กินถั่วแบบไหนดี

ถั่วทำเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ ถั่วเมล็ดแห้ง นำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ขนมจีนน้ำพริก ถั่วกวน คุกกี้ ขนมหม้อแกง ถั่วต้ม ถั่วทอดต่างๆ ฯลฯ

สำหรับอาหารมังสวิรัติ ซึ่งเป็นอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ จะใช้ถั่วมาปรุงอาหารมังสวิรัติเป็นหลัก เพราะถั่วมีโปรตีนสูงืเช่น นน้ำพริกต่างๆ ขนมจีน น้ำยา ทอดมัน แหนม ฯลฯ แล้วยังนำถั่วที่ต้มสุกแล้วใส่ลงไปในผัด แกง ยำ ฯลฯ เพื่อเสริมโปรตีนในอาหารนั้นๆ

ถั่วที่เป็นผักสด จะรับประทานสดๆ หรือนำไปประกอบอาหารก็ได้

ถั่วเหลืองส่วนใหญ่เราจะเห็นในรูปแบบที่ดัดแปลงแล้ว เช่น เต้าหู้ ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว กะปิเจ โปรตีนเกษตร ฯลฯ

โปรตีนเกษตร ทำมาจากแป้งถั่วเหลืองปราศจากไขมัน มีคุณค่าทางอาหารมาก มีโปรตีนถึง 74.9% มีลักษณะคล้ายเนื้อสัตว์มาก แต่ดีกว่าที่ไม่มีกลิ่นคาว บางคนเรียกว่าเนื้อเทียม

สำหรับนักมังสวิรัติ หรือผู้ที่ต้องการโปรตีนจากถั่ว ต้องรับประทานถั่วเป็นอาหารหลัก ควรรับประทานนถั่วต้มอย่างธรรมชาติเรียบง่าย เพราะถั่วต้มไม่ผ่านการปรุงแต่งมาก สารอาหารจะไม่สลายไปกับการปรุงแต่ง จึงได้รับสารอาหารจากถั่วเต็มที่

วิธีต้มถั่ว

เลือกกากและสิ่งสรกปกออกจากถั่ว

นำถั่วล้างน้ำ 2-3 ครั้ง แล้วแช่ทิ้งไว้ให้พองประมาณ 3 ชั่วโมง หรือจะแช่ทิ้งไว้ค้างคืนก็ได้

ตอนต้มพอเดือด หรี่ไฟลงให้เดือดปานกลาง ถั่วจะสุกเร็วหรือช้าขึ้นอยู่ที่ชนิดของถั่ว เราจะรู้ด้วยการชิม ถ้าถั่วนิ่ม ไม่เหม็นเขียว ก็เป็นอันว่าสุกแล้ว

พิเศษเฉพาะถั่วเหลือง เป็นถั่วที่ต้มสุกยาก สุกช้า ถ้าต้มโดยใช้หม้อต้มอัดความดัน หรือหม้อตุ๋น จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก ถ้าใช้การต้มแบบธรรมดา วิธีที่จะช่วยลดการต้ม ทำได้โดยต้มน้ำให้เดือด ใส่ถั่วที่ล้างสสะอาดแล้วลงไป ต้มให้เดือดประมาณ 2-3 นาที ปิดไฟ ช้อนถั่วขึ้นแช่ในน้ำเย็นทันที (ถั่ว 1 ส่วน ใช้น้ำเย็น 5 ส่วน) แช่ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วช้อนขึ้น เอากลับไปต้มต่อในน้ำเดิมจนสุก ใช้เวลาน้อยกว่าและช่วยให้กลิ่นถั่วลดลง ถ้าเป้นการทำน้ำเต้าหู้ก็ไม่ต้องต้มต่อ แต่นำถั่วไปบดทำน้ำเต้าหู้ได้เลย

ถั่วเหลือง ต้องต้มให้สุก คือใช้มือบีบจะนิ่ม ถ้าถั่วไม่สุกจะมีสารขัดขวางการดูดซึมของโปรตีน ทำให้เกิดมีลมมาก แต่ถ้าต้มถั่วจนนิ่มสารเหล่านี้จะหายไป

 

ตารางแสดงคุณค่าอาหารประเภทโปรตีน

ปริมาณสารอาหารใน 100 กรัม

โปรีน (กรัม)

ไขมัน (กรัม)

คาร์โบไฮเดรท (ก)

พลังงาน(แคลอรี่)

เหล็ก (มก.)

ถั่วเหลืองดิบ

40.0

20.0

23.0

406

8.4

นมถั่วเหลือง

3.4

1.2

8.4

54

0.8

นมวัว

3.5

3.9

4.9

69

0.6

เต้าหู่เหลือง

13.5

6.7

8.5

148

14.0

กะปิเจ (แห้ง)

43.9

17.6

13.5

388

21.0

โปรตีนเกษตร

74.9

0.1

15.1

322

-

เนื้อไก่

18.0

25.0

0

300

1.5

เนื้อวัว

15-19

16.0

0

213

2.6

เนื้อหมู

14.4

35.0

0

376

2.1

ปลา

20.0

4.0

0

116

0.4

ไข่ไก่ทอด

13.8

17.2

0.3

216

2.4

 

 

อาหารต้านทานโรค

สาเหตุทำให้อายุยืน 5 ประการ

  1. บุคคลย่อมเป็นผู้ทำความสบาย (ถูกธรรม) แก่ตนเอง
  2. รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย
  3. บริโภคสิ่งที่ย่อยง่าย
  4. เป็นผู้มีศีล
  5. มีมิตรดีงาม

 

(พุทธพจน์จากพระไตรปิฎก เล่ม 22 ข้อ 126)

 

งา:  อาหารต้านทานโรค

 

ลักษณะงาเป็นพืชล้มลุก มีเมล็ดเล็กๆ สีขาวหรือดำ (ตำราอินเดียถือว่างาดำดีกว่างาขาว) ใช้ปรุงอาหารหรือสกัดน้ำมัน

งาเป็นพืชที่มีคุณค่าอาหารสูงมาก สูงจนทำให้งงว่าคุณค่ามากมาย จนจำไม่ไหวนั้น เข้าไปอัดอยู่ในเมล็ดงา เมล็ดจ้อยนั้นได้อย่างไร

เมล็ดงามีน้ำมันสูงถึง 35-57 % น้ำมันที่สกัดได้เป็นน้ำมันที่ดีเยี่ยมคือ

มีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวสูง กรดนี้ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอล ไม่ให้มีมากเกินไป ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็ง ป้องกันโรคหัวใจ และดรคเกี่ยวกับหลอดเลือดบางชนิด

เก็บไว้ได้นาน ไม่เหม็นหืนง่ายเหมือนน้ำมันชนิดอื่น

 

ไม่จับแข็งเป็นก้อน

มีกลิ่นหอมน่ากิน

โปรตีนในงาก็มีไม่น้อย (มี 20%) เป็นโปรตีนที่จำเป็นสำหรับผู้ถือมังสวิรัติ คนไม่กินเนื้อจะพึ่งโปรตีนจากถั่ว ซึ่งเป็นโปรตีนที่ขาดกรดอะมิโนที่ชื่อ เมธิโอนีน เจ้าเมธิโอนีนนี้กลับมีมากในโปรตีนของงา

ดังนั้นถ้าเรากินถั่วพร้อมกับงา เราก็จะได้โปรตีนของงา

ดังนั้นถ้าเรากินถั่วพร้อมกับงา เราก็จะได้โปรตีนครบถ้วน เจ้าเมธิโอนีน นี้ยังพบมากในโปรตีนของข้าวกล้องและข้าวโพด คนที่กิน

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share