ที่พักหลบภัยทุ่งหัวช้าง

http://ainews1.com/article533.html

 
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

สืบเนื่องจากการได้ปรึกษาหารือ กับคุณหมอสุรจิต ทองสอดแสง และได้รับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมแปรปรวน จากท่านพระครูบาอินทร ท่านเจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง  (เป็นที่ทราบทั่วกันว่า ท่านเป็นพระอรหันต์องค์ที่ 11 ของวัดนี้)  ซึ่งท่านมีความเห็นว่าการเล็งที่ดินในทำเล วังน้ำเขียว ท่านบอกว่าที่นั่นเหนื่อยนะ ท่านย้ำให้ฟัง 2 ครั้ง..พอข้าพเจ้าขอความเห็นจากพระองค์ท่าน คำตอบก็หลั่งไหลออกมาทันที และท่านยังเมตตาบอกให้ทราบอีกหลายๆเรื่องของภาวะโลกปัจจุบัน และอนาคต

ซึ่งคุณหมอเองก็เป็นประธานของศรัทธาญาติโยม นำการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ ร่วมกับ อ.จรูญ สุริยวงศ์มา 5 ปีกว่า ก็มีความคุ้นเคยกับ ต.ทุ่งหัวช้าง และ อำเภอทุ่งหัวช้าง ดี และที่นี่ยังเป็นดินแดนสำคัญยิ่งเป็น สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธกัสสป  อีกด้วย ซึ่งเป็นที่ตั้งขององค์พระมหาธาตุเจดีย์ในปัจจุบัน พร้อมรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่อีก 4 รอย บนไหล่เขาทางด้านทิศตะวันตกของ องค์พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว  ห่างออกไปอีกประมาณ 5.9 กม.ในระยะทางตรง

และ อ.จรูญ ยังเคยเล่ากับคุณหมอสุรจิตอีกว่า คุณพ่อของพ่ออาจารย์ ซึ่งเป็นญาติสนิทของหลวงปู่ครูบาวงศ์นั้น หลวงปู่ฯได้เล่าเรื่องอนาคตให้ฟังว่า สถานที่นี้ที่ทุ่งหัวช้าง จะยังคงอยู่สถาพรไปจนถึงยุคของพระศรีอริยะเมตไตรย์มาอุบัติบนโลก เพื่อตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 ในภัทรกัปนี้

นั่นหมายถึงว่า ความเสถียรของผืนโลกในโซนนี้ จะยังดำรงค์อยู่ไปถึงยุคของพระศรีอริยะเมตไตรย์ ซึ่งนับเวลาอีกเป็นล้านปีนั่นเอง

เรื่องเกี่ยวกับอนาคตนี้ ผู้ที่ต้องการทราบด้วยตนเอง ก็สามารถฝึกสมาธิ หรือเลือกเดิน 'มรรค' พัฒนาคลื่นความถี่สูงให้เกิดแก่จิตของตน จนถึงปฏิจจสมุบปบาทครบวงรอบ ทั้งภาพอดีตและอนาคต ทุกเรื่องที่ท่านต้องการจะทราบ ก็จะได้ประจักษ์ชัดขึ้นแก่จิตของท่าน และการฝึกจิตดังกล่าว ปัจจุบัน สมเด็จพระพุทธกัสสป ได้ทรงเมตตาจัดเตรียมอุปกรณ์ช่วยฝึกจิต เอาไว้พร้อมแล้วที่ พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ท่านที่สนใจต้องการทราบ ก็ขอให้ติดตามรายละเอียดในเวปเพจนี้ต่อไป

และความดำริล่าสุดของ ทั้งสองท่านผู้นำศรัทธา ผู้บากบั่นสร้างพระมหาเจดีย์ ยังได้เตรียมการสร้างพระรูปของ พระบรมธรรมบิดา มาทรงประทับเป็นองค์พระประธานที่พระเจดีย์แห่งนี้อีกด้วย นั่นหมายถึง สถานที่นี้ย่อมหนาแน่นไปด้วยพลังงานแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา แสงฉัพพรรณรังสีของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ซึ่งเปลี่ยนเป็นแสงทิพย์ แสงของพระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ แสงแห่งพระธรรม แสงของพระอริยสงฆ์สาวกทุกพระองค์ แสงแห่งเทพ พรหมทุกมิติ ที่มาแวะเวียนกราบไหว้บูชา   สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา ตลอดเวลา เป็นที่อุดมพลังงานบวก สำหรับผู้ไม่ประมาททั้งหลาย แม้ในยามโลกมีวิบัติกาล สถานที่นี้จะเป็นที่อันเป็นมหามงคลอย่างสูงสุด เป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ในทุกๆมิติ ทั้งในเบื้องต้น และเบื้องปลายของชีวิตได้ในทุกระดับจิตใจ 

จากข้อดำริและเหตุผลข้างต้น จึงได้เริ่มวางแผนงานเป็นตุ๊กตา มองหาสถานที่ ดูแล้วน่าจะเหมาะสมสำหรับสร้างที่พักหลบภัยขึ้นเป็นกลุ่มเล็กๆ ก่อน เวลาวิบัติกาล ในรอบที่ 5 ของโลกและจักรวาล ซึ่งหลายๆฝ่ายคาดว่าจะมีความรุนแรง มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ใน 4 รอบที่ผ่านมาในอดีต  ซึ่งนักวิทยาศาสตร์รัสเซียเพิ่งขุดค้นหิมะลึก พบทรากของช้างแมมม็อท ที่ยืนตาย ยังมีหญ้าเขียวสดๆอยู่ในปาก และในกระเพาะก็ยังย่อยไม่หมด พบหลังจากได้ผ่าท้องออกดู จึงทำการพิสูจน์อายุด้วยวิธี คาร์บอน14 พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อหนึ่งหมื่นกว่าปี ที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงเฉียบพลัน จากหน้าร้อนที่ช้างกำลังยืนกินหญ้าอยู่ ก็เกิดพายุหิมะรุนแรงพัดมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุณหภูมิลดลง ถึงลบ 50 องศา แช่แข็งช้างให้ตายลงทั้งยังยืนอยู่ ฝังอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็งมาหนึ่งหมื่นกว่าปี

นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง ของการเปลี่ยนแปลงของโลกและสุริยจักรวาล ที่มนุษย์เพิ่งค้นพบหลักฐานทำให้ทราบว่า ทำไมสัตว์ใหญ่ต่างๆที่ค้นพบโครงกระดูกจึงสูญพันธุ์ไปหมด (น่าเชื่อว่าสัตว์ใหญ่ต่างๆเหล่านั้นพากันอดอยาก ไม่มีอาหารกินนั่นเอง)   ยกเว้นจระเข้ ที่ยังสืบทอดบรรพบุรุษอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ น่าศึกษาว่าจระเข้มันมีวิธีการเอาตัวรอดจากวิบัติกาลของโลกมาได้อย่างไร   ในครั้งที่โลกประสบการเปลี่ยนแปลงในรอบที่ 4 เมื่อสุริยจักรวาลโคจรเข้าสู่อิทธิพลแรงดึงดูดของกาแลกซี่ทางช้างเผือกอย่างเต็มที่ ในอดีตที่ผ่านมาหนึ่งหมื่นกว่าปี ในครั้งที่อาณาจักรแอตแลนตีสล่มจมทะเล

ต่างกับรอบปัจจุบันนี้  ที่สุริยจักรวาลกำลังโคจรเข้ามาสู่อิทธิพลแรงดึงดูดของการแลกซี่ไตรแองกุลัม ซึ่งอยู่ติดกันกับกาแลกซี่ทางช้างเผือกทางด้านทิศตะวันออกไปอีก 13,000 ปี เมื่อ 1 ก.พ. 2554 ตามที่พระอาจารย์รัตน์ ได้พบในสมาธิ และหมุนสวนทางกลับทิศเดิม โดยหมุนจากซ้ายไปขวา ซึ่งจะเกิดปรากฏการณ์ทางกายภาพต่อไปอีกหลายขั้นตอนในอีกไม่นานนัก....น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงขึ้น แผ่นดินไหวถี่ขึ้น และแมกม่าเปลี่ยนทางเดิน จะปะทุขึ้นตามปล่องภูเขาไฟต่างๆ.

ดูภาพสุริยจักรวาลตามแผนภาพจำลองจักรวาลข้างๆนี้

ในเรื่องวิบัติกาลนี้ ขั้วโลกเหนือใหม่จะย้ายมาอยู่ที่ สฟิงซ์ประเทศอียิปต์ ภาคเหนือของประเทศไทยปัจจุบันอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือประมาณ 8 พันกิโลเมตร ถ้าหากขั้วโลกเหนือใหม่ย้ายมาอยู่ที่อียิปต์ระยะทางไปถึงขั้วโลกใหม่จะลดลงไปประมาณ 1 พันกิโลเมตร พื้นที่ประเทศจะมีอากาศหนาวเย็นลงกว่าเดิม จะคล้ายๆเมืองคุณหมิงในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือประมาณ 6.5 พันกิโลเมตร

อัตราเร่งของโลกร้อน พิบัติภัยเฉพาะหน้าของมวลมนุษย์

ที่มา: IPCC Third Assessment Report 2001

ความชันของเส้นกราฟทางด้านขวามือ กำลังบ่งบอกว่า ความร้อนของโลกกำลังจะทะยานขึ้นไปถึงจุดวิกฤตอย่างรวดเร็ว เช่น CO2 จุดวิกฤตอยู่ที่ 450 พีพีเอ็ม ที่ตรงนี้อุณหภูมิบนโลกอาจไปถึง 50-60 องศาเซ็นเซียสทีเดียว ปรากฏการณ์นี้จะไปจบสิ้นหลังจากโลกและจักรวาล ได้ปรับสมดุลตัวเองเสร็จสิ้นแล้ว พ.ศ. 2562 โน่น

สารเร่งโลกร้อนที่มนุษย์ทำขึ้น และมีบทบาทมากนั่นคือสารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม และอุปกรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และสเปรย์และโรงงานอีเลคโทรนิกส์

ใน  Met Office Map ด้านบนจะนำท่านที่สนใจรายละเอียด อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้น ในโซนต่างๆของโลก โดยสำนักงานอุตุวิทยาของลอนดอน ได้เตรียมเอาไว้....โดยคลิ๊กที่รูปภาพ

Agricultural yields are expected to decrease for all major cereal crops in all major regions of production. Half of all Himalayan glaciers will be significantly reduced by 2050, leading to 23% of the population of China being deprived of the vital dry season glacial melt water source. Met Office comented.

(ทั้งนี้เป็นความเห็นของนักวิทยาศาสตร์ ที่พิจารณาเฉพาะ ทางกายภาพที่ตนเคยชินเท่านั้น โดยนักวิทยาศาสตร์แขนงนี้ไม่มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ทางจิต ซึ่งก้าวไปถึงกาลอนาคต ทราบว่าเมื่อไรโลกจะสถาปันนาแกนพลังงานโลกใหม่ แล้วคืนความเป็นปรกติของสนามแม่เหล็กโลก ให้กลับไปเหมือน เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเส้นแรงแม่เหล็กไม่ได้ลงมาคลุมเปลือกโลกเช่นในปัจจุบัน ทั้งคลุมหนามากขึ้น และเป็นแหล่งสะสมความร้อนที่ผิวโลกและใต้ผิวโลกเพิ่มมากขึ้น

ความไร้ระเบียบของเส้นแรงแม่เหล็ก สร้างความแปรปรวนให้แก่ชั้นบรรยากาศทั่วโลก ที่นักวิทยาศาสตร์ด้านอุตุวิทยาเรียกว่า การเกิดปรากฏการณ์เอลนิโญ่ และลานิญ่า ซึ่งเกิดภาวะฝนแล้งยาว และฝนตกหนักน้ำท่วมหัวปีท้ายปีในปัจจุบัน และยังเป็นอุปสรรคทางการบิน ดังที่การฝึกเอฟ-16 ตก 2 ลำพร้อมๆกันที่จ.ชัยภูมิ เมื่อ 14 ก.พ.2554 นั้นนักบินความเร็วสูงไม่สามารถทราบได้ว่าบริเวณไหนที่บินผ่านไปจะมีหลุมอากาศเบาบางเป็นพิเศษทำให้นักบินไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ทันท่วงที จึงทำได้เพียงกดปุ่มดีดตนเองออกมาจากเครื่องเท่านั้น....และเมื่อ 15 ม.ค.54 ชิลีได้สูญเสียเครื่องบินเล็ก 14 ที่นั่งไปอีก 1 ลำ พร้อมผู้โดยสาร)

ทำไมโลกต้องเผชิญภัยพิบัติในยุคนี้ ...ต่อไปนี้เป็นคำชี้แจงจากแม่เกิดของสรรพสัตว์ให้มนุษย์นำไปพิจารณา

นักวิชาการพูดแต่ทฤษฎี กล่าวหาว่าคนอื่นแต่ตนเองไม่ปฏิบัติ กสิกรชาวนาชาวสวนไม่มีคุณธรรมมุ่งหาแต่เงินทองหวังร่ำรวย กรรมกรหยาบกร้าน เกียจคร้านเห็นแก่ตัว ขาดความอดทน พ่อค้าวาณิชปลอมปนสินค้าตบตาคนซื้อ ดูถูกหาว่าโง่กว่าตน ขาดความจริงใจไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า พระสงฆ์องค์เณรลืมตรัยรัตน์และศีลห้า สาวกเต๋านอกลู่ทิ้งแนวเดิม ถือเอากระพี้เป็นเปลือกไม่ถึงแก่น ยึดเอาพิธีกรรมมากหลายมาสำคัญว่าเป็นทางหลุดพ้น สาวกศาสนาปราชญ์เรียนเพียงผิวเผินอวดรู้ว่าเป็นปราชญ์  แม่เห็นแล้วอดเศร้าใจไม่ได้ โลกถึงยุคที่จะเกิดภัยพิบัติ

หากคราวนี้ไม่มีภัยพิบัติลงมากวาดล้างโลกนี้แล้ว โลกนี้จะหมดสิ้นคนดี หาคนเป็นปราชญ์เป็นอริยะเป็นหลักนำไม่ได้เลย จึงได้กำหนดภัยพิบัติแปดประการนี้ขึ้นมา คือ

  1. ภัยจากน้ำ
  2. ลมพายุ
  3. ภัยจากไฟเผาผลาญ
  4. ภัยจากอาวุธมหาประลัย
  5. ภัยจากทหาร
  6. ความแห้งแล้งกันดาร
  7. น้ำหลากอดอยาก ขาดแคลน
  8. กำหนดภัยธรรมชาติทั่วไปในโลกกว้างถึงเก้าเก้าแปดสิบเอ็ดภัยกับทั้งส่งรากษส และพญามารทั้งห้ามาก่อกวนโลกมนุษย์ ใช้หมื่นพันวิธีเพื่อกวาดเก็บคนชั่วเป็นระยะๆ

บัดนี้!ถึงกาลเวลาสิ้นชะตาฟ้าดินแล้ว คนชั่วที่สั่งสมกรรมเวรมาในรอบหกหมื่นปีมานี้ จะถูกกวาดล้างใหญ่ในครั้งนี้  ทั้งจะเป็นการจำแนกแยกแยะคนดีคนเลวเหมือนแยกหินกับหยกออกจากกัน แม่มองลงมาด้วยน้ำตาที่ไหลริน เสมือนสายธารเลือดเมฆหมอกแห่งความชั่วร้ายปกคลุมคละคลุ้งกลบไปทั่วท้องฟ้า พิบัติภัยเกิดขึ้นทุกมุมโลกโดยฝีมือมาร โจรภัยเกิดไม่เว้นแต่ละวัน สงครามย่อยเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า เก้าในสิบคนต้องทนทุกข์ทรมาน น้ำท่วมฉับพลัน ฝนแล้ง น้ำแห้ง ลำคลองตื้นเขินเกิดโรคระบาดรุนแรงและโรคร้ายที่รักษายาก พืชพันธุ์ธัญญาหารไม่งอกงามอุดมสมบูรณ์เช่นแต่ก่อน

"ในที่สุด จะเกิดเหตุการณ์สยดสยอง ท้องฟ้ามืดสนิทไร้เดือนดาวถึงสี่สิบเก้าวัน"

(ความหมายของการแยกหยกออกจากหินนั้น มนุษย์ที่เป็นกัลยาณชน ต้องดำรงค์คุณสมบัติของตนเอาไว้ และแยกกลุ่มออกมาให้เห็นชัดเจนร่วมกันทำความดี หรือบำเพ็ญบุญกุศลให้เกิดแก่จิตของตนเองอย่างเร่งรีบ ขึ้นในชุมชนหรือสังคมนั้นๆ จึงจะได้รับการคุ้มครองรักษาจากพลังของฝ่ายกรรมดี ที่ท่านแม่เกิดเรียกว่าได้ส่งเทพต่างๆมาเป็นพี่เลี้ยงคุ้มครองคนดีให้ได้รับความปลอดภัย ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของการกวาดล้างสังคมโลกคราวนี้ ที่รอมา 6 หมื่นปี ดังนั้นท่านผู้รู้เห็นจึงกล่าวว่าภัยพิบัติในรอบที่ 5 นี้จึงมีความร้ายแรงกว่าทั้ง 4 คราวที่ผ่านมา)

วีดีโอม้วนนี้ คุณหมอแกนตอบคำถามเรื่องภัยพิบัติโลก ระหว่าง พ.ศ. 2555-58 ซึ่งจะเกิดเหตุเริ่มตั้งแต่เดือน กรกฎาคมเป็นต้นไป ....ต่างจากความเห็นของท่านครูบาอินทร ที่ได้ไปพบเมื่อ 3 ม.ค. 2554 ท่านครูบาบอกให้ทราบว่าเหตุร้ายต่างๆในการคมนาคมทั่วโลก จะเริ่มหนักขึ้นตั้งแต่เดือน มกราคมนี้เป็นต้นไป จะมีคนตายหมู่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ..

ตัวอย่างนักบริหารเรียนการกระตุ้นคลื่นเซลล์ เพื่อเอามาใช้ในการบริหารพนักงาน 7 หมื่นคนที่หมอแกนยกตัวอย่าง มีอยู่ในเทปตอนที่ 3 ของทฤษฎีโพเพทัสของหมอแกนในเว็บเพจนี้เลื่อนลง

ช่วงระยะเวลาแห่งความรุนแรงของภัยพิบัติที่หมอแกนพูดถึง 90 วันเริ่มตั้งแต่ 22 ธ.ค. 2555 เป็นต้นไป ...และจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง หยุดๆเกิดๆไปเรื่อย...จนสิ้นปี 2558

สื่อสารจากญานพระพิฆเนศ ผ่าน อ.จตุพร บ่งบอกสิ่งไรล่วงหน้าแก่เราบ้าง?

วันนั้นฟ้าจะเปลี่ยน พระอาทิตย์จะปรากฎให้เห็นเป็น 2 ดวง ทางทิศตะวันตกในเวลาเดียวกัน ท้องฟ้าจะเป็นสีแสด อากาศผิดปกติ เป็นแบบนี้ไม่กี่วัน คนมีบุญจะรวมกลุ่มกันหนี  คนบาปจะอยู่กับบ้าน เข้ายามราตรี ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง พายุขนาดใหญ่จะมา ไฟจะดับ น้ำจะเริ่มท่วม รถยนต์จะเริ่มลอย เสาไฟจะล้ม คลื่นยักษ์สูง 50 เมตร จะมากวาดทุกอย่างไปในพริบตา คนมีบุญที่หนีไม่ทัน จะไปอยู่บนยอดตึก บุญจะส่งให้เขามีเหตุให้ต้องไปอยู่บนยอดตึก ตกเช้าน้ำจะไป ทิ้งไว้แต่โคลนสีส้มไปทั่วเมือง กรุงเทพฯ ไม่เหมาะที่จะสร้างเป็นเมืองหลวงอีกต่อไป...ทีนี้ลองมาถอดปริศนาของพระพิฆเนศ

  • ประเด็นแรก....เกี่ยวกับช่วงเวลาที่จะเกิดเหตุร้าย พระองค์ท่านกล่าวถึงดาวสีส้ม ที่จะมาปรากฏพร้อมกับดวงอาทิตย์ยามเย็น 2 ดวง ในประเด็นนี้บอกว่า ปลายปี 2555 ดาวหาง ดวงใหญ่จะโคจรมาวนรอบดวงอาทิตย์  ซึ่งขณะนี้กำลังปรากฏตัวให้เห็นด้วยตาเปล่าทางส่วนใต้ของโลกทางออสเตรเลีย...ดาวฤกษ์ดวงนี้จะโคจรรอบดวงอาทิตย์ทุก 13,000 ปี
  • ประเด็นต่อมา....คลื่นยักษ์ 50 เมตร หลายๆท่านอาจยังนึกไม่ออกว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร พื้นที่ชายฝั่งใกล้ทะเลทั้งหลายจะได้รับผลกระทบตรงนี้ โดยเกิดจากแรงดึงดูดของดาว หางดวงใหญ่ ที่จะโคจรมาเฉียดใกล้กับวงโคจรของโลก สวนทางกัน อิทธิพลแรงดึงดูดของดาวหางดวงนี้ อาจมีผลทำให้การหมุนรอบตัวเองของโลก หยุดลงชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่แกนโลกจะพลิก...เมื่อโลกหยุดหมุนรอบตนเอง น้ำทะเลก็จะทะลักขึ้นฝั่งทันทีส่วนคลื่นสูง 50 เมตร เมื่อตรวจสอบพื้นที่ที่ห่างชายฝั่ง 16 กม. จะเกิดน้ำท่วมประมาณ 1 เมตร ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลจะประสบภัยน้ำท่วมทั่วถึงกัน ตั้งแต่มากไปน้อย  

ถ้าหากมีคลื่นหนุนอย่างต่อเนื่อง ความรุนแรงของน้ำท่วมจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ยอดเสาไฟฟ้าสูงขนาด 12 เมตร จึงอาจจมอยู่ใต้น้ำได้ไม่ยาก ท่านพิฆเนศจึงบอกว่าคนที่รอดชีวิตหนีอยู่บนยอดตึกสูง ดังนั้นคลื่นยักษ์ครั้งนี้เป็นการเก็บกวาดชีวิตสัตว์และมนุษย์เซลล์ดำครั้งใหญ่ทีเดียว 

ระหว่างที่โลกหยุดหมุนรอบตนเอง น้ำทะเลเป็นของเหลวจะกระฉอก ด้วยแรงเฉื่อยของน้ำหนักตัวเอง ในปริมาณมากมหาศาล ที่เป็นคลื่นหน้ากระดานใหญ่โต อย่างที่พระองค์ทรงกล่าวถึง และเมื่อแกนโลกพลิก อันเนื่องมาจากแรงดึงดูดของดาวหาง น้ำในมหาสมุทร ก็เคลื่อนที่ตามโลกไม่ทัน ก็จะกระโดดขึ้นมาท่วมแผ่นดินเป็นคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ได้อีกเช่นเดียวกัน นี่ยังไม่รวมการเกิดระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล ที่แมกม่ามีการเปลี่ยนทิศทางไหล ทำให้ภูเขาไฟในที่ต่างๆเกิดการปะทุขึ้น ส่งผลให้เกิดสึนามิขนาดใหญ่ได้อีกเช่นเดียวกัน

ส่วนฝนตกหนัก ฟ้าร้อง ลมพายุรุนแรงนั้น จะเกิดตามมาจากการหยุดหมุนรอบตนเองของโลก ก่อนที่จะย้ายแกนพลังงาน และการแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโลก ที่หุ้มห่อเปลือกโลกอยู่ในปัจจุบันที่ผิดปรกติ และจะก่อเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางนาๆชนิดถี่ขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นเครื่องบินขนาดต่างๆจะเกิดอุบัติเหตุตกบ่อยขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ อันที่จริงเกิดจากอากาศแปรปรวน ความหนาแน่นของอากาศต่างกันมากนั่นเอง

ส่วนโคลนสีส้มที่ปรากฏหลังน้ำลด นั่นแสดงว่าไม่ใช่แต่น้ำทะเลขึ้นมาท่วมเพียงอย่างเดียว จะร่วมกับน้ำฝนตกหนักที่หลากลงมาด้วยจึงทิ้งร่องรอยโคลนสีส้มเอาไว้

ท่านพิฆเนศไม่ได้กล่าวถึงแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ในปลายปี 2555 นี้ ประชาชนที่รอดตายเหลืออยู่ ส่วนหนึ่งจะยังคงกลับมาอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมต่อไป รอวันเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และพายุขนาดใหญ่จากหลายทิศทาง ที่นางมณีเมขลาพยากรณ์ไว้ในวันที่ 9 พ.ค.2556 นั่นเอง ซึงวิบัติกาลคราวนี้โลกจะพบพายุสุริยะครั้งใหญ่ ที่ CME ลูกโตกว่าขนาดของโลกหลายเท่าถึงรอบที่จะอุบัติขึ้น หากพื้นที่โซนไหนของโลกหันทิศไปรับพายุนี้ นอกจากภาวะอากาศจะแปรปรวนอย่างหนักแล้ว ไฟฟ้าจะดับ เกิดเพลิงไหม้ และยังกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว และภูเขาไฟเกิดปะทุได้อีกด้วย จะถึงวาระแผ่นดินในที่ราบลุ่มจะล่มลงเป็นท้องทะเล ซึ่งเป็นสาระปริศนาอยู่ในหนังสือพระมหาชนก ให้คำแนะนำไว้ว่าหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการอยู่รอดของสังคมมนุษย์ส่วนหนึ่งนั้น จะต้องสร้างขึ้นในต่างจังหวัด ที่มีระดับสูงจากน้ำทะเล 100 เมตรขึ้นไป...

ซึ่งผู้อ่านส่วนใหญ่จะอ่านเลยไป ไม่ได้ฉุกคิด กับความสำคัญของบันทัดนี้ที่มีขึ้นมาโดดๆเป็นเอกเทศ...ไม่ได้พูดถึงว่า แล้วจะมีอะไรจะเกิดขึ้นกับพื้นที่ ที่อยู่ต่ำกว่า 100 เมตรลงมาทิ้งไว้เป็นปริศนาธรรมให้แก่วิญญูชนเท่านั้น

หากประมวลข้อสรุปเหตุร้าย ของภัยพิบัติ ต่อวิบัติกาลของโลกวาระนี้ ตามลักษณะที่ท่านพิฆเนศ ได้เตือนไว้นั้น ดาวหางดวงนี้ จะมาทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับโลก จนกระทั่งย้ายแกนพลังงาน และทำให้มนุษย์ต้องเปลี่ยนจากเดินเป็นคลาน ตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงพยากรณ์เอาไว้ ในปี พ.ศ. 2555 และพระอาจารย์รัตน์ เห็นคนไปลอยเคว้งอยู่ในอากาศ เมื่อตกลงมาที่ดิน ก็คงแน่นอน เดินไม่เป็นแน่ อย่างดีก็ต้องคลานเอา อย่างที่พระพุทธองค์ได้กล่าว

ก่อนที่ประเทศไทยจะพบกับภัยพิบัติครั้งร้ายแรงนั้น  แผ่น  Sunda Plate ที่กำลังทรุดตัวลงเรื่อยๆในปัจจุบันนั้น กำลังจะพบกับการทรุดตัวลงอย่างกระทันหัน หรือ Suddenly เหตุการณ์ตรงนี้จะสร้างความเดือดร้อนและการสูญเสียครั้งใหญ่ทีเดียว  ประชากรเอเชียประมาณ 100 ล้านคนที่จะได้รับผลกระทบครั้งนี้

ส่วนในพยากรณ์ของนางมณีเมขลา ซึ่งโลกจะประสบกับ CME จากดวงอาทิตย์ครั้งรุนแรงในรอบทุก 11ปี ดังที่องค์การนาซ่า ได้ชี้แจงออกมาตรงกัน หากนำข้อมูลจากพุทธทำนาย ญาน พระพิฆเนศ และความเห็นของหมอแกน ผู้ที่อพยพออกไปหาที่ปลอดภัย ตั้งแต่ก่อนปลายปี 2555 ไม่มีโอกาสกลับมายังที่อยู่เดิมได้อีก และทำเลที่ราบลุ่มก็จะประสบภัยพิบัติ ตามที่นางมณีเมขลาได้พยากรณ์ไว้ ว่าจะเกิดแผ่นดินถล่มเป็นท้องทะเล 9 พ.ค. 2556  ตรงกันกับผู้เชี่ยวชาญของนาซ่าประเมินไว้ว่าค่าเสียหายบนโลกคราวนั้นน่าจะสูงกว่า 20 เท่าของมูลค่าความเสียหายของพายุแคทรีน่า ซึ่งทำลายเศรษฐกิจอเมริกันไปมากกว่า 125 ล้านๆเหรียญ...หรือมากกว่า 3,750 ล้านล้านบาทเท่าๆกับปีงบประมาณ 1,875 ปีของประเทศไทย

ผู้ที่ได้ศึกษาจิ๊กซอร์หลายๆตัว พร้อมๆกันในที่นี้ ก็ลองพิจารณา

  • ในด้านที่หลบภัย
  • ความแข็งแรง
  • ช่วงระยะเวลาที่จะเตรียมหาที่หลบภัย
  • กำหนดเวลาการเคลื่อนย้ายไปสู่ที่ปลอดภัย
  • และการจัดการกับสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ให้เหมาะสมกับเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น ให้ชีวิตร่างกายของตนเองปลอดภัยที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ นึกได้ ลองค่อยๆไล่ไปทีละประเด็น

.... แบบมดปลวกออกแบบสร้างคอนโด ที่แข็งแรงมั่นคง ซึ่งสร้างรวงรังสูงกว่าความยาวของตนเองได้ถึง 300 เท่า..ด้วยสติปัญญาที่ยังดูห่างไกลจากมนุษย์

ทีนี้ลองมามองย้อนลึกลงไปในอดีต ของชีวิตคนบนโลก ในบันทึก 'ไตรภูมิพระร่วง'

'กาลนั้นอันว่าชาติข้าวสาลีนั้น ก็กลายเป็นเปลือกเป็นแกลบเป็นรำไป ดังข้าวเปลือกเราบัดนี้แลฯ อันว่าสถานที่ข้าวเคยงอก แลแตกเป็นข้าวสารนั้น ก็มิได้งอกขึ้นเป็นดังเก่าเลยฯ  จึงคนทั้งหลายเห็นหลากมหัศจรรย์ดังนั้น แล้วเขาจึงชุมนุมปรึกษาเจรจาฉันนี้  แลว่าเมื่อก่อนเรากระทำความอันชอบธรรม เราปรารถนาอันใดก็ได้ดังเราปรารถนา แต่ก่อนไส้ เรามิได้กินอาหารก็ดี เราก็อิ่มอยู่แล เราจะไปแห่งใดก็ไปโดยอากาศ

อนึ่งเราไส้มีที่นอนที่อยู่ก็เป็นสุขสำราญ ตัวเราก็มีรัศมีอันรุ่งเรืองทั่วทั้งจักรวาล ทั้งโอชารสแผ่นดินก็ขึ้นมาปนเพื่อประโยชน์แก่เราๆ ก็ชวนกันโลภอาหารเรากินกันโอชารสแผ่นดิน อันว่ารัศมีในตัวเราที่รุ่งเรืองนั้นก็หายไปสิ้น ก็บันดาบให้มืดแก่เรา ๆ จึงปรารถนาหาสีอันรุ่งเรืองนั้นเล่าฯ จึงเกิดพระอาทิตย์พระจันทร์ให้รุ่งเรืองแก่เรา ๆ กระทำซึ่งสภาวผิดธรรมอันว่าโอชารสแผ่นดินนั้นก็หายไป จึงกลายเป็นดอกเห็ดอันตูมนี้นั้นขึ้นมาในกลีบดินให้เราได้กินต่างข้าวเราไส้ เร่งกระทำความอันมิชอบธรรมเล่า อันว่ากลีบดินดังดอกเห็ดตูมนั้นก็หายไป'

เมื่อนำมาพิจารณาแล้ว พืชพันธุ์ธัญญาหารของโลก ปรับตัวเปลี่ยนไปตามสภาวะจิตของผู้คนเร็วมาก เสื่อมลงไปทุกเวลา อันมาจากเหตุจิตใจของชาวโลก ที่มี ความโลภ เพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น สังคม หรือชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง จะดำรงค์ความอยู่รอดของตนเองได้ ต้องพัฒนาต้นเหตุที่จิตใจ ซึ่งพ่อหลวง ได้ทรงตรัสไว้ว่าผู้นำเศรษฐกิจพอเพียงจะทำงานได้ผลต้องระเบิดจากภายในก่อน

หลายๆคนอาจไม่เข้าใจ สิ่งที่พระองค์ท่านตรัสไว้ การระเบิดจากภายในนั้น เป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งของจิต ของผู้ปฏิบัติมหาสติปัฏฐานสูตร แยกจิตออกจากกายนั่นเอง เมื่อแยกจิตออกได้สำเร็จ เท่ากับยึดหัวหาดของแดนนิพพาน  ซึ่งพระองค์ท่าน เล็งเห็นพื้นฐานหรือรากฐานของสังคม ในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงที่สำคัญ ในการดำรงค์อยู่ได้ของสังคม ที่จะยืนหยัดต่อสู้กับสภาวะแวดล้อมที่จะเลวร้ายไปโดยลำดับ จนกว่าโลกจะสถาปันนาแกนพลังงานโลกใหม่เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ในปี พ.ศ.2562 นั้น

ตัวเราก็มีรัศมีอันรุ่งเรืองทั่วทั้งจักรวาล วลีนี้ของคนโบราณ แสดงว่ามีรังสีออร่ารอบร่างกายที่รุ่งเรืองไพบูลย์มาก คนประเภทนี้ ภ้าได้พบกับอภิญญาใหญ่ หรือแสงทิพย์ของ  พระบรมธรรมบิดา  ก็จะพบหนทางคืนกลับบ้านนิพพานได้สะดวกรวดเร็วมาก

ในไตรภูมิพระร่วง มีอยู่วลีหนึ่ง   'แต่ก่อนไส้ เรามิได้กินอาหารก็ดี เราก็อิ่มอยู่แล' ทำไมเขาจึงอิ่มอยู่ได้ การรู้สึกหิว บ่งบอกว่า พลังสำรองงานภายในเซลล์ขาดแคลน แล้วคนไม่ได้กินอาหารแล้วอิ่มอยู่ได้ ย่อมจะต้องได้รับพลังงานสำรองมาจากแหล่งพลังงานอื่น นั่นก็คือ พลังงานและคลื่นไฟฟ้าจากอากาศที่เราหายใจนั่นเอง ซึ่งมีรายละเอียด ในทฤษฎีโพเพทัส ของหมอแกนนั่นเอง

แต่กว่าจะไปถึงวาระโลกเปลี่ยนแกนพลังงาน ระหว่างที่โลกต้องผจญกับอากาศร้อนสูงขึ้นอีก กว่าจะถึงเวลานั้นก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ว่ามนุษย์จะทนทานกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างไร โลกร้อนขึ้นน้ำในมหาสมุทรก็จะระเหยมากขึ้นเช่นกัน ถ้าหากมนุษย์สามารถดึงน้ำจากฟ้าลงมาช่วยลดความร้อนลงได้บ้าง ปัญหาเรื่องโลกร้อนจะบรรเทาลงไปมากทีเดียว ช่วยพยุงอุณหภูมิอย่าให้เกิน 40-42 องศาเซ็นเซียส พืชพันธุ์ต่างๆยังพอผสมเกษรดอกไม้ได้

ถ้าโซนไหนความร้อนขึ้นไปถึง 45 องศา ที่นั่นก็หมดหวังในการทำการเกษตรธรรมชาติ เนื่องจากพืชไม่สามารถผสมเกษรได้ ซึ่งรวมทั้งการปลูกข้าวด้วย ซึ่งเป็นอาหารหลัก ดังนั้นที่พระอาจารย์รัตน์ สรุปให้ฟังว่า เครื่องเรียกฝนพีระมิด ยังสามารถติดตั้งเป็นศูนย์ป้องกันภัยพิบัติได้ด้วย  น่าจะรวมถึงการใช้แก้ปัญหาโลกร้อน ที่กำลังทวีสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไปด้วย แต่หากมนุษย์ขาดการชลประทานจากฟ้าราคาถูก เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์หนึ่งเดียวของโลก มนุษย์ก็ย่อมจะประสบความหายนะอย่างแสนสาหัสทีเดียว     

นอกจากรัฐบาลจะทุ่มงบประมาณก้อนใหญ่ เพื่อทำฝนเทียมทั่วประเทศ แต่จากอดีตที่ผ่านมา ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ จากทัศนคติและนโยบายของรัฐบาล (ซึ่งกำลังถังแตกมาหลายปีงบประมาณ) ที่ไม่มีสัญญานในด้านเตรียมการแก้ไขปัญหา ที่ร้ายแรงต่อชีวิตประชากรของคนทั้งประเทศ ที่จะประสบปัญหาครั้งยิ่งใหญ่ ในระยะเวลาอีกไม่นานนี้ แม้นักวิทยาศาสตร์จะได้ติดตามตรวจสอบส่งสัญญานอันตรายอยู่ตลอดเวลาก็ตาม

ซึ่งประชาชนที่ไม่ประมาท ต้องหาหนทางช่วยเหลือตนเอง ให้ชุมชนของตนเองรอดพ้นภัยพิบัติจากคลื่นความร้อนสูง ให้ผ่านพ้นไปได้จนกว่าโลกจะสถาปันนาแกนพลังงานโลกใหม่เสร็จสิ้น ซึ่งวิบัติกาลของโลก และสุริยจักรวาลต้องผ่านพ้นไปก่อนซักระยะหนึ่ง

วิบัติกาลคราวนี้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็ยังไม่มีผู้ใดทราบว่าจะมีความรุนแรงซักขนาดไหน นอกจากคอยสังเกตติดตามดูความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมโลก และจักรวาล ที่กำลังทวีความรุนแรงต่อเนื่องไปโดยลำดับ โดยยึดหลักการของพุทธทำนายก็ได้ ว่าเหตุทั้งหลายที่อุบัติขึ้นนั้นปรากฏไปตามครรลองที่ได้ทรงกล่าวไว้หรือไม่ เช่นการเกิดแผ่นดินไหว ทรงตรัสไว้ว่าจะเกิดถี่ขึ้นในหลายๆแห่งทั่วโลก และต่อปรากฏการณ์ของโลก  ที่สัตว์ตัวเล็กๆได้เริ่มทะยอยตายจากไป นับตั้งแต่ประการังสัตว์เซลล์เดียวตัวน้อยทั่วโลก ที่ได้ยินข่าวกันบ่อยๆว่าประการังเกิดฟอกขาวนั่นเอง ปลาชนิดต่างๆ นก เป็ดไก่ หมู และจะตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และ

วัณโรครอบใหม่คาดว่าจะคร่าชีวิตคน 7 ใน 10 คน ผลจากการหยั่งรู้อนาคตของหมอแกน โดยมีประจุลบจากกาแลกซี่อันโดรเมดา  ลงมาเสริม  และเร่งความเลวร้ายด้านการดำรงค์ชีวิตของสรรพสัตว์อย่างน่าวิตก โดยที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่มีความเข้าใจ ในมหันตภัยดังกล่าวซักกี่คน การล้มตายขนานใหญ่ จะมีปรากฏให้รู้เห็นขึ้นโดยลำดับ       ซึ่งพระอาจารย์รัตน์พบว่า ระบบสุริยจักรวาล ได้ปรับทิศทางหมุน กลับทิศจากเดิมไปเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

พลังงานเส้นแรงแม่เหล็กที่หนักและร้อน และยังมีประจุลบจากอันโดรเมดา ที่แผ่ลงมาตลอดเวลานั้น สร้างความเสียหายให้แก่ระบบ และเซลล์ในร่างกายไปโดยลำดับ ทำลายภูมิต้านทานโรค และลดประสิทธิภาพการหายใจ มนุษย์ที่ไม่ประมาทจึงมองหาอุปกรณ์พิเศษ สำหรับดูดซับขับสิ่งที่เป็นภัยต่อเซลล์ในร่างกายออกไป สำหรับผู้ที่เข้าใจคุณสมบัติพีระมิด และเหรียญสุขภาพของพระอาจารย์รัตน์ ลองแวะที่ลิงค์นี้ มีข้อความสำคัญอัฟเดทให้ทราบ สำหรับแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เบาบางลง 

ขั้นต่อไปดาวเคราะห์ต่างๆ บริวารของดวงอาทิตย์ก็จะปรับตัว เปลี่ยนทิศทางการหมุนรอบตนเองให้สอดคล้องกับสุริยจักรวาลต่อไป อันอาจจะเกิดขึ้นในปลายปี 2555 นี้ ทิ้งจังหวะเวลาพอๆกับระบบสุริยะที่ชลอการหมุนรอบตนเองมาตั้งแต่ 2 เม.ย. 2552 และมากลับทิศการหมุนรอบตนเองใหม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ เมื่อ 1 ก.พ. 2554 นี้ หมุนจากซ้ายไปขวา ใช้เวลาไปประมาณ 22 เดือน

ดังนั้น จาก 1 ก.พ.2554 ไปถึงสิ้นปี 2555 ก็จะเป็นเวลา 22-23 เดือนพอดี เป็นเวลาพอๆกับการปรับทิศทางหมุนรอบตนเอง ของระบบสุริยจักรวาล และเมื่อ 11 ม.ค. 2554 มีภาพข่าวรายงานจาก หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของอินโดนีเซีย พบ Crop Circle ปรากฏขึ้นในแปลงนาของชาวนาที่นั่น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 70 เมตร....ซึ่งจะเห็นว่าเป็นสัญญาน เตือนภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ของโลก ล่วงหน้าสุริยจักรวาลปรับทิศการหมุนรอบตนเองเพียงไม่ถึงเดือน

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2554  ผมได้มีโอกาสกราบเรียนถามเรื่อง ที่คนทั่วไปเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ออกจะแปลกประหลาด ที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน ท่านผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ท่านกล่าวว่าเป็นคำเตือนจากเพื่อนชาวต่างดาว เป็นสัญญานครั้งสุดท้าย เช่นเดียวกับที่เคยเตือนชาวมายาเมื่อหลายพันปีก่อน ก่อนที่โลกจะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ จนกระทั่งต่อมาชาวมายาได้สูญพันธุ์หายไป เมื่อหลายพันปีก่อนนั้น

สำหรับแผ่นเปลือกโลกของประเทศอินโดนีเซีย และบริเวณใกล้เคียงกำลังถูกพลังงานจักรวาลบีบอัดลงมาเต็มพิกัดแล้ว เป็นอาการบีบอัดลักษณะเดียวกับบีบหลอดยาสีฟัน แต่จะเกิดภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว และแผ่นดินอาจจะล่มจมลงทะเลในที่สุด ได้ฟังแล้วก็อดใจรอก็แล้วกันว่าจะเกิดขึ้นในวันไหนข้างหน้า

เกือบลืมไปในวันนั้นพระอาจารย์รัตน์ พูดถึงลูกศิษย์ในวงการนาซ่า ได้นำเครื่องเรียกฝนและขจัดหมอกควันไปตั้งไว้ที่ รัฐฟลอริดา ปรากฏว่าในช่วงที่ผ่านมารัฐนี้จึงปลอดเฮอริเคนเข้ามาเยือน และอีกบางรัฐฯทางตอนเหนือที่มีหิมะตก เครื่องมือนี้จะช่วยลดจำนวนหิมะให้น้อยลง เช่นตกหนา 7 นิ้วจะเหลือเพียง 2 นิ้ว และท่านอาจารย์ได้ย้ำด้วยว่า  เครื่องมือนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์ป้องกันภัยพิบัติได้เลย

ทำให้นึกขึ้นได้ว่า ก่อนเกิดพายุนากีสเข้าพม่าในปี 2551 นั้น ในหลวงได้ทรงรับสั่งให้หน่วยทำฝนเทียมขึ้นเร่งด่วนในบริเวณชายแดนไทยพม่า ตลอดแนวล่วงหน้ากำหนดที่พายุจะมา 2-3 วัน และมีฝนตกลงมา ฉากม่านความเย็นที่เกิดจากฝนเทียมในบริเวณนั้น ได้ป้องกันพายุเฮอริเคนนากีสไม่ให้เข้ามาในเขตประเทศไทย ทั้งๆที่กำลังลมแรงที่ศูนย์กลางพายุถึง 240 กม./ชม. กลายเป็นพายุดีเพรสชั่น พื้นที่ภาคเหนือจึงได้รับผลกระทบน้อยมาก มีผลให้เกิดความรุนแรงลดลงไปประมาณ 5 เท่าตัว จากผลงานปิดทองหลังพระของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีผู้ได้ทราบรายละเอียดน้อยมาก...พระองค์ท่านทรงงานตลอดเวลาเพื่อลูกหลานไทย

เครื่องเรียกฝน ของพระอาจารย์รัตน์ก็เช่นกัน ไปเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ในบริเวณกว้างรัศมี 19-30 กม.จากตัวเครื่อง ตามที่พนักงานกรมอุตุได้นำเครื่องมือไปมอนนิเตอร์ความชื้นของอากาศ ที่แม่ริม ที่ตั้งศูนย์บูรณรักษ์ธรรม  เมื่อปี พ.ศ. 2552 ตอนที่พระอาจารย์รัตน์จัดแถลงข่าวให้ผู้สื่อข่าวได้ชมที่นั่น หลังจากเปิดเครื่องสักพัก ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศจะเพิ่มขึ้นโดยลำดับ จนกระทั่งเมฆรวมตัวเกิดฝนตกลงมาอีกไม่นานนัก

การที่อากาศมีความชื้นเพิ่มขึ้น ทำให้ความรุนแรงของกระแสลมยุบตัว ลดความรุนแรงลง คงเป็นด้วยสาเหตุนี้ ที่รัฐฟลอริดา นับตั้งแต่ลูกศิษย์พระอาจารย์นำเครื่องมือขจัดหมอกควันไปติดตั้ง เพื่อทำงานวิจัย ที่นั่นจึงไม่เกิด พายุเฮอริเคนเข้ามาอีกเลย ปรกติที่นั่นจะโดนทุกปี มากหรือน้อยเท่านั้น

ถ้าจับใจความและความห่วงใยที่พระอาจารย์ย้ำให้ฟัง ว่า อุปกรณ์ที่ท่านทำ เริ่มมีผลงานพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถติดตั้งเป็นศูนย์ป้องกันภัยพิบัติได้เลย ในวันนั้นท่านย้ำเรื่องนี้ประมาณ 3 วาระ เจ้าคนฟังก็ยังตามไม่ทันประเด็น บ่งชี้ว่าสติหรือความว่องไวของจิตยังทิ้งห่างจากผู้เชี่ยวชาญมากอยู่ ต้องมาอาศัยเวลาอีกหลายวัน ถึงเพิ่งถึงบางอ้อ ท่านชี้โพรงให้กระรอกแท้ๆ เจ้ากระรอกก็ยังกระโดดโลดเต้นอยู่ได้ ไม่รู้จักโพรงแห่งขุมทรัพย์ที่ท่านอาจารย์กำลังชี้บอกให้ทราบ

ทีนี้กลับมาที่เครื่องเรียกฝนพีระมิด ที่ดำริจะนำไปติดตั้งที่ พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว  ที่ทุ่งหัวช้างนั้น นอกจากสร้างความชุ่มฉ่ำให้แก่บริเวณทุ่งหัวช้างและบริเวณใกล้เคียง 700,000 ไร่แล้ว ผลพลอยได้ที่พระอาจารย์เล่าให้ฟังเมื่อ 29 ม.ค. 2554   ยังสามารถติดตั้งเป็นศูนย์ป้องกันภัยพิบัติได้อีกด้วย   คุณประโยชน์คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ทำไมอวิชชาจึงบังใจผู้บริหารประเทศเสียมิดมืดตื้อ พระอาจารย์ชักชวนนักการเมืองไปชมการสาธิต ตั้งแต่ พ.ศ. 2545 โน่น แห่ไปชมกันมาก แต่แล้วเงียบหายไปไม่มีอะไรเกิดขึ้นแก่ประเทศนี้ ...ไก่มันก็ไก่ย่อมมองไม่เห็นคุณค่าของเพชรใหญ่เม็ดงาม ประชาชนเองที่พากันไปเลือกไก่ หรือจระเข้ก็ไม่ทราบมาช่วยกันบริหารประเทศกินบ้านกินเมือง...คงใกล้จะพุงแตกแบบชูชกกันแล้ว

ระหว่างที่โทรหารือกับคุณหมอสุรจิต       เมื่อเวลา 14.37 น.วันนี้ 2 ก.พ. 2554 ถึงคุณสมบัติพิเศษของเครื่องเรียกฝนพีระมิด ของพระอาจารย์รัตน์ ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า ภูเขาในย่านอำเภอทุ่งหัวช้าง และทางเขตจังหวัดลำปาง เมื่อตระเวนตรวจดูภูมิประเทศจากกูเกิลเอิร์ทแล้ว พบว่ามีคอนทัวร์เป็นภูเขารูปร่างพีระมิดเป็นส่วนใหญ่แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าน้อยใหญ่ จะเป็นรูปทรงพีระมิด 3 เหลี่ยม และ 4 เหลี่ยมตัน (สำหรับเรื่องภูเขานี้ ต้องยกให้เป็นความดีของคุณพงศ์สันต์ ที่มีดำริในการเลือกสถานที่หลบภัยบนภูเขาขึ้นมา จุดประเด็น ให้ลงลึกหารายละเอียดต่างๆเข้ามาพิจารณา นำเข้าไปหาจุดที่เหมาะสมในที่สุด)

ย่านนี้จะไม่มีถ้ำ หรือมีถ้ำน้อยมาก เนื่องจากเป็นหินบาซอลท์ หรือหินภูเขาไฟ แข็งเหนียวสีเทา ภูเขาลักษณะนี้ จะมี คุณสมบัติขิองรูปทรงพีระมิด อยู่สูงมาก หากยิ่งได้รับการกระตุ้นจากเครื่องเรียกน้ำฝนพีระมิด ที่เสริมด้วยพลังแสงทิพย์ ของ พระบรมธรรมบิดา และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์เข้าไป เขตนี้ของประเทศไทย จะยิ่งทวีพลังงานบวกมากยิ่งขึ้น พร้อมกับขอพระบารมี สมเด็จพระบรมธรรมบิดา นำเครือข่ายแสงทิพย์ไปติดตั้งให้ทั่วทุกภูเขา ดิน หิน น้ำและอากาศและต้นไม้ใบหญ้า และสรรพสัตว์ทุกๆชีวิต ทั้งในมิติพลังงาน และที่มีกายสังขารก็ตาม ยึดพื้นที่เอาไว้ส่วนหนึ่ง รอน้ำฝนพีระมิด อันอุดมด้วยแสงทิพย์มาอาบและดื่มกินต่อไป

ครับนี่เป็นสิ่งที่เพิ่งผุดขึ้นมา ระหว่างที่กำลังหารือ เรื่องเครื่องเรียกน้ำฝนพีระมิด กับคุณหมอสุรจิต ขอบพระคุณมากๆครับ ขอบคุณแทนเพื่อนสรรพสัตว์ทั้งหลายทุึกๆชีวิตด้วย ที่ช่วยให้พลังงานส่วนนี้ได้เข้ามามีบทบาท กับทุกๆชีวิตเพิ่มความสุขสงบในย่านนี้ ก่อนน้ำฝนอันชื่นฉ่ำจะพึงมีมา   

ที่ประเทศอินเดียที่เมืองบังกาลอร์ มีสถานที่เพื่อเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติสมาธิ สร้างเป็นรูปทรงพีระมิด [pyramid valley] 

จุคนได้ประมาณ 5,000 คน ที่ตำแหน่งความสูง 1ใน3 [King chamber] จุคนได้40คนเป็นตำแหน่งที่ได้รับ "พลัง" สูงมากค่ะ 

เมื่อเร็วๆนี้มีการจัดประชุมสัมนาเกี่ยวกับพลังจิตที่นี่ มีเนื้อหาการสัมนาเกี่ยวกับเรื่องพลังพีระมิด/ภัยพิบัติโลก/การทำสมาธิเพื่อให้ตนพ้นภัยจากภัยพิบัติโลก/เทคนิคสื่อผสม เพื่อการทำสมาธิฯลฯ ...(ข่าวจากเว็บพลังจิต)
                                                                                         

RE: ข่าวจากพระอาจารย์รัตน์ 22.50 น1 ก.พ. 2554

พระอาจารย์นั่งสมาธิและพบว่า
ระบบสุริยะได้เปลี่ยนทิศทางการหมุนกลับทิศเป็นซ้ายไปขวาแบบสมบูรณ์แล้ว ผลก็คือ
1. คนที่ไม่เคยชินจะเวียนศีรษะ จะล้ม อาเจียน ความดันจะขึ้น มนุษย์จะต้องหัดหมุนซ้ายไปขวาตาม เพื่อให้สุขภาพดี
2. ผลคือน้ำทะเลจะกระแทกฝั่ง ลาวาจะเปลี่ยนทิศทางการหมุน และปะทุขึ้นเป็นที่ๆ เป็นอันตรายมากๆ
เส้นแรงแม่เหล็กจะพุ่งลงเรื่อยๆ ลองคิดดูว่าจะมีผลตามมาเพียงใด
ทั้งนี้ เหมือนกับ crop circle อันใหม่นี้ที่เขามาเตือนว่าโลกได้เปลี่ยนทิศทางการหมุนแล้ว

และการบีบอัดลงบนเปลือกโลกจะย้ายที่ไปเรื่อยๆ ตรงนั้นลอยขึ้น ตรงนี้จมลงติดต่อกันไปเรื่อยๆ ตามกระแสแปรปรวนของสนามแม่เหล็กที่หุ้มผิวโลกอยู่ และผสมโรงด้วยพลังงานคลื่นประจุลบจำนวนมหาศาลจากาแลกซี่อันโดรเมดา จักรวาลใหญ่ที่ครอบกาแลกซี่ทางช้างเผือก กาแลกซี่ไตรแองกุลัมอยู่ทางด้านตะวันออก และสุริยจักรวาล โลกจะได้รับผลกระทบจากพลังงานของจักรวาลที่กล่าวแล้ว ทั้งนี้ยังไม่รวมทั้งพายุสุริยะ หรือ CME ขนาดใหญ่ของดวงอาทิตย์ ในทุกๆรอบ 11 ปี รอบนี้ทางองค์การนาซ่าได้วิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมทั้ง 5 ดวง

ที่ถูกส่งไปเพื่อสังเกตปรากฏการณ์ของดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ ลงความเห็นว่าการระเบิดครั้งรุนแรงของดวงอาทิตย์รอบต่อไป จะเลื่อนออกไปเล็กน้อย จะเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ ประมาณ ต้นเดือน พฤษภาคม 2556 น่าจะใกล้ๆกับเมขลาพยากรณ์ ในหนังสือพระมหาชนก หนังสือที่พระองค์ทรงรักมาก ใช้เวลาแต่งทั้งหมด 11 ปี

ปริศนานี้บอกใบ้ให้ทุกคนนำไปถอดความ ทุกตัวอักษร ในหนังสือเล่มนี้ จะซ่อนปริศนาธรรมต่างๆเอาไว้ให้ติดตามตรวจสอบเหตการณ์ต่างๆมากขนาดไหน ยกตัวอย่าง ในเมขลาพยากรณ์พายุนากีส ที่ได้เกิดขึ้นที่พม่า เมขลาพยากรณ์ ให้วันเวลาตรงเป๊ะ พิกัดต่างๆของพายุถูกต้องทั้งหมด ความเร็วลมศูนย์กลางพายุก็ตรงอีก นางเมขลาได้พยากรณ์เหตุการณ์นี้ เอาไว้ล่วงหน้าก่อนเหตุเกิด 9 ปี

ทีนี้สำหรับเมขลาพยากรณ์ อีกฉบับนั้น  ลงวันที่ 9 พ.ค. ตรงกับวันพระ ไม่ปรากฏ พ.ศ. เช่นเดียวกับทำนายพายุนากีส นักติดตามถอดปริศนา ที่ได้ทราบเรื่องของพายุนากีสแล้ว พอจะทราบว่าใช้ลูกกุญแจดอกใดมาไขปริศนาที่ยังไม่ถึงเวลาเกิด ก็พบว่า 9 พ.ค. ของนางมณีเมขลา คราวนี้ไปตรงกับ พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2556  และเมื่อถึงเวลานั้น เมขลาพยากรณ์ จะเป็นเช่นเดียวกับ ที่พยากรณ์พายุนากีสล่วงหน้า 9 ปีหรือไม่? หากตรงกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ก็จะเป็นการพยากรณ์ล่วงหน้าเอาไว้ 16 ปี...

ต้องไม่ลืมว่า ในวันที่ 9 พ.ค. นั้น พระมหาชนกได้ว่ายน้ำมา 7 วันแล้ว และก่อนทะเลจะปรากฏคลื่นลมแรงผิดปรกตินั้น ท้องฟ้าก่อนตะวันตกดินยังเป็นสีส้มให้เห็นชัดเจนอีกด้วย...สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องประกอบอาชีพประจำเป็นพนักงานลูกจ้าง ควรเตรียมลางานล่วงหน้าในช่วงนั้น ปลีกตัวหลบไปที่พักหลบภัยล่วงหน้า ตั้งแต่สิ้นเดือนเมษายนเลย ออกไปคอยดูเหตุการณ์รอดูให้พ้น 9 พ.ค. ไปก่อน แล้วค่อยตัดสินใจกลับบมาทำงานประจำต่อ เพื่อกันเหนียวเอาไว้ก่อน มิฉะนั้นการเดินทางระหว่างเกิดเหตุการณ์จะติดขัดมาก และอาจเดินทางถึงที่หมายอย่างยากลำบากเกินความจำเป็น 

อันที่จริงจะทายล่วงหน้าซักกี่ปีนั้น สำหรับผู้มีญานหยั่งรู้อนาคต ไม่มีปัญหาในเรื่องเวลา ว่าจะล่วงหน้ากี่ปี หรือข้อความที่ปรากฏขึ้นมาแถวเดียวโดดๆ ในเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ สร้างหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง มีอยู่เงื่อนไขหนึ่งนอกจากแนะนำให้สร้างในต่างจังหวัดแล้ว ให้เลือกใช้พื้นที่ สูงกว่าระดับน้ำทะเล 100 เมตรขึ้นไป  นักไขปริศนาธรรมล่วงหน้าก็ต้องติดตามไปไขออกมาว่า ทำไมหมู่บ้านที่มีโอกาสจะอยู่รอดสืบต่อไปในประเทศนี้ ต้องเข้าเกณฑ์อยู่เหนือระดับน้ำมากถึงเพียงนั้น แล้วพื้นที่ที่ต่ำกว่า 100 เมตรลงมา ควรจะเป็นหมู่บ้านประเภทไหน?

มีคำคนโบราณบอกเอาไว้นานแล้ว  น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว หากเว้ากันซื่อๆ น้ำจะท่วมฟ้า ก็แสดงว่าเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมมากผิดปรกติ แล้วปลาจะกินดาวล่ะ ก็คนเห็นใช่ไหม ว่าปลามันว่ายอยู่เหนือหัวคนเห็น คนเห็นรู้สึกว่า ปลามันใกล้กับดาว จนรำพึงออกมาว่าปลามันจะกินดาว ก็ลองวกมาดูว่าคนเห็นนั้นกำลังอยู่ ณ สถานที่ใด คำคมของคนโบราณจะว่าเข้าใจง่ายก็ไม่เชิงนัก แต่หากค่อยๆติดตามข้อความไปอย่างใจเป็นกลาง ไม่คิดอะไรมาก ก็จะรู้ชัดว่า ตัวเห็นนั้นมันอยู่ใต้ตัวปลานี่ แล้วปลามันอยู่ที่ไหนล่ะ แล้วเอ้อคนมันหายใจด้วยเหงือกเหมือนปลาด้วยรึ หรือว่าคนได้เปลี่ยนสายพันธุ์ไปแล้ว....ผู้ที่ต้องการคำตอบ จะถามว่าแล้วมันเมื่อไรล่ะ ที่ไหน เรื่องอนาคตเลยต้องออกมาเป็นปริศนาธรรม อย่างนั้นกระมัง ในอดีตนอสตราดามูส ก็ใช้สูตรซับซ้อนเช่นนั้นเหมือนกัน

ก็เป็นเรื่องที่หากทุกคนเข้าใจว่า เป็นหนังสือที่ทรงรักมากเป็นพิเศษ น่าจะแน่นไปด้วยปริศนาธรรมต่างๆซ่อนอยู่มากมายก็ได้ในแต่ละตัวอักษร ด้วยส่วนใหญ่เป็นเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาปัจจุบัน และอนาคต หากบอกตรงๆเสมือนออกแบบเอาไว้ก่อน ผู้อ่านอาจจะตีความไปต่างๆนาๆ และส่วนใหญ่ที่ไม่เข้าใจการสื่อความหมาย อาจจจะไปไกลจนเป็นอันตรายต่อผู้อ่านเองก็ได้ พระองค์ท่านจึงเลือกไปใช้เมขลาพยากรณ์แทน ด้วยความมีพระมหาเมตตาต่อลูกๆของพระองค์ท่านกระมัง

ด้วยความแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโลก  ผนวกกับคลื่นพลังงานจากกาแลกซี่ใหญ่อย่างอันโดรเมดา เหตุผลุบๆโผล่ของแผ่นดินแผ่นน้ำทั่วโลก จึงทะยอยเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีพร้อมๆกันทั่วทั้งโลก ในที่สุด แผนที่โลกใหม่ อาจกลายสภาพเป็นอย่างที่นายกอร์ดอน สแกลเลี่ยน เห็นล่วงหน้ามา 43 กว่าปีก็ได้

พาไปท่องสิ่งแวดล้อมให้เฝ้าจับตากันเสียไกล ทีนี้กลับมาที่ทุ่งหัวช้าง ที่อบอุ่นด้วยพลังงานบริสุทธิ์ สำหรับสรรรพสัตว์ทุกมิติ ถึงแม้ว่าในที่สุดทุกชีวิตจะต้องจากโลกนี้ไป ก็ไปด้วยกำลังใจดีและรู้ที่ต้องการไป เตรียมกายใจได้ก่อนล่วงหน้า กับอุปกรณ์ทุกชนิด ที่สมเด็จฯท่านได้ตระเตรียมเอาไว้ให้แก่ลูกๆล่วงหน้าแล้ว เพียงแต่ใครจะไฝ่รู้เท่าใดหรือไม่เท่านั้น

ตามหาที่หลบภัยสร้างบ้าน  เมื่อได้ส่งแบบบ้านหลบภัยเบื้องต้นให้คุณหมอ ตรวจดู คุณหมอก็นึกถึง ที่บนเขาที่คุณพงศ์สันต์พูดถึงขึ้นมาได้ อยู่ที่ช่วงปลายถนนขึ้นเขาในภาพถ่ายกูเกิล ที่มีถนนชี้ไปทางทิศเหนือตรงกลางภาพ  เมื่อถนนไต่ระดับขึ้นมาแตะเส้นระดับ 700 เมตร และจะเลี้ยวซ้ายมือขึ้นเขาต่อไป ในบริเวณขวามือของถนนตรงนี้ ดูจะอยู่ในแนวเส้นตรงแนวเดียวกับ ยอดพระเจดีย์ตรงไปยังรอยพระพุทธบาท 4 รอย พอดี และมีทำเลที่ไม่ลาดชันเกินไปนัก มีที่กว้างติดถนนกว้างประมาณ 100 เมตร ลาดเอียงประมาณ 15-20 องศาขึ้นเขาไปอีก 100 เมตร ถึงระดับ 720 เมตร พิจารณาจากภาพถ่ายทางอากาศดูแล้ว เป็นทำเลที่มีคุณสมบัติเด่นหลายประการ http://goo.gl/maps/eKS7

  • รับพลังงานบวกของธรรมชาติ..พลังงานพีระมิดของตัวภูเขา ช่วยกรองพลังงานคลื่นแม่เหล็กหนักขึ้นสู่อวกาศ ขจัดประจุลบจากกาแลกซี่อันโดรเมดา ส่งเสริมพลังสมาธิ และลดอุณหภูมิลงกว่าปรกติ 3-5 องศา
  • ทิศทาง ....เมื่อยามตะวันขึ้นก็ไม่ถูกยอดเขาบัง เลี่ยงหลบยอดเขาออกมาประมาณ 200 เมตรจึงไม่ถูกเงายอดเขาทอดทับเอา
  • ยามตะวันตกดิน เงาบ้านก็ไม่ทับยอดเขา...ไม่เป็นเหตุรบกวนเจ้าที่เจ้าเขาที่เขาอยู่มานานแล้ว ผู้มาใหม่มาอาศัยเขาอยู่ ควรวิสาสะทำความเป็นมิตรให้เขายอมรับ ให้ต่างมีความสุขสงบ ปลอดภัย ร่วมพัฒนาจิตใจด้วยแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา ไปด้วยกัน
  • พื้นที่อยู่ในเกณฑ์ระดับความสูง 700-850 เมตร อากาศบริสุทธิ์ ตามข้อแนะนำของหมอแกน ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ คงยากที่จะหาทำเลเช่นนี้ได้
  • อยู่ในกลุ่มหมู่เขารูปทรงพีระมิดนับ 10 ลูกทีเดียว
  • อยู่ห่างองค์พระเจดีย์ประมาณ 1.1 กม. และยังอยู่ในแนวเส้นตรงที่พระบรมธาตุเสด็จจากพระมหาเจดีย์ ไปยังรอยพระพุทธบาท 4 รอย ทางฟากเขาทางทิศตะวันตกอีกด้วย
  • อุณหภูมิของโลก มีอัตราเร่งเพิ่มขึ้นไปรวดเร็ว ประชากรโลกที่ทนคลื่นความร้อนไม่ไหว ทะยอยตายไปนับแสนแล้ว กำลังจะขึ้นหลักล้านหรือหลายๆล้านต่อไปในอีกไม่นาน การได้อาศัยอยู่ในที่อากาศเย็น ก็ค่อนข้างมีภาษีกว่าอากาศร้อน อาจจะเป็นอีกวัตถุประสงค์หนึ่งที่หมอแกนมองเห็นพื้นที่ระดับสูงในระดับ 700 เมตรขึ้นไป ถึงได้พูดเอาไว้หลายคราว ในหลายๆที่ คล้ายกับจะบอกปริศนาอะไรบางอย่างให้แก่ผู้ได้รับฟังกระมัง เรื่องของอนาคตบางทีก็ต้องใช้วิธีตอกย้ำบ่อยๆ กระตุกต่อมความคิดของผู้ฟัง ให้เอะใจลองนำไปทบทวนดูก็ได้...พระพุทธองค์จึงตรัสปริศนาธรรม เรื่องมีอายุยืนนานถึง 16 ครั้งแก่พระอานนท์

ปัญหาที่ต้องขบคิดเลือกเอาอีกประเด็น คือหาแหล่งน้ำใช้บนภูเขานี้ ถนนทางขึ้นที่ผ่านมามีอ่างน้ำขนาด 50 คูณ 50 เมตร อยู่ห่างออกไป 700 เมตร ในระดับที่ต่างกัน 100 เมตร หากพึ่งพาแหล่งน้ำนี้ ต้องพัฒนาเครื่องมืออีกไม่น้อยทีเดียว คงต้องมองหาแหล่งน้ำจากที่อื่น มองไปมองมาจากเบื้องนภากาศลงมายังยอดภูลูกนี้ บอกว่า มีน้ำจากฟ้าที่ตกลงมายังเขาลูกนี้ ในด้านทิศตะวันตกของซีกภูเขารูปทรงพีระมิด ตรวจสอบดูขนาดพื้นที่รับน้ำฝนแต่ละคราว มีอยู่ประมาณ 7 หมื่นตารางเมตรจากยอดเขาลงมา น้ำไหลลงมารวมกันที่ร่องน้ำธรรมชาติตรงปลายถนนสายนี้ หากได้จัดสร้างฝายขนาดย่อมพอประมาณ ที่ระดับความสูงกว่าที่ใช้สร้างบ้านพักปฏิบัติธรรมสัก 20 เมตร กักเก็บน้ำไว้ประมาณ 50 ลบ.เมตร พอให้ใช้ได้ชนเดือน แล้วเติมน้ำจากฟ้าทุกๆเดือน ด้วยเครื่องทำฝนพีระมิดของพระอาจารย์รัตน์

ภูเขารูปทรงพีระมิดลูกนี้ ก็พลอยได้รับฝนแสงทิพย์มาใช้อาบกินไปด้วย ให้เกิดความบริสุทธิ์ทั้งกายและใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่ออธิษฐานก่อนใช้น้ำทิพย์ที่ศักดิ์สิทธิ์ทุกคราว พ่อเกิดแม่เกิดหรือพระบรมธรรมบิดา จะยินดีด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ลูกนึกถึงพ่ออยู่เสมอ ดังผู้ที่ไปพบพระองค์ท่าน ท่านจะเตือนให้ลูกๆขึ้นมาพบพ่อที่นิพพานทุกๆวัน วิเคราะห์ให้ฟังทั้งด้านกายภาพและภาคพลังงาน คงต้องใช้มโนมยิทธิตามดูเอาในภาคพลังงาน ตาเนื้อมองเห็นยาก...วิเคราะห์มาถึงตรงนี้ ออกจะเห็นด้วยกับจำนวนประชากรของประเทศไทย ที่จะเหลือรอดหลังวิบัติกาล ที่คุณหมอเก่งเคยเล่าให้ฟัง ว่าได้รับฟังมาจากพระลูกศิษย์ของหลวงปู่ดู่อีกที ตัวผมค่อนข้างมองเห็นความเป็นไปได้มากทีเดียว กับจำนวนประชากรประเทศสยามที่ยังเหลือรอดอยู่ต่อไป หลังการปรับสมดุลครั้งยิ่งใหญ่ยาวนานของโลกและจักรวาลแล้ว

ก่อนที่ทุกคนจะตายไป หากเราเลือกได้ และยังพอมีเวลา เราก็จะเร่งมองหา เลือกเฟ้นที่มั่นสุดท้าย ที่เราควรจะย้ายไปอยู่ พร้อมกับจัดสร้างอาคารเล็กๆ แต่แข็งแรง ทนทานต่อวัตถุหนักๆแข็งๆที่อาจมีหล่นลงมาจากฟากฟ้าได้ด้วย  ป้องกันลม ความหนาวเย็น มีน้ำ มีอาหาร พอประทังชีวิต ให้อยู่ได้ในเวลาวิกฤต 90 วัน อันหนาวเหน็บและมืดมิด ด้วยฝุ่นควันรังสีอันตรายนาๆชนิด ทั้งจากเหตุต่างๆของธรรมชาติ และจากฝีมือของมนุษย์ด้วยกันเองสร้างขึ้นมา เพื่อการทำลายล้างชีวิตมนุษย์ให้เหลือน้อยที่สุด ที่พวกหัวคิดไม่ปรกติกำลังวางแผนปฏิบัติการ ร่วมผสมโรงกับภัยพิบัติธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น แล้วโยนทุกอย่างให้แก่ธรรมชาติไป

สำหรับฝุ่นกัมมันตรังสีต่างๆ ไม่มีเกินความสามารถของพระรัตนตรัย ที่จะเป็นเกราะแก้วคุ้มครองได้ วาระนี้สิ่งมหัศจรรย์ต่างๆที่คนไม่เคยเห็นก็คงจะได้เห็นกันคราวนี้ เนื่องจากมันถึงเวลาแล้วนั่นเอง มิฉะนั้นมนุษย์อาจไม่มั่นใจในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่ต้องสงสัยว่าเดี๋ยวนี้ทำไมจึงมีผู้เห็นและถ่ายรูปยาน UFOได้บ่อยๆขึ้น....นัยว่าผู้ที่พบเห็น UFO บ่อยๆนั้น เขาส่งยานมาตามตัวพวกเดียวกัน สมาชิกเขากะลาเล่ารายละเอียด

ภัยทุกๆอย่าง ยังคงมีแต่พลังบริสุทธิ์ของพระรัตนตรัย เท่านั้น ที่จะเป็นที่พึ่งของทุกๆชีวิตได้ หากท่านเข้าใจและเข้าถึงอย่างแนบแน่นแท้จริง

ทีนี้ก็มาถึงข้อจำกัดของบ้านหลบภัย ที่ต้องสร้างสะดวก ประหยัด และทนทาน และใช้พลังงานของพีระมิดเข้ามาเสริมปรับสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นด้วยโดยอัตโนมัติ และควรสร้างอยู่กันเป็นกลุ่มเล็กๆ ได้ใช้สาธารณูประโภคส่วนกลางร่วมกัน ตัวบ้านใช้สำหรับการพักผ่อนอย่างเดียว และป้องกันสภาพไร้น้ำหนัก ที่อาจจะเกิดขึ้น ทำให้มนุษย์อยู่ในสภาพลอยตัวว่ายอยู่ในอากาศ หากโลกต้องหยุดหมุนชั่วขณะ ระหว่างการปรับเปลี่ยนขั้วโลก  2 เม.ย. 2552 และมาปรับทิศการหมุนรอบตนเองใหม่เสร็จสิ้นเมื่อต้นเดือน ก.พ. 2554 นี้2 เม.ย. 2552 และมาปรับทิศการหมุนรอบตนเองใหม่เสร็จสิ้นเมื่อต้นเดือน ก.พ. 2554 นี้ ในพระพุทธทำนาย ปี พ.ศ. 2555 พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบไว้สั้นๆ ว่า มนุษย์จะเปลี่ยนจากเดิน เป็นคลาน   ท่านลองจินตนาการเอาเองว่าเหตุการณ์ต่างๆจะหนักหนาอย่างไรบ้าง...ซึ่งพระอาจารย์รัตน์ ท่านได้รับสัญญานดังกล่าวมาแต่ครั้ง ที่งานทำบุญฉลองพระเจดีย์บนดอย 

ดังนั้นที่หลบภัยจึงไม่ต้องการหน้าต่าง เพียงจัดช่องแสงและระบบการระบายอากาศแบบอากาศพลศาสตร์โดยธรรมชาติ รับลมเย็นจากด้านล่าง ระบายลมร้อนออกด้านบนตลอดเวลา ไม่ต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้าใดๆ มิดชิดป้องกันแมลงต่างๆได้ดี ถ้าผู้อยู่ภายในอาคารจะตัวลอยเป็นมนุษย์อวกาศชั่วคราว ก็จะไม่หลุดออกไปไหน และไม่กระแทกของมีคมในอาคาร เมื่อโลกปรับตัวมาที่ขั้วเหนือใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาเผชิญชีวิตกันต่อไปหากยังไม่หมดลมหายใจไปเสียก่อน ส่วนในพุทธทำนาย ปี พ.ศ. 2556 นั้น โลกจะได้มี วิกฤตภัย ครั้งใหญ่

หากท่านยังมีชีวิตอยู่ต่อมาจนถึง ปี 2560 พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า โลกจะดิ่งลงสู่หายนะ ท่านที่สนใจลองค้นหาจิ๊กซอร์ตัวนี้ได้ที่ /article385.html 

ดังนั้นการเตรียมการล่วงหน้า สำหรับสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน ออกจะซับซ้อน ทั้งด้านอาหารการกิน และน้ำดื่ม น้ำใช้ ส่วนห้องบรรเทาทุกข์ จะจัดแยกส่วน เป็นส่วนกลาง ใช้ร่วมกัน ทั้งห้องอาบน้ำ ซักผ้า ส้วม เสร็จอยู่ในห้องเดียว และที่จำเป็นมากสำหรับทุกชีวิต คือเรื่องกิน ที่อาจจะต้องลดการกินเหลือเพียงวันละมื้อ มีอาคารส่วนกลาง เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันเตรียมอาหาร และเป็นที่พักผ่อน ประชุมหารือ หรือแลกเปลี่ยนวิธีทางการปฏิบัติธรรม ก็จะมารวมกันที่อาคารนี้เป็นปรกติ

และใกล้ๆอาคารครัว ที่พักผ่อนรวม ก็จะแวดล้อมไปด้วยสวนครัวชนิดต่างๆ ที่สามารถใช้งานในครัวได้ทันที พร้อมทั้งสวนดอกไม้ล้มลุกและไม้หอมยืนต้นต่างๆ 

ลองมาศึกษาแบบก่อสร้างพื้นฐานต่างๆที่เตรียมการไว้เพื่อการปรับแต่งเบื้องต้นตามความต้องการของผู้อยู่

Toilets set  ชุดละ 7 ห้อง มีถังสำรองน้ำอยู่ตรงกลางใช้วัสดุก่อสร้าง จากธรรมชาติในท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่  ห้องน้ำต่างๆไม่มีหลังคา ใช้สุขภัณฑ์นั่งราบแบบราดน้ำ ไม่ใช้ไฟฟ้า ออกแบบรองรับล่วงหน้า สิ่งแวดล้อมโลก ที่จะถอยหลังกลับไปไม่น้อยกว่า 50 ปี  ฝึกตนเองให้คุ้นชินกับการอยู่กับธรรมชาติ เสียแต่เนิ่นๆ ว่าจะต้องเตรียมปรับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างใด รวมทั้งปรับพฤติกรรมการกินอยู่ให้น้อยลง จนเหลือเพียงมื้อเดียวด้วย โดยไม่หิว ระบบร่างกายส่งความรู้สึกหิว เมื่อเซลล์ในร่างกายขาดพลังงานสำรองในตัวเอง  เทคนิคการรับประทานอาหารจึงควรรับประทานก่อนอาการหิวประมาณ ครึ่งชั่วโมง เพื่อเติมพลังงานให้แก่เซลล์ทั่วร่างกาย อาการหิวอาหารของร่างกายบ่งชี้ว่าภายในเซลล์กำลังขาดพลังงานสำรอง

ว่าด้วยเรื่องไม่หิว หมอแกนได้เปิดเผยถึงการอยู่รอดในวิบัติกาลของโลกที่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ เมื่อปีที่แล้ว ว่าให้มีน้ำดื่มเพียงพอติดตัว และใช้ทฤษฎีโพเพทัส ในการหายใจ ชีวิตจะอยู่รอดได้เป็นเดือน เซลล์ในร่างกายจะได้รับพลังงานจากอากาศที่หายใจอย่างถูกวิธีถึง 65% และได้รับจากน้ำอีก 35 % จึงช่วยให้ไม่รู้สึกหิว ระหว่างที่กำลังตกอยู่ในช่วงวิบัติกาลของโลก

วิธีการดิ่มน้ำ ให้มีน้ำติดตัวพร้อมจิบได้เป็นระยะๆ  ไม่ต้องรอจนกระทั่งร่างกายส่งสัญญานว่ารู้สึกกระหายน้ำจึงหาน้ำมาดื่ม เหตุผลก็เช่นเดียวกับการรับประทานอาหาร การดื่มน้ำมากหรือน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน จึงต้องสังเกตตนเองว่า มีภารกิจอย่างไร ควรเติมน้ำสะอาดให้แก่ร่างกายมากหรือลดลงอย่างไร ในแต่ละวันหากภารกิจที่ต้องทำนั้นแตกต่างจากวันก่อนๆ

การหายใจในทฤษฎีโพเพทัส  ของ หมอแกน จะนำคลื่นพลังงานและประจุไฟฟ้าทั้งบวกและลบ จากอากาศที่หายใจเข้าและออก ถอดรหัสโดยไมโครชิพในส่วนหลังท้ายทอย แล้วแจกจ่ายสร้างความสมดุลพลังงาน ไปให้แก่เซลล์ทั่วร่างกาย ระบบประสาทและเซลล์สมอง ให้เซลล์ทุกเซลล์มีพลังงานสำรองเต็มพิกัดอยู่เสมอ ไม่แตกต่างจากการชาร์ตไฟให้เต็มหม้อแบตเตอรี่อยู่เสมอ พร้อมใช้งานต่างๆนั่นเอง

ดังนั้นการรับพลังงานจากสารอาหาร จึงมีปริมาณน้อยลง ฝึกการใช้พลังงานจากอากาศ ฟรี ใน ทฤษฎีโพเพทัส ใหม่เพิ่มพลังงานสำรองให้แก่เซลล์ทั่วร่างกาย พร้อมกับฝึกเป็นหมอดูแลสุขภาพตนเองในทุกโรคให้กลับมาเป็นปรกติ...รวมทั้งจะให้ความรู้แก่ผู้คนในตำบลและอำเภอทุ่งหัวช้างด้วย ให้ทราบวิธีการช่วยเหลือกู้สุขภาพของตนเอง ญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ โดยใช้พลังงานคลื่นจิตที่ฝึกดีแล้ว เข้ามาเสริมการดูแลรักษาทางไกล แก่ผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ไม่เกี่ยงระยะทาง 

วีดีโอตัวอย่างทฤษฎีโพเพทัส

ก่อนตื่นนึกขึ้นมาได้ว่า ลองทำดูซิ วิธีการหายใจ 4 จังหวะของโพเพทัส นี้ เมื่อได้ลองปฏิบัติดู 15 นาที มาวิเคราะห์วิธีการ ที่หมอแกน เน้นสอนนั้น ก็คือการฝึกสติอย่างมีกุศโลบายนั่นเอง ให้สังเกตลมเข้าลมออกที่รูจมูกตลอดเวลา อย่างเนิบนาบในปริมาณเท่าๆกันทั้งเข้าและออก ให้สุดๆ เมื่อเข้าหรือออกหมดลมแล้ว ให้กลั้นเอาไว้นิดหนึ่ง ทุกคราวที่กลั้นลมให้หยุดอยู่เฉยๆ มันก็ไม่ต่างกับอยู่กับความตายชั่วครู่หนึ่ง เกิดขึ้นทุกครั้ง ที่กลั้นลม เมื่อระบายออกจนหมด หรือสูดลมหายใจเข้าจนเต็มที่แล้วก็ตาม...ต้องอยู่กับความตายตลอดเวลานั่นเอง...ไร้ตัวตน

และยังให้ใช้สติคอยดูการเคลื่อนไหวของลม ที่รูจมูกตลอดเวลาอีกด้วย ห้ามเข้าฌานเด็ดขาด ห้ามรู้สึกสบาย ห้ามหลับ ทุกขั้นตอนอยู่ในการกำหนดรู้ทั้งหมด เป็นวิปัสสนาในทุกเรื่องตลอดขบวนการทีเดียว แล้วยังให้คอยดูเวลาที่กำหนดล่วงหน้า ที่หน้าผาก ไหลลงมาแต่ละนาทีอีก จิตต้องอยู่กับระบบการหายใจ ที่ออกแบบเอาไว้อย่างแยบคาย แต่ไม่อ้างอิงศาสนาไหน เนื่องจากต้องการเป็นสากล ให้แก่ผู้คนได้ทุกชาติภาษาทุกๆฐานะ ให้เข้าถึงความไร้ตัวตน   ด้วยเป้าหมายเบื้องต้นใช้ยกเครื่องสุขภาพได้ทุกโรค ด้วยสเต็มเซลล์ธรรมชาติ ที่เป็นผลพลอยได้จากระบบการหายใจ ของ โพเพทัส  ซึ่งเป็นเพียงกระพี้เท่านั้น ส่วนแก่นแท้ต้องลึกเข้าไปถึงความไม่มีตัวตนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก ของทฤษฎีนี้...แม้จะยังมีชีวิตร่างกายก็อยู่อย่างไร้ตัวตน ที่หมอแกนให้ความสำคัญ

ฝึกไปจนกระทั่งแทบไม่รู้สึกว่ามีลมหายใจ หรือระยะช่วงเวลาหายใจเข้าและออก 1 คู่กินเวลาเกินกว่า 1 นาที หรือเริ่มมีอาการทางกายอวัยวะต่างๆค่อยๆทะยอยหายไปทีละส่วน เช่นหัวค่อยๆหายไปจากความรู้สึกของใจ ไหล่ แขน ค่อยอันตรธานหายไปเป็นต้น จนหายไปหมดทั้งตัว หรือจิตได้แยกออกมาจากกายแล้วนั่นเอง แต่คุณหมอแกนเรียกว่า ไมโครชิพ ถึงจุดกำเนิด ส่งคลื่นกลับไปยังจุดเดิม ทวนสัญญานเดิม ให้แก่ตนเองปรับสมดุลให้ตัวเองพ้นไปจากการถูกครอบงำของกระแสโลก

ผู้ที่ยังไม่คุ้นชินจะรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง เป็นด้วยจิตกลัวตาย ตอนเริ่มฝึกใหม่ๆ เนื่องจากจิตต้องผจญกับความตายถี่ๆ ในทุกจังหวะการหายใจเข้าและออกแต่ละครั้ง ที่ต้องกลั้นลมเอาไว้นิดหนึ่ง 2-3 วินาที และยังมีเทคนิคต่างๆในการใส่โปรแกรมคำสั่ง ให้ไมโครชิพล่วงหน้าก่อนการปฏิบัติอีก การปฏิบัติในทฤษฎีโพเพทัส แจกแจงขั้นตอนเป็นขั้นตอนวิทยาศาสตร์เอาไว้ชัดเจน แต่ไม่วิเคราะห์รายละเอียดให้ฟัง หมอแกนคงจะไม่ต้องการเสียเวลา มาตอบคำซักถาม ที่จะเกิดขึ้นอีกมากมาย หากลงรายละเอียดมากไป

จึงพูดเอาไว้ลัดๆสำหรับผู้ปฏิบัติไม่ต้องคิดมาก เมื่อเข้าใจวิธีและขั้นตอนแล้ว ลงมือทำเลย ผู้ได้ทำแล้วก็จะรู้ของตนเองนั่นเอง...หมอแกนจะให้กำลังใจผู้ปฏิบัติใหม่ว่า มันง่ายมาก ให้ขยันทำโปรแกรมคำสั่งเดิม โปรแกรมละ 5 รอบต่อวัน จะได้สเต็มเซลล์เพิ่มขึ้น ชุดหนึ่งทิ้งช่วงเวลาชีวภาพห่างกันทุก 3 ชั่วโมง หรือไม่ก็ได้หากไม่สะดวก ก็จะเหมาทำ ถี่ๆให้ครบ 5 ครั้งเลยทีเดียวก็ได้ โดยเหลื่อมเวลาให้แตกต่างกันไปทุกคราว

ผลพลอยได้ คือการยกเครื่องสุขภาพร่างกายได้ทุกเรื่องทุกโรค และเคยสอบถามกับหมอแกน การออกแบบคำสั่ง สามารถใช้ได้ทุกเรื่องที่เราต้องการ ไม่เฉพาะแต่กับการรักษาโรคเท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนของกระพี้เท่านั้นของทฤษฎีนี้  ผู้ปฏิบัติที่เกาะติด เป็นนิจทุกๆวัน จะพบว่าระบบการหายใจจะเบาลงจนแทบไม่รู้สึกกับลมที่ผ่านรูจมูก เหลือลมหายใจเข้าและออก 1 คู่ใช้เวลามากกว่า 1 นาที หรือสังเกตสภาพทางกาย จิตจะค่อยๆพ้นจากการรับรู้ว่ามีตัวตน เช่น หัวจะเริ่มหายไป แขนและไหล่ ค่อยๆอันตรธานหายไป จนหมดทั้งตัว นั่นคือจิตได้แยกออกมาจากายแล้วนั่นเอง ที่หมอแกนเรียกว่า ไมโครชิพเริ่มกลับไปสู่จุดกำเนิด ต่อคลื่นตรงไปยังที่เดิมฟอร์แมทตนเองใหม่ ให้พ้นไปจากสภาพของโลกที่มาครอบงำ กลับคืนสู่สมดุลเดิม ที่ไร้ตัวตน แม้จะยังมีชีวิตร่างกายก็อยู่อย่างไร้ตัวตน ที่หมอแกนให้ความสำคัญ กระแสโลกทำให้ให้ตนเองเพี้ยนไปชั่วคราว ตามกลมายาของโลก ที่ไม่มีอยู่จริง

เทคนิคการปฏิบัติ ส่วนท้องจะมีบทบาทใช้ล๊อกลมหรือใช้กลั้นลม จิตจะอยู่กับความตายทุกครั้งที่กลั้นลม บ่อยๆถี่ๆทุกจังหวะการหายใจเข้าและออก เมื่อชำนาญขึ้นจิตจะไม่อึดอัดอีกต่อไป ยอมอยู่กับความตาย เนื่องจากถูกตอกย้ำถี่ๆทุกๆจังหวะการหายใจนั่นเอง เมื่อชำนาญในการใช้่ส่วนท้องในการกลั้นลมแล้ว ส่วนกลัามเนื้อไหล่และศรีษะจะเบาสบายขึ้น จิตเกาะอยู่กับความตายระหว่างกลั้นลมหายใจทุกคราว

กายทำหน้าที่ของตน จิตก็ดูความตาย บ่อยเข้าจิตก็อยู่กับลมหายใจเข้าออก และความตายเป็นปรกติขึ้น ก็เพิ่มเติมเข้าไปอีกนิดหนึ่ง ระหว่างที่จิตต้องอยู่กับความตาย ในช่วงที่กลั้นลมหายใจอยู่นั้น ก็เพิ่มแสงทิพย์ให้แก่จิต อยู่กับความสว่างแสงขาวนวลของแสงทิพย์เย็นสบาย หรืออยู่กับแสงฉัพพรรณรังสี ที่ได้เห็นที่พระมหาธาตุเจดีย์ หรืออยู่กับ ภาพมหัศจรรย์  ที่ สมเด็จพระพุทธกัสสป เมตตามาซ้อนภาพเอาไว้ให้แก่ลูกๆ ที่ภาพพิเศษของหลวงปู่ครูบาวงศ์ก็ได้ จิตก็ยิ่งจะสบายมากขึ้นเมื่ออยู่กับความตาย ความว่างเปล่า และได้อยู่กับแสงทิพย์นิพพาน

ทำไปสักช่วงเคยชินแล้ว จิตจะไม่อยู่กับแสงทิพย์เฉพาะช่วงกลั้นลมหายใจเท่านั้น จิตจะอยู่กับลมหายใจไปตลอดเวลา รวมทั้งขณะที่กลั้นลมหายใจด้วย ต่อเนื่องไปทุกขณะ ไม่สนใจว่าจะหายใจหรือกลั้นหายใจ จิตจะเข้าสู่สภาพไร้ตัวตนอย่างเข้มข้นมากขึ้น จนกระทั่งหมดเวลาชีวภาพที่กำหนดไว้แต่ต้น จิตก็จะถอนออก ลืมตาขึ้นได้ มองดูนาฬิกาจะตรงกับที่กำหนดไว้แต่แรกพอดี...

ค่อยๆฝึกตามที่ได้นำมาเล่านี้ การฝึกก็จะลื่นไหล และกลับมาฝึกใหม่ได้อีกทุกๆ 3 ชั่วโมง และนอกเวลาฝึก จิตก็จะคุ้นชินกับการหายใจปรกติที่ใช้รูปแบบเช่นเดียวกับตอนกำหนดในแต่ละช่วง ช่วยให้สุขภาพได้รับอากาศเต็มปอด สำหรับฟอกโลหิตดำได้ต่อเนื่องเต็มที่ตลอดเวลา

แรงกระทำจากกาแลกซี่  ระหว่างนั่งฝึกการหายใจ 4 จังหวะของทฤษฎี โพเพทัส กายจะสามารถรับสัมผัส แรงดูดแรงผลัก และแรงโยก ที่เกิดจากกาแลกซี่ทั้ง 2 ที่โลกเดินทางอยู่ในปัจจุบัน และสุริยจักรวาล ซึ่งคล้ายหยุดนิ่งระหว่างโคจรรอบดาวหลุมดำ ไม่หมุนรอบตนเอง ได้กลับมาหมุนรอบตนเองอีกวาระหนึ่ง เมื่อเดินทางเข้ามาในอิทธิพลแรงดึงดูดของ กาแลกซี่ไตรแองกุลัมมากขึ้น ผู้ที่กำลังวางจิตสบายๆก็จะรับรู้แรงดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ให้ทดลองดูได้ ลักษณะอาการ กระตือรือล้นมากกว่า เมื่อตอนต้นปีนี้...แต่การนั่งอยู่บนหลังช้างระหว่างที่ช้างเดินจะนุ่มนวลกว่าแรงกระทำของกาแลกซี่มากทีเดียว จังหวะของช้างเนิบนาบกว่ามาก

เมื่อปีที่แล้ว ระหว่างฝึกวิปัสสนา โดยใช้อุปกรณ์พีระมิดช่วย ก็ยังรับสัมผัสแรงจากกาแลกซี่ดังกล่าวได้เบาบางมาก แต่ก็ดีเหมือนกัน ได้ใช้เปรียบเทียบกับปัจจุบัน ซึ่งสามารถรับสัมผัสได้แตกต่างชัดเจนมาก เมื่อเทียบกันกับในอดีต...

บางท่านอาจถามว่า รู้แล้วใช้อะไรต่อได้บ้าง สำหรับเรื่องนี้มีรายละเอียดให้ต่อยอดการฝึกวิปัสสนา เพื่อแยกจิตออกมาจากกายที่พระอาจารย์รัตน์ท่านสอน แวะศึกษารายละเอียดได้ที่ลิงค์นี้

ขอคั่นด้วยข่าวล่าเมื่อ 28 ก.พ. 2554 วิปัสสนา           ด้วยอุปกรณ์พีระมิด

พระจารย์ได้ให้อุบายวิธีใหม่ในการเข้าถึงมรรคดังนี้

นั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ วางแถบแกนพีระมิดหน้า-หลัง เมื่อเขย่าสะบัดของเสียออกจากร่างกายไประยะหนึ่งแล้ว พลังงานในร่างกายจะแบ่งออกเป็นสองซึกคือ ความหนักและมืดดำจะไปอยู่ทางซีกขวา ความเบาและสว่างจะอยู่ทางซีกซ้าย จากนั้นนึกเส้นแถบแกนพีระมิด ถูเส้นให้ขยับพุ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ไกลออกไปเรื่อยๆ ในที่สุดจะไปชนขอบจักรวาล หากสามารถทะลุขอบนี้ไปได้จะเป็นสภาวะมรรค

(ท่านที่สนใจลองน้อมนำไปปฏิบัติดูได้ด้วยตนเอง หาแถบพีระมิดสัก 2 คู่ จากป้าต้อยก็ได้ ใน เว็บ อิงธรรม สำหรับผู้ที่ยังไม่มีพีระมิดพลังงานส่วนตัว หรือจะใช้พีระมิดเล็กๆของพระอาจารย์กำไว้ในมือ แล้วนึกให้พีระมิดขยายใหญ่ครอบตัวเรา แล้วนั่งกำหนดไปเรื่อยๆก็ได้ เมื่อเส้นพีระมิดยาวออกไปจนพ้นขอบจักรวาล จิตเราก็ตามออกไปด้วย ก็จะได้รับพลังงานคลื่นสีเหลือง หรือพลังเมตตาจากกาแลกซี่ไตรแองกุลัมอย่างเต็มที่ หากสัมผัสสภาวะนั้นได้แล้ว ซึ่งผู้ปฏิบัติจะรู้ถึงความแตกต่างของจิตตนเองในขณะนั้นได้เอง พบแล้วระลึกหรือจำไว้ เก็บเอาไว้กับจิตของตนตลอดเวลา นั่นคือทำวิปัสสนาอยู่ตลอดเวลา

มันจะแย่งกันกับใจและกายที่คุ้นชินกับอารมณ์ต่างๆทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อาจเรียกว่าฝ่ายดำ มันจะพยายามแย่งชิงเป็นหนึ่งกับฝ่ายขาว หรืออารมณ์วิปัสสนา ก็ต้องใช้ความเพียรเมื่อจับหลักได้แล้ว ให้จิตมันดึงกลับมาที่อารมณ์วิปัสสนา ที่เราสัมผัสได้แล้ว ให้จิตมาอยู่กับอารมณ์ฝ่ายขาวมากขึ้นๆ จิตจะเริ่มไวมากขึ้น ปล่อยให้ใจกับกายทำหน้าที่ทางโลกของมันไป ส่วนจิตก็อยู่ในอารมณ์วิปัสสนาไป

แย่งกันเดิน จิตเดินมรรค ใจก็จะยึดติดอยู่กับโลก ซึ่งจะมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยตามสิ่งแวดล้อมที่มากระทบอยตนะทั้ง 6 ทาง ทำมากๆเข้าอย่าดับเครื่อง ผ่อนหนักผ่อนเบาเอาเถิดเจ้าล่อไปกับอารมณ์ของใจ อย่าเอาจิตไปสนใจมัน ให้พยายามรักษาอารมณ์วิปัสสนาเอาไว้ นอกจากอาศัยอุปกรณ์พีระมิดของพระอาจารย์แล้ว ซึ่งจะมีพลังจิตของพระอาจารย์ช่วยดึงจิตของผู้ปฏิบัติอยู่ส่วนหนึ่ง

หากเรามีศรัทธาพร้อมก็นึกขออาราธนาบารมีของท่านเข้ามาช่วยสนับสนุนจิตของเราอย่างเต็มที่ ช่วยให้จิตอยู่ในคลื่นความถี่สูงตลอดเวลา หรือนึกถึงท่านในสิ่งที่เราประทับใจอยู่ตลอดเวลา เป็นกำลังสนับสนุนจิตของเรา หรือเรียกว่าน้อมนำพลังจิตของท่านมาสวมครอบให้กำลังแก่จิตของเรา ได้มีความเข้มอยู่กับวิปัสสนาถี่ยิ่งขึ้น อารมณ์ของใจต่างๆที่เกิดขึ้นกลายเป็นพลเมืองส่วนน้อยลงไปเรื่อยๆ ญาณทัสสนะที่เกิดจากอารมณ์วิปัสสนาก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นการเดินมรรคแบบคู่ขนานกับอารมณ์ใจ ให้จิตเดินไปเรื่อยๆจนจบทางมรรค...โมทนากับทุกๆท่าน)

ดังนั้นหมอแกนจึงสนับสนุนให้ทุกคนที่หายจากโรคต่างๆแล้ว ให้ทำต่อเนื่องไปทุกวัน และเริ่มให้อรรถาธิบาย เพิ่มเติมในขั้นสุดท้าย เมื่อเริ่มมีคนไข้จำนวนมากได้รับชีวิตใหม่ และลึกซึ้งในคุณค่าของทฤษฎีนี้ จึงได้ขยายความถึงแก่นแท้ในเวลาที่เหมาะสม และยังย้ำด้วยว่า วัตถุประสงค์การมาที่โลกใบนี้ เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ในยามวิบัติกาลของโลก แล้วทิ้งท้ายไว้ว่า จะได้พบกับหมอแกน เมื่อโลกมีภัยพิบัติ (คำพูดของหมอคงจะหมายถึง ในเวลานั้นทุกคนที่รู้จักทฤษฎีโพเพทัส จะต้องมาอยู่กับทฤษฎีนี้ เนื่องจากความจำเป็นบังคับนั่นเอง ก็พลอยนึกถึงเจ้าของทฤษฎีโพเพทัส ไปด้วย) ที่ได้จากดาวโพเพทัส ที่อยู่ไกลจากโลกสีน้ำเงินนี้ไปอีก 3 กาแลกซี่ มาด้วยภารกิจจำเพาะ

ประโยชน์ของซุ้มห้องน้ำรวมอนาคต  ส่วนการอาบน้ำ และซักเสื้อผ้าก็อยู่ในอาคารนี้ทั้งหมด ดูแลรักษาความสะอาดร่วมกัน เสมือนคนครอบครัวเดียวกัน ที่ต้องช่วยสงเคราะห์ช่วยเหลือในเรื่องต่างๆร่วมกัน ในกาลเวลายุคใหม่ที่สิ่งแวดล้อมปรับตัวอย่างรุนแรง ไปสู่มิติใหม่แห่งการอยู่อาศัยร่วมกันแบบพึ่งพา ที่เอื้ออารีต่อกันและกัน โดยธรรมชาติทั้งคัดคนไม่ดีออก และสอนคนที่ยังเหลือรอดชีวิตไปด้วย ว่าการดำรงค์ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างพอเพียง เป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมในทุกๆสถานะการณ์

ที่พ่อหลวงอบรมส่งเสริมมาร่วม 30 ปีล่วงหน้า ไพร่ฟ้าของพระองค์จะเห็นเหตุผลชัดเจน และน้อมนำมาปฏิบัติ หลังจากวิบัติกาลผ่านพ้นไป หรือทุกคนที่มาเกิดเพื่อสร้างสภาพนิพพานบนดิน ตามที่ได้รับภารกิจนี้มาในครั้งที่จากพ่อเกิดแม่เกิด ออกมาท่องเที่ยวในโลกต่างๆ และพ่อเกิดแม่เกิดของทุกคนได้เตือนว่า อย่าไปหลงยึดติดวัตถุโลกทั้งหลายที่พ่อได้สร้างขึ้นมาชั่วคราว สุดท้ายมันเป็นศูนย์ (0)ทั้งหมด แตกสลายสูญสิ้นไป ไม่มีเหลือ จิตของลูกๆเท่านั้นที่เป็นหนึ่ง นั่นคือสภาวะจิตเดิม ที่แบ่งตัวออกมาจากจิตดวงใหญ่ของพ่อเกิดแม่เกิด คือ  สมเด็จพระบรมธรรมบิดา

(ภาพของแบบห้องน้ำ ออกมาหลังจากที่ได้ไปกราบพระมหาเจดีย์และรอยพระพุทธบาท  4 รอยที่ทุ่งหัวช้าง ได้เห็นสภาพสิ่งแวดล้อม และความจำเป็นทั้งในยามปรกติ และยามวิบัติกาลของโลก เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2554 โดยความอนุเคราะห์ของคุณหมอ สุรจิต และกลับมาบ้านคุณแม่เกษร ที่เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ก็ได้เริ่มร่างแบบ และได้นำภาพสเก็ตให้คุณหมอเก่งดู และนำมาปรับแบบแก้ไขให้เข้ารูปต่อที่ กทม.)

แบบห้องน้ำรวม สำหรับอนาคต ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ โลกย้อนถอยหลังไปไม่น้อยกว่า 50 ปี

ถังบำบัดน้ำเสีย และสิ่งปฏิกูลจากห้องส้วม...ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนที่มีระดับต่ำของอาคารชุดห้องน้ำ และโรงครัว เพื่อความสะดวกในการวางท่อรับน้ำเสียเข้าถังพักและย่อยกาก และรับน้ำเสียจากครัวมาย่อยสลาย ให้ ค่าบีโอดี (BOD) ลดต่ำลง เหลือเพียง 15-20 พีพีเอ็ม ปราศจากกลิ่น สี และปล่อยน้ำที่บำบัดแล้ว ไปใต้ผิวดินในระบบท่อพรุนน้ำซึมออกได้ ให้ต้นไม้ใช้ทำประโยชน์ต่อไป

เรือนพักพีระมิด   สร้างในพื้นราบ ตั้งแต่ขนาด 3 คูณ 3 เมตร 4 คูณ 4 เมตร หรือ 5 คูณ 5 เมตร แล้วแต่ผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์ และปรับระดับที่อยู่อาศัย ให้ได้รับพลังงานพีระมิดสูงสุด คือที่ระดับ 1 ใน 3 ของความสูงของพีระมิด จากระดับพื้นขึ้นไป ส่วนบ้านพีระมิดที่ไปสร้างข้างเขารูปร่างพีระมิด ดังภาพข้างบนในเว็บเพจนี้ อยู่ห่างจากองค์พระเจดีย์ ประมาณ 1.1 กม.ในแนวเส้นตรงที่ลากจากรอยพระพุทธบาทมายังพระเจดีย์ และต่อเส้นตรงมายังเขาพีระมิด มียอดเขาสูง 850 เมตร เป็นเขาพีระมิดลูกใหญ่กว่าเพื่อน และมีเขารูปพีระมิดในบริเวณนั้นอีกหลายลูกทีเดียว นับเป็นตำแหน่งที่ผลิตอากาศดี และกำจัดพลังงานลบออกไปด้วย

บริเวณโดยรอบเขาเหล่านี้ จึงมีสภาวะแวดล้อมที่เหมาะแก่การอยู่อาศัย และปฏิบัติธรรม ช่วยให้จิตสงบได้รวดเร็วขึ้น และยังเป็นผลดีแก่สุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ทฤษฎีโพเพทัส ที่หมอแกนได้แนะนำสภาพอากาศในระดับความสูงตั้งแต่ 700 เมตรขึ้นไปถึง 850 เมตร เป็นชั้นอากาศที่มี่ความเหมาะสมอย่างมาก แต่จะมีคนสักกี่คน ที่จะสามารถไปเลือกหาสภาพทำเลดังกล่าวได้ และที่บริเวณนี้ยังจะได้รับพลังงานพีระมิดจากภูเขาธรรมชาติ ที่มีลักษณะเป็นรูปร่างพีระมิดตัน ยิ่งมีพลังงานสูงกว่าพีระมิดกลวง จะช่วยด้านสุขภาพและระบบการหายใจและการทำสมาธิและวิปัสสนาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งพระอาจารย์รัตน์ใช้พีระมิดผสมแร่พิเศษจากต่างกาแลกซี่ สำหรับช่วยการฝึกอบรมสมาธิและวิปัสสนาเป็นประจำ ท่านที่เคยเข้ารับการฝึกอบรมจะทราบดี และที่หมอแกนให้คำแนะนำไว้ สำหรับการหายใจในที่อากาศบริสุทธิ์ จะเพิ่มสเต็มเซลล์ใหม่ๆให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัย ให้รักษาได้ทุกโรคให้สภาพร่างกาย และจิตใจกลับมาเป็นปรกติได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องพึ่งยาใดๆ...

ในบทความตอนนี้จะมีวิชาการอยู่ 2 แขนง

  • ศาสตร์พีระมิด พระอาจารย์รัตน์ ท่านเชี่ยวชาญ
  • ส่วนทฤษฎีโพเพทัสหมอแกนเชี่ยวชาญ และเจาะจงมาช่วยชาวโลก รับมือวิบัติกาลของโลก จากดาวโพเพทัสแบบไร้ตัวตนนั่นเอง....

พูดถึงไร้ตัวตน ศูนย์บัญชาการของสมาพันธ์จักรวาล ได้มาตั้งศูนย์บัญชาการชั่วคราวที่เขากะลา จ.นครสวรรค์ และนำฝึกมนุษย์ในสังกัดเตือนภัยพิบัติเข้าร่วมฝึกทุกวันเป็นเวลา หนึ่งปีครึ่งฝึกทุกวัน ให้อาสามัครเหล่านี้เข้าถึงสภาพไร้ตัวตน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่จิตใจ ทนต่อสภาพที่จะพบเห็นในอนาคต ให้คนพวกนี้อยู่ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักได้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และบุคลากรหลักเชื่อมการทำงานกับชาวต่างดาวมีอยู่ 5,000 คนทั่วโลก ที่ประเทศไทยอำนวยการฝึกโดยผู้เป็นใหญ่หัวหน้าของชาวพลูโต โดยฝึกมหาสติปัฏฐานหมวดกายเป็นหลัก

แบบบ้านมาตรฐานนี้ สำหรับใช้เป็นโมดุล เอาไปดัดแปลงสร้างบ้านหลบภัย ขนาดต่างๆที่ต้องการ หรือสร้างบนเชิงลาด ของภูเขาที่มั่นคง ซึ่งจะประหยัดเงินค่าถมบดอัดดินลงอีก และใช้พื้นที่หลังคาน้อยลง และไม่ต้องถมดินภายในปรับระดับเช่นในแบบสร้างบนพื้นราบ ซึ่งจะมีรายละเอียดแนะนำการออกแบบก่อสร้าง อีกชิ้นหนึ่งด้านล่าง

การจัดกลุ่มอาคาร ซึ่งเป็นแนวทางของ 2 หรือ 3 ครอบครัว มาแชร์ค่าก่อสร้างอาคารส่วนกลาง เช่นชุดห้องส้วม อาคารครัวและที่พักผ่อนส่วนกลาง อาคารสำหรับเก็บสัมภาระและอาหารสำรอง ที่จอดรถ หรือการสร้างฝายเก็บน้ำบนเขา ระบบจ่ายน้ำเป็นต้น

อาคารส่วนกลาง ทำครัว พักผ่อน รับประทานอาหาร แลกเปลี่ยนความรู้ อบรมธรรม ปฏิบัติธรรมร่วมกันทุกๆวัน สลับกับการไปปฏิบัติธรรมที่บริเวณโดยรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ซึ่งอุดมด้วยอุปกรณ์เครื่องช่วยเหลือการฝึกสมาธิ และวิปัสสนาครบครัน รวมทั้งหนทางลัดไปพระนิพพานในชาติปัจจุบันด้วย

ที่กล่าวมานี้ยังมีเรื่องน้ำ เป็นเรื่องใหญ่ ที่เล็งเอาไว้ล่วงหน้า จัดกักเก็บน้ำธรรมชาติจาก ลูกยอดเขาสูงในรูปทรงพีระมิด มีพื้นที่ลาดชันรับน้ำฝนได้ประมาณ 7 หมื่นตารางเมตร ช่วงปลายถนนพร้อมกับทำฝายขนาดย่อม คันฝายสูง 1 เมตร ให้กักเก็บน้ำฝนเอาไว้ได้ประมาณ 50 ลบ.เมตร อยู่ในระดับสูงกว่าอาคารที่พัก และโรงครัว และอาคารห้องน้ำ ส้วม ประมาณ 20 เมตร ให้ใช้ได้ประมาณ 1 เดือน และเติมน้ำ ากฟ้าราคาถูก ด้วยเครื่องเรียกฝนพีระมิดของพระอาจารย์รัตน์ ที่จะตั้งอยู่ที่บริเวณพระมหาธาตุเจดีย์ มีรัศมีทำการ 19 กม. รอบตัวเห็นว่าน่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด

Magnetism is the palpable, measurable effect of a subatomic particle not yet delineated by man. In fact, there are several dozen sub-atomic particles involved, out of the 387 involved in what humans assume to be simply the flow of electrons. Where electric current can be made to flow in any direction, the path of least resistance, magnetic flow seems to be very single minded. In fact, it isalso going in the path of least resistance, as can be seen when one understands the path and what constitutes resistance for magnetic flow.

สำหรับผู้ที่ติดภารกิจจนวินาทีสุดท้าย คุณ Zeta มีเคาต์ดาวว์ให้เป็นที่สังเกต ในการเคลื่อนย้ายอพยพไปยังที่ปลอดภัยที่เตรียมไว้ล่วงหน้าดังนี้  Are there countdown signs that can be used as a guide? There are indeed.

  • The most dramatic sign will be a slowing rotation. Where at the present time, this rate is enough to cause an occasional fraction of a second, per year, of adjustment to the world clock, this will soon change. This increasing slowdown will get diminishing press coverage, as clocks are quietly adjusted behind the scenes and the public allowed to believe their clocks must be running fast. But there will be a point in time, a few days ahead of when rotation stops, when this will get blatantly obvious. When one wakes up in the morning, finding it to be dark outside rather than a breaking dawn, yet the clocks in the house and the entire neighborhood confirm that it is indeed the morning hour - this is a countdown sign. Rotation will completely stop in a day or so, with such a dawn followed by an evening where the Sun seems reluctant to set, settinghours later than usual, and then rotation stops completely.
  • A second countdown sign is a fine red dust, unmistakable as it cannot be confused with any other natural occurrence. Ponds and rivers turn red, the blood color mentioned in the Bible's book of Revelations, with this iron ore dust giving the water a brackish taste. This countdown sign comes almost in step with the rapid slowing in rotation, as the 12th Planet must be between the Earth and the Sun for the trash in its tail to be sweeping the Earth. Again, this occurs a day or so before rotation stops, and travel will become difficult if not impossible once it does.
  • Where coming late, for primitive peoples without mechanical clocks there is a third countdown sign that can be scarcely ignored. The Earth moans, during her rotation slowing and stoppage, a sound not heard by humans except during earthquakes. Here, the moaning is chronic, essentially continuous, as though under a stress it cannot relieve with an earthquake, yet cannot bear in silence. For those who question the accuracy of their mechanical clocks, and who may have missed the presence of red dust due to living indoors, this moaning of the Earth is equivalent to the clanging of the fire marshal's bell. Here it comes, ready or not!

Earth moan มนุษย์ไม่ได้ยิน แต่สัตว์ต่างๆได้ยิน มนุษย์ต้องใช้วิทยุคลื่นสั้นเครื่องเล็กๆ เปิดฟังรายการเอาไว้ตลอดเวลา เมื่อเกิด Earth moan ขึ้น จะมีเสียงรบกวนคลื่นวิทยุ รับฟังรายการไม่ได้ล่วงหน้า 1-2 วัน นั่นแสดงว่าแผ่นดินไหวในบริเวณนั้นกำลังจะเกิดขึ้น เช่นอยู่ กทม. อาจรับฟังเสียงรบกวนที่มาจากทางด้านตะวันตก ใกล้ๆเมืองกาญจน์เป็นต้น ทั้งนี้ต้องเป็นคนช่างสังเกต เพื่อชีวิตรอดของตนเอง ที่ยังต้องเสี่ยงในการเดินทางไปสู่ที่หลบภัย ต่างจากเคลื่อนย้ายไปล่วงหน้าแล้ว ก็ปลอดภัยในที่ตั้งไปอีกแบบหนึ่ง แล้วแต่จะเลือกเอา

ท้องฟ้ายามเย็นที่เต็มไปด้วยฝุ่นสีแดงของ Planet X ในปี 2003

ฝุ่นละเอียดมาก่อน แล้วก้อนโตๆจะติดตามมาก่อนโลกย้ายขั้ว

จึงเหลือเวลาอพยพเคลื่อนย้ายไปหลบภัยมีอยู่น้อยมาก

ทีนี้กลุ่มที่พักเล็กๆ เป็นกลุ่มๆดังกล่าวแล้ว ความเป็นอยู่ของประชากรในเขตอำเภอทุ่งหัวช้าง ยังจำเป็นต้องได้รับปรับปรุงสิ่งแวดล้อมใหม่ทั้งหมด ให้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรอย่างเพียงพอในหน้าแล้ง หน้าหนาว ให้ทำการปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง ทั้งในพื้นที่นาส่วนน้อย และบนที่ลาดชัน ให้มีข้าวอินทรีย์อย่างดีพอรับประทาน และพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้คนทั้งอำเภอทุ่งหัวช้างให้ดีขึ้นกว่าเก่า เขาจะได้ช่วยผลิตอาหารมาแบ่งกันรับประทานอย่างพอพียง และช่วยส่วนอื่นๆนอกเขตอำเภอนี้ได้ด้วย ...โดยเรากำลังจะพลิกหน้าประวัติศาสตร์มนุษย์โลก ที่ภาครัฐฯไม่เคยทำได้นานมาไม่รู้กี่ชั่วอายุคนทีเดียว ให้เกิดพลิกฟื้นขึ้นที่ อำเภอทุ่งหัวช้างนี้ ให้มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี แม้แต่ช่วงฤดูหนาวที่ไม่เคยผลิตได้ก็ตาม

สังคมส่วนรวมในอำเภอนี้ จึงพออยู่ได้ เมื่อมีภัยพิบัติ ในเรื่องนี้ก็กำลังหารือกับผู้นำท้องถิ่น เพื่อเร่งดำเนินการ และเมื่อนักธุรกิจ ชั้นนำของจังหวัดภูเก็ตทราบข่าว การมีดำริเช่นนี้ ก็ยินดีร่วมบริจาค จัดหาเครื่องอุปกรณ์พิเศษหนึ่งเดียวของโลก สำหรับเรียกฝนจากฟ้า ใช้น้ำจากฟ้าราคาถูก ไม่ต้องขุดบ่อกักเก็บ ไม่ต้องสร้างฝายทดน้ำ หรือวางท่อใช้ระบบชลประทานใดๆให้ยุ่งยาก ให้ความชื้นที่เพียงพอแก่ผืนดิน เพื่อใช้งานเกษตรกรรมก็พอ รวมทั้งป่าเขาในเขตอำเภอนี้ และพื้นที่ใกล้เคียงของจังหวัดลำปางบางส่วน ยังจะได้รับประโยชน์ร่วมไปด้วย รวมพื้นที่ในรัศมี 19-30 กม.จากตัวอุปกรณ์ จะคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 7 แสนไร่ ถึง 1 ล้านแปดแสนไร่

  • พื้นที่ด้านทิศเหนือคลุม ต.ตะเคียนปม
  • ด้านทิศตะวันออก คลุม พื้นที่ ต.เสริมกลาง ต. เสริมซ้าย ทุ่งงาม ของเขตจังหวัดลำปาง
  • ด้านทิศใต้คลุม ต. บ้านปวง ต.ป่าไผ่
  • ด้านทิศตะวันตก ถึงเขต อ.ดอนเต่า คลุมทางหลวง เถิน-ลี้-ลำพูน ต.แม่ตีน ต.ศรีวิชัย วัดบ้านปาง 

  
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

พื้นที่สีเขียวอ่อนสี่เหลี่ยมเล็กๆตรงกลางภาพ ในแนวเดียวกับอ่างเก็บน้ำ เป็นพื้นที่ของ อ.ทุ่งหัวช้าง

พื้นที่เหล่านี้รวมทั้งป่าเขา จะมีความชุ่มชื้นตลอดหน้าแล้ง และหน้าหนาว มีพืชผักต่างๆที่พื้นที่อื่นๆของประเทศศนี้อาจผลิตไม่ได้ แต่ที่นี่มีให้บริการแก่ผู้บริโภคตลอดทั้งปี เช่น ข้าว หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ พริก ถั่วฝักยาว ส้มมะนาว เผือก มัน โดยเฉพาะพืชผักต่างๆหลายชนิด ที่กลัวอากาศหนาว ที่นี่จะเพาะปลูกได้ด้วยเทคโนโลยี่ก้าวหน้า เอ็นฟังก์ชั่น ที่ได้ใช้ในงานวิจัยมาทั่วประเทศไทย กว่า 14 ปี และยังได้รับ การรับรองใช้กับการเกษตรอินทรีย์จากองค์การ อาหารโลก หรือ FAO  ได้พัฒนาคุณภาพสินค้าเพิ่มขึ้นเกือบจะเต็มรูปแบบครบวงจร เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ลดต้นทุนการผลิตลงหลายเท่าตัว เทียบกับใช้ปุ๋ยเคมี และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของทั้งเกษตรกร และผู้บริโภคอีกด้วย ให้มีสินค้าเกษตรอินทรีย์จำหน่ายได้ตลอดทั้งปี

ดูรูปขนาดใหญ่

Good Luck  version

ภาพมหัศจรรย์

ที่ดีวิเศษไปยิ่งกว่านั้น ฝนทุกเม็ด น้ำทุกหยาดหยดจากฟากฟ้า ที่ตกลงมาทั่วพื้นที่ 7 แสนถึง 1 ล้าน 8 แสนไร่ จะสมบูรณ์พร้อมไปด้วยแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา อีกด้วย.....ผู้ที่ได้อาบกิน ต้องการอธิษฐานสิ่งใด...

ชีวิตไม่ได้อยู่กับการ กินอยู่ หลับนอนและตายไปเท่านั้น เป้าหมายการมาเกิดของทุกๆชีวิตมีอยู่ จึงต้องพัฒนาจิตใจควบคู่ไปด้วย เนื่องจากสถานที่อำเภอทุ่งหัวช้าง มีความศักดิ์สิทธิ์มาก บนเนินป่าที่เหลืออยู่ประมาณ 9 ไร่ เป็น สถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระพุทธกัสสป ตามญานหยั่งรู้ของหลวงปู่ครูบาวงศ์ ที่ได้บอกกับลูกหลานเอาไว้นานแล้ว และได้ตั้งชื่อพระมหาธาตุเจดีย์ ที่สร้างเกือบเสร็จแล้ว บนสถานที่สำคัญ ที่พระพุทธองค์ในลำดับที่ 3 ในภัทรกัปนี้ทรงใช้เพื่อการตรัสรู้ ใน 7 ราตรีกาล

ในครั้งนั้นว่า พระเจดีย์แสงแก้ว เอาไว้ล่วงหน้านานหลายปีกว่าจะได้เริ่มงานก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์  ซึ่งพลังงานบวกทั้งหมด ในการตรัสรู้พระพุทธองค์ยังทรงทิ้งเอาไว้ที่นี่พร้อมทั้งแนวทางในการปฏิบัติ ให้ลูกหลานที่เคารพรักพระองค์ท่าน ได้เจริญรอยตามกลับคืนสู่นิพพาน

ซึ่งพระองค์ท่านได้เมตตาส่งอุปกรณ์ช่วยเหลือการปฏิบัติในยุคปัจจุบัน ผ่านมาที่รูปภาพมหัศจรรย์ของหลวงปู่ครูบาวงศ์แล้วเช่นกัน พร้อมแล้วสำหรับลูกหลาน ที่จะเดินตามทางของพระพุทธองค์ที่ได้ทรงสรรสร้างเอาไว้อย่างดี จะพึ่งพาอาศัย ทั้งในขั้นเริ่มต้น ที่จิตยังไม่แยกจากกาย และขั้นสุดท้ายดำเนินองค์มรรคสู่ความสมบูรณ์ เพื่อสงเคราะห์ลูกหลานที่มีความเข้าใจ เข้ามาน้อมนำใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ของพระองค์ท่าน สืบต่อไป โดยเฉพาะในช่วงเวลาก่อนวิบัติกาลของโลก ซึ่งทุกท่านจะต้องใคร่คราญพิจารณาอย่างสูงที่สุดของชีวิตนี้ ที่มีโอกาสได้เกิดมาพบเครื่องช่วยนำทางแล้ว ทุกสิ่งอันที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ยิ่งทีเดียว ไม่มีแนวทางปฏิบัติทางจิตอันใด จะรวดเร็วฉับพลันเท่าอภิญญาใหญ่ หรือแสงทิพย์นิพพานของ พระบรมธรรมบิดา  ทำการปฏิบัติจิตของท่านให้ก้าวหน้า พร้อมเผชิญความตายได้ตลอดเวลานั่นเอง

ขอพรของ พระบรมธรรมบิดาและพระพุทธกัสสป ทรงดลจิตดลใจ ให้ลูกหลานในทุ่งหัวช้าง และจากสารพัดทิศ จงได้รับข่าวสารจากพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ให้เกิดปัญญายิ่งแก่ทุกๆชีวิต ก่อนจะตายไปในชาติปัจจุบันนี้ทั่วกัน

(เว็บเพจภายในกลุ่มของคุณหมอสุรจิต ทองสอดแสง ผู้กำลังเลือกเฟ้นแสวงหา สถานที่เหมาะสมสร้างอาคารที่หลบภัย ก่อนวิบัติกาลของโลกรอบใหม่)....edited 14 กุมภาพันธ์ 2554

       
4