ข้าวกล้องเพาะงอก

http://www.ainews1.com/article536.html

วิธีทำข้าวกล้องเพาะงอก

จีนเป็นประเทศที่รู้จักการปลูกข้าว ก่อนประเทศอื่นๆ กว่า 5,000 ปีมาแล้ว อินเดียเริ่มปลูกข้าวหลังประเทศจีนกว่า พันปี

ข้าวแพร่จากประเทศจีนลงเวียตนาม เกาหลีเหนือ และญี่ปุ่น ต่อมาแพร่ไปยังอิหร่าน บาบิโลน อาหริกา และยุโรปตามลำดับ

ข้าวกล้อง มีสรรพคุณเป็นกลาง ค่า pH ประมาณ 7 ใกล้เคียงกับค่า pH ในเลือดของคนปรกติ คือ 7.3 ในข้าวกล้องแป้ง 74 % โปรตีน 8 % ไขมัน 0.5-1 % และวิตามินต่างๆ

ศาสตร์แมคโคไบโอติกส์กล่าวว่า ข้าวกล้อง 1 เมล็ด สามารถให้คุณค่าทางอาหารต่ออวัยวะหลักทั้ง 5 คือ

  • ทั้งเมล็ด ให้คุณค่าต่อปอด 
  • แป้ง ให้คุณค่าต่อม้าม
  • ไขมัน ให้คุณค่าต่อตับ 
  • แร่ธาตุ ให้คุณค่าต่อหัวใจ
  • จมูกข้าว ให้คุณค่าต่อไต

สารกาบา GABA (Gamma Amino Butyric Acid) เป็นกรดอะมิโน ที่มีบทบาทสำคัญ ในการเป็นสารสื่อประสาท (Neuauro trnasmitter) ในระบบประสาทส่วนกลางของร่างกาย ช่วยลดความวิตกกังวล นอนไม่หลับ คลายกล้ามเนื้อ ช่วยป้องกันอาการชัก ส่วนของเมล็ดข้าวก็ให้สารกาบามากที่สุด คือจมูกข้าว ข้าวกล้องงอกจึงมีสารกาบามากกว่าข้าวกล้องปกติ 15 เท่า

ข้าวที่นำมางอกได้ ต้องมีจมูกข้าวสมบูรณ์ คือ ข้าวกล้อง ไม่ใช่ข้าวซ้อมมือ เมื่อนำข้าวกล้องมาแช่น้ำ ส่วนของจมูกข้าวจะมีการผลิตสารกาบาเพิ่มขึ้น น้ำเป็นตัวส่งถ่ายสารอาหาร จากเนื้อในเล็ดมายังส่วนจมูกข้าว ทำให้เกิดการสังเคราะห์โปรตีน การเพิ่มใยอาหาร วิตามิน และเอนไซม์ต่างๆ ภายในเมล็ด จะทำหน้าที่ย่อยสลายและเสริมสร้างสารอาหารชนิดต่างๆ

วิธีทำข้าวกล้องงอก

สูตร 4+6+14 +24 ชั่วโมง

  1. คัดเลือกข้าว เลือกข้าวกล้องที่สีใหม่ๆ (ไม่เกิน 2 สัปดาห์ การงอกจะมีประสิทธิภาพมาก) ซื้อจากตลาดอายุไม่ควรเกิน 1 ปี อัตราการงอกควรมากกว่า 80 % มีเมล็ดเต็ม ถ้ามีข้าวหักมากอาจจะทำให้เกิดการเน่าในระหว่างการแชข้าวหรือการงอกได้ ไม่ควรเลือกซื้อข้าวกล้องที่จะนำมางอกจากถุงบรรจุสูญญากาศ อาจใช้ข้าวกล้องขาว ข้าวกล้องแดง หรือข้าวกล้องหหอมนิลก็ได้
  2. ล้างให้สะอาด ตวงข้าวกล้องที่คัดเลือกแล้ว ในปริมาณที่ต้องการรับประทาน ซาวข้าวเบาๆ ไม่ซาวมากเกินไป เพราะข้าวอาจหัก และญเสียวิตามินในข้าว
  3. แช่ในน้ำสะอาด 4 ชั่วโมง ใส่น้ำเท่ากับในเวลาหุงข้าวกล้องปรกติ แช่ทิ้งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมง
  4. ใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ เทใส่ตะกร้าโปร่งตาถี่ๆ เพื่อให้มีการระบายอากาศ เมล็ดข้าวมีอากาศหายใจ
  5. นำไปตั้งไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดทึบ 6 ชั่วโมง การใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำห่อ เพื่อรักษาความชื้นอาจใช้ได้ แต่ระยะยาวมักมีกลิ่นอับหรือขึ้นรา
  6. นำออกมาล้างน้ำสะอาด ใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำอีกครั้ง เพราะอาจมีกลิ่นเกิดจากปฏิกิริยาของเมล็ดที่หัก และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่เมล็ดข้าวอีกครั้งหนึ่ง
  7. เทใส่ตะกร้าโปร่งนำไปตั้งไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดทึบอีก 14 ชั่วโมง กระบวนการทำข้าวงอกทั้งหมดไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมง เพราะจะทำให้ปริมาณสารกาบาในข้าวลดลง
  8. นำไปหุงรับประทาน หรือทำเป็นน้ำข้าวกล้องงอกได้ ใส่น้ำ 4-5 เท่า หุงเป้นข้าวสวยโดยใส่น้ำ 1 เท่า หุงแบบข้าวต้ม ดื่มน้ำข้าว และรับประทานข้าวที่เหลือ หรือจะนำมาปั่นแล้วกรองกากออกก็ได้ ใส่น้ำ 1 เท่าปั่นสด กรองกากออก ทำ 2 ครั้ง นำมาต้มไฟอ่อน คนไม่ให้ติดก้นหม้อ ดื่มเป็นน้ำข้าวกล้องงอก กากนำไปต้มเป็นโจ๊ก

คุณต้นกล้า มากสุข อดีตพยาบาลวิชาชีพ ได้ทดลองด้วยตนเอง คิดค้นวิธีทำและกินเอง ทั้งแบบที่หุงกินเป็นข้าวสวย ทั้งที่ทำเป็นน้ำข้าว รวมถึงทำเป็นโจ๊ก กินทุกวันตลอดเวลา 2 เดือน ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

  • นอนหลับสบายตลอดคืน (ก่อนหน้านี้จะตื่นตอนดึกบ่อยๆ เมื่อตื่นแล้วหลับยาก) และเมื่อหลับได้สนิท ร่างกายก็สามารถหลั่งฮอร์โมน เพื่อการเจริญเติบโตหรือซ่อมแซม (Growth Hormone) ได้ดี ทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น
  • ระบบย่อยอาหารและขับถ่ายดีขึ้นมาก (ก่อนหน้านี้มีปัญหาท้องผูก ท้องอืด อาหารไม่ย่อยบ่อยๆ หลังการทดลอง ขับถ่าย 1-2 ครั้งต่อวัน)
  • ความจำดีขึ้น ความเครียดลดลง สมาธิยาวขึ้น (ในเรื่องที่ใช้สมอง)

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share