ชะตากรรมของคน กทม.และปริมณฑล

http://www.ainews1.com/article539.html

ญาณพระพิฆเณศร์  22 ธ.ค. 2008.....คำทำนายสำหรับกรุงเทพมหานคร...

วันนั้นฟ้าจะเปลี่ยน พระอาทิตย์จะปรากฎให้เห็นเป็น 2 ดวง ทางทิศตะวันตกในเวลาเดียวกัน ท้องฟ้าจะเป็นสีแสด อากาศผิดปกติ เป็นแบบนี้ไม่กี่วัน คนมีบุญจะรวมกลุ่มกันหนี  คนบาปจะอยู่กับบ้าน เข้ายามราตรี ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง พายุขนาดใหญ่จะมา ไฟจะดับ น้ำจะเริ่มท่วม รถยนต์จะเริ่มลอย เสาไฟจะล้ม  คลื่นยักษ์สูง 50 เมตร จะมากวาดทุกอย่างไปในพริบตา คนมีบุญที่หนีไม่ทัน จะไปอยู่บนยอดตึก บุญจะส่งให้เขามีเหตุให้ต้องไปอยู่บนยอดตึก ตกเช้าน้ำจะไป ทิ้งไว้แต่โคลนสีส้มไปทั่วเมือง กรุงเทพฯ ไม่เหมาะที่จะสร้างเป็นเมืองหลวงอีกต่อไป

(เมื่อดาวหางโคจรเข้าชั้นในสุริยจักรวาล อยู่ใกล้โลก ทั้งโลกและดาวหาง ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์สวนทิศทางกัน คนบนโลกก็มีโอกาสเห็นดาวหางขึ้นเคียงกับดวงอาทิตย์ ในท้องฟ้าสีแสดนั้นเป็นลัสเตอร์หรือแสงของดาวหาง ที่เข้มกว่าดวงอาทิตย์เนื่องอยู่ใกล้โลกมากกว่าดวงอาทิตย์  ทั้งดาวหางและโลกและดาวเคราะห์อื่นๆ กำลังเตรียมเรียงตัว หันแนวเส้นตรงยิงตรงไปยังดาวหลุมดำของกาแลกซี่ทางช้างเผือก ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เป็นสัญญาณบอกให้ผู้ที่ไม่ประมาท...คนมีบุญ จะพากันอพยพย้ายไปสู่สถานที่หลบภัย ที่ตนได้เตรียมการณ์ไว้ล่วงหน้า และไม่ควรใช้ระยะเวลาเดินทางเกิน 7 ชั่วโมง ขอโมทนากับการรอดชีวิตให้ทุกๆท่านเดินทางโดยปลอดภัยสู่เซฟเฮ้าส์ของทุกๆคนทันเวลา และทำใจให้ตั้งอยู่ในอุเบกขาหากได้รับข่าวที่ไม่น่ายินดีตามมา....

หากย้อนไปที่ปฏิทินของชาวมายาที่สิ้นสุด 21 ธ.ค. 2555 ต้องรอโลกตั้งแกนพลังงานใหม่หลังจากมีการพลิกขั้ว ชาวมายาจึงจบปฏิทินเอาไว้แค่นั้น  เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับคำเตือนของท่านพิฆเนศร์ ชาวโลกจะเริ่มเห็นพระอาทิตย์ 2 ดวงประมาณ ปลายเมษายน 2555 แต่ก่อนหน้านั้น ในเดือน มีนาคม หมอแกนบอกล่วงหน้าว่า ชาวโลกจะเริ่มเห็นสิ่งผิดปกติมากขึ้นแล้ว นัยว่าจะมาจากฟากฟ้าเศษขยะอวกาศต่างๆที่ดาวหางดวงนี้ยิงลงมาจากขั้วเหนือ สู่บรรยากาสของโลกมากขึ้น ประเทศไทยอยู่ข้างโลกอาจได้รับผลกระทบน้อยหน่อย เพิ่งทราบข่าวจากคุณ Zeta เปิดเผยข่าวดีว่า Council of Worlds จะอนุญาตให้คนทั่วโลกมองเห็นดาวหางขึ้นทั้งเวลากลางวันและกลางคืนเร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เวลาผู้ที่กำลังจะปรับเปลี่ยนเป็น STOได้ตัดสินใจและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น ตอนนี้ก็ชม ภาพ PlanetX ทางภาพถ่ายที่ชัดเจนที่ถ่ายจากมุมต่างๆของโลกไปพลาง ผู้คนที่ติดตามความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม จะเริ่มรับทราบว่าจะมีดาวหางดวงใหญ่ ที่คิดว่าเป็นเรื่องข่าวลือนั้นเริ่มเห็นเป็นจริง...แล้วต้องถามใจตนเองว่าจะรอเวลาจนเห็นพระอาทิตย์ขึ้น 2 ดวงอยู่ในพื้นที่ กทม. หรือ)

การเดินทางไปสู่ที่ปลอดภัย จะต้องเตรียมเอาไว้หลายๆทาง และฝึกใช้ล่วงหน้าให้คุ้นชิน มีความคล่องตัวในการโยกย้ายสับเปลี่ยนเมื่อมีความจำเป็น

ย้อนกลับมาที่คน กทม. มองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้น 2 ดวง ตอนตะวันใกล้ตกดินนั้น น่าจะเป็นช่วงจังหวะที่การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ กำลังเข้าใกล้ตำแหน่งที่จะเรียงดวงกับดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ และ ดาวหาง ก็กำลังโคจรมาวนรอบดวงอาทิตย์ในระนาบมุม 30 องศา กับระนาบของระบบสุริยจักรวาล ในทิศตรงกันข้ามกับโลกโคจรสวนทางกัน ดาวหางกำลังจะโฉบลงมาเฉียดใกล้กับวงโคจรของโลก มาสัมผัสระนาบของสุริยจักรวาล ในจังหวะมาร่วมเรียงดวงในระนาบของสุริยจักรวาล ร่วมกันส่งพลังเส้นแรงแม่เหล็กไปยังดาวหลุมดำ ในใจกลางกาแลกซี่ทางช้างเผือก

    

ข่าวล่าจากท่านผู้เชี่ยวชาญเส้นแรงแม่เหล็กโลก เมื่อกลางดึกของ 1 ก.พ. 2554 พบในสมาธิของพระอาจารย์ว่า ระบบสุริยะที่ดูเหมือนพักนิ่งไม่หมุนรอบตนเองมาตั้งแต่ 2 เม.ย. 2552 นั้น ได้เริ่มมาหมุนรอบตนเองอีกครั้งสมบูรณ์แบบแล้วกลับทิศจากเดิม จากซ้ายไปขวา  เมื่อสุริยจักรวาลเดินทางเข้ามาในอิทธิพล แรงดึงดูดของกาแลกซี่ไตรแองกุลัมมากขึ้น เพื่อเตรียมต้อนรับดาวหางซึ่งเป็นดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่มีแสงในตนเองไม่มากนัก พร้อมคณะบริวารดวงจันทร์ขนาดใหญ่กว่าของโลก อีก หลายโหล มากันเป็นกลุ่มควงสว่านอยู่ใน 2 ปีก  ยังไม่นับรวมของแถม เศษขยะจากอวกาศอีกมากมาย ที่จะถูกดาวหางส่งลงมาด้วย เศษขยะต่างๆเหล่านี้มีหลายชนิด ทั้งใหญ่และเล็กเท่าเม็ดทราย ที่จะเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศของโลกหมดบ้างไม่หมดบ้าง จะเหลือหล่นลงมาบนผิวโลกด้วยอัตราเร่งสูงมาก

แต่ของแถมเศษขยะต่างๆ ที่ดาวหางนำมาด้วยนี้ จะมาก่อนระหว่างที่ดาวหางหันขั้วเหนือชี้มายังโลกบ่อยขึ้น จะเริ่มเกิดหนาแน่นขึ้นในเดือน พฤษภาคม 2555 เป็นต้นไป ในขณะที่โลกหยุดโคจรรอบดวงอาทิตย์ชั่วคราวมาตั้งแต่ปลายปี 2010 เมื่อตกอยู่ในถ้วยเอ๊ดดี้ ที่เกิดจากดาวหางเคลื่อนตัวมาบังแนวเส้นแรงของดวงอาทิตย์ที่ส่งมายังโลกเกิด EddyFlow เป็นหลุมขนาดใหญ่อยู่ระหว่างดาวหางกับโลก ผู้ที่หลบอยู่ในที่ปลอดภัย ทำสมาธิแผ่เมตตาออกไปทั่วทั้ง 3 โลก ฝากไปกับแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา

คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่าได้ทำเช่นนั้น อยู่ใกล้ๆความตายเอาไว้ให้มากที่สุด พูดถึงอยู่ใกล้ๆความตาย ลองใช้ทฤษฎีโพเพทัส หายใจ 4 จังหวะ และกลั้นลมนิดหนึ่งทุกคราวที่หายใจเข้าสุด และหายใจออกสุด ก็จะพบความตายอยู่ตรงหน้าทุกครั้งไป แล้วต้องทำความเคยชินกับมัน จะได้ไม่อึดอัดหวาดกลัว โดยแยกจิตไปอยู่กับแสงทิพย์ ของ พระบรมธรรมบิดา ปล่อยให้ใจกับกายทำหน้าที่ของมันไป ถ้ามันยังหายใจได้อยู่ ....และท่านผู้เชี่ยวชาญพลังลมปราณที่เป็นคุณกับสุขภาพในภาวะปัจจุบัน เวลาหายใจเข้าให้นึกรับพลังลมปราณที่โหนกศรีษะทั้งคู๋ เข้ามาในร่างกายผ่าน หัวใจ และปอด ลงไปที่บั้นเอว และปล่อยออกมากับลมหายใจออก

ความอึดอัดที่ปรากฏครั้งแรกก็จะหมดไป ปล่อยกายไปตามวิถีทางของมัน หากที่อยู่ของท่านโดนเศษขยะตกใส่อย่างรุนแรง ..มันอาจจะเกิดหรือไม่เกิดก็ตามแต่มัน เราเตรียมจิตเอาไว้กับพ่อเกิดแม่เกิดแล้วเป็นพอ

ดังนั้นช่วงที่ดาวหางเดินทางสวนทางกับโลก และเข้าสู่ตำแหน่งเรียงดวงแล้ว แกนพลังงานของโลกจะถูกดาวหางเหนี่ยวนำหมุนแกนโลกย้ายที่ไป ประมาณ 90 องศา ในระหว่างที่ดาวหางกำลังจะโคจรจากไป..ด้วยความช่วยเหลือของชาวดาวอังคาร ที่จะช่วยให้การเคลื่อนย้ายแกนพลังงานโลกให้นิ่มนวลที่สุด มิฉะนั้นขั้วเหนือจะสลับที่กับขั้วใต้ ความเสียหายต่อสรรพสัตว์จะมากมายสุดคณา

ปัจจุบันหากสังเกตพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ทิศมันจะเริ่มย้ายไปทางทิศใต้มากขึ้น นั่นคือขั้วโลกเหนือได้เริ่มขยับไปทางประเทศรัสเซียมากขึ้น ซึ่งคนบนโลกจะไม่เห็นพระอาทิตย์ 2 ดวงใน ขณะที่กำลังมีการเรียงดวงเกิดขึ้น เมื่อหลังจากภัยพิบัติที่ท่านพิฆเณศร์ระบุไว้ดังกล่าวแล้ว คนบนโลกก็จะเห็นพระอาทิตย์ปรากฏ 2 ดวง อีกระยะหนึ่ง จนกระทั่งดาวหางโคจรห่างจากดวงอาทิตย์ผ่านพ้นไปซักระยะหนึ่ง ก็จะไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น 2 ดวง อีกต่อไป แต่จะยังมีเหลือสักกี่คน ที่ยังเหลือได้มีชีวิตมาดูพระอาทิตย์ขึ้น 2 ดวง หลังจากโลกประสบภัยพิบัติรอบนี้ไปแล้ว?

ในปี พ.ศ. 2555 นี้ พระพุทธองค์ทรงทำนายเอาไว้ว่า 'คนจะเปลี่ยนจากเดินเป็นคลาน'

ท่านก็ลองถอดปริศนาธรรม ที่ทรงกล่าวเอาไว้สั้นๆ แต่กินความหมายกว้างขวางยิ่ง

ยามที่โลกร้อนเพิ่มขึ้นตลอดเวลา  มนุษย์จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคภัยต่างๆมากยิ่งขึ้น และไม่มียาที่จะรักษาได้ทัน ทุกคนต้องเตรียมตัวเป็นหมอให้กับตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งยาใดๆ รักษาตนเองให้หายได้ทุกโรค มันทำได้อย่างไรนั้น ต้องติดตาม ทฤษฎีโพเพทัส ของหมอแกน

 

          

สัญญาณเตือนภัยคน กทม.ครั้งสุดท้าย สำหรับบรรดาลูกศิษย์พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ เจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งท่านจะมาอบรมสมาธิวิปัสสนา และแนะนำการรักษาโรคด้วยอุปกรณ์พีระมิด และพลังจักรวาล จากกาแลกซี่ต่างๆนั้น ท่านได้รับภาพในสมาธิเกี่ยวกับบรรดาลูกศิษย์ที่อาศัยอยู่ใน กทม. และปริมณฑล จะถูกวิกฤตการณ์น้ำท่วม กทม.ครั้งใหญ่

นัยว่าเป็นน้ำฝนตกหนัก หลังจากท่านพิจารณาต่อไปถึงผลดีที่จะเกิดขึ้นแก่ลูกศิษย์ของท่าน ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวปรับตัว ย้ายออกไปจากสถานที่น้ำท่วม สู่สถานที่ที่ปลอดภัยกว่า ทำให้รอดพ้นจากวิกฤต ภัยพิบัติ ที่จะเกิดขึ้นต่อมา มีผลให้น้ำทะเลท่วมแผ่นดินที่เคยถูกน้ำฝนท่วมมาก่อน เมื่อ 29 มกราคม 2012 คุณหญิงนงเยาว์ เจ้าของตึกช้างได้นิมนตร์พระอาจารย์มาอบรมกรรมฐานที่นั่นให้แก่บรรดาศิษย์ที่ไปร่วมงานประมาณ 200 คนที่ชั้น 4 พระอาจารย์ได้แนะให้ลูกศิษย์ลองดูซิว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่เสี่ยงเช่น กทม. ฝึกเสร็จพระอาจารย์ก็ถามว่าใครเห็นอะไรบ้าง ลูกศิษย์ผู้ชายบอกว่าเห็นภาพน้ำท่วมมืดไปหมด ส่วนสุภาพสตรีท่านหนึ่งบอกว่าบ้านของหนูเหลือเพียงชั้นเดียว

ผู้ที่ฟังก็ยังนึกไม่ออก เธอรายงานภาพต่อไปว่าแต่บ้านหนูมี 5ชั้นเหลืออยู่เพียงชั้นเดียว เล่าแล้วเธออดใจไว้ไม่ได้ร้องไห้โฮ กับภาพที่เห็นในจิต....ภาพที่เธอเห็นน่าจะตรงกันกับภาพน้ำท่วม กทม.ถึงครึ่งหนึ่งของความสูงของเสาชิงช้าที่ ท่านประมาล รุจนเสรี นำมาโพสท์เมื่อต้นปี 2011 และบอกว่าพระอริยะเจ้าที่มาเยี่ยมท่านที่บ้านใน กทม.ได้เล่าถึงสภาพ กทม.ในอนาคต โดยหลวงปู่สรวง เล่าเอาไว้กับเจ้าอาวาสทางจังหวัดสุรินทร์ว่าน้ำมาเร็วแรงทั้งน้ำผสมโคลนในปี 2555....ได้ทราบหนังตัวอย่างแล้วยังไม่ต้องเชื่อ ต้องรอดูกันต่อไป อีกไม่นานแล้ว..ฝึกหาทิศทางถอยอย่างรวดเร็วเอาไว้ด้วย สำหรับผู้ที่ติดภารกิจอยู่ในพื้นที่เสี่ยง  

ดังนั้นสัญญาณเตือนภัยครั้งสุดท้าย สำหรับผู้ที่อยู่ใน กทม.และปริมณฑล จะอพยพไปหาที่อยู่ใหม่ หรือไปยังที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 50เมตร ขึ้นไป จะรอดพ้นจากภัยพิบัติรอบแรกที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่เสี่ยงที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 40 ฟุต ในปี พ.ศ. 2555 และกลางปี 2556

 

  วิดีโอข้างบนนี้เป็นแต่เพียงการคาดการณ์เท่านั้นบางพื้นที่อาจไม่มีน้ำท่วมก็ได้หากพื้นที่ส่วนนั้นยกตัว จะเกิดขึ้นหลังจากโลกย้ายขั้วไปแล้ว 2ปี น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเดิมละลายหมด น้ำทะเลจะเพิ่มอีกประมาณ 675ฟุต...ส่วนพื้นที่ประเทศไทยจะทรุดตัวตามประเทศอินโดนีเซียลงไปประมาณ 40 ฟุตเงียบๆ

ท่านได้ฟังได้ชมหนังตัวอย่างมาแล้ว ก็ไม่ต้องตกใจเป็นเรื่องธรรมดาของโลกเกิดขึ้นทุกๆ 3,657 ปีโลกปรับพลังงานใหม่ ได้เกิดมา 4 ครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 เกิดแรงหน่อยกว่าทุกคราว เนื่องจากพระอาทิตย์ลดขนาดเล็กลง ดาวหางจึงเข้ามาใกล้โลกมากขึ้น ทุกคนก็ดำเนินชีวิตตามปกติ และตั้งสติมาช่วยชาติกัน ติดตั้งกระเป๋าเงินเศรษฐีเพิ่มขึ้นก็ได้ จะได้มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น จะเคลื่อนย้ายไปตรงไหนที่ปลอดภัย ก็จะสะดวกมากขึ้น

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share