด้วย อีกวิธีหนึ่ง ใช้หลอดพีระมิด และพลังงานคลื่นสีเหลืองจากกาแลกซี่ไตรแองกุลัม เพิ่มสุขภาพกายและจิต ดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์นี้ อุปกรณ์เหล่านี้ต้องศึกษา และทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง ยกเว้นจากวิธีการหายใจ 4 จังหวะของหมอแกนนั้น คนอื่นช่วยผู้อื่นได้ทั่วโลก ที่เราส่งคลื่นคำสั่งไปช่วย ทุกแห่งในโลก หรือช่วยเด็กๆหรือญาติพี่น้องที่ช่วยตนเองไม่ได้ ให้สุขภาพดีขึ้นและหายขาดจากโรคทุกชนิด โดยไม่ต้องใช้ยาใดๆ ใช้พลังงานคลื่นแม่เหล็กจากอากาศ ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ต้องเสียค่าสิทธิบัตรอีกด้วย ต้องขอขอบคุณหมอแกนอย่างยิ่ง ที่เสียสละละมาจากดาวโพเพทัสมาช่วยชาวโลก ยามใกล้ภัยพิบัติ คนหนึ่ง

จากที่เล่าให้ฟัง ท่านจะพบว่า หากยังต้องการมีชีวิตรอดอยู่ทำความดีต่อไป ให้คุ้มค่าที่เกิดมาเป็นคนที่แสนยากครั้งนี้ ให้บรรลุเป้าที่ตั้งเอาไว้ก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ต้องเริ่มใส่ใจในการกำหนดสติ และภาวนาให้เป็น เอาอย่างง่ายๆของหมอแกนไปก่อนก็ได้ มีผลดีทั้งร่างกายและจิตใจ และแก่นแท้ทฤษฎีนี้ ใช้แยกจิตออกจากกายได้ด้วย และการรักษาระบบหายใน 4 จังหวะยังช่วยพัฒนาจิตใจ โดยอัตโนมัติอีกด้วย ให้ทุกๆคนมีจิตสาธารณะมากยิ่งขึ้น โลกจะได้ร่มเย็นน่าอยู่ สร้างนิพพานบนดิน ให้เกิดขึ้น ตามที่ได้จากมาจากแหล่งต้นกำเนิด

กลับมาที่ประจุลบของอันโดรเมดา ที่ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามกันอีกครั้งหนึ่ง ภัยอันตรายทีกำลังเกิดขึ้นจากประจุลบครั้งนี้ใหญ่หลวงทีเดียว เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2554 มีโอกาสแวะไปกราบท่านครูบาอินทร พระอริยะเจ้าที่วัดสันป่ายางหลวง จังหวัดลำพูน ได้ทราบจากพระอาจารย์ว่า นับแต่เดือนนี้เป็นต้นไป ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก จะมีแต่เหนื่อยเพิ่มขึ้น คำว่าเหนื่อยของพระอริยะเจ้าองค์นี้ มีความหมายกว้างไกลอย่างยิ่ง เวลาน้อยไม่มีโอกาสได้กราบถามในรายละเอียดมากนัก

แต่การตายหมู่จะเพิ่มขนาดมากขึ้นเรื่อยๆ ท่านมองเห็นในญาณทัสสนะว่า สนามแม่เหล็กโลกแปรปรวนมาก อุบัติเหตุต่างๆจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ใหญ่มากขึ้นโดยลำดับ และประเทศไทย ที่มีดำริจะขุดคอคอดกระนั้น พระคุณเจ้าบอกว่าไม่ต้องไปลงทุนขุดดอก แผ่นดินบริเวณนั้นมันเริ่มเคลื่อนตัวแล้ว อีกไม่นานน้ำทะเลมันช่วยขุดให้เอง

 
เดี๋ยวนี้ระดับน้ำทะเลทางฝั่งอันดามันสูงกว่าทางฝั่งอ่าวไทย 3 เมตรอยู่แล้วและในอนาคต มันจะกระโดดข้ามมาทางฝั่งอ่าวไทย พร้อมกับเปิดช่องให้น้ำทะเลทะลุถึงกันทั้งสองฟากฝั่งอีกด้วย หากยังไม่ตายก็ลองคอยดูกันไป  การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ที่รุนแรงจะค่อยๆปรากฏให้มนุษย์เห็นไปเป็นลำดับ

หลายเดือนมานี้พื้นท้องทะเลทางด้านฝั่งตะวันออกของทวีปออสเตรเลียลอยตัวขึ้นวันละ 13 ฟุตอย่างต่อเนื่อง และไม่กี่วันมานี้ก็เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่รัฐควีนแลนด์ และยังมีพายุไซโคลนพัดกระหน่ำซ้ำเข้ามาอีก น้ำท่วมเป็นเวลานานที่ไม่เคยเกิดมาก่อน พืชผักผลไม้เมืองร้อนที่นี่ คงร่อยหรอไปมากทีเดียว คนก็จะเริ่มอดอยากมากขึ้น จนเพิ่มขึ้น และไม่มียกเว้นแม้จะร่ำรวยขนาดไหน ธรรมชาติไม่มียกเว้นให้เลย ความจริงกำลังจะปรากฏให้เห็นอีกไม่นานเลย

เล่ามาให้ฟังกันย่อๆพอเป็นข้อคิด ในความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติทั่วโลกที่รวดเร็วมาก ที่อิตาลี่ภูเขาไฟใหญ่มากเอ็ดน่าเริ่มระเบิดแล้ว ท่านลองศึกษาสภาพใต้แผ่นดินทั่วโลกดู มันจะน่ากลัวขนาดไหน ที่พลังงานคลื่นแม่เหล็กที่คลุมเปลือกโลกมา 10 ปี มันรวมพลังกันเป็นเกลียวสว่านเจาะไชลงไปในดิน ทำลายแรงยึดเกาะของดิน หลังฝนตกทั่วโลกจึงมีข่าวแผ่นดินเชิงเขาถล่มทับคนตาย ที่ประเทศจีนเมื่อกลางปีที่แล้วภูเขาทะลายเพราะแผ่นดินไหว ลงมาปิดแม่น้ำสายใหญ่ท่วมคนตายไปหลายหมื่นคน ดินมันยึดเกาะไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ยิ่งมาโดนแผ่นดินไหว และฝนตกหนัก ไหลง่ายๆเลย

เมื่อ 10 ปีก่อนยากนักที่จะได้ฟังข่าวแผ่นดินถล่ม ไปทั่วโลก ทุกอย่างที่เกิดมันมีเหตุทั้งสิ้น ท่านครูบาอินทร ท่านพูดถึงว่ามนุษย์เป็นต้นเหตุของพิบัติภัย มีระบบดิจิทอล เป็นตัวเร่งให้เกิดภัยพิบัติเร็วขึ้น และลูกศิษย์ของพระอาจารย์รัตน์ บอกให้ทราบในงานฝึกวิปัสสนาว่า อีกไม่นานโลกจะถอยหลังความเป็นอยู่กลับไปอีก 50 ปีเป็นอย่างน้อย

แล้วท่านฟังแล้วคิดอย่างไร นี่เป็นการเตือนกันอย่างกัลยาณมิตร ท่านเหล่านั้นไม่มีผลประโยชน์อันใดที่จะมาขู่ให้คนตกใจกลัว  ก็ขอฝากให้ไว้ให้คอยสืบหาสาเหตุต่างๆ และคอยจักบตาดูความเปลี่ยนแปลงที่น่าระทึกใจขึ้นไปทุกขณะ  คงจะพูดว่าอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ไม่ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นโลกนี้อาจจต้องกลายสภาพเป็นดาวอังคารเข้าซักวันหากทุกคนไม่ใช้ปัญญา และแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ทั่วโลก และทั่วอนันต์จักรวาล

ต้องทำอย่างไรหนอถึงจะทำเช่นนั้นได้ และอย่างได้ผลเป็นอย่างยิ่งด้วย หลายๆคนคงจะพอนึกออก ยามโลกใกล้เกิดภัยพิบัติ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนไม่เคยเห็นก็จะมาปรากฏ แล้วท่านได้เห็นกันบ้างแล้วหรือยัง....ลองหาเวลาแวะศึกษาจิ๊กซอร์จ่ากลิงค์ที่ท้ายหน้านี้ ท่านอาจจะได้พบสิ่งที่ตามหาเข้าบ้างก็ได้

นำภาพ Crop Circle ที่เพิ่งปรากฏขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย มาอยู่ต้นหน้านี้ ที่เพิ่งได้รับข่าวมาเมื่อ 11 ม.ค. 2554 เมื่อบ่ายวันนี้ 29 ม.ค. 2554 ได้มีโอกาสไปกราบเรียนถามเพิ่มเติมเรื่องสฟิงซ์กับท่านพระอาจารย์รัตน์ ซึ่งท่านเดินทางมาสอนวิปัสสนาที่ ม.ราชภัฏสวนดุสิต ปรากฏว่้าเป็นภาพจากมิตรต่างดาวมาเตือนภัยล่วง หน้าเช่นเดียวกับชาวมายาได้รับมาเช่นกันในอดีต ขณะนี้พลังงานกดดันจากจักรวาลสูงมากกดทับพื้นที่ในประเทศอินโดนีเซียลงในแนวดิ่ง พร้อมๆกับอัดตัวให้เกิดภูเขาไฟระเบิด อาจไม่แตกต่างกับที่เพิ่งเกิดขึ้นที่เกาะไอซ์แลนด์ ยกเว้นแต่ที่โซนนี้อาจกดให้แผ่นเปลือกโลกจมลงด้วย....และปรากฏการณ์เช่นนี้จะขยับย้ายที่ไปเรื่อยๆ มีทั้งทำให้เปลือกโลกยุบตัวลงและลอยขึ้น พื้นที่ประเทศไทยก็ไม่ไกลกับประเทศอินโดนีเซียนัก ต้องคอยจับตาสังเกตความคืบหน้าต่อไปอย่างใกล้ชิด

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆต่างวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share